Blog

  • เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ติดเมืองแม่ฮ่องสอน จุดชมวิวดอยชมเมือง ทางเลือกสำหรับ นทท.

    เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ติดเมืองแม่ฮ่องสอน จุดชมวิวดอยชมเมือง ทางเลือกสำหรับ นทท.

    เปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ติดเมืองแม่ฮ่องสอน จุดชมวิวดอยชมเมือง ทางเลือกสำหรับ นทท.

    วันพฤหัสบดี ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุดมศักดิ์  ขาวหนูนา รองผู้ว่าราชการจังหวัดแม่ฮ่องสอน  และ หัวหน้าส่วนราชการ นางสาวมัลลิกา จีนาคำ นายกฯเทศมนตรีเมืองแม่ฮ่องสอน นาย ภานุเดช ไชยสกูล นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวฯจังหวัดแม่ฮ่องสอน  ได้พากันเดินสำรวจแหล่งท่องเที่ยว  จุดชมวิวชมเมืองแม่ฮ่องสอน  ตั้งอยู่ บ้านชานเมือง หมู่ 12 ตำบลปางหมู อำเภอเมืองจังหวัดแม่ฮ่องสอน ระยะทางการเดิน 2.5 กิโลเมตร ซึ่งเป็นจุดชมวิวเมืองแม่ฮ่องสอน แห่งใหม่ที่เพิ่งถูกค้นพบเมื่อไม่นานมานี้

    สำหรับ จุดชมวิวดอยชมเมือง เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตลอดเส้นทางสามารถ ชมพืช สมุนไพร ต่างๆ  ในรูปแบบ มินิเทรคกิ้ง MiniTrekking ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถเดินสัมผัสธรรมชาติได้ จุดสูงสุดของ ดอยชมเมือง สามารถมองเห็น ทะเลหมอกยามเช้า และวิว 360 องศา และที่สำคัญ ไม่ไกลจากตัวเมืองแม่ฮ่องสอน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/933767&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1QGleU84Gm0L00Zdbj-TTO

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    SOCAIL 16-9_2o

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    ส่องลุคแฟชั่นผ้าไทยสไตล์ “ซาบีดา” สวมใส่ชุดอัตลักษณ์พื้นถิ่น เปิดงานเที่ยวชุมชน ยลวิถี นุ่งซิ่นหมี่คั่นน้อย มรดกภูมิปัญญาชาวไทยหล่ม จ.เพชรบูรณ์

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • ดาวโจนส์พุ่ง 46.17 จุด หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกหลังเฟดลดดอกเบี้ย 0.25% คาดเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง

    ดาวโจนส์พุ่ง 46.17 จุด หุ้นสหรัฐฯ ปิดบวกหลังเฟดลดดอกเบี้ย 0.25% คาดเศรษฐกิจยังแข็งแกร่ง

    วันที่ 11 ธ.ค.68 ตลาดหุ้นสหรัฐฯปิดบวกในวันพุธ(10ธ.ค.) หลังเฟดปรับลดดอกเบี้ยลงอีก 0.25% แต่ส่งสัญญาณว่าสำหรับตอนนี้จะระงับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม ในขณะที่พวกเขาคาดการณ์เศรษฐกิจแข็งแกร่ง

    ดาวโจนส์ เพิ่มขึ้น 497.46 จุด (1.05 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 48,057.75 เอสแอนด์พี เพิ่มขึ้น 46.17 จุด (0.67 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 6,886.68 จุด แนสแดค เพิ่มขึ้น 77.67 จุด (0.33 เปอร์เซ็นต์) ปิดที่ 23,654.16 จุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/116173&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GwNUIeIF-rc1Lw7_Fa4H4

  • ดันไทย-ญี่ปุ่นปักธงอุตสาหกรรม

    ดันไทย-ญี่ปุ่นปักธงอุตสาหกรรม

    การเสริมสร้างความร่วมมือกับประเทศผู้นำด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรมอย่างประเทศญี่ปุ่น จึงเป็นยุทธศาสตร์ที่ไม่อาจมองข้าม ซึ่งความร่วมมือนี้ไม่ได้มุ่งเพียงการขยายการค้าแบบดั้งเดิม แต่เป็นการร่วมกันวางรากฐานสำหรับอุตสาหกรรมเชิงกลยุทธ์แห่งอนาคต โดยมีนวัตกรรม พลังงานสะอาด และเศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นหัวใจสำคัญ ภายใต้บริบทนี้ จึงได้เกิดการหารือระดับสูงที่สะท้อนวิสัยทัศน์ร่วมกันของทั้งสองชาติ เมื่อวันที่ 9 ธ.ค.2568 โดย ธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะผู้บริหาร

    ได้ให้การต้อนรับ โอตากะ มาซาโตะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อยกระดับความร่วมมือด้านอุตสาหกรรมในเชิงลึก ซึ่งนับเป็นหมุดหมายสำคัญที่สะท้อนถึงการเดินหน้าความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างสองประเทศจากระดับพันธมิตรไปสู่การเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ที่มุ่งเน้นอุตสาหกรรมแห่งอนาคต ประเด็นหลักของการหารือในครั้งนี้คือ การสร้างความแข็งแกร่งร่วมกันในอุตสาหกรรมสำคัญ อาทิ ยานยนต์สมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และพลังงานสะอาด รวมถึงการพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการรายย่อย

    และการวางรากฐานเศรษฐกิจหมุนเวียน ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนของไทยในเวทีโลก โดยที่ผ่านมาญี่ปุ่นถือเป็นนักลงทุนและคู่ค้าทางเทคโนโลยีที่สำคัญยิ่งของไทย การยกระดับความร่วมมือครั้งนี้จึงเป็นการต่อยอดจากความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นในอุตสาหกรรมเดิมไปสู่การสร้างมูลค่าเพิ่มในอุตสาหกรรมยุคใหม่ที่เน้นเทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อมเป็นแกนหลัก

    ผลจากการหารือได้ข้อสรุปที่ทั้งสองฝ่ายพร้อมเดินหน้าทันทีใน 3 มิติหลัก ได้แก่ 1) เชื่อมโยงห่วงโซ่อุตสาหกรรมยุคใหม่ ร่วมขยายความร่วมมือในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ เซมิคอนดักเตอร์ อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง และพลังงานสะอาด เพื่อสร้างห่วงโซ่การผลิตที่แข็งแรงร่วมกัน ไทยพร้อมผลักดัน SMEs เข้าสู่เครือข่ายญี่ปุ่น รวมถึงอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนและสิทธิประโยชน์เต็มที่

    2) พัฒนาศักยภาพ SMEs และ Startups ทั้งสองประเทศจะเร่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ มาตรฐาน และเทคโนโลยี เพื่อให้ผู้ประกอบการไทยเชื่อมต่อกับเครือข่ายธุรกิจญี่ปุ่นมากขึ้น ควบคู่กับการยกระดับบุคลากรและระบบนวัตกรรม เพื่อให้ SMEs และ Startups เป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจใหม่

     และ 3) วางระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและรีไซเคิล โดยร่วมพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานสำหรับอุตสาหกรรมรีไซเคิล และการจัดการซากรถและแบตเตอรี่อย่างเป็นระบบ ซึ่งไทยต้องการเรียนรู้ประสบการณ์จากญี่ปุ่นเพื่อนำมาต่อยอด ลดการพึ่งพาทรัพยากร และก้าวสู่สังคมคาร์บอนต่ำอย่างจริงจัง

     ซึ่งล้วนเป็นไปเพื่อประโยชน์ในการยกระดับโครงสร้างทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม และประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับจากความร่วมมือเชิงรุกนี้มีหลายมิติ ทั้งในด้านการดึงดูดการลงทุนที่เน้นเทคโนโลยีขั้นสูง การถ่ายทอดองค์ความรู้และมาตรฐานระดับโลกมาสู่บุคลากรและผู้ประกอบการไทย การสร้างงานที่มีมูลค่าเพิ่มสูง และที่สำคัญที่สุดคือการผลักดันให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตอุตสาหกรรมสมัยใหม่ร่วมกับญี่ปุ่น และก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมมาตรฐานสูงของเอเชียอย่างยั่งยืน ด้วยการนำเอากรอบการเติบโตที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อมและเทคโนโลยีดิจิทัลมาใช้ตลอดห่วงโซ่อุปทาน

    ความร่วมมือครั้งนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงการแลกเปลี่ยนทางการค้า แต่เป็นการสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรต่อคน ชุมชน และสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ดังนั้น การที่ทั้งสองฝ่ายยืนยันที่จะเร่งจัดทำ Roadmap ความร่วมมือภายใต้กลไกหารือพลังงานและอุตสาหกรรมไทย–ญี่ปุ่น (EID) เพื่อให้เกิดความชัดเจนเชิงเวลาและผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมโดยเร็วที่สุด

    จึงเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า ความร่วมมือนี้คือการเริ่มต้นอย่างจริงจังเพื่อปักธงอุตสาหกรรมอนาคตของไทยอย่างแท้จริง ซึ่งเป็นการสร้างความเชื่อมั่นในสายตานักลงทุนและเตรียมพร้อมประเทศไทยสำหรับเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ได้อย่างสมบูรณ์.

    ณัฐวัฒน์ หาญกล้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/912649/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw356ZwFtBwgjJrNha-29_SU

  • WTO ชื่นชมไทย!!

    WTO ชื่นชมไทย!!

    ตามกลไก “องค์การการค้าโลก” (WTO) จะประเมินและตรวจสอบนโยบายการค้า ของประเทศสมาชิกทุก 3–5 ปี หรือที่เรียกว่า “ทบทวนนโยบายการค้า” หรือ Trade Policy Review

    เพื่อให้สมาชิกดำเนินนโยบายอย่างโปร่งใส เป็นธรรม สอดคล้องกับพันธกรณีที่ตกลงไว้กับ WTO และลดความเสี่ยงที่จะเกิดข้อพิพาทกับสมาชิกที่อาจได้รับผลกระทบจากนโยบายการค้าของอีกประเทศ

    ในปีนี้ถึงรอบของไทยทบทวนนโยบายการค้า เป็นรอบที่ 9 ซึ่งครอบคลุมนโยบายและมาตรการการค้าที่ใช้ช่วงปี 2563 ถึงครึ่งแรกปี 2568 โดยมี “น.ส.กิริฎา เภาพิจิตร” ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยในการชี้แจง เมื่อวันที่ 1-3 ธ.ค.68 ณ WTO นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส

    และภายหลังจากที่ไทยชี้แจง และเปิดโอกาสให้สมาชิกอื่นๆ ซึ่งมีมากถึง 53 ประเทศ ได้เข้าร่วมอภิปรายจนเสร็จสิ้นแล้ว ฝ่ายเลขาธิการ WTO ได้จัดทำเป็นรายงานและเผยแพร่ ในเว็บไซต์ www.wto.org

    สรุปได้ว่า แม้เศรษฐกิจโลกและไทยเผชิญความผันผวนมากจากโควิด–19 และความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์  แต่สมาชิกชื่นชมที่เศรษฐกิจไทยสามารถฟื้นตัวและเติบโตได้ต่อเนื่อง!!

    เป็นผลจากการดำเนินเศรษฐกิจแบบเปิดตามระบบการค้าพหุภาคี, ใช้ประโยชน์จากความตกลงการค้าเสรี, ปรับปรุงกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ลงทุน, ปฏิบัติตามพันธกรณี WTO รวมถึงบทบาทผู้แทนไทยใน WTO “นางพิมพ์ชนก พิตต์ฟิลด์” เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO ที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ไทย ในฐานะสมาชิกที่ให้ความสำคัญกับระบบการค้าโลก

    นอกจากนี้ ยังชื่นชมอีกว่าช่วง 5 ปี ไทยมีนโยบายที่นำไปสู่เศรษฐกิจสีเขียว และพัฒนาการค้าดิจิทัลให้เติบโตเร็วกว่าตลาดโลก อีกทั้งเศรษฐกิจไทยยังมีศักยภาพโตได้อีกมาก เพราะมีระบบเศรษฐกิจเปิดกว้าง โดยไทยพึ่งพาการค้าระหว่างประเทศถึง 137% ของมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP)

    อย่างไรก็ตาม สมาชิกมีข้อกังวลและซักถามเรื่องต่างๆ เช่น ภาษีศุลกากรที่ซับซ้อน, เก็บภาษีรถยนต์และสินค้าเกษตรอัตราสูง, การรับรองการปลอดโรคพืชและสัตว์นำเข้าที่ใช้เวลานาน, การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ, นโยบายการแข่งขัน และการจำกัดการลงทุนภาคบริการ

    พร้อมเสนอแนะให้ไทยเปิดเสรีภาคบริการเพิ่มเติม, ลดข้อจำกัดการถือหุ้นของต่างชาติ, เพิ่มการแข่งขันและปฏิรูปรัฐวิสาหกิจ หากไทยเร่งการปฏิรูปภายในเพิ่มเติมได้ จะยิ่งทำให้ไทยเข้มแข็งยิ่งขึ้น

    นอกจากนี้ สมาชิกยังเร่งรัดไทยให้สัตยาบันความตกลงว่าด้วยการอุดหนุนประมง, สนับสนุนการยกเว้นภาษีศุลกากรสำหรับการส่งผ่านทางอิเล็กทรอนิกส์ และความตกลง E-commerce ฯลฯ รวมทั้งสนับสนุนที่ไทยสมัครเข้าเป็นสมาชิกองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งจะช่วยให้ไทยบรรลุเป้าหมายการเป็นประเทศรายได้สูงภายในปี 2580

    ก็ได้แต่หวังว่า การเป็น “เด็กดี” ของไทย จะสร้างความเชื่อมั่นให้นานาประเทศค้าขาย ลงทุนกับไทยมากขึ้น และปฏิบัติกับไทยอย่างโปร่งใส เป็นธรรม ไม่เล่นใต้ดิน นอกกติกา จนไทยเสียเปรียบ!!

    ฟันนี่เอส

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/economics/thai_economics/2901025&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3g7z5oQ21YWnVV4uqNMM6k

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “กินข้าวเม่าข้าวใหม่แล้วต่อสู้กับศัตรู” เหตุผลที่

    “กินข้าวเม่าข้าวใหม่แล้วต่อสู้กับศัตรู” เหตุผลที่

    เช้าวันนี้มีเรื่องหนึ่งที่ทั้งเหนือความคาดหมายและไม่เหนือความคาดหมายของผม 

    ที่ไม่เหนือความคาดหมายก็คือ ฮุน เซน เผยออกมาแล้วว่าสถานการณ์ภาคเกษตรของกัมพูชามีปัญหาอย่างมาก เพราะคนเขมรยังสามารถปลูกข้าวได้แต่ไม่สามารถหาตลาดได้ แต่เดิมนั้นเคยส่งมาเมืองไทยแต่ตอนนี้ส่งออกไม่ได้ ทำให้ข้าวล้นตลาด ราคาข้าวเหลือกินโลกรัมละ 5 บาทเท่านั้นเป็นอย่างมาก 

    ข้าวล้นตลาด ชาวนาขายไม่ได้ แถมยังมีหนี้สินล้นพ้นตัว ทำนาทีไรก็เข้าเนื้อทุกที ทให้เสียงประชาชนบ่นรัฐบาลฮุนเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ 

    หากปล่อยให้เป็นแบบนี้ ฮุน เซน จะเจอทั้งศึกนอกคือไทย และศึกในคือประชาชนที่หงุดหงิดเข้าไปทุกที

    วันนี้ ฮุน เซน จึงประกาศยุทธวิธีใหม่ที่จะช่วยแก้ปัญหาเศรษฐกิจไปด้วยและช่วยแนวหน้าไปด้วย ซึ่งเป็นเรื่องเหนือความคาดหมายในความคิดของผม

    เขาบอกว่า 

    “ผมเห็นคำขอของทหารจากสนามรบว่า การขอความช่วยเหลือในรูปแบบของข้าวเม่าจะดีกว่าข้าวสาร ผมเข้าใจว่าคำขอนี้สมเหตุสมผล แต่ผมเข้าใจว่าการจัดหาข้าวสารยังคงดำเนินต่อไปควบคู่ไปกับการจัดหาข้าวเม่าเพิ่มเติม”

    “ข้าวใหม่กำลังเก็บเกี่ยว โปรดช่วยซื้อข้าวสารเพื่อทำข้าวเม่า หรือช่วยซื้อข้าวเม่าจากชาวบ้านเพื่อแจกจ่ายให้กับทหารหรือผู้ลี้ภัย สำหรับการบรรจุ ควรทำเพียงถุงขนาด 1 กิโลกรัมหรือ 2 กิโลกรัมต่อทหารหนึ่งนายเท่านั้น หากใส่ในกระสอบหรือถุง จะยากต่อการแจกจ่ายในแนวหน้า กินข้าวเม่าข้าวใหม่แล้วต่อสู้กับศัตรู”

    “กินข้าวเม่าข้าวสารใหม่” หรือ “ออมโบก โซรว ทเมย” (អំបុកស្រូវថ្មី) มีนัยทางเศรษฐกิจเพราะช่วงนี้เป็นช่วงเก็บเกี่ยวข้าว แต่กัมพชามีข้าวมาก ตลาดกลับไม่มี ทำให้ข้าวล้นและราคาถูก เศรษฐกิจระดับรากหญ้ากำลังมีปัญหาอย่างมาก เพราะชาวนาเป็นกำลังหลักของเศรษฐกิจงของประเทศ (ประชากรกัมพูชา 85% เป็นเกษตรกร)

    ข้าวใหม่ออกมาไม่มีตลาดรองรับ ฮุน เซน จึงคิดแคมเปญ “กินข้าวเม่าข้าวใหม่แล้วต่อสู้กับศัตรู” ซึ่งช่วยระบายข้าวไปยังกองทัพที่ชายแดนและผู้อพยพที่มีนับแสนคน

    ปกติแล้วข้าวเม่า หรือ ออมโบก (អំបុក) ในเมืองเขมรเขาจะกินกันในเทศกาลบุญอมตูก (เทศกาลน้ำช่วงเดียวกับลอยกระทงของไทย) เดือนพฤศจิกายน หลังจากนั้นก็กินเล่นกินสนุกไมได้เป็นอาหารหลัก เพียงแต่ข้าวเม่ามีความสะดวกกว่าข้าวสารตรงที่กินเปล่าๆ ได้เลย เพราะผ่านการปรุงมาแล้ว และยังมีสารอาหารมากมาย

    จะว่าไปแล้วก็เป็นข้อเรียกร้องที่เข้าท่าในแง่ของการแก้ปัญหาเรื่องกองพลาธิการ (อาหารเลี้ยงกองทัพ) เพียงแต่ว่าแคมเปญนี้รัฐบาลไม่ได้เป็นกำลังหลัก เพราะฮุน เซน ขอร้องให้ประชาชน (หรือคนรวยที่อยู่ในอาณัติ) ช่วยซื้อช่วยหาแล้วส่งไปให้แนวหน้าหน่อย โดยอ้างวา “ทหารแนวหน้าขอมา”

    เรื่องนี้เป็นนิสัยของรัฐบาลฮุนอยู่แล้วที่มักจะขอความช่วยเหลือจากประชาชนทั้งๆ ที่ตนก็รวยล้นฟ้า แต่มันยังสะท้อนว่า “รัฐบาลฮุนถึงจะยังไม่ถังแตก แต่ฐานะการเงินไม่ปกติแล้ว” 

    ดังนั้น เพื่อ “ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว” ฮุน เซน จึงขอร้องให้ประชาชน (ที่เงินก็ไม่ค่อยจะมี) ช่วยกันซื้อ “ข้าวสารใหม่” หรือ “โซรว ทเมย” (អំបុកស្រូវថ្មី) แล้วมาทำเป็น “ข้าวเม่า” หรือ “ออมโบก” (អំបុក) ไปแจกจ่ายให้ทหารและประชาชนที่อพยพหนีภัย

    ในส่วนของทหารนั้นผมเชื่อว่าไม่น่าจะมาก แต่ผู้อพยพนั้นมีจำนวนแสนกว่าแล้ว ถ้าแคมเปญนี้ทำได้สำเร็จ รัฐบาลฮุนไม่เพียงแต่จะแก้ปัญหาประชาชนอพยพไม่มีจะกิน ยังช่วยแก้ปัญหาชาวนาไม่รู้จะขายข้าวให้ใครได้ด้วย

    เพียงแต่ผมเห็นว่าแคมเปญนี้จะต้องถ่วงกันระหว่าง “ความรักชาติของประชาชน” และ “ปากท้องประชาชน” ด้วย นั่นคือ แม้ประชาชนจะรักชาติแค่ไหน แต่ทุนรอนจะซื้อข้าวสารมาทำข้าวเม่าหรือซื้อข้าวเม่าโดยตรงนั้นเป็นเรื่องยาก ฮุน เซน ก็น่าจะรู้เรื่องนี้ดี เขาไมได้หวังจะโยนภาระให้ประชาชนเป็นหลัก (เพราะเดี๋ยวประชาชนจะตั้งคำถามเอา) 

    แต่เขามุ่ง “ประกาศแคมเปญระดับมหาชน” เท่านั้น ในภาคปฏิบัติเงินที่จะช่วยพยุงภาคเกษตร (ด้วยการซื้อข้าว) และการส่งเสบียงไปยังแนวหน้า (ด้วยการส่งข้าวเม่า) ควรจะเป็นหน้าของเศรษฐีใหญ่ๆ ของประเทศ ซึ่งตอนนี้เริ่มทะยอยกันบริจาคเงินช่วยทำสงครามกันเรื่อยๆ เพราะ ฮุน เซน เริ่ม “บีบ” โดยกล่าวเรียกร้องให้ “ผู้ใจบุญ” บริจาควัสดุและเงินทุนผ่านทางรัฐบาลเพื่อช่วยเหลือทหารและผู้ลี้ภัย ผู้ใจบุญในกัมพูชานั้นส่วนใหญ่เป็นนักธุรกิจที่รวยล้น และนักการเมืองที่ทำธรุกิจในเครือพวกฮุนนั่นเอง

    ดังนั้น ฮง ปิว (ហុង ពីវ) เจ้าของบริษัท โบเรย พิภพ ทเมย์ (បុរី ពិភពថ្មី) จึงประประกาศบริจาคเงิน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ทหารแนวหน้า และ 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐให้แก่ผู้ลี้ภัย) ผ่านทาง ฮุน เซน

    ฮง ปิว คนนี้เป็นคนเชื้อจีน แต่ฝ่ายค้านกัมพูชาในต่างแดนบอกว่า ฮง ปิว เป็นคนเวียดนาม (ซึ่งมีนัยว่าเป็นเครือข่ายพวกฮุน) 

    อีกรายคือ กลุ่มบริษัท จิบมง (ក្រុមហ៊ុន ជីបម៉ុង) ประกาศบริจาคเงิน 3 ล้านดอลลาร์ ข้าวสาร 300 ตัน เพื่อช่วยเหลือทหารแนวหน้าและผู้ลี้ภัยชาวกัมพูชา ผ่านทาง ฮุน เซน

    จะเห็นว่ารายนี้ซื้อข้าวและส่งให้โดยตรง นับว่าสนองนโยบายของท่านผู้นำอย่างดีเลิศ อาจเป็นเพราะผู้ก่อตั้งกลุ่มบริษัทนี้ คือ เพียบ เฮียก (ភាព ហៀក), เลียง ขุน (លាង ឃុន) และ  เลียง เมง (លាង​ ម៉េង) คนเหล่านี้เป็นคนในเครือข่ายตระกูลฮุนทั้งสิ้น

    ถึงขนาดที่ ฮุน เซน เคยได้เรียกร้องให้รัฐบาลและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกฝ่ายดูแลและปกป้องครอบครัวของกลุ่มบริษัท จิบมงเป็นอย่างดี

    เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในเวลานี้ พูดง่ายๆ ก็คือ ฮุน เซน กำลังระดมพลังเศรษฐีในเครืออำนาจของตนเพื่อช่วยแบ่งเบาปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ และช่วยโยกปัญหาเศรษฐกิจที่แบกรับไว้ไปช่วยบรรเทาความขาดแคลนที่แนวหน้าให้ที

    แต่เงินของเศรษฐีเหล่านี้นับล้านดอลลาร์ที่บริจาคไป น่าจะพอซื้อข้าวสารและข้าวเม่าได้ระดับหนึ่งเท่านั้น 

    ปัญหารากฐานของกัมพูชายังไม่ถูกแก้ไข และมันอาจจะกลายเป็นวิกฤตเศรษฐกิจที่ประสานงากับผลร้ายจากสงครามในไม่ช้า

    บทความทัศนะโดย กรกิจ ดิษฐาน ผู้ช่วยบรรณาธิการบริหาร และบรรณาธิการข่าวต่างประเทศ The Better

    Photo by TANG CHHIN Sothy / AFP
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/world/38365&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1q5ruaeddRa2JWcMck0xqy

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN

  • “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 10/12/2025 23:51

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” โชว์ Unseen ไท ไทย “ประเพณีเจดีย์ข้าว-มะพร้าวแก้วขวัญหอม-ผ้าขิดลายดอกจันทร์-สุราไทหล่ม” ใช้ “ทุนวัฒนธรรม” สร้างเศรษฐกิจฐานราก ดึงดูดนักท่องเที่ยวทั่วโลก

    วันที่ 10 ธันวาคม 2568 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” บ้านท่าช้าง และพิธีเปิดงานประเพณีเจดีย์ข้าววัดโฆษา ประจำปี 2568 โดยมี นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงกระทรวงวัฒนธรรม นายศรัณยู มีทองคำ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยไร่ พี่น้องชาวชุมชนบ้านท่าช้าง สื่อมวลชน และท่านผู้มีเกียรติ เข้าร่วม ณ วัดโฆษา บ้านท่าช้าง หมู่ที่ 2 ตำบลห้วยไร่ อำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ กิจกรรมภายในงาน อาทิ ขบวนแห่วิถีชีวิตการทำนา พิธีบวงสรวงบูชาพระแม่โพสพ โดยชุมชนตำบลห้วยไร่ จำนวน 200 คน การแสดงการแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนถวายอาลัย น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้” พิธีอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุขึ้นสู่ยอดเจดีย์ข้าว เปิดตลาดวัฒนธรรม“หลวงพระบาง 2” เยี่ยมชมบูธจำหน่ายผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม (CPOT) และสินค้าชุมชนคุณธรรมพลังบวร

    นางสาวซาบีดา กล่าวว่า กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล ในการสร้างความเข้มแข็งให้แก่เศรษฐกิจฐานรากชุมชน ตั้งแต่ปี 2564 จนถึงปัจจุบัน ด้วยการนำทุนทางวัฒนธรรม มาพัฒนาต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ โดยได้คัดเลือกชุมชนที่มีศักยภาพทั่วประเทศ และมอบรางวัล 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ในแต่ละปี เพื่อผลักดันให้ชุมชนเหล่านี้เป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวแห่งใหม่ ที่จะมอบประสบการณ์การเรียนรู้อัตลักษณ์วิถีชีวิตและวัฒนธรรมอย่างลึกซึ้งแก่ทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ การดำเนินงานดังกล่าวไม่เพียงแต่จะสร้างโอกาส สร้างรายได้ และคุณภาพชีวิตที่ดีให้คนในชุมชนเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้ลูกหลานได้กลับภูมิลำเนาดูแลครอบครัวอีกด้วย ทั้งนี้ วธ. ยังได้ขับเคลื่อนนโยบาย unseen “ไท ไทย” 4 ด้าน ได้แก่ ไท-ดั้งเดิม (Traditional Thai) ไท-ร่วมสมัย (Contemporary Thai) ไท-ประสบการณ์ (Experiential Thai) และ ไท-เชื่อมโยง (Connected Thai) โดยใช้ 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบนี้เป็นศูนย์กลางในการเชื่อมโยงและสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางสังคมและเศรษฐกิจสร้างสรรค์ในระดับภูมิภาค ทั้งกับชุมชนใกล้เคียง องค์กร รวมถึงการแลกเปลี่ยนกับต่างประเทศ เพื่อเสริมพลังความร่วมมือให้เกิดความยั่งยืน

    นางสาวซาบีดา กล่าวอีกว่า ขอชื่นชมชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) ในการเป็นชุมชนที่มีผู้นำและเครือข่ายในการขับเคลื่อนงานวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง คนในชุมชนมีความสุข มีความรักความสามัคคี มีการอนุรักษ์สืบสาน รักษา ต่อยอด วัฒนธรรมของท้องถิ่นไว้อย่างดียิ่ง มีความพร้อมในการเปิดรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างดี การลงพื้นที่เปิดสุดยอดชุมชนดังกล่าว จึงนับเป็นการย่อย่องและชื่นชมจังหวัดเพชรบูรณ์ และชาวชุมชนบ้านท่าช้าง ตลอดจนทุกภาคส่วนที่ให้ความสำคัญ ในการสร้างสรรค์งานอันยิ่งใหญ่และเปี่ยมด้วยคุณค่า ร่วมแรงร่วมใจผลักดันขับเคลื่อนงานเที่ยวชุมชน ยลวิถีได้สำเร็จ เป็นที่ยอมรับ และเป็นหมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างสรรค์ของไทย

    ทั้งนี้ ชุมชนบ้านท่าช้าง (วัดโฆษา) จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้รับการยกย่องด้านการท่องเที่ยวเชิงวิถีชีวิตและวัฒนธรรมที่เข้มแข็ง โดยมีเอกลักษณ์สำคัญคือ “ประเพณีเจดีย์ข้าว” ซึ่งเป็นการสืบสานบุญคูณลานเพื่อบูชาพระแม่โพสพ อีกทั้งยังส่งเสริมความสามัคคีผ่านกิจกรรม “ลงแขก” ทำนาแบบดั้งเดิมที่นักท่องเที่ยวสามารถร่วมสัมผัสประสบการณ์ได้ตั้งแต่การหว่านกล้าไปจนถึงการเก็บเกี่ยวรวงข้าว นอกจากนี้ ภายในพื้นที่วัดโฆษายังเป็นที่ตั้งของศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชวัดโฆษา ซึ่งทำหน้าที่เป็นแหล่งเรียนรู้และศูนย์กลางกิจกรรมทางศาสนาและสังคมของตำบลห้วยไร่ โดยมีนักเล่าเรื่องชุมชนเป็นผู้นำชม ส่วนด้านผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรม กลุ่มหัตถกรรมทอผ้าขิดวัดโฆษาได้อนุรักษ์และพัฒนาผ้าขิดลายดั้งเดิมอย่าง “ลายดอกจันทร์” ให้มีความทันสมัยสู่สากล โดยคงไว้ซึ่งเทคนิคและเอกลักษณ์ดั้งเดิม ขณะเดียวกัน ชุมชนยังรวมตัวกันจัดตั้งวิสาหกิจชุมชน นำทุนทางวัฒนธรรมมารังสรรค์เป็นผลิตภัณฑ์ทางวัฒนธรรมชุมชน (CPOT) อาทิ การแปรรูปผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะมะพร้าวเป็นผลิตภัณฑ์ มะพร้าวแก้ว และ น้ำมันมะพร้าวสกัดเย็น ภายใต้ตราสินค้า “ขวัญหอม” เพื่อสร้างอาชีพและรายได้เสริม และยังมีผลิตภัณฑ์ “สุราไทหล่ม” ซึ่งเป็นสุรากลั่นพื้นบ้านจากพืชเศรษฐกิจ 5 ชนิด เช่น ข้าวเหนียว มะขาม และมะพร้าว ที่ผลิตด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมและจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนอย่างถูกต้อง โดยใช้ตราสินค้า “ไทหล่ม” แสดงถึงอัตลักษณ์ท้องถิ่นและต่อยอดมูลค่าทางเศรษฐกิจของชุมชนอย่างยั่งยืน

    596413524_891646523293464_7164627788404533523_n

    5111

    “ซาบีดา” เปิดตัว “บ้านท่าช้าง (วัดโฆษา)” เพชรบูรณ์ 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) ฮาร์บินเปิดตัว ‘มิสเตอร์สโนว์แมน’ ปีนี้สูง 23.8 เมตร

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) จีนวางรางรถไฟความเร็วสูงสายเหนือสุดไปฮาร์บินเสร็จสมบูรณ์

    “ศ.ดร.เกรียงศักดิ์” ชี้ชัด รัฐธรรมนูญเหมือนเข็มทิศแผนที่ประเทศ แต่สำคัญสุดคือ จิตสำนึกและการมีส่วนร่วมของประชาชน

    (50 ปีสัมพันธ์ไทย-จีน) อากาศเย็นยะเยือกในจีนเปลี่ยน ‘เต้าหู้’เป็นใบมีด

    BDMS Wellness Clinic เดินหน้าขยายเครือข่ายสุขภาพสู่ตะวันออกกลาง “เสริมพลังความร่วมมือระดับสากล ปักหมุดไทยสู่ Wellness Hub ระดับโลก”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1419582&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JDA3fFNXRGakc0gGC1hWN