Blog

  • ธอส.ออก 6 มาตรการพักชำระหนี้ช่วยลูกค้าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา : อินโฟเควสท์

    ธอส.ออก 6 มาตรการพักชำระหนี้ช่วยลูกค้าตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา : อินโฟเควสท์

    อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ (ภาพ: Thaigov)

    น.ส.อัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ได้จัดทำมาตรการช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่ลูกค้าที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา ทั้งการพักชำระหนี้นานสูงสุด 1 ปี ลดอัตราดอกเบี้ย 0% และผ่อนปรนการชำระเงินงวด รวมทั้งสินเชื่อเพื่อปลูกสร้าง/ซ่อมแซมที่อยู่อาศัย เพื่อช่วยให้ประชาชนสามารถฟื้นฟูคุณภาพชีวิต และลดภาระทางการเงิน ครอบคลุมลูกค้าทุกกลุ่ม ประกอบด้วย

    • มาตรการที่ 1 สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสหรือที่อยู่อาศัยเสียหายจากสถานการณ์ข้อพิพาทชายแดน ได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี (จากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน) นาน 5 ปีแรก และปีที่ 6 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.75% ต่อปี กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และกรณีซื้ออุปกรณ์ฯ/ชำระหนี้ เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.195% ต่อปี)
    • มาตรการที่ 2 สำหรับลูกค้าปัจจุบันที่ประสบปัญหาที่อยู่อาศัยเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถอยู่อาศัยได้ หรือทุพพลภาพถาวร หรือเสียชีวิต ได้รับการลดอัตราดอกเบี้ยเหลือ 0.01% ต่อปี (จากอัตราดอกเบี้ยปัจจุบัน) ตลอดอายุสัญญา
    • มาตรการที่ 3 สำหรับลูกค้าในพื้นที่ที่ต้องการกู้เพื่อปลูกสร้างอาคารใหม่ทดแทนอาคารเดิม ได้รับอัตราดอกเบี้ย 6 เดือนแรก 0% ต่อปี เดือนที่ 7-12 เท่ากับ 0.50% ต่อปี ปีที่ 2-3 เท่ากับ 2.50% ต่อปี ปีที่ 4-5 เท่ากับ 3.50% ต่อปี ปีที่ 6-10 เท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี และปีที่ 11 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อย เท่ากับ MRR-0.75% ต่อปี กรณีลูกค้าสวัสดิการ เท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี
    • มาตรการที่ 4 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่เสียชีวิต ทุพพลภาพถาวร หรือหลักประกันได้รับความเสียหายทั้งหลังจนไม่สามารถพักอาศัยได้ โดยในช่วงเดือนที่ 1-12 ได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% และปลอดการผ่อนชำระเงินงวด จากนั้นผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ยเพียง 0.01% ต่อปี ตลอดระยะเวลาคงเหลือ
    • มาตรการที่ 5 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่บาดเจ็บสาหัส หรือหลักประกันได้รับความเสียหาย ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี โดยเดือนที่ 1-12 ได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมปลอดการผ่อนชำระเงินงวด เดือนที่ 13-60 คิดอัตราดอกเบี้ย 0.01% ต่อปี และผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือน และเมื่อผ่อนชำระครบกำหนดแล้ว ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี
    • มาตรการที่ 6 สำหรับลูกค้าสถานะ NPL ที่ได้รับผลกระทบด้านรายได้ ให้ประนอมหนี้ระยะเวลาไม่เกิน 1 ปี โดยเดือนที่ 1-6 ได้รับอัตราดอกเบี้ย 0% และผ่อนชำระเดือนละ 1,000 บาท เพื่อนำไปตัดเงินต้นทั้งหมด เดือนที่ 7-12 คิดอัตราดอกเบี้ย 1.00% ต่อปี และผ่อนชำระเงินงวดไม่น้อยกว่าดอกเบี้ยรายเดือนบวก 100 บาท และเมื่อผ่อนชำระครบกำหนดแล้ว ให้กลับมาใช้อัตราดอกเบี้ยตามสิทธิเดิมก่อนที่จะใช้มาตรการนี้

    นอกจากนี้ ลูกค้าปัจจุบันที่ต้องการต่อเติม หรือซ่อมแซมอาคาร หรือซื้ออุปกรณ์ฯ ที่ได้รับความเสียหาย สามารถขอสินเชื่อซ่อม แต่ง และสินเชื่อซ่อม-แต่ง Plus วงเงินกู้สูงสุดไม่เกิน 300,000 บาทต่อราย ระยะเวลากู้นานสูงสุด 5 ปี โดยวงเงิน 100,000 บาทแรก คิดอัตราดอกเบี้ยคงที่เพียง 1% ต่อปี นาน 3 ปี และวงเงิน 200,000 บาทถัดมา ปีที่ 1-3 คิดอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี และปีที่ 4-5 คิดอัตราดอกเบี้ย 3.50% ต่อปี โดยไม่ต้องจดทะเบียนการจำนองเพิ่ม ณ สำนักงานที่ดิน

    สำหรับลูกค้า ธอส.ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าวมีความสนใจเข้าร่วมมาตรการสามารถยื่นกู้ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ G H Bank Social Media ทุกช่องทางhttps://www.ghbank.co.th/news/detail/public-relations/press-30-12-2568

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/558136&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XqwTkKILyFw4_5-sCqJtX

  • “เอกสิทธิ์” นำทีมผู้สมัคร “ปวงชนไทย” หาเสียงเยาวราช พบปะผู้ค้า มั่นใจนโยบายสร้างงานอาชีพ ต่อยอดการค้า ธุรกิจท่องเที่ยว ฟื้นศก.ได้ผลแน่นอน | TOPNEWS

    “เอกสิทธิ์” นำทีมผู้สมัคร “ปวงชนไทย” หาเสียงเยาวราช พบปะผู้ค้า มั่นใจนโยบายสร้างงานอาชีพ ต่อยอดการค้า ธุรกิจท่องเที่ยว ฟื้นศก.ได้ผลแน่นอน

    • เผยแพร่ : 03/01/2026 18:30

    ลุยเยาวราช! “เอกสิทธิ์ ปวงชนไทย” ควง “ดร.วีรยุทธ” สักการะศาลเจ้าพ่อเสือ ก่อน เดินสายพบผู้ค้า-ปชช.ตลาดเก่าเยาวราช มั่นใจ ฟื้นย่านการค้าเศรษฐกิจชาวกรุงกลับมาคึกคักได้แน่นอน

    “เอกสิทธิ์” นำทีมผู้สมัคร “ปวงชนไทย” หาเสียงเยาวราช พบปะผู้ค้า มั่นใจนโยบายสร้างงานอาชีพ ต่อยอดการค้า ธุรกิจท่องเที่ยว ฟื้นศก.ได้ผลแน่นอน – Top News รายงาน

    เอกสิทธิ์

    เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อหมายเลข 23 นำทีมกรรมการบริหารพรรค ดร.จิตรกร ลากุล นายวรฐ สุนทรนนท์ พร้อมทั้ง นายฐานุพงศ์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ (กล้วย เชิญยิ้ม) พร้อมลูกสาว นางสาวอัญพัชร์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ ผู้สมัครสส.แบบบัญชี สักการะศาลเจ้าพ่อเสือ ย่านเยาวราช

    ก่อนร่วมเดินสายรณรงค์หาเสียงแนะนำตัว ช่วย ดร.วีรยุทธ ประกอบการ ผู้สมัครสส.กทม.เขตหนึ่ง หมายเลข 10 พบปะกับพ่อค้าแม่ค้าผู้ขายและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าในย่านตลาดเก่าเยาวราช และพื้นที่ใกล้เคียง มั่นใจ สามารถเข้ามาทำงานด้วยนโยบายสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ต่อยอดการท่องเที่ยวในย่านการค้าเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ เช่น ตลาดเยาวราชสำเพ็ง พาหุรัด โบ๊เบ๊ เนื่องจากเป็นแหล่งค้าขายชื่อดังและเก่าแก่สร้างเม็ดเงินจำนวนมากต่อปี ไปกลับมาคึกคักได้อย่างแน่นอน

    17

    15

    แจ้งความล่าตัวโจรขี้ยางพารา ตั้งรางวัลนำจับ 2 หมื่น

    ตร.จับน้าชายโหดฟันหลานอาการสาหัส

    ระทึกแม่ขับรถมาส่งลูกสาว รถเสียหลักพุ่งตกเขา เจ็บยกคัน 6 ราย รอดตายหวุดหวิด

    ดับปริศนากลางป่าลึก! ล่าสัตว์ปืนลั่นหรือจงใจยิง เครือญาติ 3 คน กลับออกมา 2 ศพดับ 1 ยังไร้คนรับผิด

    คนแห่กลับกรุงเพทพฯ หลังหยุดยาวปีใหม่ ส่งผลทางหลวง 117 รถแน่น

    “เจ้ากรมข่าวทหารบก” สวนกลับส้มร้อนฉ่า ลั่นชัดทนไม่ได้ ปรามาสกองทัพ “รบก็แพ้” ย้ำฝากถ้าคิดด่าต้องไม่เหมารวมด้อยค่า ยันแค่บ่นแทนน้องๆ ใครเดือดร้อนขออภัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1444121&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-YDE-5wP1ZdrUYMO-rjaS

  • ดร.สามารถ ชี้ค่าเดินทางต้องไม่เกิน 10% ค่าแรงขั้นต่ำ เสนอรถไฟฟ้าเริ่ม 5 บาท แบ่ง 4 โซน ลดภาระคนทำงาน

    ดร.สามารถ ชี้ค่าเดินทางต้องไม่เกิน 10% ค่าแรงขั้นต่ำ เสนอรถไฟฟ้าเริ่ม 5 บาท แบ่ง 4 โซน ลดภาระคนทำงาน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/120843&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1HzbKP4_0h49gDUm_hPcHm

  • “เอกสิทธิ์” นำทีมผู้สมัคร “ปวงชนไทย” หาเสียงเยาวราช พบปะผู้ค้า มั่นใจนโยบายสร้างงานอาชีพ ต่อยอดการค้า ธุรกิจท่องเที่ยว ฟื้นศก.ได้ผลแน่นอน | TOPNEWS

    “เอกสิทธิ์” นำทีมผู้สมัคร “ปวงชนไทย” หาเสียงเยาวราช พบปะผู้ค้า มั่นใจนโยบายสร้างงานอาชีพ ต่อยอดการค้า ธุรกิจท่องเที่ยว ฟื้นศก.ได้ผลแน่นอน

    • เผยแพร่ : 03/01/2026 18:30

    ลุยเยาวราช! “เอกสิทธิ์ ปวงชนไทย” ควง “ดร.วีรยุทธ” สักการะศาลเจ้าพ่อเสือ ก่อน เดินสายพบผู้ค้า-ปชช.ตลาดเก่าเยาวราช มั่นใจ ฟื้นย่านการค้าเศรษฐกิจชาวกรุงกลับมาคึกคักได้แน่นอน

    “เอกสิทธิ์” นำทีมผู้สมัคร “ปวงชนไทย” หาเสียงเยาวราช พบปะผู้ค้า มั่นใจนโยบายสร้างงานอาชีพ ต่อยอดการค้า ธุรกิจท่องเที่ยว ฟื้นศก.ได้ผลแน่นอน – Top News รายงาน

    เอกสิทธิ์

    เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 นายเอกสิทธิ์ คุณานันทกุล หัวหน้าพรรคปวงชนไทย ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อหมายเลข 23 นำทีมกรรมการบริหารพรรค ดร.จิตรกร ลากุล นายวรฐ สุนทรนนท์ พร้อมทั้ง นายฐานุพงศ์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ (กล้วย เชิญยิ้ม) พร้อมลูกสาว นางสาวอัญพัชร์ ศักดิ์ธนาวัฒน์ ผู้สมัครสส.แบบบัญชี สักการะศาลเจ้าพ่อเสือ ย่านเยาวราช

    ก่อนร่วมเดินสายรณรงค์หาเสียงแนะนำตัว ช่วย ดร.วีรยุทธ ประกอบการ ผู้สมัครสส.กทม.เขตหนึ่ง หมายเลข 10 พบปะกับพ่อค้าแม่ค้าผู้ขายและประชาชนที่มาจับจ่ายซื้อสินค้าในย่านตลาดเก่าเยาวราช และพื้นที่ใกล้เคียง มั่นใจ สามารถเข้ามาทำงานด้วยนโยบายสร้างคน สร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างรายได้ ต่อยอดการท่องเที่ยวในย่านการค้าเศรษฐกิจของกรุงเทพฯ เช่น ตลาดเยาวราชสำเพ็ง พาหุรัด โบ๊เบ๊ เนื่องจากเป็นแหล่งค้าขายชื่อดังและเก่าแก่สร้างเม็ดเงินจำนวนมากต่อปี ไปกลับมาคึกคักได้อย่างแน่นอน

    17

    15

    แจ้งความล่าตัวโจรขี้ยางพารา ตั้งรางวัลนำจับ 2 หมื่น

    ตร.จับน้าชายโหดฟันหลานอาการสาหัส

    ระทึกแม่ขับรถมาส่งลูกสาว รถเสียหลักพุ่งตกเขา เจ็บยกคัน 6 ราย รอดตายหวุดหวิด

    ดับปริศนากลางป่าลึก! ล่าสัตว์ปืนลั่นหรือจงใจยิง เครือญาติ 3 คน กลับออกมา 2 ศพดับ 1 ยังไร้คนรับผิด

    คนแห่กลับกรุงเพทพฯ หลังหยุดยาวปีใหม่ ส่งผลทางหลวง 117 รถแน่น

    “เจ้ากรมข่าวทหารบก” สวนกลับส้มร้อนฉ่า ลั่นชัดทนไม่ได้ ปรามาสกองทัพ “รบก็แพ้” ย้ำฝากถ้าคิดด่าต้องไม่เหมารวมด้อยค่า ยันแค่บ่นแทนน้องๆ ใครเดือดร้อนขออภัย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1444121&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-YDE-5wP1ZdrUYMO-rjaS

  • หาดท้ายเหมืองคึกคัก! นทท.พาครอบครัวนั่งพักผ่อนเล่นน้ำ ช่วงหยุดยาวปีใหม่

    หาดท้ายเหมืองคึกคัก! นทท.พาครอบครัวนั่งพักผ่อนเล่นน้ำ ช่วงหยุดยาวปีใหม่

    หาดท้ายเหมืองคึกคัก! นทท.พาครอบครัวนั่งพักผ่อนเล่นน้ำ ช่วงหยุดยาวปีใหม่

    วันเสาร์ ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2569, 21.14 น.

    เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2569 ที่บริเวณชายหาดท้ายเหมือง อำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่มีชายหาดทอดยาวสวยงาม และมีความร่มรื่นเป็นธรรมชาติ ซึ่งขณะนี้พบว่ามีนักท่องเที่ยวชาวไทยที่ลูกหลานเดินทางกลับมาจากต่างจังหวัด โดยหลายครอบครัวยังอาศัยช่วงเวลาที่ดีนี้ออกไปทานอาหารนอกบ้านร่วมกัน เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีภายในครอบครัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการร้านค้าและแผงลอยต่างๆ มีรายได้เพิ่มขึ้นจากการจับจ่ายซื้อสินค้า รวมทั้งอาหาร และน้ำดื่ม ของนักท่องเที่ยวชาวไทย ขณะที่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติก็ยังคงปักหลักท่องเที่ยวพักผ่อนอยู่ในพื้นที่จังหวัดพังงาต่อไปอีก ทำให้โรงแรมที่พัก และรีสอร์ตจำนวนไม่น้อยยังมีนักท่องเที่ยวอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลดีต่อรายได้และเศรษฐกิจ

    อย่างไรก็ตาม นักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่จังหวัดพังงา ส่วนใหญ่นักท่องเที่ยวชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงนิเวศ พร้อมนั่งเรือชมความสวยงามของอ่าพังงา เขาตะปู เกาะปันหยี และดำน้ำดูปะการังบริเวณเกาะสิมิลัน และสุรินทร์ ยังได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวได้ดีในช่วงเทศกาลปีนี้

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/938571&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2PaS0QBKN-Ft1SPG1mm643

  • หนาวต่อเนื่อง! นักท่องเที่ยวยังคึกคัก ชมทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน สัมผัสหนาวดอยอินทนนท์ 5 องศา

    หนาวต่อเนื่อง! นักท่องเที่ยวยังคึกคัก ชมทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน สัมผัสหนาวดอยอินทนนท์ 5 องศา

    ภูมิภาค

    หนาวต่อเนื่อง! นักท่องเที่ยวยังคึกคัก ชมทะเลหมอกกิ่วแม่ปาน สัมผัสหนาวดอยอินทนนท์ 5 องศา

    วันเสาร์ ที่ 03 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.35 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อเวลา 08.30 น วันที่ 3 ม.ค 69 ทางอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ อ จอมทองเชียงใหม่ โดย นายจีรนิติ เชิงสะอาด หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ ได้รายงานว่า อุณหภูมิที่ดอยอินทนนท์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังคงหนาวอยู่ อุณหภูมิต่ำสุดที่ยอดดอยวัดได้ 5 องศา ที่กิ่วแม่ปานวัดได้ 8 องศา ที่ทำการอุทยานฯ วัดได้ 9 องศา วันนี้ไม่มีเหมยขาบ  แต่นักท่องเที่ยวนอกจากจะได้สัมผัสอากาศหนาวแล้วยังได้ชมทะเลหมอกตัดกับแสงอาทิตย์ยามเช้า ที่จุดชมวิวกิ่วแม่ปาน และในช่วงสายก็จะพบกับทะเลหมอกผสมกับหมอก ที่กิ่วแม่ปาน  ส่วนสถิตินักท่องเที่ยวที่เข้ามาในเขตอุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์ เมื่อวันที่ 2 มค 69 คนไทย 5,212 คน ชาวต่างชาติ 1,976 คน รวม 7,188 คน ยานพาหนะ 1,865 คัน

    ในช่วงหยุดยาวเทศกาลปีใหม่นั้น ยังคงมีนักท่องเที่ยวทั้งชาวจีน,เกาหลี,ญี่ปุ่น รวมทั้งชาวยุโรป ต่างยังคงมาเที่ยวเชียงใหม่ต่อเนื่อง ทั้งแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ 

    อย่างไรก็ตามสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก 2026 U.S.News หนังสือพิมพ์ชื่อดังของสหรัฐอเมริกา ได้เผยการจัดอันดับ สถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก 2026 โดยใช้ความคิดเห็นจากผู้เชี่ยวชาญ การโหวตจากผู้อ่านและกระแสปัจจุบัน ประเมินด้านสถานที่ท่องเที่ยว วัฒนธรรม ความสวยงามของทิวทัศน์ อาหาร และอื่น ๆ

    โดย จ.เชียงใหม่ ก็ได้ถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 15 ของสถานที่ท่องเที่ยวที่ดีที่สุดในโลก โดยระบุว่า “เชียงใหม่” เป็นเมืองที่เงียบสงบ แตกต่างจากความคึกคักของกกรุงเทพฯ เป็นจุดเริ่มต้นในการสัมผัสวัฒนธรรมเมืองของประเทศ ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงต้องได้ไปเยี่ยมชมวัดวาอารม เมืองเก่า และเดินเที่ยวเลือกซื้อสินค้าหัตถกรรมที่ตลาดกลางคืน และยิ่งไปกว่านั้นเชียงใหม่จุดเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบสำหรับการสำรวจทิวทัศน์ หรือวางแผนไปตั้งแคมป์
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/460807&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1UKF3dzsqYemqAw4TG7xHd

  • หยุดยาวปีใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่คึกคัก เปิดให้เข้าฟรีถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 | TOPNEWS

    หยุดยาวปีใหม่ สวนสัตว์เชียงใหม่คึกคัก เปิดให้เข้าฟรีถึงวันที่ 4 มกราคม 2569 | TOPNEWS

    สวนสัตว์เชียงใหม่ ขานรับนโยบายกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม มอบของขวัญพิเศษส่งท้ายปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ พ.ศ. 2569 ประกาศยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมสำหรับคนไทย 5 วันเต็ม (31 ธ.ค. 68 – 4 ม.ค. 69) ภายใต้แนวคิด “เพราะความสุขของประชาชน คือพลังของการอนุรักษ์” พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษรองรับนักท่องเที่ยวทุกวัย

    เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2568 ณ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้แถลงข่าวเปิดตัวโครงการ “ของขวัญปีใหม่ พ.ศ. 2569 ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม” ภายใต้แนวคิด “สร้างสุขคนไทย จากใจ ทส.” โดยเปิดเผยว่า กระทรวงฯ มีความตั้งใจที่จะแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายและส่งมอบความสุขให้ประชาชนในช่วงเทศกาล

    จึงได้ประกาศ ยกเว้นค่าธรรมเนียมเข้าชมแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติทั่วประเทศ ในความดูแลของ ทส. ได้แก่ อุทยานแห่งชาติ 133 แห่ง, เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 160 แห่ง, ป่านันทนาการ รวมถึงสวนสัตว์ในสังกัดองค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยฯ ทุกแห่ง ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 รวมระยะเวลา 5 วัน

    นางสาวอุฬาริกา กองพรหม ผู้อำนวยการสวนสัตว์เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในปีนี้สวนสัตว์เชียงใหม่ได้เตรียมความพร้อมอย่างเต็มพิกัดเพื่อสร้างรอยยิ้มและความประทับใจให้กับครอบครัวไทย

    โดยมีไฮไลต์สำคัญประกอบด้วย ขบวนพาเหรดมาสคอต : ตัวแทนเหล่าสัตว์ป่าสุดน่ารักที่จะออกมาสร้างสีสันและมอบความสุข พร้อมการแสดงพิเศษ ทุกวันเวลา 11.00 น. และเปิดโอกาสให้เด็กๆ ได้ถ่ายรูปอย่างใกล้ชิด

    สัตว์ขวัญใจมหาชน : พบกับ “น้องหญิงลี” เสือดำสุดเท่, “พี่โยโมฮอก” สิงโตหนุ่มเจ้าป่า, “พี่พลูโต” นกเงือกนักรัก และชมความน่ารักของครอบครัวคาปิบารา รวมถึงช้างเอเชีย “ไชโยและแสนดาว”

    แหล่งท่องเที่ยวไฮไลต์ เชียงใหม่ ซู อควาเรียม : สัมผัส “ทะเลบนดอย” ที่รวบรวมพันธุ์ปลาน้ำจืดและน้ำเค็ม, Snow Buddy Winter Land สัมผัสหิมะและอากาศหนาวเย็นอุณหภูมิ -10 องศาเซลเซียส, Dino Island: ผจญภัยในโลกไดโนเสาร์เสมือนจริง และ ทัวร์หลังบ้านเปิดประสบการณ์เรียนรู้วิธีการดูแลน้องเพนกวินและริงเทลลีเมอร์อย่างใกล้ชิด

    กิจกรรมเสริมสร้างทักษะและเสริมสิริมงคล นอกจากนี้ยังมีกิจกรรม สอยดาว “มัจฉาพาโชค”, ซุ้มเกมมหาสนุก และกิจกรรมการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์ “Plearn to Play” สำหรับเด็กๆ และเยาวชน สำหรับสายบุญ สามารถร่วมสักการะ “พระนวพุทธมหาบารมี” และ “พระศรีสักกายมุนีสัตบุรีลวบูชา” ณ วัดกู่ดินขาว โบราณสถานสำคัญภายในสวนสัตว์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในการเริ่มต้นศักราชใหม่

    สิ่งอำนวยความสะดวกครบครันทางสวนสัตว์ได้จัดเตรียมรถรางและรถกอล์ฟไว้คอยบริการรับ-ส่งนักท่องเที่ยวทั่วบริเวณ พร้อมโซน Food Truck ที่รวมอาหารและเครื่องดื่มหลากหลายชนิดไว้ให้บริการตลอดทั้งวัน

    สวนสัตว์เชียงใหม่จึงขอเชิญชวนประชาชนทุกท่านมาใช้เวลาช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ในการเรียนรู้ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม สร้างความทรงจำที่อบอุ่นร่วมกับครอบครัวในบรรยากาศที่แวดล้อมด้วยสัตว์ป่านานาชนิด

    โปรดวางแผนการเดินทางหรือเผื่อเวลาเพื่อความสะดวกในการใช้เส้นทาง สำหรับช่องทางซ้ายเข้าสวนสัตว์เขียงใหม่ ช่องทางด้านขวาจะใช้สำหรับให้รถที่จะขึ้นไปทางอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย หรือขึ้นไปยังวัดพระธาตุดอยสุเทพเพื่อให้การจราจรคล่องตัว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1444168&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16G_Ifcycz0cv4ceQuWnQv

  • จาก “บ่อซาง” สู่หมู่บ้าน “ร่มบ่อสร้าง” | เดลินิวส์

    เมื่อกลับมาท่านถ่ายทอดวิชาการทำร่มให้กับชาวบ้าน ซึ่งมีการพัฒนาต่อยอดให้มีด้ามหรือคันยาวขึ้นเพื่อสะดวกต่อการถืออย่างที่เห็นในปัจจุบัน

    บ้างก็ว่า เคยมีพระธุดงค์มาปักกลดที่บ้านบ่อสร้าง แล้วเกิดมีลมแรงพัดกลดเสียหายใช้การไม่ได้ ชายชราในบ้านบ่อสร้างชื่อ นายเผือก จึงซ่อมให้ แล้วก็เกิดความคิดว่าถ้ากลดมีคันยาวก็จะใช้ถือไปไหนมาไหนได้สะดวกจึงคิดดัดแปลงโดยใส่คันร่มเข้าไปจนกลายเป็นร่ม ในยุคแรกจะมีแต่สีแดงซึ่งมาจากสีของเปลือกไม้ ต่อมานอกจากจะมีสีสันสดใสกว่าเดิมแล้ว ยังมีลวดลายเพิ่มเติมมาเป็นอีกหนึ่งเอกลักษณ์

    ชื่อร่มนั้นได้มาจากชื่อของหมู่บ้าน แต่เดิมชื่อว่า “บ้านบ่อซาง” เพราะมีการขุดบ่อน้ำใกล้กับต้นไผ่ซาง แต่ต่อมาค่อย ๆ เพี้ยนจนกลายเป็น “บ่อสร้าง” เมื่อร่มผลิตที่หมู่บ้านจึงมีสร้อยต่อท้ายไปโดยปริยาย สมัยก่อนชาวบ้านจะทำร่มกันใต้ถุนบ้าน แล้วนำออกมาผึ่งแดดให้แห้งวางเรียงรายเต็มกลางลานบ้าน โดยมีวัสดุทำร่ม 3 ชนิดด้วยกัน คือ ร่มที่ทำด้วยผ้าแพร ผ้าฝ้าย และกระดาษสา ซึ่งล้วนมีวิธีทำอย่างเดียวกัน ที่บ้านบ่อสร้างจะมีการสาธิตขั้นตอนการทำร่มตั้งแต่การทำกระดาษสา ก่อนจะขึ้นโครง และประกอบเป็นตัวร่ม จากนั้นจึงทาแป้งเปียกผสมน้ำมะโก้ที่ทำให้กระดาษติดทนนาน เพื่อติดกระดาษขาวกับกระดาษสีไว้ด้วยกัน หลังตากจนแห้งแล้วจะนำมาวาดลวดลายเพิ่มความสวยงาม เคล็ดลับที่ทำให้สีติดทนนานคือ การนำสีน้ำมันผสมกับน้ำมันมะมื้อหรือน้ำมันตังอิ๊ว ซึ่งจะทำให้ร่มทนแดดทนฝนสามารถใช้งานได้ยาวนาน

    เทศบาลเมืองต้นเปา ร่วมกับ องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สำนักงานเชียงใหม่) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดเชียงใหม่ พร้อมด้วยเครือข่ายภาคชุมชน และภาคเอกชน จัดงาน “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41” (Bo-Sang Umbrella and San Kamphaeng Crafts Festival) ภายใต้แนวคิด “หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ” หนึ่งในเทศกาลหัตถกรรมระดับตำนานที่สะท้อนเสน่ห์วิถีชีวิตล้านนา และเป็นหมุดหมายสำคัญของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติ

    เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41 ถือเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือของภาครัฐและภาคเอกชน ในการยกระดับงานสู่ความเป็นสากล ควบคู่การส่งเสริมบทบาทของเชียงใหม่ในฐานะ เมืองสร้างสรรค์ยูเนสโก (UNESCO Creative Cities Network: UCCN) สาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน พร้อมสร้างภาพลักษณ์จังหวัดเชียงใหม่ให้เป็น มหานครแห่งหัตถศิลป์สร้างสรรค์

    นายสุชาติ ไชยมงคล นายกเทศมนตรีเมืองต้นเปา กล่าวว่า เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ไม่ได้เป็นเพียงงานประเพณีของท้องถิ่น แต่เป็นประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่สะท้อนอัตลักษณ์ของชุมชน เทศบาลเมืองต้นเปามุ่งยกระดับการจัดงานให้มีความเป็นนานาชาติ ควบคู่การสืบสานภูมิปัญญาร่มบ่อสร้าง เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาสัมผัสเสน่ห์ของเชียงใหม่อย่างใกล้ชิด และร่วมกันสร้างรายได้ สร้างความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน

    “การจัดงานครั้งนี้สอดรับกับนโยบายรัฐบาลที่กำหนดให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในกลไกหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบาย IGNITE THAILAND’S TOURISM ที่มุ่งผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวของภูมิภาค (Tourism Hub) โดยจังหวัดเชียงใหม่ถือเป็นหัวใจของการท่องเที่ยวภาคเหนือ อุดมสมบูรณ์ด้วยมรดกทางศิลปวัฒนธรรม งานหัตถกรรม และอาหารพื้นถิ่นที่มีเอกลักษณ์ โดยเฉพาะ หมู่บ้านบ่อสร้าง แหล่งกำเนิดร่มบ่อสร้าง งานหัตถกรรมชื่อดังระดับโลก ซึ่งยังคงรักษาเสน่ห์ดั้งเดิมควบคู่กับการพัฒนาสู่ความร่วมสมัย และเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด”

    ภายในงานนักท่องเที่ยวจะได้สัมผัส 4 ไฮไลต์กิจกรรมหลักที่ผสานศิลปะ วัฒนธรรม และไลฟ์สไตล์การท่องเที่ยวไว้อย่างครบครัน ตั้งแต่ กิจกรรมสาธิตภูมิปัญญาและกิจกรรมเวิร์คชอป ด้านหัตถกรรม, ร่ม, กระดาษสากว่า 20 บูธ พร้อมเดินชม ตลาดวัฒนธรรม (กาดหมั้ว) ที่รวบรวมร้านค้าสินค้าวัฒนธรรมและอาหารพื้นถิ่นกว่า 30 ร้าน ท่ามกลางบรรยากาศล้านนาแท้ อีกทั้งขบวนพาเหรดนานาชาติสุดยิ่งใหญ่ ที่ตกแต่งด้วยร่มและหัตถกรรมชุมชน มีผู้เข้าร่วมจากหลากหลายเชื้อชาติกว่า 5 ประเทศ พร้อมขบวนเทิดพระเกียรติ สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ถึงการทรงงานหนักเพื่อประชาชน โดยเฉพาะด้านอนุรักษ์ศิลปหัตถกรรมไทย ถ่ายทอดผ่านความงดงามของขบวนช่างฟ้อนกว่า 500 คน ในชุดซิ่นพื้นเมืองและร่มดีไซน์พิเศษ สร้างสีสันและความประทับใจตลอดเส้นทาง

    นอกจากนี้ ยังมีงานศิลปะแบบสามมิติ (Installation Art) และ จุดถ่ายภาพ ที่ออกแบบจากแรงบันดาลใจของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมชุมชน ให้เป็นมุมเช็กอินสำหรับนักท่องเที่ยวและสายโซเชียล พร้อมพื้นที่นิทรรศการมีชีวิต ที่สะท้อนถึงพระมหากรุณาธิคุณด้านศิลปาชีพ ให้เก็บภาพความทรงจำตลอดการเดินทาง

    “เทศบาลเมืองต้นเปา ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ร่วมสัมผัสเสน่ห์ของร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง อันเปี่ยมด้วยเรื่องราว ภูมิปัญญา และความสร้างสรรค์ของชุมชน ในงานเทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง เปิดประสบการณ์เรียนรู้วิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด พร้อมร่วมสนับสนุนผลงานหัตถศิลป์อันทรงคุณค่าที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนอย่างยั่งยืน”

    “เทศกาลร่มบ่อสร้างและหัตถกรรมสันกำแพง ครั้งที่ 41” หัตถกรรมสร้างสรรค์ สีสันนานาชาติ จัดขึ้นระหว่างวันที่ 16-18 มกราคม 2569 ณ หมู่บ้านบ่อสร้าง ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง จังหวัดเชียงใหม่ ติดตามรายละเอียดและกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่ เฟซบุ๊ก งานร่มบ่อสร้าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5466413/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Ln3ZZEOR19SOELhxRGY4s

  • ก.ท่องเที่ยวฯ เผยสถิติท่องเที่ยวปี 68 พบต่างชาติเข้าไทยกว่า 32 ล้านคน

    ก.ท่องเที่ยวฯ เผยสถิติท่องเที่ยวปี 68 พบต่างชาติเข้าไทยกว่า 32 ล้านคน

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยสถิติการท่องเที่ยวตลอดปี 2568 ว่า มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยอยู่ที่ 32,974,321 ล้านคน คิดเป็นตัวเลขที่ติดลบ 7.23 เปอร์เซ็นต์ คิดเป็นรายได้ 1,536,574 ล้านบาท ติดลบ 4.71 เปอร์เซ็นต์

    ทั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวสะสม 10 อันดับแรก ได้แก่ มาเลเซีย 4,520,856 คน, จีน 4,473,992 คน, อินเดีย 2,487,319 คน, รัสเซีย 1,898,837 คน, เกาหลีใต้ 1,555,227 คน, ญี่ปุ่น 1,091,227 คน, สหราชอาณาจักร 1,083,162 คน, สหรัฐ 1,081,929 คน, ไต้หวัน 987,633 คน และ สิงคโปร์ 967,341 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000000533&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw01rQYJi5oQCsD7wEf70iV1

  • เปิดสถิติปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติ  เดินทางเข้าไทย 33 ล้านคน ติดลบ 7%

    เปิดสถิติปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้าไทย 33 ล้านคน ติดลบ 7%

    ธุรกิจ

    03 ม.ค. 2026 เวลา 9:39 น.

    กระทรวงการท่องเที่ยวฯ เปิดสถิติปี 2568 นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยเฉียด 33 ล้านคน ติดลบ 7% ส่วนนักท่องเที่ยวไทยเดินทางในประเทศ 202 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7% ทำรายได้รวม 2.7 ล้านล้านบาท

    รายงานข่าวจากกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า จาก สถิตินักท่องเที่ยวต่างชาติ เดินทางเข้าประเทศไทยตลอดปี 2568 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. – 31 ธ.ค. มีจำนวนรวมทั้งหมด 32,974,321 คน ลดลง 7.23% เทียบกับปีที่แล้ว สร้างรายได้จากตลาดต่างประเทศ 1,536,574 ล้านบาท ลดลง 4.71%

    10 อันดับแรกของตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยสูงสุดในปี 2568

    1. มาเลเซีย              4,520,856 คน

    2. จีน                       4,473,992 คน

    3. อินเดีย                 2,487,319 คน

    4. รัสเซีย                 1,898,837 คน

    5. เกาหลีใต้             1,555,227 คน

    6. ญี่ปุ่น                    1,091,227 คน

    7. สหราชอาณาจักร   1,083,162 คน

    8. สหรัฐ                   1,081,929 คน

    9. ไต้หวัน                    987,633 คน

    10. สิงคโปร์                967,341 คน

    ด้าน ตลาดนักท่องเที่ยวไทย มีจำนวนรวม 202.37 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 2.7% รายได้ท่องเที่ยว 1,166,761 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.69%

    เมื่อรวมรายได้นักท่องเที่ยวจากทั้งตลาดในและต่างประเทศรวม 2,703,335 ล้านบาท ลดลง 1.26%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/business/1214928&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1yZorjGVwa9aeoh0_c8dsR