Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “

    “นายกฯ อนุทิน” ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่


    23/02/2569 | 72 |

    เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 69 เวลา 18.00 น. ที่วัดพัฒนาราม พระอารามหลวง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ โดยมี นายบันดาล สถิรชวาล นายวิทศักด์ จำเริญนุสิต นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางโสภา กาญจนะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

    โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้เข้าสักการะรูปเหมือน “หลวงพ่อพัฒน์ นารโท” อดีตเจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองปักษ์ใต้ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนชาวเมืองสุราษฎร์ธานี และภาคใต้มาอย่างยาวนาน จากนั้น เข้ากราบสักการะพระประธานประจำพระอุโบสถ และเข้ากราบนมัสการพระวชิรปริยัตยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม (พระอารามหลวง) และเดินทางต่อไปยังมูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน เข้าสักการะรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งแกะสลักจากหินแกรนิตขาว แลนด์มาร์คที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในพื้นที่เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เดินทางเข้าสักการะเพื่อขอพร

    รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ให้ได้มีความอยู่ดีมีสุข มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนทั้งภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การศึกษา และสังคม เพื่อทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

    ที่มา : www.thaigov.go.th/th/news/161764


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/478921&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LjExyJmQSToJk8nySBLFr

  • สรุปเหตุสลด รถบัสทัวร์จีน ดิ่ง ทะเลสาบไบคาล ดับ 8 ศพ พบใช้ทัวร์เถื่อน

    สรุปเหตุสลด รถบัสทัวร์จีน ดิ่ง ทะเลสาบไบคาล ดับ 8 ศพ พบใช้ทัวร์เถื่อน

    สรุปเหตุสลด รถบัสทัวร์จีน ดิ่ง ทะเลสาบไบคาล ดับ 8 ศพ
    ภาพประกอบข่าว

    กู้ภัยรัสเซีย เผย รถทัวร์จีน วิ่งทับ รอยแยกน้ำแข็งกว้าง 3 เมตรจนจมมิดคันใต้น้ำลึก 18 เมตร อัยการเร่งสืบสวนคดีอาญาหลังพบผู้ประกอบการไม่ได้ลงทะเบียน

    เกิดอุบัติเหตุสลดในพื้นที่ไซบีเรีย ประเทศรัสเซีย เมื่อรถบัสท่องเที่ยวพุ่งตกลงไปใต้น้ำแข็งของทะเลสาบไบคาลเมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ทะเลสาบแห่งนี้เป็นทะเลสาบที่ลึกที่สุดในโลกและเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของรัสเซีย เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นรายงานว่ามีผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์นี้ทั้งหมด 8 ราย ผู้เสียชีวิตประกอบด้วยนักท่องเที่ยวชาวจีน 7 ราย และคนขับรถอีก 1 ราย มีนักท่องเที่ยวเพียงรายเดียวที่สามารถหนีออกจากรถได้ทันก่อนที่รถจะจมลงไปใต้น้ำ

    พบปมทัวร์เถื่อนและการสอบสวนโยงสาเหตุอุบัติเหตุสลด

    กระทรวงสถานการณ์ฉุกเฉินของรัสเซียระบุสาเหตุสำคัญของอุบัติเหตุครั้งนี้ว่า รถบัสคันดังกล่าวพุ่งตกลงไปในรอยแยกของน้ำแข็ง (ice fissure) ที่มีความกว้างถึง 3 เมตร

    รอยแยกนี้ทำให้น้ำแข็งไม่สามารถรับน้ำหนักรถได้จนรถจมลงไปอยู่ใต้น้ำที่ความลึก 18 เมตร กู้ภัยต้องใช้กล้องใต้น้ำตรวจสอบก่อนจะส่งนักประดาน้ำลงไปกู้ร่างผู้เสียชีวิต

    สำนักงานการท่องเที่ยวอีร์คุตสค์รายงานข้อมูลสำคัญว่า ทริปท่องเที่ยวครั้งนี้ดำเนินงานโดยผู้ประกอบการที่ไม่ได้ลงทะเบียนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

    ขณะนี้สำนักงานอัยการภูมิภาคเปิดการสอบสวนคดีอาญาเพื่อหาข้อเท็จจริงทั้งหมดแล้ว ด้านนายเซียร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศรัสเซีย ส่งจดหมายแสดงความเสียใจไปยังทางการจีน พร้อมให้คำมั่นว่าจะสืบสวนเรื่องนี้อย่างเต็มที่

    อ่านข้อมูลข่าวและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ The Thaiger

    ข้อมูลจาก : THE STARITS TIMES, AP News

    ข่าวล่าสุด

    Photo of Thosapol

    Thosapol

    นักเขียนบทความที่ Thaiger จบการศึกษาจากคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ เชี่ยวชาญเรื่องบทความท่องเที่ยว บันเทิง ไลฟ์สไตล์ ผ่านการค้นหาข้อมูลโดยละเอียดพร้อมด้วยประสบการณ์ตรงของตัวเอง งานอดิเรกมีความสนใจในกระแสข่าวรอบตัวต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นด้านสุขภาพ สังคม การเมือง และที่สำคัญคือเป็นทาสแมวร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ ช่องทางติดต่อ thospol@thethaiger.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1535004/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1B4CScBThk6tsvLbLNwoZL

  • เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เดินหน้าปลุกความคึกคักภาคการท่องเที่ยวประเทศไทย ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ เปิดตัวโครงการ ‘รักนครศรีฯ’ | TOPNEWS

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เดินหน้าปลุกความคึกคักภาคการท่องเที่ยวประเทศไทย ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ เปิดตัวโครงการ ‘รักนครศรีฯ’ | TOPNEWS

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เดินหน้าปลุกความคึกคักภาคการท่องเที่ยวประเทศไทย ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ เปิดตัวโครงการ ‘รักนครศรีฯ’

    • เผยแพร่ : 23/02/2026 17:12

    เวียตเจ็ทไทยแลนด์ เดินหน้าปลุกความคึกคักภาคการท่องเที่ยวประเทศไทย ร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช พร้อมหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในพื้นที่ เปิดตัวโครงการ ‘รักนครศรีฯ’ สนับสนุนการประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยว อัตลักษณ์ทางวัฒนธรรม และเสน่ห์อันโดดเด่นของจังหวัดนครศรีธรรมราช ผ่านการสื่อสารบูรณาการในช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ และการจัดกิจกรรมภาคสนาม ควบคู่กับการจัดสิทธิพิเศษและโปรโมชันส่วนลดบัตรโดยสารของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ สำหรับเส้นทางบินสู่นครศรีธรรมราช เพื่อกระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมยกระดับภาพลักษณ์จังหวัดให้เป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพของภาคใต้ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

    นายวรเนติ หล้าพระบาง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์ กล่าวว่า “โครงการ ‘รักนครศรีฯ’ สะท้อนความมุ่งมั่นของสายการบินฯ ในการสนับสนุนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ ผ่านการยกระดับการเชื่อมโยงเมืองท่องเที่ยวศักยภาพสู่ภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกในการเดินทาง กระตุ้นการใช้จ่าย สร้างโอกาสทางธุรกิจ และกระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยเส้นทาง กรุงเทพฯ – นครศรีธรรมราช ถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ช่วยเสริมศักยภาพของจังหวัดในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพ ผู้โดยสารสามารถเชื่อมต่อเที่ยวบินทั้งในประเทศและต่างประเทศผ่านเครือข่ายของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ได้อย่างสะดวก ทำให้การเดินทางราบรื่นและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ การประชาสัมพันธ์สถานที่ท่องเที่ยวในจังหวัดควบคู่กับการนำเสนอส่วนลดบัตรโดยสารและกิจกรรมพิเศษเฉพาะพื้นที่ อาทิ สิทธิประโยชน์สำหรับสมาชิกและกิจกรรมลุ้นรับรางวัล จะช่วยสร้างแรงจูงใจให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและเสริมความคึกคักให้เศรษฐกิจท้องถิ่นในจังหวัดนครศรีธรรมราชอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ในระยะต่อไป เวียตเจ็ทไทยแลนด์ยังคงเดินหน้าพัฒนาเครือข่ายเส้นทางบินและมาตรฐานบริการอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้โดยสารเข้าถึงการเดินทางในราคาที่เหมาะสม ตลอดจนสนับสนุนการเติบโตของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว”
    ภายใต้โครงการ ‘รักนครศรีฯ’ เวียตเจ็ทไทยแลนด์มอบส่วนลดบัตรโดยสาร 20% จำนวน 3,000 ที่นั่ง สำหรับเส้นทาง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – นครศรีธรรมราช – กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เพียงกรอกโค้ด “VZNST20” เมื่อสำรองบัตรโดยสารผ่านช่องทางของเวียตเจ็ทไทยแลนด์เท่านั้น โดยสามารถสำรองที่นั่งและเดินทางได้ตั้งแต่วันนี้ – 31 มีนาคม 2569 เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเดินทางสู่จังหวัดนครศรีธรรมราชได้อย่างสะดวกในราคาที่เข้าถึงได้ ควบคู่ไปกับการสนับสนุนการเดินทางของหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนในจังหวัด เพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมและงานส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง
    สำหรับเส้นทางบินตรง กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) – นครศรีธรรมราช – กรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) ของเวียตเจ็ทไทยแลนด์ เปิดให้บริการทุกวัน โดยมีรายละเอียดดังนี้
    เที่ยวบินขาไป ให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน ได้แก่
    • VZ330 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 06:10 น. ถึงนครศรีธรรมราช เวลา 07:30 น.
    • VZ334 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 13:10 น. ถึงนครศรีธรรมราช เวลา 14:30 น.
    และเที่ยวบินขากลับ ให้บริการ 2 เที่ยวบินต่อวัน ได้แก่
    • VZ331 ออกจากนครศรีธรรมราช เวลา 08:00 น. ถึงกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 09:15 น.
    • VZ335 ออกจากนครศรีธรรมราช เวลา 15:00 น. ถึงกรุงเทพฯ (สุวรรณภูมิ) เวลา 16:20 น.

    นอกจากนี้ ผู้โดยสารยังได้รับสิทธิพิเศษจากโครงการ ‘รักนครศรีฯ’ เพิ่มเติมอีก 2 ต่อ สำหรับสมาชิก Vietjet FUN Rewards รับ Fun Coin 2 เท่า สำหรับเป็นส่วนลดบัตรโดยสารในครั้งถัดไป หรือแลกรับสิทธิประโยชน์จากพันธมิตรของสายการบิน และ ผู้โดยสารที่เดินทางภายในวันที่ 31 มีนาคม 2569 รับสิทธิ์ลุ้นรับรางวัลใหญ่ รถจักรยานยนต์ไฟฟ้า AJ EV จำนวน 1 รางวัล (เงื่อนไขเป็นไปตามที่สายการบินกำหนด)
    ติดตามข่าวสารพร้อมอัปเดตโปรโมชันสุดคุ้มของสายการบินเวียตเจ็ทไทยแลนด์เพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊ก ออฟฟิเชียล https://www.facebook.com/VietJetThailand หรือ TikTok https://www.tiktok.com/@thaivietjet ผู้ที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดพร้อมสำรองที่นั่งบัตรโดยสารทางเว็บไซต์ http://www.vietjetair.com LINE OA @Thaivietjet และ Live Chat https://th.vietjetair.com ติดต่อศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ หมายเลขโทรศัพท์ 02-089-1909 เปิดให้บริการทุกวันจันทร์-วันอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08:00 – 22:00 น.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1496588&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OTgInNje4I_ujWuRUpTEW

  • นายกฯเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ ชี้ รับมือความท้าทาย ประเมิน ภาษีทรัมป์หลังศาลฎีกาสหรัฐชี้ขาด

    นายกฯเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ ชี้ รับมือความท้าทาย ประเมิน ภาษีทรัมป์หลังศาลฎีกาสหรัฐชี้ขาด

    นายกฯเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจ ชี้ รับมือความท้าทาย ประเมิน ภาษีทรัมป์หลังศาลฎีกาสหรัฐชี้ขาด

    วันนี้, 15:21น.

              กรณีศาลสูงสุดสหรัฐ ตัดสิน ”ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์”ผู้นำสหรัฐ ไม่มีอำนาจปรับเพิ่มภาษีนำเข้ากับหลายประเทศ เพราะใช้อำนาจเกินขอบเขตที่ให้ไว้ในกฎหมาย IEEPA นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหาดไทย หารือกับทีมเศรษฐกิจ ทั้งนายเอกนิติ, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ โดยนายกรัฐมนตรีกำชับทุกหน่วยงานให้ติดตามเรื่องนี้อย่างใกล้ชิด เพื่อออกมาตรการรับมือเพิ่มเติมเร็ว ๆ นี้ยอมรับว่าต่างชาติให้ความเชื่อมั่นไทย เงินลงทุนไหลเข้าตลาดหุ้นต่อเนื่อง จนทำให้ดัชนีหุ้นไทย แตะระดับ 1,500 จุด สะท้อนความมั่นใจในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย การคาดการณ์ GDP ไทยเริ่มฟื้นตัวดีขึ้นต่อเนื่อง คลังจึงมั่นใจจีดีพีปี 69 โตได้ร้อยละ 2.5-3 ทำให้หลายหน่วยงานเศรษฐกิจเริ่มปรับตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจไทยดีขึ้นจากโมเมนตัมในไตรมาส 4 เติบโตร้อยละ 2.5 เมื่อรัฐบาลกำหนดนโยบายให้ปีนี้เป็น “ปีแห่งการลงทุน” จะช่วยดัน GDP ให้ขยายตัวได้ จึงมอบนโยบายให้เลขาธิการ BOI เร่งผลักดันโยบายลงทุน BOI Fast Pass มูลค่า 4.8 แสนล้านบาท ด้วยการปลดล็อกกฎ กติกา และข้อจำกัดที่เป็นอุปสรรคต่อการลงทุน เพื่อสร้างฐานการผลิตและดึงเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจ เพราะต้องการให้เงินลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนโดยตรง FDI มากกว่าการเก็งกำไรในตลาดทุน

              ที่ประชุมเมื่อวานนี้ยังได้วิเคราะห์ถึงความได้เปรียบทางการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากการปรับมาตรฐานภาษีให้เท่าเทียมกับประเทศเพื่อนบ้าน ไทยจึงต้องเน้นการดึงดูดเม็ดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) นายกฯ ได้สั่งการเพิ่มเติมให้ปลดล็อกอุปสรรคทางกฎหมาย โดยมอบหมายให้เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกาไปเตรียมการขับเคลื่อนในส่วนนี้ แม้ว่าจะต้องเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ แต่ความเชื่อมั่นในพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งและการเร่งส่งออกจะช่วยหนุนให้การเติบโตของ GDP เป็นไปตามเป้าหมาย รัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับการประสานงานระหว่างภาครัฐและเอกชนเพื่อรับมือกับความท้าทายในตลาดทุนและการค้าโลกอย่างใกล้ชิด

              สำหรับภาคการส่งออกและขีดความสามารถในการแข่งขัน แม้ว่าภาษีนำเข้าทรัมป์ จัดเก็บร้อยละ10-15 มีผลบังคับใช้เพียงช่วง 150 วัน เชื่อว่าภาคส่งออกจะปรับตัวได้ โดยกระทรวงพาณิชย์มีการตั้งทีมติดตามอย่างใกล้ชิด เมื่อได้เร่งส่งออกในช่วง 1-2 เดือนแรก จะเป็นปัจจัยบวกระยะสั้น เมื่อทุกประเทศถูกเก็บภาษีนำเข้าเท่าเทียมกัน ช่วยให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยกลับมาเท่าเทียมกับประเทศอื่นมากขึ้น จากเดิมที่บางประเทศเก็บเพียงร้อยละ 10 ขณะที่ไทยร้อยละ 19

              ด้านนายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ต้องประเมินดูการจัดเก็บภาษีนำเข้าของ ”ทรัมป์“ ในรายสินค้าของแต่ละประเทศจะเพิ่มขึ้นอย่างไร และสร้างความเสียหายอย่างไร และต้องคอยติดตามอย่างใกล้ในระยะยาว มองว่า ”ทรัมป์“ เรียกเก็บภาษีร้อยละ 15 ในช่วง 5 เดือน เพื่อเรียกเจรจากับหลายประเทศ เหมือนที่เคยดำเนินการมาแล้ว เพราะเมื่อเลยกำหนด 150 วัน ทุกประเทศต้องการภาษีในอัตราที่เหมาะสม

             เช่นเดียวกับ นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ต้องจับตาดูว่าในช่วงถัดไป สหรัฐจัดเก็บภาษีรายประเภทอย่างไร โดยเฉพาะสินค้าที่สหรัฐเสียเปรียบ จะถูกเก็บภาษีอัตราสูง และเมื่อทุกประเทศถูกสหรัฐเก็บภาษีในอัตราเดียวกันทุกประเทศทั่วโลก ผู้ส่งออกจึงต้องแสดงศักยภาพในการส่งออกและอาศัยจังหวะในช่วงนี้ ปรับแนวทางการส่งออกให้สูงขึ้น และมองการถูกเก็บภาษีว่าช่วงนี้ จะส่งออกไปสหรัฐได้มากขึ้น

    #ภาษีทรัมป์ 

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/159455&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw178N0Jy9Sjmp-IBvVsatfq

  • ช่อง 3 ร่วมแสดงความยินดี 46 ปี ฐานเศรษฐกิจ

    ช่อง 3 ร่วมแสดงความยินดี 46 ปี ฐานเศรษฐกิจ

    ช่อง 3 ร่วมแสดงความยินดี 46 ปี ฐานเศรษฐกิจ

    เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 สถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นำโดย คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย รองกรรมการผู้อำนวยการ สำนักกิจการและสื่อสารองค์กร มอบกระเช้าของขวัญเพื่อเป็นการแสดงความยินดีเนื่องในโอกาสครบรอบ 46 ปี ฐานเศรษฐกิจ ในการนี้ได้รับการต้อนรับจาก คุณทิฆัมพร ศรีจันทร์ บรรณาธิการบริหารฐานเศรษฐกิจ และคุณบากบั่น บุญเลิศ รองประธานกรรมการบริหารเครือเนชั่น และประธานกรรมการ บริษัท ฐานเศรษฐกิจ มัลติมีเดีย จำกัด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/special/pr/6323&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LwKyWzVRWcYI8bdFP64cC

  • 3 ร่างใน 1 คน เอ็ดดี้ ถอดรหัส หมอวรงค์ ผ่านเงา ซุนฮก-หมันทอง-สุมาอี้

    3 ร่างใน 1 คน เอ็ดดี้ ถอดรหัส หมอวรงค์ ผ่านเงา ซุนฮก-หมันทอง-สุมาอี้

    วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 13.58 น.

    วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 อัษฎางค์ ยมนาค หรือ “เอ็ดดี้” นักวิชาการอิสระ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า 3 ร่างใน 1 คน ถอดรหัส ‘หมอวรงค์’ ผ่านเงา ซุนฮก-หมันทอง-สุมาอี้” “สามก๊กการเมืองไทย ตอนที่ 6“ #อัษฎางค์ยมนาค | #อ่านเกมอำนาจ

    หากเปรียบเทียบ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม กับตัวละครใน สามก๊ก ในบริบทของ “ผู้ภักดี”, “นักตรวจสอบ” และ “ผู้มีความสามารถด้านการบริหารจัดการหลังบ้าน”
    ตัวละครที่ใกล้เคียงที่สุดคือ “ซุนฮก”

    เหตุผลที่เปรียบเป็น ซุนฮก เพราะมีจุดร่วมที่สำคัญ 3 ข้อ 

    1. ยึดมั่นใน “ความจงรักภักดีต่อสถาบัน” เหนือสิ่งอื่นใด ซุนฮก ได้รับฉายาว่า “ผู้มีหัวใจให้ราชวงศ์ฮั่น” แม้เขาจะทำงานให้โจโฉ และช่วยโจโฉสร้างบารมี แต่เป้าหมายสูงสุดของซุนฮกไม่ใช่เพื่อตัวโจโฉ แต่เพื่อให้โจโฉเป็นเกราะป้องกันและค้ำจุนราชบัลลังก์ฮั่น (สถาบันหลักของแผ่นดิน) ให้คงอยู่ต่อไป

    หมอวรงค์ ชัดเจนที่สุดในจุดยืนเรื่องการปกป้องสถาบันฯ ผ่านพรรคไทยภักดี การเคลื่อนไหวทางการเมืองของเขามีแกนกลางอยู่ที่การรักษาความมั่นคงของสถาบันหลัก ไม่ต่างจากปณิธานของซุนฮก
    2. ผลงานด้าน “ความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจ” ซุนฮก เป็นผู้เสนอและบริหารนโยบาย “ทุนเถียน” หรือการให้ทหารทำนาในยามสงบ เพื่อสร้างความมั่นคงทางเสบียงอาหาร ทำให้ก๊กของโจโฉมีความได้เปรียบด้านเศรษฐกิจและเสบียงเหนือกว่าก๊กอื่น

    หมอวรงค์ เชี่ยวชาญเรื่อง “ระบบจำนำข้าว” ซึ่งเป็นเรื่องความมั่นคงทางอาหารและเศรษฐกิจของชาติเช่นกัน การที่หมอวรงค์เจาะลึกเรื่องการทุจริตข้าวหรือการบริหารจัดการพืชผลทางการเกษตร สะท้อนความเข้าใจในระบบเศรษฐกิจฐานรากเหมือนที่ซุนฮกดูแลเสบียงให้กองทัพ

    3. บทบาท “กุนซือฝ่ายบริหารและตรวจสอบ” ซุนฮก ไม่ใช่นักรบที่ถือดาบไล่ฟันศัตรู (ฝ่ายบู๊) แต่เป็น “นักบริหาร” (ฝ่ายบุ๋น) ที่คอยดูแลกิจการภายใน คัดกรองคน และวางระบบระเบียบเมืองหลวงให้เรียบร้อย เพื่อให้แม่ทัพออกไปรบได้อย่างสบายใจ
    หมอวรงค์ ทำหน้าที่คล้ายกันคือ การตรวจสอบความถูกต้องทางกฎหมายและระเบียบราชการ เพื่อรักษาผลประโยชน์ของรัฐ เป็นการต่อสู้ด้วย “ข้อมูลและข้อกฎหมาย” ไม่ใช่การใช้กำลัง

    นอกจากนี้ ยังมีบางส่วนเหมือนกับ “หมันทอง” หากมองในมุมของความ “ดุดันและยึดถือกฎหมาย” หมอวรงค์ยังมีส่วนคล้าย หมันทอง ด้วย หมันทอง คือขุนนางที่ขึ้นชื่อเรื่องความตงฉิน ยึดถือกฎหมายอย่างเคร่งครัด ไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม ใครทำผิดกฎหมายบ้านเมืองก็ว่าไปตามผิด จุดนี้เปรียบได้กับการตรวจสอบคดีทุจริตต่างๆ ของหมอวรงค์ ที่กัดไม่ปล่อยและใช้ข้อกฎหมายเป็นเครื่องมือหลัก

    รวมทั้งยังมีบางส่วนเหมือนกับ “สุมาอี้” สุมาอี้ไม่ได้รบเก่งเหมือนจิวยี่ แต่ชนะขงเบ้งได้เพราะ “เข้าใจระบบบริหารจัดการกองทัพ” เขารู้ว่าขงเบ้งมีจุดอ่อนเรื่อง “เสบียง” (เปรียบได้กับงบประมาณ)
    เหมือนหมอวรงค์ ที่ล้มโครงการจำนำข้าวได้ ไม่ใช่เพราะไปยืนด่าทอ แต่เพราะ “รู้ทันกลโกงทางบัญชี” และ “เข้าใจระบบระเบียบราชการ” (G2G เก๊) จนจับได้คาหนังคาเขา นี่คือวิสัยทัศน์ของนักบริหารที่มองเห็น “รูรั่ว” ขององค์กรสุมาอี้บริหารราชการวุยก๊กโดยเน้นความมั่นคง ไม่ทำอะไรเกินตัว จนรากฐานปึกแผ่นเหมือนหมอวรงค์ ที่คอยเบรกนโยบายประชานิยมที่ “เสี่ยง” จะทำให้ประเทศล้มละลาย การยับยั้งความเสียหายคืองานถนัดของเขา

    คุณหมอวรงค์ คือกุนซือสายบริหารที่ยึดมั่นใน ‘ความจงรักภักดีต่อสถาบัน’ เป็นหัวใจสำคัญ และมีความเชี่ยวชาญเรื่องการบริหารจัดการเสบียง (เศรษฐกิจ/เกษตรกรรม)

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/948684&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3H2141a21ijFPTTMgb-kq7

  • “

    “นายกฯ อนุทิน” ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่


    23/02/2569 | 71 |

    เมื่อวันที่ 20 ก.พ. 69 เวลา 18.00 น. ที่วัดพัฒนาราม พระอารามหลวง อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ประธานกรรมการคู่สมรสคณะรัฐมนตรีและที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นางจิณณารัชช์ สัมพันธรัตน์ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย นายสยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน ลงพื้นที่ติดตามการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากในพื้นที่ โดยมี นายบันดาล สถิรชวาล นายวิทศักด์ จำเริญนุสิต นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม นายจักรกฤษณ์ ฝั่งชลจิตร์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี นางโสภา กาญจนะ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสุราษฎร์ธานี และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ร่วมลงพื้นที่

    โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย และคณะ ได้เข้าสักการะรูปเหมือน “หลวงพ่อพัฒน์ นารโท” อดีตเจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม อ.เมืองสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี พระเกจิอาจารย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังแห่งเมืองปักษ์ใต้ที่ได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากสาธุชนชาวเมืองสุราษฎร์ธานี และภาคใต้มาอย่างยาวนาน จากนั้น เข้ากราบสักการะพระประธานประจำพระอุโบสถ และเข้ากราบนมัสการพระวชิรปริยัตยาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดสุราษฎร์ธานี เจ้าอาวาสวัดพัฒนาราม (พระอารามหลวง) และเดินทางต่อไปยังมูลนิธิมุทิตาจิตธรรมสถาน เข้าสักการะรูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมองค์ใหญ่ที่สุดในไทย ซึ่งแกะสลักจากหินแกรนิตขาว แลนด์มาร์คที่ประชาชนและนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาในพื้นที่เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี เดินทางเข้าสักการะเพื่อขอพร

    รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญในการส่งเสริมการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในทุกพื้นที่ให้ได้มีความอยู่ดีมีสุข มีงาน มีอาชีพ มีรายได้ที่มั่นคง ซึ่งจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญในการขับเคลื่อนทั้งภาคเศรษฐกิจ อุตสาหกรรม การศึกษา และสังคม เพื่อทำให้ประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

    ที่มา : www.thaigov.go.th/th/news/161764


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/33/iid/478921&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0LjExyJmQSToJk8nySBLFr

  • รวงข้าว-ไหมนำทัพ!หวดไทยสู้

    รวงข้าว-ไหมนำทัพ!หวดไทยสู้

    รวงข้าว-ไหมนำทัพ!หวดไทยสู้”บิลลีจีนคิงคัพ”

    วันจันทร์ ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 15.53 น.

    ตามที่ สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) กำหนดจัดการแข่งขันเทนนิสชิงแชมป์โลก ประเภททีมหญิง รายการ “2026 บิลลี จีน คิง คัพ บาย เกนบริดจ์” เอเชีย/โอเชียเนีย กลุ่ม 1 ที่เมืองนิวเดลี ประเทศอินเดีย ระหว่างวันที่ 7-11 เม.ย. 2569 นั้น  

     ล่าสุด สุชัย พรชัยศักดิ์อุดม นายกสมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯเปิดเผยว่า สมาคมฯ ได้ประกาศรายชื่อนักกีฬาเทนนิสตัวจริงที่ผ่านการพิจารณาได้เป็นตัวแทนทีมชาติไทย ซึ่งพิจารณาจากอันดับนักเทนนิสโลก ณ วันที่ 22 ก.พ. 2569 ก่อนที่สมาคมฯ จะส่งรายชื่อไปยัง ไอทีเอฟ ภายในวันที่ 9 มี.ค. มีรายชื่อดังต่อไปนี้

     1) “รวงข้าว” ลัลนา ธาราฤดี มือ 124 ของโลก, 2) “ไหม” มนัญชญา สว่างเเก้ว มือ 199 ของโลก, 3) “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช มือ 442 ของโลก, 4) “ออมสิน” อัญชิสา ฉันทะ มือ 443 ของโลก โดยทั้ง 4 คนนี้ พิจารณาจากอันดับประเภทเดี่ยว และ 5) “เอิร์ธ” เพียงธาร ผลิพืช มือคู่ 111 ของโลก ซึ่งพิจารณาจากอันดับประเภทคู่

    “ในส่วนความคาดหวังจากการแข่งขันครั้งนี้ ผมเชื่อว่าทุกคนจะพยายามสู้เต็มที่ และทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีที่สุด หากทั้ง 5 คนตอบรับเข้าร่วมการแข่งขัน ก็จะเป็นทีมที่แข็งแกร่ง และเชื่อว่าจะส่งผลดีต่อผลงานด้วยครับ” นายสุชัย กล่าวทิ้งท้าย

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/sport/948753&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bMQpFHINc9P3SF8Ubny2l

  • IT เคาะปันผลปี 68 0.29 บาทต่อหุ้น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    IT เคาะปันผลปี 68 0.29 บาทต่อหุ้น – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – บริษัท บริษัท ไอทีไอที จำกัด (มหาชน) หรือ IT เตรียมเสนอที่ประชุมผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2568 ในอัตรารวม 0.29 บาทต่อหุ้น สะท้อนฐานะการเงินและผลการดำเนินงานที่มีเสถียรภาพ
    ทั้งนี้ บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว 0.08 บาทต่อหุ้น เมื่อวันที่ 9 กันยายน 2568 และคงเหลือจ่ายงวดสุดท้ายอีก 0.21 บาทต่อหุ้น

    สำหรับกำหนดการสำคัญ กำหนดขึ้นเครื่องหมาย XD วันที่ 17 เมษายน 2569 กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิรับปันผลวันที่ 20 เมษายน 2569 และจ่ายเงินปันผลในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/02/23/619508/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CI7SpwFRTgfTo7Zn1iwbx

  • “โชติรินทร์” ฟอร์มแรงปราบดาวรุ่งจีน ผ่านเข้ารอบ 2 ศึกใหญ่เทนนิส “ไอทีเอฟ เวิลด์ เจ200” | เดลินิวส์

    “โชติรินทร์” ฟอร์มแรงปราบดาวรุ่งจีน ผ่านเข้ารอบ 2 ศึกใหญ่เทนนิส “ไอทีเอฟ เวิลด์ เจ200” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก รายการใหญ่ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ200 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 23 ก.พ.69 ในรอบเมนดรอว์ รอบแรก (64 คน) ประเภทหญิงเดี่ยว “น้องเบียร์” โชติรินทร์ แก้วก่า ดาวรุ่งไทยวัย 15 ปี ที่ได้ไวลด์การ์ดหรือสิทธิพิเศษเข้าร่วมการแข่งขัน โชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมหวดชนะ โจว ซิหยู วัย 16 ปี จากจีน 2-0 เซต 6-4, 6-4 ผ่านเข้ารอบ 2 ไปพบกับ อลิซา เทเรนตีวา มือ 69 เยาวชนโลกจากรัสเซีย ต่อไป

    ขณะที่ ประเภทชายเดี่ยว รอบแรก ธรรม์ พันธราธร วัย 15 ปี ของไทย แพ้ คูเปอร์ โคเซ่ วัย 16 ปี มือ 113 เยาวชนโลกจากออสเตรเลีย 1-2 เซต 6-7 ไทเบรก 1-7, 7-5 และ 2-6 จอดป้ายแค่รอบแรกเท่านั้น

    ผลการแข่งขันของนักเทนนิสเยาวชนไทยรายอื่น ๆ ประเภทชายเดี่ยว วีรวิชญ์ กำพุฒ แพ้ ซิน ฮัง ตัม (ฮ่องกง) 4-6, 0-6, ริว โกฏิกุล แพ้ อลัน ไออูคาโนฟ (รัสเซีย) 6-1, 2-6, 0-6, ตรัย ศรีเสน แพ้ เฟดอร์ อัลตูคอฟ (รัสเซีย) 2-6, 6-3, 4-6, ภพธรรม ศรีวงษ์ แพ้ ลู่ ฮั่นเล่ย (จีน) 3-6, 1-6, กานต์ธัช สุรฤทธิ์โยธิน แพ้ สมารถ สหิตา (อินเดีย) 4-6, 4-6, ประเภทหญิงเดี่ยว จิณห์นิภา ตราชูวณิช แพ้ เคอิซิยา เบอร์ซินา (ลัตเวีย) 2-6, 1-6, ธฤตา หงษ์หยก แพ้ มาอิ ซาซากิ (ญี่ปุ่น) 3-6, 1-6, ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ แพ้ จิเซลล์ สิไบ (ออสเตรเลีย) 2-6, 0-6

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5628368/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3nuSlocx2UIcCdk04xXN3I