Blog

  • นายกรัฐมนตรีนำทีมเศรษฐกิจ – หน่วยงานการเงิน สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง หาดใหญ่

    นายกรัฐมนตรีนำทีมเศรษฐกิจ – หน่วยงานการเงิน สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง หาดใหญ่

    นายกรัฐมนตรีนำทีมเศรษฐกิจ – หน่วยงานการเงิน สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง หาดใหญ่

    นายกรัฐมนตรีนำทีมเศรษฐกิจ – หน่วยงานการเงิน บินลงหาดใหญ่รอบที่ 5 คุยผู้ประกอบการ พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง ด้าน “ศุภจี”ยันมีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

    เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 พ.ย.2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการค้าภายใน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.) ผู้บริหารธนาคารออมสิน ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ ออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา โดยเป็นการเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นครั้งที่ 5

    เมื่อเดินทางถึงนายกฯ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึงจะร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน โดยนายกฯจะหารือกับผู้ประกอบการและนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา จากนั้นนายกฯและคณะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง เพื่อพบปะให้กำลังใจผู้ประกอบการก่อนร่วมประชุมรับฟังปัญหาและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่ ก่อนลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3 ซึ่งในพื้นที่ได้มีการจัด Big Cleaning Day (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์) ในวันแรกไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนที่นายกฯและคณะจะเดินทางกลับกทม.

    โดยเวลา 12.37 น. นายกฯเดินทางถึงกองบิน 6 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยเรื่องลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ นายกฯหยุดยืนฟังคำถาม และพยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

    ขณะที่ นางศุภจี กล่าวว่า “ขอให้ติดตามดู ยืนยันว่ามีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน.”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2898955&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3PNMDYmpkgM_IFkIeMBFDA

  • ส่องโอกาสธุรกิจ Wellness ทางรอดเศรษฐกิจไทยยุคชะลอตัว

    ส่องโอกาสธุรกิจ Wellness ทางรอดเศรษฐกิจไทยยุคชะลอตัว

    ในยุคที่ปัจจัยเสี่ยงด้านสุขภาพ และภาระค่าใช้จ่ายของผู้คนเพิ่มขึ้นทั่วโลก ไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่กำลังพัฒนาศักยภาพด้านการแพทย์และมีอัตราการเติบโตสูงในธุรกิจนี้ โดยปี 2566 อุตสาหกรรมด้าน Wellness มีมูลค่ารวมราว 40.5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 1.3 – 1.4 ล้านล้านบาท เป็นอันดับ 1 ของโลก เติบโต 28.4% ขณะที่การท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Wellness Tourism) มีอัตราการเติบโตสูงสุดครองอันดับ 2 รองจากประเทศจีน ติดอันดับ 1 ใน 20 ประเทศปลายทางการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพของโลก

    นายแพทย์ตนุพล วิรุฬหการุญ ประธานคณะผู้บริหาร บีดีเอ็มเอส เวลเนส คลินิก และ บีดีเอ็มเอส เวลเนส รีสอร์ต บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ จำกัด (มหาชน) หรือ BDMS เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า ธุรกิจ Wellness อาจเป็นทางรอดเดียวของประเทศไทยในยุคที่เครื่องยนต์เศรษฐกิจชะลอตัว การที่ไทยเป็นแชมป์อันดับ 1 และ 2 ของโลกในธุรกิจ Wellness และ Wellness Tourism ทำให้ทั่วโลกหันมาให้ความสนใจและอยากศึกษาว่าประเทศไทยทำอย่างไร จึงทำให้มูลค่าเศรษฐกิจเกี่ยวกับสุขภาพเติบโตได้

    แน่นอนว่าปัจจัยบวกและโอกาสที่ขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ มาจากประเทศไทยได้ก้าวเข้าสังคมผู้สูงอายุ (Aging Society) อย่างสมบูรณ์แล้ว และคาดว่าอีกประมาณ 8 ปี ไทยจะเข้าสู่ระดับ “สุดยอด” คือมีคนอายุเกิน 60 ปี เกิน 28% เป็นปัจจัยสำคัญสอดคล้องกับข้อมูลของประชากรโลก ที่เริ่มเกิดการเจ็บป่วยจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ไม่ว่าจะเป็นโรคเบาหวาน, ความดัน, ไขมัน, หัวใจ, เส้นเลือดแตก/ตีบ, มะเร็ง, และโรคเครียด

    ส่องโอกาสธุรกิจ Wellness ทางรอดเศรษฐกิจไทยยุคชะลอตัว

    หากเจาะลึกดูสถิติของสาเหตุการเสียชีวิต ประชากรไทยเสียชีวิตด้วยโรค NCDs สูงถึง 77% คิดเป็น 38,400 คนต่อปี หรือ 44 คนต่อชั่วโมง ซึ่งล้วนเกิดจากการกินไม่ดี นอนไม่ดี ออกกำลังกายน้อย ขี้เกียจ และมีความเครียดสูง ยังมีผลกระทบจากโควิด-19 ที่ทำให้คนปกติซึ่งมีโรคประจำตัวหรือโรค NCDs แฝงอยู่อาการทรุดหนัก เสี่ยงทำให้เกิดการเสียชีวิตเพิ่มขึ้นถึง 7 เท่า

    เหตุการณ์นี้กระตุ้นให้ผู้คนหันมาสนใจสุขภาพมากขึ้น ความสนใจในธุรกิจที่เกี่ยวกับสุขภาพมากขึ้นเช่นกัน และปัจจัยบวกสำคัญที่สุดอีกอย่างคือ เทรนด์การป้องกันดีกว่าการรักษา คนเริ่มตระหนักแล้วว่าการป้องกันโรคช่วยลดค่าใช้จ่ายได้ดีกว่าการป่วยแล้วไปรักษา เพราะถ้าป่วยแล้วจะเสียเงินมาก ถ้าโชคร้ายจะเสียทั้งเงิน ไม่หาย และทรมาน

    “ทั้งหมดนี้คือโอกาสของธุรกิจด้าน Wellness ภายใต้แนวคิดใหม่ที่จะใส่ใจในคำว่า Healthspan หรือ การมีชีวิตที่ยืนยาวอย่างมีสุขภาพดี ไม่เจ็บ ไม่ป่วย มากกว่า Lifespan (อายุตามบัตรประชาชน) ซึ่งปัจจุบัน Healthspan ของคนไทยเฉลี่ยนอยู่ในช่วงอายุประมาณ 67 ปี ส่วน Lifespan คือ 77 ปี จะสังเกตว่าค่าเฉลี่ยที่ห่างกันนี้ทำให้คนไทยเกือบทุกคนต้องทรมานจากการเจ็บป่วยประมาณ 10 ปี ก่อนเสียชีวิต ฉะนั้นเป้าหมายสูงสุดคือทำให้ Healthspan กับ Lifespan มีค่าเฉลี่ยเท่ากัน เพื่อให้ผู้คนหลับและเสียชีวิตไปอย่างสบาย ไม่ทรมาน”

    ดังนั้น เพื่อให้บรรลุเป้าหมาย ประชาชนทุกคนต้องใส่ใจสุขภาพ ต้องนอนดี กินดี อารมณ์ดี และหลีกเลี่ยงสารอันตราย เช่น บุหรี่ เหล้า สุรา ขณะเดียวกันภาครัฐและเอกชนต้องช่วยกันผลักดันด้วยเช่นกัน โดยแกนหลักสำคัญคือภาครัฐ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องอาจจะต้องปรับโครงสร้างราคาและภาษีเกี่ยวกับธุรกิจด้าน Wellness อย่างจริงจัง

    ส่องโอกาสธุรกิจ Wellness ทางรอดเศรษฐกิจไทยยุคชะลอตัว

    ไม่ว่าจะเป็นที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพกาย ใจ และจิต เช่น ขายเครื่องมือออกกำลังกาย, การเปิดค่ายมวย/โยคะ, ค่ายปฏิบัติธรรม, นั่งสมาธิ, ทำสปา สิ่งเหล่านี้ควรได้รับการยกเว้นภาษี เพราะนับได้ว่าเป็นธุรกิจที่ช่วยสร้างให้ประชาชนมีสุขภาพดี ลดภาระค่าใช้จ่ายในระบบสาธารณะสุขได้ เหมือนการทำดีต้องได้รับ Incentive หรือรางวัลเป็นแรงจูงใจ ส่วนธุรกิจอันตรายต่อสุขภาพอาจจะต้องเพิ่มกำแพงภาษีให้สูงขึ้น เช่น ในหมวดอาหารที่มีสารอันตรายต่างๆ เช่น สารหนู ตะกั่ว ปรอท รวมถึงภาษีน้ำตาล (Sugar) ภาษีความเค็ม (เกลือ/Salt) ภาษีไขมัน แม้กระทั่งภาษีผงชูรส ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพ

    นอกจากนี้ อยากเสนอนโยบายสุขภาพถึงภาครัฐ ให้พิจารณานำเงินส่วนต่างๆ คืนให้แก่ประชาชนผู้ที่ไม่ใช้สิทธิ์ในการรักษาพยาบาลในแต่ละปี เพื่อสร้างแรงจูงใจให้คนหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น เพราะหากคนไทยแข็งแรงจะทำให้รัฐบาลเหลือเงินในระบบสุขภาพเยอะขึ้น ประชาชนก็ได้สุขภาพดี ไม่ต้องได้รับผลกระทบจากความเจ็บป่วย

    ยกตัวอย่างในกรณีศึกษา จากผลการดำเนินงานและนโยบายพนักงานของ BDMS Wellness Clinic ที่เติบโตในระดับ 2 ดิจิต เกินกว่าเป้าหมายทุกปี และเติบโตสูงที่สุดในกลุ่ม BDMS โดยในปี 2568 คาดว่าจะมีผู้เข้ารับบริการเป็นชาวต่างชาติ 60% และ คนไทย 40% ส่วยเป้าหมายในอนาคตปีถัดไปต้องการเร่งเครื่องดันกลุ่มต่างชาติให้ถึง 70% และเป็นคนไทย 30% แต่ในการบริหารมีนโยบายจูงใจพนักงานสุขภาพดี ให้โบนัสแก่พนักงานที่ไม่ป่วย ซึ่งได้ผลตอบรับดีมาก

    ส่องโอกาสธุรกิจ Wellness ทางรอดเศรษฐกิจไทยยุคชะลอตัว

    “จากปีแรกที่ BDMS Wellness Clinic เริ่มนโยบายเรื่องสุขภาพดีได้โบนัส มีพนักงานที่ไม่ป่วยประมาณ 10% ปีที่ 2 (ปี 2567) เพิ่มขึ้นเป็น 25% คาดการณ์สำหรับปีนี้อาจถึง 40% สิ่งนี้คือการผลักดันโมเดล Wellness ให้คนเกิดการแข่งขันกันเพื่อมีสุขภาพดี และจะสามารถนำผลนี้ขายต่อได้ ถึงโมเดล Wellness จะไม่สำเร็จ 100% แต่จะเป็นส่วนหนึ่งให้พนักงงานทุกคนมี Healthy ภายใต้การดูแลของหมอ ทำให้ทุกคนแข็งแรงขึ้น”

    นายแพทย์ตนุพล กล่าวว่า ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลจะต้องสร้าง Wellness Tourism และความยั่งยืน (Sustainable/ESG) ให้แข็งแรง แม้นักท่องเที่ยวของไทยในปี 2568 จะลดลงทุกกลุ่มจนทำให้บรรยากาศทางเศรษฐกิจไม่คึกคักมากนัก แต่เครื่องยนต์ของ Wellness Tourism ยังไม่ดับลงและมีแนวโน้มเติบโตขึ้น เพราะนักท่องเที่ยวกลุ่ม Wellness ยังคงใช้จ่ายต่อหัว (Spending per head) สูง 50,000 – 60,000 บาท มากกว่านักท่องเที่ยวปกติถึง 4-5 เท่า โดยเฉพาะกลุ่มที่มีความรู้สูง รักธรรมชาติ มีแนวคิด Sustainable (ลดโลกร้อน) รักตัวเอง ชอบออกกำลังกาย และสร้างขยะน้อย

    ส่องโอกาสธุรกิจ Wellness ทางรอดเศรษฐกิจไทยยุคชะลอตัว

    โดยเทนรด์ Wellness ในปี 2569 ก็ยังมีทิศทางการเติบโตสูง เช่น เทรนด์ Mental Wellness (สุขภาพจิต) ผู้คนจะแสวงหาประเทศที่สามารถเดินทางไปพักผ่อนเพื่อสุขภาพจิตดี ไปนั่งสมาธิ สงบ เก็บมือถือ ดูแลพลังจิตใจ, Longevity (ความยืนยาวของชีวิต) และ Biological Age ครอบคลุมถึงเรื่อง Genetic, Proteomic, Multiomic, และ Epic Genetic คนอยากรู้ว่าอายุชีวภาพ (Biological Age) ภายในของตนเองนั้นเป็นอย่างไร, AI for Wellness ที่ช่วยวางแผนการใช้ชีวิตเพื่อให้มีสุขภาพดี, Spiritual Health สุขภาพทางจิตวิญญาณ รวมถึง Wellness Real Estate เป็นต้น

    อย่างไรก็ตาม คนทั่วโลกมีความเชื่อมั่น (Trusted) ในแบรนด์ไทย ด้วยจุดแข็งใน 5 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ 1.ธรรมชาติ (Sea, Sand, Sun) 2.อาหารไทย (เต็มไปด้วยสมุนไพรและ Antioxidant) 3.การบริการแบบไทย (Thai Hospitality) 4. ภูมิปัญญาโบราณ (เช่น นวด ไทย, สมุนไพร ไทย) และ 5.การเป็น Medical Hub รองรับกรณีผู้สูงอายุเจ็บป่วยได้ ทำให้การขับเคลื่อนธุรกิจด้าน Wellness ทำได้ง่าย สามารถผลักดันไทยให้เป็นศูนย์กลาง Wellness Hub ได้ด้วยต้นทุนที่ประเทศอื่นไม่มี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/health-wellness/health/645400&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33swdVnBagSZR8A-H7EAVT

  • นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจ-หน่วยงานการเงิน บินลงหาดใหญ่

    นายกฯ นำทีมเศรษฐกิจ-หน่วยงานการเงิน บินลงหาดใหญ่

    เวลา 13.00 น. วันนี้ (30 พ.ย. 68) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วย นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์  นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการค้าภายใน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ผู้บริหารธนาคารออมสิน  ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6) ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา  โดยเป็นการเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นครั้งที่ 5

    สำหรับกำหนดการเมื่อเดินทางถึงสงขลา นายกฯ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึงจะร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน  โดยจะหารือกับผู้ประกอบนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา  จากนั้นจะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจย่านตลาดกิมหยง  และเข้าร่วมประชุมรับฟังปัญหาและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่  ก่อนลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3  ซึ่งในพื้นที่ได้มีการจัด Big Cleaning Day (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์)  ก่อนที่นายกฯและคณะเดินจะเดินกลับ กทม.

    อย่างไรก็ตาม นายอนุทิน ไม่ได้ตอบคำถามใดๆของสื่อมวลชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/62255&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1qNUX_hhU_JAALMWFpsK4c

  • ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพฤศจิกายน 2568 ขยายตัวต่อเนื่อง นำโดยอีสาน-ตะวันออก แม้ยังจับตาน้ำท่วมและเศรษฐกิจโลกผันผวน

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพฤศจิกายน 2568 ขยายตัวต่อเนื่อง นำโดยอีสาน-ตะวันออก แม้ยังจับตาน้ำท่วมและเศรษฐกิจโลกผันผวน

    นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้จัดทำแบบสำรวจพิเศษเพื่อประเมินนโยบาย Quick Big Win พบว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 และโครงการเที่ยวดีมีคืน เป็นมาตรการที่ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคมากที่สุด”

    นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 จากการประมวลผลข้อมูลการสำรวจภาวะเศรษฐกิจรายจังหวัดจากสำนักงานคลังจังหวัด 76 จังหวัดทั่วประเทศ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยเพื่อจัดทำดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคพบว่า

    “ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาคประจำเดือนพฤศจิกายน 2568 สะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจภูมิภาคในระยะ 6 เดือนข้างหน้าที่ขยายตัวต่อเนื่อง นำโดยภาคตะวันออกและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยมีแรงสนับสนุนจากมาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ และการเพาะปลูก

    ทั้งนี้ ควรติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในหลายพื้นที่และความผันผวนของเศรษฐกิจโลกเป็นสำคัญ นอกจากนี้ กระทรวงการคลังได้จัดทำแบบสำรวจพิเศษเพื่อประเมินนโยบาย Quick Big Win พบว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 และโครงการเที่ยวดีมีคืน เป็นมาตรการที่ส่งผลต่อการเติบทางเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชนในภูมิภาคมากที่สุด” โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออก

    อยู่ที่ระดับ 77.6 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจที่ขยายตัวได้ โดยเฉพาะในภาคบริการและการจ้างงาน จากการจัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่องของภาครัฐและเอกชน

    ประกอบกับคาดว่าภาคธุรกิจและการลงทุนจะเพิ่มขึ้นตามแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการจ้างงานให้เพิ่มขึ้น

    แม้ว่าจะหมดช่วงฤดูการท่องเที่ยวและเริ่มมีฝนตกในบางพื้นที่ และสอดคล้องกับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 80.6

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

    อยู่ที่ระดับ 75.8 โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการเป็นสำคัญ โดยส่วนหนึ่งเป็นผลจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและสนับสนุนผู้ประกอบการของรัฐบาล การจัดโครงการและกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวที่มีต่อเนื่อง รวมถึงอุปสงค์สินค้าที่มีอย่างต่อเนื่อง อีกทั้งยังเข้าสู่ช่วงฤดูการเพาะปลูก

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคเหนือ

    อยู่ที่ระดับ 74.7 โดยมีปัจจัยบวกจากภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศษฐกิจ สนับสนุนการท่องเที่ยว และส่งเสริมผู้ประกอบการของรัฐบาล ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมยังมีศักยภาพในการเติบโตได้ต่อเนื่อง

    สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคใต้

    อยู่ที่ระดับ 72.7 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากความเชื่อมั่นในภาคบริการและการลงทุนในช่วงครึ่งแรกของเดือน อย่างไรก็ตาม สถานการณ์อุทกภัยในกลุ่มจังหวัดภาคใต้ตอนล่างส่งผลกระทบต่อภาคบริการและการเกษตรจากการปิดการให้บริการของร้านค้า การเดินทางขนส่งที่ไม่สะดวก และภาคเกษตรไม่สามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ตามปกติ

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคกลาง

    อยู่ที่ระดับ 70.7 โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคอุตสาหกรรมและภาคเกษตร จากอุปสงค์สินค้าอุตสาหกรรมและสินค้าเกษตรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตามการเร่งลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานและมาตรการสนับสนุนจากรัฐบาล เพื่อขยายตลาดสินค้าส่งออก ส่งเสริมผู้ประกอบการ สนับสนุนด้านพลังงาน และกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้ความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุนเพิ่มสูงขึ้น อีกทั้งยังเข้าสู่ช่วงฤดูการเพาะปลูกใหม่ และคาดว่าสภาพอากาศจะเอื้ออำนวย

    อย่างไรก็ตาม ควรต้องติดตามประเด็นความแปรปรวนของสภาพอากาศ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และราคาต้นทุนการผลิต

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภาคตะวันตก

    อยู่ที่ระดับ 70.2 โดยมีแรงสนับสนุนจากภาคบริการและภาคเกษตร จากมาตรการสนับสนุนการท่องเที่ยวและภาคเกษตร กระตุ้นการบริโภค และส่งเสริมเศรษฐกิจที่คาดว่าจะมีอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ นักลงทุนและผู้ประกอบการยังมีความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจไทยและเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอน

    ดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจ กทม. และปริมณฑล

    อยู่ที่ระดับ 64.3 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากแนวโน้มความเชื่อมั่นในภาคบริการและการลงทุนที่เพิ่มขึ้น ตามทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทย อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการบางส่วนยังรอความชัดเจนและติดตามผลการดำเนินงานของรัฐบาลเพิ่มเติม

    สำหรับเดือนพฤศจิกายน 2568 กระทรวงการคลังได้จัดทำการสำรวจพิเศษเพื่อประเมินผลกระทบของนโยบาย Quick Big Win ซึ่งสะท้อนความสำเร็จตามเป้าหมาย “กระตุ้นสั้น ได้ผลยาว กระจายตัว” อย่างชัดเจน โดยในระยะสั้นพบว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนมากที่สุด

    เนื่องจากช่วยลดภาระค่าครองชีพและกระตุ้นให้ประชาชนใช้จ่ายมากขึ้นทันที ส่งผลให้ร้านค้ารายย่อยและธุรกิจท้องถิ่นมียอดขายเพิ่ม เกิดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของจังหวัดอย่างรวดเร็ว

    รองลงมาคือ โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 และมาตรการภาษีเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยว (เที่ยวดีมีคืน) ตามลำดับ สำหรับในระยะปานกลางถึงระยะยาว

    โครงการที่ส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ และการยกระดับความเป็นอยู่ของประชาชนมากที่สุด คือ โครงการคนละครึ่ง พลัส โครงการเพิ่มวงเงินสวัสดิการให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2568 และโครงการแก้ปัญหาหนี้เสียผ่านกลไกการซื้อหนี้รายย่อยของบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) (โครงการปิดหนี้ไว ไปต่อได้) ตามลำดับ

    นอกจากนี้ ผลการสำรวจเกี่ยวกับหลักสูตรพัฒนาความรู้ทักษะ (Upskill) หรือเรียนรู้ทักษะใหม่ (Reskill) สำหรับร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง พลัส พบว่า ทักษะเกี่ยวกับการใช้ช่องทางออนไลน์เป็นทักษะที่ได้รับความพึงพอใจมากที่สุดและได้รับข้อเสนอแนะเกี่ยวกับทักษะที่เป็นที่ต้องการอื่น ๆ เช่น ความรู้ด้านภาษี การทำบัญชี การใช้แพลตฟอร์มดิจิทัลสำหรับกลุ่มผู้สูงอายุ ความรู้ด้านเครือข่ายและความปลอดภัยไซเบอร์ การตลาด การเพิ่มมูลค่าสินค้าและการประชาสัมพันธ์ และการตั้งคำถามและวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อบรรลุเป้าหมาย เป็นต้น

    ตารางสรุปดัชนีความเชื่อมั่นอนาคตเศรษฐกิจภูมิภาค ประจำเดือนพฤศจิกายน 2568

    กองนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง
    โทร. 0-2273-9020 ต่อ 3254

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/thailand-regional-economic-sentiment-index-rsi-for-november-2025/top-stories/amp/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2_QyCVOnwaiCJyWG9LD2lJ

  • ‘รองหน.ปชป.’ เสนอ6มาตรา ปลุก ‘หาดใหญ่’ สร้างเศรษฐกิจใหม่

    ‘รองหน.ปชป.’ เสนอ6มาตรา ปลุก ‘หาดใหญ่’ สร้างเศรษฐกิจใหม่

    Politics

    30 พ.ย. 2025 เวลา 10:09 น.

    'รองหน.ปชป.' เสนอ6มาตรา ปลุก 'หาดใหญ่' สร้างเศรษฐกิจใหม่

    “วีระพงษ์” ชง “รัฐบาล” ต่อ6มาตรา ฟื้น “หาดใหญ่” หลังเผชิญอุทกภัยใหญ่ เร่งบูรณการหน่วยงานรัฐ-ร่วมมือเอกชน กระตุ้นท่องเที่ยว

    นายวีระพงษ์ ประภา รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงข้อเสนอ ฟื้นฟูพื้นที่หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ น้ำท่วมหาดใหญ่ ว่า การสร้างเศรษฐกิจใหม่ Build Back Hat-Yai ไปให้ไกลกว่าฟื้นฟูเยียวยา ว่า

    เรื่องสำคัญต้องลงมือทั้งหมด 6 มาตรการ คือ

    1.สร้างแผนเปิดเมือง ทั้งด้านอาหาร น้ำ การรักษาพยาบาล ระบบสาธารณูปโภค การซ่อมแซม การทำความสะอาด รวมถึงการประกอบธุรกิจ  

    2.สร้างความรวดเร็ว เยียวยา ครบจบในที่เดียว โดยเฉพาะภาครัฐต้องทำให้การเบิกจ่ายง่าย รวดเร็ว และเป็นต้นทุนต่อประชาชนน้อยที่สุด ควรมีแอปพลิเคชั่นหรือศูนย์กลางการติดต่อที่ทำให้ประชาชนกรอกข้อมูลเพียงครั้งเดียว แล้วรอรับบริการภาครัฐ หรือเงินช่วยเหลือตามสิทธิได้ ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนตั้งหลักได้เร็วขึ้นด้วย  

    3.สร้างความชัดเจน แยกเงินให้ชัด โดยภาครัฐร่วมกับเอกชนจัดทำฐานข้อมูลเดียว ที่ระบุช่องทางช่วยเหลือต่างๆ อย่างครบถ้วน โดยสามารถแยกตามกลุ่มเป้าหมาย ประชาชนที่บ้านเรือนหรือธุรกิจเสียหาย จะรู้ได้ว่าสิทธิได้รับเงินช่วยเหลือเท่าไหร่  

    4.สร้างความเชื่อมั่น ฟื้นฟูการท่องเที่ยว โดยรัฐบาลต้องรีบสร้างความเชื่อมั่นว่ามาเที่ยวหาดใหญ่ปลอดภัย ผ่านมาตรการที่ชัดเจน ซึ่งสามารถทำโปรโมชั่นเสริมในช่วงฟื้นฟู จะทำให้สามารถดึงนักท่องเที่ยวและทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ฟื้นตัวได้เร็วขึ้น 

    5.สร้างSMEใหม่ สร้างงานที่ดี ธุรกิจขนาดกลางและย่อม เป็นหัวใจเศรษฐกิจหาดใหญ่ ภาคใต้ควรใช้โอกาสนี้สนับสนุนการปรับตัวของธุรกิจให้รวดเร็ว ตรงจุด ให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์ธุรกิจเข้ากับมาตรการช่วยเหลือทางการเงิน คือ ต้องเป็นสูตรเงินบวกคำปรึกษาถึงพลิกฟื้นธุรกิจให้ฟังได้  และ

    6.สร้างหาดใหญ่ให้รองรับภัยพิบัติได้ดีขึ้น สร้างหาดใหญ่ให้รองรับภัยพิบัติได้ดีขึ้น รัฐบาลควรทำให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ผ่านความร่วมมือระหว่างรัฐ เอกชน และประชาชนในพื้นที่ 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/politics/1209922&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ekouA4igOObLcXwhkBaKA

  • นายกฯ ลงหาดใหญ่รอบ 5! นำทัพ “ทีมเศรษฐกิจ” คุยแนวทางเยียวยาหาดใหญ่! | 30 พ.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    นายกฯ ลงหาดใหญ่รอบ 5! นำทัพ “ทีมเศรษฐกิจ” คุยแนวทางเยียวยาหาดใหญ่! | 30 พ.ย. 68 | ไทยรัฐนิวส์โชว์

    30 พ.ย. 2568 23:44 น.

    วันนี้นายกรัฐมนตรี นำคณะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายที่หาดใหญ่ เป็นครั้งที่ 5 แล้ว แต่ที่หลายคนจับตาคือทีมงานที่นำไปเป็นทีมเศรษฐกิจ เพื่อไปพูดคุยเรื่องแนวทางเยียวยาเศรษฐกิจของหาดใหญ่ #หาดใหญ่ #น้ำท่วม #น้ำท่วมภาคใต้ #ฝนตกหนัก #หาดใหญ่น้ำท่วม #น้ำท่วมหาดใหญ่ #เขต8 #เขต8หาดใหญ่ #ไทยรัฐนิวส์โชว์ —————————————————– 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath-news/thairath-news-show/1173313&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw06TnhzurzMbOjMfIOuPHvO

  • ชาวหาดใหญ่แห่ซื้อ-ขายเสื้อผ้าจมน้ำราคาถูก วอนรัฐเร่งช่วยให้วิถีชีวิตกลับคืน

    ชาวหาดใหญ่แห่ซื้อ-ขายเสื้อผ้าจมน้ำราคาถูก วอนรัฐเร่งช่วยให้วิถีชีวิตกลับคืน

    (30 พ.ย.68) บรรยากาศบริเวณหน้าหอนาฬิกา เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เริ่มกลับมาคึกคักหลังสถานการณ์น้ำท่วมกลับสู่ภาวะปกติ ผู้ประกอบการร้านเสื้อผ้าหลายรายที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ได้กลับเข้าไปสำรวจสินค้าและพบว่าถูกน้ำท่วมจำนวนมาก จึงเร่งทำความสะอาดและนำออกมาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อระบายสินค้าให้หมดโดยเร็ว

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo01.jpg

    สำหรับสินค้าที่มาวางจำหน่าย และได้รับความนิยมมากที่สุดได้เเก่ เสื้อผ้าเเฟชั่น หญิง – ชาย ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเปียกโคลน ซึ่งลูกค้าต้องนำไปซักทำความสะอาดเสียก่อนที่จะสวมใส่ ราคาขึ้นอยู่กับรูปแบบ และความเสียหาย

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo02.jpg

    โดยราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 10 บาท ต่อตัว – 3 ตัว 100 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าต้นทุน ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าก็จำใจต้องขายเพื่อให้เงินทุนกลับเข้ากระเป๋า ทำให้มีประชาชนโดยเฉพาะผู้ประสบภัยมาเลือกซื้อเพื่อสวมใส่ รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อเพื่อนำไปขายต่อเป็นจำนวนมาก

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ขณะที่ประชาชนในพื้นที่หลายคนให้ความสนใจเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้าผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก และสินค้าแฟชั่นอื่น ๆ ที่นำมาขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของในพื้นที่มีความคึกคัก ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่กำลังเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    เจ้าของร้านที่นำสินค้ามาวางขาย กล่าวว่า ความเสียหายครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดและทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักอย่างหนัก จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยด้วยมาตรการที่จับต้องได้ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การสนับสนุนด้านการตลาด และมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ

    ทั้งนี้ ผู้ค้าบริเวณหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ยังคงเปิดขายสินค้าตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นทุกวัน โดยยืนยันว่าจะจำหน่ายต่อไปจนกว่าสินค้าจะหมด เพื่อบรรเทาความเสียหายและเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ข้อมูล/ภาพ : กรมประชาสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hat-yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QW7BV6AgapKZYD4IplYI1

  • จีนจัดสอบข้าราชการครั้งแรก หลังขยายเพดานอายุผู้สมัครเป็น 38 ปี : อินโฟเควสท์

    จีนจัดสอบข้าราชการครั้งแรก หลังขยายเพดานอายุผู้สมัครเป็น 38 ปี : อินโฟเควสท์

    จีนจัดสอบข้าราชการพลเรือนระดับชาติในวันนี้ (30 พ.ย.) ซึ่งถือเป็นการจัดสอบครั้งแรกนับตั้งแต่มีการขยายเพดานอายุผู้มีสิทธิ์สมัครเป็น 38 ปี

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มีผู้สมัครกว่า 3.7 ล้านคนเข้าร่วมการสอบประจำปีในครั้งนี้ เพื่อแข่งขันชิงตำแหน่งในหน่วยงานส่วนกลางของประเทศและหน่วยงานสาขาต่าง ๆ โดยจะมีผู้สมัครราว 98 คนโดยเฉลี่ยต่อหนึ่งตำแหน่งงานที่มีอยู่

    ทางการจีนระบุว่า ตำแหน่งงานว่างราว 70% ถูกสงวนไว้สำหรับบัณฑิตจบใหม่จากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย

    ทั้งนี้ จีนได้ขยายเพดานคุณสมบัติด้านอายุโดยทั่วไปสำหรับการสอบครั้งนี้เป็น 38 ปี อันเป็นความเคลื่อนไหวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้ทำลายเพดานอายุ 35 ปี ที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในตลาดหางาน

    ทางการระบุว่า สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาใหม่จากหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก ได้มีการขยายเพดานด้านอายุออกไปอีกถึง 43 ปี

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550144&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CwGLQqHG71cbJn458kHxb

  • “นฤมล” สั่งเร่งกู้โรงเรียนเสียหายหนักในหาดใหญ่ ตั้ง 50 ศูนย์ช่วยซ่อมรถประชาชน

    “นฤมล” สั่งเร่งกู้โรงเรียนเสียหายหนักในหาดใหญ่ ตั้ง 50 ศูนย์ช่วยซ่อมรถประชาชน

    “รมว.นฤมล” ลุยฟื้นหาดใหญ่หลังน้ำลด สั่งเร่งกู้โรงเรียนเสียหายหนัก ตั้ง 50 ศูนย์ Fix It ช่วยซ่อมของประชาชนกว่า 1 หมื่นคัน ย้ำ จะเคียงข้างประชาชนจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

    วันที่ 30 พ.ย. 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นำ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.), กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.), คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผนึกกำลังกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมชลประทาน ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุก เข้าดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย บริเวณวงเวียนหน้าหมู่บ้านฉัตรทอง เขต 8 โดยเร่งทำความสะอาด เก็บขยะ และเคลียร์พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

    นอกจากนี้ นางนฤมล ได้ไปตรวจสอบสภาพความเสียหายของโรงเรียนบ้านหน้าควนลัง เขตเทศบาลเมืองควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากโรงเรียนถูกน้ำท่วมนาน 5 วัน ซึ่งสภาพภายในโรงเรียนเสียหายอย่างหนัก ทำให้สิ่งของอุปกรณ์การเรียนการสอนและการทำกิจกรรมของนักเรียนถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด โดยจะต้องได้รับการเยียวยาและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน

    “ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลประชาชนให้เร็วที่สุด และต้องทำอย่างเป็นระบบ กระทรวงศึกษาธิการไม่เพียงดูแลเฉพาะสถานศึกษา แต่ยังต้องลงไปช่วยเหลือครัวเรือน ชุมชน และอาชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็กและครอบครัวเป็นลำดับแรก และจะเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาทุกแห่งให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด” นางนฤมล กล่าว

    นางนฤมล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของโรงเรียนและอุปกรณ์การเรียน หนังสือ และสื่อการสอนต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย ศธ. จะเร่งนำเข้า ครม. เพื่อนำงบประมาณมาซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน รวมถึงดูแลด้านสภาพจิตใจของเด็กและครูที่ได้รับผลกระทบด้วย เพราะผลกระทบทางจิตใจหลังจากประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การซ่อมแซมอาคารเรียน

    ทั้งนี้ รมว.ศธ. ได้นำ สอศ. ตั้งศูนย์ Fix It Center จำนวน 50 ศูนย์ เพื่อให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนนำรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายเข้ารับบริการกว่า 10,000 คันทั่วพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

    “ทุกคันที่นำมาซ่อมคือความหวังในการกลับไปทำงานของประชาชน เราจะทำทุกอย่างให้เขากลับมายืนได้เร็วที่สุด นี่คือหน้าที่ของรัฐ และกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทำงานเคียงข้างประชาชนจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ” นางนฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2899022&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21CPlS4SJfavD_SAiD7Z7e

  • เปิดพิกัด 50 จุด ‘อาชีวะอาสา’ ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด ‘อาชีวะอาสา’ ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    บริการที่ให้ความช่วยเหลือ :

    • ซ่อมแซมบ้านเรือน
    • ซ่อมระบบไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย
    • ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
    • ทำความสะอาดและเคลียร์พื้นที่
    • ซ่อมครุภัณฑ์การศึกษา (คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน)

    พื้นที่ให้บริการครอบคลุม :
    อ.หาดใหญ่, อ.จะนะ, อ.นาทวี, อ.เมืองสงขลา, อ.สิงหนคร, อ.สทิงพระ, อ.กระแสสินธุ์, อ.ระโนด, อ.รัตภูมิ และอื่นๆ

    ระยะเวลาให้บริการ : ตั้งแต่วันนี้ – 6 ธ.ค. 68 (ขยายเวลาได้ตามความจำเป็น)

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    แหล่งที่มา : กรมประชาสัมพันธ์  และ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/645377&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fMyRY_afs5lAz7tilyoP8