มีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างไทยกับญี่ปุ่น รวมถึงในการเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในภารกิจด้านมนุษยธรรมในเมียนมา และยังเป็นหนึ่งในผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันบทบาทของประเทศไทยให้ได้เป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือโออีซีดี (Organisation for Economic Co-operation and Development : OECD)
นายอรรถพล เกิดวันที่ 19 ก.ค. 2508 จบการศึกษาปริญญาตรีวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาวิศวกรรมโยธา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนศึกษาต่อปริญญาโท พัฒนาการเศรษฐกิจมหาบัณฑิต สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ รวมทั้งอบรมในหลักสูตรต่างๆ เช่น Director Certification Program (DCP 173/2013) สมาคมส่งเสริมสถาบันกรรมการบริษัทไทย (IOD), หลักสูตร TLCA Executive Development Program (EDP) รุ่นที่ 1 สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย, Diploma of Petroleum Management, College of Petroleum Studies, Oxford, England (ได้รับทุนการศึกษาจาก British Council) และหลักสูตรประกาศนียบัตรชั้นสูง การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย สำหรับนักบริหารระดับสูง (ปปร.) รุ่นที่ 14 สถาบันพระปกเกล้า ,หลักสูตรผู้บริหารระดับสูง (วตท.) รุ่นที่ 20 สถาบันวิทยาการตลาดทุน ,NIDA-Wharton Executive Leadership Program 2009, The Wharton School of the University of Pennsylvania, USA ,PTT Executive Leadership, General Electric, GE, New York, USA
อีกทั้ง ยังถือเป็นผู้มีบทบาทสำคัญทำให้ธุรกิจน้ำมัน ปตท.เติบโตก้าวหน้าแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย รวมทั้งส่งเสริมให้สถานีบริการน้ำมัน ปตท.ดำเนินธุรกิจควบคู่กับการดูแลสังคมชุมชน โดยเป็นศูนย์กลางชุมชน หรือ Living Community มีการนำสินค้าเกษตรกรรมเข้ามาจำหน่าย และสานต่อนโยบายการแยกธุรกิจน้ำมันออกมาจากปตท.มาเป็น บริษัท ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือโออาร์ เพื่อนำเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ
นอกจากนี้ นายอรรถพล ได้รับการคัดเลือกเป็น CEO of the Year จาก “กรุงเทพธุรกิจ” 2 ปี ซ้อน ในปี 2564-2565 หลังจากเข้ารับตำแหน่ง CEO ปตท.เมื่อวันที่ 13 พ.ค.2563 ในช่วงที่มีการระบาดของโรคโควิด-19 ขยายวงกว้าง และรัฐบาลประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ภารกิจแรกที่เข้ามารับตำแหน่ง CEO ปตท.ต้องรับมือผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 หลังจากนั้น ปตท.กำหนดวิสัยทัศน์ใหม่เป็น “Powering Life with Future Energy and Beyond ขับเคลื่อนทุกชีวิตด้วยพลังแห่งอนาคต” โดยดำเนินธุรกิจควบคู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้คน สังคม วัฒนธรรม วิถีชีวิต และสิ่งแวดล้อม เพื่อเข้าสู่ธุรกิจพลังงานอนาคต และเติบโตในธุรกิจใหม่ที่ไกลกว่าพลังงาน เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงระยะยาว