Blog

  • ช็อก 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน ส่อแท้ง ‘พิพัฒน์’ หวั่นยุบสภา 12 ธ.ค.นี้

    ช็อก 10 บิ๊กโปรเจกต์คมนาคม 3.8 แสนล้าน ส่อแท้ง ‘พิพัฒน์’ หวั่นยุบสภา 12 ธ.ค.นี้

    นายพิพัฒน์  รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กรณีที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ประกาศจะยุบสภาก่อนเปิดประชุมไม่ไว้วางใจในวันที่ 12 ธันวาคมนี้นั้น เบื้องต้นคาดว่ามีหลายโครงการที่คาดว่าเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ทันในรัฐบาลชุดนี้

    “สาเหตุที่มีการยุบสภาเร็วกว่ากำหนด เนื่องจากจะมีการเปิดประชุมสภาเพื่ออภิปรายไม่ไว้วางใจ หากมีการโหวตหรือชี้แจงไปอย่างไรก็คงไม่ชนะ เราไม่ได้กลัวการอภิปรายไม่ไว้วางใจ แต่เพราะเราเป็นรัฐบาลเสียงข้างน้อย” นายพิพัฒน์ กล่าว
     

    สำหรับโครงการขนาดใหญ่ที่เสนอไม่ทันที่ประชุมครม.ในรัฐบาลนี้ จำนวน 10 โครงการ  วงเงิน 387,286 ล้านบาท ประกอบด้วย 1.แพ็คเกจรถไฟฟ้าทุกสี ยกเว้นรถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน 2.ค่าผ่านทางพิเศษ (ทางด่วน) 50 บาทตลอดสาย 

    3.โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9  (Double Deck) ระยะทาง 20.09 กม. วงเงิน 34,800 ล้านบาท ที่ได้ข้อสรุปให้บริษัททางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพจำกัด (มหาชน) หรือ BEM เป็นผู้ก่อสร้าง   

    4.โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี ระยะทาง 168 กม. วงเงิน 30,422 ล้านบาท 5.โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงสุราษฎร์ธานี-ชุมทางหาดใหญ่-สงขลา ระยะทาง 321 กม. วงเงิน 66,270 ล้านบาท 6.โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ ระยะทาง 45 กม. วงเงิน 7,772 ล้านบาท
     

    7.โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2  ช่วงปากน้ำโพ-เด่นชัย ระยะทาง 281 กม. วงเงิน 81,143 ล้านบาท,8. โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงชุมทางถนนจิระ-อุบลราชธานี ระยะทาง 308 กม. วงเงิน 44,095 ล้านบาท

    9.โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 2 ช่วงเด่นชัย-เชียงใหม่ ระยะทาง 189 กม. วงเงิน 68,222 ล้านบาท 10.โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง สายนครปฐม-ชะอำ ระยะทาง 61 กม. วงเงิน 54,562 ล้านบาท 

    นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า ส่วนโครงการที่คาดว่าทันในรัฐบาลชุดนี้ คือ นโยบายลดค่าครองชีพ โดยกระทรวงอยู่ระหว่างดำเนินการแพ็คเกจรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน เบื้องต้นจะนำร่องให้บริการรถไฟฟ้า 2 สาย ประกอบด้วย รถไฟฟ้าสายสีแดงและรถไฟฟ้าสายสีม่วง ตามขั้นตอนจะเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาอนุมัติภายในวันที่ 25 พ.ย.นี้ เนื่องจากมาตรการรถไฟฟ้า 20 บาทจะสิ้นสุดลงในวันที่ 30 พ.ย.2568
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/megaproject/644796&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gaml2uPHC_Ig_AOs_Unt3

  • มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯหนุน COP30 ผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพื่อแก้วิกฤตภูมิอากาศโลก

    มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯหนุน COP30 ผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำเพื่อแก้วิกฤตภูมิอากาศโลก

    วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 14.05 น.

    มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯขึ้นเวทีใหญ่ COP30 ประเทศบราซิล หนุนผลักดันเศรษฐกิจคาร์บอนต่ำจากฐานชุมชนสู่การเปลี่ยนผ่าน Net Zero ตอกย้ำ “คนและชุมชน” คือศูนย์กลางการเปลี่ยนผ่านเพื่อแก้ไขวิกฤตภูมิอากาศโลกอย่างยั่งยืน

    มูลนิธิแม่ฟ้าหลวง ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นำทีมผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญด้านความยั่งยืน เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคีกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ครั้งที่ 30 (COP30) เวทีสำคัญของการกำหนดทิศทางโลกด้าน Climate และ Nature ระหว่างวันที่ 10 – 21 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา ณ เมืองเบเล็ง รัฐปารา ประเทศบราซิล

    โดยมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ได้ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ในหลายเวทีของ UNFCCC และ Thailand Pavilion พร้อมยกบทเรียนจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ (พื้นที่ทรงงาน) อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดเชียงราย และพื้นที่ป่าชุมชนของไทยขึ้นสู่การสนทนาเชิงนโยบายระดับสากล สะท้อนแนวทางการพัฒนาที่เชื่อมโยงคน ชุมชน ธรรมชาติ และเทคโนโลยีเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม ตอกย้ำบทบาทขององค์กรไทยที่นำประสบการณ์จากพื้นที่จริงไปเชื่อมโยงสู่การออกแบบแนวนโยบายระดับโลก และย้ำว่าการแก้ปัญหาสภาพภูมิอากาศและการอนุรักษ์ธรรมชาติจะเกิดผลอย่างยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อเริ่มจากคนและชุมชนที่เป็นเจ้าของพื้นที่ คุ้มครองสิทธิในที่ดิน ใช้เทคโนโลยีและกลไกทางการเงินที่โปร่งใสเพื่อเสริมพลัง และเปิดพื้นที่ให้องค์ความรู้จากภาคสนามมีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของโลกบนฐานความร่วมมือระหว่างประเทศที่ยั่งยืนและเท่าเทียม

    หม่อมหลวงดิศปนัดดา ดิศกุล เลขาธิการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ กล่าวในหลายเวทีสำคัญของการประชุม ทั้ง “Tokenization: Decentralizing Carbon Market” และ “Connecting the Dots from Ground Action to Global Commitments Through High Integrity Climate and Nature Implementation” ว่าโลกกำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเศรษฐกิจคาร์บอนสูงไปสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ ซึ่งจะเกิดผลได้จริงก็ต่อเมื่อ “คนและชุมชน” เป็นศูนย์กลางของการเปลี่ยนผ่าน โดยเน้นย้ำว่า “หัวใจของ Climate และ Nature ไม่ใช่เทคโนโลยีหรือกลไกทางการเงิน แต่คือผู้คนแนวหน้าที่อยู่กับป่า ทำเกษตร และดูแลระบบนิเวศ เทคโนโลยีควรถูกใช้เพื่อให้โลกมองเห็นและเคารพในคุณค่าของพวกเขาอย่างเป็นธรรม”

    พร้อมกันนี้ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ชี้ว่า ตลาดคาร์บอนในอนาคตควรเปิดกว้าง โปร่งใส และเข้าถึงได้ในระดับประชาชน โดยเทคโนโลยีอย่าง tokenization และ blockchain จะช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือ ทำให้การซื้อขายคาร์บอนเครดิตเกิดขึ้นแบบเรียลไทม์ และตรวจสอบได้ว่ามูลค่าที่เกิดขึ้นไหลกลับสู่ชุมชนผู้ดูแลป่าอย่างเป็นธรรม พร้อมกล่าวไว้ว่า “หากคาร์บอนเครดิตกลายเป็นเพียงสินทรัพย์ในตลาด โดยที่ชุมชนไม่ได้รับประโยชน์ โลกก็จะยังติดอยู่ในระบบเศรษฐกิจที่ไม่เท่าเทียมเช่นเดิม”

    ในมุมเชิงนโยบาย หม่อมหลวงดิศปนัดดา เสนอให้ภาครัฐพิจารณาปรับบางส่วนของงบประมาณด้านพลังงานหรือการอุดหนุนอุตสาหกรรม ไปสนับสนุนการปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ ซึ่งเป็นการลงทุนที่มีต้นทุนต่ำกว่าแต่สร้างผลกระทบเชิงบวกได้สูงกว่า พร้อมเน้นแนวคิด “Collective Capitalism” หรือทุนนิยมที่เห็นคุณค่าร่วมระหว่างคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อม โดยย้ำว่า “เราต้องเปลี่ยนวิธีคิดจากการใช้ทุนเพื่อผลกำไร มาเป็นการใช้ทุนเพื่อสร้างคุณค่าให้สังคมและธรรมชาติร่วมกัน”

    นอกจากนี้ หม่อมหลวงดิศปนัดดา ยังกล่าวถึงบทบาทของเยาวชน โดยมองว่าเสียงของคนรุ่นใหม่กำลังมีอิทธิพลสูงขึ้น ทั้งในฐานะผู้บริโภคและผู้กำหนดทิศทางเศรษฐกิจ “เรากำลังตัดสินอนาคตของคนที่ยังไม่เกิด งานด้านสิ่งแวดล้อมจึงต้องคิดข้ามรุ่น ต้องลงมือทำให้เร็ว และต้องเปิดพื้นที่ให้เยาวชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจ”

    ขณะที่ รัมภ์รดา นินนาท หัวหน้าสายงานความยั่งยืน มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมเวที “Forests, Agriculture and the Green Economy of the Global South” เพื่อนำเสนอกรณีศึกษาจากโครงการพัฒนาดอยตุงฯ พื้นที่ชายแดนไทยกับเมียนมาที่เคยเผชิญความยากจนและการบุกรุกป่า แต่สามารถฟื้นฟูป่าและสร้างรายได้ให้ชุมชนได้อย่างมั่นคง โดยกล่าวว่า “ดอยตุงพิสูจน์แล้วว่าการฟื้นฟูป่าจะยั่งยืนได้ก็ต่อเมื่อคนในพื้นที่มีทางเลือกทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าเดิม และองค์ความรู้จากพื้นที่จริงคือสิ่งที่ประเทศกำลังพัฒนาสามารถแบ่งปันให้โลกได้” พร้อมย้ำว่าความร่วมมือของประเทศในกลุ่มกำลังพัฒนาเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสีเขียวจากฐานราก

    สมิทธิ หาเรือนพืชน์ หัวหน้าสายงาน Nature based Solutions และโครงการพิเศษมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เปิดเผยในเวที “Market Opportunities and Strategies” และ “Case Study of Tropical Forest Conservation” ว่า ความยั่งยืนเกิดขึ้นได้เมื่อชุมชนมีอาชีพมั่นคง สินค้าเกษตรได้มาตรฐาน สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และมีความร่วมมือระยะยาวกับภาคเอกชน โดยกล่าวว่า “ถ้าเราอยากให้ป่าอยู่ได้ยาวนาน เราต้องทำให้คนที่อยู่กับป่ามองเห็นอนาคตของตัวเองได้ยาวไม่แพ้กัน” พร้อมเสนอการใช้ข้อมูลจากดาวเทียมและเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อสร้างความโปร่งใสในการจัดการไฟป่าและโครงการคาร์บอนเครดิตของชุมชน

    ส่วน ดร.ธนพงศ์ ดวงมณี ผู้อำนวยการด้านนโยบายสิ่งแวดล้อม มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ร่วมแลกเปลี่ยนในเวที “Carbon Accounting 2.0: Accelerating Transparency and Trust on the Road to Net Zero 2050” โดยชี้ให้เห็นว่า การทำ Carbon Accounting ที่เชื่อถือได้ต้องอาศัยข้อมูลจากพื้นที่จริงและการมีส่วนร่วมของชุมชน “ถ้าระบบบัญชีคาร์บอนเริ่มต้นโดยไม่มีเสียงและข้อมูลจากพื้นที่จริง ต่อให้แบบจำลองซับซ้อนเพียงใดก็สร้างความเชื่อมั่นไม่ได้” พร้อมอธิบายว่า การเชื่อมโยงข้อมูลระดับชุมชนเข้ากับมาตรฐานระดับประเทศจะช่วยยกระดับความโปร่งใสและความน่าเชื่อถือของกลไก Carbon Accounting ของไทยบนเส้นทาง Net Zero

    ดร.สุภัชญา เตชะชูเชิด ผู้เชี่ยวชาญด้าน Nature based Solutions มูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ เข้าร่วมเวที “Local Experiences in Land Regularization for the Promotion of Sustainable Development” โดยย้ำว่าสิทธิในที่ดินคือ “กระดุมเม็ดแรก” ของการพัฒนา หากไม่จัดการให้ถูกต้องตั้งแต่ต้น ชุมชนจะขาดความมั่นคงและไม่สามารถวางแผนระยะยาวได้ พร้อมกล่าวในเวทีว่า “การคุยเรื่อง Climate และ Nature โดยไม่คุยเรื่องสิทธิในที่ดิน เท่ากับเรายังไม่ได้คาดกระดุมเม็ดแรกให้ถูก” ทั้งนี้ได้ยกตัวอย่างแนวทางของโครงการพัฒนาดอยตุงฯ ที่ทำข้อตกลงร่วมกับชุมชนเพื่อแบ่งเขตป่าและพื้นที่ทำกิน ช่วยให้ชาวบ้านวางแผนปลูกพืชระยะยาวและใช้ทรัพยากรอย่างรับผิดชอบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/gallery/455844&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Hc2zIUSWxmYQEiwGZKJqN

  • สจด. ร่วมงานแนะนำหลักสูตรศึกษาต่อของโรงเรียนสตรีนนทบุรี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สจด. ร่วมงานแนะนำหลักสูตรศึกษาต่อของโรงเรียนสตรีนนทบุรี — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/117352/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0dyfkCc4pDxn8XimbIGcxr

  • มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม

    มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม

    มูลนิธิบุณยะจินดา เพื่อข้าราชการตำรวจและครอบครัว จัดพิธีมอบรางวัลและทุนสนับสนุนประจำปี 2568 วันอังคารที่ 25 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 น. ณ ห้องประชุม “แจ้งยอดสุข” ชั้น 3 อาคารศูนย์ฝึกอบรมพัฒนาบุคลากรและสวัสดิการ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยมี พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และ คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา ประธานกรรมการมูลนิธิฯ ร่วมเป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิและผู้บังคับบัญชาระดับสูงของสำนักงานตำรวจแห่งชาติร่วมในงานอย่างพร้อมหน้า 

                               คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา

    คุณหญิงกอแก้ว บุณยะจินดา กล่าวว่า มูลนิธิบุณยะจินดาฯ ยังคงดำเนินกิจกรรมเพื่อยกย่องเชิดชูเกียรติข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเสียสละ รวมถึงให้ความช่วยเหลือครอบครัวตำรวจที่ได้รับผลกระทบจากภารกิจในพื้นที่เสี่ยง โดยยึดเจตนารมณ์ของ พล.ต.อ.พจน์ บุณยะจินดา ผู้ก่อตั้งมูลนิธิ ในการตอบแทนคุณความดีและสนับสนุนสวัสดิการตำรวจอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2548

    ปีนี้ มูลนิธิมอบรางวัลและทุนรวมทั้งสิ้น 369 ทุน มูลค่า 3,265,000 บาท ประกอบด้วย

    1. รางวัลเกียรติยศสดุดีวีรกรรม 2 รางวัล (50,000 บาท)

    รางวัลละ 25,000 บาท ผู้ได้รับรางวัล ได้แก่

    พ.ต.ท.สุวิทย์ ช่วยเทวฤทธิ์ ครู ตชด.44 ผู้ทุ่มเทงานการศึกษาในพื้นที่ชายแดน จ.นราธิวาส ต่อเนื่อง 20 ปี

    ด.ต.โดม ช่วยเทวฤทธิ์ ผบ.หมู่ ตชด.44 (มอบแก่ทายาท)

    ทั้งสองนายได้เสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดและยิงซ้ำระหว่างเดินทางปฏิบัติราชการเมื่อวันที่ 14 มกราคม 2568

                         มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม

    2. รางวัลข้าราชการตำรวจดีเด่นต้นแบบ 29 รางวัล (470,000 บาท)

    2.1 กลุ่มสัญญาบัตร – 1 รางวัล (100,000 บาท)

    พ.ต.ท.เอกสิษฐ์ เหมกรณ์ รอง ผกก.สส.ภ.จว.สงขลา ผู้ปฏิบัติงานสืบสวนคดีความมั่นคง

    2.2 กลุ่มประทวน – 3 รางวัล (รวม 120,000 บาท)

    รางวัลละ 40,000 บาท ได้แก่

    ด.ต.หญิง กลอยใจ ยุคะลัง (รร.ตชด.ยอดโพธิ์ทอง 1)

    จ.ส.ต.ปัญญาศิลป์ ผาเบ้า (งานจราจรโครงการพระราชดำริ บก.จร.)

    ส.ต.อ.ชาญณรงค์ นุ่นทอง (สืบสวนคดีความมั่นคง จ.ยะลา)

                         มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม

    2.3 ข้าราชการดีเด่นด้านต่าง ๆ – 25 รางวัล (250,000 บาท)

    รางวัลละ 10,000 บาท ครอบคลุม 6 ด้าน ได้แก่

    ป้องกันอาชญากรรม

    ปราบปรามยาเสพติด

    สืบสวน

    สอบสวน

    จราจร

    อำนวยการ

    3. รางวัลพลเมืองดี 1 รางวัล (10,000 บาท)

    ผู้ได้รับรางวัลคือ นายหมัดอาหลี สามารถ พนักงานรักษาความปลอดภัยโลตัส หาดใหญ่ 2 ผู้กล้าติดตามจับคนร้ายชิงทอง 25 บาท พร้อมของกลางครบเมื่อ 24 มิถุนายน 2568

                      มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม

    4. ทุนสงเคราะห์ครอบครัวตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บ/เสียชีวิต 215 ราย (1,204,000 บาท)

    แบ่งเป็น

    เสียชีวิต 37 ราย ๆ ละ 20,000 บาท

    บาดเจ็บสาหัส 36 ราย ๆ ละ 5,000 บาท

    บาดเจ็บทั่วไป 142 ราย ๆ ละ 2,000 บาท

                           มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม

    5. ทุนการศึกษาแก่บุตร–ธิดาตำรวจ 122 ทุน (1,531,000 บาท)

    5.1 ทุนต่อเนื่องระดับปริญญาโทต่างประเทศ 1,000,000 บาท

    ประจำปีนี้ ได้แก่

    ร.ต.ท.รชต วงษ์สุวรรณ (นรต.รุ่น 78 เกรดเฉลี่ย 3.92) รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองสุพรรณบุรี

    5.2 ทุนการศึกษาแบบไม่ต่อเนื่อง (รวม 531,000 บาท)

    ปริญญาตรี 10 ทุน ๆ ละ 10,000 บาท

    มัธยมศึกษา 49 ทุน ๆ ละ 5,000 บาท

    ประถมศึกษา 62 ทุน ๆ ละ 3,000 บาท

                 มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม   มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม   มูลนิธิบุณยะจินดามอบ 369 รางวัล-ทุน 3.26 ล้าน เชิดชูตำรวจ ผู้เสียสละเพื่อสังคม

    พิธีในปีนี้สะท้อนความตั้งใจของมูลนิธิบุณยะจินดาฯ ที่ต้องการสนับสนุนสวัสดิการตำรวจทั้งในด้านขวัญกำลังใจ ความปลอดภัย และการศึกษาของครอบครัวตำรวจ พร้อมประกาศยืนหยัดสนับสนุนผู้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อประชาชนและประเทศอย่างเต็มกำลังต่อไป
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/politics/644901&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0qCZKzu_OLOUzmc4jKEzLE

  • เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    การเมือง

    25 พ.ย. 2025 เวลา 13:52 น.

    เช็ครายชื่อทั้งหมดได้ที่นี่! 150 ชื่อได้เข้าอบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. ‘นักเลือกตั้ง-อดีต ขรก.-เอกชน’ มาพรึบ

    • กกต. ประกาศรายชื่อผู้ผ่านการคัดเลือกเข้าอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง (พตส.) รุ่นที่ 16 จำนวน 150 คน
    • ผู้เข้าร่วมอบรมประกอบด้วยบุคคลจากหลากหลายวงการ ทั้งนักการเมือง ข้าราชการระดับสูงฝ่ายพลเรือนและทหาร รวมถึงผู้บริหารภาคเอกชน
    • ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องเข้ารายงานตัวที่สำนักงาน กกต. ในวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2568 มิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์

    เมื่อวันที่ 25 พ.ย. 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16)

    ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้มีประกาศเชิญชวนผู้ที่สนใจสมัครเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16) ระหว่างวันที่ 2 – 17 ตุลาคม 2568 และได้ดำเนินการคัดเลือกผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการดำเนินการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง พ.ศ. 2566 และตามมติคณะกรรมการการเลือกตั้งนั้น

    บัดนี้ คณะกรรมการการเลือกตั้ง ได้อนุมัติรายชื่อผู้เข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16) เรียบร้อยแล้ว จึงประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรการพัฒนาการเมืองและการเลือกตั้งระดับสูง รุ่นที่ 16 (พตส. 16) จำนวน 150 คน และรายชื่อผู้ที่ได้รับการคัดเลือกสำรอง จำนวน 7 คน

    ทั้งนี้ ให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเข้ารายงานตัว ณ ห้องอบรม 704 – 705 ชั้น 7 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง อาคารรัฐประศาสนภักดี ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ฯ ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร ตามวันและเวลา ดังนี้

    1. วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 เวลา 13.00 – 16.00 น. ลำดับที่ 1 – 75

    2. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 – 12.00 น. ลำดับที่ 76 – 150

    อนึ่ง หากผู้ได้รับการคัดเลือกไม่ไปรายงานตัวตามวันและสถานที่ดังกล่าว จะถือว่าท่านสละสิทธิ์ในการเข้ารับการศึกษาอบรมหลักสูตรดังกล่าว สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งจะแจ้งให้ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกในลำดับสำรองเข้ารับการศึกษาอบรมแทน ตามลำดับต่อไป

    สำหรับผู้ผ่านเข้าร่วมอบรมมีทั้งอดีตข้าราชการ และข้าราชการระดับสูง ทั้งฝ่ายพลเรือน และกองทัพ รวมถึงมีผู้บริหารของบริษัทเอกชนจำนวนมาก รวมถึงนักการเมืองเข้าร่วม รายชื่อที่น่าสนใจ เช่น

    นายกฤดิทัช แสงธนโยธิน สส.พรรคกล้าธรรม

    นายกัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี อดีต สส.พรรคประชาชน

    นายเกียรติชาย ไมตรีวงษ์ สว.

    น.ส.จิตศ์ตราฎ์ หมีทองธนกรณ์ เลขานุการ รมว.สาธารณสุข

    นายชัยยง จันทวีภากร ผู้เชี่ยวชาญประจำตัว สส.

    นางณีรานุช วัฒนาทร นายทะเบียน สมาชิกพรรคประชาชาติ

    นายต่อศักดิ์ อัศวเหม รองนายก อบจ.สมุทรปราการ

    นายไตรรงค์ ตันทสุข กรรมการบริหารพรรคเสรีรวมไทย

    นายธัญญา เนติธรรมกุล อดีตอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธ์พืช

    นายบุรินทร์ สุขพิศาล กรรมการบริหารพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.)

    พล.ต.ต.ปภัชเดช เกตุพันธ์ อดีตรองผู้บัญชาการตำรวจภูธร ภาค 9

    นายไพรัช พรสมบูรณ์ศิริ อดีตอัยการสูงสุด (อสส.) ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษา อสส.

    พล.อ.ภัทรพล ภัทรพัลลภ อดีตเจ้ากรมการพลังงานทหาร

    นายมงคล วุฒินิมิต ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.

    นายเมฆินทร์ เอี่ยมสอาด กรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.)

    นายวัชรพล บุษมงคล หัวหน้าพรรคไทยก้าวหน้า

    นายวิชชา กลิ่นประทุม ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท พอลลี่แอนด์ เค เทคนิคอล ซัพพลายส์ จำกัด

    นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายข่าว บริษัท บางกอก มีเดีย แอนด์ บรอดคาสติ้ง จำกัด (สถานีโทรทัศน์ PPTV HD36)

    นายอับดุลลักษณ์ สะอิ ที่ปรึกษารองนายกฯ (พิพัฒน์ รัชกิจประการ)

    ส่วนรายชื่อทั้งหมดดูได้ตามเอกสารแนบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    เช็คเลย! 150 ชื่ออบรมหลักสูตร พตส.16 ของ กกต. นักการเมือง-ขรก.พรึบ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1209163&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Zit_-rsXJJ1JisGUo9lE8

  • อิสราเอลปฏิรูปภาษีภาคอุตสาหกรรม High‑Tech หวังดึงคนเก่งกลับประเทศในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอนาคต

    อิสราเอลปฏิรูปภาษีภาคอุตสาหกรรม High‑Tech หวังดึงคนเก่งกลับประเทศในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจอนาคต

    รัฐบาลอิสราเอลประกาศชุดมาตรการปฏิรูปภาษีสำหรับภาคเทคโนโลยีและระบบนิเวศการลงทุน (VC/PE) พ.ย. 2025 เพื่อสร้างความชัดเจนทางภาษี (tax certainty) และจูงใจให้ทุนและแรงงานไฮเทคกลับประเทศ มาตรการสำคัญรวมถึงการกำหนดอัตราภาษีสำหรับ carried interest, การยกเว้น VAT บางรายการ, สิทธิพิเศษสำหรับผู้กลับถิ่น (returnees), และแนวทางการจัดเก็บภาษีสำหรับ R&D / IP / transfer pricing

    ข้อเปลี่ยนแปลงหลัก (Key changes)

    1. Carried interest: กำหนดอัตราภาษีสำหรับ carried interest ให้ชัดเจน โดยแบ่งแยกการปฏิบัติระหว่างผู้จัดการกองทุนที่มีถิ่นฐานในอิสราเอลและผู้มีถิ่นฐานต่างประเทศ เพื่อทำให้โครงสร้าง GP/LP มีความชัดเจนและคาดการณ์ได้

    2. VAT treatment: ยกเว้น VAT สำหรับ carried interest และปรับแนวทางคิด VAT กับ management fees เพื่อลดข้อพิพาททางภาษี

    3. Tax treatment for returnees & equity compensation: ให้การปฏิบัติพิเศษสำหรับผู้เชี่ยวชาญไฮเทคที่ย้ายกลับประเทศ โดยเปิดทางให้บางประเภท stock options ถูกเก็บภาษีในฐานะ capital gains แทน income

    4. R&D / IP / transfer pricing guidance: ประกาศแนวปฏิบัติเกี่ยวกับการประเมินมูลค่า IP และการจัดสรรกำไรของศูนย์ R&D เพื่อเพิ่มความชัดเจนแก่บริษัทข้ามชาติ

    5. Incentives for foreign investors: ข้อกำหนดบางส่วนให้สิทธิประโยชน์แก่กองทุนต่างชาติ เช่น การลดภาระภาษี capital gains ในการลงทุน qualifying investments

    ผลกระทบเชิงเศรษฐกิจและระบบนิเวศ

    1. กระตุ้นเงินทุน VC/PE: ความชัดเจนทางภาษีช่วยลดความเสี่ยงทางกฎหมายและภาษี ทำให้นักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มการจัดสรรเงินทุนสู่สตาร์ทอัพอิสราเอลมากขึ้น

    2. ดึงดูด/คืนแรงงานไฮเทค: ผู้เชี่ยวชาญที่ย้ายออกไปมีแรงจูงใจกลับด้วยโครงสร้างภาษีบน equity compensation ที่เอื้อต่อการได้รับผลตอบแทนหลังกลับประเทศ

    3. เร่ง M&A และ exit opportunities: เมื่อ carry/VAT/capital gains มีกรอบชัด การวางแผน exit, IPO หรือ trade sale จะง่ายและคาดการณ์ได้มากขึ้น

    4. เพิ่มบทบาทของอิสราเอลในตลาดโลก: มาตรการช่วยยกระดับความสามารถแข่งขันของอิสราเอลในฐานะศูนย์นวัตกรรมระดับโลก

    ความเห็นของ สคต.

    สคต. เห็นว่า ไทยควรมีแนวคิดริเริ่มจัดทำ MOU ระหว่างหน่วยงานนวัตกรรมของไทยและ Israel Innovation Authority เพื่อสร้างกรอบความร่วมมือด้าน VCtoVC, joint funds และ talent exchange และอาจพิจารณามาตรการสนับสนุนการ coinvestment จากกองทุนรัฐให้เป็น pilot เพื่อเรียนรู้ mechanics และลดความเสี่ยงของอิสราเอลได้เร็วขึ้น

    โดยแนวทางหนึ่งที่ควรจะพิจารณาก็คือ การจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจเพื่อสำรวจความเป็นไปได้ในการลงทุน coinvestment opportunities กับกองทุน seedseries A และการศึกษาข้อมูลเพื่อพัฒนาความเชี่ยวชาญด้าน tax structuring และ crossborder fund operations เพื่อรองรับการลงทุนบริษัทสตาร์ทอัพและบริษัทเทคไทย โดยไทยอาจมุ่งเน้นการสำรวจ partnership หรือ acquisition กับสตาร์ทอัพอิสราเอลในสาขาที่สอดคล้องกับไทย (agritech, water tech, med tech, cybersecurity) ทั้งนี้อาจใช้วิธีในการทำแบบ joint R&D และ licensing เพื่อเป็นช่องทางเข้าถึงเทคโนโลยี

    นอกจากนั้น การจัดตั้งสถาบันการศึกษาและศูนย์วิจัย เพื่อจัดตั้ง joint labs และ exchange programs เพื่อถ่ายโอนความรู้และดึงทุนวิจัยร่วมกัน และจัดทำการศึกษาด้านบริการทางกฎหมายและการเงินที่เกี่ยวข้องเพื่อไทยอาจนำไปปรับใช้ในการเขียนมาตรการส่งเสริมการลงทุนของไทยในด้านนี้ ให้มีข้อกำหนดที่ทันสมัยหรือมีมิติที่เชื่อมโยงกับอิสราเอลในด้านนี้ได้ง่ายหรือเร็วมากขึ้น เพราะจะช่วยเพิ่มโอกาสที่ไทยจะก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการพัฒนาธุรกิจ High-Tech นี้เร็วมากขึ้น เพราะหากไทยไม่รีบทำแล้ว ไทยก็จะเผชิญการแข่งขันจาก ประเทศอื่นๆที่มุ่งการพัฒนาในด้านนี้ เช่น สิงคโปร์ ยุโรป และสหรัฐฯ ก็แข่งขันดึง VC/talent เหล่านี้อยู่เช่นเดียวกัน

    ผู้ส่งออกหรือนักธูรกิจที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติมด้านการค้าและการลงทุนต่าง ๆ เกี่ยวประเทศอิสราเอล ท่านสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ E-mail: ของสำนักงานฯ ที่ thaicomt@zahav.net.il

    ที่มา : https://www.goldfarb.com/ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/ydfqxq039vf16gqa944or4mb&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3J6cyJNWbDaPDXzCiLrf5g

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/studyabroad/67657/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B7JQlZQ8lwMMZfQI5JHjR

  • ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. บุรุษสุดแกร่งได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี”

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. บุรุษสุดแกร่งได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี”

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. บุรุษสุดแกร่งได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี”

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร บุรุษเจ้าของฉายา “แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี” ได้เข้าชิง “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025”

    ภายหลังจาก “ไทยรัฐ” ได้เปิดให้ร่วมโหวต “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025” เพื่อชิงรางวัล “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” พบว่า 1 ใน 5 บุคคลที่มีผู้โหวตเข้าชิงรางวัล คือ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (5 บุคคลที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี 2025”)

    ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าฯ กทม. เจ้าของฉายา “แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”

    • ประวัติ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ชื่อเล่น ทริป เกิดวันที่ 24 พฤษภาคม 2509 ภูมิลำเนาเป็นคน กรุงเทพมหานคร เป็นบุตรของ พลตำรวจเอกเสน่ห์ สิทธิพันธุ์ อดีตผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) กับจิตต์จรุง สิทธิพันธุ์
    • มีพี่น้อง 2 คน คือ รศ.ดร.ปรีชญา สิทธิพันธุ์ – อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาสถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผอ.โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ (พี่ฝาแฝด)
    • สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จากโรงเรียนสาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา สำเร็จปริญญาวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโยธา (เกียรตินิยมอันดับ 1) จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย วิศวกรรมศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิศวกรรมโครงสร้าง จากสถาบันเทคโนโลยีแมสซาชูเซตส์ และวิศวกรรมศาสตรดุษฎีบัณฑิต จากมหาวิทยาลัยอิลลินอยส์ เออร์แบนา-แชมเปญจน์ สหรัฐอเมริกา ด้วยทุนมูลนิธิอานันทมหิดล ประจำปี พ.ศ. 2530
    • ชัชชาติ มีบุตรชายหนึ่งคน คือ น้องแสนดี หรือ แสนปิติ สิทธิพันธุ์ 
    • เส้นทางการทำงาน เคยเป็นวิศวกรโครงสร้างในบริษัทเอกชน ก่อนมาทำงานด้านวิชาการ โดยเป็นอาจารย์ประจำคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในตำแหน่งรองศาสตราจารย์ และได้รับแต่งตั้งเป็นผู้ช่วยอธิการบดี ฝ่ายจัดการทรัพย์สิน และยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการในรัฐวิสาหกิจหลายแห่ง
    • ต่อมาเป็นที่รู้จักในฐานะนักการเมืองครั้งแรก จากตำแหน่ง “อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการ” และ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม” ในรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ซึ่งเป็นบุคคลระดับหัวกะทิของรัฐบาลในด้านการวางยุทธศาสตร์ของประเทศ
    • หลังจากสิ้นสุดรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ชัชชาติไปทำงานด้านอสังหาริมทรัพย์ในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) จากนั้นก็ได้ลาออกมาสมัครเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. ในปี 2565
    • ภาพไวรัลดัง ขณะชัชชาติไปทำบุญใส่บาตรภายในวัดบูรพาราม จังหวัดสุรินทร์ โดยสวมเสื้อแขนกุด หิ้วถุงอาหาร และเดินด้วยเท้าเปล่า กลายเป็นที่พูดถึงอย่างมากในโลกออนไลน์ จนได้รับการกล่าวขนานนามว่าเป็น “ผู้แข็งแกร่งที่สุดในปฐพี”
    • จากรัฐมนตรีผู้ที่แข็งแร่งที่สุดในปฐพี ได้กลายเป็น “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” คนที่ 17 หลังชนะการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. 2565
    • ช่วงแถลงผลงานภาพรวมในการดำรงตำแหน่งครบ 3 ปี หลังชนะการเลือกตั้งอย่างถล่มทลาย ชัชาติให้ตัวเองแค่ 5 คะแนน และยังไม่ตอบว่าจะลงสมัครรับเลือกตั้งต่อในสมัยหน้าหรือไม่

    แล้วใครคือ “บุคคลที่สุดแห่งปี” ของคุณ อย่าลืมร่วมโหวต “ไทยรัฐที่สุดแห่งปี 2025” เฟ้นหาบุคคลที่สุดแห่งปี ได้ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน – 31 ธันวาคม 2568 ได้ที่เว็บไซต์ https://www.thairath.co.th/campaign/vote

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2897682&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WddKQZ1b6ojHnVeJeOVqe

  • ป่อเต็กตึ๊งมอบทุนการศึกษา 60 ทุน นักเรียนถิ่นทุรกันดารเชียงราย

    ป่อเต็กตึ๊งมอบทุนการศึกษา 60 ทุน นักเรียนถิ่นทุรกันดารเชียงราย

    ประชาสัมพันธ์

    ป่อเต็กตึ๊งมอบทุนการศึกษา 60 ทุน นักเรียนถิ่นทุรกันดารเชียงราย

    วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 15.05 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง นำโดย นายสุรพงษ์ เตชะหรูวิจิตร กรรมการและรองเลขาธิการ พร้อมด้วย นายนิพนธ์ ลีละศิธร กรรมการ และนางสาวดวงชุตา ติยะพจนพรกุล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสังคมสงเคราะห์ นำทีมแผนกส่งเสริมการศึกษาและอาชีพลงพื้นที่จังหวัดเชียงราย มอบทุนการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาสำหรับนักเรียนในถิ่นทุรกันดาร รุ่นที่ 4 ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของโครงการต่อเนื่อง 3 ปี รวมจำนวน 60 ทุน รวมงบประมาณทั้งสิ้น 450,000 บาท

    ในพิธีมี นายวีระยุทธ คีลาวงค์ รองผู้อำนวยการโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พร้อมด้วยผู้บริหารสถานศึกษาอีก 20 แห่ง คณะครู อาจารย์ และผู้แทนนักเรียนจากโรงเรียนต่างๆ ร่วมงาน ณ หอประชุมโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

    การมอบทุนการศึกษานี้ถือเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญของมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อสนับสนุนเยาวชนให้มีโอกาสเท่าเทียมทางการศึกษา สร้างอนาคตที่ดีให้ครอบครัวและสังคม ตลอดระยะเวลากว่า 115 ปี มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งได้ขยายขอบเขตโครงการเพื่อบำบัดทุกข์บำรุงสุขแก่ผู้ตกทุกข์ได้ยากโดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ศาสนา พร้อมพัฒนาคุณภาพชีวิตประชาชนอย่างครบวงจร ภายใต้ปณิธาน “มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ช่วยชีวิต รักษาชีวิต สร้างชีวิต”

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/relation/455864&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Vce2FZepB801ieeQ2g34B

  • เวิลด์แบงก์เผยครูกัมพูชาเงินเดือนสูงขึ้น แต่ความรู้-ทักษะการสอนยังต้องพัฒนา : อินโฟเควสท์

    เวิลด์แบงก์เผยครูกัมพูชาเงินเดือนสูงขึ้น แต่ความรู้-ทักษะการสอนยังต้องพัฒนา : อินโฟเควสท์

    ธนาคารโลก (World Bank) เผยแพร่รายงานสองฉบับในวันนี้ (25 พ.ย.) ซึ่งระบุว่า กัมพูชาจำเป็นต้องเพิ่มความพยายามในการพัฒนาคุณภาพการสอน แม้ว่าจะมีความก้าวหน้าในการนำเด็กเข้าสู่ระบบการศึกษาก็ตาม

    ทั้งนี้ รายงานของธนาคารโลกได้ทำการประเมินทั้งคุณภาพและปริมาณการสอนในโรงเรียนประถมศึกษา พร้อมทั้งระบุขั้นตอนในการเสริมสร้างทักษะการอ่านออกเขียนได้และการคำนวณขั้นพื้นฐาน

    ทาเนีย เมเยอร์ ผู้จัดการธนาคารโลกประจำประเทศกัมพูชา กล่าวว่า “การลงทุนในครูผู้สอนและการปรับปรุงเวลาเรียน จะทำให้กัมพูชาสามารถมอบการศึกษาที่ดีขึ้นให้แก่เด็ก ๆ และสร้างกำลังแรงงานที่มีความสามารถในการแข่งขันมากขึ้น”

    รายงานระบุว่า แม้เงินเดือนครูที่สูงขึ้นจะดึงดูดให้นักเรียนที่จบมัธยมปลายและมีผลการเรียนดีสมัครเรียนต่อเพื่อเป็นครูมากขึ้น แต่ทักษะการสอนและความรู้ในวิชาต่าง ๆ ในห้องเรียนกลับยังไม่ได้รับการพัฒนา

    เพื่อปรับปรุงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ธนาคารโลกได้เรียกร้องให้ลงทุนเพิ่มเติมเพื่อฝึกอบรมครูทั้งก่อนและระหว่างการปฏิบัติงาน พร้อมทั้งแนะนำแนวทางปฏิบัติที่มีประสิทธิผล เช่น การลดการขาดงานของครู ลดการปิดโรงเรียนโดยพลการ และเพิ่มจำนวนสัปดาห์การสอนในแต่ละปีการศึกษา เป็นต้น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (25 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/548898&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2U4XhEqgEIBPBb7C0ni-hF