Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เริ่มแล้วงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 คึกคักยิ่งใหญ่ตระการเหนือเขาวัง

    เริ่มแล้วงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 คึกคักยิ่งใหญ่ตระการเหนือเขาวัง

    ภูมิภาค

    เริ่มแล้วงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 คึกคักยิ่งใหญ่ตระการเหนือเขาวัง

    วันเสาร์ ที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.40 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ช่วงค่ำวันที่ 20 ก.พ.69 ที่บริเวณด้านหน้าอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว พระนครคีรี จ.เพชรบุรี บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก มี ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการ จ.เพชรบุรี พร้อมด้วย นางณัฐฐินีย์ คงบูชาเกียรติ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดเพชรบุรี, รองผู้ว่าราชการจังหวัดฯ, หัวหน้าส่วนราชการ, ประชาชน นักท่องเที่ยวร่วมชมความงดงามของริ้วขบวนแห่เทิดพระเกียรติและส่งเสริมการท่องเที่ยวจากทั้ง 8 อำเภอ ที่จัดเต็มทั้งความวิจิตรตระการตาและอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของแต่ละพื้นที่ เคลื่อนขบวนควบคู่ไปกับความสง่างามของวงโยธวาทิตจากสถาบันการศึกษาต่างๆ ในจังหวัดเพชรบุรี ภายในงาน “พระนครคีรี-เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี พ.ศ. 2569 ภายใต้แนวคิด “วิมานฟ้าพระนครคีรี อัญมณีแห่งสยาม”

    ร้อยตำรวจโท ภพชนก ชลานุเคราะห์ กล่าวว่า “ปีนี้เรามีแคมเปญพิเศษ ชวนประชาชนและนักท่องเที่ยว ‘นุ่งโจง ห่มสไบ ใส่ชุดไทย’ มาเที่ยวงาน เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการปลุกประวัติศาสตร์ให้มีชีวิตอีกครั้ง ท่ามกลางแสง สี และพลุสุดอลังการ ที่จะเนรมิตให้งานนี้กลายเป็นอัญมณีที่มีชีวิตของชาวเพชรบุรี”

    จากนั้น ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี เป็นประธานมอบโล่ขอบคุณให้แก่ผู้สนับสนุนการจัดงานจำนวน 4 หน่วยงาน และมอบถ้วยรางวัลชนะเลิศการประกวดขบวนแห่ให้แก่อำเภอแก่งกระจาน รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 1 คืออำเภอบ้านลาด รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่อำเภอบ้านแหลม และรางวัลชมเชยให้แก่อำเภอต่าง ๆ ก่อนจะเดินเยี่ยมชมกิจกรรมและนิทรรศการภายในบริเวณงาน

    สำหรับงานพระนครคีรี-เมืองเพชร ครั้งที่ 39 จะมีพิธีเปิดอย่างเป็นทางการ ในวันพรุ่งนี้ (21 ก.พ. 69) พร้อมชมการจุดพลุเฉลิมฉลองสุดอลังการกว่า 1,350 นัด สว่างไสวทั่ววิมานฟ้าพระนครคีรี (และจะมีการจุดพลุทุกคืน รวมกว่า 5,000 นัดตลอดงาน) นอกจากนี้ ภายในงานยังมีแสดงศิลปวัฒนธรรมที่หาชมยาก, งานสาธิตสกุลช่างเมืองเพชร, กิจกรรม “เพชรบุรีเมืองอาหาร จาก Local สู่ เลอค่า”, เชฟเทเบิ้ล และการแสดงแสง สี เสียง (Mini Light and Sounds) ส่วนกิจกรรมอุทยาน ร.4 (ด้านล่าง): นิทรรศการโครงการพระราชดำริ, การแสดงโขนจากกรมศิลปากรสุดยิ่งใหญ่กว่า 120 ชีวิต, อิ่มอร่อยกับเมนูอาหาร “สามรส” (เปรี้ยว หวาน เค็ม) เอกลักษณ์เมืองเพชร, มหกรรมมอเตอร์โชว์ และการออกร้านสินค้า OTOP พร้อมลุ้นรางวัลใหญ่ รถกระบะ Toyota Hilux Revo Double Cab, รถจักรยานยนต์ และทองคำ ในราคาใบละ 100 บาท (หมุนวงล้อออกรางวัล 1 มี.ค. 69 เวลา 18.30 น.)

    ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ในงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ระหว่างวันที่ 20 กุมภาพันธ์-1 มีนาคม 2569 ณ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนครคีรี (เขาวัง) และพื้นที่โดยรอบ.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/466836&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H9IkHQ7XbMFoY02Cif3rN

  • นิด้าโพล เปิดผลสำรวจล่าสุด ประชาชน 50% ไม่กังวล เลือกตั้งโมฆะ

    นิด้าโพล เปิดผลสำรวจล่าสุด ประชาชน 50% ไม่กังวล เลือกตั้งโมฆะ


    นิด้าโพล เปิดผลสำรวจล่าสุด ประชาชน 50% ไม่กังวล เลือกตั้งโมฆะ ขณะที่ 33 % เชื่อมีการใช้สื่อโซเชียลชี้นำสังคม

    ศูนย์สำรวจความคิดเห็น “นิด้าโพล” สถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (นิด้า) เปิดเผยผลการสำรวจ เรื่อง “เรื่องวุ่น ๆ หลังเลือกตั้ง” ทำการสำรวจระหว่างวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2569 จากประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป กระจายทุกภูมิภาค ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ ทั่วประเทศ รวมจำนวนทั้งสิ้น 1,310 หน่วยตัวอย่าง เกี่ยวกับความพอใจของประชาชนต่อผลการเลือกตั้งที่ผ่านมา 

    การสำรวจอาศัยการสุ่มตัวอย่างโดยใช้ความน่าจะเป็นจากบัญชีรายชื่อฐานข้อมูลตัวอย่างหลัก (Master Sample) ของ “นิด้าโพล” สุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอน (Multi-stage Sampling) เก็บข้อมูลด้วยวิธีการสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ โดยกำหนดค่าความคลาดเคลื่อนไม่เกิน 0.05 ที่ระดับความเชื่อมั่น ร้อยละ 97.0

    จากการสำรวจเมื่อถามความพอใจของประชาชนต่อผลการเลือกตั้ง ในเขตเลือกตั้งของตนเอง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 39.31 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 27.33 ระบุว่า พอใจมาก ร้อยละ 18.40 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 14.96 ระบุว่า ไม่พอใจเลย

    ด้านความพอใจของประชาชนต่อผลการเลือกตั้ง ภาพรวมทั้งประเทศ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 29.69 ระบุว่า ค่อนข้างพอใจ รองลงมา ร้อยละ 29.31 ระบุว่า ไม่พอใจเลย ร้อยละ 27.25 ระบุว่า ไม่ค่อยพอใจ และร้อยละ 13.75 ระบุว่า พอใจมาก

    สำหรับความกังวลของประชาชนต่อกรณีการติดคิวอาร์โค้ดและบาร์โค้ดบนบัตรเลือกตั้ง ซึ่งอาจทำให้ การเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เป็นโมฆะและต้องจัดการเลือกตั้งใหม่ พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 50.31 ระบุว่า ไม่กังวลเลย รองลงมา ร้อยละ 20.53 ระบุว่า ค่อนข้างกังวล ร้อยละ 18.40 ระบุว่า ไม่ค่อยกังวล ร้อยละ 10.23 ระบุว่า กังวลมาก และร้อยละ 0.53 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    ท้ายที่สุดเมื่อถามถึงความเชื่อของประชาชนต่อการใช้สื่อสังคมออนไลน์ (Social Media) ของพรรคการเมืองเพื่อชี้นำสังคม ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้งที่ผ่านมา พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 33.66 ระบุว่า เชื่อมาก รองลงมา ร้อยละ 28.94 ระบุว่า ค่อนข้างเชื่อ ร้อยละ 17.02 ระบุว่า ไม่ค่อยเชื่อ ร้อยละ 16.87 ระบุว่า ไม่เชื่อเลย และร้อยละ 3.51 ระบุว่า ไม่ตอบ/ไม่สนใจ

    เมื่อพิจารณาลักษณะทั่วไปของตัวอย่าง พบว่า ตัวอย่าง ร้อยละ 8.55 มีภูมิลำเนาอยู่กรุงเทพมหานคร ร้อยละ 18.70 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคกลาง ร้อยละ 17.79 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคเหนือ ร้อยละ 33.28 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ร้อยละ 13.82 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคใต้ และร้อยละ 7.86 มีภูมิลำเนาอยู่ภาคตะวันออก โดยตัวอย่าง ร้อยละ 47.94 เป็นเพศชาย และร้อยละ 52.06 เป็นเพศหญิง

    ตัวอย่าง ร้อยละ 12.13 อายุ 18-25 ปี ร้อยละ 17.79 อายุ 26-35 ปี ร้อยละ 17.94 อายุ 36-45 ปี ร้อยละ 26.34 อายุ 46-59 ปี และร้อยละ 25.80 อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยตัวอย่าง ร้อยละ 95.65 นับถือศาสนาพุทธ ร้อยละ 3.05 นับถือศาสนาอิสลาม และร้อยละ 1.30 นับถือศาสนาคริสต์ และศาสนาอื่น ๆ

    ตัวอย่าง ร้อยละ 36.64 สถานภาพโสด ร้อยละ 61.53 สมรส และร้อยละ 1.83 หม้าย หย่าร้าง แยกกันอยู่ โดยตัวอย่าง ร้อยละ 0.23 ไม่ได้รับการศึกษา ร้อยละ 18.78 จบการศึกษาประถมศึกษา ร้อยละ 35.57 จบการศึกษามัธยมศึกษาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 9.39 จบการศึกษาอนุปริญญาหรือเทียบเท่า ร้อยละ 29.62 จบการศึกษาปริญญาตรีหรือเทียบเท่า และร้อยละ 6.41 จบการศึกษาสูงกว่าปริญญาตรี

    ตัวอย่าง ร้อยละ 9.47 ประกอบอาชีพข้าราชการ/ลูกจ้าง/พนักงานรัฐวิสาหกิจ ร้อยละ 18.32 ประกอบอาชีพพนักงานเอกชน ร้อยละ 20.76 ประกอบอาชีพเจ้าของธุรกิจ/อาชีพอิสระ ร้อยละ 11.83 ประกอบอาชีพเกษตรกร/ประมง ร้อยละ 15.19 ประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป/ผู้ใช้แรงงาน ร้อยละ 17.25 เป็นพ่อบ้าน/แม่บ้าน/เกษียณอายุ/ว่างงาน และร้อยละ 7.18 เป็นนักเรียน/นักศึกษา

    ตัวอย่าง ร้อยละ 19.47 ไม่มีรายได้ ร้อยละ 3.28 รายได้เฉลี่ยต่อเดือนไม่เกิน 5,000 บาท ร้อยละ 15.73 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 5,001-10,000 บาท ร้อยละ 31.68 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 10,001-20,000 บาท ร้อยละ 12.13 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 20,001-30,000 บาท ร้อยละ 4.35 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 30,001-40,000 บาท ร้อยละ 2.82 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 40,001-50,000 บาท ร้อยละ 1.15 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 50,001-60,000 บาท ร้อยละ 0.23 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 60,001-70,000 บาท และรายได้เฉลี่ยต่อเดือน 70,001-80,000 บาท ในสัดส่วนที่เท่ากัน ร้อยละ 1.22 รายได้เฉลี่ยต่อเดือน 80,001 บาทขึ้นไป และร้อยละ 7.71 ไม่ระบุรายได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/politics/40461&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uDtSQHeCQFABUY5T4Godc

  • จับตาภาษีทรัมป์รอบใหม่ 10% แม้ศาลสั่งเบรก เกมการค้า ยังไม่จบ

    จับตาภาษีทรัมป์รอบใหม่ 10% แม้ศาลสั่งเบรก เกมการค้า ยังไม่จบ

    จับตาภาษีรอบใหม่ 10% ของทรัมป์ หลังศาลสูงสหรัฐฯ เบรกใช้กฎหมาย IEEPA เกมการค้าสหรัฐฯ ยังไม่จบ นักวิชาการชี้หนุนค่าเงินดอลลาร์อ่อน เงินบาทแข็งต่อเนื่อง

    หลังศาลฎีกาสหรัฐฯ มีคำพิพากษาในวันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2569 ให้ยกเลิกมาตรการจัดเก็บภาษีศุลกากรทั่วโลก ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ และตัดสินว่า ประธานาธิบดีทรัมป์ไม่สามารถใช้กฎหมายอำนาจทางเศรษฐกิจฉุกเฉินระหว่างประเทศปี 2520 (International Emergency Economic Powers Act – IEEPA) เพื่อตั้งกำแพงภาษีในวงกว้างได้ เนื่องจากกฎหมายดังกล่าวมีไว้สำหรับใช้ในสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติเท่านั้น

    รศ. ดร. อนุสรณ์ ธรรมใจ อดีตกรรมการธนาคารแห่งประเทศไทยและอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ ม. หอการค้าไทย เปิดเผยว่าอำนาจตรวจสอบและถ่วงดุลศาลสูงสุดสหรัฐอเมริกาทำให้ “ลัทธิกีดกันการค้า” และ “ชาตินิยมทางเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลทรัมป์ สะดุดลง แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนแปลงทิศทางของนโยบายการค้าและนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลทรัมป์ได้ 

    แนวคิดลัทธิพาณิชย์นิยมใหม่และ America First ยังคงเป็นแกนหลักของนโยบายต่อไป ผลการตัดสินภาษีทรัมป์ของศาลฏีกาออกมาด้วยมติเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 ยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้าของรัฐบาลทรัมป์ภายใต้กฎหมาย IEEPA โดยศาลให้ความเห็นว่า มาตรการภาษีแบบครอบจักรวาลที่รัฐบาลทรัมป์ประกาศใช้ในวัน “Liberation Day” เมื่อปีที่แล้วโดยอ้างกฎหมาย IEEPA ไม่สามารถทำได้

    ฉะนั้นการประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้าดังกล่าวจึงเป็นโมฆะ ประธานาธิบดีไม่สามารถใช้กฎหมายฉุกเฉินมาอ้างเพื่อเก็บภาษีในวงกว้างอย่างไม่มีกำหนดได้ ถือว่าการประกาศเก็บภาษีศุลกากรของทรัมป์โดยอาศัยกฎหมาย IEEPA (International Emergency Economic Power Act) นั้นเป็นการใช้อำนาจเกินขอบเขตที่รัฐธรรมนูญกำหนด การตัดสินของศาลฏีกาสหรัฐฯเช่นนี้จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเศรษฐกิจโลกและระบบการค้าโลกปีนี้และในระยะต่อไป 

    ในเบื้องต้นจะส่งผลบวกต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจโลกและปริมาณและมูลค่าการค้าของโลก และปัจจัยนี้จะส่งผลบวกต่อเศรษฐกิจเอเชียรวมทั้งไทยด้วย อัตราการขยายตัวของการส่งออกในปีนี้จะดีกว่าที่คาดไว้เดิม สามารถขยายตัวเป็นบวกจากเดิมที่มีการคาดการณ์ว่าอาจติดลบจากฐานสูง (ปีที่แล้ว) และปริมาณการค้าโลกชะลอลง

    อย่างไรก็ตามการขยายตัวของภาคส่งออกไทยอาจมีข้อจำกัดจาก ผลของปัจจัยชั่วคราวในปี 2568 ที่เร่งนำเข้า-ส่งออก หรือ Front-loading ขณะที่ สภาพอากาศแปรปรวนในต่างประเทศและความกังวลต่อความมั่นคงทางอาหาร จะหนุนความต้องการสินค้าเกษตรและอาหารของไทยความเสี่ยงของสงครามระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯสร้างแรงกดดันต่อราคาพลังงานและเศรษฐกิจโลก วัฏจักรเทคโนโลยีเปลี่ยนผ่านสู่ยุค AI และยานยนต์ไฟฟ้า (EV) จะขับเคลื่อนความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งไทยเป็นฐานการผลิตสำคัญ

    ค่าเงินดอลลาร์อ่อน แต่เงินบาทแข็ง

    รศ. ดร. อนุสรณ์ คาดการณ์ว่าการระงับภาษีทรัมป์จะทำให้ดอลลาร์สหรัฐมีสัญญาณอ่อนค่าลง ค่าเงินบาทจะยังคงแข็งค่าต่อเนื่อง เฉพาะหน้าสหรัฐอเมริกาอาจขาดดุลการค้าเพิ่มขึ้นและต้องหาเม็ดเงินมาชดเชยการขาดดุลงบประมาณเพิ่มเติมจากการสูญเสียรายได้จากภาษีศุลกากร และจะเป็นภาระทางการคลังสำคัญของรัฐบาลทรัมป์

    อย่างไรก็ตามการระงับภาษีทรัมป์จะส่งผลดีต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯในระยะปานกลางและระยะยาวมากกว่า คาดตลาดหุ้นโลกตอบสนองทางบวก แต่การตอบสนองในทางบวกของตลาดหุ้นและตลาดการเงินเป็นไปอย่างระมัดระวัง เพราะยังมีความไม่ชัดเจนว่า รัฐบาลทรัมป์จะมีมาตรการกีดกันการค้าและมาตรการขึ้นกำแพงภาษีนำเข้าออกมาเพิ่มเติมอย่างไร

    กลุ่มธุรกิจนำเข้าสหรัฐฯจะได้การคืนเงินประมาณ 1.29-1.33 แสนล้านดอลลาร์ อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงสำคัญ คือ รัฐบาลทรัมป์อาจหาช่องทางอื่นตามกฎหมายในการบังคับเรียกเก็บภาษีนำเข้าได้ การดำเนินการเช่นนั้นจะสร้างไม่แน่นอนต่อระบบการค้าโลกมากขึ้น แต่การใช้ช่องทางอื่นๆเพื่อขึ้นภาษีนำเข้าเป็นกระบวนการที่ต้องใช้เวลาและการใช้อำนาจเก็บภาษีต้องผ่านการเห็นชอบของรัฐสภา ต้องประเมินการขึ้นภาษีรอบใหม่ 10% จากรัฐบาลทรัมป์ล่าสุดจะสร้างผลกระทบซับซ้อนและไม่แน่นอนต่อภาคการค้าอย่างไร

    มีหลายประเทศได้มีข้อสรุปการเจรจาการค้าและอัตราภาษีนำเข้ากับสหรัฐฯไปแล้ว บางประเทศยังอยู่ในระหว่างการเจรจา นอกจากนี้ มีการคาดการณ์ว่า รัฐบาลทรัมป์น่าจะใช้อำนาจรัฐบัญญัติการค้า มาตรา 301 มาตรา Special 301 มาตรา 232 ที่ให้อำนาจฝ่ายบริหาร เพื่อปกป้องทางการค้าและรักษาผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ  

    รศ. ดร. อนุสรณ์ กล่าวต่อว่า ทางการต้องติดตามความเคลื่อนไหวการเปลี่ยนแปลงนโยบายการค้าสหรัฐฯอย่างใกล้ชิดเพื่อกำหนดมาตรการเชิงรุกเพื่อรับมือได้ มีนโยบายการค้าที่เน้นให้ความสำคัญกับการสร้างฐานธุรกิจอุตสาหกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างฐานรายได้ใหม่ ตลาดใหม่ๆ ต้องพัฒนาขีดความสามารถในการขยายและรักษาผลประโยชน์ทางการค้า พัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสร้างระบบเตือนภัยทางการค้า การพยากรณ์ การตั้งเป้าหมายและการแสวงหาโอกาสทางการค้า

    ขยายและรักษาส่วนแบ่งตลาดโลก พัฒนาระบบการค้าบริการให้เชื่อมโยงกับอุตสาหกรรมการผลิต มีองค์การเจรจาการค้าที่มีเอกภาพ เพื่อรับผิดชอบการเจรจาทั้งระดับพหุภาคี ทวิภาคีและระดับภูมิภาค พัฒนาให้ “ไทย” เป็นศูนย์กลางทางการค้าและการลงทุนของภูมิภาค

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/738337&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C2JRVJ3NcdZB0f22_lB-w

  • 10 ประเทศเก่งคณิตศาสตร์ที่สุดในโลก เอเชียผงาดกวาด TOP6 แชมป์คะแนนสูงลิ่ว

    10 ประเทศเก่งคณิตศาสตร์ที่สุดในโลก เอเชียผงาดกวาด TOP6 แชมป์คะแนนสูงลิ่ว

    10 ประเทศที่นักเรียนมีทักษะคณิตศาสตร์ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก  เอเชียผงาดกวาด TOP6 แชมป์อันดับ 1 คะแนนสูงลิ่วทิ้งห่างค่าเฉลี่ย

    ทักษะทางคณิตศาสตร์ถือเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาเศรษฐกิจสมัยใหม่ ทั้งในด้านนวัตกรรม ผลิตภาพ และการแข่งขันในระยะยาว ท่ามกลางยุคสมัยที่เทคโนโลยีและข้อมูลกลายเป็นหัวใจหลัก ประเทศที่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ที่แข็งแกร่งมักจะได้เปรียบในการแข่งขันบนเวทีโลก ข้อมูลล่าสุดจากรายงานของ Visual Capitalist โดยนายบรูโน เวนดิตติ (Bruno Venditti) ได้เผยแพร่การจัดอันดับประเทศที่นักเรียนมีทักษะคณิตศาสตร์ยอดเยี่ยมที่สุดในโลก

    การจัดอันดับครั้งนี้อ้างอิงข้อมูลจากโครงการประเมินผลนักเรียนร่วมกับนานาชาติ หรือ PISA 2022 โดยองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ซึ่งวัดความสามารถของนักเรียนอายุ 15-16 ปี ในการประยุกต์ใช้ความรู้ทางคณิตศาสตร์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตจริง โดยมีคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มประเทศ OECD อยู่ที่ 472 คะแนน

    ภูมิภาคเอเชียตะวันออกสร้างมาตรฐานใหม่ให้โลก

    จากรายงานพบว่าประเทศในแถบเอเชียตะวันออกครองตำแหน่งท็อป 5 ของโลกอย่างเบ็ดเสร็จ โดยมี “สิงคโปร์” คว้าอันดับ 1 ไปครองด้วยคะแนนเฉลี่ยสูงถึง 575 คะแนน ซึ่งทิ้งห่างค่าเฉลี่ยโลกอย่างมีนัยสำคัญ ตามมาด้วยมาเก๊า ไต้หวัน ฮ่องกง และญี่ปุ่น ตามลำดับ

    ความสำเร็จนี้สะท้อนให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับระบบการศึกษาที่เข้มงวดและการวางรากฐานทางวิชาการที่แข็งแกร่งมาอย่างยาวนาน โดยมีอันดับที่น่าสนใจดังนี้

    1. สิงคโปร์: 575 คะแนน
    2. มาเก๊า: 552 คะแนน
    3. ไต้หวัน: 547 คะแนน
    4. ฮ่องกง: 540 คะแนน
    5. ญี่ปุ่น: 536 คะแนน
    6. เกาหลีใต้: 527 คะแนน
    7. เอสโตเนีย: 510 คะแนน (อันดับ 1 ของยุโรป)
    8. สวิตเซอร์แลนด์: 508 คะแนน
    9. แคนาดา: 497 คะแนน (อันดับ 1 ของอเมริกาเหนือ)
    10. เนเธอร์แลนด์: 493 คะแนน

    ยุโรปฟอร์มคงที่ ขณะที่สหรัฐอเมริกายังตามหลังค่าเฉลี่ย

    ในฝั่งทวีปยุโรป “เอสโตเนีย” ก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำของภูมิภาค ตามมาด้วยสวิตเซอร์แลนด์และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งกลุ่มประเทศเหล่านี้มีคะแนนเกาะกลุ่มกันอยู่ที่ประมาณ 500 คะแนน ในขณะที่สหราชอาณาจักร โปแลนด์ เบลเยียม และเดนมาร์ก ต่างทำคะแนนได้เท่ากันที่ 489 คะแนน

    ทางด้านอเมริกาเหนือ “แคนาดา” ยังคงรักษามาตรฐานได้ดีเยี่ยมโดยติดอยู่ในอันดับที่ 9 ของโลก ในขณะที่ “สหรัฐอเมริกา” กลับทำคะแนนได้เพียง 465 คะแนน ซึ่งถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ OECD และรั้งอันดับที่ 33 จากทั้งหมด 35 ประเทศที่นำมาจัดอันดับในรายงานชุดนี้ สะท้อนถึงความท้าทายในระบบการศึกษาขั้นพื้นฐานของสหรัฐฯ เมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำอื่นๆ

    สำหรับ ประเทศไทย จากผลประเมิน PISA 2022 นักเรียนไทยมีคะแนนเฉลี่ยด้านคณิตศาสตร์อยู่ที่ 394 คะแนน ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศสมาชิก OECD (เฉลี่ยประมาณ 472 คะแนน) และอยู่ในอันดับกลาง ๆ ของโลก

    อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่าคะแนนที่แตกต่างกันนี้ยังสะท้อนถึงช่องว่างทางการศึกษาระหว่างภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศจากแอฟริกา ตะวันออกกลาง และลาตินอเมริกา ที่ยังไม่ปรากฏชื่ออยู่ในกลุ่มผู้นำด้านการศึกษาระดับโลกในครั้งนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9874806/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0a5eEHU6qM4ubNIe0d9wCi

  • ปตท.สผ. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับจุฬาฯ ต่อเนื่องอีก 5 ปี

    ปตท.สผ. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับจุฬาฯ ต่อเนื่องอีก 5 ปี

    การศึกษา

    ปตท.สผ. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับจุฬาฯ ต่อเนื่องอีก 5 ปี

    วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 05.02 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ปตท.สผ. ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับจุฬาฯ ต่อเนื่องอีก 5 ปี

    นายพีระพงศ์ ไชยลาโภ  รักษาการรองกรรมการผู้จัดการใหญ่ กลุ่มงานวิศวกรรมศาสตร์ การพัฒนา และบำรุงรักษา บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. และ ศาสตราจารย์ ดร.วิเลิศ ภูริวัชร อธิการบดี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมลงนามบันทึกความร่วมมือทางวิชาการ ครั้งที่ 7 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาบุคลากรและงานวิจัยในสาขาธรณีศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี สนับสนุนภารกิจด้านการสำรวจและผลิตปิโตรเลียม และเสริมสร้างความมั่นคงทางพลังงานให้กับประเทศ โดยพิธีจัดขึ้น ณ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กรุงเทพฯ

    ปตท.สผ. ได้ร่วมมือทางวิชาการกับจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 โดยการลงนามบันทึกข้อตกลงฯ ในครั้งนี้ เป็นการขยายระยะเวลาความร่วมมือต่อไปอีก 5 ปี ครอบคลุมทั้งการสนับสนุนทุนการศึกษา งานวิจัยและพัฒนา การฝึกอบรมเฉพาะด้าน รวมถึงการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และเทคโนโลยี โดยงานวิจัยและพัฒนาหลายโครงการได้ถูกนำไปต่อยอดสู่การประยุกต์ใช้งานจริง เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานสำรวจและผลิตปิโตรเลียม ตลอดจนธุรกิจที่เกี่ยวข้อง ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมพลังงานของประเทศ

    ส่งข่าวได้ที่  email : saowaporn12345@gmail.com   และ  bat_mamsao@yahoo.com

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/mobile/news/education/466880&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1pr4nusiPAMVh-MbuMO8UG

  • เผยสาเหตุ เสือโคร่งดับ 72 ตัวปริศนา ตรวจพบเชื้อ “หัด-แบคทีเรีย” ไม่ใช่ไข้หวัดนก

    เผยสาเหตุ เสือโคร่งดับ 72 ตัวปริศนา ตรวจพบเชื้อ “หัด-แบคทีเรีย” ไม่ใช่ไข้หวัดนก

    เผยสาเหตุ เสือโคร่งดับ 72 ตัวปริศนา ตรวจพบเชื้อ

    เผยสาเหตุ เสือโคร่งดับ 72 ตัวปริศนา ตรวจพบเชื้อ “หัด-แบคทีเรีย” ไม่ใช่ไข้หวัดนก

    ความคืบหน้ากรณีพบเสือโคร่งเสียชีวิตจำนวนมาก ถึง 72 ตัวในระยะเวลาแค่ 11 วัน ในสถานที่เลี้ยงของเอกชนที่ จ.เชียงใหม่ 

    21 ก.พ. 2569 นายสัตวแพทย์พืชผล น้อยนาฝ่าย ปศุสัตว์เขต 5 และนายสัตวแพทย์อนุสรณ์ หอมขจร ปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ตามที่มีรายงานข่าวผ่านทางเว็บไซต์ เมื่อวันที่ 19 ก.พ. 2569 ใจความว่า คุ้มเสือเชียงใหม่ (Tiger Kingdom) สาขาแม่ริม ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 51/1 หมู่ที่ 7 ตำบลแม่ริม อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีการพบเสือโคร่งป่วยตายหลายตัวในช่วงที่ผ่านมา ทำให้ต้องหยุดการให้บริการเยี่ยมชมสัตว์ชั่วคราวเป็นเวลา 14 วัน นั้น 

    ทางกรมปศุสัตว์ชี้แจง ภายหลังจากที่ได้รับแจ้งกรณีพบเสือโคร่งป่วยตายหลายตัว ในวันที่ 13 ก.พ. 2569 สำนักงานปศุสัตว์จังหวัดเชียงใหม่ร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 (สบอ.16) พร้อมทั้งทีมสัตวแพทย์ของคุ้มเสือเชียงใหม่ ได้ดำเนินการตรวจสอบ และเก็บตัวอย่างเพิ่มเติมเพื่อการตรวจวิเคราะห์ผลทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาสาเหตุของการเกิดโรค ปัจจัยเสี่ยงของการแพร่ระบาดของโรค รวมทั้งเพื่อกำหนดมาตรการในการควบคุมป้องกันการแพร่กระจายของโรค
     
     

    ซึ่งได้มีการเคลื่อนย้ายเสือโคร่งที่เหลืออยู่ ไปดูแลที่ศูนย์บริบาลสัตว์ของคุ้มเสือเชียงใหม่ ในพื้นที่อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่ ในส่วนของพื้นที่เลี้ยงและจัดแสดงสัตว์ ได้ดำเนินการล้างทำความสะอาด ฉีดพ่นน้ำยาฆ่าเชื้ออย่างต่อเนื่อง 

    ผลการตรวจทางห้องปฏิบัติการของศูนย์วิจัยและพัฒนาการสัตวแพทย์ภาคเหนือตอนบน ไม่พบสารพันธุกรรมของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A แต่พบสารพันธุกรรมของเชื้อ Canine distemper virus (CDV) และพบสารพันธุกรรมของเชื้อ Mycoplasma spp.
     

    สำหรับ Mycoplasma spp. เป็นเชื้อแบคทีเรียขนาดเล็กที่ไม่มีผนังเซลล์ จากการศึกษาพบว่า สามารถพบเชื้อแบคทีเรียดังกล่าวได้ทั้งในเสือที่เลี้ยงและเสือในธรรมชาติ 

    จากการศึกษาพบว่า เชื้อดังกล่าวมีช่องทางการติดต่อหลักผ่านสัตว์พาหะจำพวกสัตว์ดูดเลือด เช่น เห็บ หมัด และแมลงวันคอก การติดต่อกันระหว่างสัตว์ผ่านการสัมผัสเลือดจากการกัดกัน รวมทั้งการติดต่อถ่ายทอดจากแม่สู่ลูก เชื้อแบคทีเรียดังกล่าวก่อให้เกิดอาการ ซึม เบื่ออาหาร อ่อนแรง เกิดภาวะโลหิตจางจากภาวะที่เม็ดเลือดแดงถูกทำลาย ทำให้เกิดซีดของเยื่อเมือก ภาวะดีซ่าน และม้ามโตในกรณีที่เกิดโรครุนแรง
     

    โดยปัจจัยเสี่ยงที่ก่อให้เกิดโรค ได้แก่ ภาวะที่สัตว์มีภูมิคุ้มกันต่ำ จากทั้งภาวะความเครียด การป่วยเรื้อรัง รวมทั้งสัตว์ที่มีอายุสูง โดยการรักษาต้องใช้ยาปฏิชีวนะ ร่วมกับการรักษาตามอาการ นอกจากนี้การลดจำนวนสัตว์พาหะในสิ่งแวดล้อมก็มีความสำคัญในการลดการแพร่ระบาดของเชื้อในพื้นที่เลี้ยง 
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/613724&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23LC6j6DzpWkJvq8DdpALU

  • “ทภ.2” แจงเหตุ “ช่องอานม้า” ย้ำไร้ยิงปืน ชี้ “ทหารกัมพูชา” หัวเข่าแตกอาจไม่ใช่กระสุน

    “ทภ.2” แจงเหตุ “ช่องอานม้า” ย้ำไร้ยิงปืน ชี้ “ทหารกัมพูชา” หัวเข่าแตกอาจไม่ใช่กระสุน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/130635&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0iL0nzqON7KpmIusZfnvEd

  • ส่องเลขเด็ดท่านขุนหนู หลังนักข่าวอ้อนขอ 3 ตัวตรง นายกฯลั่น เลขนี้ … แน่นอน

    ส่องเลขเด็ดท่านขุนหนู หลังนักข่าวอ้อนขอ 3 ตัวตรง นายกฯลั่น เลขนี้ … แน่นอน

    ส่องเลขเด็ดท่านขุนหนู หลังนักข่าวอ้อนขอ 3 ตัวตรง นายกฯลั่น เลขนี้ ... แน่นอน

    ส่องเลขเด็ดท่านขุนหนู หลังนักข่าวอ้อนขอ 3 ตัวตรง นายกฯลั่น เลขนี้ … แน่นอน

    21 ก.พ. 2569 บรรยากาศที่จังหวัดเพชรบุรีเป็นไปอย่างคึกคักในงาน “พระนครคีรี – เมืองเพชร” ครั้งที่ 39 ประจำปี 2569 ณ บริเวณอุทยานเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดงานพร้อมด้วย น.ส.ธนนนท์ นิรามิษ ภริยา เพื่อร่วมเฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมและส่งเสริมการท่องเที่ยวของจังหวัด โดยก่อนเริ่มพิธีนายกรัฐมนตรีได้เข้าสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์รัชกาลที่ 4 ณ เขาวัง เพื่อความเป็นสิริมงคล

    ส่องเลขเด็ดท่านขุนหนู หลังนักข่าวอ้อนขอ 3 ตัวตรง นายกฯลั่น เลขนี้ ... แน่นอน

    ไฮไลต์ที่ดึงดูดสายตาผู้ร่วมงานคือ นายกรัฐมนตรีและภริยาเดินทางเข้างานด้วยรถหรูโบราณ แต่งกายด้วยชุดไทยอย่างสง่างาม โดยนายกรัฐมนตรีสวมเสื้อกำมะหยี่สีน้ำเงินขลิบดิ้นทองนุ่งโจงกระเบนสีม่วง ส่วนภริยาสวมชุดไทยห่มสไบนุ่งโจงกระเบนสีน้ำเงิน โดยมี น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ว่าที่ สส.กาญจนบุรี พรรคภูมิใจไทย บุตรสาวนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมเดินทางมาด้วยในที่นั่งด้านหน้า ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้หยอกล้อกับผู้สื่อข่าวว่า “ให้มาเป็นบอดี้การ์ด”

    ในระหว่างการเดินทางเข้างาน นายกรัฐมนตรีถูกแซวเป็น “ท่านขุน” พูดคุยหยอกล้อกับสื่อมวลชนที่เข้ามาขอเลขเด็ดและถามถึงจำนวน สส. พรรคร่วมรัฐบาลว่าถึง 300 หรือไม่ ซึ่งนายอนุทินได้ตอบกลับอย่างอารมณ์ดีว่า “37 แน่นอน” พร้อมทิ้งท้ายมุกตลกถึงความสัมพันธ์กับนักข่าวว่า ความสุขของตนมลายหายไปทันทีที่ได้เจอหน้ากัน

    นอกจากนี้ยังมีกลุ่มสตรีจากหลายอำเภอรอต้อนรับด้วยเสียงตะโกน “เรารักพี่หนู” อย่างอบอุ่น ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ตอบรับด้วยการกำหมัดประทับที่หน้าอกแทนคำขอบคุณ

    นอกจากผู้นำรัฐบาลแล้ว ภายในงานยังมีรัฐมนตรีและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และร้อยตำรวจโทภพชนก ชลานุเคราะห์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรี ตลอดจนตัวแทนจากภาคเอกชนและประชาชนจำนวนมากที่มาร่วมสืบสานประเพณีอันยิ่งใหญ่ของเมืองเพชรในครั้งนี้

    ส่องเลขเด็ดท่านขุนหนู หลังนักข่าวอ้อนขอ 3 ตัวตรง นายกฯลั่น เลขนี้ ... แน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/lottery/lotto/613732&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1f7C2IAv2t_55vqsfJ0rki

  • เศรษฐศาสตร์วันหยุด : เศรษฐกิจไทยโตถึง3% ยังคงต้องลุ้นหนักอยู่นะ

    เศรษฐศาสตร์วันหยุด : เศรษฐกิจไทยโตถึง3% ยังคงต้องลุ้นหนักอยู่นะ

    วันอาทิตย์ ที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 02.00 น.

    nn ปีนี้แนวโน้มความขัดแย้งทางการค้ายังไม่น่าผ่อนคลาย เพราะสหรัฐฯ ภายใต้แนวคิด “America First” ต้องการรักษาความเป็นผู้นำในทุกมิติ และเหตุการณ์สำคัญที่จะกำหนดทิศทางการค้าโลกในอนาคต มีหลายเหตุการณ์ เช่น การพบกันระหว่างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง และทรัมป์ ในเดือนเมษายน ….คำตัดสินของศาลเกี่ยวกับการใช้ IEEPA (International Emergency Economic Powers Act) เพื่อออกนโยบายภาษีเป็นโมฆะหรือไม่…. การทบทวนข้อตกลงการค้าเสรีฉบับปรับปรุงใหม่ระหว่างสหรัฐฯกับ เม็กซิโก และแคนาดา (United States-Mexico-Canada Agreement: USMCA) ในเดือนกรกฎาคม…การเลือกตั้งกลางเทอม สหรัฐฯ และการยุติการตอบโต้ทางภาษีระหว่างจีน–สหรัฐฯ จะมีผลถึงเดือนพฤศจิกายน

    นอกจากนี้ประเทศไทยยังจับตาความเสี่ยงการแข่งขันกับประเทศอินเดีย โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับในตลาดสหรัฐฯ และอียู และไทยยังไม่มีข้อตกลงทางการค้า (FTA) กับอียู ทำให้ไทยเสียเปรียบเชิงภาษี และอินเดียก็ยังสามารถบรรลุข้อตกลงกับสหรัฐฯ ด้วย ซึ่งทำให้อินเดียได้รับประโยชน์อย่างมากจากนโยบาย America First Trade Policy

    นอกจาก Reciprocal Tariff หรือภาษีตอบโต้ของสหรัฐ ไทยยังเผชิญค่าเงินบาทปัจจุบันแข็งเกินไป โดยหากเงินบาทแข็งขึ้น 10% ขณะที่ประเทศคู่แข่งอ่อนลง 5% จะยิ่งทำให้ไทยเสียเปรียบการแข่งขันมากขึ้น ซ้ำไทยยังต้องเผชิญปัญหาเศรษฐกิจนอกระบบ หรือ “ทุนเทา” ทำให้ไทยไม่มีความโปร่งใสทางเศรษฐกิจ

    แม้ว่าตอนนี้หลายฝ่ายจะมีมุมมองต่อเศรษฐกิจในทางที่ดีขึ้นเพราะเห็นแรงสนับสนุนจากเม็ดเงินจากภาครัฐด้วยเหตุที่นโยบายรัฐมีความต่อเนื่อง และการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) มีแนวโน้มไหลเข้า หากรัฐบาลใหม่จะอยู่ครบวาระจะช่วยเสริมความเชื่อมั่น…แต่หากการเลือกตั้งเป็นโมฆะหรือการจัดตั้งรัฐบาลล่าช้า…อันนี้ก็จะเป็นปัจจัยเสี่ยงตัวใหม่ที่เข้ามาฉุดรั้งเศรษฐกิจไทยได้

    ถึงตรงนี้ก็ต้องเอาใจช่วยและลุ้นไปกับคุณเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี(ฝ่ายเศรษฐกิจ)และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง…ที่ตั้งใจอยากจะปั๊มให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ในระดับ 3%…เพราะหากว่าเกิดอุบัติเหตุกับการเลือกตั้งอย่างไม่คาดคิดขึ้นมา…คุณเอกนิติก็เหนื่อยแน่กับสิ่งที่ตั้งใจจะทำ…nn

    พงษ์พันธุ์

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/948480&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw13P1P2LeQs_J4A5sfa-hwa

  • อุ้ย! อ.ปานเทพลั่นวิเคราะห์หุ้น

    อุ้ย! อ.ปานเทพลั่นวิเคราะห์หุ้น

    อุ้ย! อ.ปานเทพลั่นวิเคราะห์หุ้น”ด่วน”ว่าแบบนี้ 21/02/69 #อ.ปานเทพ #ตลาดหุ้น #การเมือง #เศรษฐกิจ

    เผยแพร่:

    Website : https://news1live.com/
    YOUTUBE : https://www.youtube.com/c/news1vdo
    Facebook : https://www.facebook.com/MGRNEWS1
    X (TWITTER) : https://x.com/newsonechannel
    instragram : https://www.instagram.com/news1channel
    TikTok : https://www.tiktok.com/@newsonetiktok

    …แสดงเพิ่มเติมแสดงน้อยลง


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://news1live.com/watch/h9uyUP5zjas&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33ubLTC4N0W3Za9gv4GcS_