Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ประธานมอบทุนมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ 33 ทุน ประจำปี 69

    ผู้ว่าฯศรีสะเกษ ประธานมอบทุนมูลนิธิเปรม ติณสูลานนท์ 33 ทุน ประจำปี 69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/132409&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw03Ajn7xZxEcRUDyaiHuZcH

  • ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ | TOPNEWS

    ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ | TOPNEWS

    พลโท อดุลย์ จันทร์มา ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ มอบเครื่องหมาย “นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์ ให้กับผู้เข้ารับการอบรม หลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร ณ แหล่งสมาคมนายทหาร หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ จังหวัดลพบุรี เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สำหรับเครื่องหมาย“นักกระโดดร่มกองทัพบก” ชั้นกิตติมศักดิ์นี้ เป็นเกียรติยศที่มอบแก่บุคคลผู้ทำคุณประโยชน์ให้แก่ ทหารรบพิเศษ หน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ และกองทัพบก โดยจะมีการพิจารณาผู้ที่มีความเหมาะสมในแต่ละปี เพื่อรับมอบในห้วง “วันรบพิเศษ” ซึ่งเป็นวันสำคัญของกำลังพลสายส่งทางอากาศและทหารรบพิเศษ

    ความหมายของเครื่องหมาย “นักโดดร่มกองทัพบก” มีดังนี้
    “ร่มชูชีพและปีกทอง” สื่อถึงผู้สำเร็จการศึกษาหลักสูตรส่งทางอากาศ มีขีดความสามารถในการกระโดดร่มลงสู่พื้นที่ปฏิบัติการ เปรียบประดุจนกที่สามารถเคลื่อนที่ในอากาศได้อย่างอิสระ ภายใต้การควบคุมที่แม่นยำ กล้าหาญ และมีวินัยสูงสุด ปีกทองจึงหมายถึงเกียรติยศ ความสามารถ และความไว้วางใจที่กองทัพมอบให้แก่ผู้ปฏิบัติภารกิจทางอากาศ

    “ช้างเอราวัณ” (ไอยราพต) เป็นสัญลักษณ์สำคัญในงานสายรบพิเศษ สื่อถึงพาหนะของพระอินทร์ผู้สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ แสดงถึงอำนาจ ความเข้มแข็ง และศักยภาพในการปฏิบัติการเหนือพื้นดิน ทั้งยังสอดคล้องกับอัตลักษณ์ของหน่วยรบพิเศษไทยที่ยึดมั่นในความกล้าหาญและความเสียสละ

    “อุณาโลม” เป็นสัญลักษณ์แห่งความเจริญก้าวหน้า และเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์ของกองทัพบก สื่อถึงความเป็นสิริมงคล ความมั่นคง และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องขององค์กร

    ดังนั้น “เครื่องหมายชั้นกิตติมศักดิ์” จะมิใช่การรับรองว่าผู้ได้รับมอบได้ผ่านหลักสูตรกระโดดร่มทางทหารโดยตรง แต่เป็นการยกย่องคุณูปการที่มีต่อภารกิจของหน่วยรบพิเศษ การที่ผู้เข้ารับการอบรมหลักสูตรพัฒนาสัมพันธ์ระดับผู้บริหาร รุ่นที่ 32 (พสบ.) ได้รับมอบเครื่องหมายในครั้งนี้ จึงสะท้อนถึงแนวคิด “การสร้างเครือข่ายเพื่อความมั่นคง” ที่เชื่อมโยงกำลังพลทางทหารกับผู้นำภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาควิชาการ อันเป็นพลังสนับสนุนสำคัญต่อภารกิจของกองทัพบก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1503620&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18susegvbrNPjcTCOj7s_h

  • ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ต้องรอด! ศึกตะวันออกกลางปะทุ เขย่าหุ้นโลก น้ำมันจ่อพุ่ง จับตาฮอร์มุซจุดแตกหัก โบรกชี้ช่อง “หุ้นหลบภัย” สงคราม

    ทันทีที่ “สหรัฐฯ และอิสราเอล” เปิดฉากโจมตี “อิหร่าน” ทางอากาศ เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2569 และอิหร่านตอบโต้ทันทีไปยังฐานทัพสหรัฐฯ หลายแห่งที่กระจายในหลายประเทศในตะวันออกกลาง ล่าสุดวันที่ 1 มี.ค.2569 มีรายงานข่าวว่าผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิตแล้ว

    สถานการณ์ปัจจุบันยังมีความเปราะบางสูง “บล.ทิสโก้” แนะนำติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และท่าทีการตอบสนองหลายประเทศทั่วโลกโดยเฉพาะจากจีนและรัสเซียซึ่งเป็นพันธมิตรใกล้ชิดกับอิหร่าน แต่อย่างไรก็ดี โอกาสที่จะเกิดสงครามระดับภูมิภาค ณ ขณะนี้ยังเป็นไปอย่างจำกัด

    ภาพรวมราคาสินทรัพย์เสี่ยงคาดจะตอบสนองทางลบ แต่ “น้ำมันและทองคำ” มีโอกาสปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดจากความเสี่ยงการหยุดชะงักของอุปทานน้ำมันและความต้องการลงทุนในสินทรัพย์ปลอดภัยที่เพิ่มขึ้น

    จากการศึกษาเหตุการณ์สงคราม-ความไม่สงบในต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 1939 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับตัวลงโดยเฉลี่ย -8.6% และใช้เวลาประมาณ 16 วันแตะจุดต่ำสุดหรือประมาณ 3 สัปดาห์ ขณะที่ราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน

    ลุ้นสงครามคลี่คลายเร็ว-ไม่ลุกลาม

    บล.ทิสโก้ ขอสังเกตการตอบสนองเชิงลบต่อเหตุการณ์ในระยะหลังๆ หรือ 5 ครั้งล่าสุดจะปรับตัวลงเฉลี่ยเพียง -3.3% และใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์แตะจุดต่ำสุด นอกจากนี้ราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 1-2 สัปดาห์ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะความไม่สงบในระยะหลังจะเป็นเหตุการณ์ที่จำกัดวง-ไม่ลุกลามบานปลายเป็นสงครามในวงกว้าง

    มุมมองของ บล.ทิสโก้ ต่อแนวโน้ม “ราคาน้ำมัน” ในระยะสั้นมีโอกาสปรับขึ้นจากปัจจุบันราว 5-10 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล

    ขณะที่ “ราคาทองคำ” บล.ทิสโก้ มองมีโอกาสแกว่งซิกแซกขึ้น เป้าหมายทดสอบจุดสูงสุดเดิมที่บริเวณ 5,600 ดอลลาร์ฯ/ออนซ์

    กลุ่มหลักคาดได้ประโยชน์-เสียประโยชน์

    🟢กลุ่มพลังงานต้นน้ำ คาดได้ประโยชน์เชิงบวก จากการวิเคราะห์ของเรา ราคาน้ำมันที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 1 ดอลลาร์ฯ/บาร์เรล จะมีผลต่อ NAV ของ PTTEP ประมาณ 3 บาท/หุ้น หุ้นเด่น PTTEP, PTT

    🟢กลุ่มโรงกลั่น (TOP, SPRC, IRPC, PTTGC) มีแนวโน้มได้รับผลบวกเช่นกัน แต่อาจถูกหักล้างบางส่วนหรือทั้งหมดหากราคาน้ำมันดิบสูงขึ้น โดยเฉพาะเกรดจากตะวันออกกลาง รวมทั้งค่าขนส่งและค่าประกันภัยที่เพิ่มขึ้น

    🔴กลุ่มเคมีภัณฑ์ (PTTGC, SCC) หากไม่รวมศักยภาพในการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลัง ราคาน้ำมันที่สูงขึ้นจะทำให้ต้นทุนวัตถุดิบแนฟทาสูงขึ้น จะสร้างแรงกดดันต่อกำไร SCC ลดลง ขณะที่ PTTGC จะได้รับการชดเชยบางส่วนจากการใช้ก๊าซเป็นวัตถุดิบ

    🔴กลุ่มค้าปลีกน้ำมัน (OR, PTG) อาจได้รับผลกระทบเชิงลบจากความเสี่ยงที่อาจถูกแทรกแซงจากรัฐบาล เช่น การกำหนดเพดานราคา กลไกการอุดหนุนหรือควบคุมส่วนต่างกำไร

    🔴กลุ่มสาธารณูปโภค (GULF, GPSC, BGRIM) อาจได้ผลเสีย จากราคาก๊าซ LNG อาจสูงขึ้นหากการขนส่งผ่านช่องแคบฮอร์มุซหยุดชะงัก ต้นทุนเชื้อเพลิงสำหรับผู้ผลิตไฟฟ้าจะสูงขึ้น และมีความเสี่ยงของการแทรกแซงอัตราค่าไฟฟ้า

    🔴กลุ่มท่องเที่ยวและขนส่ง (สายการบิน) คาดได้รับผลกระทบเชิงลบ จากการกังวลด้านความปลอดภัยในการเดินทาง การเปลี่ยนเส้นทางบิน ต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น และการระมัดระวังการใช้จ่าย อาจกระทบต่อการฟื้นตัวการท่องเที่ยวไทยโดยโฉพาะในช่วงต้นปีนี้

    🔴MINT เผชิญความอ่อนไหวสูงสุดด้วยความเสี่ยงประมาณ 5-6% จากฐานลูกค้าตะวันออกกลาง ในทางตรงข้าม CENTEL และ AWC มีความยืดหยุ่นมากกว่า โดยมีระดับความเสี่ยงต่ำกว่า 3% เนื่องจากพึ่งพาตลาดในประเทศและเอเชียตะวันออกเป็นหลัก

    เช่นเดียวกับ ERW ที่มีความเสี่ยงต่ำเช่นกัน เนื่องจากฐานรายได้ส่วนใหญ่มาจากโรงแรมในประเทศ.

    สหรัฐ-อิสราเอลบุกโจมตีอิหร่านแบบเหนือความคาดหมาย

    บทวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ระบุว่า เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ สหรัฐและอิสราเอลเปิดปฏิบัติการร่วมโจมตีอิหร่านทางอากาศ โดยกำหนดเป้าหมายบนพื้นที่ของกองทัพ, จรวดมิสไซล์ และโรงงานที่เกี่ยวข้องกับนิวเคลียร์

    ถือเป็นการยกระดับความรุนแรงที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคในรอบหลายปี มีรายงานว่าในการโจมตีดังกล่าวได้สังหารผู้นำระดับสูงของอิหร่านหลายราย รวมถึงนาย Ali Khamenei ผู้นำสูงสุดของประเทศด้วย 

    ขณะเดียวกันอิหร่านตอบโต้ด้วยการยิงจรวจมิสไซล์และใช้โดรนใส่อิสราเอลและฐานทหารของสหรัฐในพื้นที่อ่าวทำให้เกิดความหวาดกลัวว่าสถานการณ์จะลุกลามออกไปเป็นความขัดแย้งในระดับภูมิภาค และอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกสะดุด

    จากข้อมูลล่าสุดของ Energy Information Administration (EIA) ของสหรัฐ ผลผลิตน้ำมันดิบของอิหร่านในเดือนมกราคมอยู่ที่ 3.34 MBD คิดเป็นประมาณ 4% ของอุปทานน้ำมันดิบทั้งโลก 

    นอกจากนี้ กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่านได้ออกมาเตือนว่าอาจจะไม่อนุญาตให้มีการเดินเรือผ่านช่องแคบ Hormuz ซึ่งเป็นเส้นทางส่งออกสำคัญซึ่งถูกใช้ลำเลียงน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันที่ไหลเวียนอยู่ทั่วโลก สร้างความหวาดวิตกให้กับผู้คนทั้งโลก

    อัพกำไร PTTEP พุ่ง 23%

    บล.เคจีไอ ประเมินภาพ “บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP” ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2569 ขึ้นอีก 23% เป็น 6.94 หมื่นล้านบาท และปี 2570 ขึ้นอีก 18% เป็น 6.60 หมื่นล้านบาท เนื่องจากฝ่ายวิเคราะห์ปรับใช้สมมติฐานราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้นภายใต้ฉากทัศน์ว่ายังไม่มีปิดช่องแคบ Hormuz ถาวร ทำให้ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาน้ำมันดิบดูไบในปีนี้จาก 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 75 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล และปีหน้าเป็น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

    ขณะที่ปรับเพิ่มสมมติฐานราคาระยะยาวจาก 65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 70 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพื่อสะท้อนถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่สูงขึ้นในตะวันออกกลาง ทั้งนี้เมื่อเทียบกับในอดีต ราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นหลังจากที่รัสเซียบุกยูเครนเต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2565

    ราคาน้ำมันดิบดูไบ เพิ่มขึ้นจาก 93 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2565 เป็น 98 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ในวันที่บุก และวิ่งขึ้นต่อเนื่องจนไปถึงจุดสูงสุดที่ 127 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2565 หรือประมาณสองสัปดาห์ต่อมา ก่อนที่จะทยอยขยับลดลงในช่วงหกเดือนหลังจากนั้น

    เชียร์ซื้อ เคาะเป้า 150 บาท

    ฝ่ายวิเคราะห์ บล.เคจีไอ ปรับเพิ่มคำแนะนำหุ้น PTTEP จาก “ถือ” เป็น “ซื้อ” และปรับเพิ่มราคาเป้าหมาย DCF ปี 2569F จาก 120 บาท เป็น 150 บาท ใช้ WACC ที่ 9% และ terminal growth ที่เพิ่มขึ้นเป็น 1% จาก 0.5%

    โดยการปรับเพิ่มคำแนะนำและราคาเป้าหมายสะท้อนถึงการปรับเพิ่มประมาณการกำไร รวมถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นที่สถานการณ์จะลุกลามขยายตัวออกไปในภูมิภาคตะวันออกกลาง และอาจทำให้อุปทานน้ำมันดิบในตลาดโลกสะดุด

    ทั้งนี้ฝ่ายวิเคราะห์ประเมินว่า ราคาน้ำมันดิบดูไบที่เพิ่มขึ้นทุกๆ 5 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล จากสมมติฐานปี 2569 ของฝ่ายวิเคราะห์จะทำให้ประมาณการกำไรของฝ่ายวิเคราะห์เพิ่มขึ้นประมาณ 5.4 พันล้านบาท คิดเป็น upside ประมาณ 8% จากประมาณการกำไรปี 2569.

    ภาพ SETTRADE

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/business/stockholder/738768&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1alHTxrFszQ833IooYiaoV

  • อว. ชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ เรียนต่อ-ทุน-หลักสูตร-อาชีพ

    อว. ชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ เรียนต่อ-ทุน-หลักสูตร-อาชีพ

    วันจันทร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.01 น.

    กระทรวง อว. เชิญชวนร่วมงาน ‘One Stop Open House 2026’ พื้นที่แห่งโอกาสให้เยาวชนไทยได้ค้นหาเส้นทางการศึกษาและอาชีพอย่างครบวงจร โดยรวบรวมบูธจากมหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศมาไว้ในที่เดียว จัดเต็มกว่า 70 บูท พบกันในวันที่ 6 – 8 มีนาคม 2569 เข้าร่วมงานฟรี! เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ ฮอลล์ 1–2 ชั้น G ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

    ในงานแบ่งออกเป็น 3 โซนหลัก ได้แก่ โซนที่ 1: Open Mind นำเสนอทิศทางและนโยบายของกระทรวง อว. ในการเตรียมพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงของโลกศตวรรษที่ 21 พร้อมด้วยกิจกรรมทดสอบและประเมินศักยภาพ (Skill & Workforce Assessment) เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมงานค้นพบความถนัดและจุดแข็งของตนเอง โซนที่ 2: Open House เปิดพื้นที่ให้มหาวิทยาลัยชั้นนำทั่วประเทศนำเสนอหลักสูตร โอกาสทางการศึกษา และแนวทางการพัฒนาทักษะ (Upskill / Reskill) ควบคู่ไปกับการแนะแนวเส้นทางอาชีพและทุนการศึกษาในหลากหลายสาขาวิชา โซนที่ 3: Open Opportunities ส่งเสริมความเท่าเทียมในการเข้าถึงการศึกษาและอาชีพ ผ่านการนำเสนอเส้นทางอนาคต เทคโนโลยี และนวัตกรรมจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย พร้อมทั้งกิจกรรมทดลองสอบ TCAS เพื่อเสริมความพร้อมในการเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษา

     นอกจากนี้ ภายในงานยังอัดแน่นด้วยกิจกรรมไฮไลต์ตลอดทั้ง 3 วัน เพื่อเปิดประสบการณ์การเรียนรู้แบบครบมิติ ทั้งด้านวิชาการ เทคโนโลยี และการแนะแนวอาชีพอย่างเข้มข้น รวมทั้งทุนการศึกษาและโอกาสสนับสนุนจากหน่วยงานในสังกัดกระทรวง อว. เพื่อสนับสนุนการศึกษาต่อและการพัฒนาศักยภาพของเยาวชนไทยอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ปิดท้ายด้วยกิจกรรมพิเศษอย่าง “มวยไทย” ทั้งการแสดงพิธีไหว้ครู ร่ายรำมวยไทยโบราณ คีตะมวยไทย การสาธิตแม่ไม้ และเวทีเสวนา “มวยไทยกับเส้นทางการศึกษาและอาชีพ”  เป็นต้น

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/lady/950206&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3josieIph62jFFFLEmTLxo

  • “จิณห์นิภา” ต้านไม่ไหวพ่ายดีกรีแชมป์ ตกรอบแรก ศึกเทนนิส “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส ทัวร์ เจ300” | เดลินิวส์

    “จิณห์นิภา” ต้านไม่ไหวพ่ายดีกรีแชมป์ ตกรอบแรก ศึกเทนนิส “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส ทัวร์ เจ300” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสเยาวชนนานาชาติ เก็บคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลก รายการ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 2 มี.ค.69 ในรอบเมนดรอว์ ประเภทหญิงเดี่ยว จิณห์นิภา ตราชูวณิช มือ 1744 เยาวชนโลก ซึ่งได้ไวลด์การ์ดหรือสิทธิพิเศษลงแข่งขัน ต้องยุติเส้นทางแค่รอบแรกเท่านั้น หลังพ่ายให้กับ เล่ย ไมลัวตี้ นักหวดสาวลูกครึ่งจีน-แคนาดา มือ 131 เยาวชนโลก และแชมป์หญิงเดี่ยวศึกไอทีเอฟ จูเนียร์ส เจ200 ที่ไทย เมื่อสัปดาห์ก่อน 0-2 เซต 3-6, 3-6 เล่ย ไมลัวตี้ เข้ารอบ 2 ไปพบกับ เฟลิซาตา โดโรฟีวา-ไรบาส มือ 54 เยาวชนโลกจากรัสเซีย ต่อไป

    ผลคู่อื่น ๆ ประเภทหญิงเดี่ยว รอบแรก โชติรินทร์ แก้วก่า แพ้ เอลเลน เฮิร์สชี (ออสเตรเลีย) 4-6, 0-6, ธฤตา หงษ์หยก แพ้ อัลบินา คาเคโนวา (คาซัคสถาน) 6-7 (5-7), 3-6, ปัฐน์ธินันต์ เผือกคำ แพ้ เคอิซิยา เบอร์ซินา (ลัตเวีย) 1-6, 1-6, พิชญาภัค ศรีมุกข์ แพ้ อู๋ หรู ซี (จีน) 0-6, 1-6 ปารมี ทัดแก้ว แพ้ ดาริอา คุซเนตโซวา 4-6, 2-6

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5650661/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GJ7ydQ-CKM_1GLw2D8KFo

  • เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า หน่วยงานควรประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีที่ผิดกฎหมายต่อโรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน

    เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า หน่วยงานควรประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีที่ผิดกฎหมายต่อโรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน

    เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรของอิหร่านประจำ ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) กล่าวว่า หน่วยงานควรประณามอย่างรุนแรงต่อการโจมตีที่ผิดกฎหมายต่อโรงงานนิวเคลียร์เพื่อสันติของอิหร่าน

    🔹 เรซา นาญาฟี เอกอัครราชทูตและผู้แทนถาวรแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านประจำ IAEA กล่าวเมื่อวันจันทร์ ในการประชุมพิเศษของคณะผู้ว่าการของหน่วยงานว่า ข้อกล่าวอ้างที่ว่าอิหร่านพยายามแสวงหาอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งสหรัฐฯ ใช้เป็นข้ออ้างในการรุกรานประเทศของตนนั้น เป็นเรื่องไม่จริงโดยสิ้นเชิง

    🔹 เขากล่าวเสริมว่า ข้อกล่าวหาเท็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงการใช้เล่ห์เหลี่ยมอย่างกว้างขวางในนโยบายต่างประเทศของสหรัฐฯ และในอดีตพวกเขาก็เคยใช้กลอุบายเช่นนี้เพื่ออ้างความชอบธรรมให้กับการรุกรานของตนมาแล้ว

    🔹 ผู้แทนถาวรของอิหร่านกล่าวเพิ่มเติมว่า สหรัฐฯ และ “ระบอบอิสราเอล” ภายใต้ข้ออ้างการป้องกันไม่ให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ได้สังหารผู้นำสูงสุดของอิหร่าน ซึ่งได้ออกฟัตวาว่าอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงรวมถึงอาวุธนิวเคลียร์เป็นสิ่งต้องห้าม พร้อมกับเด็กและพลเรือนอีกหลายร้อยคน

    🔹 นาญาฟี เรียกร้องให้ IAEA ประณามการรุกรานดังกล่าวอย่างเด็ดขาด ในฐานะการละเมิดธรรมนูญของหน่วยงาน ตลอดจนมติและการตัดสินใจของที่ประชุมใหญ่และคณะผู้ว่าการ เนื่องจากตามหลักการเหล่านั้น “การโจมตีด้วยอาวุธหรือการข่มขู่ต่อสถานที่นิวเคลียร์ที่จัดสรรเพื่อวัตถุประสงค์สันติ ถือเป็นการละเมิดหลักการของกฎบัตรสหประชาชาติ กฎหมายระหว่างประเทศ และธรรมนูญของหน่วยงาน”

    🔹 เอกอัครราชทูตอิหร่านกล่าวว่า ความขัดแย้งในปัจจุบันเป็นผลจากความนิ่งเฉยและการไม่ดำเนินการของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติและ IAEA ต่อการรุกรานของสหรัฐฯ และอิสราเอลในสงคราม 12 วัน พร้อมเตือนว่าการไม่ตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพในขณะนี้ จะเพิ่มความเสี่ยงที่ผู้รุกรานจะยิ่งฮึกเหิมและกระทำการละเมิดที่โหดร้ายรุนแรงยิ่งขึ้น

    🔹 เขากล่าวว่า คณะผู้ว่าการมีความรับผิดชอบที่จะต้องดำเนินการอย่างเด็ดขาดตามภารกิจทางกฎหมายของตน เพราะความนิ่งเฉยจะยิ่งบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือและความไว้วางใจต่อหน่วยงานมากขึ้น🔹 นัจฟีกล่าวถึงการรุกรานร่วมกันของสหรัฐฯ และ “ระบอบอิสราเอล” ระหว่างการเจรจา โดยระบุว่าผลจากการกระทำดังกล่าวทำให้เสาหลักของสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) อ่อนแอลงอย่างมาก และน่าแปลกใจที่การกระทำเหล่านี้เกิดขึ้นจากหนึ่งในประเทศผู้ค้ำประกันสนธิสัญญา ร่วมกับอีกระบอบหนึ่งที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ และยังไม่ได้เข้าร่วมเอกสารระหว่างประเทศใด ๆ ว่าด้วยการห้ามอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง

    🔹 ผู้แทนถาวรของอิหร่านกล่าวว่า การดำเนินการของอิหร่านเพื่อปกป้องและพิทักษ์ดินแดน อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดน พลเมือง และผลประโยชน์ของตน เป็นการใช้สิทธิในการป้องกันตนเองโดยชอบธรรมตามมาตรา 51 แห่งกฎบัตรสหประชาชาติ และจะดำเนินต่อไปอย่างแข็งขันและมั่นคง จนกว่าการรุกรานจะยุติลงโดยสมบูรณ์และไม่มีเงื่อนไข

    🔹 เขาย้ำว่า ประวัติศาสตร์อันทรงเกียรติและยืนยาวของอิหร่านเป็นพยานว่า ผู้รุกรานแผ่นดินนี้ล้วนต้องสำนึกเสียใจต่อการกระทำของตนเสมอ

    🔹 ในตอนท้าย เขากล่าวว่า คำสั่งสุดท้ายของผู้นำผู้เป็นชะฮีด ที่ให้ยืนหยัดต่อสู้จนลมหายใจสุดท้าย บัดนี้ได้ดังก้องไปทั่วประเทศ และตามคำสอนทางศาสนา ศักดิ์ศรีไม่ได้รักษาไว้ด้วยการยอมจำนน แต่ด้วยการยืนหยัดและการเสียสละอย่างมั่นคงต่อความอธรรมและความอยุติธรรม

    🔹 การประชุมพิเศษของคณะผู้ว่าการ IAEA จัดขึ้นตามคำร้องขอของอิหร่านและรัสเซีย เพื่อพิจารณาพัฒนาการที่เกี่ยวข้องกับการรุกรานร่วมกันของสหรัฐฯ และ “ระบอบอิสราเอล” ต่อประเทศของตน.

  • ปลัด ก.ท่องเที่ยวฯ หารือ ททท.-สทท.-ส.โรงแรม ช่วยกันดูแล นทท.ตกค้างจากเหตุสงคราม

    ปลัด ก.ท่องเที่ยวฯ หารือ ททท.-สทท.-ส.โรงแรม ช่วยกันดูแล นทท.ตกค้างจากเหตุสงคราม

    ปลัด ก.ท่องเที่ยวฯ หารือ ททท.-สทท.-ส.โรงแรม ช่วยกันดูแล นทท.ตกค้างจากเหตุสงคราม

    เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์

    น.ส.นัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้พูดคุยกับผู้ประกอบการ และภาคอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) สมาคมโรงแรม และสมาคมในสาขาบริการต่างๆ ขอให้ร่วมมือกันในการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ตกค้างอยู่ในประเทศไทย เนื่องจากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลาง ทำให้เที่ยวบินถูกยกเลิก นักท่องเที่ยวจำนวนหนึ่งต้องอยู่ในประเทศไทยต่อ ทำให้ต้องมาดูเรื่องค่าใช้จ่ายที่เขาต้องใช้จ่าย เพราะเขาได้เข้ามาท่องเที่ยวตั้งแต่ก่อนหน้านี้ทำให้เงินอาจจะน้อยลง ดังนั้นเราควรเป็นเจ้าบ้านที่ดีในการดูแล ทางกระทรวงการท่องเที่ยวฯ จึงประสานผ่านสมาคมโรงแรมไปยังโรงแรมต่างๆที่มีนักท่องเที่ยวตกค้างว่าจะสามารถให้ส่วนลดค่าโรงแรมในราคาที่เขาสามารถจะจ่ายได้ได้หรือไม่ ขณะที่ในภาคบริการต่างๆ ได้ประสานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องด้านการท่องเที่ยวว่าจะสามารถจัด package ให้นักท่องเที่ยวสามารถไปเที่ยวต่อในราคาพิเศษ ซึ่งได้สั่งการให้ ททท.ในพื้นที่ ร่วมกับสำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด รวมไปถึงอาสาสมัครดูแลนักท่องเที่ยวเข้าไปดูแลนักท่องเที่ยวในแต่ละโรงแรมว่ามีความต้องการ หรือขาดเหลืออะไรบ้างที่เราสามารถช่วยเหลือในเบื้องต้นได้ เราถือว่าตรงนี้คือโอกาสในวิกฤตที่จะสร้างภาพจำที่ดีแก่นักท่องเที่ยวว่า ในยามวิกฤติเราก็ดูแลเขา ให้เชื่อว่าหากเดินทางมาเที่ยวในประเทศไทยจะสามารถอุ่นใจได้ว่าเราจะดูแลนักท่องเที่ยวทุกคนจนกว่าจะกลับบ้านได้ ทั้งนี้หน่วยงานทุกหน่วยงานของกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาจะต้องบูรณาการการทำงานร่วมกัน ไม่ใช่ต่างคนต่างเดิน เพื่อให้การช่วยเหลือนักท่องเที่ยวเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ และเป็นระบบ

    นอกจากนี้ สำหรับนักท่องเที่ยวที่วีซ่าจะหมดอายุ หรือคาบเกี่ยว เจ้าหน้าที่ของกระทรวงการท่องเที่ยวในแต่ละพื้นที่โดยเฉพาะพื้นที่หลักอย่าง ภูเก็ต กระบี่ พังงา เชียงใหม่ และกรุงเทพฯ รวมถึงอาสาสมัคร ต้องเข้าไปสำรวจสอบถามเพื่อให้คำแนะนำ และช่วยเหลือนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mgronline.com/uptodate/detail/9690000020700&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw17jzLA7SRMKY6rUe7WjdmB

  • เปิดยุทธศาสตร์ ‘พลิกวิกฤตเป็นโอกาส’ ไทยตั้งรับศึกตะวันออกกลาง ชูจุดยืนเป็นกลาง

    เปิดยุทธศาสตร์ ‘พลิกวิกฤตเป็นโอกาส’ ไทยตั้งรับศึกตะวันออกกลาง ชูจุดยืนเป็นกลาง

    ท่ามกลางสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรง รัฐบาลไทยและภาคเอกชนได้บูรณาการความร่วมมือครั้งสำคัญ เพื่อประเมินผลกระทบและวางแผนเชิงรุก โดยมุ่งเน้นการดูแลความปลอดภัยของคนไทย ควบคู่ไปกับการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจและการมองหา ‘โอกาสทอง’ ในวิกฤตครั้งนี้

    วันนี้ (2 มีนาคม) อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เรียกประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติในช่วงเช้า และการประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมความพร้อมในเชิงรุกในช่วงบ่าย เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็นจุดหมายปลายทางที่ปลอดภัยและน่าลงทุนที่สุดในภูมิภาค ก่อนที่ทุกภาคส่วนจะร่วมกันแถลงข่าว สรุปการเตรียมความพร้อมในทุกด้าน ดังนี้

    นายกฯ มั่นใจรับมือได้ พลังงานสำรองพร้อม-เร่งดูแลคนไทย

    อนุทินยืนยันว่าแม้สถานการณ์จะมีความไม่แน่นอนและส่งผลต่อต้นทุนการขนส่งและราคาน้ำมันโลกบ้าง แต่ไทยได้เตรียมแผนรับมือไว้รอบด้าน โดยเฉพาะความมั่นคงทางพลังงานที่มีการสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงไว้ในระดับที่ควบคุมได้ และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชนอย่างรุนแรง พร้อมย้ำว่าในทุกวิกฤตย่อมมีโอกาส ซึ่งรัฐบาลจะพยายามดึงศักยภาพของไทยออกมาให้มากที่สุด

    ในด้านความปลอดภัย นายกรัฐมนตรีสั่งการให้กระทรวงการต่างประเทศและกองทัพเตรียมพร้อมแผนอพยพคนไทย โดยเฉพาะในอิหร่าน หากสถานการณ์ยกระดับความรุนแรง รัฐบาลพร้อมจัดอากาศยานไปรับตัวกลับทันที แต่หากใครยังประสงค์จะพำนักต่อ สถานทูตฯ จะอำนวยความสะดวกในการดูแลความปลอดภัยอย่างใกล้ชิด

    คลังกาง 5 ช่องทางผลกระทบ พร้อมคว้าโอกาสดึงการลงทุน-การแพทย์

    เอกนิติ นิติฑัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง วิเคราะห์ผลกระทบผ่าน 5 ช่องทางหลัก ได้แก่ พลังงาน การค้า ท่องเที่ยว ตลาดเงิน และแรงงาน โดยชี้ว่าผลกระทบทางตรงยังมีจำกัด เนื่องจากไทยมีน้ำมันสำรองใช้ได้ถึง 60 วัน และตลาดส่งออกไปตะวันออกกลางมีสัดส่วนเพียง 4% อย่างไรก็ตาม ต้องเฝ้าระวังผลกระทบทางอ้อมอย่างค่าระวางเรือและต้นทุนขนส่งที่อาจเพิ่มขึ้น

    นอกจากนี้ ยังเห็นโอกาสจากการที่ไทยวางตัวเป็นกลาง ซึ่งจะกลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวและการลงทุนใหม่ๆ โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมการแพทย์และอาหาร ซึ่งเป็นจุดแข็งของไทยในระดับโลก เพื่อรองรับกลุ่มทุนที่ต้องการย้ายฐานการผลิตหนีความขัดแย้งมาสู่ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

    กระทรวงการต่างประเทศ เกาะติดสถานการณ์อิหร่าน เตรียมแผนอพยพทางบก-อากาศ

    สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ แสดงความห่วงใยต่อคนไทยในตะวันออกกลางที่มีกว่า 100,000 คน โดยเฉพาะในอิหร่านที่มีประมาณ 200-300 คน ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูง รัฐบาลได้จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการบริเวณชายแดนอิหร่าน-ตุรกี เพื่อเตรียมพร้อมอพยพทางบกกรณีเส้นทางอากาศถูกปิด

    ปัจจุบันมีคนไทยประมาณ 40 คนแจ้งความประสงค์ขอเดินทางกลับ ซึ่งกระทรวงฯ กำลังเร่งอำนวยความสะดวกผ่านสายการบินพาณิชย์ และพร้อมยกระดับเป็นเที่ยวบินพิเศษหากจำเป็น โดยเป้าหมายหลักคือการรักษาชีวิตคนไทยและผลักดันการแก้ไขปัญหาด้วยวิธีทางการทูต

    พาณิชย์ คลอด 6 มาตรการเหล็ก คุมราคาสินค้า-ตั้งศูนย์สายด่วน 1169

    ศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ประเมินว่าผลกระทบต่อการค้าโดยตรงยังมีวงจำกัด แต่ต้องระวังการขนส่งสินค้าไปยุโรปที่อาจต้องเดินเรืออ้อมเส้นทางเดิม จึงได้ประกาศ 6 มาตรการเข้มงวด ทั้งการดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคไม่ให้ฉวยโอกาสขึ้นราคา และการหาแหล่งวัตถุดิบสำรองร่วมกับภาคเอกชน

    นอกจากนี้ ยังเปิดศูนย์เฉพาะกิจให้คำปรึกษาผู้ประกอบการผ่านสายด่วน 1169 ตลอด 24 ชั่วโมง และสั่งการให้ทูตพาณิชย์ทั่วโลกรายงานสถานการณ์แบบเรียลไทม์ เพื่อวิเคราะห์ผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อและค่าครองชีพประชาชนอย่างใกล้ชิด

    กระทรวงแรงงานเฝ้าระวัง 6 หมื่นแรงงานในอิสราเอล-อิหร่าน

    ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ระบุว่า นายกรัฐมนตรีให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของแรงงานไทยเป็นอันดับหนึ่ง โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในอิสราเอลเกือบ 60,000 ราย ซึ่งขณะนี้ได้รับรายงานว่ามีผู้ขอเดินทางกลับไม่ถึง 20 ราย เนื่องจากรัฐบาลอิสราเอลยังดูแลความปลอดภัยได้ดี

    อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ ได้เตรียมแผนรองรับหากสถานการณ์ยืดเยื้อ โดยมีทูตแรงงานประจำตะวันออกกลางคอยประสานงานอย่างใกล้ชิด และเตรียมมาตรการช่วยเหลือเยียวยาหากแรงงานต้องเดินทางกลับประเทศไทยอย่างกะทันหัน

    คมนาคมดูแลนักท่องเที่ยวตกค้าง เร่งปรับเส้นทางเดินอากาศ

    พิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยตัวเลขเที่ยวบินที่ถูกยกเลิกกว่า 135 เที่ยวบิน ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสารหมื่นกว่าราย ซึ่งสายการบินได้เข้ามารับผิดชอบค่าที่พักและอาหารทั้งหมดแล้ว พร้อมสั่งการให้หน่วยงานในสังกัดหาเส้นทางเดินอากาศใหม่เพื่อเลี่ยงพื้นที่สู้รบ

    ในด้านการท่องเที่ยว คาดว่าผลกระทบจะมีไม่มากเนื่องจากอยู่ในช่วงเดือนถือศีลอด ซึ่งนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีจำนวนน้อยอยู่แล้ว โดยกระทรวงฯ จะเร่งบริหารจัดการระบบขนส่งเพื่อให้การเดินทางเข้า-ออกประเทศไทยยังคงดำเนินไปได้โดยไม่หยุดชะงัก

    กกร. ชูไทย ‘สวิตเซอร์แลนด์แห่งเอเชีย’ ดึงเม็ดเงินลงทุนโลก

    เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ยืนยันความเชื่อมั่นด้านพลังงานว่าไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอแม้จะได้รับผลกระทบจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยมองว่าเหตุการณ์นี้คือโอกาสในการส่งเสริมยุทธศาสตร์ความมั่นคงทางอาหารไปยังกลุ่มประเทศ GCC ทั้ง 6 ประเทศ

    กกร. ตั้งเป้าผลักดันให้ประเทศไทยเป็น ‘สวิตเซอร์แลนด์แห่งการลงทุน’ ของภูมิภาค เนื่องจากจุดยืนความเป็นมิตรประเทศของไทยจะดึงดูดการย้ายฐานผลิตในหลายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะกลุ่มนักลงทุนที่จะเดินทางมาเยือนไทยในวันที่ 6 มีนาคม 2569 นี้ ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญในการดึงเม็ดเงินเข้าประเทศ

    หอการค้าวอนรัฐเร่งแก้ปัญหาวิกฤตแรงงาน รองรับการเติบโต

    ส่วนพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานหอการค้าฯ ชี้ว่าความไม่สงบจะทำให้ไทยกลายเป็น ‘พื้นที่ปลอดภัย’ ที่เศรษฐีอาหรับจะหันมาเลือกใช้เป็นศูนย์กลางสุขภาพและท่องเที่ยวแทนยุโรป แต่สิ่งที่น่ากังวลที่สุดคือการขาดแคลนแรงงานที่อาจทำให้เครื่องยนต์เศรษฐกิจชะงัก

    หอการค้าฯ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งต่ออายุ MOU แรงงานกัมพูชา เมียนมา และลาว เพื่อรองรับอุตสาหกรรมก่อสร้าง เกษตร และการผลิต หากแก้ปัญหาแรงงานไม่ได้ ไทยอาจเสียโอกาสในการรองรับการย้ายฐานการผลิตที่กำลังจะเกิดขึ้น

    สภาพัฒน์ประเมิน GDP ไทยปี 68 ยังโตได้ แม้เจอศึกหนัก

    ดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒน์ ประเมินฉากทัศน์เศรษฐกิจไทยหากสถานการณ์จบใน 1 เดือน GDP มีโอกาสขยายตัวได้ที่ 1.6% (จากเดิม 2%) แต่หากยืดเยื้อและราคาน้ำมันพุ่งถึง 125 เหรียญ GDP อาจชะลอตัวลงมาอยู่ที่ 1.3% อย่างไรก็ตาม เสถียรภาพทางการคลังและทุนสำรองระหว่างประเทศของไทยยังมีความแข็งแกร่งพอที่จะผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/thailand-middle-east-neutral-investment-tourism/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3XOOdw0zShErKlROuE-OgA

  • คลังเปิด 5 มาตรการ รับมือสงครามตะวันออกกลาง ยันน้ำมันพอใช้ 60 วัน

    คลังเปิด 5 มาตรการ รับมือสงครามตะวันออกกลาง ยันน้ำมันพอใช้ 60 วัน

    คลังแจง 5 มาตรการ รับมือสงครามตะวันออกกลาง สกัดแรงกระแทกเศรษฐกิจไทย

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงแนวทางรองรับผลกระทบจากสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานจัดทำ “กลยุทธ์ตั้งรับควบคู่แสวงหาโอกาส” เพื่อดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจไทย พร้อมบูรณาการความร่วมมือภาครัฐและเอกชนอย่างใกล้ชิด

    มาตรการรองรับแบ่งออกเป็น 5 ด้านหลัก ครอบคลุมพลังงาน การค้า การท่องเที่ยว ตลาดเงินตลาดทุน และแรงงานไทยในต่างประเทศ

    พลังงาน มีสำรอง 60 วัน ใช้กองทุนน้ำมันพยุงราคา

    ด้านพลังงานถือเป็นความเสี่ยงสำคัญ เนื่องจากภูมิภาคตะวันออกกลางเป็นแหล่งผลิตน้ำมันคิดเป็นราว 20% ของปริมาณน้ำมันโลก หากราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น 5–10% จากระดับปัจจุบัน รัฐบาลได้เตรียมกลไกดูแลไว้แล้ว

    ประเทศไทยมีน้ำมันสำรองเพียงพอต่อการใช้งานประมาณ 60 วัน และมีกลไกกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงช่วยบรรเทาผลกระทบในระยะสั้น เป้าหมายสำคัญคือไม่ให้ต้นทุนพลังงานส่งผ่านกระทบประชาชนโดยตรง และรักษาเสถียรภาพราคาภายในประเทศ

    การค้า กระทบตรงจำกัด แต่จับตาค่าระวางเรือ

    ผลกระทบทางตรงด้านการค้าค่อนข้างจำกัด โดยไทยส่งออกไปยังตะวันออกกลางไม่ถึง 4% และนำเข้าประมาณ 8% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นน้ำมัน อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงทางอ้อมอาจมาจากค่าระวางเรือและค่าพรีเมียมประกันภัยที่สูงขึ้นจากภาวะสงคราม ทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น

    กระทรวงพาณิชย์ได้รับมอบหมายให้หารือกับภาคเอกชน เพื่อเตรียมมาตรการลดผลกระทบด้านต้นทุนโลจิสติกส์

    ท่องเที่ยว กระทบจำกัด มองเป็นจังหวะขยายตลาด

    ด้านการท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวจากตะวันออกกลางมีสัดส่วนราว 4% ของตลาดรวม จึงคาดว่าผลกระทบทางตรงมีไม่มาก ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านการท่องเที่ยวและคมนาคมมองว่าสถานการณ์ดังกล่าวอาจเป็นโอกาสในการขยายตลาดและเส้นทางบินในบางภูมิภาค

    ตลาดเงิน-ทุน ยังเสถียร ทุนสำรองแกร่ง

    ในภาวะสงคราม นักลงทุนมักโยกเงินเข้าสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น ทองคำ อย่างไรก็ดี ตลาดทุนไทยยังเคลื่อนไหวในกรอบที่สะท้อนเสถียรภาพ โดยดัชนีปรับเพิ่มขึ้นมากกว่า 17% ก่อนอ่อนตัวลงราว 2%

    ขณะเดียวกัน ไทยมีทุนสำรองระหว่างประเทศเกือบ 300,000 ล้านบาท ซึ่งเพียงพอรองรับความผันผวนในระยะหนึ่ง สะท้อนความแข็งแกร่งด้านฐานะการเงินประเทศ

    ดูแลแรงงานไทยใกล้ชิด

    ด้านแรงงาน กระทรวงการต่างประเทศเป็นหน่วยงานหลักในการประสานงานดูแลความปลอดภัยของคนไทยในพื้นที่ตะวันออกกลาง พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

    ทั้งนี้ ภาครัฐและเอกชนเห็นพ้องต้องกันในการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตรียมปรับกลยุทธ์เชิงรุกเพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจโลก โดยนายกรัฐมนตรีเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานไม่เพียงตั้งรับความเสี่ยง แต่ต้องมองหาโอกาสใหม่ ๆ โดยเฉพาะด้านการลงทุนและการขยายตลาดในช่วงที่โครงสร้างเศรษฐกิจโลกกำลังเปลี่ยนผ่าน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/business/thai-middleeast-crisis-response&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zv6sGvWlUVpDaByyuO4az

  • ‘ภาคเอกชนภูเก็ต’ ชงมาตรการเยียวยานักท่องเที่ยว เหตุสู้รบอิหร่าน

    ‘ภาคเอกชนภูเก็ต’ ชงมาตรการเยียวยานักท่องเที่ยว เหตุสู้รบอิหร่าน

    ‘ภาคเอกชนภูเก็ต’ ชงมาตรการช่วยเหลือนักท่องเที่ยว ผลกระทบจากเหตุไม่สงบตะวันออกกลาง ยกเว้นค่าธรรมเนียมเลื่อน-ยกเลิกโรงแรม พร้อมเปิดอัตราค่าที่พักพิเศษ

    2 มี.ค. 2569 – นายรังสิมันตุ์ กิ่งแก้ว ประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต เปิดเผยว่า “สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวภูเก็ต ร่วมกับสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ขอความร่วมมือสมาชิกและหน่วยงานต่างๆ ในการเสนอมาตรการให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวที่ได้รับผลกระทบจากการเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง และ ขอบคุณหลายๆ โรงแรมที่เสนอราคาห้องพักพิเศษ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงไฮซีซันก็ตาม อาทิ ป่าตองเบย์ฮิลล์ บ่อแสนวิลล่า ฯลฯ”

    ทางด้าน สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต สมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ ทำหนังสือถึงสมาชิกของสมาคมทั้ง 2 แห่ง ผู้ประกอบการโรงแรมและนักท่องเที่ยว ขอความร่วมมือและประกาศดูแลนักท่องเที่ยว เรื่อง “การดูแลและอำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางและผลกระทบต่อเที่ยวบินระหว่างประเทศ” โดยมีใจความว่า

    “ตามที่เกิดสถานการณ์ความตึงเครียดและความไม่สงบในภูมิภาคตะวันออกกลาง ส่งผลให้สายการบินในกลุ่มประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) และบางเส้นทางการบินระหว่างประเทศ ได้ประกาศระงับหรือปรับเปลี่ยนเที่ยวบินชั่วคราว ส่งผลให้นักท่องเที่ยวบางส่วนไม่สามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทยและจังหวัดภูเก็ตได้ตามกำหนด รวมถึงนักท่องเที่ยวที่พำนักอยู่ในพื้นที่อาจไม่สามารถเดินทางกลับประเทศต้นทางได้ตามแผน

    สถานการณ์ดังกล่าวถือเป็นเหตุสุดวิสัยที่อยู่นอกเหนือการควบคุมของนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการท่องเที่ยว เพื่อบรรเทาผลกระทบ สร้างความเชื่อมั่น และสะท้อนภาพลักษณ์ของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางระดับนานาชาติที่มีความพร้อมในการดูแลนักท่องเที่ยว

    สมาคมฯ ใคร่ขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการโรงแรมและธุรกิจท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ตในการพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ดังนี้ แนวทางความร่วมมือสำหรับผู้ประกอบการ

    1.พิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมในการเลื่อนการเข้าพัก (Reschedule) สำหรับผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง

    2.พิจารณายกเว้นค่าธรรมเนียมการยกเลิกการเข้าพัก (Cancellation) ในกรณีจำเป็น

    3.พิจารณาเสนออัตราค่าที่พักพิเศษหรือราคาที่เหมาะสม สำหรับนักท่องเที่ยวที่มีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาการเข้าพัก

    4.อำนวยความสะดวกด้านข้อมูลการเดินทางและให้คำแนะนำแก่นักท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด

    ความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการสะท้อนถึงความเป็นเจ้าบ้านที่ดีของประเทศไทย และช่วยรักษาภาพลักษณ์ของภูเก็ตในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพของนักท่องเที่ยวทั่วโลก สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต และสมาคมโรงแรมไทยภาคใต้ฯ ขอขอบพระคุณผู้ประกอบการทุกท่านสำหรับความร่วมมือและการสนับสนุนอย่างดียิ่งมา ณ โอกาสนี้.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/956164/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3fKhjxZbWTnAFyLELNeqqn