Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ชาวบ้านลุกฮือ! ยื่นค้านเปิด “พระใหญ่ภูเก็ต” จี้เยียวยาศพ 13 ชีวิต-ถามหาความมั่นคงพื้นที่ ก่อนจัดพิธีเปิด | เดลินิวส์

    ชาวบ้านลุกฮือ! ยื่นค้านเปิด “พระใหญ่ภูเก็ต” จี้เยียวยาศพ 13 ชีวิต-ถามหาความมั่นคงพื้นที่ ก่อนจัดพิธีเปิด | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 3 มี.ค. เพจเฟซบุ๊ก ศูนย์ข้อมูลภูเก็ต Phuket Info Center โพสต์แชร์กรณีประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุดินสไลด์บริเวณเขาพระใหญ่ ยื่นหนังสือคัดค้านการเปิดสถานที่ “พระใหญ่ภูเก็ต” จนกว่าจะมีการแก้ไขปัญหาและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างครบถ้วน

    โดยในโพสต์ระบุว่า นายฉลอง ลอยสมุทร ในนามตัวแทนประชาชนผู้ได้รับผลกระทบ ได้ยื่นหนังสือถึงผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยและไม่ยินยอมให้มีการจัดพิธีเปิดหรือเปิดให้เข้าชมพระใหญ่ในขณะนี้ พร้อมระบุข้อความว่า “ทำหน้าที่ของประชาชน ทำได้แค่ไหนทำแค่นั้น”

    หนังสือดังกล่าวมีเนื้อหาเรื่อง “ขอคัดค้านการเปิดพระใหญ่ภูเก็ต จนกว่าจะมีการแก้ไขและเยียวยาเรียบร้อย” โดยให้เหตุผลในการคัดค้าน อาทิ

    • ยังไม่มีการสำรวจความมั่นคงของพื้นที่อย่างเป็นอิสระและครอบคลุม ทั้งด้านธรณีวิทยา วิศวกรรมดิน และระบบระบายน้ำ ซึ่งควรได้รับการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญและชุมชน
    • ปัญหาการจัดการน้ำและระบบระบายน้ำยังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างยั่งยืน ซึ่งถูกมองว่าเป็นปัจจัยสำคัญของเหตุการณ์ดินถล่มก่อนหน้า
    • มีข้อกังวลเกี่ยวกับการบุกรุกหรือการใช้ที่ดินโดยไม่ได้รับอนุญาตในบริเวณรอบโครงการ ที่ยังไม่ได้รับการตรวจสอบอย่างโปร่งใส
    • ผู้ได้รับผลกระทบด้านทรัพย์สิน รวมถึงครอบครัวผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดินถล่มจำนวน 13 ราย ยังไม่ได้รับการเยียวยาและชดเชยอย่างครบถ้วน
    • ยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับการดำเนินคดีหรือการแสวงหาความรับผิดชอบจากผู้ที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย

    ขณะเดียวกัน หนังสือยังเสนอข้อเรียกร้องก่อนการเปิดสถานที่ ได้แก่ ให้ระงับการเปิดหรือจัดพิธีใด ๆ จนกว่าจะมีการตอบสนองข้อเรียกร้องเป็นลายลักษณ์อักษร จัดตั้งคณะผู้เชี่ยวชาญอิสระเข้าตรวจสอบความมั่นคงของพื้นที่และเผยแพร่รายงานต่อสาธารณะ แก้ไขระบบระบายน้ำอย่างถาวร ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีการบุกรุกที่ดินและดำเนินคดีหากพบการกระทำผิด จัดทำแผนเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับผลกระทบอย่างชัดเจน รวมถึงเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นของชุมชนอย่างโปร่งใส

    นอกจากนี้ ยังขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรายงานความคืบหน้าเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

    ทั้งนี้ ประเด็นดังกล่าวกำลังถูกจับตามองจากประชาชนในพื้นที่และผู้ใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างใกล้ชิด ว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะมีท่าทีและแนวทางดำเนินการอย่างไรต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจด้านความปลอดภัยและความเป็นธรรมแก่ผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5651932/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2jfehsEJekU45cbdMZhfVG

  • UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงิน และนวัตกรรม – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    UOB เสริมความมั่นคง ผ่านการยกระดับการเรียนรู้ การเงิน และนวัตกรรม – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – แม้อัตราการเข้าเรียนของเด็กไทยอยู่ในระดับสูง แต่ผลการประเมิน PISA ล่าสุดสะท้อนว่า นักเรียนไทยมากกว่าครึ่งยังมีผลสัมฤทธิ์ทางคณิตศาสตร์ต่ำกว่าระดับมาตรฐานขั้นต่ำ  และ ผลลัพธ์มีความเชื่อมโยงกับฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมของครอบครัวอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน ผลสำรวจของธนาคารแห่งประเทศไทยพบว่า คะแนนความรู้ทางการเงินของคนไทยเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณร้อยละ 71 โดยกลุ่มเยาวชนมีระดับความรู้และพฤติกรรมการวางแผนการเงินต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ

    ข้อมูลเหล่านี้สะท้อนความท้าทายด้าน “ความพร้อม” ของคนรุ่นใหม่ในเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงรวดเร็ว ซึ่งต้องอาศัยทั้งทักษะดิจิทัล วินัยทางการเงิน และความสามารถในการปรับตัว

    ยูโอบี ประเทศไทย จึงพัฒนาแนวทางสนับสนุนเยาวชนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งสร้างความมั่นคง และความพร้อมตั้งแต่ระดับพื้นฐานการเรียนรู้ ไปจนถึงการส่งเสริมศักยภาพในการขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน

    วางรากฐานความพร้อมทางการเรียนรู้ 

    ผ่านโครงการห้องเรียนดิจิทัล UOB My Digital Space (MDS) โดยธนาคารร่วมมือกับโครงการร้อยพลังการศึกษา มูลนิธิยุวพัฒน์ ในการยกระดับโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลในพื้นที่ขาดโอกาส ควบคู่กับการพัฒนาทักษะ ด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และภาษาอังกฤษ พร้อมอบรมครูให้สามารถบูรณาการเทคโนโลยี เข้าสู่กระบวนการเรียนการสอนได้อย่างต่อเนื่อง

    ปัจจุบันโครงการครอบคลุมโรงเรียน 10 แห่งใน 10 จังหวัด สนับสนุนนักเรียนและครูมากกว่า 5,500 คน มีการใช้งานหลักสูตรดิจิทัลสะสมกว่า 10,000 ผู้ใช้งาน และพัฒนาศักยภาพครูแล้ว 144 คน สะท้อนการเปลี่ยนผ่านจากการเข้าถึงอุปกรณ์ สู่ความสามารถและความมั่นใจในการเรียนรู้ยุคดิจิทัล

    สร้างภูมิคุ้มกัน เสริมความมั่้นคงทางการเงินตั้งแต่วัยเรียน

    โครงการ UOB Money 101: Teen Edition วัยรุ่นเก่งการเงิน มุ่งปลูกฝังวินัยทางการเงินและการตัดสินใจอย่างรับผิดชอบ ผ่านทัศนคติและการเรียนรู้เรื่องการจัดทำงบประมาณ การออม และการวางแผนทางการเงิน

    ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา โครงการเข้าถึงเยาวชนแล้วกว่า 8,214 คน ใน 72 โรงเรียน ครอบคลุม 33 จังหวัดทั่วประเทศ พร้อมส่งเสริมการถ่ายทอดความรู้สู่ครอบครัวและชุมชน สะท้อนการเปลี่ยนจากความรู้ทางการเงิน สู่พฤติกรรมทางการเงินที่มั่นคงและรอบคอบมากขึ้น

    เปิดพื้นที่ให้คนรุ่นใหม่ขับเคลื่อนอนาคตที่ยั่งยืน

    ผ่านโครงการ UOB Wonder Lab ธนาคารเปิดพื้นที่ให้เยาวชนระดับมัธยมปลายถึงมหาวิทยาลัย วิเคราะห์ปัญหาจริงในชุมชน และพัฒนาแนวคิดนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน เสริมสร้างความคิดเชิงระบบ การทำงานร่วมกัน และความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โครงการมุ่งเตรียมคนรุ่นใหม่ให้มีบทบาทในการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจที่ยั่งยืน และสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างความมั่นคงให้สังคม ใน ระยะยาว

    นางสาวธรรัตน โอฬารหาญกิจ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริหารสื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร กล่าวว่า “เรามองว่าความพร้อมของคนรุ่นใหม่ เป็นรากฐานสำคัญของสังคม เราจึงมุ่งยกระดับพื้นฐาน การ เรียนรู้ เสริมวินัยทางการเงิน และเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้พัฒนาศักยภาพของตนเอง เพราะเมื่อคนรุ่นใหม่มีความมั่นใจและดูแลชีวิตตนเองได้ สังคมก็จะเติบโตได้อย่างมั่นคงในระยะยาว”

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/03/02/621985/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Rtm8LhF_-LTgzfzmYKCP8

  • ญี่ปุ่นเตรียมจัดทำแนวทาง “สองราคา” ตามสถานที่ท่องเที่ยว มุ่งแก้ปัญหานทท.ล้น : อินโฟเควสท์

    ญี่ปุ่นเตรียมจัดทำแนวทาง “สองราคา” ตามสถานที่ท่องเที่ยว มุ่งแก้ปัญหานทท.ล้น : อินโฟเควสท์

    รัฐบาลญี่ปุ่นเตรียมยกร่างแนวทางปฏิบัติเกี่ยวกับการตั้งราคาแบบ Dual Pricing หรือระบบสองราคา ตามสถานที่ท่องเที่ยวสาธารณะ เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการดูแลผู้อยู่อาศัยในท้องถิ่นกับการจัดการภาวะนักท่องเที่ยวล้นเมืองที่กำลังส่งผลกระทบในวงกว้าง

    ยาซูชิ คาเนโกะ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของญี่ปุ่น เปิดเผยในการแถลงข่าววันนี้ว่า แม้การกำหนดราคาควรเป็นหน้าที่หลักของผู้ประกอบการแต่ละรายที่จะพิจารณาตามความต้องการของตลาดและปัจจัยอื่น ๆ แต่รัฐบาลเล็งเห็นถึงความจำเป็นในการให้คำแนะนำเชิงนโยบายเพื่อให้เกิดความเหมาะสม

    “การกำหนดราคาในรูปแบบที่ช่วยให้ธุรกิจสามารถดำเนินกิจการและรักษามาตรฐานการให้บริการต่อไปได้อย่างยั่งยืนในอนาคตถือเป็นเรื่องสำคัญ” คาเนโกะกล่าวระหว่างการแถลงข่าว

    กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว เตรียมเสนอเรื่องนี้เข้าสู่คณะผู้เชี่ยวชาญเพื่อหารือในรายละเอียดเชิงลึกสำหรับการจัดทำแนวทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม

    ในปีที่ผ่านมา ญี่ปุ่นประสบความสำเร็จอย่างมากในการดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ซึ่งมีจำนวนพุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ทะลุ 40 ล้านคนเป็นครั้งแรก อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วนี้กลับนำมาซึ่งปัญหาหลายด้าน ทั้งความแออัดในพื้นที่สาธารณะ และพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของนักท่องเที่ยวบางกลุ่ม

    สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ปัจจุบัน กรมการท่องเที่ยวแห่งประเทศญี่ปุ่น (Japan Tourism Agency: JTA) พบว่า เริ่มมีการใช้มาตรการด้านราคาที่หลากหลาย เช่น การมอบส่วนลดพิเศษแก่คนในท้องถิ่น หรือการยกเว้นค่าธรรมเนียมสำหรับเด็ก

    เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา รัฐบาลท้องถิ่นเมืองฮิเมจิ ทางภาคตะวันตกของญี่ปุ่น ประกาศปรับเพิ่มค่าเข้าชมปราสาทฮิเมจิ ซึ่งเป็นแหล่งมรดกโลก สำหรับนักท่องเที่ยวอายุตั้งแต่ 18 ปีขึ้นไป จาก 1,000 เยน เป็น 2,500 เยน ขณะที่เมืองยอดนิยมอย่างเกียวโตกำลังพิจารณาปรับเพิ่มค่าโดยสารรถประจำทางสำหรับผู้ที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมือง ควบคู่ไปกับการลดค่าโดยสารให้แก่คนในพื้นที่ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มใช้ในปีงบประมาณ 2570

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังได้ขอให้พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพิจารณานำระบบสองราคานี้มาใช้ภายในสิ้นเดือนมีนาคม 2574

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (03 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRE20IQ67JJCOL9WXJSPLL1QFZWRJIUF&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yXWo7O5gASpohf4oSH4ZN

  • ‘ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์2026’ ดึงนักหวดระดับโลกร่วม โปรโมต4เมืองท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    ‘ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์2026’ ดึงนักหวดระดับโลกร่วม โปรโมต4เมืองท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    เรด ทาเลนท์ กรุ๊ป ผนึกกำลัง สมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ จัดแข่งขันเทนนิส  “Jersey Launch:Thailand Tennis Masters 2026” (เจอร์ซีย์ ลันช์: ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026) ดึงนักหวดระดับโลกร่วมเปิดตัว ชูสปอร์ตทัวริซึ่ม โปรโมต 4 เมืองท่องเที่ยวไทยสู่สากล

    นางสาวนันท์นภัส นันตะสุข ผู้แทนกรรมการอำนวยการสมาคมกีฬาลอนเทนนิสฯ และ นายซาชิน โทมาร์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน บริษัท เรด ทาเลนต์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมแถลงข่าวเปิดตัวการแข่งขันเทนนิสนานาชาติรายการใหญ่ “Jersey Launch: Thailand Tennis Masters 2026”  (เจอร์ซีย์ ลันช์: ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026) อย่างเป็นทางการ  ที่ โรงแรม เอ็นเอช กรุงเทพ สุขุมวิท

    ร่วมด้วย 2 นักเทนนิสหนุ่มดาวรุ่งของไทย นำโดย “เจได” เครดิต ไชยรินทร์ และ “วินเนอร์” ธีรภัทร ขันติวีรวัฒน์

    ไฮไลต์พิเศษมีการเปิดตัวชุดแข่งขัน Jersey (เจอร์ซีย์) โฉมใหม่ รวมทั้งดึงนักเทนนิสระดับโลกจาก ATP (เอทีพี) ร่วมเป็นตัวแทนโปรโมต 4 คลับจากเมืองท่องเที่ยวหลักของไทย ได้แก่ กรุงเทพฯ, พัทยา, ภูเก็ต และหัวหิน สู่สายตาแฟนกีฬาเทนนิสทั่วโลก 

    กิจกรรมครั้งนี้ ทาง สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (LTAT) ร่วมกับ บริษัท เรด ทาเลนท์ กรุ๊ป จำกัด และ บริษัท อีลาน อีเวนท์ แอนด์ ดีไซน์ จำกัด ร่วมจัดการแข่งขัน

    นายซาชิน โทมาร์ ผู้อำนวยการจัดการแข่งขัน บริษัท เรด ทาเลนต์ กรุ๊ป จำกัด เปิดเผยว่า “เป้าหมายหลักของเราคือการใช้กีฬาเทนนิสเป็นสื่อกลางในการส่งเสริมการท่องเที่ยวของประเทศไทย (Sports Tourism) อย่างเป็นรูปธรรม เราจึงตั้งใจใช้ชื่อ ‘Thailand’ (ไทยแลนด์) เป็นชื่อรายการแข่งขันหลัก” 

    โดยให้นักกีฬาแต่ละคลับเป็นตัวแทนในการโปรโมตมนต์เสน่ห์ของ 4 เมืองท่องเที่ยวสำคัญของไทย ซึ่งภาพความยิ่งใหญ่ของการแข่งขันจะถูกถ่ายทอดสดไปทั่วโลกผ่านเครือข่ายของ Thailand Tennis Masters ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ เพื่อผลักดันให้กีฬาเป็นซอฟต์พาวเวอร์ที่ช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย” 

    นอกจากนี้ ไฮไลต์ที่น่าจับตามองคือการเปิดตัวชุดแข่งขันโดย 4 นักเทนนิสชายระดับโลก ประกอบด้วยนักกีฬาต่างชาติ อาทิ เกรกรอรี่ โลมาคิน (Grigoriy Lomakin) จากคาซัคสถาน 

    สำหรับการแข่งขัน Thailand Tennis Masters 2026 ไทยแลนด์ เทนนิส มาสเตอรส์ 2026 จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการระหว่างวันที่ 13-20 เมษายน 2569 ที่ ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ (Nonthaburi Tennis Centre) โดยมีนักเทนนิสระดับนานาชาติเข้าร่วมแข่งขันทั้งสิ้น 16 คน แข่งขันรวม 31 แมตช์ ตลอดระยะเวลา 8 วัน

    นอกจากนี้ยัง ได้รับความร่วมมือ จากเครือข่าย EuRo sport (ยูโร สปอร์ต) สถานีเครือข่ายกีฬาที่แพร่ภาพทางโทรทัศน์ในยุโรป รวมทั้งแพลตฟอร์มอื่นๆ ที่จะถ่ายทอดการแข่งขันรายการนี้ไปทั่วโลก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/sport-news/956822/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0NMprRiopLjsHocJSy4UhL

  • รองนายกฯ สั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

    รองนายกฯ สั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

    วันที่ 2 มีนาคม 2569 จากกรณีเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปางเมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบางส่วนลอยกระจาย และถูกกระแสลมกับคลื่นซัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่ง เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง

    สุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในระยะยาว พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจคุณภาพน้ำทะเล และประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะแนวปะการังและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต

    ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งและระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับทันที หากพบการแพร่กระจายของคราบน้ำมันเพิ่มเติม

    ขณะที่ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สั่งระดมเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย ลงพื้นที่อ่าวปะตก (อ่าวพลับพลา) และอ่าวสยาม เพื่อเก็บรวบรวมก้อนน้ำมันที่ตกค้างบริเวณหาดทรายและโขดหิน ลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยว โดยพบว่ายังมีคราบน้ำมันบางส่วนเกาะติดโขดหินในอ่าวสยาม เนื่องจากน้ำมันละลายปะปนกับพื้นผิวหินและทราย ทำให้การจัดเก็บเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่จะติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับพื้นที่ชายหาดราไวย์ หาดยะนุ้ย และหาดในหาน จากการสำรวจล่าสุดไม่พบการแพร่กระจายของคราบน้ำมันหรือก้อนน้ำมันเพิ่มเติม เบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบต่อทรัพยากรสำคัญ โดยเฉพาะแนวปะการังซึ่งส่วนใหญ่เป็นปะการังน้ำลึก ทั้งนี้ได้ประสานไลฟ์การ์ดและผู้ประกอบการในพื้นที่เฝ้าระวัง หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์โดยเร็ว

    อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/956706/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2zX8pPdwW_2T8SeRmSTQHn

  • วิจารณ์ยับ “ก.ท่องเที่ยว” เตรียมแจกเงิน นทท.ที่กลับประเทศไม่ได้จากภัยสงคราม 2,000/วัน | TOPNEWS

    วิจารณ์ยับ “ก.ท่องเที่ยว” เตรียมแจกเงิน นทท.ที่กลับประเทศไม่ได้จากภัยสงคราม 2,000/วัน | TOPNEWS

    วิจารณ์ยับ “ก.ท่องเที่ยว” เตรียมแจกเงิน นทท.ที่กลับประเทศไม่ได้จากภัยสงครามวันละ 2,000 บาท

    #topnewstv #อิหร่าน #กระทรวงการท่องเที่ยว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1504535&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3J1R2TypYCB-eXjjOeR0z4

  • ตลาดหุ้นปั่นป่วน! หุ้นท่องเที่ยว-สายการบินดิ่งหนัก หลังเที่ยวบินนับพันถูกยกเลิก สวนทางหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศพุ่งรับสงครามตะวันออกกลาง

    ตลาดหุ้นปั่นป่วน! หุ้นท่องเที่ยว-สายการบินดิ่งหนัก หลังเที่ยวบินนับพันถูกยกเลิก สวนทางหุ้นกลุ่มป้องกันประเทศพุ่งรับสงครามตะวันออกกลาง

    ตลาดหุ้นทั่วโลกเผชิญความผันผวนอย่างหนักในวันจันทร์ที่ผ่านมา โดยหุ้นกลุ่มสายการบินและการท่องเที่ยวปรับตัวลดลงจากผลกระทบของการปิดน่านฟ้าทั่วตะวันออกกลาง ในขณะที่หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศพุ่งสูงขึ้นรับความตึงเครียดทางทหารที่ทวีความรุนแรงและลุกลาม

    ความเคลื่อนไหวดังกล่าวเกิดขึ้นหลังจากสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านเป็นวงกว้างเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ ส่งผลให้อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านเสียชีวิต ปิดฉากการปกครองที่ยาวนานถึง 36 ปี ขณะที่อิหร่านได้ตอบโต้ด้วยการโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง ทำให้ทหารอเมริกันเสียชีวิต 3 นาย

    ความขัดแย้งนี้ล่วงเข้าสู่วันที่ 3 แล้ว โดยโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ เตือนว่าอาจมีความสูญเสียของฝ่ายอเมริกันเพิ่มเติม และคาดว่าความขัดแย้งอาจยืดเยื้อถึง 4 สัปดาห์ โดยก่อนหน้านี้ในเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว สหรัฐฯ และอิสราเอลเคยส่งเครื่องบินรบโจมตีแหล่งนิวเคลียร์ 3 แห่งของอิหร่านมาแล้ว

    หุ้นท่องเที่ยวดิ่งหนัก

    การปิดน่านฟ้าทำให้สายการบินต้องยกเลิกเที่ยวบินหลายพันเที่ยว กระทบแผนการเดินทางไกลถึงบราซิลและฟิลิปปินส์ ข้อมูลจากบริษัทข้อมูลการบิน Cirium ระบุว่ามีการยกเลิกเที่ยวบินในตะวันออกกลางอีก 1,560 เที่ยวในวันจันทร์ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดหุ้น โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว อาทิ

    หุ้นกลุ่มสายการบิน อย่าง United Airlines ซึ่งมีสัดส่วนรายได้ระหว่างประเทศมากที่สุดในสหรัฐฯ ร่วงลงกว่า 4% หลังต้องหยุดบินไปเทลอาวีฟและดูไบ ด้าน American Airlines ลบราว 5% และ Delta Air Lines ลบ 3% ส่วน Southwest Airlines ที่เน้นบินในประเทศ ลบไม่ถึง 1%

    หุ้นกลุ่มโรงแรม เชนโรงแรมใหญ่อย่าง Marriott International และ Hilton Worldwide Holdings ปรับตัวลดลงราว -6%

    หุ้นกลุ่มเรือสำราญ อาทิ Royal Caribbean -6%, Carnival Corp. -7% และ Norwegian Cruise Line Holdings -5% แม้ซีอีโอจะระบุว่าได้ทำประกันความเสี่ยงราคาน้ำมัน (Hedging) ไว้แล้ว 51% สำหรับปีนี้ และ 27% สำหรับปีหน้าก็ตาม

    นอกจากนี้ ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นยังอาจซ้ำเติมต้นทุนที่ใหญ่ที่สุดรองจากค่าแรงของสายการบิน ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ สมาคมขนส่งทางอากาศระหว่างประเทศ (IATA) เพิ่งรายงานว่าความต้องการเดินทางระหว่างประเทศในเดือนมกราคมพุ่งขึ้น 5.9% ซึ่งถือเป็นจุดแข็งสำคัญของภาคการท่องเที่ยว

    หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศและพลังงานรับอานิสงส์

    ในทางกลับกัน หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศกลายเป็นจุดเด่นที่ปรับตัวขึ้นสวนทางตลาดหุ้นภูมิภาคยุโรป ท่ามกลางดัชนี Stoxx 600 ร่วงเกือบ 2% แตะจุดต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ แต่หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศและพลังงานหลายตัวปรับตัวขึ้น

    หุ้นในยุโรป ได้แก่ Hensoldt (เยอรมนี) พุ่ง 4%, BAE Systems (อังกฤษ) พุ่ง 6%, Renk บวกกว่า 3% และ Leonardo บวกกว่า 2%

    หุ้นในสหรัฐอเมริกา ได้แก่ Lockheed Martin พุ่งกว่า 2% และ Northrop Grumman พุ่งกว่า 4%

    หุ้นเอเชีย-แปซิฟิก แม้ตลาดเกาหลีใต้จะปิดทำการ แต่หุ้นยักษ์ใหญ่ด้านความมั่นคงของญี่ปุ่นอย่าง Mitsubishi Heavy Industries และ IHI ปรับขึ้นราว 3% ส่วน ST Engineering ของสิงคโปร์บวก 2.8%

    ด้าน Patrick O’Donnell หัวหน้านักกลยุทธ์การลงทุนจาก Omnis Investments ชี้ว่า นักลงทุนกำลังรับมือกับความไม่แน่นอน โดยคำถามสำคัญคือ ความขัดแย้งนี้จะยืดเยื้อแค่ไหน? ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อทั้งการเติบโตของเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ

    ด้าน Carl Bildt อดีตนายกรัฐมนตรีสวีเดน แสดงความกังวลอย่างยิ่งที่อิหร่านโจมตีเป้าหมายอื่นๆ ทั่วอ่าวอาหรับ ซึ่งอาจกระทบต่อเสถียรภาพและเศรษฐกิจโลกอย่างรุนแรง

    อย่างไรก็ตาม แม้หุ้นกลุ่มป้องกันประเทศจะทำผลงานได้ดีเยี่ยมในช่วงที่ผ่านมา แต่นักวิเคราะห์จาก Barclays เริ่มตั้งข้อสังเกตถึงฤดูกาลประกาศผลประกอบการของกลุ่มนี้ในยุโรปว่า มีปัจจัยลบมากกว่าปัจจัยบวกในปีนี้

    พร้อมตั้งคำถามถึงความยั่งยืนของการเติบโตที่สูงปรี๊ดของบริษัทอย่าง Saab ในสวีเดน ว่ามูลค่าหุ้นที่พรีเมียมในขณะนี้อาจไม่สอดคล้องกับแนวโน้มกำไรระยะยาว ซึ่งสะท้อนให้เห็นจากการที่หุ้น Saab พุ่งขึ้น 7% ในช่วงเช้าวันจันทร์ ก่อนจะลดช่วงบวกลงมาทรงตัวในช่วงเที่ยง

    อ้างอิง:

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/middle-east-war-impacts-global-stocks/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3sfb5vpkfRAJdVog6DBzcx

  • สุชาติสั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

    สุชาติสั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

    สุชาติสั่งเฝ้าระวังคราบน้ำมันเกาะราชาใหญ่ต่อเนื่อง เร่งป้องกันผลกระทบระบบนิเวศ-ท่องเที่ยวภูเก็ต

    วันอังคาร ที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2569, 09.24 น.

    3 มีนาคม 2569 จากกรณีเรือสินค้า SEALLOYD ARC อับปาง เมื่อวันที่ 7 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดคราบน้ำมันบางส่วนลอยกระจาย และถูกกระแสลมกับคลื่นซัดเข้าสู่บริเวณชายฝั่ง เกาะราชาใหญ่ จังหวัดภูเก็ต อย่างต่อเนื่อง

    นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันความเสียหายต่อทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งในระยะยาว พร้อมบูรณาการทำงานร่วมกับกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่สำรวจคุณภาพน้ำทะเล และประเมินผลกระทบต่อระบบนิเวศ โดยเฉพาะแนวปะการังและพื้นที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดภูเก็ต

    ด้าน ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แสดงความห่วงใยต่อทรัพยากรทางทะเลในพื้นที่ พร้อมกำชับให้มีการเฝ้าระวังและรายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งและระบบนิเวศที่มีความเปราะบาง พร้อมเตรียมมาตรการรองรับทันที หากพบการแพร่กระจายของคราบน้ำมันเพิ่มเติม

    ขณะที่ ดร.ปิ่นสักก์ สุรัสวดี อธิบดีกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง สั่งระดมเจ้าหน้าที่กว่า 30 นาย ลงพื้นที่อ่าวปะตก (อ่าวพลับพลา) และอ่าวสยาม เพื่อเก็บรวบรวมก้อนน้ำมันที่ตกค้างบริเวณหาดทรายและโขดหิน ลดผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและการท่องเที่ยว โดยพบว่ายังมีคราบน้ำมันบางส่วนเกาะติดโขดหินในอ่าวสยาม เนื่องจากน้ำมันละลายปะปนกับพื้นผิวหินและทราย ทำให้การจัดเก็บเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่จะติดตามและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

    สำหรับพื้นที่ชายหาดราไวย์ หาดยะนุ้ย และหาดในหาน จากการสำรวจล่าสุดไม่พบการแพร่กระจายของคราบน้ำมันหรือก้อนน้ำมันเพิ่มเติม เบื้องต้นยังไม่พบผลกระทบต่อทรัพยากรสำคัญ โดยเฉพาะแนวปะการังซึ่งส่วนใหญ่เป็นปะการังน้ำลึก ทั้งนี้ได้ประสานไลฟ์การ์ดและผู้ประกอบการในพื้นที่เฝ้าระวัง หากพบสิ่งผิดปกติให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที เพื่อเข้าดำเนินการควบคุมสถานการณ์โดยเร็ว

    อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อควบคุมผลกระทบและสร้างความเชื่อมั่นด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตในระยะยาว

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/950315&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3tvwPO68WeNrXBFj0h9AYo

  • ตะกั่วป่าแห่พระศรีบรมธาตุยิ่งใหญ่วันมาฆบูชา ส่งเสริมท่องเที่ยววัฒนธรรม

    ตะกั่วป่าแห่พระศรีบรมธาตุยิ่งใหญ่วันมาฆบูชา ส่งเสริมท่องเที่ยววัฒนธรรม

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/132467&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sEnC_a3WRb67BggA8H41I

  • กรมการศาสนา ผนึกกำลัง จังหวัดนครพนม เปิดเส้นทางมหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย @นครพนม

    กรมการศาสนา ผนึกกำลัง จังหวัดนครพนม เปิดเส้นทางมหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย @นครพนม

    เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2569 กรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ร่วมกับ จังหวัดนครพนม จัดกิจกรรมส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรม ภายใต้โครงการ “เส้นทางมหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย @นครพนม” โดยมี พระศรีวิสุทธิเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา พร้อมด้วย นายวีระ ฤกษ์วานิชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธี นำคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และพุทธศาสนิกชนในพื้นที่จังหวัดนครพนม เข้าร่วมกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

    นายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า โครงการ “มหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย @นครพนม” นับเป็นการเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ผ่านศาสนสถานสำคัญที่ทรงคุณค่า ทั้งด้านศาสนา สถาปัตยกรรม ประติมากรรม ประวัติศาสตร์ พระเถราจารย์ผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ตลอดจนมิติทางวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวริมฝั่งแม่น้ำโขง รวมจำนวนทั้งสิ้น 9 วัด ได้แก่ 1. วัดมรุกขนคร 2. วัดพระธาตุพนม 3. วัดธาตุประสิทธิ์ 4. วัดธาตุเรณู 5. วัดพุทธนิมิต 6. วัดพระธาตุศรีคุณ 7. วัดมหาธาตุ (พระธาตุนคร) 8. วัดพระธาตุมหาชัย 9. วัดป่ากิตติพรพุทธาราม

    สำหรับการจัดกิจกรรมในครั้งนี้ ได้นำร่องจำนวน 3 วัด โดยเริ่มต้น เวลา 13.30 น. ณ วัดมรุกขนคร อำเภอธาตุพนม โดยมี นายสมาน เกษี ปลัดอาวุโสอำเภอเมืองนครพนม ผู้แทนนายอำเภอเมืองนครพนม พร้อมหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่และประชาชนชุมชนดอนนางหงส์ให้การต้อนรับ จากนั้นเข้าสักการะ พระครูสมุห์ธีรชัย ธีรปญฺโญ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมรุกขนคร และประกอบพิธี “ลั่นฆ้องชัย 3 ครั้ง” เพื่อเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ ก่อนสักการะพระธาตุมรุกขนคร พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันพุธกลางคืน ชมบันไดพญานาค สักการะพญานาค พร้อมถ่ายภาพ ณ จุดเช็กอิน

    จากนั้น เวลา 14.30 น คณะได้เดินทางต่อไปยัง วัดธาตุเรณู อำเภอเรณูนคร เข้าสักการะ พระครูศรีธีราภิวัฒน์ รองเจ้าอาวาสวัดธาตุเรณู และสักการะพระธาตุเรณู พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันจันทร์ พร้อมเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์เมืองเว รับชมการแสดงวัฒนธรรมพื้นถิ่น “ฟ้อนภูไทเรณู” พร้อมถ่ายภาพ ณ จุดเช็กอิน

    ต่อมา เวลา 17.00 น. คณะเดินทางสู่ วัดพระธาตุพนม เพื่อร่วมพิธีห่มผ้าพระธาตุและสักการะพระธาตุพนม พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันนอกจากนี้ กรมการศาสนาได้เผยแพร่หนังสือ “มหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย” จำนวน 2 เล่ม ซึ่งรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสนสถานสำคัญทั่วประเทศ ครอบคลุม 76 จังหวัด รวม 684 วัด ใช้เป็นข้อมูลเส้นทางไหว้พระจังหวัดละ 9 วัด รวม 76 เส้นทาง นับเป็นมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าแก่การศึกษาและการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า

    กิจกรรมดังกล่าว สะท้อนการบูรณาการมิติศาสนา วัฒนธรรม และการท่องเที่ยวอย่างกลมกลืน ถือเป็นบทบาทอันสำคัญของจังหวัดนครพนมในฐานะแหล่งอารยธรรมลุ่มน้ำโขงไว้อย่างงดงามและยั่งยืน

    สำหรับผู้สนใจองค์ความรู้ “มหัศจรรอาทิตย์และผู้ที่เกิดปีวอก รับชมการแสดง “รำไหว้พระธาตุพนม” การนำเสนอวีดิทัศน์ “มหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย จังหวัดนครพนม” และวีดิทัศน์ “พระธาตุพนมสู่มรดกโลก” โดยนายวีระ ฤกษ์วานิชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนมกล่าวต้อนรับ และนายชัยพล สุขเอี่ยม อธิบดีกรมการศาสนากล่าวเปิดงานอย่างเป็นทางการ

    ในโอกาสเดียวกัน ได้มีพิธีเปิดตัวหนังสือ “ มหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย ” พร้อมถวายหนังสือแด่พระศรีวิสุทธิเมธี รองเจ้าคณะจังหวัดนครพนม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระธาตุพนม และมอบหนังสือแก่หัวหน้าส่วนราชการ จากนั้นเยี่ยมชมผลิตภัณฑ์ชุมชนและอาหารพื้นถิ่นอำเภอธาตุพนม

    อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 1 มีนาคม 2569 จะมีการจัดกิจกรรมต่อเนื่อง ณ วัดมหาธาตุ อำเภอเมืองนครพนม เข้าสักการะ พระครูกิตติสุตายุต เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุ และสักการะพระธาตุนคร พระธาตุประจำวันเกิดของผู้ที่เกิดวันเสาร์ พร้อมถ่ายภาพ ณ จุดเช็กอิน ก่อนเดินทางไปยัง สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อจัดกิจกรรมเนื่องในวันมาฆบูชาอาเซียน “สานสัมพันธ์สองแผ่นดิน” ไทย–ลาว ณ วัดพระธาตุศรีโคดตะบอง แขวงคำม่วน ซึ่งเป็นพระธาตุพี่น้องกับพระธาตุพนม สร้างขึ้นในยุคสมัยเดียวกัน เพื่อสืบสานพระพุทธศาสนาและเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างสองประเทศ ถือเป็นการเชื่อมโยงมิติศาสนา วัฒนธรรม และสังคมในประชาคมอาเซียนอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นการเสร็จสิ้นกิจกรรมอย่างสมบูรณ์

    นอกจากนี้ กรมการศาสนาได้เผยแพร่หนังสือ “มหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย” จำนวน 2 เล่ม ซึ่งรวบรวมองค์ความรู้เกี่ยวกับศาสนสถานสำคัญทั่วประเทศ ครอบคลุม 76 จังหวัด รวม 684 วัด ใช้เป็นข้อมูลเส้นทางไหว้พระจังหวัดละ 9 วัด รวม 76 เส้นทาง นับเป็นมรดกทางศาสนาและวัฒนธรรมที่ทรงคุณค่าแก่การศึกษาและการท่องเที่ยวเชิงคุณค่า

    สำหรับผู้สนใจองค์ความรู้ “มหัศจรรย์อาราม งดงามทั่วไทย” ทั้ง 2 เล่ม สามารถเยี่ยมชมได้ที่ Facebook และเว็บไซต์กรมการศาสนา www.dra.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0 2209 3713 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NYBB1j7CW&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-KzwsB89ZZh5DEgF9aHJM