Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สภาเด็กและเยาวชนอ่างทอง ร่วมวางแผนยกระดับการศึกษาจังหวัด

    สภาเด็กและเยาวชนอ่างทอง ร่วมวางแผนยกระดับการศึกษาจังหวัด

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/130291&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34s6y8W_i-g-5y3U-_lEur

  • กอศ.รับไม้ต่อ ป.ป.ช. ฟันวินัย “ข้าราชการ” เอี่ยวอควาเรียมสงขลา สำนวนกว่า 3 พันหน้า ถึงมือ “ศธ.”

    กอศ.รับไม้ต่อ ป.ป.ช. ฟันวินัย “ข้าราชการ” เอี่ยวอควาเรียมสงขลา สำนวนกว่า 3 พันหน้า ถึงมือ “ศธ.”

    กอศ. เดินหน้าตรวจสอบวินัยข้าราชการคดีอควาเรียมสงขลา หลัง ป.ป.ช. ชี้มูลความผิด ส่งสำนวนกว่า 3,000 หน้าให้ รมว.ศึกษาธิการ

    เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายยศพล เวณุโกศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยความคืบหน้ากรณีสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ส่งหนังสือถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อพิจารณาโทษทางวินัยเจ้าหน้าที่รัฐที่ถูกชี้มูลความผิดทั้งทางอาญาและวินัย ในคดีทุจริตโครงการก่อสร้างศูนย์ศึกษาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ หรือ “อควาเรียมสงขลา” ของวิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา พร้อมสำนวนไต่สวนกว่า 3,057 หน้า

    เลขาธิการ กอศ. ระบุว่า ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้รับทราบเรื่องดังกล่าวแล้ว และมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษาดำเนินการต่อ โดยย้ำให้ดำเนินงานอย่างโปร่งใส เป็นธรรม และยึดตามสำนวนของ ป.ป.ช. ซึ่งได้มีการชี้มูลความผิดไว้แล้ว ทั้งนี้ ผู้ถูกกล่าวหามีทั้งข้าราชการระดับปฏิบัติการและผู้บริหารในสังกัด

    นายยศพลกล่าวว่า หลังได้รับสำนวนจาก ป.ป.ช. จะนำมาพิจารณาตามขั้นตอนเพื่อดำเนินการทางวินัยกับผู้เกี่ยวข้อง ขณะเดียวกันยังอยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องถึงแนวทางการเดินหน้าโครงการอควาเรียมสงขลา เนื่องจากมีการก่อสร้างอาคารไว้แล้ว หากปล่อยทิ้งร้างจะเกิดความสูญเสียงบประมาณและประโยชน์สาธารณะ

    ทั้งนี้ สอศ. เตรียมรวบรวมข้อมูลรายละเอียดโครงการ เพื่อเสนอให้รัฐบาลชุดใหม่พิจารณาทิศทางดำเนินการต่อในอนาคต โดยเน้นความคุ้มค่าและประโยชน์สูงสุดต่อการศึกษาและชุมชน

    #อควาเรียมสงขลา #กอศ #ปปช #ข่าวการศึกษา #ข่าวการเมือง #ทุจริต #งบประมาณรัฐ #ข่าววันนี้ #สงขลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/130172&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2fBxxQ7GOY0Qh8xUvmhfIQ

  • กทพ. เล็งเปิดประมูล PPP สร้างทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย วงเงิน 7.4 หมื่นลบ. สัมปทาน 30 ปี : อินโฟเควสท์

    กทพ. เล็งเปิดประมูล PPP สร้างทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย วงเงิน 7.4 หมื่นลบ. สัมปทาน 30 ปี : อินโฟเควสท์

    นายสุรเชษฐ์ เหล่าพูลสุข ผู้ว่าการการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) เป็นประธานในพิธีการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของภาคเอกชน (Opinion hearing) ภายใต้งานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อมโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยมีวัตถุประสงค์หลัก เพื่อแนะนำและให้ข้อมูลส่วนที่เป็นสาระสำคัญของโครงการแก่นักลงทุน เพื่อประเมินความสนใจและสร้างความเชื่อมั่นในการลงทุนของภาคเอกชน พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะ จากนักลงทุน และผู้เกี่ยวข้อง สำหรับนำไปประกอบการจัดทำรายงานการศึกษาและวิเคราะห์โครงการ ตาม พ.ร.บ.การร่วมลงทุนระหว่างรัฐและเอกชน พ.ศ. 2562

    ผู้ว่าฯ กทพ. กล่าวว่า กทพ.ได้ดำเนินงานศึกษาความเหมาะสมทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ การเงิน และผลกระทบสิ่งแวดล้อม โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย โดยรับฟังความคิดเห็นประชาชนในพื้นที่ ซึ่งประชาชน 95% เห็นด้วยกับโครงการฯ วันนี้จึงเป็นการรับฟังความคิดเห็น/ข้อเสนอแนะจากนักลงทุนและผู้เกี่ยวข้อง ก่อนที่จะสรุปผลการศึกษา เพื่อนำเสนอคณะกรรมการ(บอร์ด) กทพ.และคระรัฐมนตรี (ครม.) ขออนุมัติโครงการภายในปี 2569-2570 และคาดว่าจะเริ่มออก พ.ร.ฎ.เวนคืนที่ดิน และเริ่มดำเนินการก่อสร้างในปี 71 หรือ 72 ใช้เวลาก่อสร้างราว 5 ปี กำหนดเปิดให้บริการในปี 2576

    ทั้งนี้ ผลการศึกษาโครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย มูลค่าลงทุนรวมทั้งสิ้น 74,044 ล้านบาท ประกอบด้วย ค่าจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน 1,628 ล้านบาท ค่าก่อสร้างโครงการ 63,275 ล้านบาท (แบ่งเป็น ค่างานโยธาประมาณ 62,000 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่างานระบบ) ค่าควบคุมงานก่อสร้าง 1,582 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและบำรุงรักษาโครงการ (O&M) 7,559 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 5 ปี ระยะเวลาดำเนินงานโครงการ 30 ปี

    โดยโครงการมีผลตอบแทนด้านเศรษฐกิจ (EIRR) 15.58% และผลตอบแทนด้านการเงิน (FIRR) -0.31% ซึ่งค่อนข้างต่ำ เป็นประเด็นสำคัญที่ทำให้ต้องมีการประเมินความสนใจนักลงทุนด้วย และเป็นไปได้ว่าภาครัฐอาจต้องเข้ามาช่วยสนับสนุนการลงทุนด้านงานโยธา เพื่อเพิ่มผลตอบแทนด้านการเงินให้กับโครงการ ซึ่งเอกชนจะสนใจลงทุนผลตอบแทน FIRR ควรมากกว่า 10% ส่วนแหล่งเงินของภาครัฐจะเป็นรูปแบบไหน จะต้องหารือกับกระทรวงการคลัง และสำนักงบประมาณต่อไป

    ทั้งนี้ ที่ปรึกษาได้นำเสนอการร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐและเอกชน (PPP) 2 รูปแบบ ได้แก่ PPP แบบที่ 1 รัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน ส่วนเอกชนรับผิดชอบก่อสร้างงานโยธา ก่อสร้างงานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษา และรูปแบบ PPP ที่ 2 โดยรัฐรับผิดชอบการจัดกรรมสิทธิ์ที่ดิน และก่อสร้างงานโยธา ส่วนเอกชนรับผิดชอบงานระบบ และดำเนินการบำรุงรักษาตลอดระยะเวลา 30 ปี

    “โครงการทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย รูปแบบการลงทุนเหมือนกับรถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ภาครัฐลงทุนงานโยธา เอกชนลงทุนงานระบบ ซึ่งทางด่วนเชื่อมเกาะสมุย มีความจำเป็นอย่างยิ่ง เพราะจะช่วยยกระดับความมั่นคงด้านคมนาคม ความปลอดภัยสาธารณะ และคุณภาพชีวิตของประชาชน ปัจจุบันการเดินทางเข้า-ออกเกาะสมุย มีเพียง 2 รูปแบบ คือ ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งมีข้อจำกัดและเปราะบางต่อสภาพอากาศ ส่งผลต่อประชาชน การท่องเที่ยว และการรับมือเหตุฉุกเฉิน โครงการรองรับประชาชนในพื้นที่สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่มีรายได้ให้ประเทศมากกว่าปีละ 2 แสนล้านบาท เทียบกับเงินลงทุน 7 หมื่นล้านบาท สามารถเชื่อมการเดินทางได้สะดวก ในระยะ 30 ปี คาดว่าจะสร้างรายได้ให้ประเทศเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท ถือว่าคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ” นายสุรเชษฐ์ ระบุ

    ผู้ว่าฯ กทพ. ยังกล่าวด้วยว่า โครงการนี้มีความยาก 2 เรื่องคือ ค่าลงทุนที่สูงหากให้เอกชนมาร่วมลงทุน ดังนั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่จะรวมแพ็คเกจโครงการทางด่วน กับที่พักริมทาง (Rest Area) ที่มี 1 แห่ง บนฝั่งแผ่นดิน ประเมินค่าใช้จ่ายตลอด 30 ปี 441 ล้านบาท มีรายได้ประมาณ 878 ล้านบาท มีอัตราผลตอบแทน FIRR ที่ 3.69%

    อีกเรื่องที่สำคัญคือ ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งต้องมีการขอใช้พื้นที่กรมป่าไม้, กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, กองทัพเรือ และทำรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) รวมถึงการดูแลสัตว์น้ำ ประการัง ซึ่งมีแผนระหว่างก่อสร้าง เช่น เพิ่มระยะห่างของตอม่อเสาสะพานเลี่ยงแนวประการัง ส่วนโลมาสีชมพู ไม่ได้รับผลกระทบแต่อย่างใด

    โครงการทางพิเศษเชื่อมเกาะสมุย เป็นทางพิเศษยกระดับข้ามทะเลเชื่อมต่อระหว่างแผ่นดินใหญ่ และเกาะสมุย ขนาด 4 ช่องจราจร (ทิศทางละ 2 ช่องจราจร) มีจุดเริ่มต้นโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลดอนสัก อำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี มุ่งหน้าทางทิศตะวันออก ตัดผ่านทางหลวงหมายเลข 4142 ในพื้นที่ตำบลควนทอง อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

    จากนั้นแนวเส้นทางมุ่งหน้าทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผ่านพื้นที่สวนปาล์ม และผ่านอ่าวประทับ แล้วมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออก เข้าเชื่อมเกาะสมุยบริเวณเนินเขาแหลมสอ และมีจุดสิ้นสุดโครงการเชื่อมต่อกับทางหลวงหมายเลข 4170 ในพื้นที่ตำบลตลิ่งงาม อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ระยะทางรวมประมาณ 37.41 กิโลเมตร

    โดยมีการออกแบบให้รองรับระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน เช่น ระบบไฟฟ้า ระบบประปา และระบบสายสื่อสาร จนนำไปสู่การลงนาม MOU ร่วมกันระหว่าง กทพ. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) และบริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) เพื่อยกระดับโครงข่ายการคมนาคมและระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน ให้สามารถเชื่อมโยงแผ่นดินใหญ่สู่เกาะสมุยได้ตลอด 24 ชั่วโมง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (19 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/570532&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Zlcn4wM0wGq-YgGGQTjJd

  • การเคหะแห่งชาติ เปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์เช่าเดือนละ 1,700 บาทต่อเดือน

    การเคหะแห่งชาติ เปิดลงทะเบียนจองสิทธิ์เช่าเดือนละ 1,700 บาทต่อเดือน

    กคช. เปิดลงทะเบียนจองโครงการอาคารเช่าหนองบัวลำภู เริ่มต้น 1,700-1,800 บาท ผ่านระบบออนไลน์ ให้สำหรับผู้มีรายได้น้อย เริ่มจองสิทธิ์ได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 10 มี.ค. 69

    นายทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ เปิดเผยว่า โครงการอาคารเช่าพักอาศัย จังหวัดหนองบัวลำภู มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนด้านที่อยู่อาศัยสำหรับผู้มีรายได้น้อยให้สามารถเข้าถึงที่พักอาศัยที่ได้มาตรฐาน ในอัตราค่าเช่าที่เหมาะสม โครงการตั้งอยู่บริเวณถนนทางหลวงหมายเลข 228 (หนองบัวลำภู–ชุมแพ) ตำบลหนองบัว อำเภอเมืองหนองบัวลำภู จังหวัดหนองบัวลำภู อัตราค่าเช่าเดือนละ 1,700–1,800 บาท เป็นอาคารพักอาศัยสูง 3 ชั้น รวม 3 อาคาร จำนวน 74 หน่วย พื้นที่ใช้สอยประมาณ 28 ตารางเมตร พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกรองรับคนทุกช่วงวัยรวมถึงผู้สูงอายุและผู้พิการ มีกล้องวงจรปิดและเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง

    การเคหะแห่งชาติมอบโปรโมชันพิเศษส่วนลดค่าเช่า 300 บาทต่อเดือน เป็นระยะเวลา 6 เดือน นับตั้งแต่วันทำสัญญาครั้งแรก (สิ้นสุดเดือนกันยายน 2569) โดยเปิดรับกลุ่มผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คนพิการที่ถือบัตรประจำตัวคนพิการ กลุ่มผู้จบการศึกษาใหม่ (First Jobber) อายุ 18–29 ปี ประชาชนทั่วไปที่มีรายได้ไม่เกิน 30,000 บาทต่อเดือน และผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีรายได้ไม่เกิน 100,000 บาทต่อปี

    สำหรับผู้ที่ไม่ได้ลงทะเบียนออนไลน์ สามารถเข้าทำสัญญาเช่าแบบ Walk-in ได้ในวันที่ 20–21 มีนาคม 2569 เวลา 09.30–16.00 น. ณ บริเวณที่ตั้งโครงการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ การเคหะแห่งชาติ สำนักงานใหญ่ โทรศัพท์ 0 2351 6314, 0 2351 6171 สำนักงานเคหะจังหวัดอุดรธานี 08 4387 3941, 04 2930 833-6 หรือ Call Center 1615

    “ขอเชิญชวนประชาชนที่มีคุณสมบัติตรงตามเงื่อนไข รีบลงทะเบียนเพื่อสำรองสิทธิและคว้าโอกาสในการมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคงในราคาที่อุ่นใจและสบายกระเป๋า มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนใหม่ไปด้วยกัน” นายทวีพงษ์ กล่าวทิ้งท้าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/947624/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw27y4Z2JxwzfACt-DZrvoHu

  • ประชุมคณะกรรมการกองทุนพระราชทานเพื่อสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ครั้งที่ 1 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    ประชุมคณะกรรมการกองทุนพระราชทานเพื่อสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ครั้งที่ 1 — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121053/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3wYtChxdUPILd_5Az4IoLS

  • โรงเรียน จ.ระยอง ประกาศมีระบบเรียนซ้ำชั้น พร้อมระบุเหตุผล ด้าน ผอ. เผยสาเหตุ

    โรงเรียน จ.ระยอง ประกาศมีระบบเรียนซ้ำชั้น พร้อมระบุเหตุผล ด้าน ผอ. เผยสาเหตุ

     
              โรงเรียนระยองประกาศชัดที่นี่มีระบบซ้ำชั้น ใครไม่พร้อมเรียนอย่าสมัคร ผอ. เปิดเหตุผลเพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาและอนาคตของนักเรียน

     หากไม่ตั้งใจเรียน อย่าสมัคร
    ภาพจาก โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม

               กลายเป็นกระแสไวรัลในโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊ก โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม โพสต์ภาพประกาศตัวหนาชัดเจน ระบุว่า โรงเรียนแห่งนี้มีระบบการเรียนซ้ำชั้น หากนักเรียนไม่ประสงค์จะตั้งใจเรียนจริง ไม่ควรสมัครเข้ามาเรียน แต่หากพร้อมพัฒนาตนเอง โรงเรียนก็พร้อมดูแลอย่างดีที่สุด โดยโพสต์ดังกล่าวได้รับการตอบรับอย่างล้นหลาม จนถูกแชร์ออกไปกว่า 1 หมื่นครั้ง

               วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 ข่าวช่อง 3 รายงานว่า นายวีระ คงกระจ่าง ผู้อำนวยการโรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม เปิดเผยถึงประกาศดังกล่าวว่า ต้องการสื่อสารโดยตรงกับนักเรียนและผู้ปกครองใน 3 ประเด็นสำคัญ คือ

               1. สร้างความยุติธรรมในห้องเรียน เพื่อไม่ให้เด็กที่ตั้งใจเรียนต้องเสียโอกาส หรือถูกรบกวนจากกลุ่มที่ไม่สนใจเรียน ทุกคนควรเข้ามาด้วยเป้าหมายเดียวกัน คือการศึกษา

               2. ความรับผิดชอบและคุณภาพผู้เรียน โรงเรียนไม่อยากปล่อยผ่านเด็กที่ยังอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ให้เลื่อนชั้นไปอย่างไร้คุณภาพ โดยกำชับให้คณะครูติดตามงานและตรวจสอบกระบวนการสอนอย่างใกล้ชิด

               3. การตัดสินใจก่อนสมัคร เป็นการแจ้งกติกาให้ทราบล่วงหน้าว่า โรงเรียนจะมีความเข้มงวดกวดขันสูง หากนักเรียนไม่มีความรู้ความสามารถตามเกณฑ์ การเรียนซ้ำชั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

               “เราไม่อยากปล่อยให้เด็กขึ้นชั้นไปทั้งที่ยังไม่มีความพร้อม การประกาศนี้เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงหน้าที่ และให้ผู้ปกครองเข้าใจตรงกันว่า เราจะไม่ปล่อยผ่านมาตรฐานวิชาการ”

     หากไม่ตั้งใจเรียน อย่าสมัคร

    ภาพจาก โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม

               ด้าน นายณัฐนันท์ เสมวิลัย หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน ให้ข้อมูลเสริมว่า จริง ๆ แล้วการเรียนซ้ำชั้นเป็นระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการที่มีอยู่แล้ว เพียงแต่ท่านผู้อำนวยการนำจุดนี้มาเน้นย้ำ เพื่อให้เด็กตระหนักถึงหน้าที่หลักของตนเอง

               ผลตอบรับหลังจากโพสต์ออกไป พบว่านักเรียนมีการตื่นตัว และนำไปพูดคุยหยอกล้อกันในกลุ่มเพื่อนว่า ถ้าไม่ตั้งใจเรียนต้องซ้ำชั้นแน่ ๆ ขณะที่กระแสดรามาในโซเชียลมีเพียงส่วนน้อย เพราะผู้ปกครองส่วนใหญ่เข้าใจเจตนารมณ์ของโรงเรียน และเข้ามาช่วยสนับสนุนผ่านคอมเมนต์

               อย่างไรก็ตาม ทางโรงเรียนยืนยันว่า ความเข้มงวดนี้ไม่ได้มีไว้เพื่อกดดัน แต่เพื่อสร้างมาตรฐานการศึกษาให้เด็กมีคุณภาพในการใช้ชีวิต และมั่นใจว่าหากเด็กมีพื้นฐานความรู้ที่แน่นพอ จะสามารถเรียนหนังสือได้อย่างมีความสุขและประสบความสำเร็จในอนาคต

     หากไม่ตั้งใจเรียน อย่าสมัคร

    ภาพจาก โรงเรียนมาบยางพรวิทยาคม

    ขอบคุณข้อมูลจาก ข่าวช่อง 3 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://hilight.kapook.com/view/252104&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EAVkjPMeC915iqFYDzHRR

  • “จรัลธาดา กรรณสูต” องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี

    “จรัลธาดา กรรณสูต” องคมนตรี ถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบ สิริอายุ 77 ปี

    สิ้นองคมนตรี “จรัลธาดา กรรณสูต” ถึงแก่อนิจกรรมอย่างสงบที่โรงพยาบาล สิริอายุ 77 ปี เปิดประวัติ บทบาทในฐานะองคมนตรีและงานส่วนพระองค์

    วันที่ 19 ก.พ. 2569 มีรายงานว่า นายจรัลธาดา กรรณสูต องคมนตรี และอดีตปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถึงแก่อนิจกรรมลงอย่างสงบที่โรงพยาบาล สิริอายุ 77 ปี

    ประวัติ นายจรัลธาดา กรรณสูต

    สำหรับ นายจรัลธาดา กรรณสูต เกิดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2492 เป็นบุตรชายของ ปรีดา กรรณสูต อดีตอธิบดีกรมประมงและอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และหม่อมราชวงศ์เติมแสงไข รพีพัฒน์ มีศักดิ์เป็นพระปนัดดา (เหลน) ในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงราชบุรีดิเรกฤทธิ์ และพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นองคมนตรีในรัชกาลที่ 10  

    จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ก่อนเข้ารับราชการ สังกัดกรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และเติบโตในสายงานบริหารภาครัฐ

    ที่ผ่านมา นายจรัลธาดา เคยดำรงตำแหน่งสำคัญ อาทิ อธิบดีกรมประมง ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และที่ปรึกษาสำนักราชเลขาธิการ ก่อนเข้ารับตำแหน่งองคมนตรี นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ในงานสาธารณประโยชน์และโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริหลายด้าน 

    นอกจากนี้ จรัลธาดา ยังได้รับรางวัลและเกียรติยศหลายรายการ อาทิ นิสิตเก่าดีเด่น มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รางวัลเกษตรศาสตร์ปราดเปรื่อง และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ทั้งในและต่างประเทศ รวมถึงเครื่องราชอิสริยาภรณ์อาทิตย์อุทัยจากประเทศญี่ปุ่น เช่นเดียวกับที่ นายปรีดา ผู้เป็นบิดาเคยได้รับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/2915220&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-mxFl1w7nKasWAHP0zcxO

  • 6 ทศวรรษ ‘นิด้า’ 12 เสียงแห่งความภาคภูมิใจ หล่อหลอม ‘ปัญญา’ สร้าง ‘ผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ สู่การพัฒนา สังคมที่ยั่งยืน

    6 ทศวรรษ ‘นิด้า’ 12 เสียงแห่งความภาคภูมิใจ หล่อหลอม ‘ปัญญา’ สร้าง ‘ผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ สู่การพัฒนา สังคมที่ยั่งยืน

    ตลอดระยะเวลา 60 ปี สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ หรือ นิด้า ไม่ได้ทำหน้าที่เพียงการส่งต่อองค์ความรู้ด้านนโยบาย การบริหารและการพัฒนาสังคมเท่านั้น แต่สถาบันการศึกษาแห่งนี้ยังทำหน้าที่ในการบ่มเพาะ ‘ผู้นำการเปลี่ยนแปลง’ (Change Agent) ด้วยการผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ มีความรู้คู่คุณธรรม นำไปสู่การสร้างคุณประโยชน์ให้กับชุมชนและสังคมอย่างยั่งยืน สะท้อนมุมมองวิสัยทัศน์ของสถาบันที่ว่า ‘เป็นสถาบันสรรค์สร้างปัญญาของสังคมและสร้างผู้นำ เพื่อไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนในระดับสากล’  

    บัณฑิตที่จบการศึกษาจากนิด้า เปรียบเสมือนฟันเฟืองสำคัญในการพัฒนาประเทศ ล้วนเป็นผู้นำระดับบริหารทั้งในภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม มีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบาย วางรากฐานยุทธศาสตร์เพื่อแก้ไขปัญหาที่ซับซ้อน พร้อมทั้งร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวหน้าอย่างยั่งยืนในทุกมิติเสมอมา

    The Momentum มีโอกาสสัมภาษณ์พิเศษตัวแทนมหาบัณฑิตและดุษฎีบัณฑิต จากทั้ง 11 คณะ และ 1 วิทยาลัยของนิด้า ในโอกาสที่จะเข้ารับพระราชทานปริญญาบัตรในช่วงต้นปี 2569 ซึ่งเป็นปีที่สำคัญยิ่งเนื่องในโอกาส ครบรอบ 60 ปี แห่งการสถาปนาสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ อยากชวนทุกท่านมาฟังมุมมอง สัมผัสตัวตนและวิธีคิดของผู้นำในแต่ละสายอาชีพ ค้นหาคำตอบว่า ในโลกที่หมุนไปไม่หยุดนิ่ง นิด้ายังคงทำหน้าที่เป็นเข็มทิศสำคัญในการสร้าง ‘คน’ เพื่อขับเคลื่อน ‘ประเทศ’ ได้อย่างไร

    ทำไมจึงเลือก ‘นิด้า’ และการเรียนรู้ครั้งนี้เปลี่ยนชีวิตคุณอย่างไร

    สำหรับนักศึกษานิด้าหลายท่าน การตัดสินใจกลับเข้าสู่รั้วมหาวิทยาลัย ไม่ใช่เพียงเพื่อไขว่คว้าปริญญาอีกใบ แต่คือการแสวงหา ‘เข็มทิศทางปัญญา’ เพื่อทำความเข้าใจโลกการทำงานที่ทวีความซับซ้อน และเพื่อนิยามบทบาทและคุณค่าของตนเองอย่างลึกซึ้ง ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงของสังคมที่ไม่หยุดนิ่ง

    คุณกิตติธัช ชัยประการยุทธ วิศวกรเครื่องกลชำนาญการพิเศษ กรมการขนส่งทางบก มหาบัณฑิตจากคณะรัฐประศาสนศาสตร์ มองว่า นิด้าคือ ‘พื้นที่แห่งการเปิดโลกทัศน์’ ที่ช่วยให้ก้าวข้ามกรอบของงานเทคนิค สู่ความเข้าใจในมิติด้านการบริหารอย่างถ่องแท้ โดยมีแรงบันดาลใจสำคัญจากความสำเร็จของรุ่นพี่ศิษย์เก่าที่มีวิธีคิดเชิงระบบอย่างชัดเจน ก้าวนี้จึงเป็นการเติมเต็มมิติทางปัญญาเพื่อให้งานเชื่อมโยงและสร้างคุณค่าแก่สังคมได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ในโลกธุรกิจ คุณไกรรัฐ รักษ์สกุล ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจพอร์ตการลงทุนและบริหารบริษัทในเครือ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) มหาบัณฑิตจากคณะบริหารธุรกิจ เล่าว่า เหตุผลที่เลือกเรียนในหลักสูตร Executive MBA มาจากความเชื่อมั่นใน DNA ด้านการคิดเชิงยุทธศาสตร์ของนิด้า ซึ่งสอดคล้องกับบทบาทขององค์กรพลังงานที่ต้องทำงานบนเวทีนานาชาติ ควบคู่กับโจทย์ความยั่งยืนระยะยาว การเรียนรู้ที่นิด้าจึงไม่ใช่แค่การเสริมทักษะบริหาร แต่คือการจัดวางกรอบความคิดให้พร้อมรับมือกับความซับซ้อนของเศรษฐกิจและการแข่งขันระดับโลก

    ขณะที่ในสายวิชาการและนโยบายเศรษฐกิจ ดร.นิรันดร์ อร่ามรัตนพันธุ์ ผู้ช่วยผู้อํานวยการฝ่ายกํากับธุรกิจจัดการลงทุน สํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ดุษฎีบัณฑิตจากคณะพัฒนาการเศรษฐกิจ เผยถึงเหตุผลที่เลือกนิด้าว่า เป็นเพราะความต้องการแสวงหา ‘คำตอบเชิงลึก’ ของกลไกระบบเศรษฐกิจที่ซับซ้อน ซึ่งประสบการณ์ทำงานเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ สำหรับเขา นิด้าคือจุดสมดุลที่ลงตัวระหว่าง ‘ความเข้มข้นทางวิชาการ’ กับ ‘ความเข้าใจในบริบทของคนทำงาน’ ด้วยระบบการศึกษาที่ยืดหยุ่นแต่เปี่ยมด้วยคุณภาพมาตรฐานระดับสูง

    พันตำรวจตรีหญิง วรรณกร ลายแก้ว สารวัตรฝ่ายยุทธศาสตร์ สังกัดกองบังคับการอำนวยการ โรงพยาบาลตำรวจ มหาบัณฑิตคณะนิติศาสตร์ ผู้มุ่งมั่นขยายขอบเขตความสามารถสู่เส้นทางสายยุติธรรม เธอเชื่อมั่นว่า นิด้าคือ ‘พื้นที่แห่งการต่อยอดปัญญา’ จากประสบการณ์การทำงานจริงสู่ความเชี่ยวชาญเฉพาะทาง ด้วยหลักสูตรที่เข้าใจวิถีคนทำงานและโอกาสในการเรียนรู้กับคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิระดับประเทศ ทำให้นิด้าสำหรับเธอไม่ใช่เพียงสถานศึกษา แต่คือ ‘จุดเปลี่ยนสำคัญ’ ที่ช่วยวางรากฐานอนาคตในสายอาชีพได้อย่างมั่นคง

    องค์ความรู้จาก ‘นิด้า’ ช่วยต่อยอด และยกระดับเส้นทางอาชีพของคุณได้อย่างไร

    เพราะเป้าหมายของนักศึกษานิด้าคือ ‘การใช้ความรู้ขับเคลื่อนงานจริง’ ไม่ว่าคุณจะเป็นสายเทคนิค ทรัพยากรมนุษย์ หรือระดับผู้บริหารองค์กร นิด้าช่วยเปลี่ยนทฤษฎีให้เป็นวิธีคิดใหม่ ยกระดับการตัดสินใจ และสร้างความสำเร็จที่จับต้องได้ในทุกเส้นทางอาชีพ

    ด้าน คุณพิสิฐการน์ ทองสอน วิศวกรข้อมูลอาวุโส มหาบัณฑิตจากคณะสถิติประยุกต์ เล่าถึงจุดเปลี่ยนจากการเป็นผู้เชี่ยวชาญสายเทคนิค สู่บทบาทผู้บริหารด้านไอทีอย่างเต็มตัว ผ่านการเรียนในหลักสูตรที่ผสานการบริหาร การวิเคราะห์ข้อมูลและเทคโนโลยี ทำให้เลิกมองปัญหาเฉพาะหน้า แต่เริ่มถอยออกมามองภาพรวมของธุรกิจ เข้าใจโจทย์ขององค์กร และสามารถสื่อสารกับผู้บริหารในภาษาเดียวกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ในสายงาน HR Manager คุณภัทรวดี ภู่โต๊ะยา มหาบัณฑิตจากคณะพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ มองว่า นิด้าช่วยหล่อหลอมให้เธอเป็น HR มืออาชีพ ผ่านการเรียนที่เน้น ‘การคิดเชิงระบบและมององค์กรแบบองค์รวม’ สามารถเชื่อมโยงการพัฒนาคนเข้ากับวิสัยทัศน์และเป้าหมายขององค์กร พร้อมนำไปใช้ได้จริงผ่านการเรียนแบบ Action-based Learning ที่เน้นการวิเคราะห์กรณีศึกษาจากสถานการณ์จริง ควบคู่ไปกับความรับผิดชอบต่อสังคม

    ด้าน คุณนิตินัย โพธิ์ทิน รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารสายงานพัฒนาบุคลากรและแรงงานสัมพันธ์ มหาบัณฑิตจากวิทยาลัยนานาชาติ ได้เปิดเผยถึงกุญแจสำคัญในการยกระดับงานบริหารบุคคลผ่านหลักสูตร International Business Management โดยมองว่า การบริหารทรัพยากรมนุษย์ในยุคใหม่ต้องก้าวข้ามกรอบเดิมๆ จากการเป็นเพียงผู้ดูแลบุคลากร ไปสู่การเป็น Strategic Partner หรือพันธมิตรทางกลยุทธ์ที่เข้าใจหัวใจของธุรกิจอย่างถ่องแท้ ตั้งแต่กลไกการตลาด การบริหารจัดการ ไปจนถึงมิติด้านการเงิน และสามารถเชื่อมโยงกลยุทธ์ทรัพยากรมนุษย์เข้ากับทิศทางธุรกิจขององค์กรอย่างเป็นระบบ เพื่อขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    ในมุมมองของ คุณวันดี เพิ่มทรัพย์ ที่ปรึกษาด้าน ISO และความยั่งยืน มหาบัณฑิตจากคณะบริหารการพัฒนาสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า องค์ความรู้ด้านความยั่งยืนจากนิด้า เปรียบเสมือนกุญแจสำคัญที่ช่วยต่อยอดบทบาทของตนเอง จากการเป็นเพียงผู้ตรวจประเมินและที่ปรึกษาด้านระบบมาตรฐาน ไปสู่การเป็น ‘ผู้ถ่ายทอดแนวคิดความยั่งยืนอย่างมืออาชีพ’ ด้วยทักษะการถ่ายทอดที่แม่นยำและเป็นระบบ ทำให้สามารถขยายขอบเขตจากการตรวจแนะนำตามมาตรฐานทั่วไป สู่การมีส่วนร่วมสำคัญในการผลักดันทั้งภาครัฐและเอกชนให้เกิดการเปลี่ยนผ่านสู่ความยั่งยืนอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อเป้าหมายในการสร้างความเติบโตที่มั่นคงและยั่งยืนในระยะยาว

    ‘นิด้า’ ช่วยเปลี่ยนวิธีคิด การสื่อสาร และการทำงานกับผู้คนอย่างไร

    คุณวิรุณพล สุวรรณน้อย Senior Business Analyst สาย IT มหาบัณฑิตจากคณะภาษาและการสื่อสาร เผยว่า การตัดสินใจเรียนต่อที่คณะภาษาและการสื่อสาร คือการทลายกำแพงข้อจำกัดเดิมของตนเอง จากคนทำงานสายเทคนิคสู่การเปิดโลกทัศน์ใหม่ ผ่านการแลกเปลี่ยนกับเพื่อนร่วมคลาสจากหลากหลายสาขาอาชีพ ประสบการณ์นี้ทำให้ค้นพบหัวใจสำคัญของการทำงาน คือการสื่อสารผ่านบริบทที่เหมาะสม การรับฟังอย่างลึกซึ้ง และการเลือกใช้ภาษาให้เข้าถึงผู้คนที่แตกต่าง ซึ่งกลายเป็นทักษะล้ำค่าที่ช่วยขับเคลื่อนการทำงานร่วมกับทีมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ขณะที่ ดร.บัญญัติ ทิพย์หมัด Managing Director ดุษฎีบัณฑิตจากคณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ มองว่า การเรียนที่คณะนิเทศศาสตร์และนวัตกรรมการจัดการ ไม่ได้ทำให้พูดเก่งขึ้น แต่ทำให้ ‘พูดอย่างรับผิดชอบมากขึ้น’ การเรียนรู้เรื่องวาทกรรมและอำนาจของการสื่อสาร ทำให้เข้าใจว่าคำพูดไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือสื่อสาร แต่เป็นโครงสร้างสำคัญที่กำหนดทิศทางของสังคม และหล่อหลอมให้ทำงานด้วยความรอบคอบ โดยคำนึงถึงผลกระทบเชิงนโยบายในทุกย่างก้าว

    ในมิติของการขับเคลื่อนสังคม คุณซีซ่า ฤทธิวงศ์ ผู้อำนวยการสำนักสิทธิมนุษยชนและความยั่งยืน สมาคมฟ้าสีรุ้งแห่งประเทศไทย มหาบัณฑิตจากคณะพัฒนาสังคมและยุทธศาสตร์การบริหาร สะท้อนมุมมองว่า การศึกษาที่นิด้าเปรียบเสมือนการลับคมความคิดให้สามารถมองเห็นปัญหาเชิงโครงสร้างได้อย่างเฉียบคมและลึกซึ้งยิ่งขึ้น ขณะเดียวกันการได้เชื่อมโยงกับเครือข่ายเพื่อนร่วมคลาสที่มาจากหลากหลายภาคส่วน ยังเป็นพลังสำคัญที่ช่วยขยายมุมมองและสร้างความร่วมมือที่แข็งแกร่งในการแก้ไขปัญหาสังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    บรรยากาศการเรียนที่ ‘นิด้า’ เป็นอย่างไร

    นิด้าไม่ได้เป็นเพียงสถาบันที่มอบความรู้ผ่านหลักสูตร แต่เป็น ‘ระบบนิเวศแห่งการเรียนรู้’ ที่พร้อมสนับสนุนและผลักดันให้ผู้เรียนก้าวข้ามขีดจำกัดเดิมของตนเอง เพื่อเติบโตอย่างมั่นคง ทั้งในมิติด้านความคิดและจิตวิญญาณของความเป็นผู้นำ ด้วยเสียงตอบรับจากทุกสาขาวิชาที่มุ่งเน้นความเข้าใจร่วมกันว่า ที่นี่คือพื้นที่เรียนรู้ที่เปิดกว้างและพร้อมเปลี่ยนทฤษฎีให้เป็นพลังในการขับเคลื่อนโลกการทำงานจริง

    คุณสมยศ ปาทาน ประธานวิสาหกิจชุมชนท่องเที่ยวย่านเมืองเก่าภูเก็ต มหาบัณฑิตจากคณะการจัดการการท่องเที่ยว ถ่ายทอดความประทับใจที่มีต่อนิด้าผ่าน 3 หัวใจสำคัญ เริ่มต้นจาก ‘กระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ’ ที่เปลี่ยนจากความจำสู่การประยุกต์ใช้ทฤษฎีในสถานการณ์จริง ต่อด้วย ‘มาตรฐานระดับสากล’ จากคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นผู้เชี่ยวชาญตัวจริงและพร้อมชี้แนะแนวทางได้ชัดเจนในทุกมิติ และสุดท้ายคือ ‘มิติด้านความยั่งยืน’ ที่หล่อหลอมความเข้าใจครอบคลุมทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม เพื่อตอบโจทย์ Green Tourism และการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน ซึ่งไม่ใช่เพียงการเพิ่มพูนความรู้ แต่คือการบ่มเพาะวิธีคิดให้ก้าวทันทุกการเปลี่ยนแปลง

    คุณวิรุณพล สุวรรณน้อย เผยถึงก้าวสำคัญว่า การตัดสินใจเรียนต่อในขณะที่ทักษะภาษาอังกฤษยังไม่แข็งแรงถือเป็นความท้าทายอย่างมาก ในช่วงแรกต้องเผชิญกับความกดดัน ทั้งการแปลความหมายและการออกเสียง แต่ด้วยบรรยากาศการเรียนที่อาจารย์มีความเข้าใจและใส่ใจ จึงค่อยๆ ช่วยปรับพื้นฐานอย่างเป็นลำดับขั้นตอน จนสามารถสร้างความเชื่อมั่นในตัวเองได้สำเร็จ และนำไปสู่โอกาสในการทำวิจัย ณ ประเทศโปแลนด์ เป็นเวลา 2 เดือน ซึ่งถือเป็นประสบการณ์ที่ล้ำค่ามาก

    คุณนิตินัย โพธิ์ทิน ร่วมแบ่งปันประสบการณ์ว่า เนื่องด้วยเป็นการกลับมาเรียนในวัยที่มีวุฒิภาวะ จึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงตัวเลขเกรดเฉลี่ย แต่ตั้งใจมาเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้และซึมซับบรรยากาศการเรียนรู้อย่างเต็มที่ โดยเฉพาะการทำกิจกรรมและโปรเจกต์กลุ่ม ภายใต้รูปแบบการสอนแบบ Active Learning ของอาจารย์ชาวต่างชาติ ที่ส่งเสริมการสื่อสารและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างอิสระ ทำให้ได้เห็นกระบวนการคิดของชาวต่างชาติในมุมมองที่แตกต่างออกไป ซึ่งถือเป็นการเปิดโลกทัศน์ใหม่ที่น่าสนใจและมีค่าอย่างยิ่ง

    ขณะที่ คุณวันดี เพิ่มทรัพย์ ร่วมถ่ายทอดมุมมองว่า รูปแบบการเรียนการสอนของที่นี่มุ่งเน้นการบ่มเพาะกระบวนการคิดวิเคราะห์อย่างเป็นระบบ โดยให้ความสำคัญกับการประยุกต์ใช้องค์ความรู้จากภาคทฤษฎีสู่การปฏิบัติจริง ส่งผลให้ทักษะที่ได้รับไม่ได้จำกัดอยู่เพียงในตำรา แต่กลายเป็นสมรรถนะที่ติดตัวและสามารถนำไปต่อยอดในโลกการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    ‘60 ปี นิด้า’ จากความภูมิใจในอดีต สู่ก้าวต่อไปที่สำคัญของอนาคตประเทศ

    ในโอกาสครบรอบ 60 ปี นิด้า ความภาคภูมิใจของศิษย์เก่าไม่ได้เป็นเพียงภาพจำในอดีต แต่คือวิสัยทัศน์ที่มองไปข้างหน้า เพื่อส่งมอบสถาบันอันทรงเกียรติแห่งนี้ สู่บทบาทสำคัญในการเป็น ‘เสาหลักทางปัญญาของสังคม’ เพื่อร่วมสร้างอนาคตที่มั่นคงและยั่งยืนของประเทศไทยต่อไป

    คุณกิตติธัช ชัยประการยุทธ ถ่ายทอดความรู้สึกด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสถาบันที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานในการบ่มเพาะบุคลากรเพื่อพัฒนาชาติ สำหรับเขาแล้ว การเข้ามาเรียนที่นี่จึงมิใช่เพียงความสำเร็จส่วนบุคคล แต่คือการได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในสายธารแห่งการขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างให้แก่ประเทศอย่างแท้จริง

    พันตำรวจตรีหญิง วรรณกร ลายแก้ว เผยความในใจว่า “นิด้าคือปริญญาที่ภูมิใจที่สุดในชีวิต” เพราะนอกจากองค์ความรู้แล้ว ยังได้รับมิตรภาพและการสนับสนุนที่ดีเยี่ยมจากสถาบันแห่งนี้ ที่นี่เป็นทั้ง ‘โอกาส’ และ ‘แสงสว่าง’ ที่ช่วยเปิดโลกทัศน์ให้คนทำงานอย่างเธอ ปริญญาจากที่นี่จึงไม่ใช่แค่เครื่องหมายความสำเร็จ แต่คือความเชื่อมั่นและทักษะที่นำไปใช้รับมือกับความท้าทายในโลกการทำงานได้จริง

    ในมุมมองของ ดร.นิรันดร์ อร่ามรัตนพันธุ์ สิ่งที่ได้รับจากนิด้าคือ ‘อาวุธทางความคิด’ ที่ช่วยให้มองปัญหาได้อย่างลึกซึ้งและรอบด้านมากกว่าเพียงผลลัพธ์ที่มองเห็นตรงหน้า ซึ่งหัวใจของความสำเร็จนี้มีรากฐานมาจากปณิธานการก่อตั้งสถาบันตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 และการสั่งสมองค์ความรู้เพื่อสังคมมาอย่างยาวนานกว่า 6 ทศวรรษ

    ขณะที่ คุณซีซ่า ฤทธิวงศ์ กล่าวเสริมด้วยความเชื่อมั่นว่า คำว่า ‘ศิษย์เก่านิด้า’ ไม่ได้เป็นเพียงชื่อที่ระบุในประวัติการศึกษา แต่คือเครื่องหมายของมาตรฐานความเป็นมืออาชีพและเครือข่ายความร่วมมือที่พร้อมสนับสนุนซึ่งกันและกันอย่างเข้มแข็ง อีกทั้งเธอยังเชื่อมั่นว่า ‘นิด้า’ คือฟันเฟืองสำคัญที่ร่วมขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปสู่เป้าหมายแห่งการพัฒนาที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

    ฝากแง่คิด หรือแรงบันดาลใจถึงผู้ที่สนใจอยากเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของ ‘ครอบครัวนิด้า’

    คุณไกรรัฐ รักษ์สกุล ให้ทัศนะที่น่าสนใจว่า ชีวิตคนเราล้วนมีจุดเปลี่ยนสำคัญเสมอ ขึ้นอยู่กับว่าเราจะรอให้โอกาสนั้นเดินเข้ามาหา หรือจะกล้าก้าวเข้าไปหาโอกาสด้วยตัวเอง สำหรับเขาแล้ว การเลือกมาที่นิด้าคือการสร้าง Turning Point ให้ชีวิต เพราะที่นี่คือแหล่งรวมคณาจารย์ผู้ทรงคุณวุฒิและเพื่อนร่วมทางที่เก่งกาจ เสมือนจุดไฟแห่งความฝันและเติมเต็มคลังปัญญา เพื่อเตรียมความพร้อมไปเผชิญกับโลกแห่งความจริงที่ท้าทาย

    สำหรับผู้ที่กังวลเรื่องงานประจำ หรือมองว่าตัวเองมีอายุแล้ว คุณสมยศ ปาทาน ตอกย้ำความเชื่อมั่นว่า ไม่ต้องลังเลใจมาเรียนได้เลย เพราะที่นี่เปี่ยมไปด้วยองค์ความรู้จากคณาจารย์ผู้เชี่ยวชาญ ท่ามกลางบรรยากาศการเรียนที่เกื้อกูลกันแบบพี่น้อง ช่วยให้ก้าวผ่านอุปสรรคไปพร้อมกับการทำงานได้อย่างราบรื่น คุณจะได้รับทั้งระบบคิดที่เหนือกว่าและคอนเนกชันอันทรงคุณค่าที่หาจากที่ไหนไม่ได้

    ขณะที่ คุณพิสิฐการน์ ทองสอน ให้มุมมองว่า การเรียนที่เน้นภาคปฏิบัติควบคู่กับการทำงานนั้นเป็นบททดสอบที่หนักหน่วง แต่ความทุ่มเทเหล่านั้นกลับแลกมาด้วยทักษะที่เฉียบคม มุมมองที่กว้างไกล และเครือข่ายมิตรภาพที่เข้มแข็ง ถือเป็นสนามฝึกฝนที่คุ้มค่าที่สุดสำหรับผู้กล้าที่จะท้าทายศักยภาพของตนเอง ซึ่งสอดคล้องกับมุมมองของ คุณภัทรวดี ภู่โต๊ะยา ที่เสริมว่า แม้การเรียนที่นิด้าจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ ‘วิธีคิด’ ที่ได้รับการบ่มเพาะจากที่นี่ จะกลายเป็นสมรรถนะอันล้ำค่าที่ฝังรากลึกและติดตัวเราไปตลอดเส้นทางการทำงาน

    ปิดท้ายด้วย ดร.บัญญัติ ทิพย์หมัด ทิ้งท้ายไว้อย่างน่าสนใจว่า หัวใจสำคัญของการมาเรียนที่นี่ไม่ใช่แค่เรื่องของวุฒิการศึกษา แต่คือการบ่มเพาะวิธีคิดที่เป็นระบบและการเอาชนะใจตนเอง หากใครที่กำลังมองหาพื้นที่เพื่อพิสูจน์ศักยภาพและอยากพาตัวเองไปให้ไกลกว่าจุดที่เคยยืน นิด้าคือคำตอบที่ช่วยให้คุณบรรลุเป้าหมายนั้นได้อย่างสง่างาม

    นี่คือเสียงสะท้อนจากเหล่า ‘เมล็ดพันธุ์ทางปัญญา’ ที่ผ่านการบ่มเพาะจากรั้วนิด้า คือประจักษ์พยานแห่งความสำเร็จตลอดระยะเวลากว่า 6 ทศวรรษ เหนือสิ่งอื่นใดคือการร่วมยืนยันว่า ‘นิด้า’ จะยังคงเป็น ‘เสาหลักทางปัญญา’ ที่มุ่งมั่นพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนให้แก่ประเทศไทยสืบไป

    ‘สร้างปัญญา เพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน’  

    WISDOM for Sustainable Development

    Tags: , , ,

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://themomentum.co/brandedcontent-6-decade-nida/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2VdRfPCa9v_XKjzaUmCgKO

  • นักท่องเที่ยวจีนจากกว่างซี บินลัดฟ้า

    นักท่องเที่ยวจีนจากกว่างซี บินลัดฟ้า

    หนานหนิง, 19 ก.พ. (ซินหัว) — ท่าอากาศยานนานาชาติหนานหนิง อู๋ซวี ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน มีบรรยากาศคึกคักตั้งแต่เริ่มต้นมหกรรมการเดินทางเทศกาลตรุษจีนหรือชุนอวิ้น ปี 2026 โดยผู้โดยสารชาวจีนจำนวนไม่น้อยทยอยขึ้นเที่ยวบินตรงสู่ไทยเพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนแบบใหม่ที่เปลี่ยนจาก “กลับภูมิลำเนา” เป็น “เที่ยวพักผ่อนต่างแดน” สอดรับกับกระแสการท่องเที่ยวแบบสองทาง “ขึ้นเหนือหาหิมะ ลงใต้หนีลมหนาว” ที่กำลังคึกคักภายใต้นโยบายฟรีวีซ่าจีน-ไทย เส้นทางบินที่สะดวก และช่วงหยุดยาวพิเศษในปีนี้

    ช่วงไม่กี่ปีมานี้ ไทยที่มีความใกล้ชิดทางภูมิศาสตร์และวัฒนธรรมกับจีนได้กลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจากกว่างซีและทั่วจีนในช่วงเทศกาลตรุษจีน ซึ่งบริษัททัวร์แห่งหนึ่งในกว่างซีเผยว่าความต้องการท่องเที่ยวไทย รวมถึงประเทศอื่นๆ ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ มักจะคึกคักในช่วงก่อนและชะลอตัวในช่วงหลังหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน (15-23 ก.พ.) เช่น กรุ๊ปทัวร์หนึ่งที่เดินทางก่อนวันที่ 15 ก.พ. มีลูกทัวร์มากถึง 150 คน และส่วนใหญ่เป็นครอบครัวขนาดเล็กที่มีสมาชิก 4-9 คน

    ช่วงหยุดยาวเทศกาลตรุษจีน ปี 2026 ที่มีระยะเวลา 9 วันนี้ช่วยให้ความต้องการท่องเที่ยวไทยของบรรดาครอบครัวชาวจีนเพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งวิวทิวทัศน์ อาหารการกิน และความสะดวกสบายของการท่องเที่ยวไทยนั้นเป็นจุดดึงดูดใจที่สำคัญ โดยถานซูถิง ชาวเมืองหนานหนิงในกว่างซี เผยว่าปกติเทศกาลตรุษจีนจะอยู่แต่บ้านและเยี่ยมญาติมิตร แต่ปีนี้ตั้งใจพาพ่อแม่และลูกของเธอไปเที่ยวพักผ่อนที่ไทย ซึ่งอยู่ใกล้กว่างซี มีอากาศเหมาะกับผู้สูงอายุ และเดินทางแบบครอบครัวสะดวก

    การบริการเที่ยวบินโดยสารตรงสู่ไทยเป็นอีกปัจจัยสนับสนุนการท่องเที่ยวไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีนี้ เส้นทางบินหนานหนิง-กรุงเทพฯ รับรองผู้โดยสารเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตั้งแต่จีนและไทยดำเนินนโยบายฟรีวีซ่าซึ่งกันและกันในเดือนมีนาคม 2024 และช่วงชุนอวิ้นปีนี้เพิ่มขึ้นร้อยละ 30 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ขณะจำนวนเที่ยวบินตรงหนานหนิง-กรุงเทพฯ เพิ่มขึ้นเป็น 3 เที่ยวต่อวันในช่วงชุนอวิ้น ครอบคลุมการออกเดินทางระหว่างช่วงเช้าถึงช่วงเย็น และใช้เวลาบินราว 2 ชั่วโมง 20 นาทีเท่านั้น

    นอกเหนือจากนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางท่องเที่ยวไทยเพื่อสัมผัสบรรยากาศเทศกาลตรุษจีนในต่างประเทศ ยังมี “ขาประจำ” จำนวนไม่น้อยที่เดินทางมาไทยเพื่อสัมผัสอากาศอบอุ่นกว่าและพบปะญาติมิตรที่พำนักอาศัยอยู่ต่างบ้านต่างเมือง เช่น นักท่องเที่ยวแซ่หวังคนหนึ่งเผยว่าเขามาไทยในช่วงเทศกาลตรุษจีนเป็นครั้งที่ 3 แล้ว ปีนี้อาศัยช่วงหยุดยาวพิเศษหนีอากาศหนาวในจีนมาเยี่ยมลูกสาวและหลานที่ใช้ชีวิตอยู่ในไทย ส่วนนักท่องเที่ยวแซ่เฉินอีกคนเผยว่าบรรยากาศเทศกาลตรุษจีนในไทยคึกคักมาก ผู้ประกอบธุรกิจในไทยเข้าใจ “ปีใหม่จีน” อย่างดี

    อนึ่ง สมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยวคาดการณ์ว่าปริมาณนักท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางเยือนไทยในช่วงวันที่ 13-22 ก.พ. จะอยู่ที่ราว 3.5 แสนคน หรือเฉลี่ย 17,000-18,000 คนต่อวัน เพิ่มขึ้นราวร้อยละ 15-20 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

    (ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปไทยต่อแถวเพื่อเช็กอินที่ท่าอากาศยานนานาชาติหนานหนิง อู๋ซวี ในเขตปกครองตนเองกว่างซีจ้วงทางตอนใต้ของจีน)

    (ภาพจากผู้ให้สัมภาษณ์ : นักท่องเที่ยวชาวจีนสัมผัสบรรยากาศการเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนในย่านเยาวราชของกรุงเทพฯ)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/66835&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pOPs_MU_MuMyiIuGWro7d

  • หนึ่งปีมีครั้งเดียว ปลากอง น่าน สู่ท่องเที่ยวอนุรักษ์

    หนึ่งปีมีครั้งเดียว ปลากอง น่าน สู่ท่องเที่ยวอนุรักษ์

    กรมประมง เดินหน้าโครงการศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.น่าน ต่อยอดปรากฏการณ์ “ปลากอง” ปลาปีกแดงวางไข่ปีละครั้ง พัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างรายได้ชุมชนอย่างยั่งยืน

    กรมประมง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ขับเคลื่อนโครงการในพื้นที่ ศูนย์ภูฟ้าพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จังหวัดน่าน บูรณาการการอนุรักษ์ทรัพยากรประมงควบคู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศ ต่อยอดปรากฏการณ์ธรรมชาติ “ปลากอง” ให้เป็นแหล่งเรียนรู้และท่องเที่ยวใหม่ของชุมชน โดย นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง ระบุว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวเป็นพฤติกรรมวางไข่ของปลาปีกแดง หรือที่ชาวบ้านเรียก “ปลาออ” ซึ่งจะว่ายทวนน้ำมารวมฝูงนับพันนับหมื่นตัวตามแก่งหินและลำน้ำตื้นในพื้นที่อำเภอบ่อเกลือ เช่น ลำน้ำมาง และลำน้ำว้า

    ปรากฏการณ์ “ปลากอง” เกิดขึ้นทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายนถึงเมษายน และเห็นชัดในช่วงกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม มักตรงกับวันพระ ขึ้น 14–15 ค่ำ ถือเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น พบได้แห่งเดียวในประเทศไทย และมีความสำคัญต่อระบบนิเวศลุ่มน้ำน่าน กรมประมงมองว่าเป็นโอกาสในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ สร้างรายได้ให้ชุมชน พร้อมปลูกจิตสำนึกการดูแลทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน

    ตลอดที่ผ่านมา กรมประมงส่งเสริมการจัดตั้งเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำโดยชุมชน ถ่ายทอดองค์ความรู้การใช้ทรัพยากรอย่างสมดุล และรณรงค์งดจับปลาในช่วงฤดูวางไข่ รวมถึงเพาะและปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำในจังหวัดน่านปีละไม่น้อยกว่า 200,000 ตัว เพื่อฟื้นฟูความหลากหลายทางชีวภาพ ควบคู่การควบคุมเครื่องมือประมง ดูแลแหล่งวางไข่ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวด พร้อมต่อยอดสู่การท่องเที่ยวเชิงนิเวศที่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเรียนรู้วิถีชีวิตชุมชนประมงอย่างใกล้ชิด

    กรมประมงเชิญชวนประชาชนร่วมสัมผัสปรากฏการณ์ “ปลากอง” ในจังหวัดน่าน โดยขอความร่วมมือปฏิบัติตามกฎระเบียบชุมชนอย่างเคร่งครัด เพื่อให้ทรัพยากรธรรมชาติคงอยู่เป็นมรดกทางธรรมชาติของลุ่มน้ำน่านต่อไป


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/543123.html&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Eh6o_cvLqu043HOiPgxx6