Blog

  • แห่ตามรอยลิซ่า ทะเลบัวแดงฟีเวอร์ ดันยอดนักท่องเที่ยวพุ่ง

    แห่ตามรอยลิซ่า ทะเลบัวแดงฟีเวอร์ ดันยอดนักท่องเที่ยวพุ่ง

    แห่ตามรอยลิซ่า ทะเลบัวแดงฟีเวอร์ ดันยอดนักท่องเที่ยวพุ่ง

    วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 12.26 น.

    ปลัดท่องเที่ยวฯ สั่งบูรณาการดูแลนักท่องเที่ยวทะเลบัวแดง หลังฟีเวอร์ตามรอย “ลิซ่า” ดันยอดเที่ยวพุ่ง เสริมภาพลักษณ์ท่องเที่ยวไทยเชิงบวก

    เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2569 นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยถึงสถานการณ์การท่องเที่ยวบริเวณ “ทะเลบัวแดง” อำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งขณะนี้ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินไทยระดับโลก “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งเป็น Amazing Thailand Ambassador โดยการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ซึ่งจากภาพและสื่อประชาสัมพันธ์ด้านการท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆตามรอย Lisa ส่งผลให้บรรยากาศในพื้นที่คึกคักอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยในเวทีนานาชาติ และสะท้อนพลัง เสหน่ห์ไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    ทะเลบัวแดง

    ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่า เพื่อสร้างความแข็งแกร่งและมั่นใจ ได้สั่งการ ให้เข้มงวดด้านความปลอดภัย คนขับเรือ มาตรฐานเรือชนิดต่างๆ การบริหารจัดการเพื่อนักท่องเที่ยวไม่ต้องรอนาน และดูแลอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวในพื้นที่ทะเลบัวแดงอย่างใกล้ชิด เพื่อรองรับจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และเพื่อรักษามาตรฐานการให้บริการให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม

    ทั้งนี้ ได้สั่งการให้หน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องบูรณาการการทำงานร่วมกันอย่างเข้มข้น โดยมอบหมายให้ กรมการท่องเที่ยว กำกับดูแลผู้ประกอบการและการให้บริการด้านต่าง ๆ ไม่ให้มีการโก่งราคาสินค้าและบริการแก่ นักท่องเที่ยวและผู้ใช้บริการ พร้อมสร้างความเป็นธรรมและโปร่งใสในการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวในพื้นที่

    ทะเลบัวแดง

    ขณะเดียวกัน ได้สั่งการให้ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของนักท่องเที่ยว รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

    นอกจากนี้ ได้มอบหมายให้ กองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว (กมก.) จัดส่งเจ้าหน้าที่จากศูนย์ช่วยเหลือนักท่องเที่ยว (Tourist Assistance Center: TAC) ลงพื้นที่ร่วมอำนวยความสะดวก ให้ข้อมูล และรับเรื่องร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว เพื่อเสริมประสิทธิภาพการดูแลในภาพรวม

    ทะเลบัวแดง

    นางสาวนัทรียา กล่าวเพิ่มเติมว่า กระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินระดับโลกในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน โดยเฉพาะการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะใช้จังหวะนี้ต่อยอดการสื่อสารเชิงบวก ควบคู่กับการดูแลมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค

    “การบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการท่องเที่ยว และเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของประเทศไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม รวมทั้งการจัดระบบตรวจคนเข้าเมืองที่มีความหนาแน่น ซึ่งได้พูดคุยกับ APT และ สตม เพื่อแก้ปัญหาเร่งด่วนด้วย“ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าว

    ทะเลบัวแดง

    สำหรับทะเลบัวแดง จังหวัดอุดรธานี นับเป็นหนึ่งในแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งอยู่ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวที่ดอกบัวบานสะพรั่ง สร้างความประทับใจแก่ผู้มาเยือน และกำลังกลายเป็นหมุดหมายใหม่ของนักท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะช่วยกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น และสนับสนุนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของประเทศในภาพรวมต่อไป

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/likesara/942862&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nfpT1Qh4ZdtoJN7mzbC1e

  • สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้” | TOPNEWS

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่พลอยขายของไม่ได้ตามไปด้วย
    สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดถนนนานถึง 2 เดือนนั้น นายภาณุมาศฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างไร หรือจะสามารถบริหารจัดการเปิดช่องทางจราจรให้รถพอวิ่งได้บ้างหรือไม่ แทนที่จะปิดถนนหลักทั้งหมดจนการเดินทางลำบาก

    จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อลดความกังวลและความเดือดร้อนในการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการก่อสร้างในอนาคตว่า สำหรับเฟส 3 นั้นไม่ต้องสร้างก็ได้ เพราะลำพังการก่อสร้างเฟส 2 ก็สร้างความเดือดร้อนมากพอแล้ว หากมีเฟส 3 ตามมาอีก ตนคงต้องปิดกิจการหรือย้ายร้านหนีเพราะแบกรับภาระไม่ไหว

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวท็อปนิวทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W4u3KMGHmGF1X5N8fFeDT

  • กรณ์ ซัด เพื่อไทย แจกเงินอาศัยดวง โชว์ เช็คช่วยชาติ ทำได้จริง กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 52

    กรณ์ ซัด เพื่อไทย แจกเงินอาศัยดวง โชว์ เช็คช่วยชาติ ทำได้จริง กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 52

    วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 07.29 น.

    วันนี้ 26 มกราคม พ.ศ. 2569  กรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แคนดิเดตนายกฯ คนที่ 2 ในศึกเลือกตั้ง 2569 โพสต์ร่ายยาวผ่านเฟซบุ๊กเช็คช่วยชาติ ปี พ.ศ. 2552 ว่าต่างกันอย่างไรกับนโยบายแจกเงินของพรรคเพื่อไทย ว่า “เรื่อง ‘เช็คช่วยชาติ‘ ของพรรคประชาธิปัตย์ เป็นเรื่องที่มีข้อสรุปไปนานแล้วในแง่ผลบวกต่อการแก้วิกฤตเศรษฐกิจในปี 2552 เป็นโครงการที่ได้ผลชัดเจนและเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมได้รับรางวัล Global Finance Minister of the Year แต่วันนี้ มีคนตั้งคำถามว่า ทำไม ‘เช็คช่วยชาติ‘ เราทำได้ มีอะไรต่างกับที่เพื่อไทยหาเสียงสุ่มแจกเงินล้านทุกวัน เห็นได้ชัดว่าเป็นความพยายามโต้กลับแบบไม่ทำการบ้านมาเลย

    เมื่อครั้งที่พรรคประชาธิปัตย์ได้จัดตั้งรัฐบาล เราเข้ามาพร้อมกับวิกฤตเศรษฐกิจที่ลามมาจากสหรัฐฯ เรียกว่า วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เราเข้ามารับช่วงต่อจากรัฐบาล “สมชาย วงศ์สวัสดิ์” ด้วยสภาวะเงินคงคลัง “ติดลบ” หน่วยงานราชการรายงานว่า ไทยเสี่ยงถึงขั้นต้องถูก Shutdown หรือศัพท์เทคนิคคือ หาเงินปิดหีบเงินคงคลังได้ไม่พอ

    กรณ์ จาติกวณิช

    ตอนนั้น เราออกหลายมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงเช็คมูลค่า 2,000 บาท ให้กับผู้มีรายได้ตํ่ากว่า 15,000/เดือน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในระบบประกันสังคม มีผู้ได้รับเช็คกว่า 10 ล้านคน ส่วนนโยบายสุ่มแจกของเพื่อไทย ผู้ได้เงินล้านอาศัย ‘ดวง’ (หรืออะไรก็แล้วแต่) โดยที่จะมีคนไทยเพียง 3,285 คน ที่จะได้รับเงิน หรือคิดเป็น 0.005% ของประชากร ซึ่งในกลุ่มนี้ไม่ได้มีการแยกแยะว่าจะเป็นคนรวยหรือจน ไม่ได้แยกแยะว่าใครเดือดร้อน ใครรวยอยู่แล้ว ยังไม่ต้องพูดถึงความโปร่งใสว่า วิธีการสุ่มจะทำอย่างไร ชาวบ้านตาดำๆ จะมีโอกาสได้รางวัลจริงหรือไม่

    #เช็คช่วยชาติ ”ไม่เคยเป็นนโยบายที่ประกาศออกมาเพื่อการหาเสียง” เราคิดนโยบายนี้เพื่อแก้ปัญหาเศรษฐกิจเฉพาะหน้า (เช่นเดียวกับ ‘คนละครึ่ง‘ ของรัฐบาลพลเอกประยุทธ์) แต่ของพรรคเพื่อไทย เป็นการประกาศออกมาช่วงหาเสียงเพื่อหวังคะแนนนิยมโดยตรง ซึ่งที่ผ่านมาไม่นานก็เคยประกาศแจกเงินดิจิตัล 10,000 บาท แล้วก็ทำไม่ได้ แสดงให้เห็นว่า ไม่มีการศึกษาหาข้อมูลมาก่อนที่จะเอามาหาเสียงเลยว่า ในทางปฏิบัติ สามารถทำได้จริงหรือไม่

    กรณ์ จาติกวณิช

    ผลจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของพรรคประชาธิปัตย์ในครั้งนั้น ทำให้เศรษฐกิจไทยเกิดความสะพัด เกิดพายุหมุนทางเศรษฐกิจจริงจนสิ้นปีกลับมาเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวมกว่า 7.5% ปั๊มหัวใจให้ชาวบ้านค้าขายคล่องขึ้น

    เรื่องนี้ปรากฏเป็นข่าวไปทั่วโลก และผมต้องขอเรียนว่า Big Data จะไม่มีประโยชน์อะไรเลย ถ้าอยู่ในมือของคนที่คิดวิเคราะห์อะไรไม่เป็น

    กรณ์ จาติกวณิช

    บัตรสีชมพู กาเบอร์ 27 #พรรคประชาธิปัตย์ #ประชาธิปัตย์ #เลือกตั้ง69 #เลือกตั้ง2569 #ไทยหายจนด้วยคนทำเป็น #พรรคประชาธิปัตย์27 ผลิตโดย นายกรณ์ จาติกวณิช 67 ถ.เศรษฐศิริ แขวงพญาไท เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร 10400 จำนวน/วันเวลาตามที่ปรากฏส่งมาในครั้งนี้”

    ชาวโซเชียลจำนวนมากต่างก็เข้าไปคอมเมนต์แสดงความคิดเห็นของ นาย กรณ์ จาติกวณิช ที่ออกมาโพสต์อธิบาย ว่า เช็คช่วยชาติ ต่างจากนโยบานแจกงเงินของพรรคเพื่อไทยยังไง เช่น

    “ดีมากค่ะ เป็นคนหนึ่งที่ได้รับเช็คช่วยชาติ”

    “เลือกพรรคที่ชอบกาคนที่ใช่27ทั้งใจ เอาไปเลยจ้า”

    “คุณกร ครับ เรื่อง..การนำคนรุ่นใหม่ มาหาเสียง แล้วบอกถึง “ฟ้าใหม่ประชาธิปัตย์” ดูเหมือนต่างจังหวัดสื่อออกน้อยไปนะครับ”

    “สร้างระบบการเงินไทยอีก1ระบบคือคูปองเงินดิจิทัลช่วยค่าใช้จ่ายตามฐานะ + ระบบเงินสดปัจจุบัน กำลังซื้อภายในปท.เพิ่มขึ้นอีก1เท่าตัว ขอโทษและขอบคุณครับ”

    “บ้านเมืองมีคนที่มีความรู้ความสามารถระดับโลกแล้วไม่ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ถือว่าเสียโอกาสอย่างยิ่ง”

    “จริงครับ”

    “ดิฉันอายุ69 เลือกปชป.มาทั้งชีวิตค่ะ vote no เมื่อปี66”

    กรณ์ จาติกวณิช

    กรณ์ จาติกวณิช

    กรณ์ จาติกวณิช

    ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก กรณ์ จาติกวณิช – Korn Chatikavanij

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/942947&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3O3nm73x_MWqtkyYSV-Y6j

  • “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่

    “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่


    “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่ ย้ำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสเพื่อประเทศ-คนไทยเข้มแข็ง

    “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่

    “เอกนิติ” นำ “ภูมิใจไทย” เดินสยาม ล้อมวงคุยคนรุ่นใหม่ ย้ำนโยบายเศรษฐกิจ 10 พลัสเพื่อประเทศ-คนไทยเข้มแข็ง

    แกนนำพรรคภูมิใจไทย นำโดย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทย, นางสาวศุภมาส อิศรภักดี แม่ทัพหาเสียงพื้นที่กทม., นายเกรียงยศ สุดลาภา ผู้สมัครสส. บัญชีรายชื่อ, นางสาวศศิธร กิตติธรกุล ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ, นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ลงพื้นที่หาเสียงช่วย ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ ผู้สมัครสส.กทม. เขตสาทร-ปทุมวัน-ราชเทวี เบอร์ 4 ที่สยามสแควร์ บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนเข้ามาพูดคุย และขอถ่ายรูปเป็นจำนวนมาก

    นอกจากนี้ ยังได้มีการพูดคุยกับกลุ่มนักศึกษา และผู้ประกอบการคนรุ่นใหม่ในหัวข้อ “ชวนพี่เอกคุย” ที่ร้าน Dalmatian สยามสแควร์ ซึ่งเป็นการพูดคุยถึงเรื่องการเงินการคลัง บทบาทของรัฐ สิ่งแวดล้อม เทคโนโลยี และอนาคตประเทศไทย มีการตั้งคำถามเกี่ยวกับมุมมองเศรษฐกิจไทยในอีก 3-5 ปี ที่จะมีเด็กรุ่นใหม่เรียนจบออกมานั้น นายเอกนิติ กล่าวว่า ประเทศเราคนน้อย แต่เราต้องทำให้คนเก่งขึ้น ในส่วนที่กังวลเรื่องของประชากรไทยอาจจะสู้ประเทศอื่นที่มีประชากรเยอะกว่าไม่ได้นั้น ต้องอย่าลืมไทยเป็นประเทศเปิดกว้าง เราต้องเอาคนเก่ง มีสกิลมาทำงาน และต้องทำระบบให้พร้อม 

    ส่วนที่เป็นห่วงกันเรื่องของ AI ที่จะเข้ามาแย่งงานนั้น นายเอกนิติ มองว่า AI ไม่สามารถเก่งกว่ามนุษย์ได้ ถ้าเราใช้งานเป็นควบคุมได้ ยิ่งโดยเฉพาะกับประเทศไทยที่เรามีประชากรน้อย AI จะมาเป็นเครื่องมือที่ช่วยเราด้วยซ้ำ ทั้งนี้ โลกเปลี่ยนเร็วมาก ถ้าดีที่สุดคือการเปลี่ยนที่รากฐาน นั่นคือระบบการศึกษา ซึ่งนโยบายของพรรคภูมิใจไทย มีเรื่องการศึกษาเท่าเทียมพลัส เพราะวันนี้การศึกษาไทยไม่ควรมีข้อจำกัด นอกจากนี้ การที่ต่างชาติจะมาลงทุนก็คิดถึงเรื่องพลังงานสะอาด ซึ่งเราก็มีนโยบายเศรษฐกิจสีเขียวพลัส

    นายเอกนิติ กล่าวว่า นโยบายเศรษฐกิจ10พลัสของพรรคภูมิใจไทยออกแบบมา ที่มีทั้งชุมชนพลัส เศรษฐกิจสีเขียว เราต้องลงทุนในคนที่มีความสำคัญมาก ต้องเพิ่มทักษะ ต้องแก้กฎกติกาที่ให้ความสะดวก เราหวังแค่นี้ไม่พอ ไม่ใช่รวยกระจุกจนกระจาย ชุมชนต้องสร้างให้เข้มแข็ง จ้างงานผู้สูงวัย ไปจนถึงธุรกิจขนาดใหญ่ ที่จะมีการเข้ามาลงทุนในไทย เพราะเศรษฐกิจไทยต้องเข้มแข็ง เพื่อให้คนไทยมีความเข้มแข็ง นี่คือ 10 พลัสของเรา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/39704&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Xgn6Uwutw6qlHKlIV6VKS

  • ‘ทวี’ชี้การศึกษาสำคัญ ช่วยพัฒนาคน เสนอเพิ่มค่าตอบแทนปอเนาะ-ตาดีกา ทั่วประเทศ

    ‘ทวี’ชี้การศึกษาสำคัญ ช่วยพัฒนาคน เสนอเพิ่มค่าตอบแทนปอเนาะ-ตาดีกา ทั่วประเทศ

    ‘ทวี’ชี้การศึกษาสำคัญ ช่วยพัฒนาคน เสนอเพิ่มค่าตอบแทนปอเนาะ-ตาดีกา ทั่วประเทศ

    วันอาทิตย์ ที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2569, 19.34 น.

    Tag :

    ‘ทวี’ชี้การศึกษาสำคัญ ช่วยพัฒนาคน เสนอเพิ่มค่าตอบแทนปอเนาะ-ตาดีกา ทั่วประเทศ 

    25 มกราคม 2569  ที่ห้องประชุมใหญ่ สำนักงานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีพ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรค กล่าวในการพบปะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นบุคลากรตาดีกา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ พร้อมนำเสนอนโยบาย ตอนหนึ่งว่า พรรคประชาชาติ ยืนยันว่าการพัฒนาประเทศที่ดีที่สุด ก็คือการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยจะดูอนาคตต้องดูที่การศึกษา การลงทุนกับมนุษย์ ต้องลงทุนกับเด็กตั้งแต่แรกเกิดถึง 7 ปี จะได้ผลตอบแทนกลับมามากที่สุดถึง 10 เท่า วัยเด็กเป็นช่วงที่สำคัญที่ต้องเรียนรู้เรื่องชีวิต ไม่ใช่แค่วิชาชีพอย่างเดียว 

    พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ขณะนี้ประเทศไทยมีอัตราการเกิดน้อยลงมากจนน่าตกใจ จนมีการคาดการณ์ว่าอีก 20 ปีข้างหน้า ประเทศไทยจะมีประชากรเหลือแค่ 30 ล้านคน จากตอนนี้ 66 ล้านคน อย่างไรก็ตามใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ก็ยังเยอะอยู่ แต่ก็น่ากังวลว่าแม้อัตราการเกิดเยอะ แต่การดรอปเอาต์ หรือไม่ได้เรียนหนังสือก็สูงเช่นกันถึงกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ จึงเป็นเรื่องสำคัญที่เราจะต้องให้คุณค่ากับอนาคต และการสร้างคน

    พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ก่อนหน้านี้สมัยที่ตนเป็นเลขาธิการศอ.บต. ได้เสนอให้อุดหนุนโรงเรียนตาดีกา ละ 2 หมื่นบาท เพื่อนำไปพัฒนาตาดีกา ซึ่งน่าปลื้่มใจว่ามีผู้ปกครองมาช่วยสนับสนุนเพิ่ม บางตาดีกา มีเงินสนับสนุนหลายแสน ได้เอาเงินตรงนี้มาจากครูต่างประเทศ มาสอนภาษา สอนวิชาการอื่นๆ พัฒนาเยาวชนของเราจนได้ผลดีมาก

    “งบประมาณอุดหนุนตาดีกา เราใช้ประมาณ 200 ล้านบาท ซึ่งได้ผลดีมาก มีการประเมินโครงการก็ได้เป็นอันดับ 1 โครงการอื่นในภาคใต้ใช้เงินเป็นพันล้าน แต่ประชาชนไม่รู้จัก ไม่ได้ประโยชน์ นี่คือโครงการที่ทำให้ประชาชนรู้จักศอ.บต. ซึ่งต้องบอกว่าก่อนจะผลักดันได้ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะทัศนคติด้านความมั่นคงก่อนหน้านี้เป็นลบ ผมต้องไปเจรจาของบประมาณ โชคดีที่ตอนนั้นรัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ มีเจตจำนงที่แน่วแน่ในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบถือเป็นความกล้าหาญอย่างยิ่ง”พ.ต.อ.ทวี กล่าว

    พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า มาวันนี้ไม่มีใครปฏิเสธว่าคุณค่าของตาดีกายิ่งใหญ่มาก ครูเสียสละในการดูแลลูกหลาน พ่อแม่ก็ต้องการให้สั่งสอนศีลธรรม จริยธรรม และศาสนา เด็กห่างไกลจากยาเสพติดได้ก็เพราะครู เพราะครอบครัว ครูทำงานหนักแต่ไม่ได้รับการดูแล ตนหารือกับสถาบันปอเนาะ ก็เสนอให้เพิ่มค่าตอบแทน ตาดีกาก็ควรได้เช่นกัน เราอยากเพิ่มค่าตอบแทนให้เป็น 5-5.5 พันบาท และไม่ใช่แค่ในจังหวัดชายแดนใต้ แต่ต้องเป็นเงินสนับสนุนทั่วประเทศ และในอนาคตก็ต้องเพิ่มสวัสดิการเหมือนราชการด้วย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/942932&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3p4PUDgkAQolqKUnEoeZQE

  • พรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นลำปาง ชูนโยบายสร้างทุนมนุษย์ สร้างโอกาส สร้างอนาคตชาติ

    พรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นลำปาง ชูนโยบายสร้างทุนมนุษย์ สร้างโอกาส สร้างอนาคตชาติ

    พรรคไทยก้าวใหม่ ขึ้นลำปางลุยหาเสียง ชูนโยบายสร้างทุนมนุษย์ สร้างโอกาส สร้างอนาคตชาติ ลดความเหลื่อมล้ำ ชวนประชาชนทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ

    วันที่ 25 มกราคม 2569 นายก้องเกียรติ กรสูต เลขาธิการพรรคไทยก้าวใหม่ พร้อมด้วย นายศักย์ ทับพลี ผู้อำนวยการพรรค นายไตรรัตน์ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ และนายนริศ แสงบุญเรือง ผู้สมัคร สส.ลำปาง เขต 1 ลงพื้นที่ จ.ลำปาง พบปะพ่อแม่พี่น้องประชาชน และรับฟังปัญหา พร้อมนำเสนอแนวนโยบายของพรรค ที่ตลาดกาดทุ่งเกวียน โดยแนะนำตัวผู้สมัครและนโยบายพรรค

    จากนั้นแห่เข้าสู่ตัวเมืองกราบสักการะศาลหลักเมืองจังหวัดลำปางเพื่อความเป็นสิริมงคล ก่อนร่วมกิจกรรม นั่งรถม้ารอบเมืองลำปาง สะท้อนอัตลักษณ์และวัฒนธรรมท้องถิ่นส่งเสริมซอฟต์พาวเวอร์ พร้อมสื่อสารแนวคิดการพัฒนาประเทศที่เคารพรากเหง้า และเติบโตไปพร้อมกับชุมชน โดยในช่วงเย็นคณะผู้บริหารพรรค ผู้สมัคร และทีมงาน ได้ร่วมกันเดินกาดกองต้า พบปะทักทายพ่อแม่พี่น้องอย่างใกล้ชิดอีกครั้ง ชูนโยบายสำคัญของพรรคด้านการศึกษาและการพัฒนาทุนมนุษย์ การสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้คนตัวเล็ก และการลดความเหลื่อมล้ำ เพื่อให้คนลำปางสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมั่นคงและมีศักดิ์ศรี

    นายก้องเกียรติ กล่าวในช่วงหนึ่งว่า การลงพื้นที่ลำปางครั้งนี้ ทำให้เห็นพลัง ความตั้งใจ และความหวังของประชาชนที่อยากเห็นประเทศเดินไปข้างหน้าอย่างเป็นธรรม พรรคไทยก้าวใหม่เชื่อมั่นว่า หากเริ่มต้นจากการลงทุนในคน สร้างการศึกษาที่เข้าถึงได้จริง และสร้างเศรษฐกิจที่คนธรรมดาอยู่ได้ ประเทศไทยจะเปลี่ยนแปลงได้อย่างยั่งยืน ทั้งนี้ พรรคไทยก้าวใหม่ขอเชิญชวนพ่อแม่พี่น้องชาวลำปาง และประชาชนทั่วประเทศ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญเลือกพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 เพื่อก้าวใหม่ของประเทศไทย ที่เดินไปพร้อมกับประชาชนทุกคน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2909971&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37XIYzdVX8_MnN9XmyHWf3

  • ศิษย์เก่าวัดกลางดอน

    ศิษย์เก่าวัดกลางดอน

    ล่าสุดระหว่างเดินหาเสียงที่ชลบุรี “เสี่ยเฮ้ง” เด็กเมืองชลฯ บังเอิญเจอเพื่อนเก่าสมัยเรียนประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดกลางดอนด้วยกัน ถึงกับเข้าไปกอดด้วยความดีใจ และยังได้แชร์คลิปวิดีโอตอนได้เจอกับเพื่อนรักพร้อมข้อความว่า

    “บังเอิญเจอเพื่อนผมตอนประถม ผมรักโรงเรียนวัดกลางดอนมากๆ ภูมิใจทุกครั้งที่ได้บอกใครๆ ผมมีพื้นฐานความรู้ชั้นประถมศึกษามาจากโรงเรียนวัดดอนกลาง สมัยก่อนถ้าเทียบกับโรงเรียนดีๆ ในจังหวัดชลบุรี ก็มีอีกหลายโรงเรียน ซึ่งผมก็ไม่มีปัญญาหาเงินไปจ่ายค่าเทอมเรียนเอง

    โรงเรียนผมอาจจะไม่โด่งดัง ไม่ได้มีชื่อเสียง แต่โรงเรียนเราก็สอนให้นักเรียนประพฤติดีทำดีประสิทธิ์ประสาทวิชาความรู้จนทุกคนเติบโตมาแยกย้ายไปเรียนสถาบันแห่งใหม่และมีชีวิตหน้าที่การงานเป็นของตัวเอง

    ผมไม่ได้มีดีกรี ไม่ได้มีโปรไฟล์การศึกษาที่ดีเด่นอะไรมาก ผมไม่เคยจบเมืองนอกเมืองนา ไม่ได้มีปริญญาเอกมาการันตีความสามารถ แต่ผมมีประสบการณ์ในการใช้ชีวิต มีครูอาจารย์ที่ดี มีเพื่อนร่วมโรงเรียนที่ทุกวันนี้ยังไม่ห่างหายไปไหน และผมก็อยากเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนต่อสู้เอาชนะความลำบาก

    ยืนขึ้นด้วย 2 ขาของตัวเอง จะเรียนสถาบันไหนก็ไม่สำคัญเท่าการพัฒนาฝึกฝนและมีเป้าหมายในชีวิตที่ต้องเดินไปให้ถึง วันหนึ่งเราก็ต้องประสบความสำเร็จครับ วันนี้ดีใจมากครับที่ได้เจอเพื่อนเก่าอีก 1 คน อาจจะต้องรำลึกความหลังกันยาวหน่อย เพราะนับไปนับมาก็หลายสิบปีแล้วเหมือนกันที่พวกเราเรียนจบกันมา”

    งานนี้ “เสี่ยเฮ้ง” ย้ำว่าภูมิใจมากๆ ที่ได้จบจากโรงเรียนในชลบุรี พร้อมเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนมีเป้าหมายในชีวิตที่ต้องไปให้ถึงเหมือนตนเอง.

    บรรจง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/936699/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rwNGnAnazESGuXEwcqbLQ

  • อบรมผู้ฝึกสอนลูกหนัง ให้ครูในสังกัด สพฐ. | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 24 ม.ค.69 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา จ.ปทุมธานี นางสาวสิริรักษ์ ชูสวัสดิ์ นักวิชาการศึกษาชำนาญการพิเศษศูนย์ส่งเสริมและประสานงานกิจการนักเรียน สำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เป็นประธานพิธีมอบวุฒิบัตรและปิดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ฝึกสอนกีฬาระดับพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กิจกรรมอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล (ระดับพื้นฐาน) โดยมีนางสาวสโรชา สุทธิจิต ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาผู้ฝึกสอนกีฬา สถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา กรมพลศึกษา และวิทยากรของกรมพลศึกษา ร่วมด้วย

    สถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา กรมพลศึกษา ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ จัดโครงการพัฒนาศักยภาพผู้ฝึกสอนกีฬาระดับพื้นฐาน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 กิจกรรมอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล (ระดับพื้นฐาน) ระหว่างวันที่ 19-24 ม.ค.69 ที่สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา จังหวัดปทุมธานี มีผู้ผ่านการอบรม จำนวน 39 คน

    สำหรับกิจกรรมการอบรมครั้งนี้ เป็นการอบรมผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอลขั้นพื้นฐานทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ให้กับครูในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จำนวน 39 คน มีการฝึกตั้งแต่ขั้นพื้นฐานของกีฬาฟุตบอล หลักการและจรรยาบรรณของการเป็นผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล โดยการอบรมครั้งนี้ ได้รับเกียรติจาก “อ.หรั่ง” ดร.ชาญวิทย์ ผลชีวิน อุปนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ฝ่ายเทคนิค ร่วมบรรยายให้ความรู้กับผู้เข้าร่วมการอบรม ซึ่งผู้ผ่านการอบรมในครั้งนี้ จะได้รับวุฒิบัตร 2 ใบ ทั้งหลักสูตรผู้ฝึกสอนกีฬาฟุตบอล (ระดับพื้นฐาน) ของกรมพลศึกษาและหลักสูตร FA Thailand ‘G’ Diploma ของสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ แต่ผู้เข้าร่วมการอบรมจะต้องส่งรายงานการฝึกซ้อมอย่างน้อย 10 ชั่วโมงก่อน ถึงจะได้รับวุฒิบัตรทั้ง 2 หลักสูตรนี้

    นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมการอบรม ยังได้จัดกิจกรรม Grassroots Festival ซึ่งเป็นหนึ่งในหลักสูตร FA Thailand ‘G’ Diploma ที่เป็นการฝึกสอนฟุตบอลขั้นพื้นฐานให้กับเด็กนักเรียนจำนวน 120 คน ที่มากจาก 5 โรงเรียน ประกอบด้วย รร.วัดผลาหาร รร.วัดหว่านบุญ รร.เทพศิรินทร์ นนทบุรี รร.วัดสำโรง(หิรัญราษฎร์ภักดีวิทยา) และ รร.เทศบาลท่าโขลง1 รวมถึงได้มีการแจกลูกฟุตบอลให้กับเด็กทุกคนที่เข้าร่วมกิจกรรมนี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5535727/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1RYA6HORkP5ARzN-Y0F2va

  • ททท.สบช่อง‘ลิซ่าฟีเวอร์’ลุยดันเที่ยวเมืองรอง

    ททท.สบช่อง‘ลิซ่าฟีเวอร์’ลุยดันเที่ยวเมืองรอง

    ททท.สบช่อง‘ลิซ่าฟีเวอร์’ลุยดันเที่ยวเมืองรอง

    วันจันทร์ ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงการท่องเที่ยวบริเวณ “ทะเลบัวแดง” อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ภายหลังเกิดกระแสการท่องเที่ยวตามรอยศิลปินไทยระดับโลก “ลิซ่า – ลลิษา มโนบาล” ซึ่งเป็น Amazing Thailand Ambassador ถือเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของไทยในเวทีนานาชาติ สะท้อนพลังเสน่ห์ไทย ที่ช่วยขับเคลื่อนแหล่งท่องเที่ยวเมืองรองให้เป็นที่รู้จักมากยิ่งขึ้น

    “กระแสท่องเที่ยวตามรอยศิลปินระดับโลกในครั้งนี้ เป็นโอกาสสำคัญในการยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทยในมิติใหม่ ทั้งด้านธรรมชาติ วัฒนธรรม และวิถีชุมชน โดยเฉพาะการผลักดันแหล่งท่องเที่ยวในพื้นที่เมืองรองให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง ซึ่งกระทรวงฯจะใช้จังหวะนี้ต่อยอดการสื่อสารเชิงบวก ควบคู่กับการดูแลมาตรฐานการบริการ ความปลอดภัย และความเป็นธรรมแก่ผู้บริโภค” น.ส.นัทรียา กล่าว

    ทั้งนี้ การบูรณาการทำงานของทุกหน่วยงานในสังกัดครั้งนี้ มีเป้าหมายเพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการท่องเที่ยว และเสริมสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกของไทยในสายตานักท่องเที่ยวทั่วโลก ให้การท่องเที่ยวไทยเติบโตอย่างมีคุณภาพ ยั่งยืน และเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวทุกกลุ่ม

    ด้าน น.ส.ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า ถือเป็นปรากฏการณ์ “ลิซ่า เอฟเฟกต์” หลังจากมีการปล่อยภาพถ่ายลิซ่าคู่กับทะเลบัวแดงในช่วงก่อนหน้านี้ จนเกิดมีมในโลกออนไลน์และเป็นกระแสที่สร้างการรับรู้กระจายตัว ถือเป็นโอกาสทองมากๆของทะเลบัวแดง โดยผู้ว่าฯ และคนในพื้นที่พร้อมใจเป็นเจ้าบ้านที่ดี เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับนักท่องเที่ยวทุกคน

    ทั้งนี้ จากการเก็บตัวเลขสถิติพบว่านักท่องเที่ยวเดินทางมายังทะเลบัวแดงมีความคึกคักขึ้นตั้งแต่เปิดฤดูกาลมา จนถึงขณะนี้สะสมอยู่ที่ประมาณ 50,000 คนแล้ว เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติกว่า 50% โดยปกติช่วงกลางสัปดาห์นักท่องเที่ยวจะน้อยกว่าปกติ แต่หลังจากมีกระแสลิซ่าเอฟเฟกต์เกิดขึ้น ทำให้มีเรือท่องเที่ยววิ่งบริการไม่ต่ำกว่าวันละ 100 รอบ โดยเดือนกุมภาพันธ์นี้ มีนักท่องเที่ยวจองเที่ยวแบบกรุ๊ปเข้ามาอีกด้วย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/942910&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3To70W-9Z18VH6vaP_Wc4l

  • สมุทรสงคราม///กระทบลูกโซ่พิษสร้างถนนพระราม2ทำตลาดสด-ท่องเที่ยวซบเซา ผู้ประกอบการลั่น “ไม่ต้องสร้างก็ได้” | TOPNEWS

    ผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปยังพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสดที่พลอยขายของไม่ได้ตามไปด้วย
    สำหรับกรณีที่มีข่าวว่าจะมีการปิดถนนนานถึง 2 เดือนนั้น นายภาณุมาศฝากคำถามถึงรัฐบาลว่าหากเป็นเช่นนั้นจะมีมาตรการชดเชยเยียวยาให้กับภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจอย่างไร หรือจะสามารถบริหารจัดการเปิดช่องทางจราจรให้รถพอวิ่งได้บ้างหรือไม่ แทนที่จะปิดถนนหลักทั้งหมดจนการเดินทางลำบาก

    จึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ไขปัญหาให้ชัดเจน เพื่อลดความกังวลและความเดือดร้อนในการทำมาหากินของชาวบ้านในพื้นที่ พร้อมทั้งกล่าวทิ้งท้ายถึงโครงการก่อสร้างในอนาคตว่า สำหรับเฟส 3 นั้นไม่ต้องสร้างก็ได้ เพราะลำพังการก่อสร้างเฟส 2 ก็สร้างความเดือดร้อนมากพอแล้ว หากมีเฟส 3 ตามมาอีก ตนคงต้องปิดกิจการหรือย้ายร้านหนีเพราะแบกรับภาระไม่ไหว

    นพพร บุญทนาวงศ์ ผู้สื่อข่าวท็อปนิวทั่วไทย จ.สมุทรสงคราม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1466549&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0W4u3KMGHmGF1X5N8fFeDT