Blog

  • พรรคเศรษฐกิจ-ไทยสร้างไทย ชูเป็นพรรคสายขาว สู้สายเทา | 27 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    พรรคเศรษฐกิจ-ไทยสร้างไทย ชูเป็นพรรคสายขาว สู้สายเทา | 27 ธ.ค. 68 | ข่าวเช้าหัวเขียว เสาร์-อาทิตย์

    27 ธ.ค. 2568 18:55 น.

    พรรคเศรษฐกิจ-ไทยสร้างไทย ประกาศจุดยืนเป็นพรรคสายขาว สู้สายเทา ด้าน “พลโทภราดร” ชวนใช้สิทธิ์เกิน 75% หวังได้ สส.เกิน 25 คน ขณะที่ “พลเอก รังษี” ไม่ไว้กัมพูชา เตือนอย่าไปติดกับ ลั่น พร้อมตื้บทุนเทา #พรรคเศรษฐกิจ #พรรคไทยสร้างไทย #ชายแดนไทยกัมพูชา #ข่าวการเมือง #เลือกตั้ง69 #เลือกอีกสักตั้ง #TRC #ป๊อปปุ ———————————————- 🔔 กด Subscribe ติดตาม & กดกระดิ่งได้ที่ : https://bit.ly/3J2YF7v 💚 สมัครสมาชิกเเฟนข่าวไทยรัฐ : https://bit.ly/4jhFaZ6 . ยินดีต้อนรับแฟนข่าวสู่ Thairath News – ข่าวไทยรัฐ สำนักข่าวอันดับ 1 ของไทย ช่องทางสำหรับแฟนข่าวเพื่อรับชมข่าวแบบสด ๆ เกาะติดสถานการณ์ปัจจุบันและติดตามประเด็นข่าวย้อนหลังได้ตลอด 24 ชม. รับชมสดและย้อนหลังได้ทุกที่ ทุกเวลา ทาง YouTube และแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียของเรา #ไทยรัฐ #ข่าวไทยรัฐ #ไทยรัฐทีวี #Thairath #Thairathnews #THAIRATHTV

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/video/channel/thairath_news/greenhead-morning-news/1176396&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3hAuaWfxOWJ7M8SWIG9Pxx

  • ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 17:24

    ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

    วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน นายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมขึ้นขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟนครราชสีมา เดินทางไปยังสถานีรถไฟโคกกรวด เพื่อเป็นประธานเปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6”

    การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน รวมถึงเป็นการรำลึกถึงสถานีรถไฟโคกกรวด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดนิทรรศการสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นบ้านเก่าโคกกรวดและพิพิธภัณฑ์คนโคกกรวด การจัดทำจุดเช็กอินถ่ายภาพ “ไชน่าทาวน์โคกกรวด” การเยี่ยมชมการลงยาโบราณหมอยาชัยณรงค์ การแสดงอุทยานเพลงเก่า รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งประกอบด้วยอาหารและของดีของอร่อยประจำตำบลโคกกรวด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อและสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

    ทั้งนี้ งาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสถานีรถไฟบ้านโคกกรวด ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWsทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ปก web ตรวจเยี่ยมกำลังพล

    25681227003

    กระบี่คึกคัก สมัคร ส.ส.วันแรก

    “เอกสิทธิ์” นำทัพ 30 ผู้สมัคร “พรรคปวงชนไทย” รับเลือกตั้งสส. ขอโอกาสคนกรุงฯ-สมุทรปราการ มุ่งเป้าแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงาน เดินหน้าฟื้นศก.ประเทศ

    พิจิตร รับสมัคร สส.ทั้ง 3 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก กองเชียร์นับพันคนแห่เชียร์คนที่รัก พรรคที่ชอบ

    อุตรดิตถ์ รับสมัคร สส.วันแรก สุดคึกคัก ประชาชนให้กำลังใจผู้สมัคร

    เลือกตั้งเมืองแพร่ คึกคัก! 4 พรรคใหญ่ตกลงใช้ ‘เบอร์เดียว’ ทั้งจังหวัด

    สุรินทร์ บรรยากาศการสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสุรินทร์ มีผู้สมัครหน้าเก่า-ใหม่ ท่ามกลางกองเชียร์คึกคักที่มาให้กำลังใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437355&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11AO7UhTpHxu3KAeBLFLPf

  • หนี้จีน ‘พุ่ง 3 เท่า’ ของขนาดศก. แตะ 300% ของ GNP

    หนี้จีน ‘พุ่ง 3 เท่า’ ของขนาดศก. แตะ 300% ของ GNP

    หนี้จีน ‘พุ่ง 3 เท่า’ ของขนาดศก. แตะ 300% ของ GNP

    หนี้จีนพุ่งกว่า ‘3 เท่า’ ของขนาดเศรษฐกิจ ท่ามกลางการเติบโตที่ชะลอลงและแรงกดดันเงินฝืดที่ทวีความรุนแรง สัญญาณเหล่านี้กำลังทำให้โครงสร้างหนี้ของจีนเข้าใกล้ภาพญี่ปุ่นก่อนวิกฤติ พร้อมตั้งคำถามสำคัญว่า จีนยังเหลือพื้นที่ทางการคลังมากแค่ไหนในการพยุงเศรษฐกิจในยุคสังคมสูงวัย

    เว็บไซต์นิกเกอิ เอเชียรายงานว่า ภาระหนี้ของจีนมีขนาดใหญ่กว่าขนาดเศรษฐกิจถึงกว่า “3 เท่า” และการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ กำลังคุกคามให้ภาระหนี้ดังกล่าวให้สูงขึ้นอีก

    ข้อมูลล่าสุดจากสถาบัน National Institution for Finance & Development (NIFD) ซึ่งเป็นคลังสมองที่เชื่อมโยงกับภาครัฐของจีน ระบุว่า ณ สิ้นเดือนกันยายน อัตราส่วนหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมประชาชาติ (GNP) ของจีนอยู่ที่ 302.3% โดยตัวเลขดังกล่าวรวมถึงหนี้ของภาคครัวเรือน หน่วยงานภาครัฐ และภาคธุรกิจที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน

    ตัวเลขนี้เพิ่มขึ้น 1.9 จุดเปอร์เซ็นต์จากสิ้นเดือนมิถุนายน ซึ่งเป็นช่วงที่อัตราส่วนหนี้ต่อเศรษฐกิจทะลุระดับ 300% เป็นครั้งแรก ขณะที่ยอดหนี้รวมของประเทศขณะนี้สูงเกิน 400 ล้านล้านหยวน หรือราว 57 ล้านล้านดอลลาร์

    ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ภาคธุรกิจและครัวเรือนเริ่มลังเลที่จะก่อหนี้ใหม่ ส่งผลให้การบริโภคและการลงทุนมีแนวโน้มชะลอลงต่อไป และเพิ่มความเสี่ยงของภาวะ “เงินฝืดจากหนี้สิน” 

    ขณะเดียวกัน อัตราส่วนหนี้ของภาครัฐต่อ GDP เพิ่มขึ้น 2.2 จุดเปอร์เซ็นต์จากสิ้นเดือนมิถุนายน มาอยู่ที่ 67.5% ณ สิ้นเดือนกันยายน สาเหตุหลักมาจากการออกพันธบัตรรัฐบาลในปริมาณมากขึ้น เพื่อนำเงินไปใช้ในโครงการโครงสร้างพื้นฐานและโครงการอื่น ๆ

    นอกจากนี้ หน่วยงานท้องถิ่นยังเร่งออกพันธบัตรเพื่อทดแทน “หนี้แฝง” ที่เคยถืออยู่ผ่านโครงการระดมเงินทุนนอกงบประมาณของรัฐบาลท้องถิ่นจีน (Local Government Financing Vehicles – LGFV) 

    นอกเหนือจากการเพิ่มขึ้นของหนี้ภาครัฐแล้ว การเติบโตทางเศรษฐกิจในเชิงมูลค่าที่อ่อนแอ ยังเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้อัตราส่วนหนี้ต่อเศรษฐกิจของจีนปรับสูงขึ้น ตามการวิเคราะห์ของ NIFD โดยแรงกดดันด้านเงินฝืดทวีความรุนแรงขึ้น สะท้อนจากตัวเลขดัชนี GDP deflator ซึ่งเป็นตัวชี้วัดแนวโน้มราคาภายในประเทศโดยรวม ที่ติดลบอย่างต่อเนื่อง

    สถานการณ์ดังกล่าวก่อให้เกิดภาวะที่เศรษฐกิจเติบโตช้ากว่าภาระหนี้ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP เพิ่มสูงขึ้น แตกต่างจากภาครัฐ ภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจเริ่มระมัดระวังมากขึ้นในการก่อหนี้ใหม่

    ท่ามกลางราคาที่อยู่อาศัยซึ่งยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว ผู้คนจำนวนมากเลือกขายบ้านหลังที่สองและอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนอื่น ๆ เพื่อนำเงินไปชำระหนี้สินเชื่อบ้านหลัก ส่งผลให้ความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมยังคงซบเซา

    การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรตลอดทั้งปี รวมถึงการก่อสร้างโรงงาน มีแนวโน้มจะปรับลดลงเป็นครั้งแรกในปีนี้

    ข้อมูลจากธนาคารเพื่อการชำระหนี้ระหว่างประเทศ (BIS) ระบุว่า อัตราส่วนหนี้ของจีนกำลังเข้าใกล้ระดับของญี่ปุ่นในปี 1998 ซึ่งเป็นช่วงที่ญี่ปุ่นเผชิญความไม่มั่นคงทางการเงินอย่างหนัก

    ในขณะนั้น ญี่ปุ่นมี GDP ต่อหัวในเชิงมูลค่าอยู่ที่เพียงกว่า 32,000 ดอลลาร์ ขณะที่จีนในปีที่แล้วมีตัวเลขอยู่ที่ราว 13,300 ดอลลาร์ ตามเกณฑ์ของธนาคารโลก จีนอยู่ในภาวะใกล้ก้าวเข้าสู่กลุ่มประเทศรายได้สูงมาหลายปีแล้ว

    อย่างไรก็ตาม จำนวนเด็กเกิดใหม่ที่ลดลงและสังคมที่เข้าสู่ภาวะสูงวัย จะทำให้รัฐต้องแบกรับภาระด้านประกันสังคมมากขึ้น ขณะที่ค่าใช้จ่ายภาครัฐหลายส่วนปรับลดได้ยาก ส่งผลให้จีนมีพื้นที่ทางการคลังเหลือน้อยลงเรื่อย ๆ ในการก่อหนี้เพิ่มเพื่อใช้กระตุ้นเศรษฐกิจ

    อ้างอิง: nikkei

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1214130&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aKaZ9S6pxhKQXnEta9NLw

  • ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากเริ่มวันไหน ถึงเมื่อไหร่ ชนิดใด

    ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากเริ่มวันไหน ถึงเมื่อไหร่ ชนิดใด

    ลดราคาน้ำมัน 5 บาทกำลังเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก หลังจากที่ช่วงเทศกาลปีใหม่จะมีการเดินทางของประชนเป็นจำนวนมาก

    โดยราคาน้ำมันถือเป็นส่วนหนึ่งของค่าครองชีพประชาชนทั้งทางตรง และทางอ้อม

    ทั้งนี้ “ฐานเศรษฐกิจ” จะพาไปไขคำตอบให้คลายสงสัย เกี่ยวกับประเด็นเรื่องการ “ลดราคาน้ำมัน 5 บาท” พบว่า

    บริษัท บางจาก คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศลดราคาน้ำมัน 5 บาทต่อลิตรเฉพาะกลุ่มไฮพรีเมียม โดยไม่มีขั้นต่ำ 

    สำหรับบางจากไฮพรีเมียม 97 และบางจากไฮพรีเมียมดีเซล S 

    ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากเริ่มวันไหน ถึงเมื่อไหร่ ชนิดใด

    ระยะเวลา

    • ระหว่างวันที่ 30 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 

    สถานที่

    • สถานีบริการน้ำมันบางจาก (ปั๊มบางจาก) ทั่วประเทศที่จำหน่ายน้ำมันกลุ่มไฮพรีเมียม

    สำหรับราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ปั๊มบางจากกลุ่มไฮพรีเมียมที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่นปัจจุบัน เป็นดังนี้

    • แก๊สโซฮอล์ 97  ลิตรละ 49.54 บาท 
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 45.64 บาท

    ลดราคาน้ำมัน 5 บาทปั๊มบางจากเริ่มวันไหน ถึงเมื่อไหร่ ชนิดใด

    ขณะที่เมื่อลดราคาน้ำมัน 5 บาท จะทำให้ราคาเป็นดังนี้

    • แก๊สโซฮอล์ 97  ลิตรละ 44.54 บาท 
    • ไฮพรีเมี่ยมดีเซลS ลิตรละ 40.64 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/energy/647641&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vppZ83IOZAEIGXX1ykKmm

  • ถึงเวลาสร้างพลังจากภายใน โต้คลื่นลมแรงรับปีใหม่ 2569

    ถึงเวลาสร้างพลังจากภายใน โต้คลื่นลมแรงรับปีใหม่ 2569

    ในช่วงโค้งสุดท้ายของปี 2568 หลายสำนักวิจัยเศรษฐกิจมองตรงกันว่า เศรษฐกิจไทยปี 2569 จะเติบโตชะลอลงจากปีนี้เหลือไม่ถึง 2% มุมมองลบต่อเศรษฐกิจไทยในปีใหม่นับว่าเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก

    SCB EIC มองว่า “ในปี 2569 เศรษฐกิจไทยจะเติบโตแค่ 1.5% นับว่าเป็นอัตราการเติบโตที่ต่ำสุดในรอบ 30 ปี (ไม่รวมช่วงปีวิกฤต)” แรงกดดันเข้ามาหลายทาง ทั้งปัจจัยภายนอก เช่น สงครามการค้าและการแข่งขันจากต่างประเทศรุนแรง และปัจจัยภายใน เช่น บาดแผลเชิงโครงสร้างฝังลึกในภาคครัวเรือนและภาคธุรกิจ ความสามารถในการแข่งขันของภาคการผลิตด้อยลง และข้อจำกัดพื้นที่การคลัง ปัจจัยรุมเร้าเหล่านี้ทำให้เครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจเร่งไม่ขึ้น ขณะที่ประเทศกำลังเข้าสู่ช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใหม่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองกลับมาเป็นปัจจัยกดดันเศรษฐกิจ

    ปีใหม่นี้จึงอาจไม่ใช่แค่รอให้ปัจจัยรุมเร้าปรับดีขึ้น แต่สามารถมองให้เป็น โอกาสเปลี่ยนความท้าทาย ให้กลายเป็นพลังจากภายใน เปลี่ยนความไม่แน่นอนให้เป็นแผนทำจริง ซึ่งเราควบคุมได้

    บทความนี้เสนอ “กลยุทธ์สร้างพลังจากภายใน (Inside strategy) : ใช้จ่ายระวัง – ฝังคุณค่าในงาน – สานโอกาสใหม่” สำหรับคนทำงานและธุรกิจ เพื่อเปลี่ยนภาพปี 2569 จากปีแห่งการรอคอยด้วยความหวัง เป็นปีแห่งการสร้างโอกาส และเติบโตอย่างมีคุณค่า

    Inside strategy #1 : ใช้จ่ายระวัง

    ข้อเท็จจริงสถานการณ์หนี้ครัวเรือนไทยนับว่ายังน่าห่วง สัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP สูง 86.8% (Q2/2568) การเข้าถึงสินเชื่อครัวเรือนเริ่มหดตัวตั้งแต่ต้นปี 2568 พร้อมสัญญาณความเปราะบางในตลาดแรงงาน เช่น รายได้ครัวเรือนหดตัวครั้งแรก (-5% ใน H1/2568 เทียบ H1/2566) การจ้างงานลดลง และแรงงานกลุ่มบนเริ่มกังวลปัญหาภาระหนี้จากปัญหารายได้ไม่พอรายจ่าย เช่นเดียวกับธุรกิจ SMEs รายได้ยังไม่ฟื้นจากวิกฤตโควิดและมีปัญหาสภาพคล่อง สินเชื่อ SMEs หดตัวนาน 13 ไตรมาสแล้ว

    พลังภายในข้อแรก สร้างได้จากการคิดก่อนใช้ ซึ่งจะช่วยลดความตึงตัวของภาวะการเงิน และเสริมภูมิคุ้มกันทางการเงินได้

    สำหรับคนทำงาน

    1. จัดลำดับความสำคัญการใช้จ่ายอย่างมีสติ : จดบันทึกรายรับรายจ่าย จำกัดรายจ่ายไม่จำเป็น
    2. ลดหนี้อย่างมีแผน/เก็บเงินสำรอง : ตรวจสอบยอดหนี้ วางแผนชำระหนี้ให้ตรงเวลา มีแผนลดหนี้ แบ่งเก็บเงินสำรองให้พอใช้ได้นาน 3-6 เดือน
    3. ลงทุนระมัดระวัง : กระจายการลงทุนหลายสินทรัพย์ บนระดับความเสี่ยงที่รับได้ เพื่อสร้างผลตอบแทนสูงกว่าการฝากเงินระยะยาว

    สำหรับธุรกิจ

    1. รักษากระแสเงินสด : เป็นหัวใจสำคัญของธุรกิจ
    2. ลดต้นทุนแบบมีคุณภาพ : อาศัยเทคโนโลยีและข้อมูลเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต
    3. เข้าใจลูกค้าด้วยข้อมูล : ปรับสินค้าและกลยุทธ์บริการให้ตรงความต้องการ

    Inside strategy #2 : ฝังคุณค่าในงาน

    ในโลกการทำงานแข่งขันสูงขึ้น ตลาดแรงงานไม่ได้มีตัวเลือกแค่แรงงาน แต่มีทางเลือกให้ AI เป็นผู้ช่วยหรือทำงานแทนแรงงานในบางลักษณะงานได้มากขึ้น ผลสำรวจการใช้ AI ของภาคธุรกิจในโลกปี 2568 โดย McKinsey พบว่าภาคธุรกิจราว 88% ได้ใช้ AI ในการทำธุรกิจแล้ว (สัดส่วนเพิ่มขึ้นเร็วจาก 55% และ 72% ในปี 2566 และ 2567) แม้ 34% ตอบว่ายังอยู่ในขั้นทดลองใช้ แต่อีกกว่า 60% เข้าสู่ขั้นตอนโครงการนำร่อง (Pilot projects) และการขยายผล (Scaling) แล้ว ในช่วงข้างหน้าจึงมีความเป็นไปได้สูงที่ภาคธุรกิจจะมุ่งสู่การขยายผลเต็มที่ (Full scaling) จากการใช้ AI ในไม่ช้า

    พลังภายในข้อสอง สร้างได้จากการทำงานให้เกิดคุณค่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถและรักษางาน

    สำหรับคนทำงาน

    1. ยกระดับทักษะ (Upskill / Reskill) : ประยุกต์ AI ให้เกิดผลทวีคูณ สร้างคุณค่าด้วยทักษะที่มนุษย์เหนือกว่า AI เช่น วิจารณญาณ ความเข้าอกเข้าใจ (Empathy) และการเล่าเรื่อง (Storytelling)
    2. มองหาความหมายในงาน (Purpose) ต่อทีม องค์กร ลูกค้า และสังคม : ด้วยการส่งมอบงานที่สำเร็จตามเป้าหมาย ไม่ใช่แค่ทำงานเสร็จ

    สำหรับธุรกิจ

    1. ยกระดับความสามารถการแข่งขันขององค์กร : เช่น ยกระดับมาตรฐานสู่องค์กรยั่งยืน เปิดรับ Digital transformation จะช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของแบรนด์และการเข้าถึงแหล่งเงินทุนถูกลง
    2. ลงทุนยกระดับทักษะพนักงาน และเทคโนโลยี
    3. สร้างวัฒนธรรมองค์กรเน้นผลลัพธ์ : เช่น ตั้ง KPI ผูกโยงกับคุณค่าต่อลูกค้าและผลิตภาพองค์กร

    Inside strategy #3 : สานโอกาสใหม่

    ข้อมูลจาก OECD รายงานผลิตภาพแรงงานของไทยลดลงมากกว่าเท่าตัว จาก 4.8% ในช่วงปี 2553-2558 เหลือ 2.1% ในช่วงปี 2559 – 2566 สวนทางกับผลิตภาพแรงงานบางประเทศในภูมิภาคที่ปรับดีขึ้นและสูงกว่าไทยมาก เช่น เวียดนาม (5.1%) สิงคโปร์ (2.6%) เช่นเดียวกับภาคธุรกิจที่อาจยังขาดการพัฒนาความสามารถแข่งขันในสินค้า/บริการ การกระจายตลาด และการนำเทคโนโลยีใหม่มาใช้

    พลังภายในข้อสาม สร้างได้จากการมองหาโอกาสใหม่ ต่อยอดจากสิ่งที่มี เริ่มจากสิ่งเล็ก แต่ลงมือทำจริงอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับคนทำงาน

    1. ต่อยอดจากทักษะปัจจุบัน/ความสนใจพิเศษ : รวมถึงทักษะดิจิทัลที่จะสร้างอาชีพเสริมได้ในเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างสรรค์ เช่น เรียนรู้ AI ฟรี บนแพลตฟอร์มออนไลน์
    2. เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ : AI และ Automation

    สำหรับธุรกิจ

    1. มองหาตลาดใหม่ที่กำลังเติบโต : เช่น อินเดีย และตะวันออกกลาง
    2. โอกาสทางธุรกิจเกาะเทรนด์ใหม่ : เช่น เศรษฐกิจดิจิทัล เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว

    เปลี่ยนภาพปี 2569 ให้เป็นปีแห่งความหวังและสร้างความหมาย

    ปี 2569 คลื่นลมเศรษฐกิจอาจไม่สงบ แต่เราจะแล่นเรือในลมแรงได้ หากมี Inside strategy สร้างพลังจากภายใน

    “Life isn’t about waiting for the storm to pass. It’s about learning how to dance in the rain.” — Vivian Greene

    ขอให้ปีใหม่ 2569 เป็นปีที่คุณสร้างคุณค่าในทุกการตัดสินใจ สานต่อความคิดให้เป็นความจริง และเติบโตได้จากพลังภายในของผู้อ่านทุกคนค่ะ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/experts_pool/columnist/2904487&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tExkXfUGDCdA5vW3Mt6QO

  • 5 ปมร้อนการเมืองบนโลกโซเชียล ท่ามกลางสถานการณ์ก่อนเลือกตั้ง 2569

    5 ปมร้อนการเมืองบนโลกโซเชียล ท่ามกลางสถานการณ์ก่อนเลือกตั้ง 2569

    2. ภูมิใจไทยกับการเดิมพันชายแดน

    นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กำลังเผชิญกับการจับตาและวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก จากการตัดสินใจยุบสภาท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

    โพสต์วิดีโอสัมภาษณ์นายอนุทินทาง TikTok จาก @amarintvhd  ได้นำเสนอประเด็นร้อนที่นายอนุทินยืนยันว่า ‘พยายามจบปัญหาชายแดนให้เร็วที่สุด’ พร้อมทั้งตั้งคำถามย้อนไปถึงอดีตผู้นำพรรคอย่างนายธนาธรและนายพิธา ในลักษณะการโยนลูกกลับไปยังฝ่ายตรงข้าม โพสต์นี้ได้รับ 323,858 เอ็นเกจเมนต์ ซึ่งยังเป็นประเด็นทางการเมืองที่ผูกติดกับการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่ประชาชนยังเฝ้าติดตามอย่างใกล้ชิด  รวมทั้งสถานการณ์ความไม่สงบที่มาพร้อมกับความไม่แน่นอนทางการเมือง อาจเป็นประเด็นสำคัญของการหาเสียงในการเลือกตั้งครั้งใหม่นี้อีกด้วย

    3. การแก้รัฐธรรมนูญสะดุด จุดจบของการแก้ไขและทางออกสู่การเลือกตั้ง

    ความพยายามในการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 ต้องสิ้นสุดลงอย่างน่าเสียดาย หลังจากการลงมติในประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอำนาจของวุฒิสภา (สว.) ในการเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่งไม่เป็นไปตามที่หลายฝ่ายคาดหวังโดยเฉพาะพรรคประชาชน “Thai PBS” ได้สรุปสถานการณ์นี้อย่างเข้าใจง่ายว่า ‘เมื่อรัฐบาลประกาศยุบสภา แล้วประเทศไทยจะเป็นยังไงต่อ?’ โพสต์วิดีโอจาก บัญชี @thaipbs ที่ได้รับ 278,718 เอ็นเกจเมนต์ นำเสนอข้อมูลช่วยให้ผู้ชมเข้าใจกระบวนการยุบสภาและผลกระทบต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

    4. เสียงสะท้อนจากโซเชียลมีเดียและการจัดอันดับพรรคการเมืองที่ถูกพูดถึงมากที่สุด

    ท่ามกลางบรรยากาศการเมืองที่ร้อนระอุหลังการยุบสภา คำถามสำคัญที่วนเวียนอยู่ในใจของคนไทยคือ ‘ถ้าได้เลือกตั้ง อยากเลือกพรรคไหน?’ โพสต์จาก ‘คนดังนั่งเคลียร์’ ทาง Facebook ที่มียอดเอ็นเกจเมนต์ สูงถึง 221,919 ได้สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนในการแสดงความคิดเห็นและตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองที่จะเข้ามาบริหารประเทศในอนาคตอันใกล้ กระแสความเห็นบนแพลตฟอร์มต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของความคิด ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่ยังคงสนับสนุนพรรคเดิม หรือผู้ที่มองหาพรรคใหม่ๆ ที่มีโอกาสเข้ามาสร้างการเปลี่ยนแปลง ข้อถกเถียงนี้ครอบคลุมทั้งประเด็นนโยบาย ผลงานที่ผ่านมา ไปจนถึงวิสัยทัศน์ของผู้นำพรรคแต่ละคน การมีส่วนร่วมของประชาชนในการแสดงออกถึงความต้องการผ่านช่องทางออนไลน์เช่นนี้ เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า แม้สถานการณ์การเมืองจะผันผวนเพียงใด แต่ประชาชนยังคงเป็นผู้ตัดสินใจสูงสุดในการกำหนดทิศทางของประเทศ

    จัดอันดับพรรคการเมืองที่ถูกชาวโซเชียลพูดถึงมากที่สุด

    • พรรคประชาชน 142,551 ข้อความ (33,545,910 เอ็นเกจเมนต์)
    • พรรคเพื่อไทย 86,172 ข้อความ (14,866,553 เอ็นเกจเมนต์)
    • พรรคภูมิใจไทย 51,808 ข้อความ (21,563,657 เอ็นเกจเมนต์)
    • พรรคเศรษฐกิจ 24,421 ข้อความ (1,740,273 เอ็นเกจเมนต์)
    • พรรคประชาธิปัตย์ 15,201 ข้อความ (3,548,344 เอ็นเกจเมนต์)

    5. นโยบายประชาชนที่ถูกแช่แข็งที่เกิดมาจากผลกระทบจากการยุบสภาต่อสวัสดิการและเศรษฐกิจ

    การยุบสภาไม่ได้ส่งผลกระทบแค่เพียงความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง แต่ยังแช่แข็งนโยบายสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชน โครงการ ‘คนละครึ่งพลัส เฟส 2’ ซึ่งเป็นหนึ่งในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่หลายคนตั้งตารอ ต้อง ‘หยุดไว้ก่อน’ เนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมายเลือกตั้ง สะท้อนว่าความผันผวนทางการเมืองมีราคาที่ประชาชนต้องจ่ายผ่านนโยบายที่ถูกระงับและโอกาสที่ล่าช้าออกไป

    การยุบสภาโดยนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เปิดฉากสู่การเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งเป็นผลจากความตึงเครียดทางการเมือง โดยเฉพาะความล้มเหลวในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ โพสต์ยอดนิยมจาก TikTok และ Facebook สะท้อนให้เห็นถึงความสนใจของประชาชนต่อการเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองต่างๆ อย่างพรรคภูมิใจไทยที่ถูกวิจารณ์ถึงกลยุทธ์ช่วงชิงอำนาจ ท่ามกลางสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียด ส่วนพรรคประชาชนก็เผชิญคำวิจารณ์เรื่อง ‘ความไร้เดียงสา’ แต่ก็มุ่งมั่นที่จะเรียนรู้จากความผิดพลาดและตั้งเป้าหมายชนะเสียงข้างมาก ด้านพรรคเพื่อไทยก็เปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ และนโยบายใหม่ๆ หวังกลับมาชิงเก้าอี้ในรัฐบาลอีกครั้ง ขณะที่นโยบาย ‘คนละครึ่งพลัส เฟส 2’ ต้องถูกระงับจากผลพวงของการยุบสภา ทำให้เห็นถึงผลกระทบโดยตรงต่อประชาชน การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นเดิมพันสำคัญที่ประชาชนจะได้ร่วมกำหนดทิศทางของประเทศในอนาคต

    ที่มา : Wisesight

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/861335&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2HekMEqeLjQFSfJkMLPrmr

  • ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 27/12/2025 17:24

    ผู้ว่าโคราช เปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน” ครั้งที่ 6 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สถานีรถไฟเก่า กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชน

    วันที่ 26 ธันวาคม 2568 เวลา 18.00 น. นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วย นางสาวภคนันท์ ศิลาอาสน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดนครราชสีมา นายสมศักดิ์ กาญจนวัฒนา (กำนันเบ้า) อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ นายวีระวัฒน์ มิตรสูงเนิน นายกเทศมนตรีตำบลโคกกรวด หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน ร่วมขึ้นขบวนรถไฟจากสถานีรถไฟนครราชสีมา เดินทางไปยังสถานีรถไฟโคกกรวด เพื่อเป็นประธานเปิดงาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6”

    การจัดงานดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว กระตุ้นเศรษฐกิจในระดับชุมชน ส่งเสริมและอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีอันดีงามของท้องถิ่น ซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของชุมชน รวมถึงเป็นการรำลึกถึงสถานีรถไฟโคกกรวด ซึ่งถือเป็นหนึ่งในสถานีรถไฟที่มีความเก่าแก่และมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของจังหวัดนครราชสีมา

    ภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย อาทิ การจัดนิทรรศการสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นบ้านเก่าโคกกรวดและพิพิธภัณฑ์คนโคกกรวด การจัดทำจุดเช็กอินถ่ายภาพ “ไชน่าทาวน์โคกกรวด” การเยี่ยมชมการลงยาโบราณหมอยาชัยณรงค์ การแสดงอุทยานเพลงเก่า รวมถึงการออกร้านจำหน่ายสินค้าชุมชน ซึ่งประกอบด้วยอาหารและของดีของอร่อยประจำตำบลโคกกรวด เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้เลือกซื้อและสัมผัสวิถีชีวิตของคนในพื้นที่

    ทั้งนี้ งาน “เที่ยวเพลิน เดินชมโคกกรวดวันวาน ครั้งที่ 6” จัดขึ้นระหว่างวันที่ 26–28 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณสถานีรถไฟบ้านโคกกรวด ตำบลโคกกรวด อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWsทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ปก web ตรวจเยี่ยมกำลังพล

    25681227003

    กระบี่คึกคัก สมัคร ส.ส.วันแรก

    “เอกสิทธิ์” นำทัพ 30 ผู้สมัคร “พรรคปวงชนไทย” รับเลือกตั้งสส. ขอโอกาสคนกรุงฯ-สมุทรปราการ มุ่งเป้าแก้ปัญหาผู้ใช้แรงงาน เดินหน้าฟื้นศก.ประเทศ

    พิจิตร รับสมัคร สส.ทั้ง 3 เขต เป็นไปอย่างคึกคัก กองเชียร์นับพันคนแห่เชียร์คนที่รัก พรรคที่ชอบ

    อุตรดิตถ์ รับสมัคร สส.วันแรก สุดคึกคัก ประชาชนให้กำลังใจผู้สมัคร

    เลือกตั้งเมืองแพร่ คึกคัก! 4 พรรคใหญ่ตกลงใช้ ‘เบอร์เดียว’ ทั้งจังหวัด

    สุรินทร์ บรรยากาศการสมัคร ส.ส.แบบแบ่งเขต จังหวัดสุรินทร์ มีผู้สมัครหน้าเก่า-ใหม่ ท่ามกลางกองเชียร์คึกคักที่มาให้กำลังใจ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437355&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw11AO7UhTpHxu3KAeBLFLPf

  • ชาวบ้าน ชาวนา กุดพิมาน รวมพลัง “ลงแขกข้าวเปลือก” 105 กระสอบ เดินหน้าโครงการสร้างหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    นายสนอง กล่าวว่า ภายหลังจากชาวบ้านเสร็จสิ้นภารกิจการงานในชีวิตประจำวัน ได้มีการชักชวนกันมาทำกิจกรรมจิตอาสา ถือเป็นการทำความดีถวายแด่หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ โดยเฉพาะในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทั้งนี้ ยอมรับว่าจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติสถานการณ์สงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนข่าวในสังคมต่างๆ ทำให้รายได้จากการทำบุญลดลง

    คณะกรรมการโครงการจึงได้หารือร่วมกับชาวบ้าน และมีแนวคิดให้ชาวบ้านที่มีผลผลิตข้าวในปีนี้ ร่วมกันบริจาคข้าวเปลือกตามกำลังศรัทธา ตั้งแต่ 2–5 กระสอบ ไปจนถึง 10–20 กระสอบ รวมแล้วได้ข้าวประมาณ 105 กระสอบ ก่อนนำไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาจัดซื้อเหล็กและอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยใช้แรงงานของชาวบ้านในรูปแบบการลงแขกลงขัน ไม่จ้างแรงงานภายนอก ช่วยกันทำแผ่นพื้นและงานโครงสร้างต่าง ๆ ด้วยตนเอง

    นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในหลายพื้นที่ อาทิบ้านไร่ บ้านใหม่แสนสุข บ้านกุดพิมาน บ้านห้วยใหญ่ บ้านโนนสง่า และชาวตำบลกุดพิมาน เมื่อมีการแจ้งข่าวกิจกรรมก็จะมีผู้มาร่วมแรงร่วมใจกว่า 30–40 คนในทุกครั้ง ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย และเห็นถึงพลังศรัทธาของลูกศิษย์หลวงพ่อคูณอย่างชัดเจน

    ด้านความคืบหน้าของโครงการ นายสนอง ระบุว่า ปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างมาก มีการทำกิจกรรมก่อสร้างแทบทุกวัน ล่าสุด สามารถเทปูนได้รวมกว่า 3,311 คิว เทพื้นอาคารไปแล้ว 2 ล็อก และติดตั้งแผ่นพื้นสำเร็จรูปแล้ว 48 แผ่น ซึ่งถือว่าโครงการเดินหน้าไปได้ด้วยดี

    ท้ายที่สุด นายสนองได้เชิญชวนลูกศิษย์ลูกหาหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ โดยสามารถร่วมกิจกรรมในพื้นที่ หรือร่วมทำบุญผ่านบัญชีโครงการของวัดบ้านไร่โดบตรงหรือที่เพจวัดบ้านไร่ พร้อมอวยพรให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และประสบความสำเร็จตลอดปีใหม่

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437255&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KN6k3Hhz9D7G0MbCL9w-M

  • ชาวบ้าน ชาวนา กุดพิมาน รวมพลัง “ลงแขกข้าวเปลือก” 105 กระสอบ เดินหน้าโครงการสร้างหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ | TOPNEWS

    นายสนอง กล่าวว่า ภายหลังจากชาวบ้านเสร็จสิ้นภารกิจการงานในชีวิตประจำวัน ได้มีการชักชวนกันมาทำกิจกรรมจิตอาสา ถือเป็นการทำความดีถวายแด่หลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ โดยเฉพาะในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ทั้งนี้ ยอมรับว่าจากผลกระทบด้านเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติสถานการณ์สงครามชายแดนไทย-กัมพูชา ตลอดจนข่าวในสังคมต่างๆ ทำให้รายได้จากการทำบุญลดลง

    คณะกรรมการโครงการจึงได้หารือร่วมกับชาวบ้าน และมีแนวคิดให้ชาวบ้านที่มีผลผลิตข้าวในปีนี้ ร่วมกันบริจาคข้าวเปลือกตามกำลังศรัทธา ตั้งแต่ 2–5 กระสอบ ไปจนถึง 10–20 กระสอบ รวมแล้วได้ข้าวประมาณ 105 กระสอบ ก่อนนำไปจำหน่ายเพื่อนำเงินมาจัดซื้อเหล็กและอุปกรณ์ก่อสร้าง โดยใช้แรงงานของชาวบ้านในรูปแบบการลงแขกลงขัน ไม่จ้างแรงงานภายนอก ช่วยกันทำแผ่นพื้นและงานโครงสร้างต่าง ๆ ด้วยตนเอง

    นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากชาวบ้านในหลายพื้นที่ อาทิบ้านไร่ บ้านใหม่แสนสุข บ้านกุดพิมาน บ้านห้วยใหญ่ บ้านโนนสง่า และชาวตำบลกุดพิมาน เมื่อมีการแจ้งข่าวกิจกรรมก็จะมีผู้มาร่วมแรงร่วมใจกว่า 30–40 คนในทุกครั้ง ทำให้สามารถประหยัดงบประมาณค่าใช้จ่าย และเห็นถึงพลังศรัทธาของลูกศิษย์หลวงพ่อคูณอย่างชัดเจน

    ด้านความคืบหน้าของโครงการ นายสนอง ระบุว่า ปัจจุบันมีความคืบหน้าอย่างมาก มีการทำกิจกรรมก่อสร้างแทบทุกวัน ล่าสุด สามารถเทปูนได้รวมกว่า 3,311 คิว เทพื้นอาคารไปแล้ว 2 ล็อก และติดตั้งแผ่นพื้นสำเร็จรูปแล้ว 48 แผ่น ซึ่งถือว่าโครงการเดินหน้าไปได้ด้วยดี

    ท้ายที่สุด นายสนองได้เชิญชวนลูกศิษย์ลูกหาหลวงพ่อคูณ ปริสุทฺโธ และผู้มีจิตศรัทธา ร่วมทำบุญส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ เพื่อสนับสนุนโครงการก่อสร้างหลวงพ่อคูณองค์ใหญ่ โดยสามารถร่วมกิจกรรมในพื้นที่ หรือร่วมทำบุญผ่านบัญชีโครงการของวัดบ้านไร่โดบตรงหรือที่เพจวัดบ้านไร่ พร้อมอวยพรให้ทุกท่านเดินทางปลอดภัย มีความสุข สุขภาพแข็งแรง และประสบความสำเร็จตลอดปีใหม่

    ภาพ/ข่าว กัญศลักษณ์ รุ่งสุขประเสริฐ ผู้สื่อข่าว TOPNEWSทั่วไทย จ.นครราชสีมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1437255&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1KN6k3Hhz9D7G0MbCL9w-M

  • 9 จิตวิญญาณความเป็นไทย | เดลินิวส์

    นายศิริปกรณ์ เชี่ยวสมุทร ผู้อำนวยการ อพท. กล่าวว่า การเปิดตัวเคมเปญ “THE SOUL OF THAILAND” ชวนสัมผัสจิตวิญญาณความเป็นไทย ให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสมาเรียนรู้ประสบการณ์ใหม่ๆ กับ 9 เส้นทางท่องเที่ยว ใน 9 พื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ตามแนวทางการยกระดับเส้นทางการท่องเที่ยวบนฐานทุนท้องถิ่น ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการด้วยความคิดสร้างสรรค์และทุนทางวัฒนธรรม เพื่อเป็นเครื่องมือในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการท่องเที่ยว

    “การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน คือ การท่องเที่ยวที่สร้างโอกาสให้กับผู้คนในแหล่งท่องเที่ยว รวมถึงผู้คนในประเทศ ตลอดจนต้องมีขีดความสามารถมากพอที่จะส่งต่อโอกาสนี้ให้แก่คนรุ่นต่อไป ซึ่งเป็นสิ่งที่ อพท. เล็งเห็นความสำคัญ ในการสร้างพลังสร้างสรรค์ ด้วยการสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าและบริการจากความคิดสร้างสรรค์ด้วยทุนทางวัฒนธรรม ซึ่งประเทศไทยมีศักยภาพและความพร้อมในการยกระดับและขับเคลื่อนการใช้ทุนทางวัฒนธรรมที่หลากหลาย และยังสืบทอดต่อกันมาในท้องถิ่น”

    เริ่มด้วย COLORS OF CHIANG RAI เมืองสร้างสรรค์ สีสันแห่งล้านนา ชื่นชมวิถีชีวิตแห่งล้านนา ไปกับการลงพื้นที่คลุกคลีชุมชนชาติพันธุ์ ท่ามกลางบรรยากาศของธรรมชาติที่รายล้อม พร้อมผจญภัยไปในดินแดนแห่งธรณีวิทยา และตำนานแห่งขุนเขา

    ลงมาที่น่านกับ NAN SLOW LIFE เสน่ห์ของวิถีเนิบช้า เติมเต็มความสบายใจอย่างเต็มอิ่มกับเมืองแสนสงบที่ปราศจากความวุ่นวาย พักผ่อนท่ามกลางความเนิบช้าและเรียบง่าย แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ อุดมไปด้วยเรื่องราวแห่งศิลปวัฒนธรรม และโบราณสถานสุดงดงามที่ผ่านกาลเวลามากว่าหลายร้อยปี มาดื่มด่ำกับความเรียบง่ายของชีวิตกับกาแฟรสชาติดีสักแก้วที่เมืองน่าน

    เปลี่ยนบรรยากาศไปเยือนมรดกโลกที่ยังมีลมหายใจกับ SUKHOTHAI TIMELESS TREASURES ชมเมืองเก่าเล่าเรื่องประวัติศาสตร์ ที่สุโขทัยผ่านกิจกรรมสุดสนุกตลอดทริป ชมโบราณสถาน แวะพักกับชุมชนขนาดกะทัดรัด ที่ใช้คำว่าน่ารักได้อย่างฟุ่มเฟือย และฝากท้องกับเมนูอาหารท้องถิ่นที่ทำให้ “สุโขทัย” กลายเป็นเมืองท่องเที่ยวยั่งยืน 1 ใน 100 แห่งของโลก

    สุขใจกันไปเลยกับ LOEI BEYOND THE MEKONG สัมผัสวิถีริมโขง เที่ยวเชียงคาน ดินแดน Green Destinations และภูหลวง เมืองเกษตรกรรมถิ่นอีสาน สโลว์ไลฟ์ใจฟูไปกับการท่องเที่ยวแบบร่วมสมัยผสมกลิ่นอายของอดีตผ่าน “เมืองเชียงคาน” ย่านเก่าริมแม่น้ำโขง ที่ยังอบอวลไปด้วยวิถีชีวิตท้องถิ่นดั้งเดิม เพิ่มเติมด้วยกิจกรรมสร้างสรรค์ และงานศิลปะ แวะเยี่ยมชมหมู่บ้านชาวไทดำ ชาติพันธุ์ที่ยังคงวิถีผีฟ้า ปรัชญา ศรัทธาแห่งบรรพบุรุษ ท่ามกลางธรรมชาติและวิวขุนเขาแห่งพรมแดน

    มาที่สุพรรณบุรีกับ U THONG ANCIENT LEGACY เมืองมรดกแห่งดินแดนสุวรรณภูมิ จากความรุ่งเรืองในอดีตกาล เมืองแห่งศูนย์กลางการค้าสมัยทวารวดี และจุดเผยแผ่พระพุทธศาสนา ทำให้ “อู่ทอง” คือดินแดนที่เต็มไปด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ และมนต์ขลังของความรุ่งเรืองแห่งกาลเวลาที่ยังอบอวลอยู่ รอให้ทุกคนมาสัมผัส เปิดประสบการณ์ท่องเที่ยงเชิงประวัติศาสตร์ที่น่าตื่นตากับวิถีชีวิตที่น่าค้นหาของดินแดนที่ยิ่งใหญ่แห่งอุษาคเนย์

    ขยับมาอีกนิดที่สมุทรปราการกับ BANG KACHAO LOW CARBON, HIGH SPIRIT สัมผัสสิ่งแวดล้อมดีดี วิถีบางกะเจ้า ไม่ใช่แค่ one day trip แต่หากอยากสัมผัสบางกะเจ้าแบบครบรส ช้อป ชิม ชิล และสนุกไปกับกิจกรรมชุมชน สามารถพักค้างคืนท่ามกลางพื้นที่สีเขียวใกล้เมืองกรุง เติมเต็มประสบการณ์การท่องเที่ยวให้ชีวิต เต็มอิ่มกับหลากเมนูท้องถิ่น และสูดลมหายใจให้เต็มปอดในพื้นที่เขียวแหล่งใหญ่ใกล้เมืองกรุงที่ “คุ้งบางกะเจ้า”

    มหัศจรรย์ได้ทุกวันที่พัทยากับ PATTAYA EVERYDAY WONDERS พัทยาเมืองแห่งสีสันที่คึกคัก อุดมไปด้วยนักสร้างสรรค์ และเต็มไปด้วยเรื่องราวแห่งแรงบันดาลใจ ที่ถูกแสดงออกมาผ่านงานดีไซน์ แฟชั่น ดนตรี และอีเวนต์สำคัญ ๆ มากมาย ขณะเดียวกันทีนี่ยังคงมีเรื่องราวของวัฒนธรรมท้องถิ่น มนต์เสน่ห์จากอดีตที่ยังอวบอวลอยู่ในซอกมุมต่าง ๆ อีกไม่น้อย การเดินทางมาเติมแรงบันดาลใจใหม่ ๆ ไปพร้อมกับการได้สัมผัสเรื่องราวของชุมชนดั้งเดิมใกล้พัทยา จึงเป็นประสบการณ์การท่องเที่ยวที่กลมกล่อมสำหรับทุกคนในครอบครัว

    ออกไปที่ตราดกับ KOH CHANG BLUE CASTAWAY หนีร้อนไปติดเกาะ ลัดเลาะวิถีชุมชน สัมผัสวิถีชีวิตชาวชุมชน ท่ามกลางท้องทะเลสีฟ้าใส และทำความรู้จักกับชุมชนที่อยากให้นักเดินทางเข้าใจการท่องเที่ยวธรรมชาติอย่างถ่อมตน ไม่เบียดเบียน ช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ “หมู่เกาะในฝัน สวรรค์แห่งอ่าวไทย” และบ้านของพวกเขายังคงอยู่อย่างงดงามต่อไปตราบนานเท่านาน

    ปิดท้ายที่ SONGKHLA LAGOON’S LIVING HERITAGE สมบัติแห่งกาลเวลา ปล่อยใจไปกับเสน่ห์ลุ่มน้ำทะเลสาบสงขลา ทริปเดียว ครบทั้งประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และธรรมชาติ ให้นักเดินทางได้เข้ามาสัมผัส ลิ้มรสอาหารท้องถิ่นจากวัตถุดิบสดจากทะเล ที่ผ่านกรรมวิธีการปรุงอย่างพิถีพิถันอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5448299/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0OOUJErssFlApArq7xqgzS