Blog

  • “รอง ผบ.ไมค์” โชว์งานไอทีเชิงรุก​ เปิดแอปพลิเคชันบริการประชาชน​ เตือนภัย-แจ้งความ-ให้ความรู้กฎหมาย

    “รอง ผบ.ไมค์” โชว์งานไอทีเชิงรุก​ เปิดแอปพลิเคชันบริการประชาชน​ เตือนภัย-แจ้งความ-ให้ความรู้กฎหมาย

    ในแวดวงสีกากีจะเป็นที่รับรู้ทั่วกันว่าตำแหน่ง รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) และผู้ช่วย ผบ.ตร. เป็นตำแหน่งที่ช่วย ผบ.ตร. บริหารจัดการงานด้านต่างๆ บทบาทจะแตกต่างกันตามภาระหน้าที่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่ว่าเมื่อได้รับมอบหมายแล้วจะขับเคลื่อนอย่างไรถึงจะโดดเด่นจนตำรวจและประชาชนรู้สึกสัมผัสได้

    ที่ผ่านมา หน้างานที่สามารถสร้างผลงานให้โดดเด่นได้คืองานป้องกันปราบปราม งานสืบสวนสอบสวน แต่บางยุค รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับผิดชอบพยายามสร้างผลงานให้โดดเด่น หวังใช้เป็นบันไดก้าวสู่ตำแหน่งเจ้าสำนักปทุมวัน ถ้า ผบ.ตร. ใจกว้างจะสนับสนุน แต่ถ้าใจแคบจะหวาดระแวงว่ากำลังถูกเลื่อยขาเก้าอี้หรือไม่ ?

    บางยุคอยู่ในช่วงที่อำนาจรัฐบาลเปลี่ยนมือหรืออยู่ในช่วงเลือกตั้ง บวก ผบ.ตร. จะอยู่ในตำแหน่งไม่เกิน 9 เดือนจะเกษียณอายุ รอง ผบ.ตร. ที่ดูหน้างานปราบปรามและคิดว่ามีผลงานโดดเด่น แม้จะอาวุโสน้อยจะมีความพยายามที่จะวิ่งเต้นเข้าหาขั้วอำนาจที่ประเมินแล้วว่าจะชนะเลือกตั้งเป็นรัฐบาล เพื่อผลักดันให้ตัวเองก้าวขึ้นตำแหน่ง ผบ.ตร. บางคนถึงขั้นวิ่งเต้นแบบข้ามประเทศก็ยังมี

    ขณะที่ รอง ผบ.ตร. ที่ได้รับมอบหมายหน้างานด้านกฎหมายและคดี ที่ผ่านมาส่วนใหญ่จะทำงานแบบรูทีน ขาดความกระตือรือร้น ทั้งที่หน้างานที่รับผิดชอบหากมีการคิดค้นเพื่อสนองตอบความต้องการของประชาชนย่อมทำได้ แต่กลับวางเฉยคล้ายเกียร์ว่าง

    แต่มาถึงยุคนี้ ถ้าได้ติดตามข่าวช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ และไม่กี่วันที่ผ่านมา เชื่อว่าตำรวจส่วนใหญ่และประชาชนทั่วไปคงต้องปรับเปลี่ยนมุมมองใหม่ เมื่อหน้างานด้านกฎหมายและคดีมาอยู่ในมือของ พล.ต.อ.นิรันดร เหลื่อมศรี หรือ “รองไมค์” รอง ผบ.ตร. อาวุโสอันดับ 1

    โดยในช่วงส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) เปิดตัว “Police Care” แอปพลิเคชันตำรวจสำหรับประชาชน เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ 2569 ให้กับประชาชนทั่วประเทศ

    พล.ต.อ.นิรันดร อธิบายถึงแอปพลิเคชัน Police Care ว่า มีฟีเจอร์หลักคือการบริการของตำรวจเพื่อประชาชนด้านต่างๆ อาทิ ให้ความรู้ด้านกฎหมาย การเตรียมตัวไปแจ้งความ เตือนภัย ค้นหาสถานีตำรวจใกล้ฉัน คู่มือประชาชน แจ้งอายัดบัญชี แจ้งความออนไลน์ ตรวจสอบเจ้าหน้าที่ตำรวจ ตรวจสอบข้อมูลใบสั่ง ข้อมูลคดี ประชาชนสามารถเข้าไปดูข้อมูลต่างๆ ได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

    พล.ต.อ.นิรันดร บอกอีกว่า เพื่อให้ครอบคลุมทุกบริการ เป็นแอปพลิเคชันตำรวจแบบครบวงจร ครบ จบ ที่แอปเดียว Police Care เปิดฟีเจอร์ใหม่และสามารถใช้งานได้แล้ว คือ ตรวจสอบบัญชีมิจฉาชีพ และตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพ

    “ด้วยความห่วงใยของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร ผบ.ตร. มีนโยบายให้พัฒนาแอปพลิเคชันนี้เป็นตัวช่วยเรื่องการป้องกันอาชญากรรมที่อาจเกิดขึ้นกับประชาชนได้ด้วย ซึ่ง ตร. ให้ความสำคัญกับภัยออนไลน์ สแกมเมอร์ ที่มาหลากหลายรูปแบบ จึงได้พัฒนาเพิ่มอีก 2 ฟีเจอร์” พล.ต.อ.นิรันดร ระบุ และว่าผู้ใช้งานสามารถเข้าไปที่หน้าแอปพลิเคชัน Police Care แล้วเข้าไปตรวจสอบข้อมูลของฉัน จากนั้นล็อกอินผ่าน ThaiID ก่อน เพื่อความปลอดภัยของผู้ใช้งานและความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล สามารถกรอกเบอร์โทรศัพท์หรือบัญชีต้องสงสัย ระบบจะประมวลผลอย่างรวดเร็วแล้วจะบอกว่าเบอร์โทรฯ หรือบัญชีธนาคารนั้นเป็นของมิจฉาชีพหรือไม่ กรณีเป็นบัญชีธนาคารจะขึ้นข้อความแจ้งเตือนว่า “มิจฉาชีพ อันตราย ห้ามโอนเด็ดขาด”

    พล.ต.อ.นิรันดร บอกอีกว่า เพื่อความอุ่นใจ ไม่ต้องรอให้เกิดเหตุ เสมือนมีตำรวจอยู่ใกล้ตัว อยากให้ประชาชนโหลดแอปพลิเคชันไว้ในโทรศัพท์มือถือ รับรองว่าเป็นแอปฯ ที่มีความปลอดภัย สามารถดาวน์โหลดได้ทั้งระบบ Android ผ่าน Play Store และ iOS ผ่าน App Store จะมีการอัปเดตฟีเจอร์ใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง

    จากบริบทดังกล่าวพอบ่งบอกได้ว่า พล.ต.อ.นิรันดร คือตำรวจอาชีพอย่างแท้จริง แม้หน้างานที่ได้รับมอบหมายดูจะไม่โดดเด่นหรือยากที่จะสร้างชื่อให้ติดหูประชาชนได้ แต่เมื่อมีความตั้งใจที่จะขับเคลื่อนเพื่อรับใช้องค์กรและประชาชน ย่อมจะมีช่องให้ขับเคลื่อนได้เสมอ​ ซึ่งผลงานแอปพลิเคชัน Police Care น่าจะอธิบายความได้ดีที่สุด

    ดังนั้นถ้ามองถึงภาพรวม ผู้บริหารระดับสูงของ ตร. มีเกือบ 20 นาย ถ้าทุกคนร่วมแรงร่วมใจกันทำงานอย่างจริงจังแบบทีมเวิร์ก ไม่จ้องที่จะขัดแข้งขัดขาหรือวิ่งเต้นเข้าหาขั้วอำนาจผลักดันตัวเองขยับไปนั่งเจ้าสำนักปทุมวันแบบนอกวาระ หรือวิ่งเต้นเบียดแซงตามวาระโดยไม่คำนึงถึงหลักเกณฑ์อาวุโส เชื่อว่าผลงานของสำนักปทุมวันจะผงาดเหนือทุกหน่วยงานอย่างแน่นอน!!!

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/274700&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0nS7Q-sa0PaFppAVLRhqVW

  • “เช็คดวงวันนี้” วันเสาร์ 31 ม.ค. 2569 เลขเด็ดงวดนี้ ออกอะไร เลขวันเกิดลูกให้โชค

    “เช็คดวงวันนี้” วันเสาร์ 31 ม.ค. 2569 เลขเด็ดงวดนี้ ออกอะไร เลขวันเกิดลูกให้โชค

    คนเกิดวันอาทิตย์

    การงาน    การแข่งขันที่สูง  แต่ก็พยายามพัฒนาตนเองอยู่เสมอ  จะมีการเรียนรู้อะไรใหม่ใหม่เพิ่มขึ้น   การวางแผนล่วงหน้า

    การเงิน   หมุนการเงินอยู่ตลอด  จับแพะชนแกะในช่วงสิ้นเดือน  มีโชคลาภกับรหัสเอทีเอ็มให้โชค

    ความรัก    ต้องช่วยเหลือกันทำทุกอย่าง  เพื่อให้ครอบครัวมีความสุข   คนโสดมีโอกาสพบรักในที่ทำงาน

    สุขภาพ   เอาใจใส่เรื่องของน้ำหนัก  การกิน  ต้องออกกำลังกายมากขึ้น  คนเจ็บป่วยต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษเกี่ยวข้องกับความดัน

    คนเกิดวันจันทร์

    การงาน    จะมีชื่อเสียงในเรื่องของการงาน  การประกวดการแข่งขันจะได้ดี  และการเดินทางชีพจรลงเท้าอยู่ตลอด  ไปไหนก็มีเพื่อนใหม่ความสนิทสนมกันง่าย  และมีโอกาสได้ร่วมงานกันในอนาคต

    การเงิน   ใช้เงินเก่งซื้อความสุขทุกอย่าง  อาหารของกินเต็มบ้าน   มีโชคลาภกับเลขศูนย์  จะทำอะไรขอให้มีเลขศูนย์เอาไว้ก่อน

    ความรัก   มีเสน่ห์มาก  ต่อให้อยู่กับบ้านก็มีคนมารักมาชอบ  ยิ่งเดินทางก็มีโอกาสได้รู้จักคนอายุน้อยกว่า   คนโสดจะสมหวังในความรัก  คนมีครอบครัวจะได้เดินทางท่องเที่ยว

    สุขภาพ   ดูแลเอาใจใส่ตัวเองเป็นพิเศษ  เน้นความสวยความงามการทำศัลยกรรม

    คนเกิดวันอังคาร

    การงาน   มีโอกาสได้งานใหม่  หรือการลงทุนอะไรใหม่ใหม่  จะมีชื่อเสียงในความสามารถที่มี  ขอให้จงมั่นใจในตนเอง  การแข่งขันอะไรก็สู้เขาได้

    การเงิน   ใช้เงินซื้อความสุขทุกอย่าง  อะไรพังอะไรเสียซื้อใหม่หมด  ได้รับข่าวดีทางเรื่องการเงิน  มีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค

    ความรัก   มีเสน่ห์มากคนโสดจะพบรักกับผู้ใหญ่หน้าตาดี  นิสัยร่าเริงมีความเป็นเด็กสดใสทั้งทั้งที่อายุมาก   คนมีครอบครัวแล้วจะได้เดินทางพร้อมครอบครัวยามค่ำคืน

    สุขภาพ   เกี่ยวข้องกับบุคลิกภาพ  การทำศัลยกรรมความงามหรือการแก้ไข  เจ็บป่วยอะไรก็รักษาหาย

    คนเกิดวันพุธกลางวัน

    การงาน   มีโอกาสได้เรียนรู้อะไรเพิ่มขึ้น  การทำงานมากกว่าหนึ่งอย่าง  แต่จะนำพาให้มีชื่อเสียงหรือประสบความสำเร็จในสิ่งที่ทำ  ต่อให้มีการแข่งขันสูงก็สู้เขาได้

    การเงิน   หาเงินหาเงินได้ตลอด  แต่ก็ใช้เก่งมาก  ซื้อขายแลกเปลี่ยนติดต่อได้ดี   มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของคุณแม่ให้โชค

    ความรัก   ช่างเลือกพิถีพิถันสำหรับคนโสด  แต่ก็จะได้ดี   คนมีครอบครัวแล้วต้องดูแลเอาใจใส่คนรักมากขึ้น  อย่ามัวแต่จ้องจับผิด

    สุขภาพ   เอาใจใส่เรื่องของกระเพาะ  ลำไส้  และระบบทางเดินหายใจ  การรักษาตัว  หรือการพักฟื้น

    คนเกิดวันพุธกลางคืน

    การงาน   จะได้เลื่อนขั้นเลื่อนตำแหน่ง  หรือได้รับทาบทามจากผู้ใหญ่  หากใครคิดจะลงทุนต้องใจถึง  จะได้ดีในวันข้างหน้า  มีการโยกย้ายสูง  รวมถึงการย้ายบ้าน

    การเงิน    หาเงินเก่งมาก  มีเงินเข้ามาตลอด  และจะสมหวังในสิ่งที่อยากจะซื้อ  หรือการเคลียร์หนี้สินได้หมด   มีโชคลาภดวงดีกับอายุวันเดือนปีเกิดของคุณพ่อให้โชค

    ความรัก    มีปากเสียงกันบ้าง  แต่ก็รักกันมากขึ้น  รวมถึงการร่วมกันแก้ไข  คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนฐานะดีที่เคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว

    สุขภาพ   เอาใจใส่เรื่องของการเจ็บคอ  แพ้ฝุ่น  รวมถึงระบบทางเดินหายใจ  คนอายุมากระวังเกี่ยวข้องกับความดัน  หรือมีดวงไปตรวจสุขภาพ  และการไปงานศพ

    คนเกิดวันพฤหัสบดี

    การงาน    จะมีงานใหญ่ใหญ่เข้ามา  การทำอะไรมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป  ติดต่ออะไรกับใครต้องมีของติดไม้ติดมือ  หรือของฝาก  รวมถึงการเลี้ยงจะทำให้มีงานใหญ่มากขึ้น

    การเงิน   มีเงินเข้ามาตลาด  ซื้อขายโดยเฉพาะการเก็งกำไร ต้องใช้กาลเวลา  และความใจเย็นจะให้ได้กำไร  โดยเฉพาะเรื่องของทองคำ   มีโชคลาภกับบ้านเลขที่ให้โชค

    ความรัก   คนรักนำความสุขหรือมีสิ่งที่ดีเข้ามา  โดยเฉพาะในอนาคต  เดือนแห่งความรัก  คนโสดมีคู่แน่นอน  มีความสนิทสนมกับคนฐานะที่ดี  มีดวงแต่งงาน

    สุขภาพ   อุดมสมบูรณ์  เอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น  คนเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น  พยายามออกกำลังกายมากขึ้น

    คนเกิดวันศุกร์

    การงาน   มีความสนุกสนาน  รวมถึงการเดินทางไกลเป็นกลุ่มทีม  การงานที่ต้องออกนอกสถานที่  และการมีชื่อเสียง  มีดวงเกี่ยวข้องกับสื่อ  การออนไลน์  หรือโลกโซเชียล

    การเงิน   ใช้เงินเก่ง  โครงการเกี่ยวข้องกับอาหาร  ของสิ่งที่อยากได้  หรือการซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่  มีโชคลาภกับเลขทะเบียนรถป้ายแดงคันแรกที่มองเห็น

    ความรัก   สนุกสนานร่าเริง  พาครอบครัวท่องเที่ยวตลอดโดยเฉพาะช่วงของกลางคืน  การมองหาอาหารอร่อย   คนโสดจะมีโอกาสพบรักในขณะเดินทาง  กับคนหน้าตาดี  มีชื่อเสียง

    สุขภาพ    ดูแลเอาใจใส่ตัวเองอยู่เสมอ  มีบ้างเกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ  การเจ็บคอมีเสมหะ  แพ้ฝุ่น

    คนเกิดวันเสาร์

    การงาน   ชีวิตที่ต้องสู้  การแข่งขันอยู่ตลอด  แต่ก็สามารถสู้ได้  จะมีจุดเปลี่ยนเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นกว่าเดิม  การทำงานที่ต้องใช้สไตล์เป็นของตนเอง  รวมถึงกาลเวลา

    การเงิน   รู้จักค่าของการเงิน  พยายามเก็บเล็กผสมน้อย  และการเคลียร์หนี้สิน  มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของลูกให้โชค

    ความรัก   มีเสน่ห์  คนโสดมีโอกาสพบรักในขณะเดินทาง  คนมีครอบครัวแล้วจะได้พากันท่องเที่ยว  หรือนึกถึงบรรยากาศเก่าเก่า  และช่วยเหลือกันพึ่งพาอาศัยลูกหลานได้

    สุขภาพ   เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม  การทำศัลยกรรมความงาม  รวมถึงการแก้ไข 

    #อาจารย์มงคลรอดเที่ยงธรรม รับงานอีเว้นท์ทั่วประเทศ นักพยากรณ์ไพ่ยิปซี  ลายมือ ศาสตร์แห่งตัวเลข ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง ในสไตล์ธรรมชาติของชีวิตจริง สอนสักลายมือเศรษฐีมงคลพร้อมรับสักลายมือเศรษฐีมงคล โทรศัพท์ 0878285222 โทรศัพท์ 0871084664

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/daily-horoscope/612901&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yVgWm5elxmqOqpsoZ4ur_

  • ทีพีไอ รักษ์สุขภาพ มอบทุนการศึกษา 4 แสนบาท แก่นักศึกษา มทร.กรุงเทพ เสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา

    ทีพีไอ รักษ์สุขภาพ มอบทุนการศึกษา 4 แสนบาท แก่นักศึกษา มทร.กรุงเทพ เสริมสร้างโอกาสทางการศึกษา

    “เท้ง”นำคาราวาน ประเดิม”นครนายกฯ” | ทันข่าวเที่ยง | 30 ม.ค. 69 | PART 1

    คาราวาน ลุ่มน้ำเค็ม เพื่อขอคะเเนนเสียงในพื้นที่ภาคตะวันออก ได้เคลื่อนคาราวานหาเสียง ในเขต พื้นที่ปทุมธานี และตอนนี้เคลื่อนขบวนหาเสียงไปยัง อ. องครักษ์ เเละ อำเภอบ้านนา จ.นครนายก นายณัฐพงษ์ เรือปัญญาวุฒิ ได้ปราศรัยทักทายประชาชน และบอกว่าจะทวงคืนอำนาจของประชาชนกลับคืนมา ตั้งเป้าตั้งรัฐบาลเดียวหากประชาชนให้ถล่มทลายก็ไม่มีใครหน้าไหนที่จะผลักดันให้เราไปเป็นฝ่ายค้านอีกแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/pr-news/business/pr-news/378972859&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BgTVL1mGQfqH-apuG2T_T

  • “ตรีนุช” แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม

    “ตรีนุช” แต่งตั้งคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม

    วันนี้ (30 ม.ค.2569) น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ลงนามคำสั่งกระทรวงแรงงาน 98/2569 เรื่องแต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม โดยมีเนื้อหาดังนี้

    ด้วยยกระทรวงแรงงานมีนโยบายในการยกระดับประสิทธิภาพการบริหารงานของสังนักงานประกันสังคมให้สอดคล้องกับบริบททางเศรษฐกิจและสังคมที่เปลี่ยนแปลงไป โดยเฉพาะการเข้าสู่สังคมผู้สูงวัยและความจำเป็นในการเสริมสร้างความมั่นคงและความยั่งยืนของกองทุนประกันสังคมในระยะยาว

    ดังนั้น เพื่อให้การศึกษาปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคมเป็นไปไปอย่างรอบคอบและเป็นระบบ และสามารถนำไปสู่การปฏิบัติได้จริง อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 20 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ.2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ.2545 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานจึงแต่งตั้งที่ปรึกษาและคณะทำงานศึกษาโครงสร้างการปฏิรูปสำนักงานประกันสังคม ประกอบด้วย

    1.รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ที่ปรึกษาคณะทำงาน

    2.ปลัดกระทรวงแรงงาน ประธานคณะทำงาน

    3.เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม คณะทำงาน

    4.ผู้แทนกระทรวงการคลัง คณะทำงาน

    5.ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา คณะทำงาน

    6.ผู้แทนสำนักงานคณะกะกรรมการพัฒนาระบบราชการ คณะทำงาน

    7.นายทวีเกียรติ รองสวัสดิ์ ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง คณะทำงาน

    8.นายมนตรี ฐิรโฆไท ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง คณะทำงาน

    9.นายสุวิทย์ ศรีเพียร ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง คณะทำงาน

    10.นางสิริวัน ร่มฉัตรทอง ผู้แทนฝ่ายนายจ้าง คณะทำงาน

    11.นายจตุรงค์ ไพรสิงห์ ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน คณะทำงาน

    12.นายไชยวัฒน์ วรรณโคตร ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน คณะทำงาน

    13.รศ.ษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน คณะทำงาน

    14.นายอานนท์ มาเม้า ผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน คณะทำงาน

    15.ที่ปรึกษาด้านประสิทธิภาพ สำนักงานประกันสังคม เลขานุการ

    16.ผู้อำนวยการกองกฎหมาย สำนักงานประกันสังคม ผู้ช่วยเลขานุการ

    17.ผู้อำนวยการกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร สำนักงานประกันสังคม ผู้ช่วยเลขานุการ

    ให้คณะทำงานมีหน้าที่และอำนาจ ดังนี้

    1.จัดทำแผนการดำเนินงาน (Roadmap) ในการศึกษาแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของสำนักงานประกันสังคม โดยกำหนดกรอบระยะเวลา ขั้นตอนการดำเนินงาน ตัวชี้วัด ความก้าวหน้า และผลลัพธ์ที่คาดหวังอย่างชัดเจน เพื่อเสนอเป็นกรอบแนวทางเชิงนโยบายต่อรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงแรงงาน

    2.กำกับ ติดตาม และประเมินความก้าวหน้า ของการดำเนินงานตามแผนการดำเนินงาน (Roadmap) ให้เป็นไปตามกรอบระยะเวลาที่กำหนด พร้อมทั้งรายงานผลการดำเนินงานและข้อเสนอแนะ ต่อปลัดกระทรวงแรงงานเป็นระยะ หรือเมื่อได้รับมอบหมาย

    3.พิจารณา คัดเลือก และเสนอรายชื่อผู้มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ที่เหมาะสม จากภาควิชาการ สถาบันการศึกษา หรือภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการศึกษา วิเคราะห์ และให้ข้อเสนอแนะทางวิชาการแก่คณะทำงาน

    4.ให้มีอำนาจแต่งตั้งผู้เชี่ยวชาญที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ในด้านต่าง ๆ มาเป็นที่ปรึกษาคณะทำงาน เพื่อให้คำปรึกษา ข้อเสนอเสนอแนะการดำเนินงานของคณะทำงานตามความจำเป็น และเหมาะสม

    5.ปฏิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานมอบหมาย

    6.ให้ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คณะทำงางานมีการประชุมครั้งแรก ทั้งนี้ ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

    สั่ง ณ วันที่ 29 มกราคม พ.ศ.2569

    “ตรีนุช” ยันไม่แทรกแซง รอผลประชาพิจารณ์เลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม

    ส่องประกันสังคมมาเลเซีย กองทุนที่ “ธนาคารโลก” ยกย่องจัดการดี-โปร่งใสสูง

    ปลัดแรงงาน – เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม ยันเร่งแก้ปัญหา-เดินหน้าปฏิรูปโครงสร้าง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/501636&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0rPQQXGOnZoQbZiGrkJv4B

  • ท่องเที่ยวสีเขียว

    ท่องเที่ยวสีเขียว

    Sustainability

    ความยั่งยืน31 ม.ค. 2569 05:00 น.

    คอลัมน์ Sustainable together สัปดาห์นี้ ได้มีโอกาสสนทนาวิสาสะกับ นายอธิป ตันติวรวงศ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทอินโนพาวเวอร์ จำกัด โดยนายอธิป เล่าให้ฟังว่า บริษัทได้ดำเนินโครงการร่วมกับองค์กรบริหารจังหวัด (อบจ.) กาญจนบุรี เพื่อพัฒนารถโดยสารสาธารณะพลังงานไฟฟ้า ในเขตตัวเมืองกาญจนบุรี และเตรียมขยายความร่วมมือ ไปยัง อบจ.ทั่วประเทศเพื่อสนับสนุน ไปสู่ภาคธุรกิจการท่องเที่ยว โรงแรม ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญๆให้มีการปรับเปลี่ยนมาสู่ธุรกิจสีเขียว รองรับมาตรการอุดหนุนและรณรงค์ ให้นักท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์กลุ่มประชาคมยุโรป (อียู) ให้เลือกท่องเที่ยวในแหล่งท่องเที่ยวอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

    ทั้งนี้หลังจากที่รัฐบาลได้ประกาศร่นเวลา การเข้าสู่ประเทศความเป็นกลางทางคาร์บอนหรือ Net Zero Carbon ภายในปี 2593 บริษัทจะใช้โอกาสนี้ สร้างความตื่นตัว ให้กับท้องถิ่นทั่วประเทศ โดยเน้นไปที่องค์กรส่วนปกครองท้องถิ่น ภาคบริการ ภาคอุตสาหกรรม ที่เกี่ยวเนื่องกับการท่องเที่ยว เพื่อช่วยให้เกิดการลดคาร์บอนตามเป้าหมาย แล้วยังมีส่วนช่วยพลิกฟื้น สร้างแต้มต่อและความได้เปรียบในอุตสาหกรรม การบริการ การท่องเที่ยว ให้เป็นจุดหมายปลายทาง แหล่งท่องเที่ยวสีเขียวอย่างยั่งยืน

    เพราะแม้ว่าแนวโน้มเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แต่การปรับตัวของภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม เพื่อเข้าสู่การเป็นธุรกิจปลดปล่อยคาร์บอนต่ำหรือธุรกิจสีเขียว มีความจำเป็นและมีความสำคัญ ในการเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระยะยาว

    “เศรษฐกิจไทยอาจชะลอตัว ส่งผลทำให้ธุรกิจบางส่วนชะลอการลงทุนปรับเปลี่ยนจากธุรกิจดั้งเดิมไปสู่ธุรกิจเขียว เพราะต้องใช้เงินไปกับธุรกิจหลัก แต่ธุรกิจสีเขียวยังเป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถใน การแข่งขันโดยเฉพาะกฎเกณฑ์การค้าการลงทุน เพื่อกดดันสร้างความเท่าเทียม การค้าภายในและภายนอกประเทศ ผ่านการกีดกันสินค้าปลอดคาร์บอนที่เข้มงวด ซึ่งภาคเอกชนไทยก็ค่อยๆเปลี่ยนได้ ไม่ต้องรอให้ต้องปรับเปลี่ยน เพราะสถานการณ์บังคับ”

    โดยปัจจุบันบริษัทพร้อมที่จะให้คำปรึกษา แก่องค์กรภาครัฐ ภาคธุรกิจ ภาคอุตสาหกรรม ในการให้บริการวางแผน การบริหารจัดการ ตลอดจนสนับสนุนเงินทุน เทคโนโลยี และสนับสนุนที่มีความจำเป็นในการปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจ ภาคการผลิต ภาคอุตสาหกรรม เพื่อลดการปลดปล่อยคาร์บอน

    แนวโน้มของสถาบันการเงินไทยที่จะให้ความสำคัญเกี่ยวกับหลักเกณฑ์ ภายใต้มาตรฐานความร่วมมือสถาบันการเงิน ในการวัดและเปิดเผยข้อมูลการปล่อยกู้ หรือลงทุนที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลง สภาพภูมิอากาศ (PCAF) เป็นอีกปัจจัยหนึ่ง และทวีความสำคัญเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นเงื่อนไขสำคัญในการปล่อยสินเชื่อให้กับธุรกิจในระยะต่อไป ซึ่งอาจเป็นได้ทั้งข้อกำหนด หรือเป็นรางวัลให้ธุรกิจสีเขียว ให้ได้รับเงื่อนไขทางการเงินที่ผ่อนปรนมากกว่าปกติ

    “ปีที่ผ่านมาสถิติภาคพลังงานหมุนเวียน ยังเติบโตทั่วโลก เป็นภาคธุรกิจที่ลงทุนเป็นอันดับ 2 ของโลกรองจากภาคธุรกิจ Data Center โซลาร์เซลล์ โดยเติบโตเป็นอันดับ 1 มากกว่า 30% รองลงมา ได้แก่ พลังงานลมที่เติบโต 7% ถือว่าเป็นการเติบโตที่สูง ขณะที่ ความต้องการใช้ไฟฟ้าทั่วโลก ที่เติบโตเพียง 3.3% ความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นก็เพื่อรองรับธุรกิจ Data Center ท่ามกลางภาวะอากาศของโลกที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ โดยมีอุณหภูมิสูงเกินค่าเฉลี่ย 2 เท่าต่อเนื่อง 3 ปี ติดต่อกัน”

    เขาย้ำทิ้งท้ายว่า ท่าทีรัฐบาลสหรัฐฯ ในการกลับไปขยายการลงทุนในพลังงานดั้งเดิม (Conventional) สวนทางกับกระแสพลังงานสีเขียว อาจเป็นเพราะเหตุผลภายในสหรัฐฯที่ต้องการใช้ความได้เปรียบ ในการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรในประเทศ เพื่อลดต้นทุนทางเศรษฐกิจ ทำให้เกิดการจ้างงานในประเทศ ไม่น่ามีผลต่อกระแสหลักของโลก ในการเปลี่ยนผ่านพลังงานไปสู่พลังงานทดแทนอยู่ในขณะนี้.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/futureperfect/articles/2911025&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QtWNwKWcLHcWxWCdwy7NU

  • ‘ไม้ตาย’ หรือบูมเมอแรงตัดชีพ | เดลินิวส์

    ‘ไม้ตาย’ หรือบูมเมอแรงตัดชีพ | เดลินิวส์

    ช่วงเวลาโค้งสุดท้ายนี้ หลายพรรคการเมืองปล่อยของเพิ่มเติม หมดหน้าตัก งัดสารพัดยุทธวิธีมาให้โดนใจประชาชน พร้อมช่วงชิงความได้เปรียบในนาทีสุดท้ายก่อนวันเปิดคูหา

    จากภาพรวมผลโพลจากสำนักต่างๆ ขอโฟกัสไปที่ศึก 3 สี 3 พรรคการเมืองตัวท็อป ได้แก่ “สีแดง – พรรคเพื่อไทย” , “สีส้ม –  พรรคประชาชน” และ “สีน้ำเงิน –  พรรคภูมิใจไทย” ต้องมาดูกันว่าแต่ละค่ายจะทิ้งไพ่ใบสุดท้ายอย่างไร เพื่อแลกกับคะแนนเสียงท่วมท้นจากประชาชนส่งให้ได้เป็นรัฐบาลบริหารประเทศ

    โดยค่ายสีแดง “พรรคเพื่อไทย” โชว์ความเป็น “ประชานิยมตัวพ่อ” เข็นนโยบายกระชากแรงใจรากหญ้า คือ คนไทยเป็น “เศรษฐีเงินล้าน” วันละ 9 คน ซึ่งใช้งบประมาณราวๆ 3,000 กว่าล้านบาทต่อปี รวม 4 ปี จะเป็นเงิน 13,000 ล้านบาท โดยอ้างว่าเป้าหมายสำคัญ คือดึงร้านค้าเข้าระบบฐานข้อมูลภาษี เพื่อให้ภาครัฐใช้เสริมสร้างเศรษฐกิจ

    แม้ถูกคู่แข่งทางการเมืองรุมถล่มว่าเป็นนโยบายสิ้นคิด ถนัดแต่แจก ไม่เป็นผลดีกับเศรษฐกิจของไทย และเมื่อเริ่มทำจริง อาจออกมา “ไม่ตรงปก” ซ้ำรอย “แจกเงินหมื่นผ่านระบบดิจิทัล วอลเล็ต” แต่สิ่งที่พรรคเพื่อไทยได้ตอนนี้ คือพลังจาก “คอหวย” ที่พร้อมตบเท้าเข้าร่วม เพราะไม่ต้องเสียเงินสักแดงเดียว แต่ได้มีลุ้นเป็นเศรษฐีเงินล้านรายวัน

    ส่วนค่ายสีส้ม “พรรคประชาชน” ที่เวลานี้กำลังโกยแต้มรัวๆจากมนุษย์เงินเดือน กรณีที่ “ไอซ์ – รัชนก ศรีนอก” ปลุกพลังความโกรธของประชาชน จากการเปิดโปงปัญหาต่างๆ ในการบริหาร “กองทุนประกันสังคม” และเสริมทัพด้วย “ทิม – พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล ที่โดดเข้ามาเดินสายเก็บแต้มจากด้อมส้มทั้งหลาย ส่งให้พรรคส้มกวาดเก้าอี้สส.ได้ตามเป้า 250 เสียง พร้อมโปรโมต 36 นโยบายเด็ด มุ่งปฏิรูปดูแลสุขภาพของประชาชน เพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุ

    พ่วงรณรงค์ “กาส้ม ล้มเทา” แถมยังปล่อยคาราวานรถแห่ “เลือกอนาคต” 8 สาย ปักธงส้มพร้อมกัน 77 จังหวัด ถือเป็นไพ่ใบเด็ดที่จะทำให้เกิด “สึนามสีส้ม” ส่งให้ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

    ขณะที่ “พรรคภูมิใจไทย” หลังจากหาเสียงแบบออร์แกนิค ไม่เน้นการเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ แต่เดินหน้าชูนโยบายเรือธง “คนละครึ่งพลัส” และลดค่าไฟ เหลือยูนิตละ 3 บาท รวมถึงนโยบายทหารอาสา 100,000 คน ซึ่งในช่วงโค้งสุดท้ายนี้ แกนนำค่ายสีน้ำเงินเลือกฟื้นกลยุทธ์เก่า “ถ้าไม่เลือกเรา เขามาแน่” มาใช้ ต่อด้วยวาทกรรมที่ว่า “ขอให้คนไทยเลือกพรรคที่รักชาติ” ทำให้เกิดกระแสวิจารณ์เดือดว่า ความรักชาติวัดกันที่ตรงไหน จะแบ่งข้างประชาชนอีกครั้งใช่หรือไม่ แถมยังสวนทางกับ “อนุทิน ชาญวีรกูล” นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ผู้สวมหมวกอีกใบในฐานะหัวหน้าพรรคสีน้ำเงิน เคยประกาศว่าขอให้คนไทยสร้างสามัคคีดีกว่า

    ต้องจับตาดูกันว่าแต่ละพรรคการเมืองที่งัดสารพัดไม้ตายมาใช้ฟาดฟันกันจนถึงนาทีสุดท้ายก่อนวันชี้ชะตา จะโดนใจประชาชนเทคะแนนให้สักเพียงใด หรือจะกลายเป็นบูมเมอแรงเหวี่ยงกลับเสียบตัดชีพของตัวเอง.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5549067/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ZrZMz-T-uZiAkCdI7v0We

  • DekLogistics SPU คว้า 2 รางวัลผลงานสหกิจศึกษาดีเด่น ปีการศึกษา 2568 – วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

    DekLogistics SPU คว้า 2 รางวัลผลงานสหกิจศึกษาดีเด่น ปีการศึกษา 2568 – วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน

    DekLogistics  คว้า 2 รางวัลผลงานสหกิจศึกษาดีเด่น ปีการศึกษา 2568

    ประเภทกลุ่มสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

    รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : นางสาวเบญจพร  มะณี วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน 
    โครงการ : การประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติ n8n ในการตรวจสอบความตรงกันของข้อมูลระหว่างเอกสาร Shipping Instruction (SI) และ Bill of Lading (B/L) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและลดระยะเวลาในการตรวจสอบเอกสาร กรณีศึกษา : บริษัท เล-ซี-บอย (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เล-ซี-บอย (ประเทศไทย) จำกัด
    อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์ศุภลักษณ์  ไชยสิทธิ์

    รางวัลชมเชย : นายศักดิโชติ คล้ายสุบรรณ วิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน
    โครงการ : การประยุกต์ใช้ระบบอัตโนมัติสำหรับการรายงานสถานะงานขนส่ง บริษัท สกาย อินเตอร์เนชั่นแนล ทรานสปอร์ต จำกัด

     อาจารย์ที่ปรึกษา อาจารย์เมธี วิเชียรสรรค์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/logistics/2026/01/30/cwie-spu2025/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aWdZU2aPZIE-iwvRhiWY8

  • ปราศรัยครั้งแรก “เอกนิติ” เผยทิ้งชีวิตราชการมาเพื่อยกเศรษฐกิจไทย

    ปราศรัยครั้งแรก “เอกนิติ” เผยทิ้งชีวิตราชการมาเพื่อยกเศรษฐกิจไทย

    “เอกนิติ” ปราศรัยครั้งแรก เวที กทม.ร่ายยาวนโยบายเศรษฐกิจ เผย ทิ้งชีวิตราชการ 16 ปี มายกเศรษฐกิจไทยออกจากหล่ม ลั่นภูมิใจไทยไม่มีนโยบายแจกเงินประชานิยม จะให้เบ็ดประชาชนตกปลา ไม่ใช่เป็นปลาให้ถูกกิน เล่นมุกสลับเลข ทำงานมา 73 วัน สลับเป็นเลข 37

    วันที่ 30 มกราคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส ผู้ช่วยหาเสียงพรรคภูมิใจไทยและหนึ่งในดรีมทีมเศรษฐกิจ ขึ้นปราศรัยเวทีย่อย ในพื้นที่ กทม. โดยกล่าวว่า นี่ถือเป็นการปราศรัยครั้งแรกของตน หลังจากที่ออกมาจากราชการ ก็อยากจะมาช่วยดูเรื่องเศรษฐกิจไทยให้ดีขึ้น และให้คนไทย และประเทศไทยสามารถแข่งขันได้กับนานาประเทศ เราจะได้ภูมิใจไทย ทำให้ประเทศไทยเข้มแข็งขึ้น

    นายเอกนิติ ยังกล่าวถึง สาเหตุที่อยากจะทำคนละครึ่ง เพราะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้โอกาสในการออกแบบนโยบายเศรษฐกิจ ถ้าเราไม่เข้ามาเศรษฐกิจไทยจะยิ่งแย่ ประเทศไทยจะติดหล่มทางเศรษฐกิจ เหมือนรถยนต์ติดหล่ม ติดโคลนเต็มไปหมด ถ้าเราไม่สามารถยกรถยนต์เศรษฐกิจไทยขึ้นได้ ก็จะยิ่งดิ่งเหว ดังนั้น ตนจึงออกแบบเศรษฐกิจให้ยกรถยนต์ขึ้นจากโคลน

    โครงการคนละครึ่งพลัสช่วยอะไรบ้าง ตนเชื่อว่าในที่นี้ มีหลายคนใช้คนละครึ่ง เพราะว่ารัฐช่วยลดค่าใช้จ่าย สิ่งที่ตนภูมิใจที่สุดคือเวลาตนไปเดินตลาดและไปเจอคุณลุงคุณป้ายิ้มแย้ม ก่อนที่ตนจะเข้ามาตลาดเงียบ พอเข้ามาไปเดินตลาดไม่ว่าจะเป็นจังหวัดไหนทุกคนยิ้มแย้ม พ่อค้าและแม่ค้ากระเป๋าตังค์ตุงมากขึ้น และที่สำคัญพลัสของเรา ไม่ได้แจก แต่เพิ่มทักษะ ตนดีใจมากที่ไปเดินตลาดแล้วเจอกับคุณลุงคนหนึ่งที่ไปเข้าเรียนหลักสูตรพลัสที่ช่วยเพิ่มรายได้ เคยขายได้ 10,000 บาท วันนี้พอไปเรียนขายออนไลน์ขายได้ 50,000 บาท โครงการของเราคนละครึ่งจึงไม่ใช่คนละครึ่งธรรมดา แต่เป็นคนละครึ่งที่ทำให้คนไทยเก่งขึ้น

    นอกจากนี้ยังมีโครงการปิดหนี้ไวไปต่อได้ วันนี้มีคนสมัครแล้ว 300,000 คน ตั้งเป้าอยู่ที่ 1,300,000 คน และต้องการให้คนที่เป็น NPL ที่ไม่รู้ว่าจะชำระหนี้ได้อย่างไร นอนไม่หลับเป็นหนี้รถยนต์ เป็นหนี้บ้าน เป็นหนี้บัตรเครดิต สิ่งที่ทำก็คือ ไม่รู้จะทำอย่างไร จึงบอกว่าให้นโยบายปิดหนี้ไวไปต่อได้ ดึงหนี้ออกมาเพื่อมาบริหารลดหนี้ให้กับประชาชน และสอนให้มีความรู้ทางการเงินจะได้ไม่ต้องกลับมาเป็นหนี้ใหม่ และกลับมากู้ได้ ซึ่งเป็นการชุบชีวิตไม่ใช่นโยบายสั้นแค่ลดภาระหนี้ แต่เป็นการจบหนี้ และให้มีชีวิตใหม่

    ขณะที่โครงการ SMEs ต่อลมหายใจ วันนี้เรามีนโยบายที่ตั้งกองทุนใหม่ ค้ำประกันเพื่อให้แบงค์ กล้าปล่อยให้ SMEs มากขึ้น เพื่อให้ SMEs เดินต่อได้ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเศรษฐกิจ 90% ของผู้ค้ามาจาก SMEs ดังนั้นต้องช่วยคนไทยให้มีชีวิตที่ดีขึ้น

    ตนเข้ามาทำงานทิ้งชีวิตราชการไป 16 ปี ทิ้งประธานกรรมการธนาคาร ซึ่งก็เป็นตำแหน่งที่ทุกคนหมายปอง แต่การออกมาครั้งนี้เพื่ออยากให้ประเทศไทยดีขึ้น สิ่งที่ดีขึ้นคืออยากให้ประเทศไทย นอกจากจะฟื้นเศรษฐกิจขึ้นมา วันนี้ข้อมูลออกมาแล้วว่าประเทศไทยพ้นจากหล่มเศรษฐกิจเรียบร้อยแล้ว ก่อนที่ตนจะเข้ามารับตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เศรษฐกิจไทยคาดว่าจะโตเพียง 0.3% แต่วันนี้ตัวเลขออกมาโต 1.8% ซึ่งคิดเป็นเงินไทยปีที่แล้วทั้งปีประมาณ 300,000 ล้านบาท นี่คือสิ่งที่เม็ดเงินจากโครงการของรัฐช่วยให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น

    อย่างไรก็ตาม ตนได้นำทีมไปที่ดาวอส ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ น่ากลัวมาก เพราะประเทศแตกเป็นขั้ว เราเห็นประธานาธิบดีอีกประเทศหนึ่งด่าอีกประเทศ ดังนั้นหลายประเทศพูดเลยว่าทุกคนมีสิทธิ์เลือกว่าจะอยู่บนโต๊ะเจรจา หรือโต๊ะกินอาหาร หรือจะเป็นอาหารให้เขากิน ดังนั้นประเทศไทย โดยตน นางศุภจี สุธรรมพันธ์ และนายสีหศักดิ์ พวงเกตแก้ว เราพาคนไทยไปอยู่บนโต๊ะอาหารเจรจากับนานาประเทศเรียบร้อย

    สิ่งที่เราต้องการทำคือต้องการให้ประเทศไทยมีบทบาทในเศรษฐกิจโลก และเวทีโลก แม้จะไปคุยกันที่เมืองดาวอส แต่สะเทือนมาถึงดาวคะนอง ถ้าเราไม่หาพันธมิตร เราไม่สามารถไปเจรจากับผู้ค้าเราได้ เราจะไม่มีการลงทุนในประเทศไทย เราจะไม่สามารถไปต่อรองกับใครก็ได้ คนตกงาน ธุรกิจจะขาดทุน และสิ่งที่เราทำคือเราไปเจรจา ตนไปเพียงแค่ 3 วัน สามารถดึงการลงทุนมาได้ 500,000 ล้านบาท นี่คือการที่เราไปอยู่บนโต๊ะเจรจา เพราะฉะนั้นสิ่งที่ดึงมาไม่ใช่การดึงแค่นั้น แต่เป็นการดึงเทคโนโลยีที่จะมาลงทุนในประเทศไทย และจะต้องถ่ายทอดเทคโนโลยี และสอนทักษะให้กับคนไทยเก่งขึ้น นี่คือสิ่งที่สำคัญ ดังนั้นประเทศไทยจะได้ภูมิใจว่าเราอยู่ในเวทีโลก

    สิ่งต่อไปเทคโนโลยี AI ที่หลายคนใช้ช่วยชีวิตเรามาก แต่หากใครไม่ใช้ AI จะตกงาน นี่คือคำเตือนจากดาวอส ดังนั้นนโยบายเท็นพลัสของเรา จึงมีการสื่อสารเท่าเทียม จะสอน AI ฟรีให้กับคนไทยซึ่งจะทำให้คนไทยเก่งขึ้น เรียนฟรีมีงานทำ

    สำหรับโลกยุคใหม่นั้นจะเป็นโลกสีเขียว ทุกอย่างต้องการพลังงานสะอาด สิ่งสำคัญนโยบายพรรคภูมิใจไทย ชุมชนพลัสจะให้คนไทยสามารถทำโซลาร์ชุมชนขายไฟจากบนหลังคาได้ ให้ประชาชนทุกคนติดโซลาร์ได้ จะได้ลดค่าไฟ และขายไฟคืนได้ ซึ่งเป็นการเปลี่ยนหลังคาเป็นรายได้ จะทำให้คนในชุมชนมีรายได้มากขึ้น

    สิ่งสำคัญคนตัวเล็กตัวน้อย มนุษย์เงินเดือน คนละครึ่งพลัสที่เราทำจะมีต่อแน่นอน นายอนุทิน บอกกับตนวันแรก ตั้งแต่ยุบสภาว่าอย่างไรก็ต้องทำต่อ สิ่งที่เราทำให้ลดค่าใช้จ่ายคนละครึ่งอย่างเดียว แต่เราจะช่วยเพิ่มทักษะเอา AI ไปสอนในกระเป๋าตังค์และถุงเงินด้วย เพื่อให้คนไทยใช้จ่ายได้ดีขึ้น พ่อค้าแม่ค้าที่ตนไปเจอสามารถมีรายได้เพิ่มขึ้นจากการไปเรียน AI

    สุดท้ายแล้วไทยจะยืนอย่างไร บนเวทีโลก ตนไม่ใช่แค่อยากจะมาทำให้คนไทยแก้ปัญหา แต่ทำให้คนไทยมีความสุขในระยะสั้น เราอยากให้คนไทยเข้มแข็งในระยะยาว การที่ตนไปดึงนักลงทุนมาจำนวน 500,000 ล้านบาท เพื่อจะมาพัฒนาและสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ให้คนไทยเก่งขึ้น ดังนั้นให้คนไทยได้เรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และให้คนไทยมีชีวิตที่ดีขึ้น

    นายเอกนิติ กล่าวทิ้งท้ายว่า ความตั้งใจของตน ฝันของตนคืออยากเห็นรอยยิ้มของคนไทย อยากเห็นคนไทยที่มีความสุข ให้คนไทยยืนได้โดยขาของตัวเอง เราจึงไม่ทำนโยบายประชานิยม และไม่ทำนโยบายแจกเงิน แต่เราต้องการทำให้คนไทยมีทักษะที่ดีขึ้น เราต้องการให้เบ็ดไปตกปลา ไม่ใช่ให้ปลาเข้าไปกินแล้วจบ ดังนั้นนี่คือหลักการของพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ทำงานรับตำแหน่งมาเริ่มงานวันแรกวันที่ 30 กันยายน 2568 นายกฯ อนุทินยุบสภา วันที่ 12 ธันวาคม 2568 ทำงานมา 73 วัน สิ่งที่สำคัญที่สุดคือนโยบายที่เราช่วยยกให้เศรษฐกิจไทยออกจากหล่ม วันนี้พ้นจากหล่มแล้ว เป็นการพิสูจน์ว่าเราทำจริง ไม่ได้พูดอย่างเดียว และเราก็ทำเป็น สิ่งที่อยากขอโอกาสประเทศไทยขึ้นจากหล่มยังไม่พอ ต้องให้รถยนต์ของคนไทยขับเคลื่อนไปได้เร็ว สิ่งที่เราต้องทำคือนโยบายเท็นพลัส คิดว่าทุกคนพร้อมที่จะทำให้เศรษฐกิจไทยเข้มแข็งขึ้น เราจะได้มีรายได้มากขึ้น มีหนี้ลดลง และทำอยู่บนวินัยการเงิน และเราทำงานมาอยู่ 73 วัน เรายกเศรษฐกิจไทยออกจากหล่มได้ 73 ก็กลับด้านเป็น 37 พอดี ใครก็พูดได้ คนพูดเก่งทั้งนั้น แต่คนที่ทำเป็นและทำดีนั้นมีน้อย อยากจะบอกว่านโยบายดี เท็นพลัสมีชัยไปกว่าครึ่ง แต่ถ้าทำเป็นเลือกภูมิใจไทยจะได้ชีวิตดีขึ้นไม่น้อยกว่า 10 เท่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2911172&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1_WOTnIRvd8zq6YirPaM6v

  • วธ. นำร่องเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ภาคเหนือ

    วธ. นำร่องเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ภาคเหนือ

    กระทรวงวัฒนธรรม บูรณาการภาคีเครือข่าย รุกขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจวัฒนธรรม จัดกิจกรรม Faith Soul Thailand 4 เส้นทาง นำร่องเปิดทดสอบเส้นทางท่องเที่ยว “สักการะพระธาตุ” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง ยกระดับทุนทางวัฒนธรรมสู่การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ

    กระทรวงวัฒนธรรม ผนึกกำลังร่วมกับหน่วยงานภาคีเครือข่าย อาทิ หน่วยงานในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรม การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สถาบันการศึกษา ผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยว ผู้มีอิทธิพลทางสื่อ (Influencer) และสื่อมวลชน เปิดประสบการณ์ ทดสอบเส้นทาง “สักการะพระธาตุ” ณ จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง  ในกิจกรรม Faith Soul Thailand ภายใต้โครงการส่งเสริมวัฒนธรรมสู่การพัฒนาเศรษฐกิจชุมชน ระหว่างวันที่ 30 มกราคม – 1 กุมภาพันธ์ 2569 

    โดยมี นางกรวรรณ สุ่มมาตย์ วัฒนธรรมจังหวัดเชียงใหม่ และ นายธวัชชัย อุบลพิทักษ์ วัฒนธรรมจังหวัดลำพูน พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงวัฒนธรรม  วัฒนธรรมจังหวัด สื่อมวลชน อาทิ ไทยรัฐ, เดลินิวส์, มติชน, อัมรินทร์ทีวี ศิลปิน นักแสดง และอินฟูลเอนเซอร์ชื่อดัง อย่าง ซัน ประชากร, อายจิงจิง ตลอดจนผู้ประกอบการธุรกิจท่องเที่ยวจากส่วนกลางและส่วนภูมิภาค กว่า 50 คน ร่วมลงพื้นที่เปิดประสบการณ์และทดสอบการเดินทางในเส้นทางท่องเที่ยวที่ผ่านการพัฒนาตามแผนการดำเนินโครงการ พร้อมทั้งแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อการต่อยอดทุนวัฒนธรรมสู่สากล

    สำหรับการลงพื้นที่ในครั้งนี้ คณะลงพื้นที่ได้สัมผัสความพิเศษของเส้นทางสักการะพระธาตุ รวม 3 วัน 2 คืน ผ่านกิจกรรมและสถานที่ที่เป็นจุดหมายปลายทางที่ต้องไปสัมผัสให้ได้สักครั้ง เริ่มต้นเส้นทางวันแรก ณ จังหวัดเชียงใหม่  ด้วยการสักการะอนุสาวรีย์ครูบาศรีวิชัย และกราบนมัสการวัดพระธาตุดอยสุเทพราชวรวิหาร พระธาตุคู่บ้านคู่เมืองเชียงใหม่ เยี่ยมชมสักการะวัดผาลาด และวัดอุโมงค์ สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และพระพุทธศาสนา พร้อมร่วมพิธีสืบชะตา ณ วัดศรีสุพรรณ (วัดเงิน) และเดินชมกิจกรรมของชุมชนวัดศรีสุพรรณ  ก่อนมุ่งหน้าสู่ จังหวัดลำพูน และลำปาง ในวันต่อไป รวมทั้งได้แวะชิมอาหารท้องถิ่นกับร้านอาหารชื่อดัง อาทิ โจ๊กสมเพชร และ ร้านเฮือนห้วยแก้ว

    การจัดโครงการครั้งนี้ นับเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์เปลี่ยนบทบาทกระทรวงวัฒนธรรมสู่ “กระทรวงเศรษฐกิจวัฒนธรรม” โดยใช้กระบวนการวิจัยและพัฒนา (R&D) เพื่อเปลี่ยนทุนทางวัฒนธรรมให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวที่มีความพร้อมในการจำหน่ายอย่างแท้จริง เน้นการแก้ปัญหาที่พบจริงจากการทดสอบเส้นทาง เช่น การยกระดับการเล่าเรื่องของชุมชนให้มีเสน่ห์ การพัฒนากิจกรรมและประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของชุมชนให้มีความร่วมสมัย เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่ม Gen Y-Z และกลุ่มสายมูวัยทำงาน รวมถึงการบูรณาการข้อมูลร่วมกับภาคเอกชนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและรายได้ที่ยั่งยืนกลับคืนสู่เศรษฐกิจฐานราก

    โดยข้อมูลจากการถอดบทเรียนการลงพื้นที่ทดสอบเส้นทางตำนานสักการะพระธาตุทั้งหมดจะถูกนำไปพัฒนาคุณภาพของเส้นทางท่องเที่ยวให้สมบูรณ์และได้มาตรฐาน ก่อนที่จะเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการต่อไป

    ร่วมแสดงความคิดเห็น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%25A0%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B7%25E0%25B8%25AD/3874572/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3QJE4u2UVqxPpdh0jeusFe

  • ทำไมคนถึงเลิกใช้ ‘หูฟังไร้สาย’ แล้วกลับมาเสียบหูฟังมีสาย ?

    ทำไมคนถึงเลิกใช้ ‘หูฟังไร้สาย’ แล้วกลับมาเสียบหูฟังมีสาย ?

    ทำไมคนถึงเลิกใช้ ‘หูฟังไร้สาย’ แล้วกลับมาเสียบหูฟังมีสาย ?

    30 Jan 2026

    ในวันที่เทคโนโลยีแพงขึ้น ซับซ้อนขึ้น หูฟังมีสายกลับมาแรง ทั้งแฟชั่นราคาถูก และเป็นสัญลักษณ์ของการถอยออกจากโลกดิจิทัล ทำไมคนรุ่นใหม่ถึงเลือกมัน?

    related

    MOST VIEW

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/program/spring-conclude/861782&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uQOCrNr5X6s-ZdHQ_pk7U