Blog

  • “อนุทิน”เปิดตัวทีมเศรษฐกิจ-การต่างประเทศ-พลังงาน

    “อนุทิน”เปิดตัวทีมเศรษฐกิจ-การต่างประเทศ-พลังงาน

    “อนุทิน”เปิดตัวทีมเศรษฐกิจ-การต่างประเทศ-พลังงาน

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    วานนี้ (6 ก.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ได้นำทีมบุคคลสำคัญที่จะเข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลใหม่ เปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อหน้าสื่อมวลชน ณ ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย

    นายอนุทิน ได้แนะนำนายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ เตรียมก้าวขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง โดยมั่นใจในความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมจากหลายกรมในกระทรวงการคลัง พร้อมภารกิจสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจ และอาจเดินหน้าฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” เพื่อตอบโจทย์ประชาชน

    อีกหนึ่งรายชื่อคือ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีตปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และอดีตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ ที่จะมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยนายอนุทินย้ำว่า เป็นชื่อที่นานาชาติยอมรับ และจะเข้ามารับมือกับปัญหาความสัมพันธ์ชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงการจัดการ MOU 43 และ 44 ที่เป็นประเด็นร้อนในเวลานี้

    ด้านพลังงาน นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้เดินทางมาสมทบภายหลัง และคาดว่าจะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    นายอนุทิน กล่าวย้ำว่า การเลือกบุคคลเข้ามาในคณะรัฐมนตรีชุดนี้ ยึดหลักความสามารถและความรู้จริงในวิชาชีพ ครม.ชุดใหม่จะต้อง “ทำงานได้เลย” ไม่เสียเวลาเรียนรู้งาน พร้อมเน้นความสามัคคีของทุกฝ่าย โดยวางเป้าหมายภายใน 4 เดือนก่อนการยุบสภา ว่าจะต้องมีผลงานรูปธรรมให้ประชาชนเห็น พร้อมประกาศแนวทางว่า “สิ่งใด
    ที่ดีอยู่แล้ว จะไม่ล้มเลิก แต่จะสานต่อเพื่อประชาชน”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9680000085481&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw07lcCle8nDa2tYzcsTtz3b

  • ไวปานกามนิตหนุ่ม! ‘อนุทิน’ เปิดตัว 3 ว่าที่ รมต.เศรษฐกิจ ชี้ ‘คนละครึ่ง’ มีโอกาสเป็นไปได้

    ไวปานกามนิตหนุ่ม! ‘อนุทิน’ เปิดตัว 3 ว่าที่ รมต.เศรษฐกิจ ชี้ ‘คนละครึ่ง’ มีโอกาสเป็นไปได้

    “อนุทิน” โชว์ตัว 3 ว่าที่รัฐมนตรีทีมเศรษฐกิจป้ายแดง ล้อมวงกินเค้กส้ม “เอกนิติ” จ่อนั่งขุนคลัง “สีหศักดิ์” เตรียมนั่ง รมว.กต. ขณะ “อรรถพล” อดีต CEO ปตท.นั่ง รมว.พลังงาน ยันครม.ไม่ขี้เหร่ ยึดสโลแกนสั่งวันนี้เสร็จเมื่อวาน ชี้เก้าอี้กลาโหม ต้องมีความรู้ในวิชาชีพ ไม่ตอบ “บิ๊กป้อม” หรือ”ธรรมนัส”

    6 กันยายน 2568 – เมื่อเวลา 14.40 น. ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล ว่าที่นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว อดีต ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ อดีตเอกอัครราชทูตไทยประจำกรุงลอนดอน และอดีตที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ รวมถึง นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ อธิบดีกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง และนายสันติ พร้อมพัฒน์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ ดื่มกาแฟร่วมกัน ที่ร้านจานิสตาร์ ชั้น1 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ภายหลังหารือร่วมกันที่บริเวณชั้นบน

    ทั้งนี้คาดว่านายสีหศักดิ์ จะถูกทาบทาม ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ขณะที่ นายเอกนิติ คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังด้านนายสันติ คาดว่าจะมาดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

    ขณะที่นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ อดีตประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) ได้ตามมาสมทบในภายหลัง โดยคาดว่า จะได้รับการเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน

    นายอนุทินได้แนะนำตัวแต่ละคนให้สื่อมวลชน พร้อมระบุถึงว่าที่ตำแหน่งที่ชัดเจนอย่าง นายสีหศักดิ์จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นายเอกนิติ จะมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังพร้อมระบุว่าเลือกจากความสามารถ ประสบการณ์ความทุ่มเทเสียสละ ซึ่งเมื่อทั้งหมดตอบรับชัดเจนก็ไม่ต้องมาคอยคาดการณ์ว่าใครจะดำรงตำแหน่งอยู่ตรงไหน เดี๋ยวจะทำงานกันไม่สะดวกเพราะเวลาเรามีน้อย ก็จะเริ่มเตรียมงานและประสานงานกันไว้ก่อน หลีงเข้าเฝ้าฯ ถวายสัตย์ปฏิญาณตน ก็จะได้ทำงานได้เลย

    นายอนุทินยังยืนยันว่ารัฐมนตรีในสัดส่วนคนนอกยังมีอีก หลังจากนี้ก็จะทยอยแนะนำให้พี่น้องประชาชนรับทราบ ที่แน่แล้วคือกระทรวงการคลังและกระทรวงการต่างประเทศ

    เมื่อถามความคาดหวังในการกระตุ้นเศรษฐกิจ จากกระทรวงการคลังในระยะสั้น นายอนุทินกล่าวว่าทั้งในระดับจุลภาคและมหภาค ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อยู่ในกระทรวงการคลังมาโดยตลอด มีประสบการณ์ การทำงาน ทั้ง ต่างประเทศ และในประเทศ เป็นอธิบดีมาหลายกรม เป็นผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ผู้อำนวยการรัฐวิสาหกิจ อธิบดีกรมสรรพากร อธิบดีกรมสรรพสามิต และอธิบดีกรมธนารักษ์ ท่านมีความรู้ความสามารถ ที่จะประสานงานกับฝ่ายประจำ ทำงานต่อเนื่องได้อย่างไม่มีปัญหา

    เมื่อถามว่า ส่วนการฟื้นโครงการคนละครึ่งนายอนุทินระบุว่าทุกอย่างเป็นไปได้หมดถ้าเป็นประโยชน์และเป็นความต้องการของพี่น้องประชาชน วันนี้ก็ดูเต็มฟีด ก็จะเร่งมอบหมาย ให้ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังเร่งพิจารณา เมื่อปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ก็จะได้ดำเนินการต่อไปเพราะเวลาเรามีน้อย ไม่มาก

    ส่วนจะมีการสานต่อจาก Application เดิมหรือไม่นายอนุทินยืนยันว่าอะไรที่ดี ก็จะทำต่อ เราไม่มีเข้ามาแล้วบอกว่าอันนี้ไม่ใช่ของเรา ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน สิ่งนี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลของผมจะไม่ทำ

    ส่วนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศข้อพิพาทไทยกัมพูชาแก้ไข MOU 43 และ 44 นายอนุทินกล่าวว่า ถ้าพูดถึงชื่อสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว เชื่อว่าทุกคน ที่อยู่ในวงการการทูตความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และเศรษฐกิจ น่าจะมีความพึงพอใจและมั่นใจ รัฐบาลนี้เข้ามา ท่ามกลางปัญหาที่เกิดขึ้นอยู่ ต้องได้รับการแก้ไขโดยเร็ว เพราะฉะนั้น ต้องนำ ผู้ที่มีประสบการณ์ ต้องได้รับการยอมรับจากนานาชาติแก้ไขปัญหาโดยเร็ว

    ส่วนรัฐมนตรีมั่นใจว่าจะแก้ไขปัญหานี้ได้ใช่หรือไม่นายสีหศักดิ์กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ ต้องวางพื้นฐานให้เป็นระยะยาว ส่วนมองว่าเป็นเผือกร้อนหรือไม่ยืนยันว่า ทุกอย่างต้องให้ความสำคัญ

    นายอนุทินยังยอมรับว่ากว่า ว่าที่รัฐมนตรีโควต้าคนนอกจะตอบรับตนใช้เวลาหลายวันหลายคืน เพราะอธิบดีเอกนิติมีอายุราชการเหลืออีก 6 ปี ซึ่งความรู้ความสามารถยังมีอนาคตในทางราชการ สามารถก้าวหน้าไปได้มากกว่านี้อีก แต่ท่านก็เสียสละ เราเห็นพ้องต้องกันว่าเรื่องประเทศชาติ เรื่องพี่น้องประชาชนมีความสำคัญ ซึ่งคุณสมบัติความรู้ความสามารถของท่านขณะนี้ต่อให้พ้นวาระนี้ไป คงจะมีเส้นทางในอาชีพของท่านได้มากมาย ซึ่งท่านขอเวลาคิด 2-3 คืน ก็ตัดสินใจมาร่วมทำงาน ต้องถือว่าเป็นสิ่งที่ท่านตัดสินใจครั้งสำคัญในชีวิต โดยมุ่งมั่นถึง ประเทศของเรา และพี่น้องประชาชน

    เมื่อถามว่าหน้าตาครม.ไม่ขี้เหร่กรือไม่ นายอนุทิน บอกว่าไม่แน่นอน ต้องเป็นครม. ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย สโลแกนทำวันนี้เสร็จเมื่อวานของตนก็ยัง ถือว่าเป็นแนวทางการทำงานของพวกเราอยู่

    ส่วนการจัดตั้งรัฐบาลจะให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 วันนี้หรือไม่นายอนุทินกล่าวว่าจะทำให้เร็วที่สุด และคอยคิดถึงกฎเกณฑ์ต่างๆทางการเมือง และเรื่องทางการเมืองตนคิดว่ามีความชัดเจนแล้ว อีก 4 เดือนก็ต้องยุบสภา ดังนั้นต้องทำทุกอย่างภายในอีก 4 เดือนให้เกิดผลงาน ให้เกิดความคืบหน้าและการแก้ปัญหา ให้มากที่สุด

    เมื่อถามว่ามีโครงการใดที่ครมชุดใหม่ ต้องการทำเพิ่มอีกบ้างนายอนุทินกล่าวว่าให้ใจเย็นๆ ให้รัฐมนตรีที่ได้รับมอบหมายในแต่ละกระทรวง มีอำนาจเต็มที่ในการกำหนดนโยบาย ด้วยความรวดเร็วโดยไม่ต้องรอว่าหัวหน้ารัฐบาลจะเอาด้วยหรือไม่ ซึ่งจะมาพูดว่าเดี๋ยวจะขัดกับพรรคโน้นพรรคนี้หรือไม่ ตนรับรองว่าไม่มี เราจะเอาประสบการณ์ที่มี ของรัฐบาล 2-3 ชุดที่ผ่านมา ที่เห็นจุดอ่อนของการมีปัญหาและไม่ทำงาน ที่กังวลเรื่องความได้เปรียบเสียเปรียบกัน

    ทั้งนี้ระหว่างที่นายอนุทินได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนนายอรรถพล ได้เดินเข้ามาสมทบทำให้นายอนุทิน พูดขึ้นมาว่า ท่านมาแล้วความลับแตกหมดเลย ก่อนจะหัวเราะ จากนั้นนายอรรถพลก็ได้แนะนำตัวเอง ตำแหน่งที่เคยเป็นอดีต CEO ของปตท. ทำแน่นอนก่อนที่นายอนุทินจะแซวขึ้นมาว่าไม่ได้เอามาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมอย่างแน่นอน

    ส่วนเหตุผลที่ท่าทางนายอรรถพลนั้นนายอนุทินกล่าวว่า อย่างที่ตนบอกว่าเป็นรัฐบาลที่มีภารกิจแน่นอน เราต้องได้ผู้ที่เข้ามาแล้ว ทำงานได้เลย ไม่ต้องมาเรียนรู้งาน แต่ละท่าน ที่เข้ามาก็ล้วนแต่เป็นผู้บริหารสูงสุด ในองค์กรที่ท่านกำลังจะเข้าไปรับผิดชอบ ดังนั้นจะเป็นการสร้างความมั่นใจว่า เราจะสามารถเดินหน้าได้ดี ไม่ต้องรำมวย

    เมื่อถามว่ากระทรวงกลาโหมควรจะเป็นทหารเข้ามานั่งเป็นรัฐมนตรีว่าการประจำกระทรวงหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่า ก็ต้องการให้เป็นคนที่มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ

    ส่วนกระแสข่าวที่จะเป็นร้อยเอกธรรมนัสพรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม แข่งกับพลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐนั้น นายอนุทินกล่าวว่าหากตรงไหนมีความชัดเจน ก็จะพามาเปิดตัวเช่นนี้ เพื่อให้พี่น้องประชาชน รับทราบโดยไม่ต้องคาดเดา ดังนั้นการที่ยังไม่พาคนอื่นมา แสดงว่ายังไม่แล้วเสร็จ หรือมีคำถามที่จะต้องเคลียร์กันก่อน

    ส่วนสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ จำเป็นจะต้องเป็นพลเอกประวิตรหรือไม่ นายอนุทินกล่าวว่าอย่าถามแบบนี้ อะไรที่ตอบได้ก็ตอบ เพราะสไตล์การทำงานของตนไม่ต้องการให้ประชาชน มาคาดการณ์ใดๆ ถ้ามีความชัดเจนแล้ว ก็จะนำมาแนะนำตัว ต่อพี่น้องประชาชนทุกคน ให้รับรู้ รับทราบ ว่ารัฐบาลจะเป็นไปในทางใด พยายามจะทำงานให้ใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุด ให้ทำเหมือนว่ามีส่วนร่วมในการบริหารประเทศร่วมกัน ฝ่ายการเมืองอย่างพวกเราฟังเสียงของพี่น้องประชาชนเป็นหลักอยู่แล้ว

    เมื่อถามว่าภาพของครม.อนุทินจะออกมาเป็นแบบใด นายอนุทินกล่าวว่า เป็นภาพมืออาชีพที่ทำงาน ผู้ที่ร่วมทำงานทุกคนมีความเป็นพี่น้องสมัครสมาน สามัคคี เพราะตนเป็นสมาชิก ใน 36 คนมาหลายสมัย มีความรู้สึกว่า ความสัมพันธ์ส่วนตัวแทบจะไม่เลย คุยแต่เรื่องที่มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ไม่เคยมีการตัดสินใจร่วมกันเลย ภาพแบบนี้จะไม่เกิดขึ้น ในรัฐบาลของตนแน่นอน เนื่องจากทุกคนจะต้องเข้าใจเป้า หมายเดียวกันและเข้าใจภารกิจที่เรามีอย่างจำเพาะ ต้องให้ความร่วมมือซึ่งกันและกัน ไม่ใช่พรรคนี้เสนอ พรรคนี้ค้าน หัวหน้ารัฐบาลไม่ใช่มองว่าอันนี้ไม่เกิดประโยชน์กับพรรคตนเองก็ให้เรื่องช้าหน่อย สิ่งเหล่านี้จะไม่มี

    ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถาม ถึงตำแหน่งของนายสันติที่จะมานั่งเก้าอี้รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายอนุชินรีบปัดตอบว่าฝ่ายการเมืองเดี๋ยวมาพูดคุยกัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ว่าชื่อรัฐมนตรีป้ายแดงทั้ง 4 คนได้นั่งพูดคุยกับนายอนุทินด้วยบรรยากาศเป็นกันเอง และมีการเสิร์ฟเมนูเค้กส้ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/857219/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00etyx2qDKpkOy6W3D53xR

  • เชียงรายพร้อม! ดัน “โล้ชิงช้าอาข่า” เป็น Soft Power แห่งการท่องเที่ยว

    เชียงรายพร้อม! ดัน “โล้ชิงช้าอาข่า” เป็น Soft Power แห่งการท่องเที่ยว

    โล้ชิงช้าบ่อฉ่องตุ๊” ประเพณีศักดิ์สิทธิ์แห่งแม่ฟ้าหลวง—อบจ.เชียงราย–อบต.แม่สลองใน ผนึกพลังชุมชน ขับเคลื่อน Soft Power ชนเผ่าอาข่าสู่สายตาโลก

    เชียงราย, 6 กันยายน 2568 – เหนือยอดดอยแม่สลอง เสียงฆ้องและกระบอกไม้ไผ่กระทบกันเป็นจังหวะกังวาน ณ ลานพระสยามเทวาธิราช บ้านสามแยกอาข่า ตำบลแม่สลองใน อำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย บรรยากาศเต็มไปด้วยความปลื้มปีติของชุมชนอาข่า—ชายหญิงแต่งชุดชาติพันธุ์อันวิจิตร สีเงินของเครื่องประดับสะท้อนแดดอ่อนราวประกายแห่งศรัทธา วันนี้คือ “วันสร้างชิงช้า”—วันสำคัญในลำดับพิธีของ เทศกาลโล้ชิงช้า “บ่อฉ่องตุ๊” ที่ชาวอาข่าขนานนามกันมายาวนานว่า “ปีใหม่อาข่า” และพรุ่งนี้ (7 กันยายน) คือวันไคลแมกซ์ที่ทั้งหญิงและชายจะออกมาโล้ชิงช้าอย่างสนุกสนานและสำรวมในคราวเดียวกัน

    พิธีเปิดงานปีนี้ได้รับเกียรติจาก นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.) เป็นประธาน ท่ามกลางการต้อนรับจากผู้นำชุมชน ผู้แทนหน่วยงานรัฐ ภาคเอกชน และเครือข่ายวัฒนธรรมในพื้นที่ ภาพทั้งหมดสะท้อนพลัง “ร่วมจัด–ร่วมอนุรักษ์–ร่วมภาคภูมิใจ” และกำลังผลักเชียงรายให้โดดเด่นขึ้นในฐานะจุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มี “วิถีชนเผ่า” เป็นหัวใจ

    พิธีกรรมที่มากกว่างานรื่นเริง บูชาพระแม่โพสพ–กตัญญูบรรพชน–ยกย่องบทบาทสตรี

    ตาม ข้อมูลผู้ใช้จัดเตรียม เทศกาลโล้ชิงช้าเป็นพิธีกรรมที่จัดปีละครั้งเพื่อบูชา “พระแม่โพสพ” และแสดงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษ เป้าหมายลึกซึ้งกว่าการเฉลิมฉลอง คือการทบทวนความสัมพันธ์ระหว่างผู้คนกับผืนดินและข้าวปลาอาหารที่หล่อเลี้ยงชีวิต ตลอดจนร้อยสายใยคนในชุมชนให้แน่นแฟ้น

    สัญลักษณ์เด่นที่สุดของงานคือ “การโล้ชิงช้า” ซึ่งถูกมอบความหมายเชิงยกย่องบทบาทของสตรีชาวอาข่า ในเทศกาลนี้หญิงสาวจะสวมชุดประจำเผ่าที่ประดับงานโลหะ ลูกปัด และเครื่องตกแต่งแฮนด์เมดอันละเอียดอ่อน ออกมาโล้ชิงช้าอย่างสง่างาม ถึงพร้อมด้วยความสนุกและกิริยามารยาทที่อยู่บนฐานของมารยาทชุมชน ในสายตาคนนอก นี่คือภาพงดงามทางสุนทรียะ แต่สำหรับชาวอาข่า มันคือ “การประกาศตัวตน”—การสืบสานวิถีชีวิตและบทบาทสตรีที่มีเกียรติในโครงสร้างสังคมของชนเผ่า

    แผนงาน 3 พื้นที่—หนึ่งอัตลักษณ์ร่วม

    เทศกาลปี 2568 มิได้มีเพียง “บ่อฉ่องตุ๊” แห่งแม่ฟ้าหลวงเท่านั้น หากยังจัดต่อเนื่องในพื้นที่ชุมชนอาข่าชื่อดังของอำเภอแม่สาย ตาม กำหนดการในข้อมูลผู้ใช้จัดเตรียม ดังนี้

    • โล้ชิงช้าอาข่าบ้านผาฮี้ อ.แม่สาย : วันที่ 4–8 กันยายน 2568
    • โล้ชิงช้าอาข่าบ้านผาหมี อ.แม่สาย : วันที่ 6–8 กันยายน 2568
    • โล้ชิงช้า “บ่อฉ่องตุ๊” บ้านสามแยกอาข่า อ.แม่ฟ้าหลวง : วันที่ 6–7 กันยายน 2568

    แม้จะต่างวันและต่างพื้นที่ แต่ทั้งสามต่างยึดแก่นพิธีเดียวกัน—การสำนึกในบุญคุณผืนดินและบรรพบุรุษพร้อมการเฉลิมฉลองชุมชน รายละเอียดปลีกย่อยในแต่ละชุมชนสะท้อนความหลากหลายทางวัฒนธรรมที่ผสานอยู่ภายใต้ “รากเดียวกัน” ของอาข่า และนี่คือเสน่ห์ซึ่งนักเดินทางสมัยใหม่ที่มองหาประสบการณ์แท้ (authentic) ให้ความสนใจ

    วัตถุประสงค์ชัด 4 ข้อ—โมเดลจัดงานที่วางบนฐานความยั่งยืน

    นายปิยะเดช เชิงพิทักษ์กุล นายกองค์การบริหารส่วนตำบลแม่สลองใน ย้ำถึงแกนกลางของงานว่า เทศกาลนี้มิใช่เพียง “งานรื่นเริง” แต่คือเครื่องมือสร้างความยั่งยืนให้ชุมชน โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ

    1. ฟื้นฟูประเพณี–พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม: ให้คนมา “เห็น–เข้าใจ–เคารพ” วิถีชนเผ่า ผ่านพิธีกรรมและกิจกรรมที่ชุมชนออกแบบ
    2. เสริมความเข้มแข็งและสามัคคี: ทุกเพศวัยมีบทบาทร่วมในงาน เกิดความภูมิใจและเป็นเจ้าของมรดกร่วม
    3. ปลูกจิตสำนึกเยาวชน: ถ่ายทอดความรู้ ขนบธรรมเนียม และบทบาทหน้าที่ทางวัฒนธรรมสู่คนรุ่นใหม่
    4. สืบทอดวิถีชนเผ่า: ให้ประเพณียัง “มีชีวิต” ไม่ใช่แค่ “จัดแสดง”

    การกำหนดเป้าหมาย “เชิงสังคม–เชิงวัฒนธรรม–เชิงเศรษฐกิจ” ควบคู่กัน ทำให้งานนี้กลายเป็นต้นแบบการใช้วัฒนธรรมสร้างคุณค่าใหม่ (value creation) โดยไม่ทำลายแก่นแท้—ตรงกับหลักคิด “ท่องเที่ยวรับผิดชอบและยั่งยืน” ที่สังคมไทยและโลกกำลังมุ่งไป

    กิจกรรมแน่นตลอดสองวัน—จากพิธีกรรมสู่เวทีสร้างสรรค์

    ภายในงาน บ่อฉ่องตุ๊ 2568 ชุดกิจกรรมถูกออกแบบให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสทั้งพิธีกรรม วิถีชีวิต และความบันเทิงร่วมสมัย (ข้อมูลจาก ข้อมูลผู้ใช้จัดเตรียม) อาทิ

    • พิธีและการละเล่นโล้ชิงช้า (ไฮไลต์ของงาน)
    • การละเล่นชิงช้าสวรรค์ และ การแสดงกระทุ้งกระบอกไม้ไผ่
    • เดินแบบชุดชาติพันธุ์อาข่า โชว์ศิลปะการแต่งกายอย่างเป็นระบบ
    • ประกวดประกอบอาหารชนเผ่า เปิดพื้นที่ให้สูตรดั้งเดิม–ดัดแปลงร่วมสมัย
    • การแสดงของพี่น้องรวม 7 ชนเผ่า สะท้อนความหลากหลายชาติพันธุ์บนดอย
    • นิทรรศการชุมชน และ ตลาดชนเผ่า” จำหน่ายผลิตภัณฑ์พื้นถิ่น
    • การแสดงจาก ศิลปินดาราชื่อดังชาวอาข่า เพิ่มสีสันยามค่ำคืน (มีการจัดพื้นที่นั่งโต๊ะแบบจองล่วงหน้า เพื่อความเรียบร้อยของงาน)

    โครงสร้างกิจกรรมแบบ “พิธี–เรียนรู้–สร้างสรรค์–แบ่งปันรายได้” ทำให้งานไม่เพียงดึงดูดนักท่องเที่ยว แต่ยังคืนรายได้สู่ครัวเรือนชุมชน ตั้งแต่กลุ่มแม่บ้านเครื่องประดับงานปัก ผู้สูงวัยที่เชี่ยวชาญงานฝีมือ ไปจนถึงเยาวชนที่ได้แสดงความสามารถบนเวทีร่วมสมัย

    Soft Power ชนเผ่าบนฐานความเคารพ—ทางรอดของท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    เมื่อคำว่า “Soft Power” กลายเป็นยุทธศาสตร์ชาติ การผลักดันให้ วัฒนธรรมชนเผ่าอาข่า ก้าวออกสู่สาธารณะโดย เจ้าของวัฒนธรรมเป็นผู้นำ คือคำตอบที่ถูกทาง เทศกาลโล้ชิงช้า ทำให้โลกเห็น “ทุนทางวัฒนธรรม” ที่มีเสน่ห์เฉพาะตัว ตั้งแต่อาหาร เครื่องแต่งกาย พิธีกรรม ดนตรี ไปจนถึงเรื่องเล่าปากต่อปากที่ถ่ายทอดผ่านผู้นำชุมชนและผู้เฒ่าผู้แก่

    อย่างไรก็ดี ความสำเร็จด้านภาพลักษณ์ต้องเดินคู่กับ หลักการคุ้มครองมรดกวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ (intangible cultural heritage) ในเชิงปฏิบัติ—เช่น การกำหนดขอบเขตการถ่ายภาพบางช่วงพิธี การขออนุญาตก่อนบันทึกเสียง–ภาพ การซื้อสินค้า/อาหารจากร้านชุมชนจริง และการแต่งกายสุภาพในการร่วมงาน ทั้งหมดคือ “กติกาแห่งความเคารพ” ที่ทำให้งานเติบโตอย่างมีศักดิ์ศรีและยั่งยืน

    เส้นทางสู่ความยั่งยืนข้อเสนอเชิงระบบจากบทเรียนพื้นที่

    จากประสบการณ์การจัดงานซ้ำต่อเนื่องในหลายชุมชน ผู้สื่อข่าวสรุป “ข้อเสนอเชิงระบบ” ที่สะท้อนจาก ข้อมูลผู้ใช้จัดเตรียม และข้อเท็จจริงหน้างานดังนี้

    1. ปฏิทินท่องเที่ยวร่วมเดียวกัน: รวมทุกงานโล้ชิงช้าในจังหวัดไว้ในหน้าเดียว (ออนไลน์/ออฟไลน์) กำหนดเวลา–สถานที่–ข้อควรรู้ให้เข้าใจง่าย ลดความสับสนของนักท่องเที่ยว
    2. เส้นทางเข้า–ออกและจุดจอดรถชัดเจน: โดยเฉพาะพื้นที่ภูเขา ทางคดเคี้ยว—ต้องมีแผนผังภาษาไทย–อังกฤษ–จีน พร้อมระบบรถรับ–ส่งจากจุดจอด
    3. มาตรฐานค้าขายชุมชน: ป้ายราคาเดียวกัน ชื่อสินค้า–แหล่งผลิตชัดเจน หนุนให้ “ตลาดชนเผ่า” เป็นหน้าต่างเศรษฐกิจของบ้านตนเองจริง ๆ
    4. พื้นที่เรียนรู้สำหรับเยาวชน: จัดมุมเวิร์กช็อปงานฝีมือ/การเล่าเรื่องโดยผู้เฒ่าผู้แก่ เพื่อ “ต่อสายใย” ระหว่างรุ่น
    5. คู่มือผู้เยี่ยมเยือน (Visitor Code): ข้อพึงระวังในพิธี กติกาการถ่ายภาพ การแต่งตัว และการมีส่วนร่วมอย่างเคารพ

    มาตรการเหล่านี้ไม่ใช่แค่เพื่อ “ความเรียบร้อย” แต่เป็น “ระบบนิเวศ” ที่รักษาสมดุลระหว่างการท่องเที่ยวกับศักดิ์ศรีของวัฒนธรรม

    จากลานชิงช้าสู่ความทรงจำร่วมปลายทางของเรื่องเล่า

    เมื่อเสาสูงทั้งสี่ถูกผูกเข้าหากันเป็นชิงช้าขนาดใหญ่ และเชือกเส้นสุดท้ายถูกขึงตึงโดยมือของผู้อาวุโส—เสียงโห่ร้องของเด็ก ๆ คลอไปกับบทสวดสั้น ๆ ในภาษาชุมชน พรุ่งนี้คือวันสุดท้ายของพิธีในปีนี้ วันที่ทั้งหญิงและชายจะได้ “โล้ชิงช้า” ร่วมกันตามครรลอง เป็นการปิดพิธีอย่างรื่นเริงและสำรวมในคราเดียวกัน

    ในมุมของนักเดินทาง นี่คือเทศกาลที่ “ต้องไปให้เห็นด้วยตา” สักครั้งหนึ่งในชีวิต แต่ในมุมของชุมชนอาข่า มันคือ “ชีวิตประจำปี” ที่กลับมาเติมเต็มความทรงจำร่วมของผู้คน—ยืนยันว่ารากเหง้าที่ยืนหยัดอยู่บนดอยสูงยังคงแข็งแรง และพร้อมส่งต่อสู่สายตาโลกด้วยภาษาวัฒนธรรมของตนเอง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/bo-chong-tu-akhan-swing-festival-soft-power/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sYiRROgtfOk1p0ZaWI05p

  • การจัดรอบที่สามของการเจรจาทางเทคนิคระหว่างอิหร่านและทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่กรุงเวียนนา

    การจัดรอบที่สามของการเจรจาทางเทคนิคระหว่างอิหร่านและทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่กรุงเวียนนา

    การจัดรอบที่สามของการเจรจาทางเทคนิคระหว่างอิหร่านและทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) ที่กรุงเวียนนา

    🔻เรซา นะญาฟี เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำ IAEA เปิดเผยว่า ได้มีการจัดการเจรจาทางเทคนิคครั้งที่สามระหว่างอิหร่านและ IAEA

    🔸ตามคำกล่าวของนะญาฟี การเจรจาครั้งที่สามนี้จัดขึ้นเพื่อร่างระเบียบวิธีปฏิบัติในการดำเนินพันธกรณีตามข้อตกลงด้านการตรวจสอบภายใต้สถานการณ์ใหม่ หลังจากที่สถาบันนิวเคลียร์ของอิหร่านถูกโจมตีอย่างผิดกฎหมายโดยระบอบไซออนิสต์และสหรัฐฯ ทั้งนี้ยังสอดคล้องกับมติของรัฐสภาอิหร่านในเรื่องนี้ การเจรจาดังกล่าวจัดขึ้นในวันศุกร์และเสาร์ที่กรุงเวียนนา โดยทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นต่าง ๆ ที่ระบุไว้ในร่างระเบียบวิธีปฏิบัติ

  • ไทย – ลาว – จีน ลุยสร้างสะพานมิตรภาพหนองคาย – เวียงจันทน์ แห่งที่ 2

    ไทย – ลาว – จีน ลุยสร้างสะพานมิตรภาพหนองคาย – เวียงจันทน์ แห่งที่ 2

    นายพิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง เป็นประธานการประชุมคณะทำงานเจรจากับสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อหาข้อสรุปแนวทางการก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย–ลาว หนองคาย–เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 จ.หนองคาย ครั้งที่ 1/2568 พร้อมด้วยผู้แทนจากกระทรวงการต่างประเทศ กรมทางหลวง สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร และหน่วยงานอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม

    พิเชฐ คุณาธรรมรักษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางราง

    ที่ประชุมได้รับทราบการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเชื่อมโยงทางรถไฟไทย-ลาว-จีน เช่น ความคืบหน้าของโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 1 โดยมีงานก่อสร้างแล้วเสร็จ 2 สัญญา จากทั้งหมด 14 สัญญา อยู่ระหว่างดำเนินการอีก 10 สัญญา และรอลงนามสัญญาอีก 2 สัญญา และโครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา–หนองคาย โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการจัดทำเอกสารประกวดราคา คาดว่าจะสามารถดำเนินการประกวดราคาได้ภายในปี 2568
     

    การเชื่อมต่อโครงการสู่ สปป. ลาว ที่ประชุมได้รับทราบความคืบหน้า การพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้านาทา โดยเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟจากหนองคายเข้าสู่เส้นทางใน สปป. ลาว โดยใช้สะพานมิตรภาพไทย–ลาว หนองคาย–เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 จังหวัดหนองคาย ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สะพานเดิม ห่างประมาณ 30 เมตร ปัจจุบันการรถไฟแห่งประเทศไทยอยู่ระหว่างการศึกษาออกแบบรายละเอียด โดยสะพานดังกล่าวจะมีทั้งทางรถไฟขนาดมาตรฐาน รวมถึงมีแนวเส้นทางรถไฟเชื่อมโยงไปที่สถานีเวียงจันทน์ใต้และสถานีท่านาแล้ง 

    ไทย - ลาว - จีน ลุยสร้างสะพานมิตรภาพหนองคาย - เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 ไทย - ลาว - จีน ลุยสร้างสะพานมิตรภาพหนองคาย - เวียงจันทน์ แห่งที่ 2

    นอกจากนี้ ที่ประชุมได้ร่วมกันพิจารณาองค์ประกอบคณะผู้แทนไทย จัดทำท่าทีของฝ่ายไทย และเตรียมความพร้อมสำหรับการประชุมหารือในประเด็นการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ในวันที่ 17 ตุลาคม 2568 ณ สปป. ลาว เพื่อหารือในประเด็นการก่อสร้างทางรถไฟและสะพานมิตรภาพไทย–ลาว หนองคาย–เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 เพื่อรองรับการขนส่งจากสถานีนาทา – หนองคาย – สะพานข้ามแม่น้ำโขง – สถานีท่านาแล้ง–สถานีเวียงจันทน์ใต้

    ไทย - ลาว - จีน ลุยสร้างสะพานมิตรภาพหนองคาย - เวียงจันทน์ แห่งที่ 2 ไทย - ลาว - จีน ลุยสร้างสะพานมิตรภาพหนองคาย - เวียงจันทน์ แห่งที่ 2

    ทั้งนี้ การประชุมดังกล่าวจะเป็นจุดเริ่มต้นของความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรมของการขนส่งทางรางระหว่างสองประเทศ ยกระดับความร่วมมือให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น เสริมสร้างเศรษฐกิจและความมั่นคงในภูมิภาค รวมทั้งเชื่อมโยงการค้าและการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนขยายการเชื่อมโยงรถไฟสู่ประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สปป. ลาว เพื่อเพิ่มศักยภาพการขนส่งและการเชื่อมโยงในภูมิภาคต่อไป
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/economy-business/economy/378966495&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3E-4NIqcEYqK1dGk5_BSeo

  • อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชวนสายลุยเที่ยว “น้ำตกแม่กระดังลา” | TOPNEWS

    อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชวนสายลุยเที่ยว “น้ำตกแม่กระดังลา” | TOPNEWS

    อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชวนสายลุยเที่ยว “น้ำตกแม่กระดังลา”

    • เผยแพร่ : 07/09/2025 09:09

    การเดินทางมายังน้ำตกแม่กระดังลาถือเป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้น โดยเฉพาะช่วง 2 กิโลเมตรสุดท้ายที่เป็นถนนลูกรัง และมีทางลาดชัน ทำให้ต้องใช้ รถยนต์ 4×4 เท่านั้นจึงจะสามารถเข้าถึงได้ แต่ความลำบากนี้ก็คุ้มค่า เพราะตลอดทางคุณจะได้สัมผัสกับบรรยากาศของป่าเขาที่อุดมสมบูรณ์ และเมื่อมาถึงลานจอดรถ คุณจะพบกับแอ่งน้ำใส ๆ ที่รอให้คุณลงไปสัมผัสความสดชื่นได้ทันที

    น้ำตกแม่กระดังลาสามารถท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วง ฤดูฝน ที่ธรรมชาติจะยิ่งชุ่มฉ่ำและน้ำตกจะมีปริมาณน้ำมากเป็นพิเศษ ทำให้ความสวยงามเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า
    ถ้าคุณพร้อมที่จะลุยและเปิดประสบการณ์ใหม่ ๆ กับธรรมชาติที่ไม่ปรุงแต่ง น้ำตกแม่กระดังลาคือจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง. นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ 032772312 ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว หรือเพจ facebook อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน

    บรรณรต เจริญกิจสัมพันธ์ ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จังหวัดเพชรบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1303591&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QNW7hu96sxkR8gh_pBEnN

  • สว.อีสานใต้ลุยประโคนชัย ฟังปัญหาชาวบ้าน จ่อขึ้นทะเบียนผู้เสพเข้าบำบัด

    สว.อีสานใต้ลุยประโคนชัย ฟังปัญหาชาวบ้าน จ่อขึ้นทะเบียนผู้เสพเข้าบำบัด

    ภูมิภาค

    สว.อีสานใต้ลุยประโคนชัย ฟังปัญหาชาวบ้าน จ่อขึ้นทะเบียนผู้เสพเข้าบำบัด

    วันเสาร์ ที่ 06 กันยายน พ.ศ. 2568, 18.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    อำเภอประโคนชัย / กลุ่ม สว.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ตอนล่าง) ลงพื้นที่ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ เพื่อรับฟังความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติด ราคาพืชผลการเกษตร การคมนาคม การส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยว ของประชาชนในพื้นที่พร้อมนำแนวทางบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ไปเสนอต่อส่วนที่เกี่ยวข้องตามกลไกวุฒิสภา

    วันที่ 6 ก.ย. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง) สว.อีสานใต้ นำโดยนายพรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา หัวหน้าคณะเดินทาง ลงพื้นที่โรงเรียนเมืองตลุงพิทยาสรรพ์ อ.ประโคนชัย จ.บุรีรัมย์ โดยมีนายจำเริญ แหวนเพ็ชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ นายอำเภอประโคนชัย ผู้นำท้องถิ่น ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง และประชาชนชาวประโคนชัย ให้การต้อนรับและนำเสนอข้อมูล ต่อ สมาชิกวุฒิสภา 

    สำหรับการลงพื้นที่ของคณะกรรมการโครงการสมาชิกวุฒิสภาพบประชาชนกลุ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือ(ตอนล่าง) เพื่อรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอแนะของประชาชนในพื้นที่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเป็นข้อมูลในการดำเนินการด้านนิติบัญญัติของวุฒิสภา การกลั่นกรองกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย เมื่อกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ตลอดจนสะท้อนข้อคิดเห็นและข้อเสนอแนะไปสู่การแก้ไขโดยอาศัยกลไกของวุฒิสภา และเพื่อให้เกิดความร่วมมืออันดีระหว่างประชาชนทุกภาคส่วน

    โดยในวันนี้ ผู้นำท้องถิ่น และชาวอำเภอประโคนชัย ได้นำเสนอปัญหาในพื้นที่ที่ต้องการการสนับสนุนและแก้ไขปัญหา คือ เรื่องของระบบชลประทานที่ยังขาดการบริหารจัดการ ปัญหาขาดแคลนน้ำ เพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตร โดย ฤดูแล้ง ก็แล้งจัด ฤดูฝนก็น้ำท่วม ปัญหาราคาพืชผลทางการเกษตรตกต่ำ นอกจากนี้ ยังมีเรื่องของแหล่งท่องเที่ยวบางแห่งที่เสื่อมมโทรมขาดการพัฒนาด้านการจัดการด้านท่องเที่ยว รวมถึงเส้นทางคมนาคามเข้าสู่แหล่งท่องเที่ยว และถนนบางสายที่ไม่สามารถขยายได้และชำรุดทรุดโทรม และปัญหาที่สำคัญ อีกอย่างที่ต้องการการแก้ไขปัญหาอย่างเร่งด่วน คือปัญหาด้านยาเสพติดในพื้นที่ด้วย

    นายพรเพิ่ม ทองศรี สมาชิกวุฒิสภา หัวหน้าคณะเดินทาง กล่าวว่า การลงพื้นที่ในครั้งนี้ เพื่อมาติดตามการดำเนินงานด้านต่างๆ ของหน่วยงาน และรับฟังข้อคิดเห็นจากพี่น้องประชาชนโดยตรง โดยหลังจากนี้เราจะนำปัญหาในพื้นที่ของท่านไปดำเนินการแก้ไข เรื่องใดที่สามารถทำได้ทันที จะนำเรื่องไปเสนอคณะกรรมาธิการที่เกี่ยวข้องทันที และ หากเรื่องใดที่ต้องอาศัยกลไกของสภา ทางสมาชิกวุฒิสภา จะตั้งมติ ตั้งกระทู้ถาม และปรึกษาประธานสภา เพื่อยื่นเรื่องให้แก่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาต่อไป

    พลตำรวจโทบุญจันทร์ นวลสาย สมาชิกวุฒิสภา กล่าวว่าปัญหายาเสพติดเป็นปัญหาในทุกจังหวัด โดยเฉพาะเรื่องที่ให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วย โดยความเห็นเบื้องต้น คือการขึ้นบัญชีผู้เสพ โดยให้ ปกครอง สาธารณสุข ตรวจสอบบุคคลในพื้นที่ และติดตามบำบัดรักษา หากบำบัดรักษาได้ และเลิกเสพ ก็ดีไป แต่หากบำบัดไม่ได้ และเสพซ้ำหรือ ก่อเหตุจากการเสพยาเสพติด ก็ต้องมีมาตรการในการจัดการเอาผิดต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/445456&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1liFFNO7op2fFJ8geaAldF

  • อัปเดตประวัติ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม สาวแกร่ง คู่หมั้นลูกชายอนุทิน

    อัปเดตประวัติ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม สาวแกร่ง คู่หมั้นลูกชายอนุทิน

    เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม อยู่ในความสนใจของสังคมด้วยบทบาทนักการเมืองรุ่นใหม่ ทายาทของตระกูลนักการเมืองบ้านใหญ่ และตลอด 7  ปีที่ผ่านมา เป็นหวานใจ ที่ปลายปีที่ผ่านมาได้หมั้นหมายกับเป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายของ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ของประเทศไทย 

    ประวัติของเพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม ทั้งด้านการศึกษา และเส้นทางการทำงานในด้านการเมืองนั้นไม่ธรรมดา 

    เพลง ชนม์ทิดา ลูกพ่อเอ๋ ชนม์สวัสดิ์ และตู่ นันทิดา 

    เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม
    เพลง-ชนม์ทิดา อัศวเหม

    เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม เป็นลูกสาวคนเดียวของ เอ๋ ชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม และ ตู่ นันทิดา แก้วบัวสาย เกิดวันที่ 15 ธันวาคม 2537 อายุ 31  ปี เคยดำรงตำแหน่ง เลขานุการ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) จังหวัดสมุทรปราการ ก่อนจะมาเป็น สส.ปาร์ตี้ลิสต์ในพรรคภูมิใจไทยของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ในการเลือกตั้ง 2566 ที่ผ่านมา 

    ประวัติการศึกษา เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม

    • จบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี
    • จบระดับปริญญาตรีจาก คณะนิเทศศาสตร์ (หลักสูตรนานาชาติ) จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
    • ปริญญาโทสายอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Development MSc จาก University of Westminster ประเทศอังกฤษ

    ไลฟ์สไตล์ของ เพลง ชนม์ทิดา

    เพลง ชนม์ทิดา ชื่นชอบการขับเครื่องบิน โดยเธอนั้นได้เคยเข้าร่วมฝึกกับการบินพลเรือน ในหลักสูตรนักบินส่วนบุคคล และจบออกมาเป็นรุ่นที่ 72 (Sunny72)

    ผลงานในวงการบันเทิงของ เพลง ชนม์ทิดา อัศวเหม  

    •  แค่ในใจก็พอ เป็นเพลงประกอบละครแค้นเสน่หา
    • ภาพยนตร์ และละคร เช่น ตุ๊กแกรักแป้งมาก, My Melody 360 องศารัก และ The Collector คนประกอบผี

    เพลง ชนม์ทิดา คู่หมั้น เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล 

    เพลง ชนม์ทิดา และ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล
    เพลง ชนม์ทิดา และ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล

    ความรักที่หวานชื่นของเพลง ชนม์ทิดา กับ เป๊ก เศรณี ชาญวีรกูล ลูกชายของ อนุทิน ชาญวีรกูล นั้น พาให้หลายคนเคลิ้มฝัน ด้วยภาพบรรยากาศเป๊กขอแต่งงานและหมั้นหมายกัน เมื่อต้นเดือนธันวาคม 2567 หลังคบหาดูใจกันมา 6 ปี  เป็นบรรยากาศที่ต่างประเทศแบบเรียบง่าย แต่แสนจะโรแมนติก โดยเพลง ได้โพสต์ภาพในอินสตาแกรม หรือ IG ที่เป๊กมอบช่อดอกไม้ 70 ดอก เนื่องในวาระที่ทั้งคู่รักกันมาแล้ว 7 ปี เมื่อวันที่ 27 มีนาคมที่ผ่านมา 

    ล่าสุดเพลง สานต่อธุรกิจที่ พ่อเอ๋ ชนม์สวัสดิ์เคยสร้างไว้ คือโรงแรมสำหรับดูแลรถหรู ตลอด 24 ชั่วโมง แบบครบวงจร

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/life/2881231&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1nZT6h0TIm5HCjmyAJJ5fV

  • โพลชี้คนไทยหนุนยุบสภาใน 4 เดือน แต่ต้องการแก้รธน. รายมาตรามากกว่า

    โพลชี้คนไทยหนุนยุบสภาใน 4 เดือน แต่ต้องการแก้รธน. รายมาตรามากกว่า

    7 ก.ย. 2568 – ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจเรื่อง “ยุบสภาในสี่เดือนเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญ” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 4-5 กันยายน 2568 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความคิดเห็นของประชาชนต่อข้อเสนอให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรภายในสี่เดือน การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับข้อเสนอให้ยุบสภาผู้แทนราษฎรภายในสี่เดือนพบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 59.24 ระบุว่า ควรยุบสภาฯ โดยเร็วที่สุด ไม่ต้องรอสี่เดือน รองลงมา ร้อยละ 27.17 ระบุว่า เห็นด้วยกับการยุบสภาฯ ภายในสี่เดือน ร้อยละ 9.54 ระบุว่า ไม่ควรยุบสภาฯ แต่ควรรอให้สภาฯ ชุดนี้หมดวาระในปี 2570 ร้อยละ 2.52 ระบุว่า ควรยุบสภาฯ ภายในหกเดือน ร้อยละ 0.92 ระบุว่า ควรยุบสภาฯ ภายในหนึ่งปี และร้อยละ 0.61 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ด้านความต้องการของประชาชนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 37.56 ระบุว่า ต้องการมาก รองลงมา ร้อยละ 28.17 ระบุว่า ไม่ต้องการเลย ร้อยละ 21.76 ระบุว่า ค่อนข้างต้องการ ร้อยละ 9.99 ระบุว่า
    ไม่ค่อยต้องการ และร้อยละ 2.52 ระบุว่า ไม่ทราบ/ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อสอบถามความคิดเห็นของผู้ที่ระบุว่าต้องการมากและค่อนข้างต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ
    (จำนวน 777 หน่วยตัวอย่าง) เกี่ยวกับรูปแบบการแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ประชาชนต้องการ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 74.39 ระบุว่า ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา รองลงมา ร้อยละ 24.71 ระบุว่า ต้องการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ และร้อยละ 0.90 ระบุว่า ไม่ตอบ

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพฯ ร้อยละ 18.70
    มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/857445/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WFgqwZKk8uGRT7qqGLoo4