Blog

  • สภากาชาดไทย ชวนบริจาคโลหิต เพื่อสำรองคงคลัง ให้กับผู้ป่วยในช่วงเทศกาลหยุดยาว กับกิจกรรม “บริจาคโลหิตส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ”

    สภากาชาดไทย ชวนบริจาคโลหิต เพื่อสำรองคงคลัง ให้กับผู้ป่วยในช่วงเทศกาลหยุดยาว กับกิจกรรม “บริจาคโลหิตส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ”

    ก่อนหมดปีนี้ แวะมาเติมเรื่องราวดีๆ บันทึกไว้ในปี 2568 กัน วันที่ 22 – 31 ธันวาคม นี้ มา #บริจาคโลหิต เพื่อสำรองคงคลัง ให้กับผู้ป่วยในช่วงเทศกาลหยุดยาว กับกิจกรรม “บริจาคโลหิตส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ท่องเที่ยวปลอดภัย โชคดีได้บุญ”

    รับทันที เสื้อยืดที่ระลึก ลายพิเศษ “Give Blood Give Love”
    ปฏิทินหนูแดง สวัสดีปีใหม่ 2569 สอดแทรกความรู้เสมือนคู่มือของนักบริจาคโลหิต
    ***ของที่ระลึกมีจำนวนจำกัด***

    บริจาคโลหิต ได้ที่
    – ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย
    – ภาคบริการโลหิตแห่งชาติทั่วประเทศ
    – หน่วยรับบริจาคโลหิตประจำที่ (Fixed Station)
    – โรงพยาบาลสาขาบริการโลหิตฯ 8 แห่ง ในเขตกรุงเทพฯ

    สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2256 4300

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/63554&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3m1QRbmwgjajXMPMlL_oAS

  • CENTEL-ERW จ่อฟื้นตัวแรง! โบรกฯ ชี้เป้าปี 69 รับอานิสงส์

    ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ กลุ่มท่องเที่ยวไทยกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนอีกครั้ง หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินเกมรุกเต็มรูปแบบดึงสายการบิน โดยนางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า ปี 2569 ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่น้อยกว่า 6.7 ล้านคน เทียบเท่าปี 2567 และเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปี 2568 ขณะเดียวกัน ททท. จะเร่งเพิ่มที่นั่งโดยสารสายการบินให้กลับมา 100% ของระดับปี 2562 ก่อนโควิด โดยปีนี้ที่ฟื้นแล้วราว 85%

    ล่าสุด ททท. อยู่ระหว่างเจรจากับ “ไห่หนาน แอร์ไลน์” เพื่อเพิ่มเส้นทางบินและความถี่ไปยังจุดหมายใหม่ในตารางบินฤดูร้อนปี 2569 พร้อมเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “จงไท่อี้เจียซิน” (จีน–ไทย ครอบครัวเดียวกัน) จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อีเวนต์ และเทศกาลตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นดีมานด์การเดินทางอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Tencent Video และ We TV ผลิตสารคดีอาหารชื่อดัง “TASTEFUL THAILAND” นำเสนอ 10 เส้นทางวัตถุดิบอาหารระดับตำนานทั่วไทย ควบคู่แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ถ่ายทำ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ โดยออกอากาศตอนแรกวันที่ 20 ธันวาคมนี้

    ด้านบล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากภาครัฐที่เข้ามากระตุ้นการ ท่องเที่ยวจีนมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มประมาณที่นั่งของสายการบินเพิ่มขึ้นให้ เท่าช่วงก่อนโควิด พร้อมกันนี้ยังจะมีการประกาศแคมเปญใหญ่ ‘จงไท่อี้เจียซิน’ (จีน-ไทย ครอบครัวเดียวกัน) รวมถึงยังจะมีกิจกรรมเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์ม ดังๆอย่าง “Tencent Video” และ “We TV” ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนปี 2569 มีโอกาสที่เราคาดไว้ที่ 5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก ททท. ที่ คาดไว้ที่ 6.7 ล้านคน

    โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาก-น้อยเรียงตาม สัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมาก-น้อยคือ ERW (88%) และมีสัดส่วน นักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%, CENTEL (80%) และ MINT (15%) โดยคาดว่า ERW และ CENTEL จะได้ sentiment เชิงบวกจากจำนวน นักท่องเที่ยวจีนที่จะฟื้นตัวได้ดี ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2568 ที่ 33 ล้าน คน/4.5 ล้านคน ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2568 จะอยู่ที่ 33 ล้านคน ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 4.5 ล้าน คน ลดลง 33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นได้อย่างชัดเจนในไตรมาส 4/68 ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดย Top pick ของกลุ่มเลือก CENTEL แนะนำซื้อราคาเป้า 36.00 บาท จากกำไรไตรมาส 4/68 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้งเทียบช่วงเดียวกะนของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า จากยอด Booking และการเติบโตของรายได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ไตรมาส 2/68 เป็นจุด Bottom ของปีไปแล้ว

    นอกจากนี้ยังได้ผลดีจาก สนามบินมัลดีฟส์ที่มีการเปิด Terminal ใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ CENTEL ที่มี สัดส่วนรายได้ที่มัลดีฟส์ราว 15% ERW (ซื้อ/เป้า 2.90 บาท)จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 จะเพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะ ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/68 ขณะที่ ERW มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยว จีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/803142&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QX_GbVgjqxVu2bkCf7WVq

  • LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล

    LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลและ LINE STICKERS Creators ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนสิทธิ และแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน

    ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงดังกล่าว LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง รวมถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น และการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล

    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาครัฐที่มีต่อ LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1552621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7r6UA7-l3tIcOvp3Ou55

  • LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล

    LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลและ LINE STICKERS Creators ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนสิทธิ และแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน

    ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงดังกล่าว LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง รวมถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น และการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล

    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาครัฐที่มีต่อ LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1552621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7r6UA7-l3tIcOvp3Ou55

  • คมคุย คมคิด:การท่องเที่ยว…ฟันเฟืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ อาทิตย์ที่ 21-12-68เวลา19:30 น. (เทป)

    คมคุย คมคิด:การท่องเที่ยว…ฟันเฟืองเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศ อาทิตย์ที่ 21-12-68เวลา19:30 น. (เทป)

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    กำลังโหลดความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/p8-h9xi4OKE&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BZT2q8hSbmOlKak32najx

  • CENTEL-ERW จ่อฟื้นตัวแรง! โบรกฯ ชี้เป้าปี 69 รับอานิสงส์

    ท่ามกลางสัญญาณฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวจากภาครัฐ กลุ่มท่องเที่ยวไทยกลับมาอยู่ในเรดาร์นักลงทุนอีกครั้ง หลังการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เดินเกมรุกเต็มรูปแบบดึงสายการบิน โดยนางฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการ ททท. ระบุว่า ปี 2569 ตั้งเป้าจำนวนนักท่องเที่ยวจีนไม่น้อยกว่า 6.7 ล้านคน เทียบเท่าปี 2567 และเติบโตไม่ต่ำกว่า 40% จากปี 2568 ขณะเดียวกัน ททท. จะเร่งเพิ่มที่นั่งโดยสารสายการบินให้กลับมา 100% ของระดับปี 2562 ก่อนโควิด โดยปีนี้ที่ฟื้นแล้วราว 85%

    ล่าสุด ททท. อยู่ระหว่างเจรจากับ “ไห่หนาน แอร์ไลน์” เพื่อเพิ่มเส้นทางบินและความถี่ไปยังจุดหมายใหม่ในตารางบินฤดูร้อนปี 2569 พร้อมเตรียมเปิดตัวแคมเปญใหญ่ “จงไท่อี้เจียซิน” (จีน–ไทย ครอบครัวเดียวกัน) จัดกิจกรรมส่งเสริมการขาย อีเวนต์ และเทศกาลตลอดทั้งปี เพื่อกระตุ้นดีมานด์การเดินทางอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ ททท.ยังได้ร่วมมือกับแพลตฟอร์ม Tencent Video และ We TV ผลิตสารคดีอาหารชื่อดัง “TASTEFUL THAILAND” นำเสนอ 10 เส้นทางวัตถุดิบอาหารระดับตำนานทั่วไทย ควบคู่แหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่ถ่ายทำ เจาะกลุ่มนักท่องเที่ยวจีนรุ่นใหม่ โดยออกอากาศตอนแรกวันที่ 20 ธันวาคมนี้

    ด้านบล.ดาโอ (ประเทศไทย) มีมุมมองเป็นบวกต่อกลุ่มท่องเที่ยวจากภาครัฐที่เข้ามากระตุ้นการ ท่องเที่ยวจีนมากขึ้น โดยจะมีการเพิ่มประมาณที่นั่งของสายการบินเพิ่มขึ้นให้ เท่าช่วงก่อนโควิด พร้อมกันนี้ยังจะมีการประกาศแคมเปญใหญ่ ‘จงไท่อี้เจียซิน’ (จีน-ไทย ครอบครัวเดียวกัน) รวมถึงยังจะมีกิจกรรมเพิ่มเติมผ่านแพลตฟอร์ม ดังๆอย่าง “Tencent Video” และ “We TV” ซึ่งจะช่วยให้นักท่องเที่ยวจีนปี 2569 มีโอกาสที่เราคาดไว้ที่ 5 ล้านคน เพิ่มขึ้น 11% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน จาก ททท. ที่ คาดไว้ที่ 6.7 ล้านคน

    โดยหุ้นที่จะได้รับประโยชน์จากมาก-น้อยเรียงตาม สัดส่วนรายได้ในประเทศไทยจากมาก-น้อยคือ ERW (88%) และมีสัดส่วน นักท่องเที่ยวจีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%, CENTEL (80%) และ MINT (15%) โดยคาดว่า ERW และ CENTEL จะได้ sentiment เชิงบวกจากจำนวน นักท่องเที่ยวจีนที่จะฟื้นตัวได้ดี ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวม/นักท่องเที่ยวจีนปี 2568 ที่ 33 ล้าน คน/4.5 ล้านคน ประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวรวมปี 2568 จะอยู่ที่ 33 ล้านคน ลดลง 7% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน และคาดจำนวนนักท่องเที่ยวจีนจะอยู่ที่ 4.5 ล้าน คน ลดลง 33% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยคาดว่านักท่องเที่ยวจีนจะเริ่มฟื้นได้อย่างชัดเจนในไตรมาส 4/68 ให้น้ำหนักการลงทุนเป็น “มากกว่าตลาด” โดย Top pick ของกลุ่มเลือก CENTEL แนะนำซื้อราคาเป้า 36.00 บาท จากกำไรไตรมาส 4/68 มีโอกาสเพิ่มขึ้นทั้งเทียบช่วงเดียวกะนของปีก่อน และเทียบไตรมาสก่อนหน้า จากยอด Booking และการเติบโตของรายได้มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่ไตรมาส 2/68 เป็นจุด Bottom ของปีไปแล้ว

    นอกจากนี้ยังได้ผลดีจาก สนามบินมัลดีฟส์ที่มีการเปิด Terminal ใหม่ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ CENTEL ที่มี สัดส่วนรายได้ที่มัลดีฟส์ราว 15% ERW (ซื้อ/เป้า 2.90 บาท)จากแนวโน้มกำไรไตรมาส 4/68 จะเพิ่มขึ้นเทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะ ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2/68 ขณะที่ ERW มีสัดส่วนรายได้จากนักท่องเที่ยว จีนสูงสุดในกลุ่มที่ 13%

    Back to top button

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kaohoon.com/news/803142&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QX_GbVgjqxVu2bkCf7WVq

  • LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล

    LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลและ LINE STICKERS Creators ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนสิทธิ และแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน

    ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงดังกล่าว LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง รวมถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น และการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล

    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาครัฐที่มีต่อ LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1552621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7r6UA7-l3tIcOvp3Ou55

  • ‘กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา’คาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าสาหัส จีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 2

    ‘กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา’คาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าสาหัส จีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 2

    วันเสาร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 14.18 น.

    ‘กมธ.เศรษฐกิจฯ วุฒิสภา’คาดเศรษฐกิจไทยปีหน้าสาหัส จีดีพีต่ำกว่าร้อยละ 2 ภาษีนำเข้าสหรัฐฯกระทบส่งออก สู้รบไทย-กัมพูชา สูญเงินเฉพาะท่องเที่ยวเฉลี่ยเดือนละ 1.4 หมื่นล้านบาท

    20 ธันวาคม 2568 น.ส.ชญาน์นันท์ ติยตระการชัย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ในฐานะเลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง วุฒิสภา กล่าวถึงภาวะการเติบโตทางเศรษฐกิจของไทยปี2568 และทิศทางเศรษฐกิจในปี 2569 หลังเผชิญการขึ้นภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกาและปัญหาการสู้ระบบไทย-กัมพูชาว่า ภาพรวมเศรษฐกิจไทย เคยประมาณการไว้ว่าจะเติบโตได้ราว 2.2-.2.5 เปอร์เซ็นต์ แต่คงไม่เป็นไปตามเป้า เพราะเกิดปัญหาขึ้นหลายอย่างในช่วงไตรมาสสุดท้ายทั้งปัญหาน้ำท่วมหาดใหญ่ การสู้รบแนวชายไทย-กัมพูชา ขณะที่รายได้หลักของไทมากส่งออกเป็นหลัก

    น.ส.ชญาน์นันท์เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวทำให้เศรษฐกิจของไทยใน 3 ไตรมาสแรก ดูเหมือนจะดี เพราะมีการเติบโตมากถึง 3 เปอร์เซ็นต์ แต่ก็เป็นเพราะการส่งออกล่วงหน้าในครึ่งปีแรก เพื่อหนีปัญหาภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ของโดนัลด์ ทรัมป์  แต่เมื่อดูเติบโตเป็นอันดับที่ 6 ในอาเซียน เหนือกว่าเมียนมาร์เพียงเล็กน้อยเท่านั้น ทำให้ไตรมาสสามเหลือการเติบโตเพียง 1.2 เปอร์เซ็นต์

    น.ส.ชญาน์นันท์กล่าวว่า จากหลายปัจจัยดังกล่าว ทำให้ส่วนตัวแล้วคาดว่าเศรษฐกิจไทยในปี 2569 จะหนักกว่าปี 2568 การเติบโตของจีดีพีลดลง เพราะการใช้จ่ายภาครัฐและการบริโภคของภาคเอกชนลดลง ตัวเลขล่าสุดปีนี้เพียง 2.1 เท่ากับช่วงโควิดในปี 2019 ปี 2569 อาจเหลือเพียง 1.7-1.9 เท่านั้น

    “ตามท้องถนน ตลาดย่านค้าขายในบ้านเรา รวมห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ ค่อนข้างเงียบเหงา เพราะคนไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอย ไม่ใช่เพราะคนมีเงินแล้วไม่ใช้เงิน หนี้ครัวเรือนก็สูงมากขึ้น จะใช้จ่ายอะไร ก็ต้องระมัดระวัง ขณะที่คนมีเงินก็ไม่มีอารมณ์หรือความรู้สึกดี ๆ กับสภาพเศรษฐกิจเช่นนี้” สว.และเลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจฯ ให้ความเห็น

    น.ส.ชญานันท์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ไทยยังขาดเสถียรภาพทางการเมือง 1 ปีครึ่งมีนายกรัฐมนตรีถึง 3 คน ยอดนักท่องเที่ยว ก็ไม่เป็นไปตามเป้า ซ้ำเติมปัญหาการส่งออก รวมถึงปัญหาน้ำท่วมภาคใต้ โดยเฉพาะที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ที่หอการค้าไทยประเมินตัวเลขความเสียหายไว้ที่ 4 หมื่นล้านบาท หรือ 0.22 ของจีดีพี ผีซ้ำด้ามพลอย ยังมีปัญหาชายแดนอีก จนกระทบการส่งออกจาก 9 หมื่นล้านบาท หรือเพียง 9 ล้านบาทในเดือนตุลาคมเท่านั้น ล่าสุดก็กลายเป็นศูนย์ไปแล้ว

    สว.และเลขานุการคณะกรรมาธิการการเศรษฐกิจฯ วุฒิสภา กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัญหาไทย-กัมพูชา เฉพาะด้านท่องเที่ยวเสียหายเดือนละ 1.4 หมื่นล้านบาท หากการปัญหายังยืดเยื้อ จะทำให้ตัวเลขความเสียหายพุ่งสูงขึ้นถึง 0.5 เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีไทย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/936106&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15rKjX8rGqEOXF2aYXuH-3

  • หยุดยาวปีใหม่ ล่องถ้ำเลสเตโกดอน ผจญภัยตามรอยช้างดึกดำบรรพ์ที่สตูล

    วันที่ 20 ธันวาคม 2568 นายวริช วิชิต รองผู้อำนวยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานสตูล ร่วมกับวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวชุมชนตำบลทุ่งหว้า (อ่านว่า ทุ่ง-ว่า)  นำทีมสื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว ประกาศความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ ชูไฮไลต์ “ถ้ำเลสเตโกดอน” อันซีนการท่องเที่ยวเชิงธรณีวิทยาหนึ่งเดียวในไทย ชวนนักท่องเที่ยวหนีความวุ่นวายจากท้องทะเล มาสัมผัสความมหัศจรรย์ใต้พิภพยุคดึกดำบรรพ์

    นายประกิต สำนักปง หรือ “บังอาลี” รองประธานวิสาหกิจชุมชนกลุ่มพายเรือถ้ำเลสเตโกดอน เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางชุมชนมีความพร้อม 100% ในการให้บริการนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาพักผ่อนในช่วงวันหยุดยาว โดยเฉพาะผู้ที่มองหากิจกรรมผจญภัยที่แตกต่างจากการลงทะเลทั่วไป โดยถ้ำเลสเตโกดอนแห่งนี้ เป็นถ้ำเลที่มีความยาวมากที่สุดในประเทศไทยถึง 4 กิโลเมตร และเป็นส่วนหนึ่งของอุทยานธรณีโลกสตูล (Satun UNESCO Global Geopark)
    ผจญภัยตามรอยช้างดึกดำบรรพ์ – ลอดท้องช้าง ตามหาหัวใจ

    จุดเด่นที่ทำให้นักท่องเที่ยวทั่วโลกต้องมาเยือน คือการค้นพบฟอสซิลกรามช้าง “สเตโกดอน” และแรดโบราณอายุมากกว่า 1.8 ล้านปี ซึ่งเป็นที่มาของชื่อถ้ำ เส้นทางท่องเที่ยวเริ่มต้นด้วยความคลาสสิกจากการนั่ง “รถสองแถวไม้โบราณ” เอกลักษณ์ของชาวทุ่งหว้า เดินทางไปยังปากถ้ำเพื่อเริ่มต้นการผจญภัย

    ภายในถ้ำ นักท่องเที่ยวจะได้ล่องเรือยางผ่านสายน้ำที่ไหลเชื่อมต่อกับทะเล สัมผัสประติมากรรมหินงอกหินย้อยที่ธรรมชาติสรรค์สร้างอย่างวิจิตร อาทิ “หัวใจช้าง” “ปอดช้าง” และ “ฝาผนังฟอสซิลนอติลอยด์” (สัตว์ทะเลโบราณ) ก่อนจะปิดท้ายด้วยไฮไลต์สุดประทับใจคือ “การตามหาหัวใจที่ปลายอุโมงค์” ซึ่งเป็นปล่องแสงธรรมชาติรูปหัวใจบริเวณปากทางออกถ้ำ

    สัมผัสรอยต่อ 2 จังหวัด ผ่านป่าโกงกางสู่ท่าเรือท่าอ้อยหลังจากล่องเรือผ่านความมืดมิดในถ้ำมาไกลกว่า 3-4 กิโลเมตร นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับแสงสว่างและธรรมชาติอันเขียวขจีของป่าชายเลน โดยเรือจะล่องต่อไปตาม “คลองช้าง” ซึ่งเป็นเขตรอยต่อทางธรรมชาติระหว่าง อำเภอทุ่งหว้า จังหวัดสตูล และ อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง ก่อนจะไปขึ้นฝั่งที่จุดชมวิวท่าเรือท่าอ้อย เป็นอันสิ้นสุดการเดินทางที่ครบทุกรสชาติทั้งความตื่นเต้นและความสงบ

    รายละเอียดแพ็กเกจการท่องเที่ยววิสาหกิจชุมชนฯ จัดโปรโมชั่นพิเศษต้อนรับปีใหม่ เพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวโดยชุมชน:  ราคาแพ็กเกจ: ท่านละ 500 บาท (สำหรับคณะ 10 ท่านขึ้นไป) กรณีไม่ถึง 10 ท่าน: ราคาเหมาลำละ 5,000 บาท การบริการ: รวมเรือยาง (นั่งได้ลำละ 2 ท่าน พร้อมคนพายดูแลความปลอดภัย 1 คน), รถไม้โบราณรับ-ส่ง และเจ้าหน้าที่นำเที่ยว ชูชีพ ไฟฉาย,อาหารว่าง,สำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจ สามารถติดต่อสอบถามหรือจองทริปได้ที่ วิสาหกิจชุมชนกลุ่มพายเรือถ้ำเลสเตโกดอน โทร 080-1107060 หรือ 065-2245339 และติดตามข่าวสารได้ทาง Facebook: ถ้ำเลสเตโกดอน

    #ภูมิภาค-82

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/118388&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01mqwaCd1IqP4bO2QsJfwm

  • LINE ประเทศไทย จับมือกรมทรัพย์สินทางปัญญา ลงนาม MOU หนุนครีเอเตอร์ไทยสู่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ดิจิทัล

    LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา กระทรวงพาณิชย์ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านทรัพย์สินทางปัญญา และส่งเสริมการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมี นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เกียรติเข้าร่วมเป็นสักขีพยาน ณ บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด

    ความร่วมมือในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและผู้สร้างสรรค์ในอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทย โดยเฉพาะกลุ่มผู้สร้างสรรค์ผลงานดิจิทัลและ LINE STICKERS Creators ให้มีความรู้ ความเข้าใจด้านการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา การจดทะเบียนสิทธิ และแนวทางการนำทรัพย์สินทางปัญญาไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้อย่างเหมาะสม ถูกต้องตามกฎหมาย และยั่งยืน

    ภายใต้กรอบบันทึกข้อตกลงดังกล่าว LINE ประเทศไทย และกรมทรัพย์สินทางปัญญา จะร่วมกันส่งเสริมการสร้างความตระหนักรู้ การแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และการสื่อสารที่เป็นประโยชน์ต่อการใช้ทรัพย์สินทางปัญญาอย่างถูกต้อง รวมถึงการเคารพสิทธิของผู้อื่น และการป้องกันการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนโลกออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในยุคดิจิทัล

    บันทึกข้อตกลงฉบับนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาครัฐที่มีต่อ LINE ประเทศไทย ในฐานะแพลตฟอร์มดิจิทัลที่มีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงความคิดสร้างสรรค์ เทคโนโลยี และโอกาสทางเศรษฐกิจเข้าด้วยกันอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมตอกย้ำพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน ในการร่วมกันพัฒนาอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ของไทยให้เติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืนในยุคดิจิทัล

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1552621&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2V7r6UA7-l3tIcOvp3Ou55