Blog

  • ภราดร ชูจุดแข็งทำไมต้องเลือก ภูมิใจไทย ผู้นำปกป้องอธิปไตย ขอโอกาสสานต่อ

    ภราดร ชูจุดแข็งทำไมต้องเลือก ภูมิใจไทย ผู้นำปกป้องอธิปไตย ขอโอกาสสานต่อ

    วันนี้ (19 มกราคม) ภราดร ปริศนานันทกุล ผู้สมัคร สส. อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย กล่าวถึงกรณีว่าทำไมประชาชนต้องเลือกพรรคภูมิใจไทยว่า ในช่วง 2 เดือนกว่า พรรคภูมิใจไทยได้แสดงให้เห็นศักยภาพการทำงานแล้วว่าสามารถทำได้มากขนาดไหน เราขอโอกาสจากประชาชนในอีก 4 ปีข้างหน้า และจะเข้ามาสานต่อสิ่งที่ได้ทำเอาไว้ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ภัยสังคม การต่อต้านทุนเทา สแกมเมอร์ และกาสิโน

    “ผมชวนทุกคนตั้งคำถามกับตัวเองว่า เราไว้ใจประเทศเพื่อนบ้านได้มากน้อยแค่ไหน แล้วผู้นำแบบไหนที่ประชาชนจะไว้ใจให้มาบริหารประเทศบนสถานการณ์ที่เราไม่ไว้วางใจเพื่อนบ้านแบบนี้ เราได้เห็นสภาวะความเป็นผู้นำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่พร้อมทำทุกอย่างปกป้องอธิปไตยของประเทศ ขอโอกาสจากคนไทยทุกคนให้พรรคภูมิใจไทยทำงานบริหารประเทศอีก 4 ปี เข้าคูหากาเบอร์ 37” ภราดร กล่าว


    เกาะติดความเคลื่อนไหว เลือกตั้ง 2569 : ข่าวล่าสุด บทวิเคราะห์ กติกาการเลือกตั้ง และ รายงานสด ผลการเลือกตั้ง 2569 แบบเรียลไทม์ ได้ที่ https://thestandard.co/election2569/

    TAGS:  


    ABOUT THE PHOTOGRAPHER
    ศวิตา พูลเสถียร

    ช่างภาพข่าว ประจำสำนักข่าว THE STANDARD

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/paradorn-bhumjaithai-protects-sovereignty-4-years/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xilz4N35ihEDvCAAHWVZv

  • นูทานิคซ์ คาดการณ์ทางเทคโนโลยี ปี 2026

    บทความโดย

    นายลี แคสเวลล์, รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชัน, นูทานิคซ์

    นายเดโบโชติ ดัตตา, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์, นูทานิคซ์

    องค์กรจำนวนมากมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการประยุกต์ใช้ AI ทั้งเรื่องของการกำหนดกลยุทธ์ด้านไอที โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงความปลอดภัยไซเบอร์ ผลสำรวจ Enterprise Cloud Index (ECI) ล่าสุดของนูทานิคซ์ เผยแนวโน้มสำคัญไม่ว่าจะเป็นความท้าทายในการปรับขนาดเวิร์กโหลด GenAI จากการพัฒนาสู่การใช้งานจริง การกำกับดูแลข้อมูลที่เกิดจากการใช้ GenAI ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ และการบูรณาการกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีอยู่เดิม

    นายลี แคสเวลล์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ของนูทานิคซ์ และนายเดโบโชติ ดัตตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ ของนูทานิคซ์ ได้คาดการณ์ AI ในปี 2026 เพื่อเป็นแนวทางให้องค์กรต่าง ๆ เตรียมพร้อมปลดล็อกและใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

    ธุรกิจต่าง ๆ จะเปลี่ยนจาก AI-first สู่ AI-smart

    องค์กรหลายแห่งกระโจนเข้าใช้ AI (AI-first) อย่างรวดเร็วโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา และขาดการวางแผนอย่างชัดเจนว่าจะใช้ AI กับงานส่วนใดของธุรกิจได้บ้างจริง ๆ เช่นเดียวกับช่วงที่กระแส cloud-first มาแรง ที่สุดท้ายแล้วองค์กรต่างต้องเริ่มกลับมาประเมินเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ของตัวเองใหม่ และพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะนำ AI ไปใช้งานในส่วนใดจึงจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรบ้าง

    แอปพลิเคชัน AI กลายเป็นแอปพลิเคชันสำคัญต่อธุรกิจจนขาดไม่ได้อย่างรวดเร็วกว่าแอปฯ รูปแบบอื่นที่เราเคยเห็นมา ในปี 2026 องค์กรต่าง ๆ จะเริ่มผสานรวม AI เข้ากับระบบไอทีหลักขององค์กรโดยเน้นสามด้านสำคัญคือ ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ, การจัดการและบำรุงรักษาระบบหลังการติดตั้ง (day two operations) และ ความปลอดภัย

    การมาถึงของ Enterprise AGI ที่ใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ โดยมี AI Agents เป็นตัวขับเคลื่อน

    โมเดลและระบบ AI ที่มีศักยภาพสูงในปัจจุบัน สามารถทำงานที่ยากมาก ๆ ที่แม้แต่มนุษย์ผู้เชี่ยวชาญที่สุดยังต้องยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูง หรือการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน เมื่อมีการนำขีดความสามารถระดับสูงเหล่านี้มาปรับใช้และบูรณาการเข้ากับระบบขององค์กรผ่าน AI agents ก็จะทำให้ใกล้ถึงจุดที่ระบบสามารถทำงานในระดับที่ใกล้เคียงกับ AGI ซึ่งมีศักยภาพในการดำเนินงานส่วนใหญ่ขององค์กรให้สำเร็จได้อย่างเบ็ดเสร็จ

    การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความเป็นอิสระและมีอำนาจจัดการเบ็ดเสร็จด้วยตนเอง โดยเฉพาะนอกประเทศสหรัฐอเมริกา

    การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้หลายประเทศเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีอิสระและควบคุมได้ด้วยตนเอง (Sovereign AI infrastructure) ทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ทั้งในส่วนของการใช้งานทางธุรกิจทั่วไปและด้านอื่น ๆ ได้

    โดยเริ่มจากการมี GPU farms ระบบพลังงานและพื้นที่ใช้งานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงสแต็กซอฟต์แวร์และโมเดลพื้นฐาน เป็นของตนเอง และทั้งหมดนี้จะได้รับการปรับแต่งให้ตรงความต้องการเฉพาะด้วยข้อมูลที่เป็นสิทธิ์และอยู่ในการควบคุมของตนเอง ซึ่งจะทำให้เกิดสแต็กโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ใหม่ในที่สุด

    Sovereign edge จะยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

    AI คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานมีลักษณะกระจายตัวมากขึ้น เพราะ AI เริ่มขยายขอบเขตไปประมวลผล ณ จุดกำเนิดของข้อมูล (edge) มากขึ้น องค์กรจึงต้องพิจารณาถึงเรื่องของการบริหารจัดการที่ต้องทำได้ทั่วโลก ความปลอดภัยแบบกระจายศูนย์ นโยบายการกู้คืนและทำลายระบบจากระยะไกล (remote recovery/destruction policies) ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการใช้เทคโนโลยี sovereign edge นอกจากนี้องค์กรยังต้องพึ่งพาวิศวกรรมด้านแพลตฟอร์มให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

    การใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจต่างมองหาวิธีการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI ภายในพื้นที่การทำงานที่อยู่ในอำนาจควบคุมของตนเอง ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้โซลูชันด้านการบริหารจัดการที่ใช้ได้ทั่วโลกที่ผนวกรวมระบบความปลอดภัย และความแข็งแกร่งของการทำงานที่ edge เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการควบคุมดูแลที่มีประสิทธิภาพ

    การเติบโตอย่างรวดเร็วของ open generative AI และ Agents ที่ทำงานอยู่ภายในองค์กร

    แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับ AI อยู่ไม่น้อย แต่ประโยชน์ที่ได้รับนั้นชัดเจนและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากห้องปฏิบัติการด้านการพัฒนาโมเดลพื้นฐานต่าง ๆ และแอปพลิเคชันเปลี่ยนโลกอย่าง Cursor ในขณะที่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เกิดกระแสโอเพ่นโมเดลอย่างกว้างขวาง เช่น DeepSeek, Mistral และอื่น ๆ โมเดลเหล่านี้ได้รับการปรับแต่งด้วยข้อมูลเฉพาะที่อยู่ในการควบคุมขององค์กร เพื่อนำไปใช้งานภายในองค์กรนั้น ๆ

    ปัจจุบันเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่อาศัยการทำงานร่วมกับโมเดล open weights ที่พัฒนานอกประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถทำงานเทียบเคียงได้กับแอปพลิเคชัน AI ชั้นนำแล้ว นูทานิคซ์คาดว่าเทคโนโลยีที่เป็นระบบเปิดนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่ปรากฎการณ์ที่ความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นตามประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีตามแนวคิด Jevon’s Paradox และจะเป็นแรงกดดันให้ค่ายโมเดลในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องลงมาแข่งขันในตลาด open weights models อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังก้าวสู่ทศวรรษแห่งสงครามแพลตฟอร์ม

    เรากำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่วงการเทคโนโลยีจะเต็มไปด้วยการขับเคี่ยวกันเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในด้านแพลตฟอร์ม ที่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งอีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของทั้งแพลตฟอร์ม องค์กรต่างๆ จะให้ความสำคัญกับโซลูชันที่เน้นเป็นแบบแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อย ๆ โซลูชันที่ให้ความอิสระในการเลือกใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับความสามารถที่จะตอบโจทย์ตามลำดับความสำคัญหลักสามประการ ได้แก่ ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น (resiliency) การปรับปรุงฮาร์ดแวร์ให้ทันสมัย และ การยกระดับซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย

    เส้นทางสู่การสร้างนวัตกรรมที่เร็วที่สุดจะเกิดจากแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการให้อิสระในการเลือกใช้คอนเทนเนอร์ต่าง ๆ อิสระในการเลือกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และการเลือกหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPUs) ผู้ให้บริการที่สามารถบูรณาการทางเลือกเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วจะเป็นผู้คว้าชัยในยุคนี้ ขณะที่องค์กรที่เลือกใช้แพลตฟอร์มที่สมบูรณ์ที่สุด จะสามารถบริหารจัดการแอปพลิเคชันทั้งแบบดั้งเดิมและแอปพลิเคชันใหม่ที่ติดตั้งอยู่บนไฮบริดคลาวด์ รวมถึง ณ sovereign edge ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1555631&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw320O2cHVUIb2sChWuHMC8g

  • นูทานิคซ์ คาดการณ์ทางเทคโนโลยี ปี 2026

    บทความโดย

    นายลี แคสเวลล์, รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชัน, นูทานิคซ์

    นายเดโบโชติ ดัตตา, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์, นูทานิคซ์

    องค์กรจำนวนมากมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการประยุกต์ใช้ AI ทั้งเรื่องของการกำหนดกลยุทธ์ด้านไอที โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงความปลอดภัยไซเบอร์ ผลสำรวจ Enterprise Cloud Index (ECI) ล่าสุดของนูทานิคซ์ เผยแนวโน้มสำคัญไม่ว่าจะเป็นความท้าทายในการปรับขนาดเวิร์กโหลด GenAI จากการพัฒนาสู่การใช้งานจริง การกำกับดูแลข้อมูลที่เกิดจากการใช้ GenAI ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ และการบูรณาการกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีอยู่เดิม

    นายลี แคสเวลล์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ของนูทานิคซ์ และนายเดโบโชติ ดัตตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ ของนูทานิคซ์ ได้คาดการณ์ AI ในปี 2026 เพื่อเป็นแนวทางให้องค์กรต่าง ๆ เตรียมพร้อมปลดล็อกและใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

    ธุรกิจต่าง ๆ จะเปลี่ยนจาก AI-first สู่ AI-smart

    องค์กรหลายแห่งกระโจนเข้าใช้ AI (AI-first) อย่างรวดเร็วโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา และขาดการวางแผนอย่างชัดเจนว่าจะใช้ AI กับงานส่วนใดของธุรกิจได้บ้างจริง ๆ เช่นเดียวกับช่วงที่กระแส cloud-first มาแรง ที่สุดท้ายแล้วองค์กรต่างต้องเริ่มกลับมาประเมินเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ของตัวเองใหม่ และพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะนำ AI ไปใช้งานในส่วนใดจึงจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรบ้าง

    แอปพลิเคชัน AI กลายเป็นแอปพลิเคชันสำคัญต่อธุรกิจจนขาดไม่ได้อย่างรวดเร็วกว่าแอปฯ รูปแบบอื่นที่เราเคยเห็นมา ในปี 2026 องค์กรต่าง ๆ จะเริ่มผสานรวม AI เข้ากับระบบไอทีหลักขององค์กรโดยเน้นสามด้านสำคัญคือ ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ, การจัดการและบำรุงรักษาระบบหลังการติดตั้ง (day two operations) และ ความปลอดภัย

    การมาถึงของ Enterprise AGI ที่ใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ โดยมี AI Agents เป็นตัวขับเคลื่อน

    โมเดลและระบบ AI ที่มีศักยภาพสูงในปัจจุบัน สามารถทำงานที่ยากมาก ๆ ที่แม้แต่มนุษย์ผู้เชี่ยวชาญที่สุดยังต้องยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูง หรือการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน เมื่อมีการนำขีดความสามารถระดับสูงเหล่านี้มาปรับใช้และบูรณาการเข้ากับระบบขององค์กรผ่าน AI agents ก็จะทำให้ใกล้ถึงจุดที่ระบบสามารถทำงานในระดับที่ใกล้เคียงกับ AGI ซึ่งมีศักยภาพในการดำเนินงานส่วนใหญ่ขององค์กรให้สำเร็จได้อย่างเบ็ดเสร็จ

    การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความเป็นอิสระและมีอำนาจจัดการเบ็ดเสร็จด้วยตนเอง โดยเฉพาะนอกประเทศสหรัฐอเมริกา

    การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้หลายประเทศเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีอิสระและควบคุมได้ด้วยตนเอง (Sovereign AI infrastructure) ทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ทั้งในส่วนของการใช้งานทางธุรกิจทั่วไปและด้านอื่น ๆ ได้

    โดยเริ่มจากการมี GPU farms ระบบพลังงานและพื้นที่ใช้งานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงสแต็กซอฟต์แวร์และโมเดลพื้นฐาน เป็นของตนเอง และทั้งหมดนี้จะได้รับการปรับแต่งให้ตรงความต้องการเฉพาะด้วยข้อมูลที่เป็นสิทธิ์และอยู่ในการควบคุมของตนเอง ซึ่งจะทำให้เกิดสแต็กโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ใหม่ในที่สุด

    Sovereign edge จะยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

    AI คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานมีลักษณะกระจายตัวมากขึ้น เพราะ AI เริ่มขยายขอบเขตไปประมวลผล ณ จุดกำเนิดของข้อมูล (edge) มากขึ้น องค์กรจึงต้องพิจารณาถึงเรื่องของการบริหารจัดการที่ต้องทำได้ทั่วโลก ความปลอดภัยแบบกระจายศูนย์ นโยบายการกู้คืนและทำลายระบบจากระยะไกล (remote recovery/destruction policies) ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการใช้เทคโนโลยี sovereign edge นอกจากนี้องค์กรยังต้องพึ่งพาวิศวกรรมด้านแพลตฟอร์มให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

    การใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจต่างมองหาวิธีการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI ภายในพื้นที่การทำงานที่อยู่ในอำนาจควบคุมของตนเอง ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้โซลูชันด้านการบริหารจัดการที่ใช้ได้ทั่วโลกที่ผนวกรวมระบบความปลอดภัย และความแข็งแกร่งของการทำงานที่ edge เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการควบคุมดูแลที่มีประสิทธิภาพ

    การเติบโตอย่างรวดเร็วของ open generative AI และ Agents ที่ทำงานอยู่ภายในองค์กร

    แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับ AI อยู่ไม่น้อย แต่ประโยชน์ที่ได้รับนั้นชัดเจนและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากห้องปฏิบัติการด้านการพัฒนาโมเดลพื้นฐานต่าง ๆ และแอปพลิเคชันเปลี่ยนโลกอย่าง Cursor ในขณะที่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เกิดกระแสโอเพ่นโมเดลอย่างกว้างขวาง เช่น DeepSeek, Mistral และอื่น ๆ โมเดลเหล่านี้ได้รับการปรับแต่งด้วยข้อมูลเฉพาะที่อยู่ในการควบคุมขององค์กร เพื่อนำไปใช้งานภายในองค์กรนั้น ๆ

    ปัจจุบันเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่อาศัยการทำงานร่วมกับโมเดล open weights ที่พัฒนานอกประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถทำงานเทียบเคียงได้กับแอปพลิเคชัน AI ชั้นนำแล้ว นูทานิคซ์คาดว่าเทคโนโลยีที่เป็นระบบเปิดนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่ปรากฎการณ์ที่ความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นตามประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีตามแนวคิด Jevon’s Paradox และจะเป็นแรงกดดันให้ค่ายโมเดลในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องลงมาแข่งขันในตลาด open weights models อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังก้าวสู่ทศวรรษแห่งสงครามแพลตฟอร์ม

    เรากำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่วงการเทคโนโลยีจะเต็มไปด้วยการขับเคี่ยวกันเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในด้านแพลตฟอร์ม ที่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งอีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของทั้งแพลตฟอร์ม องค์กรต่างๆ จะให้ความสำคัญกับโซลูชันที่เน้นเป็นแบบแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อย ๆ โซลูชันที่ให้ความอิสระในการเลือกใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับความสามารถที่จะตอบโจทย์ตามลำดับความสำคัญหลักสามประการ ได้แก่ ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น (resiliency) การปรับปรุงฮาร์ดแวร์ให้ทันสมัย และ การยกระดับซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย

    เส้นทางสู่การสร้างนวัตกรรมที่เร็วที่สุดจะเกิดจากแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการให้อิสระในการเลือกใช้คอนเทนเนอร์ต่าง ๆ อิสระในการเลือกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และการเลือกหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPUs) ผู้ให้บริการที่สามารถบูรณาการทางเลือกเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วจะเป็นผู้คว้าชัยในยุคนี้ ขณะที่องค์กรที่เลือกใช้แพลตฟอร์มที่สมบูรณ์ที่สุด จะสามารถบริหารจัดการแอปพลิเคชันทั้งแบบดั้งเดิมและแอปพลิเคชันใหม่ที่ติดตั้งอยู่บนไฮบริดคลาวด์ รวมถึง ณ sovereign edge ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1555631&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw320O2cHVUIb2sChWuHMC8g

  • สารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับความสำคัญของการให้ความกระจ่างต่อความเป็นจริงต่อเหตุการณ์ล่าสุดในอิหร่าน บนเครือข่ายเอ็กซ์

    สารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับความสำคัญของการให้ความกระจ่างต่อความเป็นจริงต่อเหตุการณ์ล่าสุดในอิหร่าน บนเครือข่ายเอ็กซ์

    สารของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศเกี่ยวกับความสำคัญของการให้ความกระจ่างต่อความเป็นจริงต่อเหตุการณ์ล่าสุดในอิหร่าน บนเครือข่ายเอ็กซ์

    ซัยยิด อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้โพสต์ข้อความบนเครือข่ายเอ็กซ์ โดยกล่าวถึงกรณีที่เวทีเศรษฐกิจโลก ณ เมืองดาวอส ขัดขวางการเข้าร่วมของผู้แทนจากอิหร่านในงานดังกล่าว โดยระบุว่า:

    เวทีเศรษฐกิจโลก ภายใต้อิทธิพลของคำโกหกและแรงกดดันทางการเมืองจากอิสราเอล รวมถึงผู้สนับสนุนและผู้ให้ความชอบธรรมจากสหรัฐอเมริกา ได้ขัดขวางไม่ให้ข้าพเจ้าเข้าร่วมในงานนี้

    อย่างไรก็ตาม มีข้อเท็จจริงพื้นฐานประการหนึ่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ล่าสุดในอิหร่าน นั่นคือ เราจำเป็นต้องปกป้องประชาชนของเรา จากกลุ่มผู้ก่อการร้ายติดอาวุธและการสังหารหมู่ในลักษณะเดียวกับกลุ่มไอซิส ซึ่งได้รับการสนับสนุนอย่างเปิดเผยจากมอสสาด

    แต่สิ่งที่น่าเศร้าและย้อนแย้งก็คือ การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์โดยอิสราเอล และการสังหารหมู่ประชาชนผู้บริสุทธิ์จำนวน 71,000 คน กลับไม่เป็นเหตุให้เวทีเศรษฐกิจโลกงดเชิญเจ้าหน้าที่อิสราเอลแต่อย่างใด ตรงกันข้าม ในเดือนมกราคม ค.ศ. 2024 แฮร์โซกยังได้แสดงตนอย่างภาคภูมิใจในดาวอส ทั้งที่ในขณะนั้นเขากำลังถูกติดตามตัวในสวิตเซอร์แลนด์ในข้อหาก่ออาชญากรรมฆ่าล้างเผ่าพันธุ์อย่างชัดแจ้งในฉนวนกาซา

    เวทีเศรษฐกิจโลกอาจพยายามสร้างภาพลวงตาว่าตนยืนอยู่บนหลักศีลธรรม แต่ในความเป็นจริงกลับดำรงอยู่ด้วยการใช้มาตรฐานสองชั้นอย่างโจ่งแจ้ง พฤติกรรมดังกล่าวไม่เพียงบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือของเวทีนี้เท่านั้น หากยังสะท้อนถึงความเสื่อมทรามทางศีลธรรม และความล้มละลายทางความคิดของโครงสร้างอำนาจที่อ้างตนว่าเป็นผู้กำหนดบรรทัดฐานของโลก

    ประชาชนมีสิทธิที่จะรับรู้ความจริงและตัดสินด้วยตนเอง ความละอายควรตกเป็นของผู้ที่คิดเป็นอื่นเท่านั้น

  • “Demumu” แอปฯ สุดไวรัลในจีน ตัวช่วยเตือนคนรอบข้างว่าเราตายหรือยัง?!

    “Demumu” แอปฯ สุดไวรัลในจีน ตัวช่วยเตือนคนรอบข้างว่าเราตายหรือยัง?!

    รู้จัก “Demumu” หรือ “Are You Dead?” แอปฯ ไวรัลในจีน ตัวช่วยเช็กอินเตือนคนรอบข้างว่าเรายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์หนุ่มสาวใช้ชีวิตคนเดียว

    หากลองนึกภาพว่าคุณอาศัยอยู่คนเดียว หากเกิดอะไรขึ้นกับคุณ คนในครอบครัวจะมีโอกาสรับรู้หรือไม่? ด้วยเหตุนี้ “Are You Dead?” แอปพลิเคชันมาแรงในจีนชื่อสุดอัปมงคล จะเป็นตัวช่วยที่จะมาเช็กว่าคุณตายแล้วหรือยัง!

    เรียกได้ว่ากลายเป็นไวรัลบนโลกโซเชียล สำหรับแอปฯ “Are You Dead?” (死了吗) หรือที่จดทะเบียนในระดับสากลว่า “Demumu” แอปฯ ความปลอดภัยที่จะเปิดให้ผู้ใช้งานเข้ามาเช็กอินในทุกวัน เพื่อยืนยันว่ายังมีชีวิตอยู่ และหากไม่ได้เข้าใช้เกิน 2 วัน ระบบจะแจ้งเตือนไปยังรายชื่อติดต่อฉุกเฉินทันที

    Reuters/Tingshu Wang
    แอปฯ Demumu

    อย่างที่กล่าวไปข้างต้น การใช้งานแอปฯ นั้นง่ายและไม่ยุ่งยาก เพียงแค่ผู้ใช้งานคลิกเข้าไปที่ปุ่มสีเขียวทุกวัน เพื่อเป็นการเช็กอินว่ายังอยู่ดี และหากขาดการเช็คอินไป 2 วัน แอปฯ จะแจ้งเตือนไปยังผู้ติดต่อฉุกเฉินตามที่ผู้ใช้งานกรอกข้อมูลเข้าไปในแอปฯ เพื่อแจ้งให้ทราบว่าคุณอาจตกอยู่ในอันตราย หรือร้ายแรงที่สุดคือเสียชีวิตแล้ว

    แอปพลิเคชันนี้เปิดตัวเมื่อเดือนพฤษภาคมปี 2025 โดยไม่ได้รับความสนใจมากนัก แต่กลับได้รับความสนใจแบบฉุดไม่อยู่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดยมีคนหนุ่มสาวจำนวนมากที่อาศัยอยู่คนเดียวในเมืองต่าง ๆ ของจีนดาวน์โหลดไปใช้กันอย่างล้นหลาม

    แอปฯ ดังกล่าว เรียกได้ว่าตอบโจทย์การใช้ชีวิตแบบอยู่คนเดียวที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในสังคมจีน ส่งผลให้แอปฯ ดังกล่าวกลายเป็นแอปฯ เสียเงิน (paid app) ที่มียอดดาวน์โหลดมากที่สุดในประเทศ

    แอปพลิเคชันนี้มีจุดประสงค์เพื่อรักษาความปลอดภัยของผู้ที่เลือกใช้ชีวิตอยู่อย่างสันโดษ โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียของจีนแสดงความกังวลถึงการใช้ชีวิตคนเดียว และหากเป็นอะไรไปจะมีใครสังเกตเห็นหรือไม่ การดาวน์โหลดแอปฯ นี้จึงเป็นเหมือนเครื่องมือในการติดต่อฉุกเฉินไปยังญาติและคนรอบตัว

    แอปพลิเคชันนี้ มีราคาอยู่ที่ 8 หยวนในประเทศจีน ส่วนราคาไทยอยู่ที่ 29 บาท จากเดิมที่สามารถโหลดได้ฟรี โดยสามารถดาวน์โหลดได้เฉพาะระบบปฏิบัติการ iOS เท่านั้น

    ที่มา: BBC / South China Morning Post

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/news/%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B5/266430&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2nAD5vfECNjrq4B7ube9e-

  • S

    S

    ลุยกลยุทธ์เพิ่มรายได้ Recurring Income ดันผลงานปี 69 เติบโตมั่นคง

    SPREME ฉลุย! คว้างานไอทีต่อเนื่อง ล่าสุดได้งานเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ 19 โปรเจค มูลค่า 4.25 พันลบ.

    บมจ.สุพรีม ดิสทิบิวชั่น (SPREME) โชว์ศักยภาพผู้นำด้านเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร หลังคว้างานเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวม 19 โครงการ มูลค่ากว่า 4,252.19 ล้านบาท ฟากซีอีโอ “ภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล” เผย เซ็นสัญญาแล้ว 17 โครงการ มูลค่ารวม 3,400 ล้านบาท และอีก 2 โครงการได้รับประกาศเป็นผู้ชนะการประมูล สะท้อนความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและราชการ พร้อมเดินหน้ากลยุทธ์สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง (Recurring Income) เพื่อผลักดันธุรกิจปี 2569 ให้เติบโตอย่างมั่นคง

    นายภานุวัฒน์ ขันธโมลีกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สุพรีม ดิสทิบิวชั่น จำกัด (มหาชน) (SPREME) ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและสื่อสาร ในฐานะผู้ออกแบบ จัดหา และติดตั้งอุปกรณ์ที่ใช้ในงานเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร (System Integrator) รวมถึงให้บริการดูแลบำรุงรักษา ซ่อมแซม และให้เช่าระบบคอมพิวเตอร์ และอุปกรณ์ต่อพ่วง บริษัทฯ เปิดเผยว่ามีความคืบหน้าการประมูลงานโครงการเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ รวม 19 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 4,252.19 ล้านบาท โดยเซ็นสัญญาแล้ว 17 โครงการ มูลค่า 3,400 ล้านบาท และอีก 2 โครงการ ได้รับประกาศให้เป็นผู้ชนะการประมูล (รอหน่วยงานเรียกทำสัญญา) มูลค่า 851.80 ล้านบาท

    โดยการได้รับงานครั้งนี้สะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและราชการ ที่ไว้วางใจในศักยภาพการส่งมอบโซลูชั่นด้าน IT ครบวงจรของบริษัทฯ ทั้งการให้เช่า การติดตั้ง และบริการบำรุงรักษา ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลการดำเนินงานต่อไป ส่งผลให้ผลการดำเนินงานโดยรวม ปี 2569 อยู่ในทิศทางที่ดี

    สำหรับปีแผนการดำเนินงานในปี 2569 บริษัทฯ มุ่งเน้นโครงการที่สร้างรายได้ประจำต่อเนื่อง (Recurring Income) รวมถึงการเข้าประมูลโครงการภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมใหม่ เพื่อสร้างความมั่นคงทางรายได้ในระยะยาว

    “การได้รับงานเช่าอุปกรณ์คอมพิวเตอร์รวม 19 โครงการ มูลค่ากว่า 4,252.19 ล้านบาท ไม่เพียงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นจากหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและราชการที่ไว้วางใจในศักยภาพของเรา แต่ยังตอกย้ำบทบาทของ SPREME ในการส่งมอบโซลูชั่นด้านเทคโนโลยีสารสนเทศครบวงจร ทั้งการให้เช่า การติดตั้ง และการดูแลบำรุงรักษา ซึ่งจะเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญให้ผลการดำเนินงานปี 2569 อยู่ในทิศทางที่มั่นคงและเติบโตอย่างต่อเนื่อง” นายภานุวัฒน์ กล่าวในที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ievnhsr6zpragoikjppomus06mf8a3lw&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MKE46xzaw47fZKV8NHSa0

  • นูทานิคซ์ คาดการณ์ทางเทคโนโลยี ปี 2026

    บทความโดย

    นายลี แคสเวลล์, รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชัน, นูทานิคซ์

    นายเดโบโชติ ดัตตา, ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์, นูทานิคซ์

    องค์กรจำนวนมากมาถึงจุดเปลี่ยนสำคัญในการประยุกต์ใช้ AI ทั้งเรื่องของการกำหนดกลยุทธ์ด้านไอที โครงสร้างพื้นฐาน ไปจนถึงความปลอดภัยไซเบอร์ ผลสำรวจ Enterprise Cloud Index (ECI) ล่าสุดของนูทานิคซ์ เผยแนวโน้มสำคัญไม่ว่าจะเป็นความท้าทายในการปรับขนาดเวิร์กโหลด GenAI จากการพัฒนาสู่การใช้งานจริง การกำกับดูแลข้อมูลที่เกิดจากการใช้ GenAI ความเป็นส่วนตัว ความโปร่งใสที่สามารถตรวจสอบได้ และการบูรณาการกับโครงสร้างพื้นฐานด้านไอทีที่มีอยู่เดิม

    นายลี แคสเวลล์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการตลาดผลิตภัณฑ์และโซลูชัน ของนูทานิคซ์ และนายเดโบโชติ ดัตตา ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปัญญาประดิษฐ์ ของนูทานิคซ์ ได้คาดการณ์ AI ในปี 2026 เพื่อเป็นแนวทางให้องค์กรต่าง ๆ เตรียมพร้อมปลดล็อกและใช้ศักยภาพของตนอย่างเต็มที่ในยุคของการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว

    ธุรกิจต่าง ๆ จะเปลี่ยนจาก AI-first สู่ AI-smart

    องค์กรหลายแห่งกระโจนเข้าใช้ AI (AI-first) อย่างรวดเร็วโดยไม่คิดถึงผลที่จะตามมา และขาดการวางแผนอย่างชัดเจนว่าจะใช้ AI กับงานส่วนใดของธุรกิจได้บ้างจริง ๆ เช่นเดียวกับช่วงที่กระแส cloud-first มาแรง ที่สุดท้ายแล้วองค์กรต่างต้องเริ่มกลับมาประเมินเทคโนโลยีที่ใช้อยู่ของตัวเองใหม่ และพิจารณาอย่างจริงจังว่าจะนำ AI ไปใช้งานในส่วนใดจึงจะนำมาซึ่งประโยชน์สูงสุดต่อองค์กรบ้าง

    แอปพลิเคชัน AI กลายเป็นแอปพลิเคชันสำคัญต่อธุรกิจจนขาดไม่ได้อย่างรวดเร็วกว่าแอปฯ รูปแบบอื่นที่เราเคยเห็นมา ในปี 2026 องค์กรต่าง ๆ จะเริ่มผสานรวม AI เข้ากับระบบไอทีหลักขององค์กรโดยเน้นสามด้านสำคัญคือ ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นทางธุรกิจ, การจัดการและบำรุงรักษาระบบหลังการติดตั้ง (day two operations) และ ความปลอดภัย

    การมาถึงของ Enterprise AGI ที่ใกล้ความจริงเข้าไปทุกขณะ โดยมี AI Agents เป็นตัวขับเคลื่อน

    โมเดลและระบบ AI ที่มีศักยภาพสูงในปัจจุบัน สามารถทำงานที่ยากมาก ๆ ที่แม้แต่มนุษย์ผู้เชี่ยวชาญที่สุดยังต้องยอมรับ ไม่ว่าจะเป็นการแก้โจทย์คณิตศาสตร์ขั้นสูง หรือการเขียนโค้ดที่ซับซ้อน เมื่อมีการนำขีดความสามารถระดับสูงเหล่านี้มาปรับใช้และบูรณาการเข้ากับระบบขององค์กรผ่าน AI agents ก็จะทำให้ใกล้ถึงจุดที่ระบบสามารถทำงานในระดับที่ใกล้เคียงกับ AGI ซึ่งมีศักยภาพในการดำเนินงานส่วนใหญ่ขององค์กรให้สำเร็จได้อย่างเบ็ดเสร็จ

    การเติบโตของโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีความเป็นอิสระและมีอำนาจจัดการเบ็ดเสร็จด้วยตนเอง โดยเฉพาะนอกประเทศสหรัฐอเมริกา

    การเปลี่ยนแปลงทางภูมิรัฐศาสตร์ทำให้หลายประเทศเริ่มลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน AI ที่มีอิสระและควบคุมได้ด้วยตนเอง (Sovereign AI infrastructure) ทั้งในด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI ทั้งในส่วนของการใช้งานทางธุรกิจทั่วไปและด้านอื่น ๆ ได้

    โดยเริ่มจากการมี GPU farms ระบบพลังงานและพื้นที่ใช้งานที่เกี่ยวข้อง ไปจนถึงสแต็กซอฟต์แวร์และโมเดลพื้นฐาน เป็นของตนเอง และทั้งหมดนี้จะได้รับการปรับแต่งให้ตรงความต้องการเฉพาะด้วยข้อมูลที่เป็นสิทธิ์และอยู่ในการควบคุมของตนเอง ซึ่งจะทำให้เกิดสแต็กโครงสร้างพื้นฐานซอฟต์แวร์ใหม่ในที่สุด

    Sovereign edge จะยังคงวิวัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

    AI คือแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ทำให้โครงสร้างพื้นฐานมีลักษณะกระจายตัวมากขึ้น เพราะ AI เริ่มขยายขอบเขตไปประมวลผล ณ จุดกำเนิดของข้อมูล (edge) มากขึ้น องค์กรจึงต้องพิจารณาถึงเรื่องของการบริหารจัดการที่ต้องทำได้ทั่วโลก ความปลอดภัยแบบกระจายศูนย์ นโยบายการกู้คืนและทำลายระบบจากระยะไกล (remote recovery/destruction policies) ซึ่งเป็นเรื่องจำเป็นสำหรับการใช้เทคโนโลยี sovereign edge นอกจากนี้องค์กรยังต้องพึ่งพาวิศวกรรมด้านแพลตฟอร์มให้มากขึ้น เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว

    การใช้ AI ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด ทำให้ธุรกิจต่างมองหาวิธีการประมวลผลข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับ AI ภายในพื้นที่การทำงานที่อยู่ในอำนาจควบคุมของตนเอง ส่งผลให้องค์กรต่าง ๆ หันมาใช้โซลูชันด้านการบริหารจัดการที่ใช้ได้ทั่วโลกที่ผนวกรวมระบบความปลอดภัย และความแข็งแกร่งของการทำงานที่ edge เข้าไว้ด้วยกัน เพื่อการควบคุมดูแลที่มีประสิทธิภาพ

    การเติบโตอย่างรวดเร็วของ open generative AI และ Agents ที่ทำงานอยู่ภายในองค์กร

    แม้จะยังมีความกังวลเกี่ยวกับ AI อยู่ไม่น้อย แต่ประโยชน์ที่ได้รับนั้นชัดเจนและจะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ในประเทศสหรัฐอเมริกามีแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากห้องปฏิบัติการด้านการพัฒนาโมเดลพื้นฐานต่าง ๆ และแอปพลิเคชันเปลี่ยนโลกอย่าง Cursor ในขณะที่นอกประเทศสหรัฐอเมริกา ได้เกิดกระแสโอเพ่นโมเดลอย่างกว้างขวาง เช่น DeepSeek, Mistral และอื่น ๆ โมเดลเหล่านี้ได้รับการปรับแต่งด้วยข้อมูลเฉพาะที่อยู่ในการควบคุมขององค์กร เพื่อนำไปใช้งานภายในองค์กรนั้น ๆ

    ปัจจุบันเทคโนโลยีโอเพ่นซอร์สที่อาศัยการทำงานร่วมกับโมเดล open weights ที่พัฒนานอกประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถทำงานเทียบเคียงได้กับแอปพลิเคชัน AI ชั้นนำแล้ว นูทานิคซ์คาดว่าเทคโนโลยีที่เป็นระบบเปิดนี้จะเติบโตอย่างรวดเร็ว จนนำไปสู่ปรากฎการณ์ที่ความต้องการใช้งานเพิ่มขึ้นตามประสิทธิภาพที่เพิ่มขึ้นของเทคโนโลยีตามแนวคิด Jevon’s Paradox และจะเป็นแรงกดดันให้ค่ายโมเดลในประเทศสหรัฐอเมริกาต้องลงมาแข่งขันในตลาด open weights models อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

    อุตสาหกรรมเทคโนโลยีกำลังก้าวสู่ทศวรรษแห่งสงครามแพลตฟอร์ม

    เรากำลังก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่วงการเทคโนโลยีจะเต็มไปด้วยการขับเคี่ยวกันเพื่อชิงความเป็นใหญ่ในด้านแพลตฟอร์ม ที่ความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับฟีเจอร์ใดฟีเจอร์หนึ่งอีกต่อไป แต่จะวัดกันที่ความแข็งแกร่งและความยืดหยุ่นของทั้งแพลตฟอร์ม องค์กรต่างๆ จะให้ความสำคัญกับโซลูชันที่เน้นเป็นแบบแพลตฟอร์มมากขึ้นเรื่อย ๆ โซลูชันที่ให้ความอิสระในการเลือกใช้เทคโนโลยี ควบคู่ไปกับความสามารถที่จะตอบโจทย์ตามลำดับความสำคัญหลักสามประการ ได้แก่ ความแข็งแกร่งและยืดหยุ่น (resiliency) การปรับปรุงฮาร์ดแวร์ให้ทันสมัย และ การยกระดับซอฟต์แวร์ให้ทันสมัย

    เส้นทางสู่การสร้างนวัตกรรมที่เร็วที่สุดจะเกิดจากแพลตฟอร์มที่เปิดกว้าง ไม่ว่าจะเป็นการให้อิสระในการเลือกใช้คอนเทนเนอร์ต่าง ๆ อิสระในการเลือกโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLMs) และการเลือกหน่วยประมวลผลกราฟฟิก (GPUs) ผู้ให้บริการที่สามารถบูรณาการทางเลือกเหล่านี้เข้าด้วยกันได้อย่างราบรื่นและรวดเร็วจะเป็นผู้คว้าชัยในยุคนี้ ขณะที่องค์กรที่เลือกใช้แพลตฟอร์มที่สมบูรณ์ที่สุด จะสามารถบริหารจัดการแอปพลิเคชันทั้งแบบดั้งเดิมและแอปพลิเคชันใหม่ที่ติดตั้งอยู่บนไฮบริดคลาวด์ รวมถึง ณ sovereign edge ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://positioningmag.com/1555631&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw320O2cHVUIb2sChWuHMC8g

  • IMF เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจเกาหลีใต้ปีนี้เป็น 1.9% สอดคล้องคาดการณ์รัฐบาล : อินโฟเควสท์

    IMF เพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจเกาหลีใต้ปีนี้เป็น 1.9% สอดคล้องคาดการณ์รัฐบาล : อินโฟเควสท์

    กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เปิดเผยรายงานคาดการณ์เศรษฐกิจโลก (World Economic Outlook) ฉบับล่าสุดในวันจันทร์ (19 ม.ค.) โดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจเกาหลีใต้ในปี 2569 จะขยายตัว 1.9% เพิ่มขึ้น 0.1 จุดเปอร์เซ็นต์ จากระดับ 1.8% ที่คาดการณ์ไว้ในเดือนต.ค.

    กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเกาหลีใต้เปิดเผยว่า IMF ได้ปรับเพิ่มแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลีใต้มาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนก.ค. 2568 พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าตัวเลขคาดการณ์ล่าสุดนี้ สูงกว่าการคาดการณ์การเติบโตโดยเฉลี่ยสำหรับกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วซึ่งอยู่ที่ 1.8%

    นอกจากนี้ การคาดการณ์ล่าสุดของ IMF ยังสอดคล้องกับตัวเลขคาดการณ์จากสถาบันหลักอื่น ๆ และรัฐบาลเกาหลีใต้ โดยรัฐบาลเกาหลีใต้คาดการณ์ว่า การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ที่แท้จริงของเกาหลีใต้ในปี 2569 จะอยู่ที่ 2% ขณะที่ธนาคารกลางเกาหลีใต้คาดการณ์ไว้ที่ 1.8% และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) คาดการณ์ไว้ที่ 2.1%

    ส่วนภาพรวมของเศรษฐกิจโลกนั้น IMF ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2569 ขึ้นเล็กน้อยมาอยู่ที่ 3.3% ซึ่งเพิ่มขึ้น 0.2 จุดเปอร์เซ็นต์ จากระดับ 3.1% ที่คาดการณ์ไว้เมื่อเดือนต.ค.ที่ผ่านมา โดยแรงขับเคลื่อนสำคัญมาจากการลงทุนที่พุ่งสูงขึ้นในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) รวมถึงสถานการณ์ความตึงเครียดทางการค้าที่ผ่อนคลายลง

    อย่างไรก็ตาม IMF เตือนในรายงานล่าสุดว่า เศรษฐกิจโลกยังคงมีความเสี่ยงที่จะเผชิญขาลง โดยระบุถึงปัจจัยลบที่สำคัญ ได้แก่ การกระจุกตัวของการลงทุนในบริษัท AI และเทคโนโลยีขั้นสูงจำนวนไม่กี่แห่ง ตลอดจนความไม่แน่นอนทางการค้าที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ และระดับหนี้ที่เพิ่มขึ้นในประเทศเศรษฐกิจขนาดใหญ่

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 ม.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRCJ0IQESL2BR41M5OY70S3DNPGQK4NR&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1FqiDjKDQDy301_iz8pIfv

  • การเยือนเซี่ยงไฮ้ของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ลี แจ มยอง

    การเยือนเซี่ยงไฮ้ของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ลี แจ มยอง

    การเยือนเซี่ยงไฮ้ของประธานาธิบดีเกาหลีใต้ ลี แจ มยอง 

    ประธานาธิบดีลี แจ-มยอง แห่งเกาหลีใต้ ซึ่งอยู่ระหว่างการเยือนจีนอย่างเป็นทางการได้เดินทางไปเยือนเซี่ยงไฮ้ระหว่างวันที่ 6-7 มกราคม 2569 และเยี่ยมชมสถานที่ตั้งเดิมของรัฐบาลชั่วคราวแห่งสาธารณรัฐเกาหลีในสมัยที่ญี่ปุ่นปกครอง การที่ประธานาธิบดีลี แจ-มยอง เลือกเซี่ยงไฮ้เป็นจุดหมายปลายทางในการเยือนจีนครั้งแรกนับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งนั้น เป็นผลมาจากหลายปัจจัยทั้งความรู้สึกทางประวัติศาสตร์ การแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้า และการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม นับเป็นก้าวสำคัญสำหรับทั้งสองประเทศในการสร้างค่านิยมร่วมกัน เสริมสร้างความไว้วางใจทางการเมือง และขยายความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม

    ปี 2569 เป็นปีครบรอบ 100 ปีของการก่อตั้งสถานที่ตั้งรัฐบาลชั่วคราวแห่งสาธารณรัฐเกาหลีในเซี่ยงไฮ้ นับตั้งแต่เปิดให้ประชาชนเข้าชมอย่างเป็นทางการในปี 2536 สถานที่แห่งนี้มีผู้เข้าชมหลายล้านคน รวมถึงประธานาธิบดี นายกรัฐมนตรี และประธานรัฐสภาของเกาหลีใต้หลายพระองค์ เกาหลีใต้ได้ประกาศอย่างชัดเจนว่าจะจัดงานรำลึกในเซี่ยงไฮ้เพื่อรำลึกถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้

    image.png

    แหล่งที่มาของรูป

     https://www.sh.chinanews.com.cn/2026/0108/U580P939DT20260108204023

    นับตั้งแต่การสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างจีนและเกาหลีใต้ในปี 2535 การเยือนสถานที่แห่งนี้ได้กลายเป็นประเพณีทางการทูตที่สำคัญสำหรับประธานาธิบดีเกาหลีใต้ในการเยือนจีน เพียงหนึ่งเดือนเศษหลังจากการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตในปี 2535 ประธานาธิบดีโรห์ แท-วู และภรรยาได้เยือนสถานที่แห่งนี้ ในปี 2558 ประธานาธิบดีปาร์ค กึน-ฮเย ได้เยือนเซี่ยงไฮ้เพื่อตัดริบบิ้นเปิดนิทรรศการ “สถานที่ตั้งเดิมของรัฐบาลชั่วคราวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี” ซึ่งยิ่งเพิ่มความสำคัญเชิงสัญลักษณ์ของโบราณสถานแห่งนี้ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

    เซี่ยงไฮ้เป็นมหานครระดับโลกและเป็นประตูสำคัญสำหรับเกาหลีใต้ในการขยายความร่วมมือกับจีน      จึงเป็นจุดหมายปลายทางที่ลี แจ-มยองและคณะเดินทางมาเยือน โดยปกติแล้ว บุคคลสำคัญจากต่างประเทศที่มาเยือนเซี่ยงไฮ้ มักนำคณะผู้แทนด้านเศรษฐกิจและการค้าขนาดใหญ่มาด้วย เพื่อเรียนรู้เกี่ยวกับการพัฒนาของจีน แสดงความต้องการความร่วมมือ และส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางเศรษฐกิจและการค้าที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ลี แจ-มยองก็เช่นกัน การเยือนของเขามาพร้อมกับคณะผู้แทนขนาดใหญ่ที่ประกอบด้วยผู้นำทางธุรกิจชาวเกาหลีใต้กว่า 200 คน

    image.png

    แหล่งที่มาของรูป

    https://www.sh.chinanews.com.cn/2026/0108/U580P939DT20260108204039.jpg

    จีนเป็นคู่ค้าที่ใหญ่ที่สุดของเกาหลีใต้มาหลายปีติดต่อกัน และเกาหลีใต้ก็เป็นหนึ่งในคู่ค้าทางเศรษฐกิจและการค้าที่สำคัญที่สุดของจีนเช่นกัน จากสถิติของจีน ปริมาณการค้าระหว่างจีนและเกาหลีใต้สูงถึง 328.08 พันล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 เพิ่มขึ้น 5.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เซี่ยงไฮ้และเขตสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซีได้รักษาความร่วมมือทางอุตสาหกรรมอย่างใกล้ชิดกับเกาหลีใต้ และเป็นหนึ่งในพื้นที่หลักสำหรับการลงทุนของเกาหลีใต้ แนวทางปฏิบัติของเซี่ยงไฮ้ในการร่วมมือทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคและการพัฒนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและลดคาร์บอนนั้น สอดคล้องกับการร่วมมือด้านสิ่งแวดล้อมและความร่วมมือในตลาดของประเทศที่สามที่จีนและเกาหลีใต้มีแผนจะส่งเสริม นักวิชาการชาวจีนบางคนวิเคราะห์ว่าทั้งสองฝ่ายคาดว่าจะลงนามในบันทึกความเข้าใจหลายฉบับในด้านต่างๆ เช่น เซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์

    การเดินทางไปเซี่ยงไฮ้ระยะสั้นหลังเลิกงานในวันศุกร์กลายเป็นเทรนด์ใหม่ในหมู่คนหนุ่มสาวชาวเกาหลีใต้!” ลี แจ-มยอง กล่าวในการประชุมธุรกิจจีน-เกาหลีใต้ที่ปักกิ่งเมื่อวันที่ มกราคม โดยระบุว่าการแลกเปลี่ยนระหว่างเยาวชนจีนและเกาหลีใต้ที่เพิ่มขึ้นในช่วงไม่นานมานี้ เปิดโอกาสให้พวกเขาได้สัมผัสบริการและวัฒนธรรมของกันและกันโดยตรง นับตั้งแต่จีนประกาศนโยบายยกเว้นวีซ่าสำหรับพลเมืองเกาหลีใต้ในเดือนพฤศจิกายน 2568 เซี่ยงไฮ้ได้กลายเป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมสำหรับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่ต้องการพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ และเป็นประตูแรกในการทำความเข้าใจประเทศจีน การรับประทานเสี่ยวหลงเปา (เกี๊ยวน้ำซุป) ที่วัดเจ้าเมือง การถ่ายรูปที่สวนหยู และการเยี่ยมชมสถานที่ตั้งเดิมของรัฐบาลชั่วคราวแห่งสาธารณรัฐเกาหลี ล้วนเป็นสิ่งที่ต้องทำสำหรับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ที่มาเยือนเซี่ยงไฮ้

    เซี่ยงไฮ้มีรากฐานที่แข็งแกร่งในด้านการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวระหว่างจีนและเกาหลีใต้ ซึ่งให้การสนับสนุนอย่างมั่นคงในระดับรากหญ้าสำหรับการเยือนของลี แจ-มยอง และจะช่วยกระตุ้นการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศให้ดียิ่งขึ้น นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งในเดือนมิถุนายน 2568 ลี แจ-มยอง ได้ให้ความสำคัญกับการปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและเกาหลีใต้มาโดยตลอด การเยือนเซี่ยงไฮ้ของเขา ซึ่งเน้นเรื่องประวัติศาสตร์และความไว้วางใจซึ่งกันและกัน ส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเกาหลีใต้หวังที่จะสร้างความสัมพันธ์ทวิภาคีที่มั่นคงและคาดการณ์ได้กับจีน เพื่อผลักดันความร่วมมือทวิภาคีไปสู่ระดับและคุณภาพที่สูงขึ้น                                                                   

    ข้อคิดเห็นของสคต.เซี่ยงไฮ้

    หากพิจาราณาจากบทความนี้จะเห็นได้ว่าการเยือนเซี่ยงไฮ้ของประธานาธิบดีลี แจ-มยอง แห่งเกาหลีใต้ สะท้อนให้เห็นว่าเซี่ยงไฮ้ไม่เพียงเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจและการค้าระดับโลก แต่ยังเป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์สำคัญสำหรับประเทศต่าง ๆ ในการขยายความร่วมมือกับจีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเกาหลีใต้ที่มีมูลค่าการค้ากับจีนสูงถึง 3.28 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2568 และมีแนวโน้มจะขยายตัวต่อไปในด้านเซมิคอนดักเตอร์ รถยนต์ไฟฟ้า และปัญญาประดิษฐ์สำหรับผู้ประกอบการไทยที่สนใจตลาดเซี่ยงไฮ้ ควรพิจารณาว่า เซี่ยงไฮ้มีบทบาทสำคัญในสามเหลี่ยมปากแม่น้ำแยงซี ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจที่มีกำลังซื้อสูงและเปิดรับนวัตกรรม ผู้ประกอบการไทยสามารถศึกษากรณีความสำเร็จของเกาหลีใต้ในการลงทุนและสร้างห่วงโซ่อุปทานในภูมิภาคนี้ จากเทรนด์นักท่องเที่ยวเกาหลีใต้ที่เดินทางมาเซี่ยงไฮ้เพื่อพักผ่อนและสัมผัสวัฒนธรรม ผู้ประกอบการไทยสามารถนำเสนอประสบการณ์การบริการและผลิตภัณฑ์ที่ผสมผสานเอกลักษณ์ไทยเข้ากับความทันสมัย เพื่อดึงดูดทั้งนักท่องเที่ยวและประชากรในเมือง

    ________________________________________________________________________________

    จัดทำโดย สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซี่ยงไฮ้

    มกราคม 2569  

    แหล่งที่มา
    https://www.sh.chinanews.com.cn/bdrd/2026-01-08/143904.shtml

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/an1ab0qn1ypd8zxm5zqbfeok&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3z0jBw9xTMJp_NZzQWhRg-

  • ไม่สงสารกองเชียร์ส้มหรือ? พิธีกรดังถามเจ็บ-ทีมศก.อ่อนแต่ไม่เสริม

    ไม่สงสารกองเชียร์ส้มหรือ? พิธีกรดังถามเจ็บ-ทีมศก.อ่อนแต่ไม่เสริม

    วันจันทร์ ที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.54 น.

    ผู้ดำเนินรายการด้านเศรษฐกิจชื่่อดัง ถามพรรคส้ม ไม่สงสารกองเชียร์บ้างหรือ ชี้ทีมศก.พรรคสู้คนอื่นไม่ได้ เตือนแล้วกลับโดนทัวร์ลงฉ่ำ

    เมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 นายเฉลิมพร ตันติกาญจนากุล ผู้ดำเนินรายการด้านเศรษฐกิจและการลงทุน ได้โพสต์เฟสบุ๊ค Chalermporn Tantikarnjanarkul ระบุว่า “สิ่งที่ผมไม่เข้าใจพรรคประชาชนเลยสักนิด คือเรื่องที่พรรคมองทีมเศรษฐกิจของตัวเองยังไง?

    ตั้งแต่การเลือกตั้งรอบก่อน จนรอบนี้ สิ่งที่คนส่วนใหญ่เห็น แต่พรรคและกองเชียร์มองไม่เห็น คือทีมเศรษฐกิจของพรรค สู้ของคนอื่นไม่ได้เลย รอบก่อนที่ผมตั้งคำถาม ก็โดนทัวร์ลงฉ่ำ ๆ หน้าหมา เสียงานเสียการกันไป
    กลับกัน อย่างเรื่องการปฏิรูปภาครัฐ หรือกฏหมาย ทางพรรคกลับมีการเสริมทีมต่อเนื่อง ดึงคนเก่ง ๆ เข้ามา แต่สิ่งที่เป็นจุดอ่อนชัด ๆ ดันปล่อยไว้เฉย ๆ

    เทียบกับทีมฟุตบอล ก็เหมือนเสริมแต่กองหน้า แต่กองหลังดันใช้เด็กปั้นเยาวชนของตัวเอง ทีนี้ก็รั่วกระจาย กองหน้ายิงเท่าไรก็ไม่พอ

    หน้ารถถัง หลังรถไถของแท้

    ผมไม่ได้จะบอกว่าคุณไหมไม่เก่งนะ แต่คุณไหม ไม่ใช่ All-around player แน่ ๆ คือให้ไปดีเบตเรื่องนโยบายการคลัง public finance อาจพอไหว ถ้าจะวัด ต้องวัดกับเอกนิติ สู้ได้ไหมไม่รู้ แต่คงไม่ถึงกับห่างชั้นขนาดนี้ สะสมประสบการณ์อีกหน่อย ก็คงไปได้ แต่อย่างเรื่องการค้าขาย คุณก็รู้ว่าจะต้องไปดีเบตกับคนที่ทำธุรกิจมาทั้งชีวิตอย่างคุณแต๋ม แต่พรรคก็ยังต้องส่งคุณไหมลงมา แล้วมันจะไปเหลืออะไร?

    เหนื่อยก็แต่กองเชียร์ที่ต้องหามุมมาอวย นี่เห็นบางคนยังบอกว่าดีเบตกับคุณศุภจี คุณไหมเป็นคนชนะอยู่เลย

    เหลือจะเชื่อ! คุณไม่สงสารกองเชียร์เหล่านี้บ้างหรือ?

    อย่างน้อยก็ควรเห็นใจพี่สรยุทธบ้าง!

    ผมเลยไม่แน่ใจว่าทางพรรคเขาไม่เห็นว่าเป็นปัญหา

    หรือพยายามหาตัวแทนมาแก้แล้วแต่ไม่มี

    ในขณะที่ภูมิใจไทย เขายอมรับว่าตัวเองไม่เก่งอะไร แล้วก็ไปทำ super deal ด้วยการดึงคุณศุภจีมาได้ เอาเชอรี่สวย ๆ มาวางบนก้อนเค้กช้ำ ๆ แต่ประชาชน ไม่ทำอะไรกับทีมเศรษฐกิจของตัวเองเลย

    ถ้าให้เดาคือ เบื้องหลังอาจพยายามแล้ว แต่ไม่สำเร็จเพราะแนวความคิดที่ค่อนไปทางสังคมนิยมอ่อน ๆ ก็ได้มั้ง ทำให้แนวทางด้านเศรษฐกิจมันไปกันยากกับคนที่รู้เรื่องจริง ๆ เลยชวนคนลำบาก

    โดยส่วนตัว ผมน่ะชัดเจนว่าทำใจเลือกนักการเมืองเก่า ๆ เน่า ๆ ไม่ลง เลยพยายามมองหาทางเลือกอื่น แต่เรื่องเศรษฐกิจสำหรับผม คือเรื่องหลักที่ไม่แพ้พวกการปฏิรูประบบราชการหรือการแก้คอรัปชั่นเลย แต่พี่เล่นไม่เอาเรื่องนี้สักนิด แล้วจะให้คนอย่างพวกผมทำยังไง ต้องมานั่งคิดว่าทางไหนแย่น้อยกว่ากันอย่างนี้น่ะหรือ?

    ถ้าพรรคจะมาทางนี้ ก็ออกตัวไปเลย ว่าจะมุ่งแก้คอรัปชั่น ปฏิรูปการเมืองอะไรก็ว่าไป เศรษฐกิจผมไม่ถนัด แล้วขอจับมือกับพรรคที่เก่งทางนี้ ก็ยังเข้าท่ากว่า แต่คนนั้นพี่ก็ไม่เอา คนนี้พี่ก็ไม่เอา อันนี้ก็ไม่เข้าใจจริง ๆ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/941531&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw125LUdBJtokzXFEhmJV47t