Blog

  • รฟม.ดัน ‘รถไฟฟ้าโคราช’ เส้นทางแรกในภูมิภาค ระยะทาง 18.9 กม.

    รฟม.ดัน ‘รถไฟฟ้าโคราช’ เส้นทางแรกในภูมิภาค ระยะทาง 18.9 กม.

    การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เดินหน้าโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์ – สถานีร่วมจอหอ นับเป็นโครงการรถไฟฟ้าในภูมิภาคแห่งแรก

    โดยสถานะโครงการปัจจุบัน รฟม. ได้จัดประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 1 (การปฐมนิเทศโครงการ) งานศึกษารายละเอียดความเหมาะสม ออกแบบ และจัดเตรียมเอกสารประกวดราคา เบื้องต้นคาดว่าแนวเส้นทางจะมีระยะทาง 18.9 กิโลเมตร รวมจำนวน 20 สถานี 

    นายกาจผจญ อุดมธรรมภักดี ผู้ว่าการ รฟม. เผยว่า การประชุมรับฟังความคิดเห็นของประชาชนครั้งนี้เป็นการนำเสนอข้อมูลโครงการ แผนการดำเนินงาน แนวคิดการออกแบบรูปแบบโครงการ แนวทางการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม และการดำเนินงานด้านการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อให้ผู้มีส่วนได้เสียได้รับทราบข้อมูล พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ เพื่อนำไปเป็นแนวทางในปรับปรุงโครงการต่อไป

    ทั้งนี้ รฟม. ได้ศึกษาแนวเส้นทางความเหมาะสมของโครงการนี้ ตามแนวเส้นทางที่คณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) ได้เห็นชอบให้ปรับเปลี่ยนแนวเส้นทางโครงการระบบขนส่งจังหวัดนครราชสีมาจากเส้นทางสายสีเขียว เป็นสายสีส้ม (โรงพยาบาลเทพรัตน์ – สถานีร่วมจอหอ) ตามข้อเสนอของภาคประชาชน ภาคเอกชน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจังหวัดนครราชสีมา เพื่อให้แนวเส้นทางสอดคล้องกับสภาพการจราจรและบริบทพื้นที่เมืองนครราชสีมาในปัจจุบัน 

    โดย คจร. ได้มอบหมายให้ รฟม. ดำเนินการศึกษารายละเอียดความเหมาะสมและออกแบบโครงการโดยคำนึงถึงความคุ้มค่าในการลงทุน ซึ่งมีระยะเวลาดำเนินการศึกษา 12 เดือน

    ทั้งนี้ เมื่อโครงการแล้วเสร็จสมบูรณ์จะช่วยเพิ่มทางเลือกในการเดินทางที่มีประสิทธิภาพและมาตรฐาน รวมถึงมีความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย ให้แก่ของประชาชนและนักท่องเที่ยวในจังหวัดนครราชสีมา รวมถึงสามารถลดการใช้รถยนต์โดยรวมบนท้องถนน จึงช่วยลดปริมาณมลพิษในอากาศที่เกิดจากการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงของรถยนต์ได้อีกด้วย

    โดยมีการประเมินวงเงินลงทุนอยู่ที่ 11,650 ล้านบาท ส่วนรูปแบบการลงทุน เบื้องต้นประเมินว่าลักษณะเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนรัฐ (PPP) เป็นรูปแบบที่เหมาะสม โดยเอกชนที่ชนะการประมูลดำเนินการออกแบบและก่อสร้างงานโยธา ผลิตและติดตั้ง งานระบบรถไฟฟ้าและทดลองเดินรถ

    20 สถานีรถไฟฟ้าโคราชสายสีส้ม

    สำหรับโครงการระบบขนส่งมวลชนจังหวัดนครราชสีมา สายสีส้ม ช่วงโรงพยาบาลเทพรัตน์-สถานีร่วมจอหอ เบื้องต้นศึกษาระยะทางรวม 18.9 กิโลเมตร ประกอบด้วย

    1.สถานีโรงพยาบาล เทพรัตน์ (จุดเริ่มต้น)

    2.สถานีตลาดเทิดไท

    3.สถานีโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย

    4.สถานีตลาดเซฟวัน

    5.สถานีสามแยกปักธงชัย

    6.สถานีโรงแรมสีมาธานี

    7.สถานีชุมชนมิตรภาพซอย 8 

    8.สถานีซิตี้ลิงค์

    9.สถานีกิ่งสวายเรียง

    10.สถานีเดอะมอลล์

    11.สถานีวิทยาลัยเทคนิคนครราชสีมา

    12.สถานีร่วมศูนย์การค้าเทอมินอล21โคราช

    13.สถานีโรงเรียนเมืองนครราชสีมา

    14.สถานีโรงเรียนสุรนารีวิทยา

    15.สถานีร่วมทางแยกประตูน้ำ

    16.สถานีมหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา

    17.สถานีมหาวิทยาลัยราชมงคล (มทร.) อีสาน

    18.สถานีไนท์บ้านเกาะ

    19.สถานีองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) บ้านเกาะ

    20.สถานีร่วมจอหอ (จุดสิ้นสุดโครงการ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-city/734271&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Y0VJg8-Y9v1zwg1o-k13L

  • ท่องเที่ยวเชียงใหม่ไฮซีซั่นเริ่มคึกคัก งานยี่เป็งช่วยกระตุ้น แต่ตลาดจีนยังไม่ฟื้น

    ท่องเที่ยวเชียงใหม่ไฮซีซั่นเริ่มคึกคัก งานยี่เป็งช่วยกระตุ้น แต่ตลาดจีนยังไม่ฟื้น

    สถานที่ท่องเที่ยวทั้งในตัวเมืองและพื้นที่รอบนอกของจังหวัดเชียงใหม่ ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยว หรือไฮซีซั่น พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวกันอย่างต่อเนื่อง

    ททท.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาจังหวัดเชียงใหม่ในช่วงนี้จะมาจากทางยุโรป อเมริกา เกาหลี ญี่ปุ่น ในสัดส่วนที่ใกล้เคียงกัน แต่กลับพบว่านักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามามีจำนวนน้อยยังไม่เพิ่มขึ้น และยังไม่มีแนวโน้มว่าจะเพิ่มขึ้นมากนัก

    จากเทศกาลที่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแม่เหล็กดึงดูดให้ชาวต่างชาติเข้ามายังจังหวัดเชียงใหม่ก็คือ งานประเพณียี่เป็ง หรือเทศกาลลอยกระทง ซึ่งภาคการท่องเที่ยวต่างบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ในปีนี้ถือว่าประสบความสำเร็จคึกคักเป็นอย่างมาก มีนักท่องเที่ยวชาวไทยและต่างชาติเข้ามาร่วมงานและส่วนใหญ่รู้สึกประทับใจ ถือเป็นสัญญาณบวกว่าในช่วงไฮซีซั่นที่เหลือนี้จะมีคนเดินทางเข้ามาเที่ยวและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีสู่สายตาชาวโลก แต่ความหวังที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมานั้นก็ยังคงเป็นเรื่องที่ยาก

    Chiang Mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-Chinese-market-has-yet-to-recover-SPACEBAR-Photo01.jpg

    Chiang Mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-Chinese-market-has-yet-to-recover-SPACEBAR-Photo02.jpg

    หากมาดูสถิติ ในเดือนตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ท่าอากาศยานเชียงใหม่เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 23,012 คน ในปี 2567 เป็น 23,665 คน ในปี 2568 ซึ่งถือว่าแตกต่างกันเพียงหลักร้อยคนเท่านั้น ข้อมูลจากกองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา ในภาพรวมทั้งประเทศจะพบว่าในห้วงเวลาเดียวกันนักท่องเที่ยวชาวจีนมีจำนวนลดลงอย่างมากจาก 459,819 คน ในปี 2567 เป็น 357,445 คน ในปี 2568

    ไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือตอนบน ให้ข้อมูลว่า ช่วงวันหยุดวันชาติจีนในปีนี้จำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเข้ามาเที่ยวในจังหวัดเชียงใหม่ไม่ได้เพิ่มขึ้น แม้ในช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมาโรงแรมในจังหวัดเชียงใหม่ถือว่าค่อนข้างคึกคัก  อัตราการเข้าพักอยู่ที่ร้อยละ 80 ถึง 90 แต่ว่านักท่องเที่ยวชาวจีนอยู่ประมาณ 20-30%  ส่วนบรรยากาศในภาพรวมที่ดูคึกคักมาจากนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติหลากหลายพื้นที่รวมถึงนักท่องเที่ยวคนไทยเนื่องจากอยู่ในช่วงวันหยุดยาว 

    โดยนักท่องเที่ยวชาวจีนก็มีพฤติกรรมการท่องเที่ยวที่เปลี่ยนไป จะอยู่ภายในโรงแรมมากขึ้น ไม่ค่อยออกไปท่องเที่ยวมากนัก  ส่วนใหญ่จะไปท่องเที่ยววันเดียวหรือท่องเที่ยวที่ไม่ห่างไกลจากโรงแรมมาก  คนจีนที่มาเชียงใหม่ส่วนใหญ่จะมาท่องเที่ยวแบบครอบครัวค่อนข้างมาก ในลักษณะที่เหมือนกับหลายปีก่อนที่มาเป็นกลุ่มวัยรุ่นจะน้อยลง

    “ในส่วนของเทศกาลลอยกระทงหรืองานยี่เป็งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นนักท่องเที่ยวจากฝั่งยุโรป อเมริกา  ญี่ปุ่น เกาหลีเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งแตกต่างจากหลายปีที่ผ่านมาที่เป็นเชียงใหม่คนจีนเป็นกลุ่มนักท่องเที่ยวหลัก ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่น่าแปลกใจสำหรับภาคการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่”

    “ทีแรกก็กังวลว่าเสียการตลาดจากประเทศจีนไป แต่หลังจากที่เราประสบความสำเร็จก็คือเชียงใหม่ยังเป็นแรงดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวในกลุ่มของนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ และที่สำคัญก็คือนักท่องเที่ยวเดินทางมาและมีความประทับใจเป็นอย่างมาก ที่ได้เห็นและร่วมเรียนรู้กับศิลปะวัฒนธรรมของล้านนา ก็คาดหวังว่าไฮซีซั่นและปี 2569 จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติจะเพิ่มมากขึ้นอีก ส่วนความหวังอีกสิ่งก็อยากให้รัฐบาลที่ดูแลการท่องเที่ยวให้เกิดความยั่งยืน” ไพศาล กล่าว

    Chiang Mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-Chinese-market-has-yet-to-recover-SPACEBAR-Photo03.jpg

    Chiang Mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-Chinese-market-has-yet-to-recover-SPACEBAR-Photo04.jpg

    ด้านพัลลภ แซ่จิว รองประธานหอการค้าจังหวัดเชียงใหม่ ได้แสดงความคิดเห็นว่า ในช่วงวันชาติจีนซึ่งเป็นวันหยุดยาวของคนจีนที่ผ่านมาก็ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษ นักท่องเที่ยวก็เดินทางมาตามปกติไม่ได้มีเที่ยวบินเหมาลำเดินทางมาเชียงใหม่ เหมือนกับช่วงที่นักท่องเที่ยวจีนแห่มาเที่ยวเชียงใหม่ก่อนโควิด19

    ทั้งนี้ในช่วงวันชาติจีน ประเทศเกาหลีก็หยุดเช่นกันก็ทำให้ไม่ใช่แค่คนจีนที่เดินทางมาเที่ยวประเทศไทยหรือจังหวัดเชียงใหม่ก็ทำให้ในปีนี้ทำให้เห็นว่าคนเกาหลีก็มาเที่ยวเชียงใหม่เยอะเช่นกัน 

    Chiang Mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-Chinese-market-has-yet-to-recover-SPACEBAR-Photo05.jpg

    พัลลภ กล่าวต่อว่าในช่วงนี้คนจีนก็นิยมเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นมากขึ้น แต่ส่วนตัวก็มองว่าอาจจะไม่นาน เวลาน่าจะอยู่ประมาณสองปี คนจีนก็จะหันกลับมาเที่ยวที่ประเทศไทยเพิ่มขึ้น แต่จะค่อยๆ มาไม่ได้มาทีเดียวจำนวนมากในครั้งเดียว

    “ที่ประเทศญี่ปุ่นที่คนจีนชอบอีกอันนึงก็คือไม่ได้กีดกันให้ชาวต่างชาติไปทำธุรกิจ ซึ่งชาวจีนตอนนี้นอกจากเดินทางไปท่องเที่ยวแล้วก็ยังมีความตั้งใจไปหาช่องทางในการทำธุรกิจในต่างประเทศด้วย ก็ทำให้ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในตัวเลือกของจีนช่วงนี้”

    “ระหว่างนี้เราก็ต้องเป็นตัวเองให้ได้มากที่สุดพร้อมกับรักษาคุณภาพเอาไว้ให้ดี ให้นักท่องเที่ยวได้รับความปลอดภัยอย่างเต็มที่ คนไม่น่ารักในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวก็ต้องพยายามขับออกและจัดการให้ได้ การหาตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติกลุ่มใหม่ก็เป็นสิ่งสำคัญ พร้อมกับการรักษานักท่องเที่ยวที่ให้ความสนใจในประเทศไทยเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ต้องไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ด้านลบให้ไปสู่สายตาชาวโลก”

    “ส่วนสินค้าใหม่ๆ ทางการท่องเที่ยวก็ต้องสอดคล้องกับเทรนการท่องเที่ยวของโลกในสมัยนี้พร้อมๆ กับถ่ายทอดวิถีชีวิตอัตลักษณ์วัฒนธรรมของไทยให้โดดเด่นมากขึ้นด้วย” พัลลภ กล่าว

    Chiang Mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-Chinese-market-has-yet-to-recover-SPACEBAR-Photo06.jpg

    Chiang Mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-Chinese-market-has-yet-to-recover-SPACEBAR-Photo07.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-high-tourist-season-is-starting-to-get-busy-but-the-chinese-market-has-yet-to-recover&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Sdz4jNACsia7-dfgsjR82

  • ปลัดฯหนองบัวลำภู เปิดโครงการ ยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว

    ปลัดฯหนองบัวลำภู เปิดโครงการ ยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว

    ปลัดฯหนองบัวลำภู เปิดโครงการ ยกระดับผู้ประกอบการท่องเที่ยว

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องประชุมโรงแรมภูฟ้ารีสอร์ท อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู นายกำธร วิเชฏฐพงศ์ ปลัดจังหวัดหนองบัวลำภู ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ จัดอบรมยกระดับพัฒนาเพิ่มมาตรฐานศักยภาพบุคลากรด้านการท่องเที่ยว และการบริการจังหวัดหนองบัวลำภู ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมีผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวจังหวัดหนองบัวลำภู ,องค์กรภาคเอกชน เข้าร่วมโดยอบรม รุ่นที่ 1 และรุ่นที่ 2 มี ดร.อรรจน์ สีหะอำไพ เป็นวิทยากรในการบรรยาย

    โดยมี นายสุวิทย์ ศรีขันธ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการหัวหน้ากลุ่มส่งเสริมและพัฒนาด้านการท่องเที่ยว สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดหนองบัวลำภู เป็นผู้กล่าวรายงาน วัตถุประสงค์เพื่ออบรมยกระดับมาตรฐานผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยว เป็นกระบวนการสำคัญที่ช่วยพัฒนาคุณภาพการให้บริการเรื่องท่องเที่ยว การอบรมนี้เน้นเสริมสร้างความรู้ ทักษะ และทัศนคติที่ดีแก่ผู้ประกอบการ เพื่อให้สามารถตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวได้อย่างมืออาชีพ นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้ประกอบการเข้าใจแนวทางการบริหารจัดการที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น การรักษาสิ่งแวดล้อม การดูแลความปลอดภัย และการส่งเสริมวัฒนธรรมท้องถิ่น การยกระดับมาตรฐานเหล่านี้ไม่เพียงแต่ เพิ่มความพึงพอใจของนักท่องเที่ยว แต่ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของจังหวัดหนองบัวลำภู และประเทศในวงกว้าง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/931545&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KaJmZR-3cB96aaUICE1fV

  • ทรงวิ่งฮาล์ฟมาราธอน21.1กม.  ‘ราชินี’เสด็จฯ  รายการ‘อะเมซิ่ง ไทยแลนด์’

    ทรงวิ่งฮาล์ฟมาราธอน21.1กม. ‘ราชินี’เสด็จฯ รายการ‘อะเมซิ่ง ไทยแลนด์’

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ทรงวิ่งฮาล์ฟมาราธอน21.1กม.

    ‘ราชินี’เสด็จฯ

    รายการ‘อะเมซิ่ง ไทยแลนด์’

    ทรงใช้เวลาวิ่ง2.13ชั่วโมง

    ท่ามกลางนักวิ่งกว่า2หมื่นคน

    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวิ่งระยะฮาล์ฟมาราธอนในการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ร่วมกับ “เอเลียด คิปโชเก้” ตำนานนักวิ่งมาราธอน โดยทรงใช้เวลา 2.13 ชม.เข้าเส้นชัย

    เมื่อเวลา 02.15น.วันที่ 30พฤศจิกายน2568 สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมวิ่งในการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ในรายการ วิ่งผ่าเมือง ซีซั่น 8 “อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก” ครั้งที่ 8 ประจำปี 2568 Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เขตปทุมวัน และท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

    การนี้ทรงพระดำเนินไปยังจุดปล่อยตัว ทรงกดแตรลมปล่อยตัวนักวิ่ง ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.1 กม. และทรงวิ่งประเภทระยะฮาล์ฟมาราธอน ร่วมกับ นายเอเลียด คิปโชเก้ ตำนานนักวิ่งมาราธอนหนึ่งเดียวของโลก โดยมีนักวิ่งจากทั่วโลกสมัครเข้าร่วมวิ่งอีกจำนวน 20,000 คน จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทยและไทยแลนด์ไตรลีก โดยทรงใช้เส้นทางวิ่งจาก ณ ถนนพญาไท ฝั่งตะวันตก ด้านหน้า MBK CENTER ถึงแยกสามย่าน เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 4 ถึงแยกอังรีดูนังต์ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าถนนอังรีดูนังต์ ถึงแยกเฉลิมเผ่า เลี้ยวขวาเข้าถนนพระรามที่ 1 ทรงวิ่งฝั่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ถึงแยกราชประสงค์ เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำริ ฝั่งราชกรีฑาสโมสร ถึงสามแยกราชดำริ ตัดถนนสารสิน ตัดซ้ายวิ่งเลียบสวนลุมพินี เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 4 ทรงวิ่งตรงเลียบฝั่งสวนลุมพินี เลี้ยวซ้ายที่แยกวิทยุ (สะพานไทย-เบลเยี่ยม) ทรงวิ่งตรงเลี้ยวซ้ายที่แยกสารสิน วิ่งเลียบฝั่งสวนลุมพินี ถึงสามแยกราชดำริ เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำริ (ฝั่งโรงแรมเอราวัณ) ถึงแยกราชประสงค์ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนพระรามที่ 1 วิ่งเลียบฝั่งเซ็นทรัลเวิลด์ ถึงแยกปทุมวัน เลี้ยวขวาเข้าถนนพญาไท ทรงวิ่งเลียบฝั่งโรงแรมเอเชีย ถึงอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนราชวิถี ขึ้นสะพานต่างระดับ ข้ามแยกตึกชัย ลงสะพานถึงแยกอุภัยเจษฎทิศ เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสวรรคโลก ถึงแยกยมราช เลี้ยวขวาเข้าถนนพิษณุโลก วิ่งผ่านแยกสะพานขมัยมรุเชฐ ถึงแยกสวนมิสกวัน เลี้ยวขวาเข้าถนนราชดำเนินนอก ทรงกลับตัวหน้ากองทัพภาคที่ 1 ทรงวิ่งย้อนกลับบนถนนราชดำเนินนอก วิ่งผ่านสะพานผ่านฟ้าลีลาศ ถึงอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนดินสอ ผ่านลานคนเมือง เสาชิงช้า เลี้ยวขวา ถนนบำรุงเมือง เข้าถนนกัลยาณไมตรี เลี้ยวขวาเข้าถนนสนามไชย ถึงป้อมเผด็จดัสกร แล้วทรงเลี้ยวซ้ายเข้าถนนหน้าพระลาน กลับตัวหน้าป้อมขันธ์ ฝั่งสนามหลวงเข้าถนนราชดำเนินใน ก่อนทรงเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นชัย ณ บริเวณท้องสนามหลวง รวมระยะทาง 21.1กิโลเมตร จากนั้นเวลา 04.29 น. สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงวิ่งถึงเส้นชัยบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งทรงใช้เวลารวม 2 ชั่วโมง 13 นาที 40 วินาที และพระราชทานพระราชวโรกาสให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายเหรียญรางวัลที่ระลึก ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวาย เสื้อสามารถที่ระลึก

    ต่อมา ทรงพระดำเนินไปยังจุดปล่อยตัวการแข่งขันวิ่ง ระยะทาง 10 กิโลเมตร บริเวณด้านหน้าพระแม่ธรณีบีบมวยผม ทรงกดแตรลมปล่อยตัวนักวิ่งมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร และทอดพระเนตรนักวิ่งมาราธอน ระยะทาง 10 กิโลเมตร วิ่งเข้าเส้นชัย จากนั้นทรงพระดำเนินไปยัง พลับพลาพิธี ท้องสนามหลวง เพื่อพระราชทานถ้วยรางวัล แก่ผู้ชนะเลิศการแข่งขัน ระยะฮาล์ฟมาราธอน 21.0 กิโลเมตร จำนวน 4 ราย ประกอบด้วยประเภทมืออาชีพ (อีลิทชาย) 1 รางวัล ประเภทมืออาชีพ (อีลิทหญิง) 1 รางวัล ประเภทบุคคลทั่วไป (ชายไทย) 1 รางวัล ประเภทบุคคลทั่วไป (หญิงไทย) 1 รางวัล และทรงฉายพระฉายาลักษณ์ร่วมกับนักวิ่งที่ชนะเลิศ คณะกรรมการจัดการแข่งขันฯ และผู้ให้การสนับสนุนฯ ตามลำดับ

    สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงเป็นต้นแบบของคนรุ่นใหม่ให้หันมาใส่ใจสุขภาพ ด้วยความสนพระทัยในกีฬาหลากหลาย ทั้งทรงเป็นนักกีฬาเรือใบ ทรงวิ่ง และยังสนพระทัยในกีฬาไอซ์ฮอกกี้ หรือฮอกกี้น้ำแข็ง และทรงฝึกฝนพระองค์อย่างสม่ำเสมอด้วยความวิริยะอุตสาหะ อีกทั้งยังทรงเป็นผู้นำที่ดีในการแข่งขันและทรงเป็นขวัญและกำลังใจให้กับนักกีฬาทีมชาติไทย

    “พระราชินี” ทรงร่วมวิ่ง ระยะฮาล์ฟมาราธอน ในงานแข่งขันวิ่งส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก

    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ปีที่ผ่านมา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เคยทรงร่วมวิ่งในระยะ 10 กม.ในรายการ “อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก พรีเซนต์บาย โตโยต้า ครั้งที่ 1” ร่วมกับ นายเอเลียด คิปโชเก้ และ นักวิ่งจากทั่วโลกมาแล้วครั้งหนึ่ง

    สำหรับการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลกในเมืองหลวง “อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก” ครั้งที่ 1 ประจำปี 2568 Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เขตปทุมวัน และท้องสนามหลวง เขตพระนคร จัดโดยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา การกีฬาแห่งประเทศไทย การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร สมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย และไทยแลนด์ไตรลีก โดยมีนักวิ่งจากทั่วโลกสมัครเข้าร่วมกว่า 50,000 คน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/royal/931549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LYrej10_y0_wirnWPfjsv

  • ประชุมครม.เศรษฐกิจวันนี้ – เร่งรัดจ่ายเยียวยา เหยื่อน้ำท่วม

    ประชุมครม.เศรษฐกิจวันนี้ – เร่งรัดจ่ายเยียวยา เหยื่อน้ำท่วม

    ประชุมครม.เศรษฐกิจวันนี้ – เร่งรัดจ่ายเยียวยา เหยื่อน้ำท่วม

    วันนี้, 07:45น.

              หลังร่วมประชุมกับผู้ประกอบการจังหวัดสงขลา หอการค้าจังหวัดสงขลา และภาคธุรกิจ โดยใช้เวลาประชุมกว่า 3 ชั่วโมง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ ระดับน้ำเริ่มลดลงหมดแล้ว ตอนนี้เข้าสู่โหมดการฟื้นฟูเยียวยา รวมถึงเร่งจ่ายระบบสาธารณูปโภคต่างๆ ไฟฟ้า และน้ำประปา รวมถึงการเร่งทำความสะอาดเมืองให้เร็วที่สุด

              เป้าหมายคือ นำชาวหาดใหญ่กลับเข้าบ้านเรือนให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังมารับฟังปัญหาจากผู้ประกอบการ เพื่อเร่งเยียวยา โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านเศรษฐกิจ การช่วยเหลือต่างๆ ตนตั้งใจพาพวกท่านขึ้นรถตระเวนให้เห็นสภาพโดยรวมของเมืองหาดใหญ่ เพื่อที่ท่านจะได้มีไอเดียพอมาดำเนินการช่วยเหลือ ไม่ใช่ฟังแต่รายงาน

              สิ่งที่เรามุ่งเน้นคือ คืนชีวิต คืนความเป็นอยู่ให้กับชาวสงขลา รวมถึงพื้นที่ประสบภัยที่จังหวัดอื่นๆ ด้วย

              อึปสรรคตอนนี้คือ หน้างานกว้างมาก น้ำไม่มีแล้ว ไฟมาแล้ว น้ำท่วมไม่มีแล้ว น้ำประปาเริ่มเข้าแล้ว แต่ยังติดปัญหาเรื่องเบรกเกอร์ถูกไฟช็อตอยู่ในบ้าน ทำให้ชาวบ้านเข้าบ้านไม่ได้ ก็ต้องเร่งให้ทางการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ดำเนินการเร่งซ่อมแซม เพื่อให้จ่ายไฟเข้าไปได้เร็วที่สุด และน้ำประปาเริ่มทยอยจ่ายกลับคืนมาแล้ว

              มาตรการฟื้นฟูทางเศรษฐกิจ ได้มอบหมายให้นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.คลัง เป็นคนอธิบาย เพราะมีหลายเรื่อง ทั้งเรื่องพักดอก พักหนี้ เรื่องการหาเงินยืม หรือเงินกู้ไม่มีดอกเบี้ย มาเยียวยาฟื้นฟูเศรษฐกิจ ซึ่งเรื่องการหาเงินยืมไม่มีดอกเบี้ย ค่อยผ่อนใช้ใน 1 ปี เพื่อไปซ่อมแซมทรัพย์สินของตัวเอง และเพื่อไปฟื้นฟูรีเซ็ตชีวิตใหม่ ประเภทละ 100,000 บาท และเรื่องของผู้เอาประกันที่เป็นสมาชิก สำนักงานประกันสังคมจะมาช่วยคนละครึ่งอย่างไรเป็นระยะเวลา 6 เดือน

              กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) มีเรื่องงบซ่อมแซมบ้านเรือนไม่เกิน 49,000 บาท/ครัวเรือน โดยจะต้องทำการสำรวจ และตีมูลค่าตรงนี้จะเป็นส่วนที่เพิ่มไปจากเงินเยียวยา 9,000 บาท  แต่สิ่งหนึ่งที่ทางกระทรวงการคลังจะเร่งทำก็คือ เรื่องของการจัดเงินยืมให้กับประชาชน

              ส่วนเร่งรัดในการจ่ายเยียวยาได้ไวที่สุดเมื่อไหร่ นายกฯ กล่าวว่า งบประมาณเรื่องเยียวยาอนุมัติไปเรียบร้อยแล้ว ในวันนี้จะประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจ ซึ่งนายเอกนิติ ก็จะนำเรื่องส่วนที่เหลือเข้ามาเป็นตัวเร่งงบประมาณ เพื่อตีกรอบตรงไหนที่อนุมัติภายในวันอังคารนี้ได้ ก่อนก็จะอนุมัติไปและดำเนินการ ซึ่งตนได้พูดคุยกับผู้อำนวยการสำนักงบประมาณแล้วว่าจะเอามาจากตรงไหน ถ้าติดตรงนี้จะไปเอาจากตรงไหน ตอนนี้ยังไม่มีในเรื่องของงบประมาณที่จะติดขัด

             เมื่อถามถึงเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิต นายกฯ กล่าวว่า ก็เป็นไปตามหลักเกณฑ์รายละ 2 ล้านบาท เป็นไปตามระเบียบที่เรามีอยู่ พยายามจะจัดให้มากที่สุด

    เมื่อถามต่อว่า ทำไมหลักเกณฑ์การจ่ายเงินเยียวยาผู้เสียชีวิตครั้งนี้จึงสูงกว่าในอดีตหลายเท่า นายกฯ กล่าวว่า ไม่ครับ เคยมี 7 ล้านบาท

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/156992&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gROQs3lQSp620vTVfdo3x

  • นายกฯลงหาดใหญ่ครั้งที่ 5 นำทีมเศรษฐกิจหารือช่วยเหลือผู้ประกอบการ

    นายกฯลงหาดใหญ่ครั้งที่ 5 นำทีมเศรษฐกิจหารือช่วยเหลือผู้ประกอบการ

    นายกฯนำทีมเศรษฐกิจ-หน่วยงานการเงิน บินลงหาดใหญ่รอบที่ 5 คุยผู้ประกอบการ พร้อมลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจตลาดกิมหยง ด้าน ‘ศุภจี’ยันมีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน

    30 พ.ย. 2568 – นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯและรมว.คมนาคม นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การคลัง นายภราดร ปริศนานันทกุล รมต. ประจำสำนักนายกฯ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์  นายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รมช.มหาดไทย อธิบดีกรมธนารักษ์ อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง อธิบดีกรมการค้าภายใน เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย(คปภ.)ผู้บริหารธนาคารออมสิน  ผู้บริหารธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร(ธ.ก.ส.) ผู้บริหารธนาคารกรุงไทย ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ และรักษาการเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) ออกจากท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 (บน.6)ดอนเมือง กรุงเทพฯ ไปยังกองบิน 56 อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา  โดยเป็นการเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลาเป็นครั้งที่ 5

    เมื่อเดินทางถึงนายกฯ จะเดินทางไปยังศูนย์บรรเทาสาธารณภัย กองทัพภาคที่ 4 ส่วนหน้า (มณฑลทหารบกที่ 42) ค่ายเสนาณรงค์ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เพื่อประชุมรับฟังสรุปผลการติดตามการช่วยเหลือผู้ประสบภัยในพื้นที่หาดใหญ่ รวมถึง  จะร่วมประชุมแผนฟื้นฟูเมืองหาดใหญ่ ระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน   โดยนายกฯจะหารือกับผู้ประกอบนักธุรกิจในพื้นที่สงขลา  จากนั้นนายกฯและคณะลงพื้นที่สำรวจความเสียหายย่านธุรกิจย่านตลาดกิมหยง เพื่อพบปะให้กำลังใจผู้ประกอบการก่อนร่วมประชุมรับฟังปัญหาและมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่โรงแรมบุรีศรีภู อำเภอหาดใหญ่  ก่อนลงพื้นที่ถนนนิพัทธ์อุทิศ 3  ซึ่งในพื้นที่ได้มีการจัด Big Cleaning Day (บิ๊ก คลีนนิ่งเดย์) ในวันแรกไปเมื่อวันที่ 29 พ.ย.ที่ผ่านมา เพื่อเร่งฟื้นฟูเมืองกลับคืนสู่สภาพปกติ ก่อนที่นายกฯและคณะเดินจะเดินกลับกทม.

    โดยเวลา 12.37 น.นายกฯเดินทางถึงกองบิน 6 ผู้สื่อข่าวถามว่าจะมีมาตรการช่วยเรื่องลดราคาเครื่องใช้ไฟฟ้าหรือไม่ นายกฯหยุดยืนฟังคำถาม และพยักหน้า แต่ไม่ได้ตอบคำถามดังกล่าว

    ขณะที่ นางศุภจี  กล่าวว่า ขอให้ติดตามดู ยืนยันว่ามีมาตรการช่วยเหลือแน่นอน.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/905941/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0BLAB9X_jK-uj1O8IDKHno

  • ดูดวงรายเดือน 1-31 ธันวาคม 2568

    ดูดวงรายเดือน 1-31 ธันวาคม 2568

    ดูดวงเดือนธันวาคม 2568 เช็กดวงเดือนนี้ ทั้ง 12 ราศี ดวงการเงิน ดวงการงาน ดวงความรัก

    ดวงรายเดือน วันที่ 1-31 ธันวาคม 2568 คำทำนายจาก นางเงือกดูดวง พยากรณ์สำหรับชาว Sanook Horoscope โดยเฉพาะ ดวง 12 ราศี ประจำเดือนนี้จะเป็นอย่างไร เชิญอ่านคำทำนายเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตและเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของดวงดาว

    ดวงรายเดือน 1-31 ธันวาคม 2568

    ดูดวงรายเดือน ราศีเมษ (13 เม.ย. – 13 พ.ค.)

    การงาน ช่วงนี้ชาวราศีเมษมีไฟแรง ต้องการก้าวหน้าและทำผลงานให้เด่น แต่ก็อาจเจอแรงต้านจากระบบหรือคนในองค์กร พอกลางถึงปลายเดือนบรรยากาศจะเริ่มดีขึ้น มีโอกาสได้เป็นตัวแทนองค์กรในงานสำคัญ รวมถึงได้ร่วมทีมกับกลุ่มคนเก่งที่เป็นกำลังหลักของที่ทำงาน ส่วนคนหางานมีลุ้นได้งานตรงสาย ได้ทำงานตามวุฒิที่เรียนมา

    การเงิน มีโอกาสได้ร่วมหุ้นหรือทำโปรเจกต์กับคนที่คิดคล้ายกัน การลงทุนเริ่มขยับแต่ยังไม่เห็นกำไรชัดเจน ช่วงนี้อาจไม่ได้ต้องหมุนเงินมากนักแต่ก็ยังคงต้องคิดก่อนใช้อยู่ ระวังการลงทุนก้อนใหญ่ที่คืนทุนช้า

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้เจอคนถูกใจ กลางเดือนเป็นต้นไป ความรักราบรื่น มีความคิดคล้าย ๆ กัน ทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างลงตัว คนมีคู่ จะเข้าใจกันมากขึ้น ผ่านเรื่องเงินหรือการตัดสินใจร่วมกัน จะมีความคิดสอดคล้องไปในทางเดียวกันซัพพอร์ทกันได้ดี

    สุขภาพ ระวังเรื่องความคิด เครียด นอนไม่พอ

    ดูดวงราย ราศีพฤษภ (14 พ.ค. – 14 มิ.ย.)

    การงาน หากทำงานในสภาวะกดดันมาก่อนหน้านี้จะเริ่มผ่อนคลาย แต่ถ้าก่อนหน้านี้ทำงานสบาย ช่วงนี้อาจถูกตรวจสอบหรือได้งานที่ต้องเรียนรู้ใหม่เข้ามา มีโอกาสได้ร่วมงานกับกลุ่มที่มีความขัดแย้ง แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง ก็อาจทำให้งานสะดุดอยู่บ้าง

    การเงิน ต้นเดือนเหมาะกับจัดการเรื่องเงิน เก็บ ทวง หรือเคลียร์ค่าใช้จ่ายที่ค้าง รวมถึงเงินที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น ปลายเดือนต้องระวังมีใช้จ่ายกับการท่องเที่ยว เปิดประสบการณ์ใหม่และพักผ่อนทำให้ใช้เงินเยอะกว่าที่คิดเอาไว้

    ความรัก คนโสด อาจเจอคนทำให้เสียอาการ ช่วงนี้ควรระวังอย่าเปลี่ยนตัวเองมากเกินไป เพราะจะทำให้ไม่เป็นตัวเองในที่สุด คนมีคู่ ช่วงนี้คุณจะเอาอกเอาใจคนรักเป็นพิเศษ ความสัมพันธ์สนุก มีเรื่องแปลกใหม่ มีการพากันไปเที่ยว ไปทำอะไรใหม่ๆ ด้วยกัน

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดูดวงราย ราศีเมถุน (14 มิ.ย. – 14 ก.ค.)

    การงาน ต้นเดือนคุณอาจต้องสะสางงานคั่งค้างของตัวเองและช่วยเคลียร์งานของคนอื่น ช่วงและมีโอกาสได้ทำงานวางแผนโครงการหรือปรับระบบภายใน คุณอาจได้รับข้อเสนอใหม่จากคนรู้จัก ทำให้มาคิดตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางหรือย้ายสายงานได้

    การเงิน รายรับช่วงนี้อาจไม่ต่อเนื่อง รายได้ประจำหรือพิเศษอาจถูกปรับลด ต้นเดือนมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพหรือประกัน กลางเดือนมีโอกาสได้เงินสนับสนุนจากครอบครัวหรือผู้ใหญ่ เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับเจรจาเรื่องเงิน ขอสินเชื่อ หรือประนอมหนี้

    ความรัก คนโสด ช่วงต้นเดือนมีโอกาสเจอคนที่น่าสนใจผ่านงาน ความสัมพันธ์เริ่มจากความคุ้นเคยและใช้เวลาร่วมกัน แม้ยังไม่ได้คบกันก็เข้าใจกันดี คนมีคู่ ช่วงนี้อาจเครียดจากงานและภาระต่าง ๆ แต่คนรักก็อยากได้ความเอาใจใส่และพื้นที่ทางใจ ซึ่งจะต้องคอยปรับตัวและให้เวลากันมากขึ้น

    สุขภาพ ระวังนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ

    ดูดวงรายเดือน ราศีกรกฎ (15 ก.ค. – 16 ส.ค.)

    การงาน ช่วงนี้อาจมีการปรับโครงสร้างในองค์กร คนเก่าออก คนใหม่เข้า มีการเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน คุณอาจรู้สึกเหนื่อย แต่หัวหน้าที่ดีจะช่วยให้งานมีมาตรฐานดีขึ้น ทำให้คุณพอจะคลายกังวลได้ คแต่ก็อาจจะยังต้องอดทนกับงานที่เยอะอยู่ดี

    การเงิน คุณเริ่มจัดการเงินได้อย่างรอบคอบมากขึ้น แม้จะเครียดแต่ก็จะทำให้สภาพคล่องดีขึ้นกลางเดือนมีแนวโน้มลงทุนกับงานและตัวเอง เช่น ซื้ออุปกรณ์ ซ่อมเครื่องมือ และใส่ใจสุขภาพ รวมถึงลงทุนด้านการศึกษา

    ความรัก คนโสด มีโอกาสเริ่มความรักใหม่ แต่ควรระวังการเริ่มเร็วเกินไป ทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่มั่นคง คนมีคู่ คนรักเจอความท้าทายในชีวิต เป็นช่วงพิสูจน์การร่วมทุกข์และรับผิดชอบร่วมกัน หากเป็นคู่แท้กันจะเห็นคุณค่าและภูมิใจในความพยายามกันมากพอ

    สุขภาพ ระวังภูมิตก ภูมิแพ้ขึ้น

    ดูดวงรายเดือน ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

    การงาน งานโปรเจคระยะยาวที่คุณทุ่มเทมาตลอดเริ่มเห็นผลดี คุณจะได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ได้ และในช่วงปลายเดือนมีโอกาสเติบโตในสายงาน คุณอาจได้เป็นหัวหน้าโปรเจคทั้งบริหารและคิดไอเดีย ส่วนคนที่หางานมีแววได้งานปลายเดือน มีคนรู้จักแนะนำมาให้

    การเงิน ปัญหาการเงินจะเริ่มคลี่คลายมากขึ้น ทั้งรายรับ-รายจ่ายอยู่ในกรอบควบคุมได้ แต่ช่วงกลางเดือนไปอาจต้องระวังค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ภายในบ้านเข้ามา

    ความรัก คนโสด คุณมีโอกาสพบรักจากการกิจกรรมกลุ่มหรือสังคมใหม่ๆ หรืออาจพบรักจากการท่องเที่ยว อาจได้เจอคนที่ทำให้ชีวิตสดใสและสร้างแรงบันดาลใจ คนมีคู่ ช่วงนี้คุณอาจขาดความมั่นใจและพึ่งพาคนรักมากเกินไป ควรมีการเปิดใจคุยปแรับความเข้าใจกันก่อนเกิดปัญหาที่ทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดูดวงรายเดือน ราศีกันย์ (17 ก.ย. – 16 ต.ค.)

    การงาน ช่วงนี้คุณมีไฟในการทำงานมากขึ้น กล้าออกความเห็นและตัดสินใจ กล้าปรับระบบหรือเปลี่ยนขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ทำให้ผลงานโดดเด่นและมีความสำเร็จตามมา ทำให้ผู้ใหญ่ไว้วางใจคุณมากขึ้น

    การเงิน ต้นเดือนอาจรู้สึกเงินขาดมือจากการให้คนอื่นยืมหรือค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด และต้องเริ่มระวังค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้าน ครอบครัว รวมไปถึงกิจกรรมกับเพื่อนร่วมงาน รายรับช่วงนี้อาจได้ใช้แบบไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ต้องวางแผนให้รัดกุม

    ความรัก คนโสด ช่วงนี้คุณเปิดใจกับคนที่มีโปรไฟล์ดี แม้ช่วงแรกอาจไม่ถูกใจ แต่เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าคนที่ตรงสเปคอย่างเดียวอาจไปกันไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง คนมีคู่ ต้องระวังเรื่องอารมณ์แปรปรวนจากงานและชีวิตประจำวัน ทำให้มีความเครียดสะสมด้วยกันทั้งคู่ได้

    สุขภาพ ระวังเรื่องคิดมาก เครียดจากความคิดของตัวเอง

    ดูดวงรายเดือน ราศีตุลย์ (17 ต.ค. – 15 พ.ย.)

    การงาน ช่วงนี้คุณมีโอกาสได้แสดงความสามารถ ได้ทำงานที่ถนัดและตรงกับทักษะ แม้ไม่ได้เป็นหัวหน้า ก็มีอำนาจตัดสินใจเรื่องงาน ทำให้งานออกมาดี ผู้ใหญ่ได้มองเห็นความสามารถของคุณ

    การเงิน ช่วงนี้เหมาะกับการเจรจาเรื่องเงิน ต่อรองราคา หรือขอสินเชื่อ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้เงินตามอารมณ์ในเรื่องความสวยงาม เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับ ขอ งฟุ่มเฟือยต่างๆ จนทำให้เกิดความเครียดตามมาได้

    ความรัก คนโสดท คุณจะได้เจอคนที่มีความสัมพันธ์แบบเน้นเรียนรู้และเติมเต็มซึ่งกันและกัน ไม่ใช่อารมณ์ล้วน ๆ มีความคิดที่จะจริงจังให้กันมากๆ คนมีคู่ ระวังปัญหาการเงินเข้ามาเป็นประเด็นทำให้เกิดความตึงเครียดใส่กัน

    สุขภาพ ระวังปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ

    ดูดวงรายเดือน ราศีพิจิก (16 พ.ย. – 15 ธ.ค.)

    การงาน คุณเริ่มมีความชัดเจนในที่ทำงาน กล้าบอกปฏิเสธงานที่ไม่ถนัด และรับเฉพาะงานที่มั่นใจว่าทำได้ดีที่สุด ช่วงนี้เพื่อนร่วมงานที่ไม่จริงใจอาจเปิดตัวออกมา ทำให้รู้ว่าต้องระวังใคร ซึ่งงานเดี่ยวคุณก็ยังคงทำได้ดี และหากทีมไม่ช่วย คุณก็สามารถลุยเองได้อยู่

    การเงิน อาจมีปัญหาการเงินเพราะขาดทักษะบริหารเงิน แต่ปลายเดือนเป็นจุดเปลี่ยน ทบทวนอดีตและจัดการเงินอย่างจริงจัง มีเกณฑ์ได้รายได้เพิ่มจากงานเสริมที่มากจากความถนัดของคุณเอง

    ความรัก คนโสด มีโอกาสเจอคนเข้าใจความรู้สึกตั้งแต่แรกพบ ความสัมพันธ์เน้นอารมณ์และความผูกพัน ดึงดูดคนที่จริงจังที่มองความสัมพันธ์ระยะยาว คนมีคู่ คุณและคนรักเชื่อใจและซื่อสัตย์ต่อกันมากขึ้น มีความข้าอกเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดมาก อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

    สุขภาพ ระวังเรื่องระบบเลือด เวียนหัว บ้านหมุน

    ดูดวงรายเดือน ราศีธนู (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.)

    การงาน ต้นถึงกลางเดือนคุณอาจค้นพบงานใหม่ที่ชอบ แต่ต้องทำงานเดิมไปก่อน ทำให้ไม่ค่อยมีความสุข กลางเดือนมีโอกาสเปลี่ยนงานหรือออกโดยได้รับชดเชย มีการปรับโครงสร้างในที่ทำงาน คนหางานมีโอกาสได้งานที่ถูกใจ แต่ต้องแข่งขันกับคนอื่นเอยะหน่อย

    การเงิน ช่วงนี้คุณอาจเจอช่องทางสร้างรายได้ใหม่ หรือมีการครอบครัวมาร่วมลงทุนได้ แต่ต้องระวังความคาดหวังสูงเกินไป อาจทำให้ลงทุนพลาดหรือไม่ได้เงินตามเวลาที่ต้องการ

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้พัฒนาความสัมพันธ์กับคนที่รู้จักกันมานาน เป็นเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ตัว ที่ช่วยเหลือและเข้าใจคุณดี ทำให้รู้สึกว่าเขาอาจเป็นคู่ชีวิต ส่วนคนที่ไม่ใช่จะค่อย ๆ ออกจากชีวิตไป คนมีคู่ เป็นช่วงที่ต่างคนต่างใช้ชีวิต โฟกัสกับเรื่องของตัวเองมากๆ อาจทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่ค่อยหวาน

    สุขภาพ ระวังเรื่องปวดคอ บ่า ไหล่

    ดูดวงรายเดือน ราศีมังกร (14 ม.ค. – 12 ก.พ.)

    การงาน คุณอาจได้ปรับปรุง หรือแก้ไขปัญหางานต่างๆ ที่เข้ามาเรื่อยๆ จนทำให้คุณได้รับการยอมรับเรื่องการทำงานจากคนรอบตัว แต่ก็เป็นช่วงที่เหนื่อยและอยากพักมากๆ แต่คุณก็ไม่สามารถวางงานได้เลย

    การเงิน การเงินยังมีความตึงเครียด ต้องระวังค่าใช้จ่ายแอบแฝง แต่เป็นช่วงดีที่จะศึกษาเรื่องเงิน เก็บออม ลงทุน หรือซื้อประกัน มีโอกาสได้เงินเก่าค้างคืนจากลูกหนี้หรือค่าแรงที่ค้าง

    ความรัก คนโสด คุณอยากคุยกับคนที่รู้สึกสบายใจด้วยมากกว่า แม้คุยกันไปแล้วจะรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนมากกว่าคนที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ด้วยก็ตาม คนมีคู่ ช่วงนี้คุณและคนรักจะช่วยเหลือกันในหลายๆ เรื่อง แม้จะมีความเครียดหลายอย่างรุมล้อม แต่ก็พร้อมที่จะช่วยก้อนแก้ปัญหา

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดูดวงรายเดือน ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. – 13 มี.ค.)

    การงาน ช่วงนี้คุณจะโฟกัสกับเรื่องงานมากขึ้น แม้รอบข้างจะมีปัญหาเรื่องคนหรืออะไรต่างๆ แต่คุณก็อยากทำผลงานออกมาได้ดี รวมไปถึงช่วงนี้อาจเริ่มคิดถึงการเปลี่ยนงาน แต่ควรรอโอกาสที่ดีกว่านี้ เพราะช่วงนี้อาจไปเจองานที่สถานการณ์แย่กว่าเดิม

    การเงิน รายได้หลักยังมั่นคงอยู่ คุณจะเริ่มอยากเคลียร์หนี้เก่าและตั้งหลักได้อีกครั้ง คุณมีโอกาสได้รับงานที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว ทำให้มีรายได้เสริมเข้ามา และต้องระวังการใช้เงินไปกับความสะดวกสบายหรือสิ่งที่สนใจอยากซื้อแบบไม่คิด

    ความรัก คนโสด คุณอาจเจอคนคุ้นเคยหรือคนที่เคยคุยกลับเข้ามาใหม่ ทำให้ต้องสำรวจใจตัวเองอีกครั้ง และความสัมพันธ์เริ่มจากความคุ้นเคยและพัฒนาไปด้วยกันอย่างจริงจังได้ คนมีคู่ คนรักอาจชวนไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์มีความแน่นแฟ้นมากขึ้นกว่าเดิม

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดูดวงรายเดือน ราศีมีน (14 มี.ค. – 12 เม.ย.)

    การงาน คุณจะโฟกัสแต่หน้าที่ของตัวเองแม้ต้องอยู่ในสภาพไม่ชอบก็อดทนทำงานนั้นไป คุณอาจต้องอยู่ในสภาวะกดดันหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องของตัวงาน หรือเรื่องสังคมในที่ทำงาน แม้จะอยากลาออกแต่ก็ยังทำไม่ได้

    การเงิน คุณมีเกณฑ์ได้เงินจากโชคลาภเดข้ามาเล็กๆ น้อยๆ หรือจะมีรายได้พิเศษเข้ามา ทำให้เงินสามารถหมุนไปได้ แต่ต้องระวังค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือคนในครอบครัว หรือเกี่ยวกับการซ่อมแซมบ้าน

    ความรัก คนโสด อาจเจอรักแบบไม่คาดคิด แต่จะเป็นความรักแบบฉาบฉวย ไม่ได้ผูกมัดกัน ทำให้เป็นแค่คนที่คลายเหงามากกว่า คนมีคู่ ความนี้ความรักจะร้อนแรงมากขึ้น แต่ก็เป็นแค่เพียงชั่วคราว อาจมีเรื่องให้ผิดใจกันอยู่บ้าง แต่หากเปิดใจคุยกัยความสัมพันธ์ก็มีโอกาสกลับมาดีเหมือนเดิม

    สุขภาพ ระวังของมีคมบาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/318235/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Qxrr4peqpWVfE6oO3gRwD

  • น้ำท่วมกระทบท่องเที่ยว โรงแรมหาดใหญ่ขอรัฐเร่งเยียวยา

    น้ำท่วมกระทบท่องเที่ยว โรงแรมหาดใหญ่ขอรัฐเร่งเยียวยา

    น้ำทวมที่เกิดขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม ผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดสงขลา ประเมินมูลค่าความเสียหายอาจสูงถึงหมื่นล้านบาท

    สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายอย่างมากโดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ชาวบ้านจำนวนหนึ่งยังกลับเข้าบ้านไม่ได้นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากกระทรวงมหาดไทย ขอข้อมูลโรงแรมที่พร้อมให้บริการ เพื่อนำผู้ประสบภัยมาพักพิงชั่วคราว

    แม้แนวคิดนี้จะเป็นการช่วยเหลือทั้งฝั่งผู้ประสบภัย และผู้ประกอบการโรงแรม แต่ปัญหาใหญ่คือ ในพื้นที่หาดใหญ่-สงขลา มีโรงแรมและที่พักที่พร้อมเปิดให้บริการเพียง 20 แห่ง จากทั้งหมดกว่า 300 แห่ง ประกอบกับหลายหน่วยงานลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนทำให้ห้องพักถูกจองเกือบทั้งหมด ไม่เพียงพอรองรับผู้ประสบภัย ซึ่งกว่าโรงแรมต่าง ๆ จะฟื้นฟูกลับมาให้บริการได้ปกติอาจใช้เวลานาน 2-3 เดือน

    นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา

    นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา

    นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา

    นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ยังบอกว่า เหตุการณ์นี้ซ้ำเติมวิกฤตภาคการท่องเที่ยว หลังมีนักท่องเที่ยวประสบภัย และติดค้างกว่าหมื่นคน และส่งผลให้บรรยากาศสิ้นปีนี้เงียบเหงา ประเมินรายได้จากการท่องเที่ยวอาจหายไปกว่า 7,000 ล้านบาท เนื่องจากตรงกับช่วงไฮซีซั่น และยังมีงานใหญ่อย่างซีเกมส์ที่ต้องย้ายสถานที่จัดงานออกไป และหากยังไม่สามารถฟื้นฟูจนลากยาว ไปถึงเดือน ม.ค.หรือ ก.พ.ปีหน้า ความเสียหายจะสูงถึงหมื่นล้านบาท ไม่รวมกับค่าซ่อมแซมกิจการอีกกว่า 3,000 ล้านบาท

    ผู้ประกอบการโรงแรม เตรียมยื่นข้อเสนอถึงนายกฯ ออกมาตรการฟื้นฟู เช่น การพักหนี้ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อฟื้นฟูกิจการ และพักชำระภาษีที่ดิน ที่จะต้องจ่ายในช่วงต้นปีหน้า พร้อมประเมินการบริหารจัดการสถานการณ์ช่วยเหลือน้ำท่วมของรัฐบาลครั้งนี้ ถือว่าสอบตก

    อ่านข่าว : ชาวหาดใหญ่แจ้งความทรัพย์สินสูญหาย ตร.ย้ำโทษหนักลักทรัพย์พื้นที่ภัยพิบัติ 

    “อนุทิน” ถกเอกชนฟื้นฟู “หาดใหญ่” ต่อรองคลังยืดเวลาเงินกู้ 0% 

    นายกฯ ขีดเส้น 7 วัน ปชช.ต้องกลับบ้าน 14 วันหาดใหญ่ต้องสะอาด 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358998&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sHb2f7L2xGvkqyKZJ10k1

  • รายงานพิเศษ :  เศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม ได้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน

    รายงานพิเศษ : เศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม ได้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ** ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2568…เป็นอย่างไรบ้าง ลองมาดูการฉายภาพจาก 2 หน่วยงานสำคัญของประเทศ อย่าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง…ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนตุลาคม 2568…ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ในเดือนตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18.1% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ลดลง 1.4% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.9 จากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”  อย่างไรก็ดีผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการค้าจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ลดลง 5.3% และรายได้เกษตรกรที่แท้จริงลดลง 13.7% จากช่วงเดียวกันปี  

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนตุลาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.2% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล 5.3% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน  1.7% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 4.8%

    มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ที่ 5.7% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่าขยายตัวที่ 15.7% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ในขณะที่การส่งออกข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ปรับตัวลดลง

    ภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวมจำนวน 2.57 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3.9% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาล 8.3% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 23.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.0% ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.1% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 3.6% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ดีผลผลิตมันสำปะหลัง และกลุ่มไม้ผล ลดลงจากเดือนก่อน

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 87.3 จากระดับ 87.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์น้ำและอุทกภัยในหลายพื้นที่ และมูลค่าการค้าชายแดนหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.6 จากระดับ 54.6 ในเดือนก่อนหน้า

    ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุด เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะในตลาดทุน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ แม้จะเริ่มมีแรงซื้อสุทธิกลับเข้ามาบ้างในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 (มูลค่า 1,251.61 ล้านบาท) แต่ยังคงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยในเดือนพฤศจิกายน (ข้อมูลสะสมถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568)

    “สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย”

    ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคมขยายตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ ขยายตัวจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน อย่างไรก็ดีการผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวจากผลของการผลิตกลุ่มปิโตรเลียมที่ลดลงจากการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง แม้การผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับดีขึ้นตามการส่งออก สำหรับการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า

    เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายใน 1.หมวดบริการ ตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและภัตตาคารที่ปรับดีขึ้นจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย 2.หมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สอดคล้องกับกิจกรรมการขนส่งผู้โดยสารที่ปรับดีขึ้น และ 3.หมวดสินค้าคงทน ตามยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ส่วนการใช้จ่ายในหมวดสินค้า กึ่งคงทนทรงตัว ทั้งนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

    การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดย 1.หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิ (หรือการนำเข้าหักด้วยการส่งออกสินค้าทุน) ในหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานที่ลดลง 2.หมวดยานพาหนะ ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ลดลงในเกือบทุกประเภท และ 3.หมวดก่อสร้าง จากหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยตามมูลค่าการโอนพื้นที่อุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ที่ลดลง และหมวดที่อยู่อาศัยตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างบ้านเดี่ยวที่ลดลง

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น จากเดือนก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ที่มีวันหยุดยาวมากกว่าปกติ รวมถึงนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) โดยเฉพาะยุโรปและรัสเซีย ส่งผลให้รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น Number of Tourists and Tourism Receipt

    มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวด อาทิ 1.อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร จากการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และหม้อแปลงไฟฟ้า (transformer) ไปสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกเครื่องจักรไปญี่ปุ่น และ 2.เครื่องใช้ไฟฟ้า จากการส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ไปสหรัฐฯ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าไปญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามการส่งออกหมวดยานยนต์ ปรับลดลงตามการส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะไปออสเตรเลีย ตามอุปสงค์ที่ชะลอลง

    การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางที่ไม่รวมเงินโอน และรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางหดตัวจากฐานสูงในปีก่อน แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต รายจ่ายภาครัฐขยายตัวตามการเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอน เงินบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโทรคมนาคม ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวจากเงินงบประมาณเหลื่อมปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/931496&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0puSyC1b9N40S-laQnsZnQ

  • รายงานพิเศษ :  เศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม ได้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน

    รายงานพิเศษ : เศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม ได้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ** ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2568…เป็นอย่างไรบ้าง ลองมาดูการฉายภาพจาก 2 หน่วยงานสำคัญของประเทศ อย่าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง…ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนตุลาคม 2568…ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ในเดือนตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18.1% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ลดลง 1.4% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.9 จากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”  อย่างไรก็ดีผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการค้าจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ลดลง 5.3% และรายได้เกษตรกรที่แท้จริงลดลง 13.7% จากช่วงเดียวกันปี  

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนตุลาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.2% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล 5.3% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน  1.7% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 4.8%

    มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ที่ 5.7% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่าขยายตัวที่ 15.7% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ในขณะที่การส่งออกข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ปรับตัวลดลง

    ภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวมจำนวน 2.57 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3.9% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาล 8.3% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 23.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.0% ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.1% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 3.6% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ดีผลผลิตมันสำปะหลัง และกลุ่มไม้ผล ลดลงจากเดือนก่อน

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 87.3 จากระดับ 87.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์น้ำและอุทกภัยในหลายพื้นที่ และมูลค่าการค้าชายแดนหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.6 จากระดับ 54.6 ในเดือนก่อนหน้า

    ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุด เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะในตลาดทุน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ แม้จะเริ่มมีแรงซื้อสุทธิกลับเข้ามาบ้างในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 (มูลค่า 1,251.61 ล้านบาท) แต่ยังคงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยในเดือนพฤศจิกายน (ข้อมูลสะสมถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568)

    “สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย”

    ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคมขยายตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ ขยายตัวจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน อย่างไรก็ดีการผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวจากผลของการผลิตกลุ่มปิโตรเลียมที่ลดลงจากการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง แม้การผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับดีขึ้นตามการส่งออก สำหรับการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า

    เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายใน 1.หมวดบริการ ตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและภัตตาคารที่ปรับดีขึ้นจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย 2.หมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สอดคล้องกับกิจกรรมการขนส่งผู้โดยสารที่ปรับดีขึ้น และ 3.หมวดสินค้าคงทน ตามยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ส่วนการใช้จ่ายในหมวดสินค้า กึ่งคงทนทรงตัว ทั้งนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

    การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดย 1.หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิ (หรือการนำเข้าหักด้วยการส่งออกสินค้าทุน) ในหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานที่ลดลง 2.หมวดยานพาหนะ ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ลดลงในเกือบทุกประเภท และ 3.หมวดก่อสร้าง จากหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยตามมูลค่าการโอนพื้นที่อุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ที่ลดลง และหมวดที่อยู่อาศัยตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างบ้านเดี่ยวที่ลดลง

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น จากเดือนก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ที่มีวันหยุดยาวมากกว่าปกติ รวมถึงนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) โดยเฉพาะยุโรปและรัสเซีย ส่งผลให้รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น Number of Tourists and Tourism Receipt

    มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวด อาทิ 1.อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร จากการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และหม้อแปลงไฟฟ้า (transformer) ไปสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกเครื่องจักรไปญี่ปุ่น และ 2.เครื่องใช้ไฟฟ้า จากการส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ไปสหรัฐฯ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าไปญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามการส่งออกหมวดยานยนต์ ปรับลดลงตามการส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะไปออสเตรเลีย ตามอุปสงค์ที่ชะลอลง

    การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางที่ไม่รวมเงินโอน และรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางหดตัวจากฐานสูงในปีก่อน แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต รายจ่ายภาครัฐขยายตัวตามการเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอน เงินบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโทรคมนาคม ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวจากเงินงบประมาณเหลื่อมปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/931496&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0puSyC1b9N40S-laQnsZnQ