Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ลดทุจริตเจรจาการค้าดันศก.โต3%

    ลดทุจริตเจรจาการค้าดันศก.โต3%

    ขณะที่ “วิจัยกรุงศรี” กำลังทบทวนประมาณการ GDP ปี 2569 ซึ่งเดิมคาดที่ 1.8% โดยมีแนวโน้มปรับเพิ่มเล็กน้อย เนื่องจากฐาน GDP ในไตรมาส 4 ที่ดีกว่าคาด ผนวกกับความต่อเนื่องในการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจหากสถานการณ์การเมืองมีเสถียรภาพมากขึ้น

    เช่นเดียวกับ อมรเทพ จาวะลา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสำนักวิจัย ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย คาดว่าเศรษฐกิจจะเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวชัดเจนในช่วงครึ่งหลังของปี 2569 เมื่อรัฐบาลใหม่สามารถฟอร์มทีมบริหารและเดินหน้านโยบายได้เต็มที่ในช่วงครึ่งปีหลัง และเร่งเบิกจ่ายงบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นอุปสงค์ภายในประเทศ

    ทั้งนี้ CIMB THAI ได้ปรับมุมมองการคาดการณ์ GDP ปี 2569 ที่ 2.1% จากเดิมที่ 1.6% โดยมองว่าเศรษฐกิจช่วงครึ่งแรกของปีมีแนวโน้มเติบโตในระดับจำกัด จากการขาดมาตรการกระตุ้นทางการคลัง และภาคการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศยังอยู่ในโหมด “รอดูสถานการณ์” ท่ามกลางความไม่แน่นอนเชิงนโยบาย จุดเปลี่ยนสำคัญอยู่ช่วงครึ่งปีหลัง จะฟื้นตัวได้มากเพียงใดขึ้นอยู่กับความรวดเร็วและประสิทธิภาพในการขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาลใหม่ เป็นตัวกำหนดจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป ส่วนการผลักดัน GDP ให้เติบโตแตะระดับ 3% อย่างยั่งยืน จำเป็นต้องบริหารจัดการความเสี่ยงเชิงโครงสร้างควบคู่กัน ทั้งการยกระดับธรรมาภิบาลลดการทุจริต เร่งเจรจาการค้าและภาษีศุลกากรเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน ผ่อนคลายกฎระเบียบที่เป็นอุปสรรคต่อธุรกิจ ส่งเสริมการจ้างงานและรายได้ครัวเรือนอย่างยั่งยืน

    นอกจากนี้ยังระบุว่า ต้องจับตาวิกฤตภาษีสหรัฐ ปี 2569 เพราะเป็นความไม่แน่นอนใหม่ กระทบส่งออก-ลงทุน-ค่าเงิน แม้ล่าสุดคำวินิจฉัยศาลฎีกาจะทำให้สินค้าไทย เช่น ยานยนต์ ยาง และอิเล็กทรอนิกส์ ยังไม่ถูกเก็บภาษีเพิ่ม 19% แต่สถานการณ์ยังไม่แน่นอน มีความเป็นไปได้ที่ฝ่ายบริหารสหรัฐจะใช้มาตรา Section 122 เป็นมาตรการชั่วคราว 150 วัน และผลักดันให้กลายเป็นกฎหมายถาวร หากเกิดขึ้นจริง อาจเปลี่ยนโฉมระบบการค้าโลกและสร้างแรงกระแทกต่อเศรษฐกิจไทย ประเมินผลกระทบหลัก 3 ด้าน

    1) ส่งออกชะลอ จากความเสี่ยงภาษี 2) FDI ชะลอตัว จากภาวะ “Wait and See” ของนักลงทุน 3) ค่าเงินบาทแข็งค่า หากดอลลาร์อ่อน กดดันกำไรผู้ส่งออก ขณะเดียวกันมาตรการภาษีต่อจีน (Section 301) อาจทำให้สินค้าจีนทะลักเข้าสู่ไทยและอาเซียน เพิ่มการแข่งขันด้านราคาอย่างรุนแรง ไทยควรเร่งกระจายตลาดส่งออก เสริมมาตรการป้องกันการทุ่มตลาด และดึงดูดการลงทุนคุณภาพสูง เพื่อลดผลกระทบและรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาว

    ด้าน นงนุช ตันติสันติวงศ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ผู้บริหารกลุ่มงาน Enterprise Risk and Infrastructure สายงานบริหารความเสี่ยง ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจภายในประเทศมีโอกาสเร่งตัวขึ้นได้ในครึ่งหลังของปีนี้หลังมีรัฐบาลใหม่ ด้วยมาตรการส่งเสริมการลงทุนและการค้า รวมถึงช่วยเหลือกลุ่ม SME ผ่านแผน “10 พลัส” การปรับโครงสร้างภาษีและมาตรการเพิ่มรายได้ภาษีอาจทำให้การใช้จ่ายภาคครัวเรือนไม่เติบโตแบบก้าวกระโดดแต่จะช่วยลดการขาดดุลทางการคลัง ส่วนการปรับใช้ AI และเทคโนโลยีเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนหากมีการจัดเก็บภาษีคาร์บอน อาจมีส่วนช่วยให้มีการลงทุนภาคเอกชนเพิ่มขึ้นในปีนี้และปีหน้า ทั้งนี้การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การควบคุมคุณภาพการก่อสร้าง และการบังคับใช้กฎหมายยังคงมีความสำคัญที่จะช่วยดึงดูดเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ

    ภาวะเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าหลักของไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงอันเป็นผลมาจากความขัดแย้งระหว่างประเทศทั้งทางการค้าและการเมือง ซึ่งส่งผลกระทบทั้งเชิงบวกและเชิงลบต่อไทย โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม ไทยอาจสามารถเป็นแหล่งผลิตและผู้ส่งออกทดแทนประเทศคู่ขัดแย้ง แต่การชะลอตัวของเศรษฐกิจในประเทศคู่ค้าสำคัญของไทย อาทิ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น และยุโรป ก็อาจทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและการส่งออกของไทยเผชิญความท้าทายอยู่บ้าง

    หลังจากนี้คงต้องรอดูกันว่ารัฐบาลใหม่จะพาประเทศไทยฝ่าวิกฤตไปได้อย่างไร.

    บุญช่วย ค้ายาดี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/952503/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HXbbeJO3O-XB2xLAn9wYz

  • ตั้งแล้ว 10 บริหารต้น สป.ศธ. 1 ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. และ 2 ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ตามโผ

    ตั้งแล้ว 10 บริหารต้น สป.ศธ. 1 ผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ. และ 2 ผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ. ตามโผ

    เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ดร.สุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ลงนามในคำสั่ง สำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญประเภทบริหารระดับต้น รวม 10 ราย ดังนี้ คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 425/2569 เรื่อง ย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ จำนวน 3 ราย ได้แก่

    1) นายโยฑิน สมโนนนท์ ผู้อำนวยการกองส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิ เป็น รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.)
    2) นางรุ่งอรุณ ไสยโสภณ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านส่งเสริมมาตรฐานการศึกษานอกโรงเรียน เป็น รองอธิบดีสกร.
    3) นางสาววัชรีวรรณ กันเดช ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาเครือข่าย เป็น รองอธิบดีสกร.

    คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ที่ 426 /2569 เรื่อง รับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ จำนวน 2 ราย ได้แก่

    1) นายธนภัทร แสงจันทร์ ผู้อำนวยการสำนักความร่วมมือ สำนักงาน คณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.) เป็น รองศึกษาธิการ ภาค 2 

    2) นางนัยนา ตันเจริญ ผู้อำนวยการสำนักอำนวยการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)เป็น รองศึกษาธิการภาค 17

    คำสั่งสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการที่ 427 / 2569 เรื่อง รับโอนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 5 ราย ได้แก่

    1) นางอรทัย เกิดภิบาล ศึกษาธิการจังหวัดตรัง เป็น รองเลขาธิการคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา(ก.ค.ศ.)
    2) นายอนุกูล ศรีสมบัติ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา(สพป.)เชียงใหม่ เขต 1 เป็น รองเลขาธิการ ก.ค.ศ.
    3) นายภิญญา รัตนวรชาติ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดนราธิวาส เป็น รองเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน(กช.)
    4) นายปัญญา บูรณะนันทศิริ ศึกษาธิการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็น เป็น รองศึกษาธิการ ภาค 6
    5) นายสุริยา หมาดทิ้ง ศึกษาธิการจังหวัดปัตตานี เป็น รองศึกษาธิการ ภาค 7

    ขณะที่ นายยศพล เวณุโกเศศ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(กอศ.) ลงนามในคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ที่ 370/2569 เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำแต่งตั้งข้าราชการพลเรือนสามัญให้ดำรงตำแหน่ง ประเภทบริหารระดับต้น ตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการ กอศ.จำนวน 1 ราย คือ

    1) นายบัณฑิต ออกแมน ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนการอาชีวศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)

    ด้าน ดร.พิเชฐ โพธิภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) ลงนามในคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่ 481/2569 เรื่องรับโอนข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งสายงานบริหาร ระดับต้น จำนวน 1 ราย ได้แก่

    1) นางอรุณี จิรมหาศาล หัวหน้าสำนักงานรัฐมนตรี สำนักงานรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ เป็นผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.

    และ ลงนามในคำสั่งสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน 482/2569 เรื่อง ย้ายข้าราชการพลเรือนสามัญ ให้ดำรงตำแหน่งสายงานบริหาร ระดับต้น จำนวน 1 ราย ได้แก่

    1) นางอาทิตยา ปัญญา ผู้อำนวยการสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการการศึกษา สพฐ. เป็นผู้ช่วยเลขาธิการ กพฐ.

    ขอบคุณที่มาเนื้อหาข่าวและอ่านเพิ่มเติมได้จาก FOCUSNEWS วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93196&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23qa67lWa32fbvUizmSlfa

  • นักศึกษา ม.นอร์ท-เชียงใหม่ ศึกษาดูงานการบริหารจัดการโรงแรมระดับนานาชาติ

    นักศึกษา ม.นอร์ท-เชียงใหม่ ศึกษาดูงานการบริหารจัดการโรงแรมระดับนานาชาติ

    เมื่อวันพุธที่ 18 กุมภาพันธ์ 2569 นักศึกษาต่างชาติ สาขาวิชาการจัดการธุรกิจการบินและการท่องเที่ยว คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยนอร์ท–เชียงใหม่ เข้าศึกษาดูงานด้าน Table Manner และการตรวจประเมินโรงแรม (Hotel Inspection) ณ Shangri-La Chiang Mai จังหวัดเชียงใหม่

    การศึกษาดูงานครั้งนี้ มุ่งเน้นให้นักศึกษาได้เรียนรู้มารยาทบนโต๊ะอาหารในบริบทของโรงแรมระดับสากล ตลอดจนกระบวนการตรวจเยี่ยมและประเมินมาตรฐานโรงแรม (Hotel Inspection) เพื่อทำความเข้าใจมาตรฐานการให้บริการ โครงสร้างพื้นที่ใช้สอย การจัดการส่วนหน้าและส่วนสนับสนุน รวมถึงแนวทางการบริหารจัดการในโรงแรมระดับนานาชาติอย่างเป็นระบบ

    กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาศักยภาพนักศึกษาให้มีความพร้อมทั้งด้านความรู้ ทักษะวิชาชีพ และบุคลิกภาพตามมาตรฐานอุตสาหกรรมการบริการ ช่วยเตรียมความพร้อมสู่การฝึกประสบการณ์วิชาชีพ และการทำงานจริงในอุตสาหกรรมการโรงแรมและการท่องเที่ยวในอนาคต

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยนอร์ท–เชียงใหม่ ยังคงมุ่งเน้นการจัดการเรียนการสอนควบคู่กับประสบการณ์จริงจากสถานประกอบการ เพื่อยกระดับคุณภาพบัณฑิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดแรงงานระดับประเทศและนานาชาติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3887678/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QDD-m2trRq5epzDZOsOr7

  • อย่าหาทำ! เปิดไฟนอน “หัวใจทำงานหนัก” หมอเตือน 3 กลุ่ม อันตรายพุ่ง ระวังพังไม่รู้ตัว

    อย่าหาทำ! เปิดไฟนอน “หัวใจทำงานหนัก” หมอเตือน 3 กลุ่ม อันตรายพุ่ง ระวังพังไม่รู้ตัว

    หมอสั่งห้าม! เปิดไฟนอนเท่ากับ ‘บังคับหัวใจให้ทำงานหนัก’ เสี่ยงหัวใจวาย-หลอดเลือดเสียหาย โดยเฉพาะคน 3 กลุ่มนี้

    ใครที่ติดนิสัยต้องเปิดไฟนอน หรือปล่อยให้ทีวีเปิดทิ้งไว้ทั้งคืนต้องฟังทางนี้! คุณหมอเผยข้อมูลสุดช็อกว่า แสงสว่างเพียงเล็กน้อยขณะหลับ อาจเป็นตัวการร้ายที่บีบให้หัวใจของคุณต้อง “ทำงานล่วงเวลา” (OT) จนเสี่ยงเกิดภาวะหัวใจวายและหลอดเลือดพังได้!

    เมื่อ “แสง” กลายเป็นยาพิษ: หัวใจไม่ได้พักผ่อน

    นพ.ฟู่ ยวี่เซี่ยง แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมผู้สูงอายุ เผยอุทาหรณ์จากคนไข้รายหนึ่งที่คุมคอเลสเตอรอลและทานยาอย่างดี แต่หัวใจกลับแย่ลงเรื่อยๆ จนพบสาเหตุว่ามาจาก “แสงไฟในห้องนอน” ทั้งจากไฟทางเดินและทีวีที่เปิดค้างไว้

    ผลการศึกษาล่าสุดจากวารสารทางการแพทย์ชื่อดัง JAMA (2025) ระบุว่า การนอนในที่สว่างจะรบกวนนาฬิกาชีวิต ปกติเมื่อเราหลับ ร่างกายจะเข้าสู่ “โหมดซ่อมแซม” หัวใจจะเต้นช้าลงและความดันจะลดลง แต่ถ้ามีแสงกระตุ้น สมองจะเข้าใจผิดว่ายังไม่มืด ทำให้ระบบประสาทซิมพาเทติกทำงานตลอดเวลา เปรียบเหมือนหัวใจถูกบังคับให้ทำงานล่วงเวลาทั้งที่ควรจะได้พักนั่นเอง!

    3 กลุ่มเสี่ยง “ความดัน-หัวใจ-เบาหวาน” ต้องระวังเป็นพิเศษ!

    คุณหมอเน้นย้ำว่า แสงสว่างในตอนกลางคืนส่งผลกระทบสะสมเหมือนแรงดันน้ำที่กัดเซาะท่อไปเรื่อยๆ จนผนังหลอดเลือดเสียหาย โดยเฉพาะ 3 กลุ่มนี้ที่มีความเสี่ยงสูง:

    1. ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง

    2. ผู้ป่วยโรคหัวใจ

    3. ผู้ป่วยโรคเบาหวาน แสงไฟจะทำให้ “เมลาโทนิน” ซึ่งเป็นฮอร์โมนช่วยปกป้องหลอดเลือดและต้านการอักเสบหลั่งน้อยลง ทำให้ความดันโลหิตสวิงและเพิ่มความเสี่ยงเหตุการณ์เฉียบพลันทางหัวใจ

    วิธีปรับห้องนอนให้ “หัวใจได้พัก”

    คุณหมอแนะนำว่าไม่จำเป็นต้องปิดไฟจนมืดสนิทหากกลัวอันตราย แต่ให้ใช้วิธี “ลดระดับแสง” แทน:

    • เปลี่ยนโทนสี: ใช้ไฟกลางคืนแบบแสงสลัวโทนสีอุ่น (Warm Tone)

    • ตั้งเวลาปิด: ตั้งเวลาปิดทีวีอัตโนมัติ

    • ม่านบังแสง: ใช้ม่านกันแสงเพื่อปิดกั้นแสงจากหลอดไฟถนนภายนอก

    การนอนหลับไม่ใช่แค่การหลับตาลงเฉยๆ แต่คือช่วงเวลาสำคัญที่หัวใจของเราจะได้หยุดพักและรับการดูแลซ่อมแซมอย่างเต็มที่ ดังนั้นคืนนี้ลองสำรวจห้องนอนของคุณดูสักนิดนะคะว่ามีแสงสว่างส่วนเกินที่คอยกวนใจนาฬิกาชีวิตอยู่หรือไม่? เพียงแค่เปลี่ยนพฤติกรรมเล็กๆ อย่างการหรี่ไฟให้สลัวลงหรือตั้งเวลาปิดทีวี ก็เท่ากับว่าคุณได้ช่วย ‘ต่อเวลา’ ให้หัวใจดวงนี้แข็งแรงอยู่กับเราไปได้อีกนานแสนนาน รักตัวเองแล้ว อย่าลืมดูแลสภาพแวดล้อมในห้องนอนให้กลายเป็นพื้นที่พักผ่อนที่แท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9874858/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AOVgzDttGnoz04_oA36Gf

  • 8 สิทธิผู้บริโภคสากล รู้ไว้ไม่เสียเปรียบ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    8 สิทธิผู้บริโภคสากล รู้ไว้ไม่เสียเปรียบ – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    ทุกครั้งที่เรากดสั่งของออนไลน์ ซื้ออาหาร หรือใช้บริการใด ๆ เรากำลังใช้ “สิทธิผู้บริโภค” โดยไม่รู้ตัว เนื่องใน วันสิทธิผู้บริโภคสากล (World Consumer Rights Day) 15 มีนาคมนี้ ชวนทบทวน 8 สิทธิพื้นฐานที่ทั่วโลกยอมรับร่วมกัน รู้ไว้เพื่อไม่เสียเปรียบ

    สิทธิผู้บริโภคสากลพัฒนามาจากแนวคิดของประธานาธิบดี John F. Kennedy และต่อมาถูกผลักดันในระดับนานาชาติ จนกลายเป็น 8 สิทธิพื้นฐาน ได้แก่

    1. สิทธิที่จะได้รับความปลอดภัยจากการใช้สินค้าและบริการ (The right to safety) ไม่ว่าเป็นจากส่วนประกอบ กรรมวิธีผลิต การบรรจุหีบห่อ รวมไปถึงการให้บริการต้องปลอดภัยและได้มาตรฐาน

    2. สิทธิที่จะได้รับทราบข้อมูลที่จำเป็นและถูกต้อง เพื่อประกอบการเลือกซื้อสินค้าหรือบริการ (The right to be informed) นอกจากนี้ ยังมีสิทธิที่จะได้รับคุ้มครองจากโฆษณาหลอกลวง หรือประกาศที่ก่อให้เกิดความเข้าใจผิดด้วย

    3. สิทธิที่จะเลือกซื้อหาสินค้าและบริการ (The right to choose) ในราคายุติธรรม หรือในราคาที่เกิดการแข่งขันกันอย่างเสรี และในกรณีที่มีการผูกขาดสินค้าก็จะวางใจได้ว่า จะได้รับสินค้าและบริการที่มีคุณภาพเป็นที่พอใจ และในราคายุติธรรม

    4. สิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นในฐานะตัวแทนผู้บริโภค (The right to be heard) เพื่อให้ได้รับประโยชน์ที่พึงได้ รวมทั้งกำหนดหลักเกณฑ์ร่วมกับรัฐบาลในการบริหารจัดการ

    5. สิทธิที่จะได้รับสินค้าและบริการขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต (The right to satisfaction of basic needs) ได้แก่ อาหารปลอดภัย ที่อยู่อาศัย การเข้าถึงบริการการศึกษาและสาธารณสุข

    6. สิทธิที่จะได้รับการชดเชยเยียวยาเมื่อถูกละเมิดสิทธิ (The right to redress) ได้รับความเป็นธรรมในการตัดสินเรื่องราวที่ร้องเรียนอย่างถูกต้อง ซึ่งรวมถึงสิทธิที่จะได้รับการชดใช้เมื่อได้รับสินค้าและบริการที่บกพร่อง เสียหาย การช่วยเหลือ หรือการชดใช้อื่น ๆ

    7. สิทธิที่จะได้รับความรู้และไหวพริบที่จำเป็นต่อการบริโภคอย่างเท่าทัน (The right to consumer education) เป็นสิทธิที่จะได้รับความรู้ที่ควรรู้ ควรมี ในการใช้ต่อสู้สิ่งต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อการตัดสินใจของผู้บริโภค

    8. สิทธิที่จะดำรงชีวิตอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ดีและยังชีพได้อย่างปลอดภัย (The right to a healthy environment) เป็นสิทธิที่จะได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้น ซึ่งหมายรวมถึงสิทธิที่จะได้รับการป้องกันจากปัญหาสิ่งแวดล้อมที่ผู้บริโภคแต่ละคนไม่สามารถควบคุมได้เอง สิทธินี้ต้องยอมรับถึงความต้องการที่จะได้รับการคุ้มครองและปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ตลอดชั่วอายุเราไปจนชั่วอายุลูกหลานอีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/tcc_media/8-world-consumer-rights/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22PpYZuIyWbjHfZ-CAmwBR

  • โคราชจัดศึกมวยการกุศล ระดมทุนพัฒนาท้องถิ่น ต้านยาเสพติด-หนุนการศึกษา

    โคราชจัดศึกมวยการกุศล ระดมทุนพัฒนาท้องถิ่น ต้านยาเสพติด-หนุนการศึกษา

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/130956&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gD4r-Dmlcc-KdOFiU1FLz

  • เรียนภาษาเพื่อสร้างสังคมไทยที่หลากหลายและเท่าเทียม: นวัตกรรมการสอนของคณะศิลปศาสตร์ SPU – คณะศิลปศาสตร์

    เรียนภาษาเพื่อสร้างสังคมไทยที่หลากหลายและเท่าเทียม: นวัตกรรมการสอนของคณะศิลปศาสตร์ SPU – คณะศิลปศาสตร์

    สวัสดีชาวศิลปศาสตร์ SPU ทุกคน! 💖 เคยรู้สึกไหมว่าการเรียนภาษาเป็นอะไรที่มากกว่าแค่การท่องศัพท์หรือไวยากรณ์? ที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เราเชื่อว่าภาษาคือประตูสู่โลกใบใหม่ คือเครื่องมือสร้างความเข้าใจ และคือหัวใจของการสร้างสังคมที่เต็มไปด้วยความหลากหลายและความเท่าเทียม!


    🌍 ทำไมการเรียนภาษาถึงสำคัญต่อสังคมที่หลากหลาย?

    การเรียนภาษาไม่ใช่แค่การสื่อสาร แต่คือการ “เปิดใจ” รับวัฒนธรรมและมุมมองที่แตกต่าง เมื่อเราเข้าใจภาษาของคนอื่น เราก็จะเข้าใจความคิด ความเชื่อ และเรื่องราวของพวกเขาได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น สิ่งนี้ช่วยทลายกำแพงอคติ และสร้างสะพานแห่งความเห็นอกเห็นใจขึ้นมาแทนที่

    ในยุคที่โลกเชื่อมถึงกันหมดแบบนี้ การสื่อสารข้ามวัฒนธรรมกลายเป็นทักษะที่จำเป็นสุดๆ ที่ คณะศิลปศาสตร์ SPU เราจึงมุ่งมั่นสร้างบัณฑิตที่ไม่ใช่แค่เก่งภาษา แต่ยังเป็นพลเมืองโลก (Global Citizen) ที่พร้อมจะนำพาสังคมไทยไปสู่ความเท่าเทียมและยอมรับความแตกต่างได้อย่างแท้จริง

    🚀 นวัตกรรมการสอนสุดปังของคณะศิลปศาสตร์ SPU

    ลืมภาพการเรียนภาษาแบบเดิมๆ ที่นั่งจดเลคเชอร์ในห้องไปได้เลย! ที่ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม เราจัดเต็มกับนวัตกรรมการสอนที่สนุกและใช้ได้จริง!

    • Project-Based Learning: เรียนรู้ผ่านการทำโปรเจกต์จริง! เช่น การสร้างแคมเปญการตลาดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือการจัดอีเวนต์วัฒนธรรมนานาชาติ ทำให้นักศึกษาได้ใช้ภาษาในสถานการณ์จริง พร้อมพัฒนาทักษะการทำงานเป็นทีมและแก้ปัญหา
    • Immersive Experience: สร้างบรรยากาศให้เหมือนได้ไปอยู่ต่างประเทศจริงๆ ผ่านกิจกรรม Workshop กับเจ้าของภาษา, Virtual Reality (VR) ท่องเที่ยวเมืองต่างๆ หรือแม้กระทั่งการเรียนกับเพื่อนๆ ชาวต่างชาติในรั้ว มหาวิทยาลัยศรีปทุม
    • Gamification in Classroom: เปลี่ยนเรื่องยากให้เป็นเรื่องสนุก! ใช้เกมและแอปพลิเคชันเข้ามาช่วยในการเรียนรู้คำศัพท์และไวยากรณ์ ทำให้การเรียนไม่น่าเบื่ออีกต่อไป!

    นี่คือแนวทางการเรียนการสอนที่ทำให้ SPU แตกต่าง เพราะเราเน้นให้ทุกคน “เรียนกับตัวจริง ประสบการณ์จริง” พร้อมก้าวสู่โลกการทำงานอย่างมั่นใจ

    💼 เรียนจบแล้วไปไหน? โอกาสต่อยอดสู่อาชีพแห่งอนาคต

    บัณฑิตจาก คณะศิลปศาสตร์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่อาชีพครูหรือนักแปลนะ! ทักษะด้านภาษาและวัฒนธรรมเป็นที่ต้องการของตลาดงานทั่วโลก เปิดประตูสู่อาชีพเจ๋งๆ มากมาย เช่น:

    • นักการทูต หรือเจ้าหน้าที่ในองค์กรระหว่างประเทศ
    • ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารการตลาดดิจิทัล (Global Digital Marketer)
    • พนักงานต้อนรับบนเครื่องบิน หรือสายงานบริการในโรงแรมหรู
    • นักสร้างสรรค์คอนเทนต์สำหรับผู้ชมทั่วโลก (Content Creator)
    • ผู้ประสานงานธุรกิจระหว่างประเทศ

    อยากรู้ว่ามีสาขาอะไรที่น่าสนใจและตรงใจเราบ้าง? ลองเข้าไปดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้เลย!

    การเรียนที่คณะศิลปศาสตร์ SPU คือการลงทุนเพื่ออนาคตที่ไม่ใช่แค่สำหรับตัวเอง แต่เพื่อสร้างสังคมไทยที่น่าอยู่และเท่าเทียมยิ่งขึ้น มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงนี้ด้วยกันนะ! 🌟

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/liberal-arts/news-activity/20590/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0F7SEwCF6rqgkaVf9fvVeo

  • “ตั๊กแตน-ชลดา” ร้องเพลงสุดมันแต่ชาวเน็ตวิจารณ์หุ่นสนั่น แนะควรดูแลตัวเองมากกว่านี้! | เดลินิวส์

    “ตั๊กแตน-ชลดา” ร้องเพลงสุดมันแต่ชาวเน็ตวิจารณ์หุ่นสนั่น แนะควรดูแลตัวเองมากกว่านี้! | เดลินิวส์

    โดดเด่นเรื่องการร้องเพลงและความสามารถเปี่ยมล้นสำหรับนักร้องสาว ตั๊กแตน ชลดา ที่ปล่อยเพลงอะไรออกมาก็ปังและดังไปเสียหมด ล่าสุดเธอไปออกคอนเสิร์ตหลังจากไม่ได้ออกมาพักใหญ่ และมีคนไปดูมาด้วย โดยผู้ใช้บัญชีในติ๊กต๊อกอย่าง Lullamynk_eiei ได้ออกเผยคลิปความสนุกที่สาวตั๊กแตนขึ้นเวทีหลายคลิป

    โดยทุกคลิปนั้น เธอใส่สุดความมันกับแฟนๆ อย่างเต็มที่ ทำให้แฟนๆ สนุกสนานมากๆ ขณะเดียวกัน หลายคนที่ชมความร้องเพลงเพราะของเธอ ก็มีหลายคนมาวิจารณ์หุ่นของเธอที่ดูอวบขึ้นผิดปกติ อาทิ นางผอมลงไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ, ฉันกินกาแฟนางหมดตั้งหลายซอง ว่าอยู่ไม่ลง ขนาดนางยังไม่ลง, มีช่วงหนึ่ง เขาขายยาลดน้ำหนัก ทำให้ผอมหุ่นดีมาก ทำไมไม่กินตัวที่ขายต่อไปจะได้หุ่นดีเหมือนเดิม อันนี้ถามแบบสงสัยนะคะ ไม่ได้แซะหรืออะไร, ทุกวันนี้ ไม่เชื่ออะไรแล้ว ขนาดผ่าตัดกระเพาะ ยังกลับมา นน. เพิ่มได้ มันอยู่ที่ปากเราจริงๆ, ตั๊กแตนมีโรคประจำตัวไม่ใช่เหรอคะ เคยได้ยินข่าวว่าเป็นไทรอยด์ เราเองก็เป็น กินน้อยก็อ้วน พยายามลดแค่ไหนก็ไม่ลดเป็นเพราะฮอร์โมนคะ เป็นต้น

    ขอขอบคุณภาพประกอบจาก Lullamynk_eiei

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5627077/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2P1wyrq2KoaRQwOEy6q3Bt

  • ศาลอนุญาตรวมสำนวนคดีปั่นหุ้นมอร์ 3 แม่ลูกปฏิเสธอ้างจ้างผู้เชี่ยวชาญลงทุน | เดลินิวส์

    ศาลอนุญาตรวมสำนวนคดีปั่นหุ้นมอร์ 3 แม่ลูกปฏิเสธอ้างจ้างผู้เชี่ยวชาญลงทุน | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 23 ก.พ. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลนัดพร้อม คดีหมายเลขดำที่ อ.2184/2568 ระหว่าง พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 3 เป็นโจทก์ฟ้อง นายโสภณ วราพร กับพวกรวม 28 คน เป็นจำเลย ร่วมกันกระทำการสร้างราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้บุคคลทั่วไปเข้าใจผิดเกี่ยวกับราคาหรือปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์ MORE หรือ MORE-R ของบริษัท มอร์ รีเทิร์น จำกัด (มหาชน) และมีลักษณะต่อเนื่องกัน โดยมุ่งหมายให้ราคาหลักทรัพย์หรือปริมาณการซื้อหรือขายหลักทรัพย์นั้นผิดไปจากสภาพปกติของตลาด ร่วมกันฉ้อโกง เป็นอั้งยี่และซ่องโจร

    อัยการสั่งฟ้อง 42 ราย คดีปั่นหุ้น MORE เสียหายพันล้าน! เผยสถานะล่าสุด 3 ตระกูลพรประภา-เฮียม้อ

    ในนัดพร้อมเพื่อขอรวมการพิจารณาคดี วันนี้ นายอธิภัทร ไม่สบาย ไม่สามารถมาได้ ส่วนจำเลยและทนายจำเลยคนอื่นมาครบ โจทก์แถลงขอรวมการพิจารณาคดี 3 คดีเป็นคดีเดียวกัน เนื่องจากเป็นมูลฟ้องคดี พยานหลักฐานคดีเดียวกัน เพื่อความสะดวกรวดเร็วของการพิจารณา ศาลอนุญาตให้รวมคดี โดยให้คดีที่ อ.2184/2568 เป็นสำนวนหลัก ให้รายชื่อจำเลยทั้ง 28 คงเดิม ให้เพิ่มจำเลย คดีหมายเลขดำที่ อ.3594/2568 เป็นจำเลยที่ 29 ให้จำเลยคดีหมายเลขดำที่ อ.67/2569 เป็นจำเลยที่ 30-32 และให้จำเลยคดี อ.432/2569 เป็นจำเลยที่ 33

    ศาลอ่านและอธิบายคำฟ้องให้แก่จำเลยที่ 29, 30, 32, 33 จำเลยให้การปฏิเสธ โดยเฉพาะทนายจำเลย ที่ 30-32 แถลงว่า พวกจำเลยเป็นเพียงนักลงทุน จะต้องว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญลงทุน จึงไม่มีส่วนร่วมหรือรู้เห็นการสร้างราคาหุ้น

    ศาลพิเคราะห์แล้ว ให้ใช้กำหนดนัดเดิม และกำหนดนัดสืบพยานจำเลยเพิ่มอีก 3 นัด ทั้งนี้จำเลยที่ 31 ไม่ได้มาศาลเพราะมีปัญหาด้านสุขภาพ ให้เลื่อนนัดสอบคำให้การเฉพาะจำเลยที่ 31 เป็นวันที่ 16 มี.ค.

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คดีนี้นัดสืบพยานโจทก์วันแรก 8 ก.ย. 2569 เวลา 09.00 น. เรียงรายชื่อจำเลยใหม่ ตั้งแต่สำนวนแรก อ.2184/2568 มีดังนี้
    นายโสภณ วราพร (จำเลยที่ 1)
    นายวสันต์ จาวลา (จำเลยที่ 2)
    นายประยูร อัสสกาญจน์ (จำเลยที่ 3)
    น.ส.จิระวรรณ ไชยพงศ์ผาติ (จำเลยที่ 4)
    น.ส.สุร์ศิริ ปรีดาสุทธิจิตต์ (จำเลยที่ 5)

    น.ส.อัยลดา ชินวัฒน์ (จำเลยที่ 6)
    นายมั่นคง เสถียรถิระกุล (จำเลยที่ 7)
    น.ส.อรเก้า ไกยสิทธิ์ (จำเลยที่ 8)
    นายเกรียงศักดิ์ วงศ์โอสถพานิช (จำเลยที่ 9)
    น.ส.สิริรัตน์ สมณาศรี (จำเลยที่ 10)

    นายธีรพงศ์ ด่านวณิชวงศ์ (จำเลยที่ 11)
    นายวิศรุต เจียมจิตพลชัย (จำเลยที่ 12)
    นายปรณัฐ นุชาชาติพงศ์ (จำเลยที่ 13)
    นายวัชรินทร์ ยังให้ผล (จำเลยที่ 14)
    นายธนยุทธ ฤกษ์รักษา (จำเลยที่ 15)

    นายธรรมนูญ เวชวิทยาขลัง (จำเลยที่ 16)
    นายภัทร ฉัตรเจริญสุข (จำเลยที่ 17)
    นายชยพล พันธุ์แพ (จำเลยที่ 18)
    นางศศินภา วราพร (จำเลยที่ 19)
    นายกิตติพล ไววิ่งรบ (จำเลยที่ 20)

    นายไพศาล เกษมศิรินาวิน (จำเลยที่ 21)
    นายศิริศักดิ์ ปิยทัสสีกุล (จำเลยที่ 22)
    นายปฏิณวิช รอดบางยาง (จำเลยที่ 23)
    นายปรีชา วสุโสภณ (จำเลยที่ 24)
    นายปนิษฐ์ ศุภธาดารัตน์ (จำเลยที่ 25)

    นายวรวุฒิ ศรีโสภิต (จำเลยที่ 26)
    นายพรเดช อุยะนันทน์ (จำเลยที่ 27)
    น.ส.ปารณีย์ ชวาลา (จำเลยที่ 28)

    สำนวนที่ 3594/2568
    นายพิเชษฐ์ ผลสุวรรณชัย (จำเลยที่ 29)

    สำนวนที่ 67/2569
    นายเอกภัทร พรประภา (จำเลยที่ 30)
    นายอธิภัทร พรประภา (จำเลยที่ 31)
    นางอรพินธุ์ พรประภา (จำเลยที่ 32)

    สำนวนที่ 432/2569
    นายเทียนประเสริฐ พลอำไภ (จำเลยที่ 33)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5627417/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2vy52h6cvVqoe-uCv42CDa

  • ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้ว-แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน

    ตร.ท่องเที่ยว รวบหนุ่มขายอาหารนกประตูท่าแพ หลังชูนิ้ว-แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน

    ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ จับหนุ่มขายอาหารนก-รับถ่ายคลิป “ประตูท่าแพ” กลางเมืองเชียงใหม่ หลังชูนิ้ว แลบลิ้นใส่นักท่องเที่ยวจีน อ้างโดนต่อว่าก่อน

    จากกรณีโซเชียลแชร์คลิป คนรับจ้างถ่ายภาพและขายอาหารนกให้กับนักท่องเที่ยวบริเวณลานประตูท่าแพในตัวเมืองเชียงใหม่ โต้เถียงและแสดงพฤติกรรมไม่เหมาะสมใส่นักท่องเที่ยว มีการท้าทายแลบลิ้น ใส่นักท่องเที่ยว จนเกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ ถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่นั้น

    ล่าสุด (23 ก.พ.69) พ.ต.ท.อวิรุทธ์ สุขแย้ม สว.สืบสวน กองกำกับการ 2 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยว ร่วมกับตำรวจ สภ.เมืองเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบ จนสามารถจับกุม นายสมชัย อายุ 31 ปี ชาวจังหวัดเชียงรายได้ที่บริเวณริมถนนใกล้จุดเกิดเหตุ พร้อมตรวจยึดเสื้อผ้าที่สวมใส่ในวันเกิดเหตุไว้เป็นหลักฐาน

    จากการสอบสวน นายสมชัย ยอมรับว่า เป็นบุคคลในคลิปจริง โดยอ้างว่าก่อนเกิดเหตุมีนักท่องเที่ยวจีนเข้ามาขอถ่ายภาพพร้อมกัน 2 กลุ่ม ตนจึงเลือกให้บริการกลุ่มแรกก่อน ทำให้นักท่องเที่ยวอีกกลุ่มไม่พอใจ และมีการต่อว่าเป็นภาษาจีน ซึ่งตนฟังและพูดภาษาจีนได้ จึงควบคุมอารมณ์ไม่อยู่และโต้ตอบกลับไปและชูนิ้วกลางตามที่ปรากฏในคลิป

    ทั้งนี้ มีรายงานเพิ่มเติมว่า นายสมชัย ได้มาเช่าโรงแรมหรู ฝั่งตรงข้ามกับข่วงประตูท่าแพพักอาศัย ช่วงกลางวันจะมารับถ่ายคลิปให้นักท่องเที่ยวชาวจีน ซึ่งรายได้ดีมาก วันละหลายพันบาท จนสามารถเช่าห้องพัก โรงแรมหรู ได้อย่างสบาย และปักหลักหากินบริเวณประตูท่าแพมาเป็นเวลานาน และมักมีเรื่องกับนักท่องเที่ยวจีนบ่อยครั้ง และถูกจับกุมดำเนินคดีมาแล้ว

    เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ ได้นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ แจ้งข้อหา “ก่อความเดือดร้อนรำคาญ” และฝากขังไว้ที่ สภ.เมืองเชียงใหม่ ก่อนนำตัวส่งศาลแขวงเชียงใหม่ในวันพรุ่งนี้ (24 ก.พ.) เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายต่อไป ทั้งนี้ ตำรวจท่องเที่ยวเน้นย้ำว่า จะกวดขันดูแลความเรียบร้อยในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่บั่นทอนบรรยากาศการท่องเที่ยวเช่นนี้อีก.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/crime/2915988&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3u152gLdXaO52ruMMTsfNo