Blog

  • ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์แก้จุดอ่อน พิชิตชัย พร้อมปรับตัวเจอสิงคโปร์

    ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์แก้จุดอ่อน พิชิตชัย พร้อมปรับตัวเจอสิงคโปร์

    ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์แก้จุดอ่อน พิชิตชัย พร้อมปรับตัวเจอสิงคโปร์

    ทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ เดินหน้าฝึกซ้อมต่อเนื่องเพื่อแก้ไขจุดอ่อน ทางด้าน พิชิตชัย เศียรกระโทก กองหลังของทีมพร้อมปรับตัวเข้ากับเพื่อนก่อนเจอกับ ทีมชาติสิงคโปร์ ในเกมต่อไป

    เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (5 ธันวาคม 2568) ฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดซีเกมส์ ลงทำการฝึกซ้อมต่อเนื่องเพื่อเตรียมพร้อม สำหรับการแข่งขันนัดที่สอง ที่จะพบกับ สิงคโปร์ ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสด แอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว

    การฝึกซ้อมครั้งนี้เน้นไปที่การทบทวนคอนเซปต์วิธีการ และการแก้ไขข้อผิดพลาดจากเกมแรก โดยก่อนการฝึกซ้อม พิชิตชัย เศียรกระโทก กองหลังจาก โปลิศ เทโร เอฟซี กล่าวว่า 

    “มันก็มีบางอย่างที่ต้องปรับปรุงอยู่ครับ เกมนี้ก็เป็นครั้งแรกในรอบหลายเกมที่กลับมาเล่นแบ็คขวาอีกครั้ง ก็พยายามเรียนรู้จากโค้ชวังและทีมสตาฟ ไม่ได้คาดหวังว่าจะเล่นตำแหน่งนี้ แต่เมื่อได้คุยกับสตาฟก็พยายามทำเต็มที่ตามที่ได้รับมอบหมาย”

    “การเล่นเซ็นเตอร์กับแบ็คขวา โค้ชวังก็ให้คำแนะนำว่าไม่ต้องเติมเกมรุก แต่ก็มีจังหวะฟุตบอลที่ต้องวิ่งขึ้นและก็วิ่งลง พยายามช่วยทีมให้ได้มากที่สุด สำหรับการเจอสิงคโปร์ เราก็ต้องปรับตัวและปรับทีม เพราะเราอยู่ด้วยกันน้อย” 

    “ก็พยายามทำเต็มที่ในการศึกษาคู่แข่ง ผมคิดว่าโค้ชวังก็คงวางแผนสำหรับเกมนี้ คนที่อยู่ตรงนี้ก็พร้อมเรียนรู้เพื่อยกระดับตัวเอง ฝากแฟนบอลชาวไทยเข้ามาเชียร์พวกเราในสนามกันเยอะๆ พวกเราจะได้มีกำลังใจในการเล่น ขอบคุณครับ”

    สำหรับ ฟุตบอลชายทีมชาติไทย จะทำการแข่งขันในมหกรรมซีเกมส์ นัดที่สอง พบกับ สิงค์โปร์ ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ในวันพฤหัสบดีที่ 11 ธันวาคม 2568 เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสด แอปพลิเคชัน ทรูวิชั่นส์ นาว

    Sony Alpha 1, Gmaster Lens Sony – Digital Camera Thailand

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://truevisions.co.th/sports/27335/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1n8oLmmNoQ6NSuMGyZh8fV

  • พว.เปิดมิติใหม่ทางการศึกษา กระหึ่ม!โรงเรียนดรุณาราชบุรี

    พว.เปิดมิติใหม่ทางการศึกษา กระหึ่ม!โรงเรียนดรุณาราชบุรี

    วันศุกร์ ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 18.45 น.

    ผู้บริหารกว่า 136 โรงเรียนทั่วประเทศหลั่งไหลสู่ราชบุรี เปิดมิติใหม่ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จุดประกายการปฏิรูปการศึกษาไทย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ที่โรงเรียนดรุณาราชบุรี คึกคักเป็นประวัติการณ์ เมื่อผู้บริหารจาก กว่า 136 โรงเรียนทั่วประเทศ  เดินทางเข้าสู่จังหวัดราชบุรีเพื่อศึกษาดูงานด้าน Active Learning ผ่านกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps จนถูกขนานนามว่าเป็น “แรงสั่นสะเทือนครั้งใหม่ของวงการศึกษาไทย” และเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับคุณภาพผู้เรียนไทยในศตวรรษที่ 21

    ดร.ศักดิ์สิน โรจนสราญรมย์ ประธานสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ (พว.) กล่าวถึงจุดเปลี่ยนสำคัญของแวดวงการศึกษา “ประเทศไทยพูดเรื่อง Active Learning มานาน แต่ไม่ค่อยเกิดรูปธรรม เพราะเข้าใจไม่ตรงแก่น วันนี้เราได้เห็นแล้วว่ากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ถ้าทำอย่างถูกวิธี เด็กคิดเป็น ทำเป็น และต่อยอดสู่นวัตกรรมได้จริง”

    เขาย้ำว่าดรุณาราชบุรีแสดงให้เห็นว่า การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนไม่จำเป็นต้องใช้งบประมาณสูง แต่เกิดจาก “การออกแบบการสอนที่ถูกต้อง”

    ดร.ปรพล แก้วชาติ นายกสมาคมผู้บริหารโรงเรียนประถมศึกษาแห่งประเทศไทย กล่าวถึงความสนใจระดับประเทศที่เกิดขึ้นในครั้งนี้

    “ผู้บริหารจำนวนมากตั้งใจมาดูงาน เพราะที่นี่พิสูจน์ให้เห็นว่า Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ไม่ได้เป็นแค่แนวคิด แต่ทำได้จริงในห้องเรียน”

    เขาย้ำว่าการเปลี่ยนแปลงในระดับประเทศต้องเกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงผู้บริหารและครูในโรงเรียน

    ด้าน บาทหลวง ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อภิสิทธิ์ กฤษเจริญ ผู้นำทิศทางโรงเรียนดรุณาราชบุรีเผยถึงเส้นทางการพัฒนาที่ต่อเนื่องและจริงจัง “เราไม่กล้าบอกว่าเป็นต้นแบบสมบูรณ์ แต่เรามั่นใจว่ากระบวนการที่ทำมา 3 ปี ทำให้เห็นผลลัพธ์จริง เด็กคิดเป็น ทำเป็น และเกิดองค์ความรู้ที่ต่อยอดได้”

    ท่านยังกล่าวถึงหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนแปลงว่าอยู่ที่ ไมน์เซ็ตของครูและผู้บริหาร  ซึ่งผู้บริหารไม่จำเป็นต้องรู้ทุกอย่าง แต่ต้องเอาใจใส่ทุกเรื่อง เมื่อผู้นำเปลี่ยน ครูก็เปลี่ยน เด็กก็เปลี่ย

    นอกจากนี้โรงเรียนยังเดินหน้าสู่มาตรฐานสากล ทั้งด้านภาษา นวัตกรรม และทักษะศตวรรษที่ 21 เพื่อเตรียมเด็กสำหรับโลกอนาคต

    ราชบุรีกำลังก้าวสู่ “ศูนย์กลาง Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ของประเทศ”

    ผู้บริหารจากหลายจังหวัดต่างเห็นพ้องว่าดรุณาราชบุรีมีศักยภาพในการเป็นแหล่งเรียนรู้ด้าน Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ระดับภูมิภาค     ซึ่งถือเป็นสัญญาณสำคัญของการขยายผลในระดับประเทศ ที่สอดคล้องกับมาตรฐานของ UNESCO และ OECD ซึ่งเท่ากับมีคุณภาพระดับโลก

    ขณะเดียวกันผู้สื่อข่าวรายงานว่ามี เสียงสะท้อนจากผู้บริหารสถานศึกษาที่มาศึกษาดูงาน  แม้จะมาจากต่างพื้นที่ ต่างบริบท แต่เสียงสะท้อนจากผู้บริหารส่วนใหญ่ล้วนไปในทิศทางเดียวกัน ดังนี้ “ได้เห็นภาพจริงของ Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps”

    ผู้บริหารหลายท่านกล่าวว่า การได้เห็นการจัดการเรียนรู้ในห้องเรียนจริง ทำให้เข้าใจชัดเจนว่า Active Learning ไม่ใช่กิจกรรมเพิ่มภาระ แต่เป็นกระบวนการที่ทำให้เด็กได้คิด ได้ลงมือทำและเติบโตจากการเรียนรู้ด้วยตนเอง “มั่นใจว่าสามารถนำกลับไปพัฒนาโรงเรียนได้”

    หลายโรงเรียนย้ำว่ากระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps เป็นระบบที่ไม่ซับซ้อน แต่ต้องทำอย่างเป็นขั้นตอน จึงรู้สึกว่า “ทำได้จริง” และพร้อมนำกลับไปทดลองใช้ในบริบทของตนเอง

    ผู้บริหารสะท้อนว่า ที่ดรุณาราชบุรีไม่ได้โชว์แค่กิจกรรม แต่โชว์ “กระบวนการ” ที่ต่อเนื่องจนเกิดผลลัพธ์จริง ทำให้พวกเขาเห็นเส้นทางการพัฒนาอย่างเป็นระบบ

    หลายคนยอมรับว่าบรรยากาศการแลกเปลี่ยนในวันนี้ทำให้เกิดความหวังใหม่—ว่าการพัฒนา Active Learning ด้วยกระบวนการคิดขั้นสูงเชิงระบบ GPAS 5 Steps ในระดับประเทศสามารถเกิดขึ้นได้จริง หากทุกคนเดินไปในทิศทางเดียวกัน

    ผู้สื่อข่าวรายงานในตอนท้ายว่า จุดเริ่มต้นของการขับเคลื่อนครั้งใหญ่ของการศึกษาไทย  การศึกษาดูงานครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการเยี่ยมชม แต่เป็นการรวมพลังของผู้บริหารกว่า 136 โรงเรียนที่ต่างมุ่งมั่นยกระดับศักยภาพผู้เรียนไทยให้พร้อมสำหรับอนาคต  ราชบุรีอาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้น  แต่คลื่นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในวันนี้ กำลังกระจายไปทั่วประเทศ  และอาจกลายเป็นก้าวสำคัญที่สุดของการปฏิรูปการศึกษาไทยในยุคใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/932800&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0D-50wrpng3AXBS56Q1_BL

  • สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ช่วยน้ำท่วมใต้ เร่งฟื้นฟูสถานศึกษากว่า 800 แห่ง

    สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ช่วยน้ำท่วมใต้ เร่งฟื้นฟูสถานศึกษากว่า 800 แห่ง

    สพฐ. ระดมคาราวานใหญ่ลงใต้ ส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนหลังสถานศึกษากว่า 800 แห่งได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ หนุนรถบรรทุกเสริมกำลังขนส่งสิ่งของ ขณะรัฐมนตรีศึกษาธิการย้ำยืนเคียงข้างครู–นักเรียนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

    วันที่ 5 ธ.ค. 68 มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา ณ สวนวันครู สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ นำโดย ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดกิจกรรม “คาราวานช่วยเหลืออุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ประจำปี 2568” เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเร่งด่วนให้แก่สถานศึกษา นักเรียน ครู และบุคลากรที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมหลายจังหวัดในภาคใต้

    ภายในงานมี นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, รองเลขาธิการ กพฐ., ผู้บริหาร สพฐ., ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา และผู้แทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

    หนึ่งในกำลังสำคัญของภารกิจครั้งนี้คือ ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ประธาน พว. ซึ่งประกาศสนับสนุน รถบรรทุกสำหรับขบวนคาราวาน เพื่อใช้ลำเลียงเครื่องอุปโภคบริโภค ชุดยังชีพ วัสดุฟื้นฟูสถานศึกษา และสิ่งของจำเป็นต่าง ๆ ลงสู่พื้นที่ประสบภัยใน 10 จังหวัดภาคใต้ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการขนส่งและความรวดเร็วในการเข้าถึงโรงเรียนที่ได้รับผลกระทบจำนวนมาก

    จากรายงานสถานการณ์เมื่อวันที่ 2 ธ.ค. 68 พบว่า อุทกภัยรอบนี้ส่งผลกระทบต่อโรงเรียนในพื้นที่ภาคใต้ถึง 813 แห่ง จากทั้งหมด 7,012 แห่ง คิดเป็นกว่า 11.59% ของสถานศึกษาในพื้นที่ นักเรียนที่ได้รับผลกระทบมีมากถึง 90,453 คน และมีผู้เสียชีวิต 2 ราย ขณะเดียวกันครูและบุคลากรทางการศึกษาที่ได้รับผลกระทบมีจำนวน 8,206 คน

    นอกจากนี้ ยังมีการเปิดศูนย์พักพิงในสถานศึกษา 142 แห่ง รองรับผู้ประสบภัยรวมกว่า 12,433 คน ใน 5 จังหวัด ได้แก่ ปัตตานี สตูล สงขลา พัทลุง และนราธิวาส

    เลขาธิการ กพฐ. รายงานว่า สพฐ. ได้จัดตั้ง ศูนย์ประสานงานผู้ประสบอุบัติภัย ที่ส่วนกลางและในพื้นที่ พร้อมจัดสรรงบเยียวยาระยะสั้นแล้วกว่า 3.15 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือนักเรียนและครู รวมถึงลงพื้นที่มอบสิ่งของที่จำเป็นต่อการดำรงชีพ ระหว่างการฟื้นฟูสถานศึกษาในรอบแรก

    ศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ระบุว่า คาราวานครั้งนี้สะท้อนความห่วงใยของกระทรวงศึกษาธิการและ สพฐ. ที่มีต่อสถานศึกษาในภาคใต้ พร้อมย้ำว่าจะเดินหน้าช่วยเหลือและฟื้นฟูด้านต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งด้านสวัสดิการ ความปลอดภัย และการดูแลสภาพจิตใจของนักเรียนและครู เพื่อให้ทุกโรงเรียนสามารถกลับมาเปิดการเรียนการสอนได้โดยเร็วที่สุด

    ภายหลังพิธีเปิด ขบวนคาราวานจาก สพฐ. พร้อมรถบรรทุกที่ได้รับการสนับสนุนจาก ประธานสถาบันพัฒนาคุณภาพวิชาการ หรือ พว. ดร.ศักดิ์สิน โรจน์สราญรมย์ ได้ออกเดินทางลงสู่พื้นที่ทันที เพื่อส่งมอบความช่วยเหลือเป็นลำดับแรกในพื้นที่จังหวัดสงขลา ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส

    กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการบูรณาการช่วยเหลือเชิงรุกของ สพฐ. และพันธมิตรทุกภาคส่วน ที่ร่วมกันยืนหยัดเคียงข้างสถานศึกษาภาคใต้จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยจะคลี่คลายอย่างสมบูรณ์.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/south/2900016&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1i2Y-nere1n8ywGA5k3NAu

  • อบจ.แพร่ ใจป้ำ! สนับสนุน 1 ล้านบาท แข่งขันทักษะมหกรรมการศึกษา จ.แพร่

    อบจ.แพร่ ใจป้ำ! สนับสนุน 1 ล้านบาท แข่งขันทักษะมหกรรมการศึกษา จ.แพร่

    เมื่อเย็นวันที่ 4 ธันวาคม 2568 เวลา 17.00 น. สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดแพร่ นำโดย นายสุทิน จันทรวรเชตต์ ศึกษาธิการจังหวัดแพร่ ร่วมกับหน่วยงานทางการศึกษา จัดการประกวดร้องเพลงลูกทุ่ง (กลุ่มเยาวชน) ในงานมหกรรมของดีจังหวัดแพร่ และงานกาชาด ประจำปี 2568 ณ เวทีกลาง โดมสนามกีฬาองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ โดยกิจกรรมกลุ่มเยาวชน ประกอบด้วย การแสดงดนตรี Folk Song/พื้นเมือง โรงเรียนอนุบาลแพร่, การแสดง “ลานกล๋องปูจา ฮ่ำดาคัวตาน สืบสานประเพณี” โรงเรียนเด่นไชยประชานุกูล, การแสดงขันบายศรีน้อมกราบถวายอาลัยพระพันปีหลวง สภาวัฒนธรรมอำเภอเมืองแพร่, การแสดงนาฏศิลป์ อำเภอสูงเม่น, การประกวดร้องเพลง หน่วยงานทางการศึกษาในจังหวัดแพร่, การออกบูธจัดแสดงผลงานจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของสถานศึกษา และกิจกรรมสอยดาว โดยมี นายสมชัย เลิศประสิทธิ์พันธ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ร่วมรับชมการประกวดร้องเพลงลูกทุ่งฯ

    ทั้งนี้ นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ได้มอบเงินสนับสนุนโครงการแข่งขันทักษะวิชาการและมหกรรมการศึกษาจังหวัดแพร่ ปีงบประมาณ 2569 จำนวน 1,000,000 บาท ในโอกาสนี้ด้วย

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3838626/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3odik806YwA0MmmWbzY49B

  • SCB เดินหน้า “Green Hotel Plus” เตรียมความพร้อม ภูเก็ตเจ้าภาพประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนปีหน้า

    SCB เดินหน้า “Green Hotel Plus” เตรียมความพร้อม ภูเก็ตเจ้าภาพประชุมการท่องเที่ยวยั่งยืนปีหน้า

    ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB) เดินหน้าตอกย้ำบทบาทสถาบันการเงินผู้นำด้านความยั่งยืน ส่งพลังสนับสนุนผู้ประกอบการโรงแรมไทยเข้าสู่มาตรฐานท่องเที่ยวยั่งยืนระดับสากล จับมือกรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม (DCCE) และพันธมิตรภาครัฐ-เอกชน จัดอบรมเชิงปฏิบัติการ เตรียมความพร้อมสู่การรับรอง Green Hotel Plus กับ SCB ครั้งแรกในภาคใต้ ปูทางผู้ประกอบการคว้าโอกาสใหม่ด้านการท่องเที่ยวสีเขียว

    งานนี้ได้รับความสนใจจากโรงแรมในจังหวัดภูเก็ตกว่า 47 แห่ง รวมผู้เข้าร่วมกว่า 100 ราย สะท้อนความร่วมมือเข้มแข็งของทุกภาคส่วนในการยกระดับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยสู่มาตรฐานสากล เตรียมพร้อมภูเก็ตสู่การเป็นเจ้าภาพ Global Sustainable Tourism Conference 2026

    ดร.ยรรยง ไทยเจริญ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานวิจัยเศรษฐกิจและความยั่งยืน SCB เปิดเผยว่า ธนาคารผสานหลัก ESG เข้าสู่ยุทธศาสตร์ธุรกิจทุกมิติ เพื่อรับมือความท้าทายจาก Climate Change และเศรษฐกิจโลก พร้อมเดินหน้าเป็น “Trusted Partner” ของภาคท่องเที่ยวไทย

    “SCB ไม่ได้แค่ให้สินเชื่อ แต่เดินเคียงข้างลูกค้าธุรกิจโรงแรมบนเส้นทางสู่ความยั่งยืน เพื่อให้เปลี่ยนผ่านจาก Less Brown สู่ Green อย่างมั่นคงและต่อเนื่อง” ยรรยง กล่าว

    ปัจจุบัน SCB มีพอร์ตสินเชื่อธุรกิจโรงแรมกว่า 1.3 แสนล้านบาท โดยเฉพาะในภูเก็ตและอันดามัน ธนาคารจึงตั้งเป้ายกระดับพอร์ตทั้งหมดให้สอดคล้องมาตรฐานความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม

    ตอบโจทย์ทั้งโรงแรมใหญ่-โรงแรมดั้งเดิม ปรับตัวได้ทุกสเกล

    SCB เดินหน้าสนับสนุนตามศักยภาพของแต่ละธุรกิจ

    – โรงแรมที่พร้อมลงทุน : มุ่งสู่มาตรฐานอาคารเขียวระดับสากล เช่น LEED, EDGE, TREES

    – โรงแรมดั้งเดิม : สินเชื่อและแพ็กเกจส่งเสริมการลดพลังงาน ใช้พลังงานทดแทน จัดการน้ำ-ขยะ

    พร้อมบริการ One Stop Service ช่วยประสานงานระหว่างหน่วยงาน เพื่อเข้าสู่มาตรฐาน Green Hotel Plus (GHP) อย่างเป็นระบบ

    กระแสรักษ์โลกมาแรง ดันมาตรฐานยั่งยืนเป็น “ข้อได้เปรียบ”

    ข้อมูลจาก Booking.com ปี 2025 ระบุว่านักท่องเที่ยวกว่า 84% ต้องการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจากปี 2023 ที่อยู่ที่ 76%

    ขณะเดียวกัน SCB EIC ชี้ว่า กฎหมายด้านความยั่งยืนของสหภาพยุโรปอย่าง CSRD และ CSDDD จะกดดันธุรกิจโรงแรมไทยที่ทำตลาดผ่านแพลตฟอร์ม OTA ต้องเร่งยกระดับมาตรฐานสู่ระดับ GSTC ที่ทั่วโลกยอมรับ ซึ่ง GHP เป็นหนึ่งในมาตรฐานดังกล่าว

    ในการอบรมครั้งนี้ ผู้ประกอบการได้รับทั้งความรู้และ Workshop จากที่ปรึกษาและโรงแรมที่ผ่านการรับรองแล้ว พร้อมสิทธิประโยชน์จาก SCB เช่น• สินเชื่อพิเศษด้านพลังงานและความยั่งยืน ส่วนลดค่าอบรมจากพันธมิตร กิจกรรมความรู้เสริมสำหรับลูกค้า SCB

    ทั้งหมดเพื่อให้โรงแรมไทยลดต้นทุน ใช้พลังงานมีประสิทธิภาพ และสื่อสารภาพลักษณ์รักษ์โลกได้อย่างโดดเด่น

    ก้าวสู่เป้าหมาย Net Zero และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม ตามมาตรฐาน GHP ครอบคลุม 4 เสาหลัก ได้แก่

    1. ธรรมาภิบาลยั่งยืน

    2. สังคมและเศรษฐกิจ

    3. วัฒนธรรม

    4. สิ่งแวดล้อม

    สอดคล้องเป้าหมาย Net Zero ของประเทศ และนโยบาย SCB ในการสร้างผลกระทบเชิงบวกทั้งเศรษฐกิจ ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/sustainability/esg_strategy/2899928&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XDNDpVu8CoXYbXmJXziL-

  • สมุยวิกฤต! ไฟดับนานข้ามวัน! ตั้งแต่ตี 1 หลายพื้นที่ยังมืดสนิท!

    สมุยวิกฤต! ไฟดับนานข้ามวัน! ตั้งแต่ตี 1 หลายพื้นที่ยังมืดสนิท!

    สมุยวิกฤต! ไฟดับนานข้ามวัน! ตั้งแต่ตี 1 หลายพื้นที่ยังมืดสนิท!

    สมุยวิกฤต! ไฟดับนานข้ามวัน! ตั้งแต่ตี 1 หลายพื้นที่ยังมืดสนิท!

    เกิดวิกฤตการณ์ไฟฟ้าดับครั้งใหญ่ที่ เกาะสมุย! สร้างความเดือดร้อนและความเสียหายอย่างรุนแรงให้กับทั้งชาวบ้านและผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ โดยมีรายงานว่า ไฟฟ้าดับกินเวลานานต่อเนื่องตั้งแต่ช่วง 01.00 น. ของเมื่อคืนที่ผ่านมาจนถึงขณะนี้! สถานการณ์นี้สร้างความวิตกกังวลอย่างหนัก โดยเฉพาะในช่วงที่เกาะสมุยก้าวเข้าสู่ ฤดูการท่องเที่ยวไฮซีซัน ที่กำลังจะถึง เทศกาลปีใหม่ ซึ่งมีนักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังทยอยเดินทางเข้ามา และบางที่พักก็ถูกจองเต็มล่วงหน้าแล้ว!

    สมุยวิกฤต! ไฟดับนานข้ามวัน! ตั้งแต่ตี 1 หลายพื้นที่ยังมืดสนิท!

    โดยมีการรายงานจุดไฟดับ ซึ่งได้มีการดำเนินแก้ไขตามจุดและแจ้งสาเหตุที่ไฟฟ้าดับ อาทิ …….

    อ.เกาะสมุย  ต.แม่น้ำ ม.1  ต.บ่อผุด ม.1,4,5 ไฟฟ้าดับตั้งแต่สถานีแม่น้ำ 2 ถึงสามแยกบ่อผุด  ฝั้งซ้ายมือ ฝั่งทะลทั้งหมด ซ.แดนออโต้ แม่น้ำ ซ.พาราไดช์ บริเวณโรงเรียนอุ่นรักษ์แม่น้ำ ไปรษณีย์แม่น้ำ ซ.เรนโบว์ อิสานครกใหญ่ บริเวณเวเว่นไฟท์แม่น้ำ ซ.หมวดการทาง ซ.โรเรียนทีปราษฎร์ บริเวณโค้งโรงเรียนทีปราษฎร์ บริเวณหน้าเวิลด์รีสอร์ท บ้านแม่น้ำ    

    รร.สมุยปามบีช ลาวานารีสอร์ท รร.พีชรีสอร์ท ซ.ฟิชเชอร์แมนฝั่งโรงแรมหรรษา ซอยลานทอง และตั้งแต่สามแยกบ่อผุด ถึงหน้าหมู่บ้านทะเลแก้วฝั่งขวา ฝั่งวัดบ่อผุดดับทั้งหมด  บริเวณโรงเรียนบ่อผุด บริเวณอนามัยบ่อผุด โรงเเรมพลัมเมอเรีย บริษัท คิว ไลฟ์สไตล์ บริษัท ครีม เกาะสมุย จำกัด บริเวณหน้าหาดบางรักษ์ บริเวณซอยวัดบางรักษ์ดับทั้งหมด บริเวณโรงเรียนบ้านบางรักษ์ ***สาเหตุสายแรงสูงขาด 4จุด (หน้าโรงเรียนอุ่นรักแม่น้ำ หน้าโรงแรมยูสมุยและหน้าร้านครัวข้าวหอม)***  จ่ายไฟประมาณ 12.00 น.
     

    สมุยวิกฤต! ไฟดับนานข้ามวัน! ตั้งแต่ตี 1 หลายพื้นที่ยังมืดสนิท!

    อ.เกาะสมุย  ต.บ่อผุด ม.6 ไฟฟ้าดับซอยมดยิ้มทั้งหมด บริเวณโรงเรียนวัดสว่าง หมู่บ้านเฉวงวิลเลจ บริเวณสวนตากอง หมู่บ้านสวีเดน ร้านอาหารภูเฉวง เฉวงโมเดิร์น ***สาเหตุสายแรงสูงขาดก่อนถึงเขาหัวจุก***  จ่ายไฟประมาณ 12.00 น.
     

    อ.เกาะสมุย  ต.มะเร็ต ม.4,6 ไฟฟ้าดับตั้งแต่โรงน้ำแข็งสมใจ ละไม ถึง ซ.โรงแก๊สท้องตะเคียน ซ.ละไมพัฒนา3  ตลาดสดละไม แซนซีรีสอร์ท ระพีเฮ้าส์ ซอยโรงแก๊ส บริษัท รอยัล สมุยกอล์ฟ แอนด์คันทรี่คลับ จำกัด ***(สาเหตุสายแรงสูงขาดปากซอยละไมพัฒนา3)*** จ่ายไฟประมาณ 12.00 น.

    ในส่วนของซอยที่ไม่ได้อยู่ในพื้นที่สายขาด มีซอยแคปฟาน ซอยเรือนจำ กำลังเดินทางเข้าตรวจสอบ ที่รับแจ้งมาแล้วมีปลายแหลม7 วัดนารา รร.สมุยปาล์มบีช หาดเฉวง เซเว่นตลาดดาว ร้านอาหารท่าเรือ ซอยซันเดย์ ซอยข้างเคหะภัณ ซอยบางรักบี8  จะทะยอยเข้าแก้ไข

    “นักท่องเที่ยวเข้า-ไฟดับนานขนาดนี้ จะไหวไหม!?”

    ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่ต่างออกมาแสดงความอัดอั้นและกังวลอย่างยิ่ง โดยระบุว่าการไฟฟ้าดับเป็นเวลานานขนาดนี้ ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อ 

    • บริการที่พัก: การอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่กำลังเข้าพัก
    • ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม: ปัญหาการเก็บรักษาวัตถุดิบและสินค้าที่ต้องแช่เย็น
    • ชื่อเสียงการท่องเที่ยว: การสร้างความไม่ประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวในช่วงเวลาสำคัญ
    • “นักท่องเที่ยวต่างชาติกำลังทยอยเข้าแล้ว ที่พักบางแห่งก็เต็มแล้ว การไฟฟ้าดับนานขนาดนี้ แล้วปีใหม่จะไหวไหม!?” เสียงสะท้อนจากผู้ประกอบการที่เรียกร้องให้ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) เร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์อย่างเร่งด่วนที่สุด

    ข้อมูลในอดีตเคยระบุว่าสาเหตุไฟฟ้าดับบนเกาะสมุยและเกาะพะงันส่วนใหญ่มักมาจากปัญหาสายเคเบิลใต้ทะเลชำรุด ซึ่งการซ่อมแซมอาจกินเวลานาน ทำให้ชาวสมุยต้องเผชิญกับปัญหาไฟฟ้าดับบ่อยครั้ง ชาวสมุยและผู้ประกอบการจึงตั้งคำถามถึงความพร้อมในการรับมือของหน่วยงาน ในการแก้ไขปัญหาสายส่งที่มักจะเกิดขึ้นในช่วงที่เกาะกำลังทำรายได้มหาศาลจากการท่องเที่ยว!

    สมุยวิกฤต! ไฟดับนานข้ามวัน! ตั้งแต่ตี 1 หลายพื้นที่ยังมืดสนิท!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/610763&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ZZKaFJbd-VBb2_KiMXWB3

  • “สรวงศ์” ซัด “อรรถกร” โยนความรับผิดชอบปมเจ้าภาพ “ซีเกมส์” ฟังไม่ขึ้น ปมอ้างใช้งบน้อยกว่ากัมพูชา

    “สรวงศ์” ซัด “อรรถกร” โยนความรับผิดชอบปมเจ้าภาพ “ซีเกมส์” ฟังไม่ขึ้น ปมอ้างใช้งบน้อยกว่ากัมพูชา

    “สรวงศ์” รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ซัด “อรรถกร” รมว.ท่องเที่ยวฯ โยนความรับผิดชอบปมเจ้าภาพ “ซีเกมส์” ย้อน เป็นรัฐบาลไม่ถึงเดือน ยังอนุมัติงบ 4 พันล้านจัด “โมโตจีพี” ได้ ทุกสิ่งทุกอย่างทำได้หมด ถ้าจะทำจริง ชี้เป้า ลองไปถามเจ้าหน้าที่-นักกีฬาดีกว่า ชำแหละที่ผ่านมาแต่ละสมาคมปัญหาพรึ่บ บอกอ้างใช้งบประมาณน้อยกว่า “กัมพูชา” ฟังไม่ขึ้น สิ่งสำคัญคือใช้เงินคุ้มค่าขนาดไหน

    5 ธ.ค. 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง สส.สระแก้ว รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ในฐานะอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ให้สัมภาษณ์ถึงภาพรวมการจัดการเป็นเจ้าภาพกีฬา ซีเกมส์ ว่า ตนติดตามอยู่ตลอด ในฐานะเคยกำกับดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา อย่างแรกขอยืนยันอย่างหนึ่งว่าตลอดระยะเวลาที่ตนอยู่ในตำแหน่งและรับผิดชอบกระทรวงการท่องเที่ยวนักกีฬา มีความพยายามอย่างยิ่งและได้จัดสรร วางแผนทุกอย่างตามไทม์ไลน์อย่างที่เคยให้สัมภาษณ์มาโดยตลอด ซึ่งพอมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ในฐานะที่ตนก็เป็นคนกีฬาด้วยก็เอาใจช่วย ทราบอยู่ว่าปัญหามันไม่ใช่เพิ่งเกิด เป็นปัญหาสะสม ไม่ใช่การบริหารจัดการทางภาคการเมืองด้วยซ้ำ เป็นปัญหาสะสมของสมาคมกีฬาแต่ละแห่งด้วย แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการบริหารจัดการ ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้ในการเป็นรัฐบาล และดูแลกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา

    เมื่อถามว่านายอรรถกร ศิริลัธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่าก่อนที่มาดำรงตำแหน่ง ยังไม่ได้มีการเริ่มวาง หลายอย่างยังไม่ได้เกิดขึ้น นายสรวงศ์ กล่าวว่า เอาตรงๆ ไปลองถามเจ้าหน้าที่ นักกีฬาดูว่าขั้นตอนเป็นอย่างไร ลองไปถามถึงสมาคม ถามถึงตัวนักกีฬาดีกว่าว่าเป็นอย่างไร ยกตัวอย่าง อย่างแรก ตนเป็นคนริเริ่มที่จะเก็บตัวนักกีฬาทั้งปี จึงเริ่มคลิกออฟตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2567 และมีการเก็บตัวนักกีฬาทั้งปี ซึ่งเราก็มีปัญหาเรื่องการจ่ายเบี้ยเลี้ยง แต่เราก็แก้ปัญหาให้มาโดยตลอด เพราะสมาคมแต่ละสมาคมก็ไม่ส่งเอกสารบ้าง ส่งล่าช้าบ้าง แต่จะมาบอกว่ารัฐบาลที่ผ่านมาไม่ได้ทำอะไรไว้เลย มันเป็นการปัดความรับผิดชอบมากกว่า

    ส่วนเรื่องงบประมาณที่มีการออกมาระบุว่าใช้งบน้อยกว่ากัมพูชาจัด นายสรวงศ์ กล่าวว่า ฟังไม่ขึ้น จะใช้เงินเท่าไหร่มันไม่ใช่สิ่งสำคัญ แต่การใช้เงินนั้นคุ้มค่าขนาดไหน งบประมาณในการทำพิธีเปิด อย่างที่ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ได้ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นงบประมาณของปี 2569 และตอนสมัยตนดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้มีการทำเรื่องของบกลาง โดยการให้สำนักงบประมาณจัดสรรงบมาเพื่อเตรียมการจัดพิธีเปิด แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ

    “เอาตรงๆ สำนักงบฯ ไม่ได้ให้ และบอกว่าให้มาใช้งบประมาณปี 2569 และต้องทำการล่วงหน้าไปก่อน และการ Pitching บริษัทที่เข้ามาเสนองานก็มี ผมก็รับฟัง อันไหนที่ทำได้เลยก็ทำเลย เช่น ดำเนินการแต่งเพลง ช่วยกัน คุยกัน ไม่ได้เป็นงบประมาณที่มากมายอะไร ก็ทำได้ แต่สำหรับพิธีเปิดปิด โดยเฉพาะพิธีเปิดเป็นงบประมาณปี 2569 นี่คือสิ่งที่สำนักงบฯ ตอบมา” นายสรวงศ์ กล่าว

    นายสรวงศ์ ยังกล่าวถึงเรื่องจอ LED ที่ออกแกไนซ์เตรียมเทงาน ว่า จริงๆแล้ว อยู่ที่การบริหารจัดการ จะเห็นได้ว่า รัฐบาลนี้เข้ามาไม่ถึงเดือนเลย ยังอนุมัติงบ 4,000 ล้านบาทให้กับโมโตจีพีได้ ทุกสิ่งทุกอย่างทำได้หมด ถ้าต้องการจะจะทำจริงๆ แต่กลับกลายเป็นว่า ณ ตอนนี้เกิดปัญหาขึ้น กลายเป็นว่ารัฐมนตรีกลับโยนเป็นรัฐบาลที่ผ่านมาตนคิดว่าเป็นการโยนความรับผิดชอบ แต่ก็เอาใจช่วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/political/morning/452783&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00jpEH9n8tMZlcPHfLshqO

  • หยุดวันพ่อ 3 วัน นักท่องเที่ยวเที่ยว 3 เกาะใน จ.ตราด วันแรกเกือบหมื่นคน | TOPNEWS

    หยุดวันพ่อ 3 วัน นักท่องเที่ยวเที่ยว 3 เกาะใน จ.ตราด วันแรกเกือบหมื่นคน | TOPNEWS

    จ.ตราด/บรรยากาศการท่องเที่ยวช่วงวันหยุดยาว 3 วันช่วงวันพ่อแห่งชาติ( 5 -7 ธันวาคม 2568) ซึ่งเป้าหมายนักท่องเที่ยวจะเดินทางลงไปเกาะกูด เกาะหมาก และเกาะช้างเป็นหลัก

    โดยที่ท่าเรือแหลมศอก ต.อ่าวใหญ่ อ.เมือง จ.ตราด นักท่องเที่ยวเดินทางจาก 4 บริษัท คือ บริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด,บริษัท เสือดำโกร จำกัด บริษัท เกาะกูด เอกซ์เพรส จำกัด และบริษัท เกาะกูด ปริ้นเซส จำกัดนำเรือโดยสารจำนวน 9 ลำมารับนักท่องเที่ยวที่มีจำนวนมาก ที่ทั้งเดินทางกลับและเดินทางไป ที่ทะยอยกันเดินทางมาเพื่อไม่ให้เกิดการติดขัดทั้งรถยนต์รับส่ง รถยนต์สาธารณะและรถยนต์ส่วนตัว

    หัวหน้าฝ่ายจัดคิวของบริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด บอกว่า วันนี้บริษัท นำเรือ 4 ลำมารอรับนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น และบริษัท เสือดำโกร จำกัด อีก 3 ลำ และเรือเกาะกูดเอกซ์เพรส 2 ลำ ทำให้การลงเรือท่องเที่ยวสะดวกและรวดเร็วมากกว่าสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันจำนวนเที่ยวเรือไปเกาะหมากและเกาะกูดมีการเพิ่มมากขึ้น เป็น 12 เที่ยว และเที่ยวสุดท้ายในเวลา 16.00 น.เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้น เฉพาะของบุญศิริก็มีเกือบ 1 พันคน

    นายอรรถพล กลิ่นทับ ผู้จัดการบริษัท บุญศิริเรือเร็ว จำกัด เปิดเผยว่า เฉพาะเรือบุญศิริรัลนักท่องเที่ยวไปเกาะหมากและเกาะกูดกว่า 1,300 คน และหากรวมทั้ง 4 บริษัทน่าจะมีเกิน 3,000 คนในวันนี้ แต่หากรวมตลอดระยะเวลา 3 วัน คาดว่า จะมีนักท่องเที่ยวมาท่องเที่ยวในอำเภอเกาะกูดเกิน 15,000 คน อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวช่วงนร้ตลอดถีงช่วงปีใหม่จะมีจำนงนนักท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ เพียงแต่นักท่องเที่ยวต่างชาติอาจจะกังวล แต่ทางททท.ตราดและผู้ประกอบการได้แก้ปัญหาในเรื่องนี้มาระดับหนึ่งแล้ว และได้ผล เพียงแต่ต้องรอในต้นปี 2569

    ขณะที่ท่าเรือเฟอร์รี่เกาะช้างเฟอร์รี่ ต.คลองใหญ่ อ.แหลมงอบ จ.ตราด ซึ่งนักท่องเที่ยวจะนำรถยนต์ส่วนตัวเดินทางขึ้นเรือเฟอร์รี่ไปเกาะช้าง และมีรถยนต์จำนวนมาก รอลงเรือเฟอร์รี่ตั้งแต่ช่วงก่อนเที่ยงจนถึงเวลา 14.00 น.รถยนต์สามารถเคลื่อนไปได้โดยไม่ติดอยู่บนถนน และยังมีเรือเฟอร์รี่จำนวน 4 ลำรอรับรถยนต์ไปเกาะช้าง ซี่งบนลานจอดรถยนต์มีรออยู่ 8 – 10 เเถว หรือประมาณ 180 คัน และเรือเฟอร์รี่ทยอยมารับอย่างต่อเนื่อง คาดว่าทั้งวันจะมีรถยนต์กว่า 1,500 -1,800 คันลงไปยังเกาะช้าง หรือมีนักท่องเที่ยวเดินทางลงเกาะช้างในวันนี้ไม่ต่ำว่า 5,000 คน

    ภาพ/ข่าว จักรกฤชณ์ แววคล้ายหงษ์ ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.ตราด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1414385&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0aShpnL8l-trUB4YD4Ijkh

  • “ภูกระดึง คึกคักต้อนรับนักท่องเที่ยวทะลุ 2,500 คน สัมผัสอากาศหนาว 13 องศาฯ

    “ภูกระดึง คึกคักต้อนรับนักท่องเที่ยวทะลุ 2,500 คน สัมผัสอากาศหนาว 13 องศาฯ

    เข้าฟรีวันพ่อ “ภูกระดึง” คึกคักต้อนรับนักท่องเที่ยวทะลุ 2,500 คน สัมผัสอากาศหนาว 13 องศาฯ

    วันที่ (5 ธ.ค.2568) นายภูวนัย มูลแวง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง จ.เลย เปิดเผยว่า ในช่วงวันหยุดยาวเทศกาลวันพ่อแห่งชาติ ทางอุทยานฯ ต้อนรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่เดินทางมาสัมผัสบรรยากาศและความงดงามของธรรมชาติบนยอดภูกระดึง โดยเฉพาะช่วงเช้า อากาศบนยอดภูกระดึงเย็นสบาย โดยมีอุณหภูมิต่ำสุดที่ 13 องศาฯ และสูงสุดที่ 22 องศาฯ ความชื้นสัมพัทธ์สูงถึง 90% ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชื่นชมไอหมอกยามเช้าได้อย่างเต็มตา นอกจากนี้ ค่าฝุ่น PM 2.5 ยังคงอยู่ในเกณฑ์ดีมากที่ 14 ลบ.ม. ซึ่งเหมาะแก่การท่องเที่ยวและทำกิจกรรมกลางแจ้ง

    ภูกระดึงในช่วงนี้ถือเป็นช่วงไฮซีซั่น อากาศเย็นสบายและไม่มีฝน เหมาะสำหรับการเดินป่าชมธรรมชาติตามจุดท่องเที่ยว การกางเต็นท์พักแรมรวมถึงการชมพระอาทิตย์ขึ้นและตก  

    ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา อุทยานฯ ได้เปิดให้บริการเส้นทางท่องเที่ยวน้ำตกเพิ่มเติม 3 แห่ง ได้แก่ น้ำตกเพ็ญพบ น้ำตกโผนพบ และน้ำตกเพ็ญพบใหม่ อีกครั้ง หลังปิดมานานกว่า 1 ปี เนื่องจากเหตุช้างป่าทำร้ายนักท่องเที่ยว โดยได้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด ด้วยการกำหนดให้มีเจ้าหน้าที่นำทางตลอดเส้นทาง เปิดให้บริการระหว่างเวลา 08.30-14.00 น. เท่านั้น ในลักษณะหนึ่งรอบต่อวัน

    ทางอุทยานฯ ได้เตรียมความพร้อมทั้งด้านสิ่งอำนวยความสะดวกและบุคลากรเพื่อให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างทั่วถึง พร้อมทั้งเน้นย้ำให้นักท่องเที่ยวรักษาความสะอาด และปฏิบัติตามกฎระเบียบของอุทยานฯ เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวที่ยั่งยืน

    นอกเหนือจากมาตรการด้านความปลอดภัยแล้ว อุทยานฯ ยังได้เชิญชวนนักท่องเที่ยวเข้าร่วมโครงการ “ขยะคืนถิ่น” โดยเจ้าหน้าที่จะคัดแยกขยะและมอบให้นักท่องเที่ยวนำกลับลงมาด้วย ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างดี

    อุทยานแห่งชาติภูกระดึงจึงพร้อมเป็นจุดหมายปลายทางที่ไม่เพียงมอบประสบการณ์ความงดงามทางธรรมชาติ แต่ยังเป็นต้นแบบของการท่องเที่ยวอย่างรับผิดชอบ ที่นักท่องเที่ยวและเจ้าหน้าที่ร่วมกันรักษาผืนป่าแห่งนี้ให้คงอยู่ตลอดไป

    อ่านข่าว : โปรแกรมกีฬา ซีเกมส์ 2025 วันที่ 5 ธันวาคม 2568

    ทนายความ “ยิม เลียก” ชี้แจงข้อกล่าวหา ปปง. ยืนยันไม่รู้จัก “แตงไทย”

    กองทุนประกันยันมีสภาพคล่อง ทุนสำรอง “หมื่นล้าน” รับเคลมน้ำท่วมใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/359157&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-684WlhmjOu2qRC0C2VOd

  • รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แจ้ง กกท. เอาผิดกลุ่มสตรีชูป้ายโปรโมทเว็ปพนัน

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แจ้ง กกท. เอาผิดกลุ่มสตรีชูป้ายโปรโมทเว็ปพนัน

    รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา แจ้ง กกท. เอาผิดกลุ่มสตรีชูป้ายโปรโมทเว็ปพนัน

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา แจ้งทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ให้ดำเนินคดีเพื่อเอาผิดกับกลุ่มสตรีที่ชูป้ายโปรโมทเว็ปพนันในการแข่งขันฟุตบอล ซีเกมส์ ที่สนามราชมังคลาฯ

    จากประเด็นที่มีกลุ่มสุภาพสตรีชูป้ายโปรโมทเว็ปพนันในการแข่งขันฟุตบอล ซีเกมส์ ที่สนามราชมังคลาฯ คู่ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ติมอร์เลสเต ที่แข่งขันกันไปเมื่อวันพุธที่ 3 ธันวาคมที่ผ่านมา

    ล่าสุด นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ดำเนินการแจ้งให้ทาง การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) เร่งดำเนินคดีทางกฎหมายกับกลุ่มบุคคลดังกล่าว เพราะเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายไทย

    โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาระบุว่าบุคคลที่จะเข้าชมการแข่งขันมหกรรมซีเกมส์ 2025 จะต้องลงทะเบียนเพื่อยืนยันตัวตนกับฝ่ายจัดการแข่งขัน ซึ่งทำให้รู้ข้อมูลและระบุตัวตนได้ชัดเจน และทาง กกท. จะไม่เพิกเฉยกับการกระทำดังกล่าว และได้กำชับให้ทีมงานถ่ายทอดสดต้องตรวจสอบให้ดีก่อนจะเผยแพร่ภาพออกไป

    FA Thailand

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://truevisions.co.th/sports/27333/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2BcdmKcmjUlYufokB0eT56