Blog

  • ทีมกุนซือภูมิใจไทย พบ สส. ‘เอกนิติ‘ ย้ำแผนดันนโยบาย 10 พลัส

    ทีมกุนซือภูมิใจไทย พบ สส. ‘เอกนิติ‘ ย้ำแผนดันนโยบาย 10 พลัส


    ทีมกุนซือภูมิใจไทย พบ สส. ‘เอกนิติ‘ ย้ำแผนดันนโยบาย 10 พลัส ’ศุภจี‘ เผยแผนการค้ารับมือผลสงคราม คาดปุ๋ยไทยใช้ได้ยัน ส.ค.  “สีหศักดิ์” ย้ำบทบาทกระทรวงการต่างประเทศ ต้องคำนึงถึงศักดิ์ศรีชาติเป็นหลัก

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะสมาชิกพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีสัมนาพรรคฯ เพื่อพูดคุยกับ สส. ภายใต้งาน “พูดแล้วทำพลัส” ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต  บุรีรัมย์ 

    นายเอกนิติ กล่าวพูดคุยกับ สส.ว่า ตนดีใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในบ้านภูมิใจไทย เราจะใช้นโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัส ที่จับต้องได้ในการขับเคลื่อนนำพาประเทศไทยเพื่อให้เติบโตไปข้างหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรี ถือว่าเป็นหัวหน้าทีมรถแข่งที่ชื่อว่าทีมไทยแลนด์เพื่อพาเราไปแข่งในเวทีโลก 

    โดยมีนโยบาย เพื่อช่วยลดหนี้ของคนตัวเล็ก ผู้สูงวัยและธุรกิจขนาดเล็ก ซึ่งการจะไปแข่งบนโลกได้เราก็ต้องยกเครื่องใหม่ อาทิ การสนับสนุนการลงทุนในธุรกิจสีเขียว เพื่อให้ไปแข่งในเวทีโลกและมีเป้าหมายเพื่อเป็นแชมป์ในเวทีโลก ไม่ทำให้เศรษฐกิจไทยแพ้ชาติใด และเติบโตได้อย่างมีเสถียรภาพ ไม่ใช่โตแค่ 10% เหมือนในปี 40 โดยไม่ทิ้งใครไปข้างหลัง 

    ขณะที่วันนี้เศรษฐกิจไทยตอนนี้เจอหลายพายุ อาทิเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ฉะนั้นหน้าที่ของเราคือต้องคาดการณ์และเตรียมการรองรับ ซึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมา นายกฯ ก็เรียกประชุมทุกวัน โดยเราได้เตรียมออกแบบไว้แล้วทั้งเรื่องน้ำมัน ราคาสินค้า เพื่อไม่ให้ประชาชนเดือดร้อน เพราะเราฝันว่าอีก 4 ปีข้างหน้า เราจะต้องได้แชมป์ในเวทีโลก

    ขณะที่ นางศุภจี กล่าวว่า ดีใจที่ได้มาพบพี่น้องทุกคนและเป็นส่วนหนึ่งของพรรค ก่อนกล่าวว่าขอให้ทุกคนช่วยเป็นกระบอกเสียงของรัฐบาล แนะนำสิ่งต่างๆไปทำเพื่อให้เกิดผลเป็นสำเร็จ เพราะเราต้องการเปลี่ยนประเทศ เพื่อให้ประเทศไทยสู้และแข่งขันได้โดยไม่อายใคร 

    ส่วนเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง สิ่งที่ตนกังวลคือความไม่แน่นอนว่าจะจบเมื่อไหร่ ฉะนั้นสิ่งที่เราต้องทำตอนนี้คือทำให้ประชาชนเชื่อมั่นว่าทีมเราทุกคนต้องสามารถตอบโจทย์ได้ โดยในส่วนตนจะมีการควบคุมราคาสินค้าโดยใช้กลไกเพื่อให้จัดการได้อย่างเต็มที่ รวมถึงประสานกับผู้ประกอบการรายเล็กและใหญ่ ซึ่งเส้นทางการขนส่งสินค้าของเรา มีกว่า 60% ที่ต้องผ่านแหลมกู๊ดโฮป ซึ่งหากจะต้องขับอ้อมแหลมดังกล่าวต้องใช้เวลา 10 ถึง 15 วัน ฉะนั้นเราจะต้องหาวิธีว่าจะแก้ไขปัญหาเรื่องขนส่ง

    ส่วนเรื่องปุ๋ย เราอยู่ได้ถึงสิงหาคมนี้ ซึ่งหากขาดแคลนเราต้องหาเข้ามาเสริม โดยขณะนี้ตนจะไปคุยกับทางมาเลเซียและบรูไน

    ส่วนกรณีภาษีสหรัฐอเมริกา หลังศาลสูงสหรัฐได้เบรกในเรื่องภาษี ที่ผ่านมาเราได้ตกลงกับไว้เยอะโดยหวังว่าจะได้ 19% แต่พอมีคำสั่งดังกล่าว ผู้นำสหรัฐฯ ให้คงที่ 15 % ไประยะเวลา 150 วัน ฉะนั้นวันนี้เราจะต้องรีบจัดสรรภาระต้นทุน

    ส่วนเรื่องราคาเพื่อพืชผลเกษตร เราต้องดูแลจัดสรรทั้งระบบและดูว่าเราจะใช้พื้นที่ไหนปรับเปลี่ยนการปลูกพืชให้เป็นพืชเศรษฐกิจได้ซึ่งตนตั้งเป้า 1 ล้านไร่

    ส่วนเรื่องการแก้ปัญหาราคามะพร้าวน้ำหอม และพืชผลทางการเกษตร ที่ผ่านมาตนพยามดูในเรื่องการจัดการกับล้ง โดยจะมีการทำล้งกลางได้หรือไม่ ควบคู่ไปดูเรื่องปุ๋ย ฉะนั้นขอให้พี่น้องทุกคนติดต่อตนมาได้ เพื่อให้การเกษตรไทยยั่งยืน เพราะหากแก้ปัญหาภาคเกษตรได้ก็จะเปลี่ยนประเทศเพื่อให้เกิดความยั่งยืนได้

    นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ กล่าวว่า การต่างประเทศของเราอยู่นิ่งมานาน แล้วจะขับเคลื่อนอย่างไร โดยเฉพาะทางด้านเศรษฐกิจ และประชาชนจะรู้ได้อย่างไรว่าอำนวยความสะดวกให้แก่ประชาชนอย่างไร ครั้งนี้เป็นการเลือกตั้งครั้งแรก ซึ่งมีผลต่อการเลือกตั้ง ทุกคนควรตื่นตัวมากขึ้น และตอนนี้โลกปั่นป่วนมาก สหรัฐอเมริกาฉีกกติกาทุกอย่าง เราจะอยู่บนโลกที่ปั่นป่วนได้อย่างไร เราต้องมีการต่างประเทศที่เข้มแข็ง

    ด้านหนึ่งเรามีนายกฯ ที่เข้มแข็ง และทำงานเป็นทีมไทยแลนด์ สิ่งที่ท้าทายรัฐบาลในโลกที่กำลังปั่นป่วน ปัญหาเร่งด่วนที่ต้องแก้โดยเร็ว อาทิ ปัญหาในตะวันออกกลาง จะต้องอพยพคนและแก้ปัญหาอย่างไร มีแผนพร้อมแล้วหรือยัง และเราต้องมียุทธศาสตร์ที่รองรับการเปลี่ยนแปลง

    “ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์และศักดิ์ศรีของประเทศไทย อย่างเช่นกัมพูชาเขาเล่นมาแบบนี้ เราก็ต้องกลับไปแบบนี้เหมือนกัน แต่เราก็ต้องอยู่ร่วมกับพวกเขา ส่วนอเมริกา เราก็อยู่ให้ได้ แต่ถ้าเขากระทบศักดิ์ศรีเรา เราก็ยอมไม่ได้ เพราะผลประโยชน์ของเราสำคัญที่สุด”

    นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า อยากให้ทุกท่านเข้าไปอยู่ในสภาฯ และช่วยยกระดับผ่านชั้น กมธ. และภารกิจสภา ขับเคลื่อนนโยบายต่างประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/40887&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04xz2aBfmMhf_vD2BeZDcG

  •  ‘ไชยชนก’ ลั่น ‘รัฐบาลอนุทิน’ ตกผลึก 99.99% 

     ‘ไชยชนก’ ลั่น ‘รัฐบาลอนุทิน’ ตกผลึก 99.99% 

    ไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงทิศทางการทำงานของพรรคและความชัดเจนในการจัดตั้งรัฐบาลว่า ขณะนี้กระบวนการ “ตกผลึกแล้ว 99.99%” โดยส่วนที่เหลืออีก 0.1% เว้นไว้สำหรับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอ อย่างไรก็ตาม รายละเอียดทั้งหมดขอให้ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นผู้แถลงอย่างเป็นทางการด้วยตนเอง  

    จากการที่พรรคภูมิใจไทยมีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเท่าตัว มีทั้ง สส. เก่าและใหม่จำนวนมาก ไชยชนก เน้นย้ำว่า เป้าหมายของการสัมมนาครั้งนี้คือการสร้างความกลมเกลียวภายใต้วัฒนธรรม “อยู่กันเป็นครอบครัว” พร้อมส่งสัญญาณเตือนถึงกลุ่มที่พยายามสร้าง “คลื่นใต้น้ำ” หรือแบ่งฝักแบ่งฝ่าย (มุ้ง) ภายในพรรคว่า  

    ”ถ้าเกิดใครทำเรื่องนี้แล้วทำให้เกิดผลกระทบ เราจะมีบทลงโทษและการจัดการอย่างเด็ดขาดแน่นอนจากฝ่ายบริหาร“ ไชยชนก กล่าว 

    เลขาธิการพรรคฯ ยอมรับว่า ในอดีตเคยมีปัญหาคลื่นใต้น้ำที่สั่นคลอนเอกภาพของพรรคมาแล้ว แต่ครั้งนี้ มีการปรับระบบการทำงานใหม่ เปิดพื้นที่ให้คนทำงานจริงได้แสดงผลงาน จึงเชื่อว่าจะช่วยสลายความเป็นมุ้งลงได้ 

    สำหรับก้าวต่อไปของพรรคภูมิใจไทย ไชยชนกเผยว่า จะมีการเพิ่มความสำคัญในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ ให้ทำงานควบคู่ไปกับฝ่ายบริหาร อย่างเป็นระบบมากขึ้น เพื่อวางรากฐานการพัฒนาประเทศ และแก้ไขวิกฤตความไม่แน่นอนต่างๆ ที่รุมเร้าอยู่ในปัจจุบัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/bhumjaithai-chaichanok-8mar26&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SBe_gY9spypabkOkqlrnP

  • ครั้งแรก! ขอนแก่นจัดใหญ่ “เทศกาลว่าวนานาชาติ 2026” นักท่องเที่ยวไทย-เทศ แห่ชมคึกคัก

    ครั้งแรก! ขอนแก่นจัดใหญ่ “เทศกาลว่าวนานาชาติ 2026” นักท่องเที่ยวไทย-เทศ แห่ชมคึกคัก

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/133547&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nW4yO6i2v_HOcn-v54d7f

  • ดาวรุ่งจีนโค่นมือสูงกว่า คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวโกย300แต้ม ปิดหวดไอทีเอฟที่ไทย

    ดาวรุ่งจีนโค่นมือสูงกว่า คว้าแชมป์หญิงเดี่ยวโกย300แต้ม ปิดหวดไอทีเอฟที่ไทย

    การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก รายการใหญ่ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 7 มี.ค. 2569 เป็นวันสุดท้าย โดย นายธานี แสนยาอุโฆษ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และประธานฝ่ายพัฒนาเยาวชน เป็นประธาน

    ประเภทหญิงเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ หลิน ยู่ จุน ดาวรุ่งวัย 15 ปี จากแดนมังกร ประเทศจีน มือวางอันดับ 14 และมือ 91 เยาวชนโลก ปราบนักหวดร่วมชาติที่มีอันดับเยาวชนโลกสูงกว่าอย่าง ฉู อี้ฮั่น วัย 16 ปี มือวางอันดับ 2 และมือ 27 เยาวชนโลก ด้วยสกอร์ 6-4 ทั้งสองเซต

    หลิน ยู่ จุน ได้ครองแชมป์หญิงเดี่ยวศึกไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1) ที่ประเทศไทย โดยนับเป็นแชมป์ไอทีเอฟ จูเนียร์ส รายการที่ 4 ของตัวเอง พร้อมกันนี้ ยังได้รับคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลกสูงถึง 300 คะแนน ส่วน ฉู อี้ฮั่น ในฐานะรองแชมป์ ได้รับ 210 คะแนน

    ด้านประเภทชายเดี่ยว มารัต ซัลบีเยฟ นักหวดจากแดนหมีขาว รัสเซีย วัย 18 ปี มือวางอันดับ 15 และมือ 75 เยาวชนโลก ดับฝันในการคว้าแชมป์อีกครั้งของ แดน แบรนด์ วัย 16 ปี จากอิสราเอล มือ 84 เยาวชนโลก เจ้าของแชมป์ศึกไอทีเอฟ เจ200 ที่ไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน โดยในรอบชิงชนะเลิศ สัปดาห์นี้ มารัต ซัลบีเยฟ เอาชนะ แดน แบรนด์ ได้ 2 เซตรวด 6-4 และ 6-3

    มารัต ซัลบีเยฟ ขึ้นแท่นแชมป์ชายเดี่ยว พร้อมรับคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลกสูงถึง 300 คะแนน ทั้งนี้ นับเป็นการได้แชมป์ไอทีเอฟ จูเนียร์ส รายการที่ 6 ของตัวเอง ในขณะที่ แดน แบรนด์ รับบทพระรอง ได้ 210 คะแนน แต่ก็ถือเป็นผลงานที่ดีของนักหวดรายนี้ ซึ่งเดินทางมาแข่งขันที่ประเทศไทย 2 รายการติด ได้ไป 1 แชมป์ และ 1 รองแชมป์จากชายเดี่ยว

    ทั้งนี้ หลังจบการแข่งขัน นายธานี แสนยาอุโฆษ กรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ และประธานฝ่ายพัฒนาเยาวชน ได้มอบรางวัลให้แก่นักกีฬา โดยมี นายอมร ดวงปิ่นคำ ผู้ตัดสินชี้ขาด สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมด้วย เพื่อเป็นเกียรติแก่นักกีฬาที่ได้รางวัลจากการแข่งขันรายการใหญ่ในประเทศไทย.  

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/959273/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g1B4N4kVpnp6w_ybynl0o

  • “รมว.อรรถกร” ร่วมประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ติดตามทิศทางพัฒนากีฬาไทย พร้อมหนุนความร่วมมือทุกภาคส่วนสู่เวทีนานาชาติ

    “รมว.อรรถกร” ร่วมประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ติดตามทิศทางพัฒนากีฬาไทย พร้อมหนุนความร่วมมือทุกภาคส่วนสู่เวทีนานาชาติ

    “รมว.อรรถกร” ร่วมประชุมคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ ติดตามทิศทางพัฒนากีฬาไทย พร้อมหนุนความร่วมมือทุกภาคส่วนสู่เวทีนานาชาติ

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้าร่วมการประชุมคณะกรรมการบริหารของ คณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งมี ผศ. พิมล ศรีวิกรม์ ประธานคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทย เป็นประธานการประชุม ณ บ้านอัมพวัน โดยมีคณะกรรมการบริหาร ผู้แทนสมาคมกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง เพื่อหารือแนวทางการพัฒนาวงการกีฬาไทยและการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาไทยสู่การแข่งขันระดับนานาชาติ

    ในการประชุมครั้งนี้ ที่ประชุมได้รับทราบถึงพระกรุณาธิคุณจาก สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงรับเป็นองค์ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ นับเป็นกำลังสำคัญในการส่งเสริมและยกระดับวงการกีฬาไทยให้มีความเข้มแข็ง พร้อมทั้งสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพนักกีฬาไทยให้ก้าวสู่ความเป็นเลิศในเวทีระดับโลก

    นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้พิจารณาประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการสนับสนุนสมาคมกีฬาต่าง ๆ การพัฒนาระบบบริหารจัดการกีฬา รวมถึงการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาไทยในการแข่งขันมหกรรมกีฬานานาชาติในอนาคต โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สมาคมกีฬา และองค์กรกีฬาระดับประเทศ เพื่อยกระดับระบบการพัฒนานักกีฬาไทยให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

    นายอรรถกร กล่าวว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาพร้อมสนับสนุนการดำเนินงานของคณะกรรมการโอลิมปิคแห่งประเทศไทยฯ และสมาคมกีฬาต่าง ๆ อย่างเต็มที่ เพื่อผลักดันศักยภาพนักกีฬาไทยให้สามารถสร้างผลงานในเวทีนานาชาติ ควบคู่กับการพัฒนาระบบบริหารจัดการกีฬาให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และยั่งยืน ซึ่งจะเป็นกลไกสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์และความสำเร็จของวงการกีฬาไทยในระยะยาว ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวถือเป็นเวทีสำคัญในการกำหนดทิศทางการพัฒนากีฬาไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อขับเคลื่อนวงการกีฬาไทยให้ก้าวหน้าและสามารถแข่งขันได้ในระดับนานาชาติอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/67793&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Vaql6XxaTFiff03ZSnN5S

  • รวบหนุ่มอินเดียปล่อยกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยโหด

    รวบหนุ่มอินเดียปล่อยกู้นอกระบบ ดอกเบี้ยโหด

    วันเสาร์ ที่ 07 มีนาคม พ.ศ. 2569, 20.29 น.

    ขอนแก่น-เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดขอนแก่น บูรณาการกำลังร่วมกับตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น จับกุมชายสัญชาติอินเดีย หลังพบพฤติกรรมตระเวนปล่อยเงินกู้นอกระบบเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด พร้อมพบการกระทำผิดตามกฎหมายอื่นเพิ่มเติม

    เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า การจับกุมครั้งนี้อยู่ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.ท.ปรีชา ประดิษฐ์ศิลป์ สารวัตรใหญ่ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดขอนแก่น และ พ.ต.ท.วรกานต์ สาระปัญญา สารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดขอนแก่น โดยมอบหมายให้ ร.ต.อ.สรายุทธ พิลามา รองสารวัตรตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดขอนแก่น พร้อมชุดสืบสวนปราบปราม ตม.จว.ขอนแก่น บูรณาการกำลังร่วมกับเจ้าหน้าที่ ส.ทท.1 กก.1 บก.ทท.2 หรือหน่วยตำรวจท่องเที่ยวขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจสอบหลังได้รับแจ้งเบาะแสจากพลเมืองดี

    เบาะแสระบุว่ามีชายลักษณะคล้ายชาวต่างชาติขับรถจักรยานยนต์ตระเวนปล่อยเงินกู้และเก็บเงินจากชาวบ้านในพื้นที่บ้านคำไฮ ตำบลหนองโก อำเภอกระนวน จังหวัดขอนแก่น เจ้าหน้าที่จึงวางแผนเฝ้าสังเกตการณ์ในพื้นที่

    ต่อมาเจ้าหน้าที่พบชายต้องสงสัยขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า รุ่น Forza สีขาว เข้ามาเก็บเงินจากแม่ค้าในหมู่บ้าน จึงแสดงตัวเข้าตรวจสอบ เบื้องต้นชายดังกล่าวไม่สามารถแสดงหนังสือเดินทางได้ เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวไปตรวจสอบเพิ่มเติมที่สถานีตำรวจภูธรกระนวน

    ภายหลังภรรยาของผู้ต้องหาได้นำหนังสือเดินทางมาแสดงต่อเจ้าหน้าที่ ทราบชื่อคือ นายอามาน (นามสมมติ) อายุ 23 ปี สัญชาติอินเดีย

    จากการตรวจค้นพบของกลางประกอบด้วย เงินสดจำนวน 19,000 บาท ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋ากางเกง โทรศัพท์มือถือยี่ห้อ OPPO รุ่น A5 Pro 5G ซึ่งตรวจพบหลักฐานการสนทนาเกี่ยวกับการกู้ยืมเงินผ่านแอปพลิเคชัน Messenger รถจักรยานยนต์ฮอนด้า รุ่น Forza สีขาว รวมถึงสมุดบันทึกรายชื่อผู้กู้เงินและเอกสารคำให้การพยาน

    จากการสอบสวนเบื้องต้น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า เงินสดดังกล่าวเป็นเงินที่นำมาปล่อยกู้ให้กับชาวบ้านจริง โดยเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ตัวอย่างเช่น เงินต้น 1,000 บาท ต้องผ่อนชำระวันละ 120 บาท เป็นระยะเวลา 10 วัน รวมดอกเบี้ยคิดเป็นร้อยละ 20 ภายใน 10 วัน

    นอกจากนี้ จากการตรวจสอบเพิ่มเติมพบว่า ผู้ต้องหาทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และไม่ได้แจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าพนักงาน เมื่อพำนักอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วัน

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อกล่าวหา ได้แก่ ให้บุคคลอื่นกู้ยืมเงินโดยเรียกดอกเบี้ยเกินกว่าอัตราที่กฎหมายกำหนด เป็นบุคคลต่างด้าวทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน และเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรเกิน 90 วันโดยไม่แจ้งที่พักอาศัยต่อเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 37(5) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522

    จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สภ.กระนวน จังหวัดขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/468433&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw19dYjw9s4cUQh3LrV6lUH0

  • จัดหนักของดีโคราช !

    จัดหนักของดีโคราช !

    จัดหนักของดีโคราช ! ‘มิตรรัก ทั่วไทย’ บุกวังน้ำเขียว

    วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    สองพิธีกรอารมณ์ดี “พ่อเอ-ไชยา” และ “ลูกแป้ง-ศรันฉัตร์” พาเที่ยวแหล่งโอโซนอันดับ 7 ของโลก และอันดับ 1 ของประเทศไทย “สวิตเซอร์แลนด์แดนอีสาน” ที่อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมาเปิดทริปที่สวนดอกเบญจมาศ ตำบลไทยสามัคคี ท่ามกลางบรรยากาศงาน “เบญจมาศบานในม่านหมอก” พร้อมการต้อนรับอบอุ่นจากชาวบ้าน ต้อนรับสองพ่อลูกด้วยเพลง “ประวัติหมู่บ้านไทยสามัคคี” ร้องโดยผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน ตีกลองโดยกำนันของตำบลไทยสามัคคี โดยมี พี่กบ-ดารารัตน์ สระเจริญ ผู้ประสานงานหมู่บ้านท่องเที่ยว เล่าถึงจุดเด่นชุมชนที่โดดเด่นทั้งแหล่งท่องเที่ยวและสินค้าเกษตรคุณภาพจากนั้นพาไปที่วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรแปรรูปแก่นตะวันไทบ้าน ชมแปลงปลูก “แก่นตะวัน” พืชพรีไบโอติกที่มีใยอาหารสูง ช่วยกระตุ้นการขับถ่าย และเป็นสินค้าโอทอปเด่นของพื้นที่ พร้อมชิมผลิตภัณฑ์แปรรูปหลากหลายทั้งชาดอกแก่นตะวัน ชาใบแก่นตะวัน แก่นตะวันสด คุกกี้แก่นตะวัน รวมถึงขมิ้นขาวและขมิ้นหนึบของดีประจำชุมชน

    ต่อด้วยการเยือนสวนผักสลัดป้าแดง แปลงผักปลอดสารของชาวบ้านไทยสามัคคี ชมขั้นตอนเพาะต้นกล้า  ตัดผักสด ๆ จากแปลง และชิมเมนูผักสลัดจานโตจากนั้นไปอร่อยกันที่ร้านครัวต้นไทร ร้านอาหารพื้นบ้านที่ขึ้นชื่อเมนูปลาและเห็ด อาทิ น้ำพริกเห็ด และปลานึ่งสมุนไพร พร้อมเกริ่นต่อเทปหน้ากับการพาไปดูของดีของวังน้ำเขียว ทั้งพาไปดูฟาร์มเห็ด และผลิตภัณฑ์แปรรูปชื่อดังอย่างแหนมเห็ด และข้าวเกรียบเห็ดสอง ปิดท้ายด้วยการช่วยชาวบ้านขายสินค้าชุมชม ตามสไตล์ พ่อเอ-ลูกแป้ง แฟน ๆ ทางบ้านที่สนใจสินค้าของวิสาหกิจชุมชนไหนที่ รายการ มิตรรัก ทั่วไทย เดินทางไป  สามารถสนับสนุนสั่งซื้อสินค้าได้ที่เว็บไซต์ shop.bugaboo.tv  

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/entertain/951153&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37Q_Ht2utU34EtTY5UjkEi

  • นักศึกษาท่องเที่ยวอีเวนต์ DPU ยกทีมจัด 2 เวทีการแข่งขันระดับชาติ

    นักศึกษาท่องเที่ยวอีเวนต์ DPU ยกทีมจัด 2 เวทีการแข่งขันระดับชาติ

    วันอาทิตย์ ที่ 8 มีนาคม พ.ศ. 2569, 10.19 น.

    นักศึกษาท่องเที่ยวอีเวนต์ DPU ยกทีมจัด 2 เวทีการแข่งขันระดับชาติ บริหารงานครบวงจรสร้างมืออาชีพตั้งแต่ชั้นปีหนึ่ง

    8 มีนาคม 2569 นักศึกษาหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ ชั้นปีที่ 1 และ 2 คณะการท่องเที่ยวและการโรงแรม มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) แสดงศักยภาพการจัดงานอีเวนต์ระดับมืออาชีพ ด้วยการยกทีมบริหารจัดการการแข่งขันทักษะวิชาชีพระดับชาติถึง 2 รายการ ภายใต้การเรียนการสอนในรายวิชาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับธุรกิจอีเวนต์ โดยนักศึกษาได้ลงมือปฏิบัติงานจริงครบทุกกระบวนการ ตั้งแต่การวางแผนงานไปจนถึงการดำเนินงานบนเวที

    กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันทักษะวิชาชีพด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม และการประกอบอาหาร ระดับชาติ ครั้งที่ 1 ซึ่งจัดขึ้นที่มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา โดยมีนักศึกษาจากหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์รับผิดชอบการจัดการแข่งขันใน 2 รายการสำคัญ ได้แก่ การแข่งขันทักษะมัคคุเทศก์นำเที่ยวประเภทลีลา ภายใต้หัวข้อ “Z-Traveler Story: เล่าเรื่องเมืองเก่าในสไตล์คนรุ่นใหม่” และ การแข่งขันตอบคำถามด้านการท่องเที่ยว การโรงแรม และการประกอบอาหาร ภายใต้แนวคิด “Smart Tourism Smart Hospitality” การจัดงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงกิจกรรมสนับสนุนเบื้องหลัง แต่เป็นการมอบหมายภารกิจจริงให้นักศึกษาเป็นทีมบริหารจัดการงานอีเวนต์อย่างเต็มรูปแบบ นักศึกษาได้ฝึกวางแผนงาน (Event Action Plan) ออกแบบโครงสร้างทีมงาน แบ่งหน้าที่รับผิดชอบ และบริหารทรัพยากรในแต่ละฝ่ายอย่างเป็นระบบ

    ฝึกครบทุกฝ่ายงานแบบมืออาชีพ

    นักศึกษาทุกคนได้หมุนเวียนรับผิดชอบงานในฝ่ายต่าง ๆ ที่ใช้จริงในอุตสาหกรรมอีเวนต์ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายอำนวยการและวางแผนโครงการ ฝ่ายประสานงานผู้เข้าแข่งขัน ฝ่ายลงทะเบียนและต้อนรับ (Registration & Reception) ฝ่ายพิธีการและควบคุมเวที (Stage Management) ฝ่ายเทคนิค แสง สี เสียง และสื่อมัลติมีเดีย รวมถึงการประเมินผลและสรุปรายงาน นอกจากนี้ นักศึกษายังได้รับคำแนะนำจากอาจารย์กฤติเดช ทองเพิ่ม ผู้ช่วยประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งร่วมทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้คำปรึกษาในการดำเนินงานร่วมกับอาจารย์ผู้สอนในหลักสูตร สะท้อนการเชื่อมโยงการเรียนการสอนกับเครือข่ายวิชาชีพและภาคอุตสาหกรรมอย่างเป็นรูปธรรม

    เวทีฝึกจริงของพิธีกรรุ่นใหม่

    หนึ่งในบทบาทที่ได้รับคำชื่นชมคือการทำหน้าที่พิธีกรฝ่ายพิธีการ โดยตัวแทนนักศึกษาชั้นปีที่ 2 นางสาวณัฏฐนันท์ ท้วมอุธรรม และนางสาวรัตนาวดี ถาวรทัศ กล่าวว่า “การขึ้นเวทีต่อหน้าผู้เข้าแข่งขันระดับชาติทำให้ตระหนักถึงความสำคัญของบทบาทพิธีกรในงานพิธีการ ทั้งการเตรียมสคริปต์ การบริหารจังหวะเวลา และการประสานงานกับทีมงานหลังเวที ซึ่งเป็นประสบการณ์สำคัญที่ช่วยพัฒนาทักษะและความมั่นใจในการทำงานจริง”

    ด้านพิธีกรภาคสนามทั้งนางสาวลลิตา ธีรานุกูล และนางสาวนิสา แปลก ซึ่งเป็นนักศึกษาชั้นปีที่ 1 กล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “แม้งานแข่งขันจะมีความเป็นทางการและจริงจัง แต่หน้าที่ของพิธีกรคือการสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลายให้ผู้เข้าแข่งขัน การได้มีโอกาสฝึกทำหน้าที่พิธีกรตั้งแต่เรียนชั้นปีที่ 1 จึงเป็นประสบการณ์ที่ท้าทายและเปิดมุมมองใหม่ต่อเส้นทางอาชีพในอนาคต ต้องขอบคุณอาจารย์ทุกท่านที่ให้การสนับสนุนและผลักดันให้นักศึกษาได้ทดลองทำอะไรใหม่ ๆ เพื่อเปิดประสบการณ์แห่งการเรียนรู้”

    เสียงตอบรับเชิงบวก ตอกย้ำศักยภาพนักศึกษา

    ภาพรวมการจัดการแข่งขันทั้งสองเวทีได้รับเสียงชื่นชมจากคณะกรรมการและผู้เข้าร่วมงานในด้านความเป็นระบบ ความราบรื่นของการดำเนินงาน และความเป็นมืออาชีพของทีมงานนักศึกษา สะท้อนศักยภาพของนักศึกษาที่สามารถบริหารจัดการอีเวนต์เชิงวิชาการขนาดใหญ่ได้ แม้อยู่เพียงชั้นปีที่ 1 และ 2

    ด้าน ศิริพร พานิชเกษม หัวหน้าหลักสูตรการท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ กล่าวว่า “เป้าหมายของหลักสูตรคือการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้เรียนรู้จากสถานการณ์จริง การจัดงานครั้งนี้จึงไม่ใช่เพียงการฝึกทักษะ แต่เป็นการทำความเข้าใจระบบการจัดงานอีเวนต์ทั้งภาพรวมและรายละเอียด ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญก่อนก้าวสู่การทำงานในอุตสาหกรรมอย่างแท้จริง”

    เวทีเรียนรู้ที่มากกว่าทฤษฎี

    การที่นักศึกษาชั้นปีที่ 1 และ 2 ได้รับโอกาสบริหารจัดการงานแข่งขันระดับชาติ สะท้อนแนวทางการจัดการเรียนการสอนของ DPU ที่มุ่งสร้างมืออาชีพผ่านการลงมือปฏิบัติจริง นักศึกษาไม่ได้เป็นเพียงผู้ช่วยงาน แต่เป็น “ทีมจัดงานอีเวนต์ตัวจริง” ที่ได้สัมผัสทั้งความรับผิดชอบ ความกดดัน และความภาคภูมิใจจากผลงานของตนเอง ประสบการณ์บนเวทีจริงเช่นนี้จึงเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่าการเรียนด้านอีเวนต์ที่ DPU ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในห้องเรียน แต่คือการสร้างประสบการณ์จริงเพื่อหล่อหลอมศักยภาพของนักศึกษาให้พร้อมก้าวสู่การเป็นมืออาชีพในอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและธุรกิจอีเวนต์ตั้งแต่วันแรกของการเรียนรู้”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/relation/951362&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0KDfVqy9WKudGI8fMfZHp9

  • ตำรวจน่านใจดี! ช่วยนักท่องเที่ยวรถแบตหมดที่บ่อเกลือ จนเดินทางต่อได้ปลอดภัย | TOPNEWS

    ตำรวจน่านใจดี! ช่วยนักท่องเที่ยวรถแบตหมดที่บ่อเกลือ จนเดินทางต่อได้ปลอดภัย | TOPNEWS

    เจ้าหน้าที่ตำรวจจังหวัดน่านให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยว หลังรถยนต์สตาร์ทไม่ติดจากแบตเตอรี่หมด จนสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่อได้อย่างปลอดภัย สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน

    วันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น. ศูนย์วิทยุนครน่าน 191 ได้รับแจ้งจากนักท่องเที่ยวว่ารถยนต์สตาร์ทไม่ติดเนื่องจากแบตเตอรี่หมด จึงประสานไปยัง สถานีตำรวจภูธรบ่อเกลือ จังหวัด น่าน เพื่อเข้าช่วยเหลือ

    ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.สมชาย ธิติพลวิภาส ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรบ่อเกลือ และ พ.ต.ทสุทธิศักดิ์ มลิวรรณ รองผู้กำกับการป้องกันปราบปราม ได้มอบหมายให้ พ.ต.ตเทวฤทธิ์ วานิชพันธุ์ สารวัตรป้องกันปราบปราม พร้อมด้วย ร.ต.อ.พินิจ ฝีปากเพราะ รองสารวัตรป้องกันปราบปราม และเจ้าหน้าที่สายตรวจรถยนต์ ลงพื้นที่ตรวจสอบและให้การช่วยเหลือตามที่ได้รับแจ้ง

    เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบสภาพรถและให้ความช่วยเหลือเบื้องต้น จนสามารถแก้ไขปัญหาได้สำเร็จ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางท่องเที่ยวต่อไปได้อย่างปลอดภัย สร้างความประทับใจต่อการให้บริการและการดูแลนักท่องเที่ยวของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ สามารถ โทรศัพท์แจ้งศูนย์วิทยุ 191 น่าน ได้ตลอดเวลา 24 ชั่วโมง

    กัลยา สองเมืองแก่น ผู้สื่อข่าว TopNewsทั่วไทย จ.น่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1509420&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QCRTJqnCbsGgFmPCCNP-z

  • น่าน นำผู้ประกอบการหัตถกรรม ร่วมงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 77 ขยายตลาดท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ | TOPNEWS

    น่าน นำผู้ประกอบการหัตถกรรม ร่วมงานไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 77 ขยายตลาดท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ | TOPNEWS

    ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ขนทัพผู้ประกอบการหัตถกรรม 30 ราย ร่วมงาน “ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 77” ณ ศูนย์สิริกิติ์ ชูพลัง Soft Power ทั้งเครื่องเงิน ผ้าทอ และงานแกะสลักสุดประณีต

    นายเสริฐ ไชยยานันตา ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน เปิดเผยว่า สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน จัดกิจกรรมส่งเสริมและขยายช่องทางการตลาดผลิตภัณฑ์งานหัตถกรรมของจังหวัดน่าน เพื่อพัฒนาและยกระดับกิจกรรมการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ให้สามารถตอบสนองต่อตลาดการท่องเที่ยว และสนับสนุนแนวทางของจังหวัดในการขับเคลื่อนเมืองน่านสู่เครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ของยูเนสโก

    กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นโดย สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดน่าน ซึ่งได้นำผู้ประกอบการและชุมชนจากจังหวัด น่าน เข้าร่วมออกบูธนำเสนอผลิตภัณฑ์ในงาน ไทยเที่ยวไทย ครั้งที่ 77 ระหว่างวันที่ 5–8 มีนาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

    ภายในงานมีผู้ประกอบการจากจังหวัดน่านเข้าร่วมจำนวน 30 ราย นำผลิตภัณฑ์หัตถกรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาจัดแสดงและจำหน่าย อาทิ งานหัตถกรรมจักสาน งานหัตถกรรมเครื่องเงิน งานหัตถกรรมจากผ้า จิตรกรรมฝาผนังสกุลช่างน่าน งานปั้น และงานแกะสลักไม้

    การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อเพิ่มมูลค่าการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ ผ่านทุนทางวัฒนธรรมและซอฟต์พาวเวอร์ของจังหวัดน่าน ที่มีความหลากหลายในแต่ละพื้นที่ พร้อมทั้งสร้างโอกาสทางการตลาดให้กับผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น ให้สามารถเข้าถึงกลุ่มนักท่องเที่ยวและผู้บริโภคได้มากยิ่งขึ้น

    กัลยา สองเมืองแก่น ผู้สื่อข่าว TopNewsทั่วไทย จ.น่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1509407&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2tmGp8u23-2oEUc33Ax29Y