Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • SFLEX ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา-ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้เทคโนโลยี โรงเรียนบ้านโป่งยอ จ.ลพบุรี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    SFLEX ร่วมส่งต่อโอกาสทางการศึกษา-ส่งเสริมทักษะการเรียนรู้เทคโนโลยี โรงเรียนบ้านโป่งยอ จ.ลพบุรี – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – คุณสมโภชน์ วัลยะเสวี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ที่5จากซ้าย) บริษัท สตาร์เฟล็กซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ SFLEX พร้อมด้วย คุณอภิชาติ การุณกรสกุล (ที่4จากซ้าย) ประธานมูลนิธินวัตกรรมทางสังคม ร่วมกับ บริษัท โรงพยาบาลจุฬารัตน์ จำกัด (มหาชน) และมูลนิธิกระจกเงา เดินหน้าส่งเสริมการศึกษาและพัฒนาศักยภาพเยาวชนไทย ผ่านโครงการสนับสนุนอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ จำนวน 12 เครื่อง ให้แก่โรงเรียนบ้านโป่งยอ จังหวัดลพบุรี เพื่อยกระดับคุณภาพการเรียนรู้ การศึกษา ทั้งในด้านดิจิทัล สื่อออนไลน์ รวมไปถึงการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียนสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้อย่างรวดเร็ว และมีประสิทธิภาพ

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/20/618854/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13dLSXuSX2X_Nyia3Dm3h7

  • IND ผนึก วปอ.รุ่น 47 มอบทุนการศึกษา นักเรียน รร.วัดสมบูรณ์สามัคคี จ.นครนายก – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    IND ผนึก วปอ.รุ่น 47 มอบทุนการศึกษา นักเรียน รร.วัดสมบูรณ์สามัคคี จ.นครนายก – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท อินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (IND) โดย ดร.ชัยณรงค์ ณ ลำพูน (แถวหลังที่ 4 จากซ้าย) ประธานกรรมการบริหาร พร้อมคณะผู้บริหาร ร่วมกับวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. รุ่น 2547  จัดกิจกรรมจิตอาสาบริจาคทุนการศึกษาและอุปกรณ์การเรียน ให้แก่นักเรียนโรงเรียนวัดสมบูรณ์สามัคคี (ปากช่องประชานุกูล) จังหวัดนครนายก จำนวน 15 ทุน และบุตรพนักงาน 5 ทุน ทุนละ 2,000 บาท ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แสดงถึงพลังความร่วมมือและการคืนประโยชน์สู่สังคม โดยมุ่งเน้นช่วยเหลือ และส่งเสริมโอกาสทางการศึกษา และพัฒนาคุณภาพชีวิตผ่านการส่งมอบทุน อุปกรณ์การเรียน สะท้อนบทบาทของผู้นำความมั่นคงในการสนับสนุนสังคมอย่างยั่งยืน กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้น ณ คุ้มหลวงลำพูนรีสอร์ท จังหวัดนครนายก เมื่อเร็วๆ นี้

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/20/618855/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vuIyv-UXxeh4NzipdqcmG

  • เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

    เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

    ตัวเลขเศรษฐกิจไทยไตรมาส 4/2568 ที่ขยายตัวสูงถึง 2.5% ส่งผลให้ทั้งปี 2568 เติบโตได้ 2.4% ถือเป็นตัวเลขที่ออกมาดีกว่าคาดการณ์ จากก่อนหน้านั้นที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.)คาดการณ์ว่า ทั้งปี 2568 เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพียง 1.8%

    เนื่องจากประเมินว่า โครงการคนละครึ่ง พลัส ของรัฐบาลที่มากระตุ้นเศรษฐกิจช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี จะสร้างผลทวีคูณในระบบเศรษฐกิจได้อย่างน้อย 0.3-0.4% เท่านั้น

    ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังระบุว่า ตัวเลขที่ออกมานั้น ถือเป็นกำลังใจให้กับทีมทำงานด้านเศรษฐกิจทุกคน ที่สามารถงัดเศรษฐกิจไทยให้พ้นจากหล่มได้ 

    นอกจากผลของมาตรการรัฐ ทั้งโครงการคนละครึ่ง พลัส, โครงการเที่ยวดีมีคืน และการเติมเงินผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ แล้วยังมาจากการลงทุนรวม ที่ขยายตัวถึง 8.1% สูงสุดในรอบที่ผ่านมา

    ดร.เอกนิติกล่าวว่า หลักๆ เป็นผลมาจากการเร่งผลักดันการลงทุนทั้งในส่วนของรัฐบาล ผ่านการลงทุนของรัฐวิสาหกิจ ที่คนอาจจะไปโฟกัสที่งบประมาณที่ล่าช้า กระทบการลงทุน แต่ตัวเลขการลงทุนของรัฐวิสาหกิจมีถึงครึ่งหนึ่งของรัฐบาล ดังนั้นเมื่อไปเร่งรัดการเบิกจ่ายส่วนนี้ทำให้การลงทุนภาครัฐขยายตัวได้ถึง 13.3%  

    เปิดตัวคลังสมองขุนคลัง ‘เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ’ กับภารกิจฟื้นเศรษฐกิจไทย

    ขณะเดียวกัน ในส่วนของการลงทุนภาคเอกชนเอง ทีมงานได้ลงไปจี้รายบริษัทที่ยื่นขอรับส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (BOI) แล้วยังไม่เริ่มลงทุนว่า ติดขัดตรงไหน แล้วแก้ปัญหาให้ตรงจุด ส่วนหนึ่งเพราะได้ดึงบุคลากรจากภาคเอกชนมาร่วมทีม เพื่อให้การทำงานคล่องตัวและสามารถเห็นผลได้เร็วขึ้น

    ดร.เอกนิติกล่าวถึงสไตล์การทำงานจะใช้ “ที่ปรึกษาจากภาคเอกชน” ที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านมาช่วยอุดช่องว่างของระบบราชการ เนื่องจากข้าราชการมักจะรู้ทางและบางครั้งอาจมีการ “ยัดไส้” หรือตั้งเป้าหมายต่ำ ๆ ไว้ก่อน  ทำให้รัฐมนตรีที่มาจากสายการเมืองมักจะถูกข้าราชการหลอกได้ง่าย เนื่องจากไม่รู้ระบบภายใน

    ดังนั้น การทำงานในรอบนี้เน้นการผสมผสานระหว่าง “กลไกระบบราชการ” ที่ดร.เอกนิติมีความเชี่ยวชาญ เข้ากับ “ความรวดเร็วของภาคเอกชน” เข้ามาเสริมทีมงานในกระทรวงการคลัง เพื่ออุดช่องว่างของระบบราชการและช่วยให้การทำงานมีความคล่องตัวและเป็นมืออาชีพมากขึ้น เพื่อแก้ปัญหาของประเทศโดยไม่ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ โดยใช้โจทย์ประเทศเป็นที่ตั้ง

    โครงสร้างทีมงานภายใต้การนำทีมของดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาสประกอบด้วย  

    • “พี่บิ๊ก” หรือ นายธนฑิตย์ รักตะบุตร ทำหน้าที่ กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี ดูแลงานฝั่งทำเนียบรัฐบาล งานด้านสังคม และงาน นอกเหนือจากมิติเศรษฐศาสตร์

    นายธนฑิตย์ รักตะบุตร กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการคลัง

    นายธนฑิตย์ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี คณะศิลปศาสตร์ จาก ม.อัมสัมชชัญ เป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ประกอบธุรกิจด้านจัดหางาน และเหมาจ้างแรงงาน (Recruitment & Outsourcing Services) นอกจากนี้ยังมีธุรกิจร้านอาหารชื่อดัง อาทิ นารา ไทย คูซีน, อั้งม้อ, Inka, มาดามแม่ และโคลิมิเต็ด

    นายธนฑิตย์ยังเป็น เลขาธิการ สมาคมกีฬาเทควันโดแห่งประเทศไทย ภายใต้การเชิญชวนของ “บิ๊กเอ” ผศ.พิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาทเควันโดแห่งประเทศไทยเมื่อปี 2560  ซึ่ง “พี่บิ๊ก” มีบทบาทกับเทควันโดมากมาย ในฐานะ “ผู้จัดการทีม” ทั้งศึกซีเกมส์ ครั้งที่ 30 ที่ฟิลิปปินส์, ครั้งที่ 31 ที่เวียดนาม, ครั้งที่ 32 ที่กัมพูชา รวมทั้งเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 19 ที่อินโดนีเซีย ซึ่งทุกครั้ง “จอมเตะไทย” ไม่ทำให้ผิดหวัง คว้าเหรียญทอง ได้ตามเป้าหมาย

    ส่วนผลงานชิ้นโบว์แดงก็คือร่วมสร้างเหรียญทองประวัติศาสตร์ โอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น จากผลงานของ “น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ ในรุ่น 49 กก.หญิง

    • ขณะที่งานที่ปรึกษาด้านเศรษฐศาสตร์ จะอยู่ภายใต้การดูแลของ “ดร.นะโม” หรือ ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี  กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง

    ดร.นะโม เคยร่วมงานกันสมัยที่ ดร.เอกนิติ เป็นประธานกรรมการ ธนาคาร ทีเอ็มบีธนชาต หรือ ทีทีบี ก่อนจะย้ายมาทำงานที่ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแก่งประเทศไทย(EXIM BANK) ในตำแหน่ง รองกรรมการผู้จัดการ

    ดร.เบญจรงค์ สุวรรณคีรี  กรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการคลัง

    ดร. นะโม คือผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐศาสตร์และการเงิน จบปริญญาเอกและปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยคอร์เนล สหรัฐอเมริกา และปริญญาตรีด้านคณิตศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ จากมหาวิทยาลัยซานฟรานซิสโก

    มีความเชี่ยวชาญด้าน เศรษฐศาสตร์มหภาค, นโยบายการคลัง, ความยั่งยืนและสิ่งแวดล้อม และส่งเสริมความยั่งยืนทางการเงินให้กับธุรกิจไทย โดยเฉพาะในภาคการส่งออกและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (MSME) 

    • สำหรับตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคือ “พี่โอม” หรือนายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ จะเป็นศูนย์กลางประสานงานกับสื่อมวลชน

    “พี่โอม” เคยช่วยดร.เอกนิติในการทรานส์ฟอร์มที่กรมสรรพากร ด้วยการนำระบบ Digital และ Data Analysis มาใช้ในการจัดเก็บและอำนวยความสะดวกให้กับผู้เสียภาษา และยังร่วมจัดทำโครงการ Quick Win เพื่อปรับเปลี่ยนกรมสรรพสามิตจากกรมจัดเก็บภาษี มาเป็นกรม ESG

    นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    นายอาร์ชวัส เจริญศิลป์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อีทราน (ไทยแลนด์) จำกัด “สตาร์ทอัพ” ผลิตรถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าพลังงานสะอาด และสถานีเปลี่ยนแบตเตอรี่ หรือ ETRAN Power Station พร้อมเป้าหมายก้าวจากสตาร์ทอัพสู่องค์กรธุรกิจเต็มรูปแบบ เพื่อเข้าสู่ตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต

    • ส่วนงานที่ปรึกษาและนโยบายเศรษฐกิจ จะมีนักวิชาการ จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยคือ ดร.ปอ หรือ ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ

    ดร.อธิภัทร ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี (Tax Economist) ที่เก่งที่สุด เคยเป็นที่ปรึกษาที่ช่วยงาน ดร.เอกนิติ มาอย่างยาวนาน ตั้งแต่สมัยปฏิบัติหน้าที่ที่กรมสรรพากรต่อเนื่องมาจนถึงกรมสรรพสามิต เป็นผู้อยู่เบื้องหลังนโยบายภาษีคาร์บอน (Carbon Tax) โครงการคนละครึ่ง และ โครงการบัญชีการออมการลงทุน ส่วนบุคคลหรือ Thailand Individual Saving Account หรือ TISA

    ดร.อธิภัทร มุทิตาเจริญ ผู้เชี่ยวชาญด้านภาษี

    ทั้งนี้ ดร.เอกนิติให้ อิสระในการทำงานแก่ ดร.ปอ อย่างเต็มที่ เพื่อให้คงความเป็นนักวิชาการและรักษาความเป็นกลางไว้ แม้ว่า บางนโยบายที่เน้นมุมมองวิชาการอาจจะมีจุดอ่อนที่ไม่ถูกใจคนจำนวนมากบ้างก็ตาม

     ดร.อธิภัทร เป็นนักเศรษฐศาสตร์ด้านนโยบายการคลังและการพัฒนา เคยเป็น Tax Economist ที่ Congressional Budget Office ประเทศสหรัฐฯ จบการศึกษาระดับปริญญาตรี (เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เหรียญทอง) และปริญญาโทด้านเศรษฐศาสตร์จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และระดับปริญญาเอกด้านเศรษฐศาสตร์จาก Rice University สหรัฐอเมริกา

    นอกจากนี้ ดร.อธิภัทร ได้รับรางวัล Richard Musgrave Prize สำหรับงานวิจัยยอดเยี่ยมที่ตีพิมพ์ใน National Tax Journal ในปี 2558 และเป็นส่วนหนึ่งของทีมวิจัยที่ได้รับรางวัลผลงานวิจัยดีเด่นของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัยในปี 2560

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/651958&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3zggdnVtimJYdY29iveFby

  • ดูดวงรายวันประจำวันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอาทิตย์

    ดูดวงรายวันประจำวันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอาทิตย์

    ดูดวงรายวันประจำวันศุกร์ ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันอาทิตย์

    • การงาน : พบการเปลี่ยนแปลงโยกย้าย
    • การเงิน : เพื่อนจะนำโชคมาให้
    • ความรัก : พบเรื่องรักซ้อน

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • ทำบุญบริจาคอุปกรณ์การศึกษา
    • อัญมณีมงคล: ทับทิม
    • สีมงคล: สีแดง
    • เลขนำโชค: 1, 4, 5, 8

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 15-21 กุมภาพันธ์ 2569 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม)

    • 06:11 – 12:29: ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่
    • 09:19 – 12:00: ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่
    • 09:01 – 12:09: ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่างๆ
    • 09:09 – 11:09: ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่
    • 05:29 – 14:09: ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/322478/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw15Hev9xcNvV0Ux0k9lEkk2

  • คลิปไวรัล 120 ล้านวิว! พ่อระเบิดอารมณ์ใส่ลูกเรื่อง “ทิชชู่” สู่ฝันร้ายที่ต้องเยียวยาทั้งชีวิต

    คลิปไวรัล 120 ล้านวิว! พ่อระเบิดอารมณ์ใส่ลูกเรื่อง “ทิชชู่” สู่ฝันร้ายที่ต้องเยียวยาทั้งชีวิต

    ทำไมเรื่องเล็กในครัวถึงกลายเป็นดราม่า 120 ล้านวิว? เจาะลึกปมจิตวิทยา “พ่อแม่จอมบงการ” ที่ชอบส่งต่อความรุนแรง

    จากกรณีคลิปวิดีโอคุณพ่อชาวจีนในมณฑลกวางตุ้งระเบิดอารมณ์ใส่ลูกสาวเพียงเพราะเข้าใจผิดเรื่องการใช้ “กระดาษทิชชู่เช็ดผม” จนกลายเป็นข่าวดังไปทั่วโลก เหตุการณ์นี้ไม่ได้เป็นแค่เรื่องการดุด่าทั่วไป แต่สะท้อนให้เห็นถึงภัยเงียบของความรุนแรงในครอบครัวที่ทำร้ายเด็กอย่างแสนสาหัส

    ชนวนเหตุคือ พ่อพบเศษขาวๆ ในผมลูกสาว จึงปักใจเชื่อว่าลูกใช้กระดาษทิชชู่เช็ดผมแทนผ้าขนหนูตามที่เคยเตือนไว้ แม้ลูกสาวจะปฏิเสธ แต่ผู้พ่อกลับขาดสติ ดิ่งเข้าทำลายข้าวของ เริ่มจากฟาดเครื่องเป่าผมจนพังยับเยิน เมื่อเด็กหญิงหนีเข้าห้องและล็อกประตู พ่อยังตามไปบิดลูกบิดอย่างแรง ใช้เก้าอี้พลาสติกฟาด และเตะประตูซ้ำๆ เพื่อจะบุกเข้าไปให้ได้ สร้างความหวาดกลัวให้กับเด็ก

    คลิปนี้มียอดชมสูงถึง 110-120 ล้านครั้ง กระแสสังคมต่างตั้งคำถามว่า “แค่ทิชชู่แผ่นเดียว ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้?”

    ทำไมเรื่องเล็กถึงกลายเป็นความรุนแรง?

    ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตวิทยาชี้ให้เห็นว่า พฤติกรรมนี้คือการ “ขาดการควบคุมอารมณ์อย่างสิ้นเชิง” และมักมีปัจจัยแฝงดังนี้

    1. การใช้ความรุนแรงแทนการศึกษา: พ่อแม่บางส่วนยังติดค่านิยมผิดๆ ที่ใช้ความกลัวเป็นเครื่องมือในการ “สั่งสอน”

    2. แรงกดดันจากสภาวะเศรษฐกิจ: ความเครียดจากค่าครองชีพอาจทำให้คนเราสูญเสียความอดทนได้ง่ายขึ้น แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลที่จะใช้ความรุนแรงกับเด็กที่ไม่มีทางสู้

    3. ความสัมพันธ์ที่ผิดเพี้ยน: เมื่อความรุนแรงถูกใช้ในนามของ “ความหวังดี” เด็กจะเกิดความสับสนระหว่างความรักและความหวาดกลัว ซึ่งส่งผลต่อความมั่นคงทางอารมณ์ในอนาคต

    บาดแผลที่มองไม่เห็น…แต่ฝังรากลึก

    สิ่งที่น่ากลัวที่สุดไม่ใช่ประตูที่พัง แต่คือ “ความรู้สึกไม่ปลอดภัยในบ้านตัวเอง”:

    1. ทำลายความเชื่อใจ: เด็กจะเรียนรู้ที่จะอยู่อย่างหวาดระแวง ไม่กล้าสื่อสารกับคนในครอบครัว

    2. ผลกระทบระยะยาว: บาดแผลทางใจจะแฝงตัวอยู่ในพฤติกรรม และอาจส่งผลต่อการสร้างความสัมพันธ์กับผู้อื่นเมื่อเติบโตขึ้น

    ทางออกเพื่อครอบครัวที่ยั่งยืน

    1. ฝึกทักษะจัดการอารมณ์: พ่อแม่ควรเรียนรู้วิธีรับมือกับความเครียดก่อนจะระเบิดใส่คนรอบข้าง

    2. สร้างพื้นที่ปลอดภัย: บ้านต้องเป็นที่ที่ลูกรู้สึกอุ่นใจที่สุด ไม่ใช่สถานที่ที่น่ากลัวที่สุด

    3. การแทรกแซงจากชุมชน: เมื่อพบเห็นสัญญาณความรุนแรง สังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ควรนิ่งเฉย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความสูญเสียที่มากกว่าเดิม

    “วัยเด็กที่มีความสุขจะช่วยเยียวยาเราไปตลอดชีวิต แต่หากวัยเด็กมีแต่ความทุกข์ เราอาจต้องใช้เวลาทั้งชีวิตเพื่อเยียวยาบาดแผลนั้น”

    การเปลี่ยนพฤติกรรมในวันนี้ ไม่ใช่แค่เพื่อความสงบสุขในบ้าน แต่คือการหยุดส่งต่อ “มรดกความเจ็บปวด” ไม่ให้ไปถึงรุ่นหลาน เพื่อให้ลูกของเราได้เติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ที่เปี่ยมไปด้วยความสุขและรู้จักมอบความรักให้กับผู้อื่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9874426/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw320XJzRmfG9AwipMJ6BWAM

  • ตัวเลขว่างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด 206K ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดัน

    ตัวเลขว่างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด 206K ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดัน

    By

    กุมภาพันธ์ 19, 2026

    ตัวเลขว่างงานสหรัฐต่ำกว่าคาด 206K ตลาดคริปโตเผชิญแรงกดดัน

    สรุปข่าว
    • ตัวเลขคำขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐ (Initial Jobless Claims) ประจำสัปดาห์ออกมาที่ 206K ต่ำกว่าคาด 223K และต่ำกว่าสัปดาห์ก่อน 229K
    • ตลาดแรงงานแข็งแกร่งเกินคาดส่งสัญญาณว่า Fed อาจคงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง สร้างแรงกดดันต่อสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum
    • BTC ซื้อขายที่ $65,905 ลดลง 1.85% ขณะที่ ETH อยู่ที่ $1,916.44 ลดลง 2.54% ในรอบ 24 ชั่วโมง

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา  Bearish

    ตัวเลขว่างงานที่ต่ำกว่าคาดการณ์สะท้อนตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเกินไป ทำให้ Federal Reserve มีพื้นที่รักษาอัตราดอกเบี้ยสูงต่อเนื่อง ส่งผลให้นักลงทุนเคลื่อนย้ายเงินออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum เข้าสู่ตราสารหนี้ที่ให้ผลตอบแทนสูงแทน

    กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยข้อมูลคำขอรับสวัสดิการว่างงาน (Initial Jobless Claims) ประจำสัปดาห์เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ออกมาที่ 206,000 ราย ต่ำกว่าที่นักเศรษฐศาสตร์คาดการณ์ไว้ที่ 223,000 ราย และลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าที่ 229,000 ราย

    ตัวเลข Initial Jobless Claims คือจำนวนคนที่ยื่นขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญของสุขภาพตลาดแรงงาน ตัวเลขที่ต่ำหมายถึงคนว่างงานน้อย แสดงว่าเศรษฐกิจและตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง ในขณะที่ตัวเลขสูงสะท้อนถึงการเลิกจ้างงานเพิ่มขึ้นและเศรษฐกิจอาจชะลอตัว

    ตลาดคริปโตตอบสนองในเชิงลบต่อข้อมูลนี้ โดย Bitcoin ซื้อขายอยู่ที่ระดับ $65,905 ลดลง 1.85% ในรอบ 24 ชั่วโมง ส่วน Ethereum อยู่ที่ $1,916.44 ลดลง 2.54% สะท้อนความกังวลของนักลงทุนต่อนโยบายการเงินที่อาจตึงตัวต่อเนื่อง

    ทำไมตลาดแรงงานแข็งแกร่งถึงเป็นข่าวร้ายสำหรับคริปโต

    แม้ตัวเลขว่างงานที่ลดลงจะฟังดูเป็นข่าวดี แต่สำหรับตลาดสินทรัพย์เสี่ยงอย่าง Bitcoin และ Ethereum กลับเป็นสัญญาณเชิงลบ เพราะตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งเกินไปทำให้ Federal Reserve มีเหตุผลที่จะรักษาอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงต่อเนื่อง หรืออาจชะลอการปรับลดดอกเบี้ยที่ตลาดคาดหวังไว้

    เมื่อดอกเบี้ยยังคงสูง นักลงทุนสามารถได้ผลตอบแทนที่ดีจากพันธบัตรรัฐบาลและตราสารหนี้ที่มีความเสี่ยงต่ำกว่า ส่งผลให้เงินทุนไหลออกจากสินทรัพย์เสี่ยงอย่างสกุลเงินดิจิทัล นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่แข็งค่าขึ้นจากความคาดหวังดอกเบี้ยสูงยังสร้างแรงกดดันเพิ่มเติมต่อราคาคริปโตที่ถูกตีราคาเป็นดอลลาร์

    เทรนด์ตลาดแรงงานและผลกระทบต่อนโยบาย Fed

    การที่ตัวเลขว่างงานลดลงติดต่อกันจาก 229,000 ราย เป็น 206,000 ราย แสดงให้เห็นเทรนด์ที่ชัดเจนว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง แม้ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา นี่เป็นสัญญาณที่เจ้าหน้าที่ Fed จะใช้ประกอบการตัดสินใจนโยบายการเงินในการประชุมครั้งถัดไป

    นักวิเคราะห์หลายรายมองว่า ข้อมูลชุดนี้จะทำให้ Fed ยืนยันจุดยืน “Higher for Longer” คือรักษาดอกเบี้ยไว้ในระดับสูงเป็นระยะเวลานานกว่าที่ตลาดคาดการณ์ เพื่อให้แน่ใจว่าเงินเฟ้อกลับสู่เป้าหมาย 2% อย่างยั่งยืน ซึ่งหมายความว่านักลงทุนคริปโตต้องเตรียมพร้อมกับสภาพแวดล้อมสภาพคล่องที่ตึงตัวต่อไปอีกระยะหนึ่ง

    จุดสังเกตสำหรับนักลงทุนคริปโต

    แม้ข้อมูลรอบนี้จะสร้างแรงกดดันในระยะสั้น แต่นักลงทุนควรติดตามข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไปอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อ CPI และ PCE ที่จะออกมาในสัปดาห์หน้า หากเงินเฟ้อยังคงชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง แม้ตลาดแรงงานจะแข็งแกร่ง Fed ก็อาจมีพื้นที่พิจารณาปรับลดดอกเบี้ยได้ในช่วงปลายปีนี้

    สำหรับระยะสั้น Bitcoin อาจเผชิญแรงกดดันที่แนวรับ $65,000 หากแนวนี้ไม่อยู่ อาจเห็นแรงขายเพิ่มลงมาทดสอบโซน $62,000-63,000 ในขณะที่ Ethereum มีแนวรับสำคัญที่ $1,900 ซึ่งหากหลุดลงไปอาจมีความผันผวนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ


    ความเห็นผู้เขียน

    ส่วนตัวผมมองว่าตัวเลขรอบนี้เป็นเครื่องเตือนใจที่ดีว่าการลงทุนคริปโตไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ปัจจัยภายในตลาดเท่านั้น แต่ยังถูกครอบงำด้วยปัจจัยมหภาคโดยเฉพาะนโยบายการเงินของ Fed อย่างหนัก ตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งอาจฟังดูเป็นข่าวดีสำหรับเศรษฐกิจโดยรวม แต่สำหรับพอร์ตคริปโตของเรากลับหมายถึงดอกเบี้ยสูงต่อเนื่องและเงินทุนที่ไหลออกไปยังสินทรัพย์ที่ปลอดภัยกว่า

    ที่น่าสนใจคือตัวเลขว่างงานต่ำกว่าคาดถึง 17,000 ราย ซึ่งถือว่าเป็นส่วนต่างที่มากพอสมควร แสดงให้เห็นว่าตลาดแรงงานยังไกลจากการชะลอตัว ผมคาดว่าในระยะสั้น 1-2 สัปดาห์ข้างหน้า ตลาดคริปโตจะยังคงมีความผันผวนและเคลื่อนไหวในกรอบแคบ รอลุ้นข้อมูลเศรษฐกิจชุดถัดไป โดยเฉพาะตัวเลขเงินเฟ้อที่จะเป็นตัวชี้ขาดจริง ๆ ว่า Fed จะมีท่าทีอย่างไรในการประชุมเดือนหน้า สำหรับคนที่ถือสายแนะนำให้จับตาแนวรับสำคัญที่กล่าวไว้ และเตรียมเงินสดไว้รับมือถ้าราคาปรับฐานลงมาเพิ่มก็ถือเป็นโอกาสสะสมในราคาที่ดีขึ้นครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/02/19/us-jobless-claims-206k-below-forecast-crypto-pressure/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2l2lgvgbqLku_YWpYwedRW

  • ทิศทางหุ้นวันนี้ ดัชนีฯ จะผันผวนสูง แม้ได้อานิสงส์ Fund Flow ไหลเข้า

    ทิศทางหุ้นวันนี้ ดัชนีฯ จะผันผวนสูง แม้ได้อานิสงส์ Fund Flow ไหลเข้า

    บริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดการณ์ทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีฯ จะผันผวนสูง แม้ตลาดหุ้นไทย จะได้อานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น แต่สถานการณ์สงคราม (สหรัฐฯ-อิหร่าน) ที่อาจเกิดขึ้น มีผลต่อตลาดต่างประเทศวันที่ผ่านมา

    โดยปัจจัยสำคัญในประเทศ มีดังนี้

    การเมืองไทย เป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของประเทศไทยอีกครั้ง ช่วงนี้อยู่ระหว่างการเลือกตั้งซ่อม และรอ กกต. รับรองผล สส. อย่างเป็นทางการ

    FB DAOL
    บล.ดาโอ คาดการณ์ทิศทางหุ้นไทยวันนี้ ดัชนีฯ จะผันผวนสูง แม้ตลาดหุ้นไทย จะได้อานิสงส์จากเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้น

    และเปิดประชุมสภาในลำดับถัดไป การจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีเสถียรภาพ เป็นผลดีในการปฏิบัติงาน และดำเนินนโยบาย Fund Flow มีแนวโน้มไหลเข้าต่อ

    ผลประกอบการของบริษัทในตลาดหุ้นไทย  บริษัทในตลาดหุ้นทยอยส่งงบ ไตรมาส 4 อย่างต่อเนื่องและประกาศจ่ายเงินปันผลของปี มีหลายบริษัท(ขนาดใหญ่) ที่จ่ายเงินปันผลสูงกว่าปีก่อนและมีเงินปันผลพิเศษ ซึ่งเป็นข่าวดีของผู้ถือหุ้น

    คอนเทนต์แนะนำ

    โดยประเมินประเมินกำไร ไตรมาส 4/2025 ไว้ที่ 2.2 แสนล้านบาท +34% yoy -15% qoq หากกำไรออกมาตามนี้ กำไรตลาดปีนี้ จะจบที่ 1.1 ล้านล้านบาท ด้วยกำไรต่อหุ้น (EPS) ที่ 88 บาท

    Fund Flow ไหลเข้า วานนี้ (19 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติ ซื้อสุทธิในตลาดหุ้น 4,866 ล้านบาท, และในตลาดตราสารหนี้ นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 3,951 ล้านบาท

    ค่าเงินบาท  ปิดตลาดเย็นที่ระดับ 31.18 บาท/ดอลลาร์ ซึ่งปรับตัว แข็งค่า จากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 31.25 บาท/ดอลลาร์ โดยเป็นการแข็งค่าสุดในภูมิภาค ปัจจัยหนุนมาจากเงินทุนไหลเข้าและราคาทองคำในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งนี้ นักบริหารเงินคาดการณ์กรอบการเคลื่อนไหวในวันพรุ่งนี้ไว้ที่ 31.05 – 31.30 บาท/ดอลลาร์

    ปัจจัยต่างประเทศ

    ข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขีดเส้นตายให้อิหร่านบรรลุข้อตกลงนิวเคลียร์ภายใน 10-15 วัน (นับจากวันพฤหัสบดี) มิฉะนั้นจะต้องเผชิญกับ “ผลลัพธ์ที่เลวร้าย”  ความกังวลทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านส่งผลให้หุ้นร่วงลงและขยายการพุ่งขึ้นของราคาน้ำมัน โดยน้ำมันดิบเบรนท์ (Brent) ซึ่งเป็นเกณฑ์มาตรฐานระดับโลก พุ่งสูงกว่า 71 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในวันพฤหัสบดี

    คดีภาษีทรัมป์  วันนี้(20) ศาลฎีกาสหรัฐฯ กำหนดประกาศคําตัดสินเกี่ยวกับภาษีของทรัมป์หลังยืดเยื้อมานาน ติดตามคำตัดสินของศาลฯ จะชี้ว่าผิดหรือไม่ หากตัดสินผิดตามศาลอุทธรณ์ จะต้องดูต่อว่าจะกำหนดให้ชดเชยความเสียหายอย่างไร อย่างไรก็ตาม ทรัมป์สามารถหลบเลี่ยงไปใช้กฎหมายทางเลือกอื่น เพื่อเรียกเก็บภาษีรายอุตสาหกรรมหรือรายประเทศได้

    เศรษฐกิจสหรัฐฯ วันนี้มีการรายงานตัวเศรษฐกิจสำคัญได้แก่ ตัวเลข GDP และ PCE  ตลาดให้ความสนใจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นตัวบ่งชี้เศรษฐกิจ ตลอดจนเงินเฟ้อ และนำไปสู่แนวทางนโยบายอัตราดอกเบี้ยของ Fed  ซึ่งแม้รายงานวันก่อนจะมีการส่งสัญญาณความกังวลด้านเงินเฟ้อ แต่ตลาดยังคงคาดว่า Fed จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ (ปัจจุบันอยู่ที่ 3.50-3.75%)

    กลยุทธ์การลงทุน

    ตลาดวันนี้ อาจลดความร้อนแรงลงชั่วคราว เนื่องจาก อาจเกิด event สำคัญ ในช่วงวันหยุด คือ มีข่าวตามสื่อว่า สหรัฐฯอาจโจมตีอิหร่านในช่วงวันหยุดนี้ และยังมีเรื่องที่ศาลฎีกาฯของสหรัฐฯ อาจพิจารณาคดีที่ผู้นำสหรัฐฯใช้มาตรการภาษีไปเมื่อ 2 เม.ย.68

    กลยุทธ์ลงทุนวันนี้ จะแนะให้ขายทำกำไรหุ้นออกไปบางส่วน เพื่อลดความเสี่ยง ที่อาจจะเกิดขึ้น

    หุ้นในพอร์ตแนะนำ : นำ ITC ออก หุ้นในพอร์ตประกอบด้วย BDMS*(10%), KTB(10%), COM7*(10%), SIRI(10%), TRUE*(10%), CPALL(10%), ADVANC*(20%)

    Technical : EGCO, PLUS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/wealth/stock-investment/269005&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DmKG0YQPuliEHjoSYpdHu

  • “ORI” กางอาณาจักรหมื่นล้าน! ผุด 19 โปรเจกต์ยักษ์รับดอกเบี้ยขาลง ชูธงผู้นำคอนโดสัตว์เลี้ยง

    “ORI” กางอาณาจักรหมื่นล้าน! ผุด 19 โปรเจกต์ยักษ์รับดอกเบี้ยขาลง ชูธงผู้นำคอนโดสัตว์เลี้ยง

    Origin 2026 มากกว่าอสังหาฯ คือการสร้างระบบนิเวศแห่งการเติบโต!

    ในวันที่ตลาดอสังหาริมทรัพย์ต้องเผชิญกับความท้าทายจากเศรษฐกิจโลก “นายพีระพงศ์ จรูญเอก” แม่ทัพใหญ่ บริษัท ออริจิ้น พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ ORI วางเกมใหม่เน้นการกระจายความเสี่ยงและสร้างโอกาสในทุกช่องว่างของตลาด

    “ออริจิ้น” ยังคงตอกย้ำภาพลักษณ์การเป็นผู้นำคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ที่มีมากกว่า 25 โครงการในพอร์ต ในปี 2569 เตรียมเปิด 3 โครงการใหม่ในทำเลทองอย่าง กรุงเทพฯ, พัทยา และภูเก็ต มูลค่า 4,200 ล้านบาท

    นอกจากนี้ยังรุกหนักในกลุ่ม Investment Property ผ่านการบริหารโดย Hampton เพื่อรองรับพอร์ตลูกค้าต่างชาติที่รอโอนกรรมสิทธิ์อยู่กว่า 6,300 ล้านบาท ถือเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมั่นคง

    พีระพงศ์ จรูญเอก

    BRI ปักหมุดโรงงาน-นิคมฯ

    ฝั่งของ “บริษัท บริทาเนีย จำกัด (มหาชน) หรือ BRI” เน้นเจาะทำเลศักยภาพใกล้แหล่งงานและนิคมอุตสาหกรรม โดยเตรียมเปิด 3 โครงการใหม่มูลค่า 3,200 ล้านบาท

    แต่สิ่งที่น่าจับตาที่สุดคือการเปิดตัว Brilliant Business Park พื้นที่ธุรกิจมัลติฟังก์ชั่นที่เป็นทั้งออฟฟิศ โชว์รูม และที่อยู่อาศัยในหนึ่งเดียว เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การทำงานยุคใหม่ใน 5 ทำเลยุทธศาสตร์

    PRI ยกระดับมาตรฐานพรีเมียม

    “บริษัท พรีโม เซอร์วิส โซลูชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ PRI” ก้าวเข้าสู่ยุคแห่งการปฏิรูปด้วยแนวคิด PRIMO TRANSFORMATION ERA ตั้งเป้ารายได้ปี 2569 ที่ 2,000 ล้านบาท

    หัวใจสำคัญ คือ การสร้าง Community Ecosystem ผ่านแพลตฟอร์มเทคโนโลยี Happy Maker และ Primo Plus พร้อมให้ความสำคัญกับความยั่งยืนภายใต้แนวคิด PRIMO CARE เพื่อมัดใจลูกค้าระดับบน

    ORI ยังใช้กลยุทธ์การบริหารการเงินที่ชาญฉลาดผ่านโมเดล Build-Operate-Exit-Reinvest โดยมีแผนขายโรงแรม 4 แห่ง มูลค่ากว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อสร้างกระแสเงินสดพิเศษ 1,300 ล้านบาทกลับเข้ามาลงทุนต่อ

    ขณะเดียวกัน บริษัท แอลฟา อินดัสเทรียล โซลูชั่น จำกัด หรือ ALPHA ผู้พัฒนาธุรกิจอินดัสเทรียล พร็อพเพอร์ตี้เติบโตอย่างโดดเด่น โดยมีอัตราการเช่าสูงถึง 95% สะท้อนดีมานด์จากการย้ายฐานผลิตของนักลงทุนต่างชาติ และเตรียมนำโครงการเข้ากองทรัสต์ ALPHA REIT เพื่อสร้างการเติบโตระยะยาว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/738262&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3si5CDTwlfAo3K1ZSN2RZ_

  • ‘ภูเก็ต’ เจ้าภาพ 3 งานประชุมนานาชาติ 2569 ดันท่องเที่ยวยั่งยืน ไพร์ด โกลเบิ้ล เวลเนส

    ‘ภูเก็ต’ เจ้าภาพ 3 งานประชุมนานาชาติ 2569 ดันท่องเที่ยวยั่งยืน ไพร์ด โกลเบิ้ล เวลเนส

    วันนี้(วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569) สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ ชูภูเก็ตเมืองไมซ์ต้นแบบ ดึงงานไมซ์ระดับโลกสำเร็จ สร้างแบรนด์เมืองและตอบโจทย์ยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด สวมบทเมืองเจ้าภาพ 3 งานประชุมนานาชาติยักษ์ใหญ่ในปี 2569 หลังทีเส็บช่วยสนับสนุนประมูลสิทธิ์งาน 

    พร้อมแสดงฝีมือเมืองไมซ์ภาคใต้มีดีร่วมขับเคลื่อน 3 วาระสากลของงานประชุม ทั้งความยั่งยืน (Sustainability) สุขภาวะ (Wellness) และความหลากหลาย ความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม (Diversity, Equity and Inclusion) ตอกย้ำสถานะภูเก็ตเมืองจุดหมายไมซ์ระดับโลก

    งานไมซ์นานาชาติทั้ง 3 งาน ประกอบด้วยงาน Global Sustainable Tourism Conference (GSTC) 2026 ของสภาการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนโลก (Global Sustainable Tourism Council) กำหนดจัดระหว่างวันที่ 21-24 เมษายน 2569 ณ โรงแรมรอยัล ภูเก็ต ซิตี้ และโรงแรมคอร์ทยาร์ด แมริออท ภูเก็ต ทาวน์ โดยมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนเป็นเจ้าภาพจัดงานและทีเส็บร่วมสนับสนุน 

    งาน InterPride General Meeting & World Conference 2026 ของสมาคมผู้จัดงานไพรด์สากล (International Association of Pride Organizers หรือ InterPride) กำหนดจัดระหว่างวันที่ 28 ตุลาคม- 1 พฤศจิกายน 2569 ณ โรงแรมดวงจิตต์ รีสอร์ท แอนด์ สปา

    โดยนฤมิตไพรด์ จำกัด มูลนิธิเพื่อสิทธิและความเป็นธรรมทางเพศ (FOR-SOGI) และสมาคมอันดามันพาวเวอร์ ภูเก็ต (Phuket Pride) ร่วมเป็นเจ้าภาพ ทั้งนี้ ทีเส็บมีส่วนร่วมสนับสนุนกิจกรรมส่งเสริมการรวมตัวและความเข้มแข็งของ Pride Community ในประเทศและการสร้างเครือข่ายในระดับภูมิภาค

    งาน Global Wellness Summit 2026 (GWS 2026) ของสถาบันเวลเนสโลก (Global Wellness Institute) กำหนดจัดระหว่างวันที่ 10-13 พฤศจิกายน 2569 หน่วยงานหลักขับเคลื่อนการจัดงานของฝ่ายไทย คือ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข ทีเส็บ และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) 

    งานประชุมทั้ง 3 งาน จะดึงดูดผู้ร่วมงานทั้งไทยและต่างประเทศ ที่ล้วนแต่เป็นผู้นำ จำนวน 2,100 คน สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจ มูลค่า 351.40 ล้านบาท สร้างงาน 484 ตำแหน่ง ยังไม่นับการค้า การลงทุนที่จะเกิดขึ้น

    ดร.ศุภวรรณ ตีระรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) หรือ ทีเส็บ กล่าวว่า ทีเส็บมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมดึงงานประชุมระดับโลกที่ขับเคลื่อนวาระสำคัญของเทรนด์โลกมาจัดที่ภูเก็ตได้สำเร็จ ซึ่งไม่ได้สะท้อนศักยภาพและขีดความสามารถของภูเก็ตเพียงอย่างเดียว 

    แต่ยังตอกย้ำกลยุทธ์การขับเคลื่อนเพื่อสร้างแบรนด์ของเมืองทั้งระบบ ภูเก็ตไม่ได้โดดเด่นเฉพาะการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน แต่ได้ยกระดับไปสู่การสร้างความเชื่อมั่นของการเป็นผู้นำในระดับโลกของทั้งสามอุตสาหกรรม

    “ภูเก็ตคือเมืองไมซ์ต้นแบบที่สามารถนำงานไมซ์มาเป็นกลไกยกระดับเมืองและสร้างโอกาสด้านการค้า การลงทุนและการพัฒนาที่สอดคล้องกับกลยุทธ์ของทีเส็บในการดึงงานระดับโลกมาสู่ประเทศไทยอย่างมีเป้าหมาย กลยุทธ์การพัฒนาเมืองไมซ์ภูมิภาคให้สร้างแบรนด์เฉพาะด้านตามยุทธศาสตร์เมืองและกลยุทธ์กระจายการจัดงานระดับนานาชาติไปยังเมืองต่าง ๆ ทั่วประเทศ ไม่จำกัดเฉพาะในกรุงเทพมหานคร”

    นายสุวิทย์ พันธ์เสงี่ยม รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า จังหวัดภูเก็ต กำลังใช้ ‘ไมซ์’ เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจคุณภาพ เพราะงานประชุมนานาชาติไม่ได้สร้างรายได้เฉพาะภาคท่องเที่ยว แต่กระจายประโยชน์ไปถึงธุรกิจท้องถิ่นและชุมชนอย่างชัดเจน 

    การเป็นเมืองเจ้าภาพจัดงานสำคัญครั้งนี้สะท้อนความพร้อมของภูเก็ตในฐานะเมืองไมซ์ระดับนานาชาติ และช่วยยกระดับภาพลักษณ์เมือง เพิ่มโอกาสการลงทุน และสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน ภูเก็ตจะเดินหน้าพัฒนาอุตสาหกรรมไมซ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างคุณค่าใหม่ให้จังหวัดและเสริมความแข็งแกร่งให้ประเทศไทยในเวทีไมซ์ระดับภูมิภาค

    นายภูมิกิตติ์ รักแต่งาม ประธานมูลนิธิพัฒนาการท่องเที่ยวยั่งยืนและตัวแทนภาคเอกชนจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเป็นผู้ร่วมริเริ่มดึงงานประชุมนานาชาติ เช่น GSTC และ GWS สู่จังหวัดภูเก็ต กล่าวเสริมว่า “ในฐานะตัวแทนภาคเอกชนภูเก็ต ผมยินดีที่เมืองได้รับเลือกเป็นเจ้าภาพสามงานประชุมระดับโลก ซึ่งเป็นผลจากความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างภาครัฐและเอกชนในการขับเคลื่อน 7 ยุทธศาสตร์จังหวัด

    โดยเรามุ่งเน้นการนำศักยภาพด้านความยั่งยืนและบริการสุขภาพระดับสากลมาสร้างผลลัพธ์ใหม่ ๆ ที่จับต้องได้ เพื่อยกระดับขีดความสามารถการแข่งขันในเวทีโลกอย่างมีกลยุทธ์ ขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการรักษาสมดุลความสุขของคนในท้องถิ่น ควบคู่ไปกับการเติบโตทางเศรษฐกิจ เพื่อให้การพัฒนาครั้งนี้เป็นการวางรากฐานที่ยั่งยืนและคืนประโยชน์สู่จังหวัดภูเก็ต และประเทศไทยอย่างแท้จริง” 

    ผู้อำนวยการทีเส็บ กล่าวย้ำว่า “ทีเส็บ ภูเก็ตและประเทศไทยในภาพรวมมีต้นทุนพร้อมสำหรับร่วมขับเคลื่อนวาระของทั้งสามงานประชุม ทั้งความยั่งยืน สุขภาวะ และความเท่าเทียมและการมีส่วนร่วม ซึ่งจะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ทั้งของภูเก็ตและประเทศไทยให้มีความแข็งแกร่งในยุคสมัยที่วาระทั้งสามเป็นประเด็นสำคัญบนเวทีโลกและเป็นปัจจัยกำหนดการตัดสินใจเลือกประเทศจุดหมายการจัดงาน”

    ทั้งนี้ ทีเส็บได้ดำเนินการขับเคลื่อนความยั่งยืนที่วัดค่าได้จากการจัดงานมาโดยตลอด ทั้งการเลี่ยงและการลดคาร์บอนฟุตพรินต์ รวมทั้งผลักดันรับรองมาตรฐานการดำเนินงานที่เกี่ยวข้องกับงานไมซ์ ในส่วนของภูเก็ต มีความเข้มแข็งของเครือข่ายด้านการท่องเที่ยวยั่งยืนในจังหวัด 

    สมาชิกของ GSTC ในพื้นที่มีบทบาทเชิงรุกในทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ แหล่งท่องเที่ยว และผู้ประกอบการโรงแรม มีชุมชนที่ขับเคลื่อนกิจกรรมด้านความยั่งยืนอย่างต่อเนื่อง ตอบโจทย์ข้อเสนอการจัดงาน 

    ขณะเดียวกัน ภูเก็ตยังร่วมมือกับโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ (UNDP) กำหนดเป้าหมายตัวชี้วัดการพัฒนาที่ยั่งยืนภายในปี 2573 พร้อมจัดทำโครงการท่องเที่ยวยั่งยืนระดับพื้นที่และได้รับคัดเลือกเป็นเมืองนำร่องในโครงการประเมินระบบนิเวศระดับชาติ (National Ecosystem Assessment – NEA) เพื่อการอนุรักษ์ความหลากหลายทางชีวภาพบนเกาะ ทั้งหมดนี้ จะช่วยสร้างภาพลักษณ์ประเทศไทยในฐานะจุดหมายการจัดงานอย่างยั่งยืนที่ไว้วางใจได้

    ในส่วนของงาน InterPride General Meeting & World Conference 2026 มีปัจจัยส่งเสริมจากความสำเร็จของการผ่านกฎหมายสมรสเท่าเทียมในประเทศไทย และกำลังเดินหน้าสู่กฎหมายรับรองเพศ (Gender Recognition) 

    รวมถึงสิทธิแรงงานบริการทางเพศ ยิ่งสะท้อนว่าการประชุมครั้งนี้คือการตอกย้ำความเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่เป็นรูปธรรมของประเทศไทย และจังหวัดภูเก็ตเป็นเมืองแห่งพหุวัฒนธรรมที่เปิดกว้างต่อความหลากหลายทางเพศ (LGBTQIA+ Friendly) มีความเข้มแข็งของเครือข่ายชุมชนที่พร้อมยกระดับ ภูเก็ตสู่การเป็นเมืองต้นแบบแห่งความเท่าเทียม และสื่อสารภาพลักษณ์ “ไข่มุกสีรุ้งแห่งเอเชีย” สู่สายตานานาชาติ สามารถใช้ต่อยอดการตลาดในอนาคต เพื่อดึงดูดนักเดินทางไมซ์กลุ่มหลากหลายทางเพศ และยกระดับการเป็นเมืองไมซ์ระดับโลกของภูเก็ต 

    สำหรับงาน GWS 2026 จะช่วยเปิดโลกโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมสุขภาวะของภูเก็ตและประเทศไทยสู่สายตานักลงทุนและนักธุรกิจในสาขาอาชีพนี้ เพราะประเทศไทยมีแนวคิดผลักดัน Wellness Economy และมีนโยบายสนับสนุนบทบาทของภูเก็ตในการเป็นศูนย์กลางสุขภาพนานาชาติ (Medical Hub) และผลักดันบทบาทประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางด้านการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี

    ขณะที่ภูเก็ตมีโรงแรมระดับห้าดาวและสถานบริการมาตรฐานสากลที่ให้บริการด้านสุขภาพและสุขภาวะระดับพรีเมียม พร้อมเม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ ยกระดับบริการตอบโจทย์ใหม่ ๆ ในตลาดโลก เช่น เรื่อง Health Span ท่ามกลางสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติของภูเก็ตและพื้นที่ใกล้เคียงที่เอื้อต่อการพักผ่อนและฟื้นฟูสุขภาพ 

    ขณะเดียวกันผู้ประกอบการในภูเก็ตและประเทศไทยจะได้มีโอกาสติดตามทิศทาง แนวโน้มและโอกาสใหม่ ๆ จากตลาดโลกเพื่อใช้พัฒนาบริการหรือต่อยอดธุรกิจต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/652000&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3LbpOpA89tHA6luUyGkouz

  • ผู้นำคิมเปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงาน มอบนโยบายกลาโหม การทูตและเศรษฐกิจ

    ผู้นำคิมเปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงาน มอบนโยบายกลาโหม การทูตและเศรษฐกิจ

    ผู้นำคิมเปิดประชุมใหญ่พรรคแรงงาน มอบนโยบายกลาโหม การทูตและเศรษฐกิจ

    วันนี้, 09:12น.

              นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือกล่าวสุนทรพจน์เปิดการประชุมสมัชชาใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี (WPK) ครั้งที่ 9 ซึ่งจัดขึ้นทุกๆ 5 ปี เพื่อประกาศเป้าหมายนโยบายสำคัญในด้านการป้องกันประเทศ การทูต และเศรษฐกิจ การประชุมครั้งนี้มีผู้แทนพรรคประมาณ 5,000 คนจากทั่วประเทศเข้าร่วม รวมถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูง 200 คนจากสำนักงานใหญ่ของพรรค นอกจากนี้ยังมีเจ้าหน้าที่จากภาคส่วนระดับภูมิภาคและอุตสาหกรรมเข้าร่วมอีกกว่า 4,700 คน

              สำนักข่าวกลางเกาหลี (KCNA) รายงานในวันนี้ (20 ก.พ.69) ว่า การประชุมใหญ่ครั้งที่ 9 ของพรรคแรงงานเกาหลี ที่เริ่มต้นขึ้นด้วยการประชุมระดับสูงเมื่อวานนี้ (19 ก.พ.) คือการเริ่มต้นเหตุการณ์ทางการเมืองที่สำคัญที่สุดของประเทศนับตั้งแต่ปี 2564 และการประชุมจะดำเนินต่อไปอีกหลายวัน

              สำนักข่าวยอนฮัป ของเกาหลีใต้รายงานว่า การประชุมในครั้งนี้จะถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อดูสัญญาณใดๆ ที่อาจบ่งชี้ถึงการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ หรือท่าทีต่อเกาหลีใต้และสหรัฐฯ แต่ในสุนทรพจน์ของนายคิมครั้งนี้ ไม่ได้กล่าวถึงทั้ง 2 ประเทศ แต่กลับมุ่งเน้นไปที่การกระตุ้นเศรษฐกิจ

              นายคิมกล่าวว่า ภารกิจหนักและเร่งด่วนที่อยู่เบื้องหน้า คือการส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจ การยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และการเปลี่ยนแปลงทางสังคมให้เร็วที่สุด

              นักวิเคราะห์มีความเห็นว่าเกาหลีเหนือมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยได้รับแรงหนุนจากการค้ากับจีนที่เพิ่มขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 และการส่งออกอาวุธเพื่อช่วยเหลือรัสเซียในการทำสงครามกับยูเครน โดยเมื่อวานนี้ นายคิมยังเปิดตัวยานปล่อยขีปนาวุธระยะสั้นที่สามารถบรรทุกหัวรบนิวเคลียร์ได้จำนวน 50 ลำ

    #พรรคแรงงานเกาหลี

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159394&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0eWwgfU0o9ttbdXGIqS8om