Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ธ.ทิสโก้ เดินหน้าหนุน SMEs ไทยเสริมสภาพคล่อง ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    ธ.ทิสโก้ เดินหน้าหนุน SMEs ไทยเสริมสภาพคล่อง ด้วยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ | ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)

    ธนาคารทิสโก้ พร้อมยืนเคียงข้างผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มอาชีพอิสระให้เข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนง่ายขึ้น ผ่านสินเชื่อจำนำทะเบียนรถทุกประเภท TISCO Auto Cash ด้วยวงเงินสูงสุด 120% ผ่อนสบายสูงสุด 72 เดือน ไม่ต้องโอนเล่ม รวมถึงเข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อ  SMEs Quick Big Win  มาตรการ SMEs Go Big และ SMEs Smart Win ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อสนับสนุนให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายขึ้น ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ยังท้าทาย สามารถสมัครได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 ธ.ค. 69 ที่ธนาคารทิสโก้ และ สมหวัง เงินสั่งได้ ทุกสาขาทั่วประเทศ 

    นายยุทธพงษ์ ศรีวงศ์จรรยา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปัจจุบันผู้ประกอบการรายย่อย (SMEs) และกลุ่มอาชีพอิสระจำนวนมากกำลังเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทั้งจากยอดขายลดลง การแข่งขันที่เข้มข้นขึ้นทั้งจากทุนต่างชาติและตลาดออนไลน์ที่รุนแรง รวมถึงต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น  ส่งผลให้หลายกิจการเริ่มขาดสภาพคล่องและมีภาระทางการเงินสูงขึ้น ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการชำระหนี้ที่เริ่มเปราะบางมากขึ้น

    AC บสย 1

    ธนาคารทิสโก้ เข้าใจสถานการณ์ที่ผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มอาชีพอิสระต้องเผชิญ จึงนำเสนอ สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ TISCO Auto Cash เพื่อช่วยให้ผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มอาชีพอิสระเข้าถึงเงินทุนหมุนเวียนได้สะดวกขึ้น โดยรองรับรถหลายประเภท ได้แก่ รถยนต์ รถกระบะ รถบรรทุก รถแทรกเตอร์ และหางพ่วง โดยไม่ต้องโอนเล่มทะเบียน วงเงินสูงสุดไม่เกิน 120% ของราคาประเมินรถ อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง 12% – 24% ต่อปี และผ่อนชำระได้สูงสุด 72 เดือน (ตามหลักเกณฑ์การพิจารณาให้สินเชื่อที่ธนาคารกำหนด)  

    AW SW

    นอกจากนี้ เพื่อเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มอาชีพอิสระให้สามารถเข้าถึงสินเชื่อได้มากขึ้น ธนาคารยังได้เข้าร่วมโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Quick Big Win ของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ถึง 2 มาตรการ ได้แก่ SMEs Go Big สำหรับสินเชื่อวงเงิน มากกว่า 1 ล้านบาท และ SMEs Smart Win สำหรับสินเชื่อวงเงิน ไม่เกิน 1 ล้านบาท โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดอุปสรรคในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน โดยผู้สมัครสินเชื่อจะต้องเป็นผู้ประกอบการรายย่อย ประเภทบุคคลธรรมดาที่มีสัญชาติไทยหรือนิติบุคคลที่จดทะเบียนในประเทศไทย และกลุ่มอาชีพอิสระ ที่ยังมีสถานะเป็นลูกหนี้ปกติ

    “ผู้ประกอบการรายย่อยถือเป็นรากฐานสำคัญของเศรษฐกิจไทย คิดเป็นประมาณ 99.5% ของจำนวนธุรกิจทั้งหมด ขณะที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระมีจำนวนสูงถึง 21.1 ล้านคน หรือประมาณ 52.7% ของผู้มีงานทำในประเทศ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจในปัจจุบันบีบให้ผู้ประกอบการรายย่อยและกลุ่มอาชีพอิสระต้องปรับตัวเร็วกว่าที่เคย เราจึงตั้งใจเป็นส่วนหนึ่งของการสนับสนุนเพื่อให้ทุกคนเดินหน้าต่อได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อลดต้นทุนทางการเงิน เสริมสภาพคล่อง และเพิ่มโอกาสในการประกอบอาชีพ ด้วยผลิตภัณฑ์ที่เข้าถึงง่าย โปร่งใส เข้าถึงง่าย และให้ความสำคัญกับความรับผิดชอบในการให้บริการ”

    ทั้งนี้ ผู้ที่สนใจขอสินเชื่อทะเบียนรถทุกประเภทสามารถติดต่อได้ที่ ธนาคารทิสโก้ และ สมหวัง เงินสั่งได้ ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือสอบถามรายละเอียดได้ที่ TISCO Contact Center โทร. 02-080-6000 หรือ 02-633-6000 กด 3 หรือ Facebook: TISCOAutoCash, LINE: @TISCOAutoCash และสมหวัง เงินสั่งได้ โทร. 02-123-4000 หรือ LINE: @Somwang หรือ เว็บไซต์: www.somwang.co.th

    หมายเหตุ

    • กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
    • ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ให้สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tisco.co.th/th/news/20260226-tisco-supports-thai-smes&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WZmMhZrQ3cS88yp3oI5M6

  • หนี้โลกปี 68 พุ่งทำนิวไฮ 348 ล้านล้านดอลล์ หลังรัฐเร่งกู้กระตุ้นเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    หนี้โลกปี 68 พุ่งทำนิวไฮ 348 ล้านล้านดอลล์ หลังรัฐเร่งกู้กระตุ้นเศรษฐกิจ : อินโฟเควสท์

    สถาบันการเงินระหว่างประเทศ (IIF) เปิดเผยรายงานเมื่อวันพุธ (25 ก.พ.) ระบุว่า หนี้สินรวมทั่วโลกเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 348 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 เพิ่มขึ้นถึง 29 ล้านล้านดอลลาร์ นับเป็นการขยายตัวรายปีที่รวดเร็วที่สุดนับตั้งแต่ช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19

    ข้อมูล IIF ระบุว่า การเพิ่มขึ้นของหนี้ส่วนใหญ่มาจากภาครัฐ ทั้งในประเทศพัฒนาแล้วและประเทศกำลังพัฒนา โดยประมาณ 2 ใน 3 มาจากกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว ซึ่งเร่งใช้นโยบายขาดดุลงบประมาณต่อเนื่อง นำโดยจีน สหรัฐฯ และกลุ่มประเทศยุโรป (EU)

    แม้มูลค่าหนี้คงค้างเพิ่มขึ้น แต่เมื่อเทียบกับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) สัดส่วนหนี้กลับลดลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 มาอยู่ที่ 308% อย่างไรก็ตาม ในกลุ่มตลาดเกิดใหม่ หนี้สุทธิพุ่งแตะ 117 ล้านล้านดอลลาร์ในปี 2568 ดันอัตราหนี้ต่อ GDP ทำสถิติใหม่สูงกว่า 235%

    IIF เปิดเผยว่า ภาวะการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้นจะเอื้อต่อการระดมทุนเพื่อเป้าหมายสำคัญของประเทศ รวมถึงงบประมาณด้านกลาโหมและการลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) แต่การขยายตัวของหนี้ที่รวดเร็วก็เพิ่มความเสี่ยงต่อการก่อหนี้เกินตัว และอาจทำให้บางส่วนของตลาดการเงินเกิดภาวะร้อนแรงเกินไป

    นอกจากนี้ IIF ชี้ว่า สภาพคล่องที่ดีขึ้นและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยง ยังช่วยหนุนการออกตราสารในตลาดพันธบัตรที่ให้ผลตอบแทนสูง สินเชื่อเลเวอเรจ และการเสนอขายหุ้นต่อประชาชนทั่วไป (IPO) ให้คึกคักขึ้น

    ทั้งนี้ IIF เตือนว่า หากรัฐบาลยังคงขาดดุลงบประมาณในระดับสูง และภาคธุรกิจยังระดมทุนผ่านตลาดตราสารหนี้ต่อเนื่อง หนี้โลกอาจเพิ่มขึ้นอีกในปี 2569 โดยกลุ่มตลาดเกิดใหม่มีหนี้ครบกำหนดชำระมากกว่า 9 ล้านล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นภาระรีไฟแนนซ์สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ขณะที่ประเทศพัฒนาแล้วต้องรับมือกับตราสารหนี้และเงินกู้ครบกำหนดชำระรวมกว่า 20 ล้านล้านดอลลาร์

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (26 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/572105&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2CyATLABik7wrcFLVhd_BQ

  • M

    M

    ความสามารถใหม่ของ Site24x7 ผสานการวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเชิงบริบทของโดเมน (Domain-Aware Correlations), AI แบบอัตโนมัติ และระบบจัดการเวิร์กโฟลว์ เพื่อขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านไอทีสู่การทำงานแบบ Self-Healing

    ManageEngine เปิดตัวเทคโนโลยี Causal Intelligence และ AI อัตโนมัติ สำหรับการดำเนินงานด้านไอที เร่งการตอบสนองต่อเหตุการณ์ขัดข้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

    • ระบุสาเหตุที่แท้จริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการเชื่อมโยงข้อมูลอันชาญฉลาดที่ขับเคลื่อนโดย Causal Intelligence
    • เพิ่มประสิทธิภาพการตอบสนองต่อเหตุการณ์ขัดข้อง ด้วยการใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI)
    • ดำเนินการแก้ไขปัญหาในวงกว้างได้อย่างควบคุมได้ ผ่านการจัดการเวิร์กโฟลว์ที่มีธรรมาภิบาล ขับเคลื่อนโดย Qntrl

    ManageEngine บริษัทในเครือ Zoho Corporation ผู้นำด้านการให้บริการโซลูชันการจัดการระบบไอทีสำหรับองค์กร ประกาศเพิ่มขีดความสามารถใหม่ด้านระบบวิเคราะห์หาสาเหตุ (Causal Intelligence) และAI อัตโนมัติ (Autonomous AI) ใน Site24x7 แพลตฟอร์มการสังเกตการณ์ระบบแบบเต็มรูปแบบ (Full-Stack Observability) ของบริษัท การยกระดับครั้งนี้นับเป็นการพลิกโฉมวิธีการที่องค์กรใช้รับมือกับเหตุการณ์ระบบหยุดทำงาน โดยเปลี่ยนจากการตั้งรับแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า (Firefighting) ไปสู่การสร้างระบบที่มีความยืดหยุ่นและสามารถจัดการตนเองได้อย่างอิสระ (Autonomous Resilience) ด้วยความสามารถในการลดระยะเวลาการกู้คืนระบบโดยเฉลี่ย (MTTR) ลงอย่างมีนัยยะสำคัญ และรับประกันการปฏิบัติตามข้อตกลงระดับการให้บริการ (SLA) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ Site24x7 จะช่วยให้ทีมไอทีสามารถรักษาประสบการณ์การใช้งานของลูกค้า และคงไว้ซึ่งความไว้วางใจที่ลูกค้ามีต่อองค์กรได้อย่างมั่นคง ManageEngine เปิดตัวเทคโนโลยี Causal Intelligence และ AI อัตโนมัติ สำหรับการดำเนินงานด้านไอที เร่งการตอบสนองต่อเหตุการณ์ขัดข้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น

    สภาพแวดล้อมไอทีสมัยใหม่มีความซับซ้อนและกระจัดกระจายมากขึ้น ครอบคลุมทั้งไฮบริดคลาวด์ ไมโครเซอร์วิส และเครือข่ายที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ส่งผลให้เกิดข้อมูลเทเลเมทรีและสัญญาณความผิดปกติ (Anomaly) เชิงคาดการณ์จำนวนมหาศาลในทุกวินาที เมื่อเกิดเหตุขัดข้อง ความซับซ้อนดังกล่าวทำให้การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาเปรียบเสมือนการงมเข็มในมหาสมุทร มักนำไปสู่ช่วงเวลาระบบหยุดชะงักที่ยาวนานขึ้น ทีมไอทีมักประสบความยากลำบากในการเชื่อมโยงและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของสัญญาณผิดปกติและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในแต่ละชั้นของระบบ ส่งผลให้การแก้ไขปัญหาที่สำคัญล่าช้า และอาจกระทบต่อชื่อเสียงขององค์กรในที่สุด

    “สถาปัตยกรรมแบบไฮบริดและคลาวด์เนทีฟทำให้การดำเนินงานด้านไอทีมีความเชื่อมโยงกันสูงมาก ขณะเดียวกันผู้จัดการไอทีก็ต้องเผชิญแรงกดดันอย่างต่อเนื่องในการแก้ไขเหตุขัดข้องให้รวดเร็ว ท่ามกลางความซับซ้อนที่เพิ่มขึ้น” ศรีนิวาสะ ราฆวัน ผู้อำนวยการฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์ของ ManageEngine กล่าว “ด้วยการผสานการตรวจจับความผิดปกติเชิงคาดการณ์ (Predictive Anomaly Detection) การเชื่อมโยงเหตุการณ์อย่างชาญฉลาด (Intelligent Event Correlation) บริบทความสัมพันธ์ของบริการ (Service Dependency Context) และข้อมูลเชิงสาเหตุที่ขับเคลื่อนด้วย AI (AI-driven Causal Insights) Site24x7สามารถลดสัญญาณเตือนรบกวนจำนวนมาก และแสดงให้เห็นไม่เพียงว่าอะไรเสียหาย แต่ยังชี้ชัดว่าเกิดจากสาเหตุใดและส่งผลกระทบต่อส่วนใดของระบบ ช่วยให้ทีมงานระบุจุดบกพร่องที่แท้จริงได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ลด MTTR ได้อย่างมีนัยสำคัญ และลดผลกระทบต่อการให้บริการให้น้อยที่สุด”

    “การคัดกรอง (Triage) และแก้ไขเหตุขัดข้องในสภาพแวดล้อมแบบไฮบริดที่มีโครงสร้างพื้นฐานซับซ้อนมากขึ้น อาจกลายเป็นฝันร้ายได้อย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะเมื่อมีข้อผูกพันตาม SLA เข้ามาเกี่ยวข้อง” ปราวีร์ กุมาร์ สิงหา ผู้นำด้านไอทีของ Synechron บริษัทผู้ให้บริการไอทีระดับโลก และหนึ่งในลูกค้ากลุ่มแรกที่ได้ทดลองใช้ฟีเจอร์ดังกล่าว กล่าว “ด้วย Site24x7 AIOps เราสามารถกรองสัญญาณเตือนที่ไม่จำเป็นออกได้เกือบ 90% ระบุปัญหาได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเร่งกระบวนการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งช่วยให้เรารักษาระดับการให้บริการตาม SLA ได้ดียิ่งขึ้น ลด MTTR และท้ายที่สุดสามารถมอบประสบการณ์ดิจิทัลที่เชื่อถือได้ให้แก่ลูกค้า”

    การนำ AI แบบอัตโนมัติเข้ามาใช้ใน Site24x7 ถือเป็นก้าวสำคัญสู่การยกระดับการปฏิบัติการด้าน IT ให้มีความเป็นอัตโนมัติมากขึ้น โดยอาศัยการวิเคราะห์ข้อมูลจากการสังเกตการณ์ระบบเพื่อลดภาระในการประมวลผลของทีมงาน และแปลงอินไซต์ที่ได้ให้กลายเป็นแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนและนำไปใช้ได้จริง “ด้วย MCP ที่ทำหน้าที่เป็นชั้นควบคุมและกำกับดูแล (Control and Governance Layer) เรามั่นใจได้ว่าความสามารถด้าน AI เหล่านี้จะถูกนำไปใช้อย่างปลอดภัยและอยู่ภายใต้กรอบการกำกับดูแลขององค์กร สิ่งนี้ช่วยให้ผู้นำด้านไอทีสามารถก้าวสู่เวิร์กโฟลว์แบบเอเจนติก (Agentic Workflows) ได้อย่างมั่นใจ ก้าวทันกระแสการนำ AI มาใช้ และเสริมสร้างความยืดหยุ่นให้กับบริการดิจิทัลที่มีความสำคัญต่อธุรกิจ” ศรีนิวาสะ ราฆวัน กล่าว

    ความสามารถหลักประกอบด้วย:

    • การวิเคราะห์ความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุแบบเข้าใจบริบทของโดเมน (Domain-Aware Causal Correlation) ควบคู่กับการตรวจจับความผิดปกติเชิงคาดการณ์ (Predictive Anomaly Detection): ตรวจจับความผิดปกติและเชื่อมโยงสัญญาณที่เกี่ยวข้องจากทั้งแอปพลิเคชัน โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่าย เข้าด้วยกันเป็นปัญหาเดียวที่มีบริบทครบถ้วน ช่วยให้ทีมงานมองเห็นภาพรวมความเชื่อมโยงของเหตุการณ์ได้ชัดเจน และทราบทันทีว่าควรเริ่มต้นแก้ไขจากจุดใด
    • AI Agents ที่ปรับแต่งได้ พร้อมระบบอัตโนมัติแบบกำกับดูแลและขับเคลื่อนด้วยภารกิจ (Governed, Task-Driven Automation): เปิดให้องค์กรสามารถสร้างและปรับแต่ง AI Agents ให้เหมาะกับบริบทการทำงานของตนเอง กำหนดกรอบการใช้งานที่ได้รับอนุมัติ (guardrails) ผ่านเอกสารโซลูชัน และมอบหมายภารกิจเพื่อให้เอเจนต์ดำเนินงานตั้งแต่การวิเคราะห์ไปจนถึงการแนะนำแนวทางแก้ไขอย่างเป็นขั้นตอน ช่วยให้เวิร์กโฟลว์การตอบสนองต่อเหตุการณ์มีความสอดคล้องและเป็นมาตรฐานเดียวกันในทุกทีม
    • รากฐาน Agentic ที่ขับเคลื่อนด้วย MCP สำหรับองค์กร: MCP ทำหน้าที่เป็นเลเยอร์สำคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถพัฒนาและนำกรณีการใช้งานแบบ Agentic ไปใช้จริงบนพื้นฐานของข้อมูล Observability ได้อย่างเป็นระบบ โดยกำหนดมาตรฐานการเข้าถึงข้อมูลของเอเจนต์ การปฏิบัติตามแนวทางที่ได้รับอนุมัติ และการดำเนินงานภายใต้กลไกควบคุมและตรวจสอบย้อนกลับ (auditability) ที่พร้อมสำหรับองค์กร
    • การแก้ไขปัญหาแบบ Orchestrated ด้วย Qntrl: ประสานการดำเนินการต่อเนื่อง (downstream actions) ผ่านเวิร์กโฟลว์ที่มีโครงสร้างและรันบุ๊กที่ทำซ้ำได้ ขับเคลื่อนด้วยแพลตฟอร์มเวิร์กโฟลว์และการออร์เคสเตรชันของ Zoho โดยมีขั้นตอนการอนุมัติและการติดตามตรวจสอบที่ฝังอยู่ในระบบ เพื่อรองรับการทำงานอัตโนมัติอย่างมีการควบคุม

    ความสามารถด้าน AIOps เหล่านี้ พร้อมให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ทุกคนในแพ็กเกจ Professional และ Enterprise

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.newswit.com/th/ieuw4nze10q33hhwr9mgr267lwpvnz0j&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1k8fZ8eZRb1A0enyO5UFDv

  • กรมทะเลวางทุ่นสกัดคราบน้ำมันเรืออับปาง หวั่นกระทบหาดดังภูเก็ต

    กรมทะเลวางทุ่นสกัดคราบน้ำมันเรืออับปาง หวั่นกระทบหาดดังภูเก็ต

    วันนี้ (26 ก.พ.2569) ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ศูนย์จัดการพื้นที่คุ้มครองหมู่เกาะราชา จ.ภูเก็ต และศูนย์อนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเล จ.ภูเก็ต เกี่ยวกับการติดตามผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเล จากเหตุการณ์เรือ SEALLOYD ARC อับปาง ลงในทะเลอันดามัน บริเวณ จ.ภูเก็ต เมื่อวันที่ 7 ก.พ.2569 ที่ผ่านมา

    พบว่า ยังคงมีคราบน้ำมันปรากฏในบริเวณจุดอับปาง และตรวจพบก้อนน้ำมัน (Tar Ball) กระจายตัวในพื้นที่หาดกาฮัง เกาะเฮ เป็นระยะทางประมาณ 80-100 เมตร ส่งผลกระทบต่อกิจกรรมการท่องเที่ยวในบริเวณดังกล่าว

    ศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้บูรณาการกำลังพลในการระดมเก็บกู้คราบน้ำมันออกจากชายหาด รวมทั้งดำเนินการวางทุ่นกั้นน้ำมัน (Boom) เพื่อสกัดกั้นและป้องกันไม่ให้น้ำมันไหลลุกลามไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ เช่น หาดในหาน หาดราไวย์ และหาดกะตะ

    สำหรับแผนปฏิบัติการในระยะต่อไป ในวันนี้ทีมผู้เชี่ยวชาญจะดำน้ำ ลงไปอุดรอยรั่วของเรือ ซึ่งภารกิจดังกล่าวล่าช้ากว่าที่กำหนด เนื่องจากต้องใช้เวลาจัดการเจรจาเรื่องค่าใช้จ่ายระหว่างบริษัทเจ้าของเรือและทีมสำรวจใต้น้ำ จนกระทั่งได้ข้อสรุป

    ภาพประกอบข่าว กรมทะเลวางทุ่นสกัดคราบน้ำมันเรืออับปาง หวั่นกระทบหาดดังภูเก็ต

    นอกจากนี้ ยังได้ประสานความร่วมมือกับเทศบาล องค์การบริหารส่วนตำบล และผู้ประกอบการท่องเที่ยวในพื้นที่ เพื่อร่วมกันเก็บกวาดคราบน้ำมันออกจากชายหาด พร้อมเก็บตัวอย่างก้อนน้ำมันเพื่อนำไปวิเคราะห์และตรวจสอบในห้องปฏิบัติการ

    กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง จะติดตามและเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป เพื่อประเมินและควบคุมผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งของจังหวัดภูเก็ต รวมทั้งรักษาความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจการท่องเที่ยวของพื้นที่

    อ่านข่าว :

    สภาฯ เปิดให้ สส.รายงานตัววันแรก คาดโหวตนายกฯ ก่อนสงกรานต์

    สมาชิกเดโมแครตโจมตี “ทรัมป์” แถลงนโยบายต่อสภา ชี้โกหก-เพ้อฝัน

    สภาพอากาศวันนี้ พายุฤดูร้อนไทยตอนบนฝนฟ้าคะนอง ลมแรง – กทม.ฝน 30 %

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/502634&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22wINP9Ws-5-n1yWpBSPQd

  • D

    D

    Dek-D

    ตรวจสอบว่าคุณเป็นมนุษย์ด้วยการทำคำสั่งนี้ให้เสร็จสิ้น

    เว็บไซต์ Dek-D ต้องตรวจสอบความปลอดภัยการเชื่อมต่อของคุณก่อนดำเนินการต่อ

    IP ของคุณคือ: 199.79.62.10

    ประสิทธิภาพและความปลอดภัยโดย Cloudflare

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dek-d.com/activity/68112/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XAZQo0eNwRiIYTEAUaVqW

  • สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.อุบลฯ ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอุบลฯ จัดงาน “บวงสรวงปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีปทุมา”

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.อุบลฯ ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอุบลฯ จัดงาน “บวงสรวงปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีปทุมา”

    ภูมิภาค

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจ.อุบลฯ ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวอุบลฯ จัดงาน “บวงสรวงปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีปทุมา”

    วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 10.33 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 25 ก.พ.69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี  ร่วมกับสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานี กำหนดจัดงาน “บวงสรวงปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีปทุมา” ขึ้น ในวันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30 น.  ณ สถานที่ปฏิบัติธรรมพุทธนิมิตหมู่3 บ้านฮี ตำบลคำเจริญ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนา “การท่องเที่ยวเชิงศรัทธา (Faith-Based Tourism)” ที่เชื่อมโยงพลังความเชื่อ ความศรัทธา และอัตลักษณ์ท้องถิ่น เข้ากับการสร้างประสบการณ์ท่องเที่ยวที่มีคุณค่า พร้อมทั้งกระตุ้นเศรษฐกิจ และสร้างรายได้หมุนเวียนสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

    ตามความเชื่อของสายศรัทธาพญานาค “ปู่ศรีสุทโธ – ย่าศรีปทุมา” ทรงเป็นพญานาคผู้ยิ่งใหญ่ในตระกูลสีเขียว “เอราปถ” เป็น 1 ใน 9 นาคาธิบดี และถือเป็นพญานาคประจำวันพุธ อีกทั้งยังได้รับการกล่าวขานว่าเป็นองค์ที่ใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด จึงเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชนทั่วประเทศ
                   
    ภายในงานพบกับศิลปินและนักแสดงชื่อดังที่มีผู้ติดตามในสื่อสังคมออนไลน์ระดับหลักล้าน อาทิ  จั๊กจั่น อคัมย์สิริ, เบญ เรวิญานันท์ , อ๊อฟ สุรพล, สาวคำหล้า, ส้มโอ มนัญญา โดยศิลปิน จะมาร่วมพิธีบวงสรวงและรำถวายเป็นสิริมงคล พร้อมร่วมประชาสัมพันธ์จังหวัดอุบลราชธานีสู่สายตาประชาชนทั่วประเทศ สะท้อนพลังศรัทธาที่ผสานกับพลังสื่อสารยุคดิจิทัล เพื่อยกระดับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดอุบลฯ
                     
    จึงขอเชิญประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมเป็นส่วนหนึ่งของพลังศรัทธา และร่วมกันขับเคลื่อนการท่องเที่ยวจังหวัดอุบลราชธานีให้เติบโตไปด้วยกัน วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 16.30 น. พบกันที่ สถานที่ปฏิบัติธรรมพุทธนิมิต หมู่ 3 บ้านฮี ตำบลคำเจริญ อำเภอตระการพืชผล จังหวัดอุบลราชธานี

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/467373&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17swsEjXMm4hos3acFdd_f

  • เซี่ยงไฮ้เผยยอดนักท่องเที่ยว-เม็ดเงินสะพัดช่วงตรุษจีน โชว์ศักยภาพเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

    เซี่ยงไฮ้เผยยอดนักท่องเที่ยว-เม็ดเงินสะพัดช่วงตรุษจีน โชว์ศักยภาพเติบโตอย่างแข็งแกร่ง

    ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net

    สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้

    นครเซี่ยงไฮ้เปิดเผยความสำเร็จในช่วงเทศกาลตรุษจีนปีมะเมีย ซึ่งเป็นวันหยุดยาวต่อเนื่อง 9 วัน โดยได้มีการจัดกิจกรรมไฮไลต์ด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวรวมกว่า 2,570 รายการ เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวภายในมหานครอันคึกคักแห่งนี้ ส่งผลให้เกิดการจับจ่ายใช้สอยในภาควัฒนธรรมและการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนอย่างมีนัยสำคัญ โดยทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและยอดการบริโภคในตลาดวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวต่างขยายตัวขึ้นอย่างต่อเนื่อง

    ข้อมูลบิ๊กดาต้าจากสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้พบว่า มียอดนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามายังนครเซี่ยงไฮ้มากถึง 21.6721 ล้านคน เพิ่มขึ้น 8.36% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ยอดการใช้จ่ายด้านการท่องเที่ยวโดยรวมขยับสูงขึ้นไปแตะ 2.5614 หมื่นล้านหยวน หรือพุ่งสูงขึ้นถึง 20.90% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

    อัตราการเข้าพักเฉลี่ยของโรงแรมและบ้านพักในพื้นที่ขยับตัวสูงขึ้นสู่ระดับ 50.60% หรือเพิ่มขึ้น 3.10 จุดเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อนหน้า

    ความสำเร็จของแคมเปญส่งเสริมการท่องเที่ยวในครั้งนี้ เป็นการต่อยอดการแข่งขันประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวนครเซี่ยงไฮ้ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยมีการบูรณาการทรัพยากรของเมืองในมิติต่าง ๆ ทั้งด้านวัฒนธรรม การท่องเที่ยว การค้า กีฬา และการจัดนิทรรศการ เข้าไว้ด้วยกันอย่างเป็นระบบ

    นอกจากนี้ การสร้างสรรค์นวัตกรรมและยกระดับผลิตภัณฑ์ด้านการท่องเที่ยว ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญที่ช่วยพลิกโฉมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวช่วงตรุษจีนของเซี่ยงไฮ้ในปีนี้ จนเกิดเป็นเทรนด์ใหม่ที่ดึงดูดให้ผู้คนหันมาเฉลิมฉลองเทศกาลปีใหม่จีนภายในตัวเมืองเซี่ยงไฮ้อย่างคึกคัก

    ทางหน่วยงานวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวของนครเซี่ยงไฮ้ ได้เปิดตัวเส้นทางท่องเที่ยวเจาะลึกช่วงเทศกาลตรุษจีนกว่า 130 เส้นทาง ภายใต้ 3 คอนเซปต์หลัก ซึ่งกลายเป็นแพ็กเกจยอดนิยมบนแพลตฟอร์มจองการท่องเที่ยวออนไลน์ (OTA) ผ่านการจัดกิจกรรมไลฟ์สดบนแพลตฟอร์มชั้นนำต่าง ๆ ขณะที่นักท่องเที่ยวจากตลาดเฉพาะกลุ่ม เช่น กรีซและสโลวีเนีย มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึงเท่าตัว โดยกลุ่มนักท่องเที่ยวเหล่านี้ได้สัมผัสเสน่ห์อันเป็นเอกลักษณ์ของเจียงหนานและวัฒนธรรมเซี่ยงไฮ้อย่างลึกซึ้ง

    เซี่ยงไฮ้ยังได้สร้างสรรค์กิจกรรมระดับพรีเมียมในรูปแบบเส้นทางท่องเที่ยวตามธีมต่าง ๆ โดยอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนในการเปิดตัวกิจกรรมพิเศษรวม 353 รายการ บนแพลตฟอร์มบริการท่องเที่ยวอัจฉริยะ “Hu Xiaoyou” ขณะเดียวกัน การท่องเที่ยวเชิงวิทยาศาสตร์และอุตสาหกรรมก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เซี่ยงไฮ้กลายเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้น ๆ สำหรับผู้ที่มองหาแหล่งเฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีนนอกภูมิลำเนา

    แลนด์มาร์กสำคัญทางวัฒนธรรมและย่านการค้า ไม่ว่าจะเป็นเวสต์บันด์ เกต เอ็ม (West Bund GATE M) เมืองโบราณผานหลง (Panlong) และสวนจางหยวน (Zhangyuan) ต่างพร้อมใจกันจัดเทศกาลตรุษจีนและกิจกรรมเที่ยวชมสวน จนกลายเป็นธรรมเนียมใหม่ของการฉลองปีใหม่จีนในเขตเมือง นอกจากนี้ นครเซี่ยงไฮ้ยังได้สร้างปรากฏการณ์ใหม่ด้วยการประเดิมจัดคอนเสิร์ตขนาดใหญ่ในช่วงเทศกาลเป็นครั้งแรก โดยคอนเสิร์ตของศิลปินชื่อดังอย่างเริ่น เสียนฉี (Richie Jen) และแคปเปอร์ (Capper) สามารถดึงดูดแฟนคลับจำนวนมหาศาลจากทั่วประเทศให้เดินทางมารวมตัวกันที่นี่

    การผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างกลิ่นอายตรุษจีนสไตล์เซี่ยงไฮ้กับองค์ประกอบทางวัฒนธรรมจีนร่วมสมัย ช่วยยกระดับบรรยากาศงานรื่นเริงพื้นบ้านทั่วทั้งเมืองให้มีสีสันยิ่งขึ้น โดยเซี่ยงไฮ้เน้นการถ่ายทอดประสบการณ์ผ่านวิถีชีวิตผู้คน ด้วยแคมเปญเทศกาลชมโคมไฟทั่วเมือง โดยเฉพาะการแสดงโคมไฟที่สวนอวี้หยวน (Yuyuan) และอินเล็ต (Inlet) ที่เนรมิตค่ำคืนของมหานครแห่งนี้ให้สว่างไสวด้วยแสงสีอันตระการตา

    นอกจากนี้ ยังมีการจัดเทศกาลมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ และกิจกรรมครัวปรมาจารย์เชฟ ทั้งในศูนย์ส่งเสริมวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวกลางเมือง รวมถึงย่านเมืองเก่าแถบชานเมือง ขณะที่โรงแรมหรูหลายแห่งได้นำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมเหล่านี้ผ่านบริการที่พักแบบครบวงจร ที่รวมทั้งประสบการณ์การพักผ่อน การรับประทานอาหาร และการท่องเที่ยวเข้าไว้ด้วยกัน พร้อมเสิร์ฟเมนูท้องถิ่นยอดนิยมอย่างอาหารสไตล์เซี่ยงไฮ้และเสี่ยวหลงเปาร้านหนานเซียง (Nanxiang) ให้ผู้มาเยือนได้สัมผัสรสชาติต้นตำรับของเทศกาลตรุษจีน

    สำหรับในระยะต่อไปนั้น นครเซี่ยงไฮ้ยังคงมุ่งมั่นที่จะบูรณาการทรัพยากรทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อยกระดับการบริโภคในภาควัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และหวังให้ผู้คนจำนวนมากได้สัมผัสมิตรภาพและความมีชีวิตชีวาของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของเซี่ยงไฮ้

    ที่มา: สำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวเทศบาลนครเซี่ยงไฮ้

    ข่าวประชาสัมพันธ์ โดย ThaiPR.net

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRDP0PR33A6W2H52OG6TCNT1XXC795G8&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1CnpLvQM-16f0-m1NmQEMO

  • ดูดวงรายวันประจำวันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันจันทร์

    ดูดวงรายวันประจำวันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันจันทร์

    ดูดวงรายวันประจำวันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับท่านที่เกิดวันจันทร์

    • การงาน : ทำธุรกิจด้านการท่องเที่ยวประสบความสำเร็จ
    • การเงิน : บริวารจะนำโชคมาให้
    • ความรัก : ไม่มีเวลาทุ่มเทเรื่องความรัก

    เคล็ดลับเสริมดวงประจำวันนี้

    • ทำบุญเลี้ยงอาหารกลางวันผู้สูงอายุ
    • อัญมณีมงคล: ควอตซ์ใส
    • สีมงคล: สีชมพู
    • เลขนำโชค: 1, 5, 7, 8, 9

    ฤกษ์ดีประจำสัปดาห์มีผลตั้งแต่วันที่ 22 – 28 กุมภาพันธ์ 2569 (ช่วงเวลาที่เหมาะสม)

    • 06:29 – 11:39 : ฤกษ์ดีในการทำบุญขึ้นบ้านใหม่
    • 09:00 – 11:59 : ฤกษ์ดีในการซื้อรถยนต์คันใหม่
    • 09:09 – 11:09 : ฤกษ์ดีในการติดต่อเจรจางานต่างๆ
    • 08:19 – 09:59 : ฤกษ์ดีในการเปิดร้านเริ่มธุรกิจใหม่
    • 06:00 – 12:00 : ฤกษ์ดีในการเดินทางทำบุญ

    ดูดวงเพิ่มเติม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/322698/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2gMdp1hAPsF-BYfHe9uusR

  • สลดเมืองท่องเที่ยว! เร่งล่าคนร้ายทำร้ายหนุ่มใหญ่ออสเตรเลียดับ | เดลินิวส์

    สลดเมืองท่องเที่ยว! เร่งล่าคนร้ายทำร้ายหนุ่มใหญ่ออสเตรเลียดับ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 25 ก.พ. 2569 เวลา 23.00 น. พ.ต.ท.ชนันท์ เมฆฉาย สว. (สอบสวน) สภ.ป่าตอง จ.ภูเก็ต รับแจ้งเหตุมีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเสียชีวิตที่โรงพยาบาลป่าตอง จึงรายงานให้ พ.ต.อ.กรกฤช ขันธ์เครือ ผกก.สภ.ป่าตอง ทราบ ก่อนรุดไปตรวจสอบ พบผู้เสียชีวิตคือ MR.ALAN ROGER JOLLIFFE อายุ 58 ปี สัญชาติออสเตรเลีย สภาพศพมีบาดแผลฉกรรจ์บริเวณศีรษะจากการถูกทำร้ายร่างกายอย่างรุนแรง

    จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลาประมาณ 17.00 น. ของวันเดียวกัน ผู้ตายถูกทำร้ายร่างกายบริเวณถนนประชานุเคราะห์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต โดยเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพได้เร่งนำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลป่าตอง เนื่องจากอาการสาหัสและมีแผนจะส่งตัวไปรักษายังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ตต่อ แต่ผู้บาดเจ็บทนพิษบาดแผลไม่ไหวและเสียชีวิตลงเมื่อเวลา 22.23 น. แพทย์จึงแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าตรวจสอบและส่งศพไปชันสูตรอย่างละเอียดที่แผนกนิติเวช โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต ต่อไป

    พ.ต.ท.ชนันท์ ได้ประสานชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุและไล่ตรวจกล้องวงจรปิดโดยรอบเพื่อเร่งระบุตัวตนและติดตามจับกุมคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้เร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีสะเทือนขวัญที่กระทบต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยว พร้อมกันนี้ได้ประสานงานไปยังสถานทูตออสเตรเลีย เพื่อแจ้งให้ญาติผู้เสียชีวิตทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5636272/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2p7_Ng4vb5AdkOoj1SqLb4

  • กนง.หั่น ดบ.เหลือ 1% พยุงเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำ

    กนง.หั่น ดบ.เหลือ 1% พยุงเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำ

    วันพฤหัสบดี ที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) แถลงผลการประชุม กนง. ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าคณะกรรมการฯ มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เป็น 1.00% ต่อปี โดยให้มีผลทันที โดยกรรมการส่วนใหญ่เห็นควรให้ลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย  เพื่อให้ภาวะการเงินสนับสนุนการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และยังช่วยบรรเทาภาระหนี้ให้กับ SMEs และครัวเรือนเพิ่มเติม และเพื่อยึดเหนี่ยวการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลางที่มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ขณะที่กรรมการ 2 ท่าน เห็นควรให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ 1.25% โดยเห็นว่านโยบายการเงินปัจจุบันยังสอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ และการลดดอกเบี้ยที่ผ่านมาอยู่ระหว่างการส่งผ่านไปยังเศรษฐกิจ

    ทั้งนี้กรรมการส่วนใหญ่เห็นว่าเศรษฐกิจขยายตัวสูงกว่าที่ประเมินไว้ในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 แต่ยังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพและไม่ทั่วถึงในปี 2569 และ 2570 จากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อในระยะข้างหน้ามีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม รวมถึงแรงกดดันด้านอุปสงค์ที่มีจำกัดตามเศรษฐกิจที่ยังขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพ ด้านสินเชื่อรวมยังหดตัวต่อเนื่อง เงินบาทปรับแข็งค่าขึ้น อีกทั้งสภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนยังตึงตัว

    นายดอน กล่าวอีกว่า คณะกรรมการฯ ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพระบบการเงินในระยะปานกลาง รวมทั้งขีดความสามารถของนโยบายการเงินที่มีอยู่จำกัดภายใต้บริบทที่มีความไม่แน่นอนสูง และเห็นว่าอัตราดอกเบี้ยที่ปรับลดลงสะท้อนถึงนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายเพียงพอและสอดคล้องกับการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจในระยะข้างหน้า โดยเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำจากปัจจัยเชิงโครงสร้างไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยนโยบายการเงินเพียงอย่างเดียว แต่จำเป็นต้องผสมผสานนโยบายหลายด้านเพื่อเพิ่มผลิตภาพการผลิตและขีดความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจ รวมทั้งมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดอื่น

    “เศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 4 ปี 2568 ขยายตัวมากกว่าที่ประเมินไว้ ส่วนหนึ่งจากปัจจัยชั่วคราวในช่วงปลายปี แต่อีกส่วนหนึ่งจากแรงส่งทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการลงทุนและการส่งออกสินค้า ซึ่งส่งผลต่อเนื่องไปยังเศรษฐกิจปี 2569 และปี 2570 อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจในระยะข้างหน้ายังมีแนวโน้มขยายตัวต่ำกว่าศักยภาพจากปัญหาเชิงโครงสร้างและการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น โดยแม้การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนมีแนวโน้มดีกว่าที่ประเมินไว้ แต่กระจุกตัวในกลุ่มเทคโนโลยีเป็นสำคัญและสร้างมูลค่าเพิ่มต่อเศรษฐกิจลดลงกว่าในอดีต ขณะที่การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มขยายตัวชะลอลงจากปี 2568 ในระยะข้างหน้า ต้องติดตามความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีของสหรัฐฯ ความล่าช้าของกระบวนการงบประมาณปี 2570 และการปรับตัวของ SMEs ที่ยังเผชิญปัญหาด้านการแข่งขัน การเข้าถึงสินเชื่อ และการแข็งค่าของเงินบาท”นายดอน กล่าว

    สำหรับอัตราเงินเฟ้อทั่วไปในปี 2569 และปี 2570 มีความเสี่ยงด้านต่ำเพิ่มขึ้นจากที่ประเมินไว้เดิมตามแนวโน้มราคาพลังงานและมาตรการภาครัฐที่อาจมีเพิ่มเติม และถูกกดดันเพิ่มเติมจากการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูงและกำลังซื้อที่ยังอ่อนแอ โดยคาดว่าอัตราเงินเฟ้อทั่วไปจะทยอยปรับเข้าสู่กรอบเป้าหมายช้ากว่าที่ประเมินไว้จากช่วงครึ่งแรกของปี 2570 เป็นช่วงครึ่งหลังของปี อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อยจากที่ประเมินไว้เช่นกันและทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้ ความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอยู่ในระดับต่ำสะท้อนจากราคาสินค้าและบริการที่ไม่ได้ปรับลดลงเป็นวงกว้าง โดยอัตราเงินเฟ้อคาดการณ์ในระยะปานกลางปรับลดลงบ้างแต่ยังอยู่ในกรอบเป้าหมาย คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามความเสี่ยงภาวะเงินฝืดอย่างใกล้ชิด

    ส่วนอัตราดอกเบี้ยในระบบสถาบันการเงินและตลาดการเงินโดยรวมปรับลดลงตามการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งช่วยลดต้นทุนทางการเงินและบรรเทาภาระหนี้ให้กับภาคธุรกิจและครัวเรือน อย่างไรก็ดี ต้นทุนการกู้ยืมของ SMEs ที่มีความเสี่ยงสูงยังปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่สินเชื่อยังหดตัวต่อเนื่อง ส่วนหนึ่งจากสถาบันการเงินยังระมัดระวังการปล่อยสินเชื่อให้กับลูกหนี้รายใหม่และลูกหนี้ที่มีความเสี่ยงด้านเครดิตสูง คณะกรรมการฯ เห็นควรให้ติดตามการส่งผ่านของนโยบายการเงินและการขยายตัวของสินเชื่อ รวมทั้งสนับสนุนให้มีมาตรการทางการเงินเฉพาะจุดเพื่อดูแลกลุ่มเปราะบาง

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/949273&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0cY_rKsQi9XnIMqgxOeZFQ