Blog

  • C

    C

    CH เดินหน้าปรับกลยุทธ์ไตรมาส 1/69 ต่อยอดวิสัยทัศน์ “Expand Control and Be Known” ขับเคลื่อนองค์กรแบบ Agile and Accelerated Execution เร่งขยายตลาดใหม่ พัฒนาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภค บริหารต้นทุนเข้มงวด เสริมความแข็งแกร่งธุรกิจระยะยาว รับมือภาวะเศรษฐกิจโลกผันผวน ความไม่แน่นอนทางการค้าจากสงคราม และเงินบาทแข็งตัว

    CH ปรับกลยุทธ์ Q1/69 เร่งขยายตลาด-พัฒนาผลิตภัณฑ์ รับมือเศรษฐกิจโลกผันผวน

    นายประวิทย์ ศรีแสงนาม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจริญอุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือ CH ผู้ผลิตและจำหน่ายผลไม้และอาหารแปรรูป ได้แก่ ผลไม้อบแห้ง ปลากระป๋อง และขนมเพื่อสุขภาพ เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินธุรกิจไตรมาส 1/2569 บริษัทยังคงต่อยอดวิสัยทัศน์ “Expand Control and Be Known” มุ่งขยายตลาดควบคู่กับการขยายฐานลูกค้า ควบคุมต้นทุนอย่างเข้มงวด และสร้างการรับรู้ของแบรนด์ในตลาดโลก โดยขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด Agile and Accelerated Execution หรือ การดำเนินงานเชิงรุกด้วยความคล่องตัวและรวดเร็ว เพื่อให้สามารถปรับตัวและรับมือต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงได้อย่างทันท่วงที

    โดยดำเนินงานผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก คือ 1. การกระจายความเสี่ยงทางการตลาด ผ่านการขยายฐานลูกค้าใหม่ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อาทิ กลุ่มประเทศในยุโรป ซึ่งมีแนวโน้มความต้องการสินค้าอาหารแปรรูปและอาหารเพื่อสุขภาพเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ลดการพึ่งพาตลาดหลัก ควบคู่กับการเพิ่มสัดส่วนช่องทางจำหน่ายในประเทศผ่าน Modern Trade และช่องทางออนไลน์ รวมถึงการเข้าร่วมงานแสดงสินค้าในต่างประเทศ ยกระดับการรับรู้แบรนด์ในระดับสากล สร้างโครงสร้างรายได้ที่สมดุลและลดความเสี่ยงจากปัจจัยภายนอกที่ควบคุมไม่ได้

    การพัฒนาผลิตภัณฑ์และสร้างมูลค่าเพิ่ม โดยมีแผนเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่องตลอดปี 2569 ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ปลากระป๋องและขนมเพื่อสุขภาพ รองรับพฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่และแนวโน้มสินค้าสุขภาพที่เติบโต กลยุทธ์ดังกล่าวมีเป้าหมายเพิ่มความหลากหลายของสินค้า ขยายฐานลูกค้าใหม่ และเสริมศักยภาพการแข่งขันในตลาดต่างประเทศ

    การบริหารต้นทุน สภาพคล่อง และการลงทุนเชิงกลยุทธ์ ให้ความสำคัญกับการบริหารต้นทุนและสภาพคล่องอย่างรอบคอบ โดยเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิต ควบคุมค่าใช้จ่าย และบริหารจัดการวัตถุดิบอย่างมีประสิทธิภาพ รักษาความสามารถในการทำกำไร ขณะเดียวกัน ยังพิจารณาการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในโครงสร้างพื้นฐานด้านการผลิตและการจัดเก็บวัตถุดิบ เพิ่มความยืดหยุ่นในการดำเนินธุรกิจ และรองรับการเติบโตในอนาคต

    นอกจากนี้ บริษัทมีแผนลงทุนในที่ดินและขยายห้องเย็นเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารวัตถุดิบในฤดูกาลหลัก ลดต้นทุนสินค้าขายในระยะยาว และรองรับการเติบโตของคำสั่งซื้อในอนาคต ควบคู่กับการดำเนินธุรกิจตามหลกั ESG อย่างเป็นรูปธรรม

    ทั้งนี้ แม้สถานการณ์ความขัดแย้งและความตึงเครียดในหลายภูมิภาคของโลกจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและการค้าโลก แต่ก็ยังคงสะท้อนถึงความต้องการอาหารสำรองที่เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ ซึ่งประเทศไทยในฐานะครัวโลก จึงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นไปด้วย

    “สถานการณ์โลกในปัจจุบันทำให้หลายประเทศให้ความสำคัญกับการสำรองอาหารสำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินมากขึ้น โดยเฉพาะสินค้าอาหารที่สามารถเก็บรักษาได้นานและพร้อมทาน ซึ่งถือเป็นโอกาสของบริษัทในการขยายฐานลูกค้าใหม่ในภูมิภาคต่างๆ พร้อมนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของตลาดโลก” นายประวิทย์ กล่าว

    อย่างไรก็ตาม บริษัทให้ความระมัดระวังต่อปัจจัยเสี่ยงทางธุรกิจจากสถานการณ์ความไม่สงบและความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ไม่ว่าจะเป็นอัตราแลกเปลี่ยน ต้นทุนวัตถุดิบ และมาตรการทางการค้าของแต่ละประเทศ ดังนั้น CH จึงให้ความสำคัญกับการบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้าน และได้วางแนวทางรับมือต่อสถานการณ์ดังกล่าว โดยเฉพาะการบริหารจัดการด้านโลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อรองรับความท้าทายของสถานการณ์โลก และรักษาเสถียรภาพของธุรกิจและสร้างการเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

    สำหรับผลประกอบการงวดปี 2568 บริษัทมีรายได้รวม 1,704.72 ล้านบาท และขาดทุนสุทธิ 17.82 ล้านบาท เป็นผลจากความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและความไม่แน่นอนด้านนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา (Reciprocal Tariff) รวมถึงความผันผวนของค่าเงินบาทที่ทยอยแข็งค่าในช่วงเวลาดังกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/iepdg26e3d0uy85ul8hd2abw4zjhqkw8&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw31dfvwfJuv3fWWqJyejU-d

  • สัญญาณอันตราย! โพลเผยคนไทย 83% เสี่ยงขาดสภาพคล่อง กอช. แนะสูตร “50-30-20” กู้พิษเศรษฐกิจก่อนสาย

    สัญญาณอันตราย! โพลเผยคนไทย 83% เสี่ยงขาดสภาพคล่อง กอช. แนะสูตร “50-30-20” กู้พิษเศรษฐกิจก่อนสาย

    กอช. ชูสูตรบริหารเงิน 50-30-20 พร้อมสิทธิพิเศษออมเงินรับบำนาญตลอดชีพ

    กอช. เปิดสัญญาณเตือนภัยเศรษฐกิจครัวเรือน! หลังผลสำรวจพบคนไทยกว่า 83% มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 3 เดือน เสี่ยงล้มละลายทางการเงินหากเกิดเหตุไม่คาดฝัน แนะเร่งปรับพฤติกรรมใช้สูตรบริหารเงิน “50-30-20” สร้างเกราะคุ้มกัน พร้อมชูการออมรับบำนาญกับ กอช. เริ่มต้นเพียง 50 บาท

    วิกฤต “ระเบิดเวลา” ทางการเงินของคนไทย

    นายยรรยง ราชานนท์ ผู้ช่วยเลขาธิการ กอช. เปิดเผยข้อมูลที่น่ากังวลจากสวนดุสิตโพล พบว่าความเปราะบางทางการเงินของคนไทยอยู่ในระดับวิกฤต:

    • ร้อยละ 48.32: มีเงินสำรองฉุกเฉินไม่ถึง 1 เดือน

    • ร้อยละ 35.24: มีเงินสำรองฉุกเฉินเพียง 1-3 เดือน

    • รวมกว่าร้อยละ 83.56: กำลังเผชิญความเสี่ยงรุนแรง หากต้องหยุดงานกะทันหัน ซึ่งอาจนำไปสู่การเป็นหนี้นอกระบบและภาระต่อลูกหลานในอนาคต

    แก้เกมด้วยสูตร “50-30-20” สร้างภูมิคุ้มกันเงินขาดมือ

    กอช. รณรงค์ให้ประชาชนเริ่มจัดสรรรายได้เพื่อสร้างความมั่นคงตั้งแต่วันนี้ โดยใช้หลักการแบ่งเงินง่ายๆ ดังนี้:

    1. 50% (Needs): สำหรับค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในชีวิตประจำวัน

    2. 30% (Wants): สำหรับค่าใช้จ่ายส่วนตัวตามไลฟ์สไตล์

    3. 20% (Savings): สำหรับการออมและการลงทุน โดยเน้นสะสมเงินสำรองฉุกเฉินให้ครบ 3-6 เดือนเป็นอันดับแรก

    กอช. เครื่องมือปั้นเงินบำนาญสำหรับแรงงานนอกระบบ

    สำหรับอาชีพอิสระ พ่อค้าแม่ค้า ฟรีแลนซ์ หรือนักเรียนนักศึกษา (อายุ 15-60 ปี) ที่ไม่มีสวัสดิการบำนาญ กอช. คือทางเลือกการออมที่คุ้มค่าที่สุดด้วย 4 สิทธิประโยชน์หลัก:

    • ออมยืดหยุ่น: เริ่มต้นเพียง 50 บาทต่อครั้ง (สูงสุด 30,000 บาท/ปี) ไม่ต้องออมเท่ากันทุกเดือน

    • รัฐช่วยออม: รัฐบาลจ่ายเงินสมทบให้สูงสุด 100% (ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 1,800 บาท/ปี)

    • ลดหย่อนภาษี: นำเงินออมไปลดหย่อนภาษีได้เต็มจำนวนตามที่จ่ายจริง

    • บำนาญตลอดชีพ: รับเงินรายเดือนไว้ใช้หลังอายุ 60 ปี เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี

    “วินัยการออมในวันนี้ คือคำตอบของชีวิตที่มั่งคั่งและยั่งยืนในวันหน้า เปลี่ยนความเปราะบางให้เป็นความมั่นใจกับ กอช.”

    ช่องทางการสมัครและสอบถาม

    ประชาชนที่สนใจสามารถตรวจสอบสิทธิ์และสมัครได้ง่ายๆ ผ่าน:

    • แอปพลิเคชัน: “กอช.”

    • สายด่วนเงินออม: 02-049-9000

    • Line Official: @nsf.th

    s__66093099

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/948568/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gAx8wLOA-ag8sH5g2oXDZ

  • กทม.เร่งสร้าง ‘เมืองเท่าเทียม’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ สู่อนาคตเมืองยั่งยืน

    กทม.เร่งสร้าง ‘เมืองเท่าเทียม’ ยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ สู่อนาคตเมืองยั่งยืน

    เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการ ล่าสุด กรุงเทพมหานคร เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบาย “5 ด้าน 5 ดี” โดยมุ่งเน้น “การเข้าถึงที่ใช้ได้จริง” มากกว่าการขยายตัวเลขเชิงปริมาณ สะท้อนทิศทางการพัฒนาเมืองที่สอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนของสหประชาชาติ (Sustainable Development Goals: SDGs) ทั้งด้านการลดความเหลื่อมล้ำ (SDG 10) และการพัฒนาเมืองและชุมชนที่ยั่งยืน (SDG 11)

     นายต่อศักดิ์ โชติมงคล

    นายต่อศักดิ์ โชติมงคล

    ในการประชุมติดตามความคืบหน้าการดำเนินงาน ซึ่งมี นายต่อศักดิ์ โชติมงคล ประธานที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธาน พร้อมด้วยผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้รายงานความคืบหน้าการขับเคลื่อนนโยบายทั้ง 5 มิติ ได้แก่ เรียนดี สุขภาพดี เดินทางดี เศรษฐกิจดี และบริหารจัดการดี ภายใต้แนวคิด “เมืองที่ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง”

    เรียนดี: เปิดโอกาสการศึกษาที่เท่าเทียม

    
กรุงเทพมหานครเร่งขยายโอกาสทางการศึกษาสำหรับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ โดยเพิ่มจำนวนโรงเรียนที่จัดการเรียนร่วมเป็น 169 แห่ง พร้อมเสริมบุคลากรเฉพาะทางกว่า 1,000 คน และพัฒนาศักยภาพผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อให้ระบบการศึกษารองรับความหลากหลายของผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ ลดช่องว่างการเข้าถึงตั้งแต่ระดับฐานราก

    สุขภาพดี: เข้าถึงสิทธิและบริการอย่างทั่วถึง

    
การให้บริการเชิงรุกผ่านศูนย์แบบเบ็ดเสร็จ (One Stop Service) และการลงพื้นที่ชุมชน ช่วยให้คนพิการเข้าถึงสิทธิขั้นพื้นฐานได้สะดวกมากขึ้น ทั้งการออกบัตรประจำตัว การรับรองความพิการ และการสนับสนุนกายอุปกรณ์ ควบคู่กับการฟื้นฟูสุขภาพและพัฒนาศักยภาพผ่านกิจกรรม เช่น Smart Gym และการผลักดันนักกีฬาคนพิการสู่เวทีแข่งขัน

    เดินทางดี: โครงสร้างพื้นฐานเพื่อทุกคน

    
การพัฒนาเมืองตามหลัก Universal Design ถูกยกระดับเป็นหัวใจสำคัญของนโยบาย ทั้งการปรับปรุงอาคาร ทางข้าม และระบบขนส่งสาธารณะ เพื่อให้คนพิการสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระและปลอดภัยมากขึ้น โดยเฉพาะการเชื่อมต่อระบบขนส่งที่รองรับผู้ใช้วีลแชร์อย่างครอบคลุม ลดอุปสรรคเชิงกายภาพที่เป็นต้นตอของความเหลื่อมล้ำในเมือง

    เศรษฐกิจดี: สร้างงาน สร้างรายได้อย่างยั่งยืน

    
กรุงเทพมหานครมุ่งสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนพิการ ผ่านการจ้างงานในหน่วยงานรัฐ การพัฒนาทักษะอาชีพใหม่ที่สอดรับกับเศรษฐกิจยุคดิจิทัล เช่น งานออกแบบเว็บไซต์ และสายงานบริการ รวมถึงการเปิดพื้นที่ให้แสดงศักยภาพด้านศิลปะและวัฒนธรรมในเทศกาลต่าง ๆ เพื่อสร้างการยอมรับและลดอคติในสังคม

    บริหารจัดการดี: ระบบสนับสนุนที่เข้าถึงได้จริง

    
การจัดตั้งศูนย์สนับสนุนการจ้างงานคนพิการ การพัฒนาสื่อที่เข้าถึงได้ เช่น ล่ามภาษามือและคำบรรยายแทนเสียง รวมถึงการใช้ระบบดิจิทัลเพื่อติดตามและประเมินผลนโยบาย สะท้อนความพยายามยกระดับการบริหารเมืองให้มีประสิทธิภาพ โปร่งใส และตอบโจทย์ประชาชนทุกกลุ่ม

    bangkok-equality-disability-quality-of-life-sustainable-city-SPACEBAR-Photo02.jpg

    อย่างไรก็ตาม หัวใจสำคัญของการขับเคลื่อนนโยบายครั้งนี้อยู่ที่การเปลี่ยนกรอบคิดจาก “การวัดผลด้วยตัวเลข” ไปสู่ “การวัดผลด้วยคุณภาพชีวิต” โดยเป้าหมายคือให้คนพิการสามารถใช้บริการของเมืองได้จริง มีศักดิ์ศรี และมีความสุขกับการใช้ชีวิตในเมือง การทำงานจึงต้องอาศัยความร่วมมือระหว่างหน่วยงานอย่างไร้รอยต่อ เพื่อแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเป็นระบบ

    นอกจากนี้ ยังมีการเสนอแนวคิด “City Lab” หรือห้องทดลองเมือง เพื่อใช้เป็นพื้นที่ทดสอบนโยบายและนวัตกรรมด้านการเข้าถึง ผ่านการใช้งานจริงร่วมกับคนพิการ ก่อนนำผลลัพธ์ไปขยายผลในระดับเมือง แนวทางนี้สะท้อนการพัฒนาเมืองรูปแบบใหม่ที่ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วม และการเรียนรู้จากผู้ใช้งานจริง

    ท่ามกลางความท้าทายของเมืองขนาดใหญ่ การยกระดับคุณภาพชีวิตคนพิการจึงไม่ใช่เพียงนโยบายเฉพาะกลุ่ม หากแต่เป็นตัวชี้วัดสำคัญของความเป็น “เมืองยั่งยืน” เพราะเมื่อเมืองสามารถออกแบบให้ทุกคนเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียม เมืองนั้นย่อมเป็นพื้นที่ที่น่าอยู่สำหรับทุกคนในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/bangkok-equality-disability-quality-of-life-sustainable-city&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2z7PTd8t_5RzBBeHCqzff5

  • ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบัน (กบส.) ครั้งที่ 89 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการบริหารสถาบัน (กบส.) ครั้งที่ 89 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121822/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DrSaINI5VrIo4ytW8aPSG

  • วธ.เตรียมเปิด 7 แหล่งท่องเที่ยว ‘เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี’ | เดลินิวส์

    วธ.เตรียมเปิด 7 แหล่งท่องเที่ยว ‘เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี’ | เดลินิวส์

    น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า วธ. กำหนดจัดกิจกรรมตามรอยเส้นทางธรรมแห่งศรัทธา “เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี จังหวัดปัตตานี” ในวันที่ 28 มี.ค. 2569 ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เพื่อสร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในมิติศาสนาให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งเป็น 1 ใน 20 เส้นทางท่องเที่ยวมิติศาสนาที่ได้รับการส่งเสริมในปีงบประมาณ พ.ศ. 2569

    รมว.วธ. กล่าวต่อไปว่า สำหรับไฮไลต์สำคัญของการจัดกิจกรรม คือ การเปิดเส้นทางท่องเที่ยวแบบ One Day Trip เชื่อมโยงแหล่งท่องเที่ยวสำคัญระดับ Unseen ของปัตตานี จำนวน 7 แห่ง ได้แก่ 1. อุทยานแห่งชาติน้ำตกทรายขาว แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ อากาศเย็นสบาย เหมาะสำหรับพักผ่อนและทำกิจกรรม 2. วัดราษฎร์บูรณาราม (วัดช้างให้) วัดเก่าแก่กว่า 300 ปี 3. เมืองโบราณยะรัง แหล่งโบราณคดีสำคัญ คาดว่าเป็นศูนย์กลางอาณาจักรลังกาสุกะ อายุเก่าแก่กว่า 1,000 ปี สะท้อนอารยธรรมโบราณในคาบสมุทรมลายู 4. ศาลเจ้าเล่งจูเกียง หรือ ศาลเจ้าแม่ลิ้มกอเหนี่ยว ศาลเจ้าเก่าแก่สมัยอยุธยา ศูนย์รวมศรัทธาของชาวไทยพุทธและไทยเชื้อสายจีน มีความเชื่อเรื่อง “เงินถุงแดง” เพื่อเสริมสิริมงคลด้านการค้าขาย 5. มัสยิดกลางจังหวัดปัตตานี ศูนย์กลางศาสนาอิสลามในภาคใต้ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมงดงามคล้ายทัชมาฮาล และเป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมของนักท่องเที่ยว 6. มัสยิดกรือเซะ โบราณสถานอายุกว่า 300 ปี สร้างด้วยอิฐแดง มีเอกลักษณ์สถาปัตยกรรมแบบอาหรับ และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ในภูมิภาค 7. วัดอัครเทวดาคาเบรียล ศูนย์กลางชุมชนคาทอลิกในปัตตานี สะท้อนบทบาทของคณะธรรมทูตด้านศาสนาและการศึกษาในอดีต

    น.ส.ซาบีดา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมส่งเสริมเศรษฐกิจชุมชน ผ่านการจำหน่ายอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมมลายูผสมผสานกับความเป็นไทยอย่างลงตัว อาทิ ไก่ฆอและ ข้าวยำปัตตานี มะตะบะ โรตีปาแย และผลิตภัณฑ์ท้องถิ่น ผ้าจวนตานี ผ้าบาติก งานจักสาน ผลิตภัณฑ์ลูกปัดมโนราห์ อีกทั้งสินค้าแปรรูป ที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่นและสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน รวมไปถึงการเช่าบูชาวัตถุมงคล อย่างเหรียญหลวงปู่ทวด วัดช้างให้ เป็นต้น

    ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยว ประชาชนทั่วไป ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมเดินทางสัมผัสวัฒนธรรม 3 วิถี และเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดปัตตานี ผู้สนใจสามารถเข้าชมหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (E-book) : “เส้นทางตามรอยศรัทธา เมืองพหุวัฒนธรรมปัตตานี” ได้ที่ระบบฐานข้อมูลสื่อสิ่งพิมพ์ กรมการศาสนา https://e-book.dra.go.th/site/index?page=1&per-page=12 หรือสอบถาม สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดปัตตานี โทร. 0-7332-3197 และสายด่วนวัฒนธรรม 1765

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5702574/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hmgi_vLrarznrgJr_xIb7

  • รีวิววัดโคกสมานคุณ วัดสวย พระอารามหลวงคู่เมืองหาดใหญ่

    รีวิววัดโคกสมานคุณ วัดสวย พระอารามหลวงคู่เมืองหาดใหญ่

    TrueID

    Follow us

    TrueID Line Official

    Copyright © True Digital Group Company Limited.
    All rights reserved

    TrueID APP

    Unbox Yourself with TrueID

    ทรูไอดี โลกความสุขในทุกตัวตนของคุณ

    Download on App StoreDownload on Google Play StoreDownload on Huawei AppGallery

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.trueid.net/detail/95lOWZ4r7gJ1&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LwocYvIVqguuwe7heUJ8t

  • หนองคาย-อุดรธานี พร้อมจัด ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 กระตุ้นท่องเที่ยว

    หนองคาย-อุดรธานี พร้อมจัด ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 กระตุ้นท่องเที่ยว

    หนองคาย-อุดรธานี ยืนยันความพร้อมจัดศึกจักรยานนานาชาติ ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026 ระหว่าง 24 มี.ค.-2 เม.ย. 2569 รวม 9 สเตจ 1,113.7 กม. มีทีมชาย-หญิงรวม 40 ทีมร่วมชิงชัย หวังกระตุ้นเศรษฐกิจและท่องเที่ยวไทย

    พลเอกเดชา เหมกระศรี รองประธานสมาพันธ์จักรยานแห่งเอเชีย (ACC), ประธานสหพันธ์จักรยานแห่งอาเซียน (ACF) และนายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นประธานแถลงข่าวการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ซึ่งกำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-2 เมษายน 2569 ที่จังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุดรธานี รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,113.70 กิโลเมตร โดยมี นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย, นายจักรพันธ์  จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี ร่วมแถลงข่าวด้วย ที่โรงแรมโกลเด้น ทิวลิป ซอฟเฟอรีน กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 19 มีนาคม

     นอกจากนี้ยังได้รับเกียรติจาก พลเอกเพิ่มศักดิ์ พวงสาโรจน์ และ นายพิมล สัตตบุศย์ รองประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมกีฬาจักรยาน, พันเอกสุนทร สัมฤทธิสุทธิ์ ที่ปรึกษาสมาคมกีฬาจักรยานฯ, นายธงชัย พรเศรษฐ์ อุปนายกสมาคมกีฬาจักรยานฯ, นายปรีชา ลาลุน รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา, นายณัฏฐวี สิทธิวรกุล ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ด้านเทคโนโลยี, นางสาวนิรมล ราศี ผู้อำนวยการสำนักสร้างเสริมวิถีชีวิตสุขภาวะ สสส., นายอารักษ์ พรประภา ประธาน บริษัท ไทยฮอนด้า จำกัด, นางสาววรรณวนัช ตันเรืองวงษ์ ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย, พันตำรวจเอก สุขสวัสดิ์ คูสิทธิผล รองผู้บังคับการตำรวจทางหลวง, พันเอกชาล์ ศิริวรรณยา ผู้บังคับการส่วนแยก กองบัญชาการช่วยรบที่ 1 และผู้สนับสนุนต่าง ๆ ร่วมแถลงข่าวด้วย

    พลเอกเดชา กล่าวว่า การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันพระราชสมภพ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเจริญพระชนมายุ 71 พรรษา ในวันที่ 2 เมษายน 2569 ซึ่งการแข่งขันแต่ละสเตจ ประธานในพิธีเปิดการแข่งขันจะเป็นผู้กล่าวถวายพระพรชัยมงคล พร้อมทั้งมีการจัดซุ้มเฉลิมพระเกียรติลงนามถวายพระพร เพื่อให้พี่น้องประชาชนได้ลงนามถวายพระพร และเมื่อเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้ว สมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ จะนำรายชื่อพสกนิกรที่ได้ลงนามถวายพระพร ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายในโอกาสต่อไป นอกจากนี้ในแต่ละวันตลอดสองข้างทางด้วยการสวมเสื้อสีม่วง พร้อมโบกธงชาติไทย และธงพระนามาภิไธยย่อ “สธ.” เพื่อสร้างสีสันและเป็นกำลังใจให้แก่นักกีฬา โดยสมาคมกีฬาจักรยานฯ จะมีรถประชาสัมพันธ์ไปแจกธงล่วงหน้าทุกวัน

    พลเอกเดชา กล่าวอีกว่า สำหรับความพร้อมในการจัดการแข่งขันสมาคมกีฬาจักรยานฯ ได้ประชุมร่วมกับจังหวัดหนองคายและอุดรธานีมาแล้ว แล้วทั้ง 2 จังหวัดก็มีการประชุมภายในจังหวัดกันอีก แต่ละจังหวัดก็มีมวลชนมารอต้อนรับนักกีฬาตลอดเส้นทางการแข่งขัน โดยเฉพาะสเตจที่ 3 ที่ไปเข้าเส้นชัยที่ภูฝอยลม จังหวัดอุดรธานี เป็นเส้นทางที่สวยและท้าทายมาก ขณะที่จังหวัดหนองคายก็จะมีแหล่งท่องเที่ยวหลายแห่ง เช่น สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1, ลานพญานาคทั้ง 2 แห่งที่วัดลำดวน และที่อำเภอโพนพิสัย วัดผาตากเสื้อ วัดพระธาตุบังพวน เป็นต้น โดยมีการเผยแพร่ไปทั่วโลกผ่านการถ่ายทอดสดทางเฟซบุ๊กไลฟ์ และยูทูบ ThaiPBS ของสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส เริ่มถ่ายทอดตั้งแต่เวลา 08.30 น. ทุกวัน แต่ละปียอดผู้ชมมากกว่า 3 ล้านวิว

    พลเอกเดชา กล่าวเสริมว่า การแข่งขันครั้งนี้ประเภททีมชายมีทีมเข้าร่วมแข่งขันจำนวน 20 ทีม และประเภททีมหญิงก็มีจำนวน 20 ทีมเช่นเดียวกัน การที่มีทีมอาชีพจากนานาชาติเดินทางมาร่วมแข่งขันจำนวนมาก เป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทย ทั้งในด้านการกระตุ้นเศรษฐกิจ และส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดหนองคายและอุดรธานีให้มีความคึกคัก นอกจากนี้ทุกครั้งที่ประเทศไทยจัดการแข่งขันจะมีทีมต่างชาติต้องการมาร่วมแข่งขันจำนวนมาก เนื่องจากคนไทยมีนิสัยใจคอเอื้ออารี การดูแลต้อนรับดีเยี่ยม สิ่งที่ตามมาคือทุกประเทศทั่วโลกต่างเกิดความประทับใจและอยากมาท่องเที่ยวเมืองไทย

    นายจำลักษ์ กันเพ็ชร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดหนองคาย กล่าวว่า จังหวัดหนองคายมีความพร้อมมากทั้งด้านการรักษาความปลอดภัย ด้านการจราจร ด้านสาธารณสุข เส้นทางการแข่งขันผ่านครบทั้ง 9 อำเภอ ทุกเส้นทางมีความสวยงามเลียบริมแม่น้ำโขงกว่า 20 กิโลเมตร จังหวัดหนองคายเคยเป็นเมืองน่าอยู่อันดับ 7 ของโลก มีแหล่งท่องเที่ยวมากมาย เช่น ลานพญานาคหลายแห่ง ถือเป็นศูนย์กลางของพญานาคของประเทศไทย หรือจะไปไหว้หลวงพ่อพระใส และสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อื่น ๆ อีกมากมาย นอกจากนี้จังหวัดหนองคายมีอาหารรสชาติอร่อย ที่พักก็พร้อมรองรับนักกีฬาและนักท่องเที่ยว พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดหนองคายก็พร้อมให้การต้อนรับนักกีฬาและเจ้าหน้าที่ทุกท่านด้วยความยินดียิ่ง 

    นายจักรพันธ์ จันทรภูมิ รองผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า จังหวัดอุดรธานีขอขอบคุณสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยฯ ที่ได้เลือกจังหวัดอุดรธานีเป็นส่วนหนึ่งในการแข่งขันประเภททีมชายสเตจที่ 3 และ 4 ซึ่งเส้นทางจะผ่านอำเภอเพ็ญ, อำเภอบ้านผือ, อำเภอหนองวัวซอ, อำเภอกุดจับ และอำเภอหนองแสง ส่วนความพร้อมขอยืนยันว่าจังหวัดอุดรธานีมีความพร้อม 100% ทั้งเส้นทางการแข่งขันที่มีการปรับผิวจราจร, ด้านการปิดเส้นทางเพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา, ด้านสาธารณสุข รวมไปถึงกองเชียร์ที่จะไปร่วมต้อนรับขบวนนักกีฬาบนภูฝอยลมเส้นชัยในสเตจที่ 3 ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีแหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ทั้งแหล่งธรรมะ ธรรมชาติ และวัฒนธรรม ก็ขอเชิญทุกท่านมาร่วมเชียร์นักกีฬาและมาท่องเที่ยว พี่น้องประชาชนชาวจังหวัดอุดรธานียินดีต้อนรับ

    นายณัฏฐวี สิทธิวรกุล ผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ขอขอบคุณสมาคมกีฬาจักรยานฯ ที่ได้จัดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” โดยมีการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยร่วมให้การสนับสนุน ประโยชน์ที่ได้รับไม่เพียงแค่การส่งเสริมกีฬาแต่เป็นการเผยแพร่แหล่งท่องเที่ยวของประเทศไทยให้ปรากฏสู่สายตาชาวโลก ทั้งจังหวัดหนองคายและอุดรธานีจะมีโอกาสได้ร่วมต้อนรับนักกีฬาจากนานาประเทศ สร้างความประทับใจให้นักกีฬาและเจ้าหน้าที่อยากกลับมาเที่ยวเมืองไทยอีก ขอขอบคุณทุกหน่วยงานที่มีส่วนร่วมให้การแข่งขันครั้งนี้ประสบความสำเร็จทุกประการ

    นายอดิศักดิ์ ลิมปรุ่งพัฒนกิจ รองผู้อำนวยการองค์การกระจายเสียง และแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย ด้านเทคโนโลยี กล่าวว่า ไทยพีบีเอสร่วมถ่ายทอดสดการแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์” ติดต่อกันมากว่า 10 ปี และเป็นการถ่ายทอดสดกีฬาที่ใช้เวลายาวนานที่สุดในทุกแพลตฟอร์ม ทั้งเฟซบุ๊ก, ยูทูบ ที่มีผู้ติดตามรวมกันมากกว่า 10 ล้านคน และแอปพลิเคชั่น VIPA ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มวิดีโอสตรีมมิ่งที่เป็นมัลติวิวมองได้ 3 มุมและสามารถรับชมได้ทั่วโลก ทุก ๆ ปีจะมียอดผู้ชมติดตามชมการแข่งขันมากว่า 3 ล้านวิว 

    ทั้งนี้ การแข่งขันจักรยานทางไกลนานาชาติ “ทัวร์ ออฟ ไทยแลนด์ 2026” กำหนดแข่งขันระหว่างวันที่ 24 มีนาคม-2 เมษายน 2569 รวมระยะทางทั้งสิ้น 1,113.70 กิโลเมตร โดยประเภททีมชาย แข่งขัน 6 สเตจ ระหว่างวันที่ 24-29 มีนาคม เส้นทางในจังหวัดหนองคาย และจังหวัดอุดรธานี ระยะทางรวม 816.60 กิโลเมตร ส่วนประเภททีมหญิง แข่งขัน 3 สเตจ ระหว่างวันที่ 30 มีนาคม-2 เมษายน เส้นทางในจังหวัดหนองคาย ระยะทางรวม 297.10 กิโลเมตร

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/bicycle/101286/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3mJrrD6GTiWNrAIzr0wvVi

  • กฟผ. จับมือ ทัพเรือภาคที่ 1 ฟื้นฟูทะเลเกาะขาม หนุนซ่อมท่าเรือ ทางเดิน ยกระดับท่องเที่ยวชลบุรี | TOPNEWS

    กฟผ. จับมือ ทัพเรือภาคที่ 1 ฟื้นฟูทะเลเกาะขาม หนุนซ่อมท่าเรือ ทางเดิน ยกระดับท่องเที่ยวชลบุรี | TOPNEWS

    การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ร่วมกับ ทัพเรือภาคที่ 1 จัดกิจกรรมฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมทางทะเล พร้อมสนับสนุนการปรับปรุงซ่อมแซมท่าเทียบเรือ และสะพานทางเดินศึกษาธรรมชาติเทิดพระเกียรติ รอบ เกาะขาม อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

    กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 โดย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ผ่านโครงการปรับปรุงและขยายระบบส่งไฟฟ้าที่เสื่อมสภาพตามอายุการใช้งาน (อค-ปส.) ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ ภาคประชาชน และสื่อมวลชนในพื้นที่

    ภายในงานมี ดำรงศักดิ์ ธงตะทบ รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้แทนจาก กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง ณ อุทยานใต้ทะเลเกาะขาม

    รองเสนาธิการทัพเรือภาคที่ 1 กล่าวว่า เกาะขามอยู่ในความดูแลของทัพเรือภาคที่ 1 การจัดกิจกรรมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อฟื้นฟูทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์ รักษาสมดุลระบบนิเวศ และปลูกจิตสำนึกให้ประชาชนและเยาวชนร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

    ด้านผู้แทน กฟผ. ระบุว่า เกาะขามเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่มีความสมบูรณ์ ทั้งแนวปะการังและพันธุ์ไม้หายาก อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ (อพ.สธ.) จึงมีความจำเป็นในการดูแลโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ท่าเรือ สะพานทางเดิน และจุดชมวิว ให้มีความแข็งแรงและปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว

    นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้สนับสนุนอุปกรณ์ที่จำเป็น อาทิ ถังเก็บน้ำจืด เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยว พร้อมย้ำว่าการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมในพื้นที่เกาะขามได้ทำต่อเนื่องมากว่า 8 ปี

    ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมดังกล่าวนอกจากจะช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติแล้ว ยังเป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างหน่วยงานรัฐและประชาชนในพื้นที่อำเภอสัตหีบ ตลอดจนส่งเสริมการท่องเที่ยวทางทะเลในภาคตะวันออก ซึ่งจะช่วยสร้างรายได้และยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนในระยะยาว

    นิราช / พิชญ์ฐญา ทิพย์ศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ชลบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1521167&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04XAPXKxU7UEGl3r_X6_D3

  • น้ำมันแพงพ่นพิษเที่ยวไทย ททท.ชูแคมเปญใหม่ ดึงกลุ่มรายได้สูงเที่ยวเยียวยาจิตใจ-เศรษฐกิจ

    น้ำมันแพงพ่นพิษเที่ยวไทย ททท.ชูแคมเปญใหม่ ดึงกลุ่มรายได้สูงเที่ยวเยียวยาจิตใจ-เศรษฐกิจ

    น้ำมันแพงพ่นพิษเที่ยวไทย ททท.ชูแคมเปญใหม่ ดึงกลุ่มรายได้สูงเที่ยวเยียวยาจิตใจ-เศรษฐกิจ

    น้ำมันแพงพ่นพิษเที่ยวไทย ททท.ชูแคมเปญใหม่ ดึงกลุ่มรายได้สูงเที่ยวเยียวยาจิตใจ-เศรษฐกิจ

    วันนี้(วันที่ 20 มีนาคม 2569) จากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางส่งผลกระทบต่อต้นทุนพลังงานและการเดินทางท่องเที่ยวอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เร่งปรับกลยุทธ์ชูแคมเปญ “Healing is the New Luxury” ดึงกลุ่มรายได้สูงเที่ยวไทยระยะใกล้เพื่อเยียวยาจิตใจและเศรษฐกิจ พร้อมเตรียมเปิด “วอร์รูม” ถกเอกชนรับมือวิกฤตในวันที่ 20 มีนาคมนี้

    วิกฤตพลังงานกระทบวงจรการเดินทางท่องเที่ยว

    นางสาวฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย(ททท.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อราคาพลังงานทั่วโลกปรับสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทย เกิดติดขัดในการเติมน้ำมันหน้าปั๊มนั้น จะพูดว่าไม่กระทบคงเป็นไปไม่ได้

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์

    เพราะชาวบ้านก็ถูกผลกระทบจากการหาปั๊มเติมน้ำมันได้แบบไม่ปกติ และน้ำมันมีราคาแพงขึ้นจริงๆ เมื่อการใช้รถเดินทางประจำวันต้องคิดมากขึ้น ทำให้การเดินทางท่องเที่ยวมีผลกระทบแน่นอน 

    จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางที่ส่งผลให้ราคาพลังงานทั่วโลกปรับตัวสูงขึ้น รวมถึงประเทศไทยที่เริ่มประสบปัญหาการเติมน้ำมันหน้าสถานีบริการที่ไม่ปกติและมีราคาสูงขึ้น ได้ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการตัดสินใจเดินทางท่องเที่ยวของประชาชน

    เนื่องจากต้นทุนการใช้รถเดินทางในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวซึ่งเป็นหนึ่งในฟันเฟืองเศรษฐกิจอาจชะลอตัวลงในระยะนี้

    ชูแคมเปญHealing is the New Luxury” 

    ทั้งนี้เพื่อรับมือกับสภาวะที่ไม่ปกตินี้ ททท. ได้เปิดตัวแนวคิดการท่องเที่ยวแบบใหม่ภายใต้แคมเปญ “Healing is the New Luxury”  หรือการท่องเที่ยวหรูหราที่เน้นการเยียวยาจิตใจ โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 3 ประการคือ

    1. เยียวยาตัวเอง ใช้การท่องเที่ยวพักผ่อนจากความเหนื่อยล้าในชีวิตประจำวันทั้งในโลกจริงและโลกออนไลน์
    2. เยียวยาผู้ประกอบการ กระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายในภาคธุรกิจอาหาร ที่พัก และของฝาก
    3. เยียวยาเศรษฐกิจ สนับสนุนให้คนไทยออกเดินทางท่องเที่ยวใกล้บ้านในลักษณะ “ค้นหาเพชรเม็ดงามใกล้ตัว” เพื่อสร้างสมดุลในช่วงวิกฤตและลดการใช้พลังงาน

    โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือกลุ่มคนไทยที่มีฐานะ ซึ่งเดิมมักจะเดินทางไปต่างประเทศ ททท. จะเน้นดึงดูดให้หันมาเที่ยวในประเทศแบบกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัว สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในชุมชนที่ยังไม่เคยค้นพบมาก่อน

    นักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยติดลบ

    สำหรับสถานการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1-18 มีนาคม 2569 พบว่ามีแนวโน้มลดลงในหลายตลาดสำคัญ ได้แก่

    • ตลาดนักท่องเที่ยวยุโรปและอิสราเอล  ลดลง 10% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
    • ตลาดนักท่องเที่ยวสหรัฐอเมริกาลดลง 3% จากปัญหาตั๋วเครื่องบินราคาแพง
    • ตลาดนักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง ลดลงถึง 58% ซึ่งเป็นการกระเตื้องขึ้นหลังจากช่วงที่มีการปิดน่านฟ้าที่ยอดตกลงไปกว่า 86%

    อย่างไรก็ตาม ททท. ได้เร่งหาตลาดทดแทนในกลุ่มระยะใกล้ เช่น อินเดีย จีน ฮ่องกง และไต้หวัน โดยเฉพาะตลาดจีนที่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นจากอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (Load Factor) ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างชัดเจนแม้จะยังไม่เท่าระดับปี 2562 ก่อนเกิดโควิด-19

    เปิดวอร์รูมถกเอกชนจัดการวิกฤตเร่งสื่อสารต่างชาติยันน้ำมันสำรองพอใช้

    ในด้านการจัดการวิกฤต ผู้ว่าททท.ระบุว่า ททท. เตรียมหารือร่วมกับภาคเอกชนท่องเที่ยวและสำนักงาน ททท. ทั้ง 45 แห่ง ในวันที่ 20 มีนาคม 2569 เพื่อจัดตั้งคณะทำงานติดตามผลกระทบ (วอร์รูม) เฉพาะกิจ

    นอกจากนี้ ยังได้เร่งสื่อสารเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หลังจากมาเลเซียมีการประกาศเตือนพลเมืองเรื่องความไม่สะดวกในการเติมน้ำมันในไทย 

    โดย ททท. ยืนยันตามประกาศรัฐบาลว่า น้ำมันในประเทศไทยไม่ได้ขาดแคลน และมีสำรองไว้ใช้ได้นานกว่า 100 วัน พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการทัวร์ช่วยอธิบายทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวหากต้องใช้เวลาเดินทางเพิ่มขึ้นจากภาวะปกติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/654368&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Dauu4MjkF-k5pFR7gk0o9

  • เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เข้าฟรี ! รวมของดีทั่วไทย 5 ภาคในงานเดียว

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 เข้าฟรี ! รวมของดีทั่วไทย 5 ภาคในงานเดียว

              เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 รวมไฮไลต์กิน เที่ยว ช้อป จากทั่วประเทศมาไว้ให้ครบจบในงานเดียว เดินเพลิน ได้ฟีลเที่ยวจริง

              สัมผัสเสน่ห์ของการท่องเที่ยวไทยแบบครบทุกมิติในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 งานเดียวที่รวบรวมไฮไลต์จากทั่วประเทศมาไว้ให้คุณได้เดินเที่ยวแบบเพลิน ๆ ทั้งโซนแหล่งท่องเที่ยว สุดฮิต วัฒนธรรมท้องถิ่น อาหารพื้นเมือง และกิจกรรมสนุก ๆ ที่ชวนให้รู้สึกเหมือนได้ออกเดินทางจริง เหมาะสำหรับคนที่กำลังหาแรงบันดาลใจในการเที่ยว หรืออยากวางแผนทริปใหม่ ๆ ในปีนี้ บอกเลยว่าเดินครั้งเดียว ได้ไอเดียเที่ยวกลับไปแบบเต็ม ๆ

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 จัดวันไหน

              ข้อมูลจาก เฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท. แจ้งกำหนดวันจัดงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย ประจำปี 2569 ครั้งที่ 44 วันที่ 25-29 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00-21.00 น. ณ ชั้น G ฮอลล์ 1 – 4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ เข้าชมฟรี !

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 มีอะไร

              เทศกาลเที่่ยวเมืองไทย ครั้งที่ 44 รวบรวมเสน่ห์จากทุกภูมิภาคมาไว้ที่เดียว พบสินค้า OTOP ของดีประจำถิ่น ให้คุณได้เดินเที่ยว ชิมของอร่อย ช้อปของดี และสัมผัสวัฒนธรรมไทยแบบครบจบในที่เดียว

    ภายในงานพบกับ

    • สินค้า OTOP และของดีประจำถิ่นจากทั่วประเทศ

    • อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและการแสดงสุดประทับใจ

    • โซนท่องเที่ยวที่รวมไฮไลต์เด็ดจากทุกภูมิภาค

    • ไอเดียและแรงบันดาลใจสำหรับทริปต่อไปของคุณ

              ไม่ว่าจะเป็นสายเที่ยว สายกิน หรือสายช้อป งานนี้คือโอกาสดีที่จะได้สัมผัสเสน่ห์เมืองไทยแบบใกล้ชิด พร้อมวางแผนทริปใหม่ได้ในงานเดียว

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 กิจกรรมในงาน

              สำหรับงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 ในปีนี้ เต็มอิ่มกับกิจกรรมสนุกมากมาย แบ่งออกเป็นโซนตามภูมิภาค รวม 5 ภูมิภาคทั่วไทย ยกบรรยากาศและเสน่ห์ของแต่ละพื้นที่มาจำลองไว้อย่างครบครัน

    • หมู่บ้านภาคเหนือ สัมผัสบรรยากาศล้านนา จอ LED ขนาดยักษ์ฉายแหล่งท่องเที่ยว อาหารเหนือแท้ ๆ กาดหมั้ว และวัฒนธรรมปี๋ใหม่เมือง

    • หมู่บ้านภาคอีสาน วิถีชีวิตอีสาน อาหารพื้นบ้าน สินค้า OTOP และวัฒนธรรมเอกลักษณ์ที่หาดูได้ที่นี่

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก เที่ยวอีสาน

    • หมู่บ้านภาคกลาง บรรยากาศงานวัด บ้านเรือนไทย เกมพื้นบ้าน ตลาดน้ำ และมนต์รักลูกทุ่ง

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ททท.สำนักงานกรุงเทพมหานคร : TAT Bangkok Office

    • หมู่บ้านภาคใต้ ซีฟู้ดสด ผลไม้ท้องถิ่น สมุนไพร นวดแผนโบราณ และเสน่ห์วัฒนธรรมใต้

    • หมู่บ้านภาคตะวันออก จอ LED พาเที่ยวตะวันออก ผลไม้ท้องถิ่น อัญมณี และกิจกรรมสุขภาพ

              นอกจากโซนภูมิภาค ยังมีโซน เวทีกลาง สำหรับการแสดงดนตรีและศิลปิน และโซน ททท. ที่รวมประวัติศาสตร์และนวัตกรรมการท่องเที่ยวไว้ด้วย

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 การแสดงและคอนเสิร์ต

              เวทีกลางของงานจะมีการแสดงทุกวันตลอด 5 วัน ทั้งดนตรี ศิลปวัฒนธรรม และ special performance จากศิลปินหลากหลาย สำหรับปี 2569 ควรติดตามตารางการแสดงอย่างเป็นทางการผ่านเฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท. เพื่ออัปเดตรายชื่อศิลปินทั้งหมด

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569

    ภาพจาก : เฟซบุ๊ก ข่าวสารท่องเที่ยว ททท.

    เทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 วิธีเดินทาง

              ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์มีระบบขนส่งสาธารณะหลายทางรองรับ แนะนำใช้รถไฟฟ้าเพื่อหลีกเลี่ยงการจราจรที่อาจติดขัดในช่วงงาน

    • MRT สีน้ำเงิน มาลงที่สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ทางออก 3

    • รถโดยสาร ได้แก่ สาย 4, 45, 47, 74, 136, 185

    • รถยนต์ส่วนตัว มีที่จอดรถรองรับ แต่ช่วงวันหยุดอาจเต็มเร็ว

    *** แนะนำให้มาช่วงเช้า 10.00-12.00 น. จะสบายและจอดรถง่ายกว่า ช่วงบ่ายและเย็นคนจะหนาแน่นขึ้นโดยเฉพาะวันเสาร์–อาทิตย์

              ปักหมุดเที่ยวไทยให้สนุกกว่าที่เคยในงานเทศกาลเที่ยวเมืองไทย 2569 รวมครบทั้งกิน เที่ยว ช้อป วัฒนธรรมจัดเต็มในที่เดียว ใครยังไม่มีแพลน…งานนี้แหละ จุดเริ่มต้นทริปต่อไปของคุณ ^ ^ 

    หมายเหตุ : ข้อมูลอาจมีการเปลี่ยนแปลงกรุณาตรวจสอบอีกครั้ง

    บทความ งานท่องเที่ยว 2569 ท่องเที่ยวไทย อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://travel.kapook.com/view299639.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2WXg54AYg1J10vESfT-0KN