Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • กกร.จ่อรื้อเป้า ‘GDP’ ปี 69 ใหม่โตต่ำกว่า 1.6% หลังสงครามตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทย

    กกร.จ่อรื้อเป้า ‘GDP’ ปี 69 ใหม่โตต่ำกว่า 1.6% หลังสงครามตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทย

    กกร.จ่อรื้อเป้า ‘GDP’ ปี 69 ใหม่โตต่ำกว่า 1.6% หลังสงครามตะวันออกกลางฉุดเศรษฐกิจไทย

    นายเกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ในฐานะประธานคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กกร. ว่า ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ทวีความรุนแรงส่งผลต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงของโลก โดยราคาน้ำมัน ราคาก๊าซธรรมชาติ ในตลาดล่วงหน้าพุ่งสูงขึ้น และมีแนวโน้มจะยังอยู่ในระดับสูงในช่วง 1-3 เดือนข้างหน้า 

    นอกจากนี้ ยังกระทบการขนส่งสินค้ารวมถึงสินค้าพลังงานทางเรือและการเดินทางทางอากาศ ซึ่งหากสถานการณ์ยืดเยื้อจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งจากราคาพลังงานในประเทศซึ่งเป็นต้นทุนสำคัญของธุรกิจและครัวเรือนที่จะสูงขึ้น 

    รวมถึงภาคการท่องเที่ยวในระยะที่เที่ยวบินที่ผ่านตะวันออกกลางถูกยกเลิก โดยในเบื้องต้นสภาพัฒน์ฯ ประเมินว่าการสู้รบในตะวันออกกลางอาจทำให้เศรษฐกิจไทยในปี 2569 เติบโตได้เพียง 1.3%-1.6% ต่ำกว่าค่ากลางของการประเมินเดิมที่ 2.0% และต่ำกว่าประมาณการเดิมของ กกร. ที่ 1.6%-2.0% โดย กกร. จะมีการทบทวนต่อไป

    ทั้งนี้ กกร.ให้ความสำคัญในการเตรียมแนวทางรับมือจากผลกระทบที่เกิดขึ้นร่วมกับภาครัฐอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 2 มีนาคม ที่ผ่านมา กกร.ได้ร่วมประชุมหารือกับภาครัฐแต่ละหน่วยงานโดยมี ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นประธานที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อประเมินสถานการณ์และเตรียมการรับมือ รวมถึงการสร้างโอกาสจากการที่ประเทศไทยมีความสัมพันธ์ด้านการต่างประเทศที่ดี ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและการส่งออก เช่น ด้านความมั่งคงทางอาหาร (Food Security) และบริการด้านสุขภาพ (Medical Hub) เป็นต้น โดยภาพรวมหน่วยงานภาครัฐได้กำหนดมาตรการรับมือแต่ละมิติอย่างครอบคลุม อาทิ การประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจ การช่วยเหลือประชาชนและแรงงานไทย การบริหารจัดการเพื่อป้องกันและแก้ไขภาวะขาดแคลนน้ำมัน ตลอดจนการบริหารต้นทุนค่าขนส่ง เพื่อช่วยบรรเทาผลกระทบแก่ภาคธุรกิจและประชาชนอย่างเร่งด่วน 

    กกร.จ่อปรับ ‘GDP’ ปี 69 ใหม่ หลังสงครามตะวันออกกลางส่อกดเศรษฐกิจไทยหดตัว

    “กกร. จะสนับสนุนการดำเนินงานด้านต่างๆ ของภาครัฐ รวมถึงช่วยสื่อสารข้อมูลและข้อเท็จจริงจากภาครัฐไปยังภาคธุรกิจและภาคประชาชน ตลอดจนผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและสามารถวางแผนรับมือสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ“

    ซึ่งข้อมูลปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า ปริมาณสำรองน้ำมันเชื้อเพลิงของประเทศไทยอยู่ในระดับ 60 วัน ซึ่งถือเป็นระดับที่เพียงพอสำหรับการบริหารจัดการได้อย่างต่อเนื่อง โดยไม่มีเหตุจำเป็นต้องกักตุน แต่ขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการใช้พลังงานอย่างประหยัด เพื่อเสริมความมั่นคงทางพลังงานของประเทศอย่างยั่งยืน

    สำหรับประเด็นความไม่แน่นอนจากมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ กลับมาอีกครั้ง ภายหลังศาลสูงสุดสหรัฐฯ ตัดสินให้ Reciprocal Tariffs ไม่ชอบด้วยกฎหมาย โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ นำมาตรา 122 มาใช้ชั่วคราวสำหรับ Universal Tariff ที่ 10% ทั้งนี้ สหรัฐฯ มีแนวโน้มบังคับใช้ Sectoral Tariffs รวมถึง ขยายผลมาตรา 301 และ 338 ในประเด็นการสวมสิทธิ์ของสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี ทำให้สินค้าส่งออกของไทยไปสหรัฐฯ จะเผชิญกับความเสี่ยงในระยะข้างหน้า โดยปี 2568 ไทยเกินดุลการค้ากับสหรัฐฯ 7.2 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ. เพิ่มขึ้นจากปี 2567 ที่เกินดุล 4.5 หมื่นล้านดอลลาร์ สรอ.

    ความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจไทยมีสูงขึ้น จึงจำเป็นต้องสร้างความเชื่อมั่นภายในประเทศ โดย กกร. มุ่งหวังว่ารัฐบาลใหม่จะใช้โอกาสจากความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่เพิ่มขึ้นหลังการเลือกตั้งในการรับมือกับสถานการณ์ความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น โดยรักษาเสถียรภาพเศรษฐกิจไปพร้อมกับการบรรเทาผลกระทบที่มีต่อภาคธุรกิจและครัวเรือนจากต้นทุนพลังงานที่สูงขึ้นในระยะสั้น พร้อมทั้งเร่งกระบวนการงบประมาณเพื่อให้การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมีความต่อเนื่อง ขณะเดียวกันยังให้ความสำคัญกับการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจ ปรับปรุงกฎระเบียบ เน้นเรื่องการ Upskill – Reskill แรงงานมาเข้าระบบเพิ่มเติม ตลอดจนบริหารจัดการประเด็นการต่ออายุแรงงานต่างด้าวที่ถูกกฎหมาย และมีนายจ้างที่ถูกต้องให้มีจำนวนเพียงพอต่อความต้องการของภาคธุรกิจ รวมทั้งเร่งสนับสนุนการลงทุนใหม่ที่ยกระดับประสิทธิภาพ เพื่อสร้างการเติบโตและความสามารถในการแข่งขัน ตามแนวทาง Reinvent Thailand

    สำหรับกรอบประมาณการเศรษฐกิจปี 69 ของ กกร. เดือนมีนาคม 69 ประกอบด้วย

    • GDP 1.6 ถึง 2.0
    • ส่งออก -1.5 ถึง -0.5
    • เงินเฟ้อ 0.2 ถึง 0.7

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/652960&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33kzOLPxYIgRlj4wzr8Evj

  • ผู้บริโภคจีนหันซื้อของมือสอง เศรษฐกิจซบเซาผลักดันตลาดรีไซเคิล

    ผู้บริโภคจีนหันซื้อของมือสอง เศรษฐกิจซบเซาผลักดันตลาดรีไซเคิล

    ปรากฏการณ์ใหม่กำลังเกิดขึ้นในศูนย์การค้าใจกลางเซี่ยงไฮ้ เมื่อลูกค้าเดินเลือกซื้อเสื้อโค้ตมือสอง กางเกงราคา 2 ดอลลาร์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ผ่านการใช้งานแล้ว สิ่งที่เมื่อ 10 ปีก่อนไม่เคยเห็นในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของจีน

    สภาพเศรษฐกิกที่ซบเซา ปัญหาการว่างงานในกลุ่มวัยรุ่น และวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ยืดเยื้อหลายปี ผลักดันให้ผู้บริโภคปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้จ่าย ผู้นำจีนคาดว่าจะประกาศนโยบายกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศในการประชุม Two Sessions ประจำปีสัปดาห์นี้ แม้ต้องเผชิญกับความท้าทาย

    ความคิดเห็นเปลี่ยนไปต่อสินค้ามือสอง

    “ทุกคนรู้สึกถึงความกดดันทางการเงิน จึงต้องหาของที่ถูกลง” หลิว อายุ 42 ปี ลูกค้าที่มาซื้อหนังสือมือสองที่ร้านในเซี่ยงไฮ้ กล่าว

    ความเชื่อดั้งเดิมของจีนที่มองสินค้ามือสองเป็นสิ่งไม่สะอาดหรือเป็นสัญลักษณ์ของความยากจนกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

    “การได้ชานมฟรีดีกว่าจ่าย” หลิว ให้คำเปรียบเทียบกับความคิดของเธอ ตลาดออนไลน์ก็เฟื่องฟูเช่นกัน โดยนำโดย Xianyu แพลตฟอร์มของอาลีบาบาที่คล้าย eBay มีผู้ใช้งานกว่า 600 ล้านคน และ Zhuanzhuan แพลตฟอร์มขายของมือสองที่เทนเซ็นต์สนับสนุน

    A taboo in Chinese culture against used goods, seen as unclean or a shameful sign of poverty, is lifting rapidly

    A taboo in Chinese culture against used goods, seen as unclean or a shameful sign of poverty, is lifting rapidly

    การขยายตัวของตลาดมือสอง

    Xianyu เปิดสาขาแรกในปี 2024 และขยายไปกว่า 20 แห่งทั่วประเทศ ร้านค้าเหล่านี้คล้ายร้านการกุศลในยุโรป โชว์ตุ๊กตาผ้าควบคู่กับรถเข็นเด็กและรองเท้าผ้าใบในสภาพต่างๆ แนวคิดใหม่ในประเทศที่คนชั้นกลางมักชื่นชอบสินค้าลักชัวรี่ล่าสุด

    Zhuanzhuan ดำเนินการเคาน์เตอร์ขายของมือสองหลายร้อยแห่งทั่วประเทศ เปิดร้านขนาดใหญ่แบบโกดังในปักกิ่งเมื่อปีที่แล้ว จำหน่ายทุกอย่างจากอุปกรณ์เกมส์ไปจนถึงกระเป๋าถือ

    The International Monetary Fund has urged Beijing to expand healthcare, pensions and social benefits to improve consumer willingness to spend

    The International Monetary Fund has urged Beijing to expand healthcare, pensions and social benefits to improve consumer willingness to spend

    แรงจูงใจหลักคือ “ราคา”

    หลี่ หยูจุน ผู้ก่อตั้งร้านค้าของมือสองในเซี่ยงไฮ้ บอก AFP ว่า ผู้บริโภคจีนใส่ใจสิ่งแวดล้อมมากขึ้น แต่ราคาถูกยังคงเป็นแรงดึงดูดหลัก โดยสินค้ามือสองคุณภาพดีมีราคา 30-60% จากราคาเดิม

    “ชุมชนหลายแห่งจัดตลาดนัด” หลิน อายุ 37 ปี ผู้ซื้อสินค้า บอกกับ AFP “เราสามารถซื้อ (สิ่งที่มีประโยชน์) ในราคาที่ดีมาก”

    ฤดูกาลเทศกาลที่เงียบเหงา

    การบริโภคยังคงซบเซาหลังช่วงเทศกาล แม้รัฐบาลพยายามกระตุ้นการใช้จ่าย การประชุม Two Sessions มาหลังตรุษจีนที่ขยายเป็นวันหยุดสาธารณะ 9 วัน เพื่อส่งเสริมการใช้จ่ายด้านท่องเที่ยวและสันทนาการ

    แม้มีการเดินทางภายในประเทศสถิติใหม่ 596 ล้านครั้งตลอดช่วงวันหยุด การใช้จ่ายท่องเที่ยวต่อหัวต่ำกว่าระดับก่อนแพนเดมิก 8.8% และลดลงจากปีที่แล้ว 0.2% นักวิเคราะห์โกลด์แมนแซคส์ รายงาน

    หัว เหลย อาศัยอยู่ในปักกิ่ง กล่าวกับ AFP หลังนั่งรถไฟกลับบ้านเกิดในมณฑลเหอเป่ย ว่าจะใช้ช่วงเทศกาลอย่างเงียบเหงา “ปกติแล้วเวลากลับบ้านจะอยู่แต่ในบ้าน ไม่ค่อยออกไปไหน”

    รัฐบาลหลีกเลี่ยงการแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจจำนวนมาก แต่พยายามดึงดูดผู้ซื้อด้วยเงินอุดหนุนและคูปองที่จำกัดเฉพาะการซื้อบางประเภท แต่มีผลจำกัด ดันแคน ริกลีย์ จาก Pantheon Macroeconomics บอก AFP ว่า เงินอุดหนุนกระตุ้นการแลกเปลี่ยนสำหรับรถยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้า “มีผลจำกัด เป็นการดึงการใช้จ่ายที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้วมาข้างหน้า และทำให้คนลดการใช้จ่ายในที่อื่น”

    China's leaders will likely announce policies aimed at boosting domestic consumption at the annual Two Sessions political conclave this week

    China’s leaders will likely announce policies aimed at boosting domestic consumption at the annual Two Sessions political conclave this week

    ความท้าทายของตลาด

    ที่ห้างเฟอร์นิเจอร์ใจกลางเซี่ยงไฮ้ พนักงานขายเฟอร์นิเจอร์ บอกกับ AFP ว่าไม่เห็นผลกระทบมากต่อธุรกิจ “ต้องเข้าประกวดเพื่อชิงคูปอง” เธอกล่าว โดยเสริมว่าลูกสาวต้องชวนเพื่อน 10 คนเพื่อจับสลากซื้อเตียง

    เธอชี้ไปที่ศูนย์การค้าที่เกือบว่าง ซึ่งในปีที่ผ่านมาจะเต็มไปด้วยลูกค้าทันทีหลังช่วงปีใหม่ “สถานการณ์ตลาดค่อนข้างน่ากลัว”

    Low prices are a major draw for secondhand shoppers, said Li Yujun, founder of a used goods store in Shanghai

    Low prices are a major draw for secondhand shoppers, said Li Yujun, founder of a used goods store in Shanghai

    ทั้งนี้ กองทุนการเงินระหว่างประเทศเรียกร้องให้ปักกิ่งขยายสวัสดิการด้านสุขภาพ เงินบำนาญ และสิทธิประโยชน์สังคมเพื่อปรับปรุงความเต็มใจของผู้บริโภคในการใช้จ่าย นักเศรษฐศาสตร์คนอื่นๆ สนับสนุนแรงจูงใจที่ตรงไปตรงมา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chinese-consumers-secondhand-goods-economic-slowdown&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0SONjqWHQL_YS1hI8DHBQ7

  • จี้กระทรวงศึกษา ออกกฎคุมเข้ม มิจฉาชีพสแกนหน้าเด็ก – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    จี้กระทรวงศึกษา ออกกฎคุมเข้ม มิจฉาชีพสแกนหน้าเด็ก – สภาองค์กรของผู้บริโภค

    จี้กระทรวงศึกษา ออกกฎคุมเข้ม มิจฉาชีพสแกนหน้าเด็ก

    มิจฉาชีพแฝงจัดกิจกรรมโรงเรียน หลอกสแกนหน้าเด็กเปิดซิม ช่องโหว่การคุ้มครองข้อมูลเด็กในสถานศึกษา สภาผู้บริโภคชี้ กระทรวงศึกษาฯ กำหนดมาตรการคุมเข้มการเก็บข้อมูลเด็ก เรียกร้องหน่วยงานแก้ปัญหาภัยออนไลน์ที่ต้นทางอย่างจริงจัง

    กรณีตำรวจจับกุมขบวนการมิจฉาชีพ 3 ราย แอบอ้างเข้าไปจัดกิจกรรมให้ความรู้เรื่องสแกมเมอร์ในโรงเรียน แต่กลับลักลอบสแกนใบหน้าและเก็บข้อมูลบัตรประชาชนนักเรียนประถม–มัธยมกว่า 200 คน ในจังหวัดเชียงใหม่และเชียงราย เพื่อนำไปลงทะเบียนซิมจำนวนมาก ก่อนส่งต่อให้แก๊งในท่าขี้เหล็กใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชน เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 สะท้อนภัยใกล้ตัวในสถานศึกษาอย่างน่ากังวล สภาผู้บริโภคเสนอกระทรวงศึกษาเร่งหามาตรการคุ้มครองข้อมูลเด็ก จี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องแก้ภัยออนไลน์ที่ต้นทาง

    ศุภโชค ปิยะสันติ์ อนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค ในฐานะผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านห้วยไร่สามัคคี ให้ความเห็นว่า ขบวนการมิจฉาชีพแอบอ้างเข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียนเพื่อหลอกสแกนใบหน้าเด็กเปิดซิมเพื่อใช้ก่อเหตุหลอกลวงประชาชนเกิดขึ้นหลายจังหวัด ล่าสุด สภาผู้บริโภคยังได้รับเบาะแสจากผู้ปกครองในจังหวัดยะลา ว่ามีค่ายโทรศัพท์มือถือ ขอจัดกิจกรรม “ซิมเพื่อการศึกษา” ในโรงเรียน อ้างเพื่อสนับสนุนการเรียนการสอน โดยขอบัตรประชาชนและสแกนใบหน้าเด็กหลายครั้ง จนผู้ปกครองกังวลถึงความเหมาะสมและความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล เหตุการณ์ลักษณะนี้ถือเป็นภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่แฝงตัวมาในคราบของกิจกรรมให้ความรู้ในโรงเรียน ซึ่งสถานศึกษา โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็กในต่างจังหวัด อาจยังขาดแนวทางรับมือที่ชัดเจน

    กำหนดแนวทางชัดก่อน เข้า-ออก พื้นที่โรงเรียน

    ศุภโชค เสนอให้กระทรวงศึกษาธิการกำหนดแนวปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมและสื่อสารลงมายังทุกโรงเรียนทั่วประเทศ เพื่อสร้างระบบป้องกันที่รัดกุม โดยมีสาระสำคัญ ได้แก่ การกำหนดหลักเกณฑ์ด้านเอกสารและการติดต่อประสานงาน หน่วยงานเอกชน บริษัท หรือองค์กรใดที่จะเข้ามาจัดกิจกรรมในโรงเรียน ต้องมีหนังสือแจ้งวัตถุประสงค์อย่างชัดเจน ระบุแหล่งที่มา วันเวลา และรายละเอียดกิจกรรมอย่างครบถ้วน เพื่อให้โรงเรียนตรวจสอบได้ก่อนอนุญาต รวมถึง การจัดทำข้อบังคับหรือประกาศแนวปฏิบัติอย่างเป็นทางการในระดับประเทศ เพื่อให้ทุกฝ่ายรับทราบตรงกันว่า การเข้าดำเนินกิจกรรมในโรงเรียนต้องผ่านขั้นตอนที่ถูกต้อง

    นอกจากนี้ นายศุภโชค ได้สะท้อนว่า ในโรงเรียนขนาดเล็กตามต่างจังหวัด มักมีกลุ่มบุคคลเข้าไปในลักษณะของตัวแทนขายหนังสือ ผู้ให้บริการตัดแว่นตา หรือพนักงานเสนอขายบัตรเครดิต ซึ่งอาศัยความคุ้นเคยหรืออัธยาศัยไมตรีของบุคลากรในโรงเรียน เข้าไปนำเสนอบริการในช่วงเวลาพักเที่ยง จึงยิ่งตอกย้ำความจำเป็นของมาตรการคัดกรองที่ชัดเจน

    อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหา ไม่อาจพึ่งพากระทรวงศึกษาธิการเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องจัดการที่ต้นทาง โดยหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้องต้องมีมาตรการกำกับดูแลและปราบปรามขบวนการมิจฉาชีพและสแกมเมอร์อย่างจริงจัง เพราะหากระบบส่วนกลางยังไม่เข้มแข็ง การป้องกันที่ปลายทางในโรงเรียนก็ย่อมทำได้อย่างจำกัด และความเสี่ยงอาจย้อนกลับมาสร้างความเสียหายแก่เด็กและประชาชนในวงกว้างอีกครั้ง

    ขณะที่ ปาริชาต ชัยวงษ์ อนุกรรมการด้านการศึกษา สภาผู้บริโภค ในฐานะตัวแทนครู ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า กรณีบริษัทค่ายโทรศัพท์เข้าไปจัดกิจกรรมในโรงเรียน พร้อมมีการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็กเพื่อเปิดหมายเลขโทรศัพท์นั้น จำเป็นต้องพิจารณาอย่างรอบด้าน ทั้งในมิติของขั้นตอนปฏิบัติของโรงเรียน และการคุ้มครองสิทธิเด็กตามกฎหมาย

    ในด้านมาตรการและข้อกำหนดของโรงเรียน โดยปกติสถานศึกษาจะมีขั้นตอนรับหน่วยงานภายนอกอย่างเป็นระบบ ผู้ประสงค์เข้าจัดกิจกรรมต้องทำหนังสือขออนุญาตล่วงหน้า ระบุวัตถุประสงค์ กำหนดการ และกลุ่มเป้าหมายอย่างชัดเจน เพื่อให้โรงเรียนตรวจสอบความเหมาะสม รวมถึงแจ้งหน่วยงานต้นสังกัดและผู้ปกครองตามลำดับ นอกจากนี้ โรงเรียนยังมีหน้าที่ต้องพิจารณาความน่าเชื่อถือของหน่วยงานผู้จัด และประเมินว่ากิจกรรมดังกล่าวไม่ละเมิดสิทธิหรือกระทบต่อความปลอดภัยของนักเรียน

    อย่างไรก็ตาม แม้เอกสารจะผ่านการตรวจสอบแล้ว ปัญหาอาจเกิดขึ้นในขั้นตอนปฏิบัติจริง หากผู้จัดกิจกรรมดำเนินการนอกเหนือจากที่แจ้งไว้ เช่นกรณีนี้ มีการสแกนใบหน้าเด็กหรือเก็บข้อมูลเพิ่มเติมที่ไม่ได้ระบุในกำหนดการ ซึ่งถือเป็นจุดเปราะบางที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ

    ในประเด็นการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล นางสาวปาริชาตย้ำว่า โรงเรียนไม่มีอำนาจตามกฎหมายในการส่งมอบข้อมูลส่วนบุคคลของนักเรียน ไม่ว่าจะเป็นชื่อ–นามสกุล เลขประจำตัวประชาชน หรือข้อมูลชีวภาพอย่างการสแกนใบหน้า ให้แก่เอกชนเพื่อวัตถุประสงค์ทางการค้า การตลาด หรือการเปิดเบอร์โทรศัพท์ การดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับข้อมูลเด็กต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและความยินยอมที่ถูกต้องจากผู้ปกครอง

    ความเสี่ยงหน้างานและบทบาทครู

    สำหรับครูผู้ควบคุมกิจกรรมในวันจัดงาน มีอำนาจและหน้าที่โดยตรงในการสั่งยุติกิจกรรมทันที หากพบความผิดปกติ หรือมีการร้องขอข้อมูลส่วนบุคคลที่ไม่เหมาะสม เช่น การขอเลขบัตรประชาชน การสแกนใบหน้า หรือให้เด็กลงลายมือชื่อแลกของแจก ซึ่งอาจเข้าข่ายเอาเปรียบหรือสร้างความเสี่ยงต่อสิทธิของนักเรียน

    แต่ทั้งนี้ ในปัจจุบันครูถูกคาดหวังให้ใช้นวัตกรรม เทคโนโลยีเอไอ หรือกิจกรรมอย่างการเล่นเกมคาฮูท (Kahoot) ในห้องเรียน แต่ปัญหาคือเด็กในหลายโรงเรียนไม่มีอินเทอร์เน็ตให้ใช้งานจริง เมื่อโรงเรียนขาดแคลนอินเทอร์เน็ต และมีบริษัทเอกชนยื่นข้อเสนอซิมเน็ตฟรีมาให้ ครูและโรงเรียนย่อมมองว่าเป็นโอกาสที่เด็กจะได้เข้าถึงเทคโนโลยี ซึ่งจุดนี้เองที่กลายเป็นช่องว่างให้มิจฉาชีพหรือผู้ไม่หวังดีใช้ความใจดี เข้ามาบังหน้าเพื่อเก็บข้อมูลส่วนบุคคลของเด็ก

    ปาริชาต เสนอว่า กระทรวงศึกษาธิการควรสนับสนุนทรัพยากรอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะโรงเรียนขนาดเล็ก เพื่อให้มีศักยภาพในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอย่างเพียงพอ ขณะเดียวกัน ในระดับนโยบาย ภาครัฐและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ควรถูกตั้งคำถามถึงบทบาทในการควบคุม กำกับ และป้องกันปัญหาเชิงโครงสร้าง ไม่ใช่เพียงติดตามแก้ไขเป็นรายกรณีภายหลังเกิดความเสียหายแล้ว เพราะหากกลไกระดับโครงสร้างยังไม่เข้มแข็ง ภาระในการปกป้องสิทธิเด็กก็จะตกอยู่กับโรงเรียนและครูเพียงลำพัง ซึ่งอาจไม่เพียงพอต่อการรับมือภัยรูปแบบใหม่ที่ซับซ้อนขึ้นทุกวัน

    เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.tcc.or.th/scammer-scan-children/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Qi2stQW5kOSzE0NbLCZaZ

  • ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน? กรมสรรพากร คอนเฟิร์ม ปรับสิทธิ “ลดหย่อนบริจาคการศึกษา” ได้ 1 เท่าเท่านั้น หลังเคยได้ 2 เท่า พร้อมเปิดไทม์ไลน์วิธียื่นภาษีล่าสุด

    เตรียมตัวให้พร้อมก่อนหมดเขต ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน? กรมสรรพากร คอนเฟิร์ม ปรับสิทธิ “ลดหย่อนบริจาคการศึกษา” ได้ 1 เท่าเท่านั้น หลังเคยได้ 2 เท่า พร้อมเปิดไทม์ไลน์ วิธียื่นภาษีล่าสุด 

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    เช็กด่วน! สิทธิลดหย่อน 2 เท่า “หายไปไหน?” สรรพากรแจงชัดไม่ใช่ข่าวปลอม

    จากกระแสข่าวในโลกโซเชียลที่ว่า “บริจาคการศึกษาปี 68 ลดหย่อนได้แค่เท่าเดียว” ล่าสุด กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง ยืนยันแล้วว่าเป็น “เรื่องจริง” โดยระบุว่า ตามพระราชกฤษฎีกาฯ ฉบับที่ 768 สิทธิการนำเงินบริจาคผ่านระบบ e-Donation ไปหักลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่านั้น เป็นมาตรการจูงใจชั่วคราวที่มีกำหนดระยะเวลา

    • ช่วงเวลาที่ได้ 2 เท่า: ต้องบริจาคระหว่างวันที่ 1 ม.ค. 2565 – 31 ธ.ค. 2567 เท่านั้น
    • เริ่มปีภาษี 2568: เมื่อพ้นกำหนดดังกล่าว สิทธิประโยชน์จะกลับเข้าสู่หลักเกณฑ์ปกติ คือ ลดหย่อนได้เพียง 1 เท่า ของที่จ่ายจริง

    หมายเหตุ: สำหรับการยื่นภาษีในช่วงต้นปี 2568 นี้ (ซึ่งเป็นการสรุปรายได้ของปี 2567) ท่านยังคงใช้สิทธิลดหย่อนบริจาคการศึกษา 2 เท่าได้อยู่ เพราะเป็นยอดของปีที่ผ่านมา แต่ในปีหน้า (2569) ยอดบริจาคของปีนี้จะเหลือเพียง 1 เท่าเท่านั้น!
     

    เปิดวิธียื่นภาษีออนไลน์ 2568 มือใหม่ทำตามได้ใน 5 นาที

    ใครที่ยังไม่เคยยื่นเอง หรือกลัวทำผิดจนโดนเรียกตรวจย้อนหลัง ไม่ต้องกังวล! ปัจจุบันระบบ e-Filing ของกรมสรรพากรง่ายขึ้นกว่าเดิมมาก ด้วยฟีเจอร์ My Tax Account ที่ดึงข้อมูลมาให้เกือบครบ

    1. เตรียมคลังเอกสารที่ต้องใช้

    • หนังสือรับรอง 50 ทวิ: หัวใจสำคัญที่ระบุรายได้ทั้งปีและภาษีที่ถูกหักไว้
    • รายการลดหย่อน: ประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, กองทุน SSF/RMF/Thai ESG หรือค่าอุปการะพ่อแม่
    • Easy E-Receipt: ใครที่ช้อปปิ้งช่วงต้นปี 2567 อย่าลืมเตรียมข้อมูลส่วนนี้มาลดหย่อนด้วย!

    2. ขั้นตอนการยื่นแบบฉบับรวบรัด

    • Log-in: เข้าเว็บไซต์ efiling.rd.go.th กรอกเลขบัตรประชาชน
    • เช็กข้อมูลอัตโนมัติ: ตรวจสอบยอดประกันสังคมและเบี้ยประกันที่ระบบดึงมาให้ว่าตรงไหม
    • กรอกรายได้ & ค่าลดหย่อน: เลือกประเภทรายได้ (ส่วนใหญ่คือมาตรา 40(1)) และใส่ยอดลดหย่อนที่เตรียมไว้
    • สรุปยอด: หากจ่ายเกิน ให้เลือก “ขอคืนเงิน” (เงินจะเข้าผ่าน PromptPay) หากขาดให้จ่ายผ่าน QR Code ทันที!

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    ขีดเส้นตาย! ยื่นภาษี 2568 ได้ถึงวันไหน? พลาดไปมีหนาว

    อย่าชะล่าใจจนนาทีสุดท้าย เพราะหากยื่นไม่ทันคุณอาจต้องเสียค่าปรับและเงินเพิ่มตามกฎหมาย โดยมีกำหนดการดังนี้

    • ยื่นแบบกระดาษ: สิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม 2568
    • ยื่นแบบออนไลน์: สิ้นสุดวันที่ 8 เมษายน 2568 (แนะนำวิธีนี้เพราะสะดวกและได้คืนเงินไวกว่า)

    ยื่นภาษีออนไลน์ 2568 ได้ถึงวันไหน ลดหย่อนบริจาคการศึกษา ได้ 1 เท่า

    การยื่นแบบออนไลน์นอกจากจะขยายเวลาให้มากกว่าแล้ว ยังช่วยให้ระบบประมวลผลไว และได้รับเงินคืนภาษีรวดเร็วกว่าการยื่นแบบกระดาษหลายเท่าตัว

    อ้างอิง-ภาพ : กรมสรรพากร กระทรวงการคลัง , ศูนย์ต่อต้านข่าวปลอม ประเทศไทย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/news/news-update/1223674&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw26MX9mjG-eC9NVk3xwk5ps

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D581926&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FgIw9rcVdyzWXA0BDIcqu

  • นักวิจัยธรณี แนะเร่งสำรวจแอ่งตะกอนน้ำมันใต้ผืนแผ่นดินไทยแก้วิกฤตตื่นตูม

    นักวิจัยธรณี แนะเร่งสำรวจแอ่งตะกอนน้ำมันใต้ผืนแผ่นดินไทยแก้วิกฤตตื่นตูม

    ภูมิภาค

    นักวิจัยธรณี แนะเร่งสำรวจแอ่งตะกอนน้ำมันใต้ผืนแผ่นดินไทยแก้วิกฤตตื่นตูม

    วันพุธ ที่ 04 มีนาคม พ.ศ. 2569, 11.46 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 4 มี.ค.69 เวลา 09.00 น. นายอารักษ์ แสงสมพงษ์ อดีตนักวิจัยธรณีวิทยาโครงสร้างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ชาว ต.หัวไทร อ.บางคล้า จ.ฉะเชิงเทรา กล่าวถึงอาการเริ่มแตกตื่นของประชาชนในหลายพื้นที่ของประเทศไทยที่กำลังเกิดขึ้น และพากันเริ่มออกมาต่อแถวในปั้มเพื่อกักตุนน้ำมันกันอยู่ในขณะนี้ จากสถานการณ์การสู้รบในตะวันออกกลางว่า หน่วยงานภาครัฐโดยเฉพาะรัฐบาลต้องเร่งสำรวจหาแหล่งน้ำมันในประเทศไทยของเราอย่างจริงจังได้แล้ว

    หลังจากมีข้อมูลที่ไม่ใช่แต่เฉพาะเพียงตนเองที่เคยทำงานด้านการวิจัยธรณีโครงสร้างมากว่า 8 ปี เกี่ยวกับการศึกษาข้อจำกัดทางธรณีวิทยาโครงสร้างของการสำรวจก๊าซในพื้นที่ภาคอีสาน และการศึกษาธรณีวิทยาโครงสร้างพื้นที่ภาคกลาง ซึ่งมีการค้นพบโครงสร้างแอ่งตะกอนชั้นหินมีโซโซอิก ที่มีอายุในช่วง 100 – 200 ล้านปี ซึ่งเป็นยุคเดียวกันกับแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ทั่วโลกพบมากสุด และเป็นแอ่งชั้นหินตะกอนรูปแบบให้ปริมาณปิโตรเลียมมากและมีศักยภาพสูง เช่น เวเนซุเอลาและไนจีเรีย โดยกลุ่มจังหวัดที่พบร่องรอยแอ่งชั้นหินตะกอนนั้นอยู่ในแถบ จ.พิษณุโลก จ.พิจิตร จ.เพชรบูรณ์ จ.นครสวรรค์ และ จ.ลพบุรี นอกจากนั้นยังมีการขุดเจาะพบน้ำมันดิบในชั้นหิน มีโซโซอิก ใต้แอ่ง ซีโนโซอิก มาแล้ว แต่ยังไม่มีการตามหาโครงสร้างหลักของแอ่งมีโซโซอิก กันต่อ

    จากหลักฐานทางธรณีวิทยาโครงสร้าง ที่เราค้นพบว่ามีโครงสร้างของแอ่งตะกอนที่เป็นแอ่งตะกอนอยู่ในยุคมีโซโซอิกอยู่จริง ด้วยข้อมูลธรณีฟิสิกส์ที่เป็นความเข้มสนามแม่เหล็กที่บ่งชี้ว่าแอ่งตะก่อนนี้มีโอกาสที่จะเป็นแหล่งปิโตรเลียมขนาดใหญ่ประมาณ 6 ล้านไร่ให้กับประเทศไทยได้ การสำรวจธรณีโครงสร้างนั้น จึงเป็นหัวใจสำคัญที่สุดของการสำรวจทรัพยากรใต้ดิน แต่ในประเทศไทยยังสำรวจทางธรณีวิทยาไม่ครบทุกโครงสร้าง โดยที่ผ่านมามีการยึดติดอยู่กับการสำรวจปิโตรเลียมแค่เพียง 2 ยุคโครงสร้างเท่านั้น

    โดยโครงสร้างหลักในการสำรวจปิโตรเลียมเป็นแอ่งซีโซโซอิกในพื้นที่ภาคกลางและทะเลอ่าวไทย และโครงสร้างรอง คือ ในแอ่งพาลีโอโซอิก ในพื้นที่ภาคอีสาน แต่ในทางวิชาการประเทศไทยยังอาจมีแอ่งตะกอนอีก 1 ยุคโครงสร้างที่ซ่อนตัวอยู่และยังไม่เคยถูกสำรวจอย่างจริงจัง คือ แอ่งตะกอนยุคมีโซโซอิก ทั้งที่มีหลักฐานการขุดเจาะพบน้ำมันดิบในชั้นหินยุคนี้ใต้แอ่งซีโนโซอิกมาแล้ว ทั้งในอ่าวไทยและพื้นที่ภาคกลางของไทย

    แต่จากการสำรวจกลับไม่ได้เดินหน้า เพื่อตามหาโครงสร้างหลักของแอ่งมีโซโซอิก ทั้งที่พบว่ามีหลักฐานสำคัญแล้วว่ามีการค้นพบปิโตรเลียมจริง ในขณะที่หลักฐานทางธรณีวิทยาที่น่าสนใจยังชี้ว่า แอ่งมีโซโซอิกอาจเป็นแหล่งปิโตรเลียมรูปแบบขนาดใหญ่ เพราะเป็นยุคที่ทั่วโลกสำรวจพบแหล่งปิโตรเลียมแหล่งใหญ่จำนวนมาก ซึ่งเป็นแหล่งที่เกิดจากการสะสมของตะกอนทะเลตามที่ปิโตรเลียมแหล่งใหญ่ทั่วโลกเกิดจากการสะสมของตะกอนทะเลเช่นกัน จึงหมายความว่าประเทศไทยอาจยังไม่เคยรู้ศักยภาพที่แท้จริงของทรัพยากรพลังงานใต้ผืนแผ่นดินไทยของเรา

    คำถามคือเราสำรวจครบทุกโครงสร้างแล้วหรือยัง และเรายังจะปล่อยให้ประชาชนต้องแบกรับภาระค่าพลังงาน ที่อาจเกิดจากความไม่รู้ของเราอยู่หรือไม่ หากประเทศเราหันกลับมาใช้หลักในทางธรณีวิทยาโครงสร้างอย่างเป็นระบบในการสำรวจ เช่น เดียวกันกับที่ในหลายประเทศทั่วโลกที่มีการสำรวจแล้วค้นพบแหล่งปิโตรเลียม หรือแหล่งพลังงานขนาดใหญ่ในอดีต เราก็อาจมีโอกาสค้นพบแหล่งทรัพยากรที่มีศักยภาพมากขึ้น

    ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่เป็นเพียงเรื่องในทางวิชาการ แต่เป็นเรื่องของค่าใช้จ่ายของประชาชน ค่าน้ำมัน ค่าพลังงาน และความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว “ประเทศเราอาจจะไม่ได้จนทรัพยากร แต่อยู่ที่ว่าเราจะกล้าใช้ความรู้ในทางวิทยาศาสตร์ เพื่อสำรวจและบริหารทรัพยากรธรรมชาติอย่างจริงจังหรือไม่” เพราะความหวังของ ปชช.ทั้งประเทศ อาจยังอยู่ที่ใต้ผืนแผ่นดินของเราที่กำลังรอการสำรวจอย่างจริงจังและเป็นระบบ ตามหลักวิชาการ นายอารักษ์ กล่าว
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/468040&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QkiSGo9QgnrPWl6XX_aak

  • “คุณานันท์” ต้านไม่ไหวพ่ายดีกรีแชมป์ ตกรอบ 16 คน ศึกเทนนิส “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ ทัวร์ เจ300” | เดลินิวส์

    “คุณานันท์” ต้านไม่ไหวพ่ายดีกรีแชมป์ ตกรอบ 16 คน ศึกเทนนิส “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ ทัวร์ เจ300” | เดลินิวส์

    ศึกเทนนิสเยาวชนนานาชาติ รายการ “ไอทีเอฟ จูเนียร์ส เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ เจ300 (1)” ที่ศูนย์พัฒนากีฬาเทนนิสแห่งชาติ เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 4 มี.ค. 69 เข้าสู่รอบ 3 (16 คน) ประเภทชายเดี่ยว “พุฒิ” คุณานันท์ พันธราธร นักหวดหนึ่งเดียวของไทยที่เหลืออยู่ในรายการนี้ พลาดท่าพ่ายให้กับ แดน แบรนด์ ดาวรุ่งอิสราเอล เจ้าของแชมป์ไอทีเอฟ เจ200 ที่ไทย เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว 0-2 เซต 2-6, 1-6 ยุติเส้นทางไว้เพียงเท่านี้ โดย แดน แบรนด์ ผ่านเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศ ไปพบกับ ดาเนียล โจวาโนฟสกี จากออสเตรเลีย ต่อไป

    ผลคู่อื่น ๆ มีดังนี้ ประเภทหญิงเดี่ยว เฟลิทซาตา โดโรฟีวา-ไรบาส (รัสเซีย) ชนะ ดิยา ราเมช ราเมช (อินเดีย) 6-3, 6-1, ฉู อี้ฮั่น (จีน) ชนะ ฮง เยริ (เกาหลีใต้) 6-0, 6-2, เรเน อลาเม (3-ออสเตรเลีย) ชนะ ริระ โคซากะ (ญี่ปุ่น) 6-7 (4-7), 6-1, 6-4, อเลนา คาร์เชนโก (รัสเซีย) ชนะ เว่ย จางเฉียน (จีน) 6-3, 7-6 (3), เชา หยูซาน (จีน) ชนะ ซากิโนะ มิยาซาวะ (ญี่ปุ่น) 6-1, 6-4, ไอชิ ดาส (นิวซีแลนด์) ชนะ ยูอิ โคมาดะ (ญี่ปุ่น) 2-1 เซต 6-7 ไทเบรก 5-7, 6-2, 6-1

    ประเภทชายเดี่ยว มาร์ค เซบัน (สหราชอาณาจักร) ชนะ ซิ่วฉือ นิโคลัส เฉิง (ฮ่องกง) 6-1, 6-4, อาร์นาฟ ปาปาร์การ์ (อินเดีย) ชนะ คัง ไคเกาเกอ (จีน) 6-2, 6-0, ดาเนียล โจวาโนฟสกี (ออสเตรเลีย) ชนะ คาเรล ออเบรียล กูนูเอ (สหรัฐ) 1-6, 6-1, 6-4 มารัต ซัลบีเยฟ (รัสเซีย) ชนะ โคดี แอตกินสัน (นิวซีแลนด์) 6-0, 6-1, คันตะ วาตานาเบะ (ญี่ปุ่น) ชนะ อารง ชาเบต์ (ฝรั่งเศส) 6-3, 6-3.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5656266/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw05GdZdG6QP1kUibdEWOOX3

  • ความฉลาดทำให้โสดนานจริงไหม? งานวิจัยเผยเหตุผลที่คนหัวดีมีคู่ช้ากว่า

    ความฉลาดทำให้โสดนานจริงไหม? งานวิจัยเผยเหตุผลที่คนหัวดีมีคู่ช้ากว่า

    Article

         อะไรคือเหตุผลที่ทำให้บางคนครองสถานะโสดยาวนานกว่าคนอื่น?

         นอกจากเรื่องจังหวะชีวิต โอกาสทางสังคม หรือความพร้อมทางอารมณ์ งานวิจัยหนึ่งกลับชี้ไปยังปัจจัยที่หลายคนอาจคาดไม่ถึง นั่นคือ ความฉลาด

         การศึกษาจากมหาวิทยาลัยซูริค (University of Zurich) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ พบว่า ผู้ที่มีระดับสติปัญญาสูงมีแนวโน้มจะเริ่มต้นความสัมพันธ์เชิงโรแมนติกช้ากว่าคนทั่วไป และมักครองความเป็นโสดเป็นระยะเวลานานกว่า

    สมองเร็วกว่าใจ หรือใจตามไม่ทันใคร

         งานวิจัยชิ้นนี้เก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่างมากกว่า 17,000 คนในสหราชอาณาจักรและเยอรมนี โดยเริ่มติดตามตั้งแต่อายุ 16 ปี ซึ่งทั้งหมดไม่เคยมีความสัมพันธ์มาก่อน ผู้เข้าร่วมถูกสอบถามเกี่ยวกับบุคลิกภาพ สภาพความเป็นอยู่ และปัจจัยทางประชากรทุกปี จนกระทั่งอายุ 29 ปี

         ผลการวิเคราะห์พบว่า ผู้ที่โสดยาวนานมักมีระดับการศึกษาสูงกว่า มีแนวโน้มอาศัยอยู่กับครอบครัว และรายงานว่ามีความสุขในชีวิตน้อยกว่าคนที่เริ่มมีความสัมพันธ์ตั้งแต่อายุน้อย

         ดร. ไมเคิล เครเมอร์ (Michael Kramer) หนึ่งในผู้นำการศึกษา ซึ่งเผยแพร่ผลการวิจัยในวารสาร Journal of Personality and Social Psychology อธิบายว่า
    “ทั้งปัจจัยด้านโครงสร้างทางสังคม เช่น การศึกษา และสภาพความเป็นอยู่ในชีวิตประจำวัน ล้วนสามารถใช้คาดการณ์ได้ว่าใครมีแนวโน้มจะเข้าสู่ความสัมพันธ์เชิงโรแมนติก หรือใครอาจยังคงโสดต่อไป”

         นอกจากนี้ งานวิจัยยังชี้ให้เห็นว่า รูปแบบการอยู่อาศัยมีผลต่อโอกาสในการมีคู่ โดยผู้ที่อาศัยอยู่คนเดียวมีแนวโน้มโสดมากกว่า ในขณะที่การอยู่ร่วมกับเพื่อนหรือการแชร์ที่อยู่อาศัยกับผู้อื่นช่วยเพิ่มโอกาสในการเริ่มต้นความสัมพันธ์

    โสดนานแค่ไหน ถึงเริ่มส่งผลต่อใจ

         ในแง่ของสุขภาวะทางจิตใจ การศึกษาพบว่าผู้ที่โสดเป็นเวลานานมีระดับความพึงพอใจในชีวิตลดลง และรู้สึกโดดเดี่ยวมากขึ้น โดยเฉพาะในช่วงปลายวัย 20 ซึ่งเป็นช่วงที่คุณภาพชีวิตโดยรวมลดลงอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันระดับความซึมเศร้าก็เพิ่มสูงขึ้น ผลกระทบนี้เกิดขึ้นกับทั้งผู้หญิงและผู้ชายในสัดส่วนใกล้เคียงกัน

         ในทางกลับกัน ผู้ที่เข้าสู่ความสัมพันธ์ครั้งแรกในช่วงอายุน้อยมักรายงานว่าคุณภาพชีวิตดีขึ้นอย่างชัดเจน

         ดร. เครเมอร์ยังตั้งข้อสังเกตเพิ่มเติมว่า การครองความเป็นโสดยาวไปจนถึงช่วงอายุ 20 ปลาย อาจทำให้การเริ่มต้นความสัมพันธ์ครั้งแรกยากขึ้น เนื่องจากสภาพความเป็นอยู่ที่ดีค่อย ๆ ลดลงตามระยะเวลาของการเป็นโสด

    ที่มา: SOURCE 1 / SOURCE 2

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://gqthailand.com/article/intelligence-single-longer-study&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00MBE21N6Yc2WdqOqATujJ

  • ไอแบงก์ ส่งมอบเงินซะกาตช่วยเหลือผู้มีสิทธิ์รับซะกาต กว่าล้านบาท

    ไอแบงก์ ส่งมอบเงินซะกาตช่วยเหลือผู้มีสิทธิ์รับซะกาต กว่าล้านบาท

    ไอแบงก์ ส่งมอบเงินซะกาตช่วยเหลือผู้มีสิทธิ์รับซะกาต กว่าล้านบาท


    4/03/2569 | 31 |

    มติที่ประชุมคณะอนุกรรมการซะกาต ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้สรุปผลการดำเนินงานการบริหารจัดการบัญชีซะกาตของธนาคารในปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ช่วยเหลือผู้มีสิทธิ์รับซะกาตทั่วประเทศ จำนวน 238 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,291,000 บาท

    ดร.มะรอนิง สาแลมิง ประธานที่ปรึกษาและประธานอนุกรรมการซะกาต ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เผยว่า มติที่ประชุมคณะอนุกรรมการซะกาต ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ได้สรุปผลการดำเนินงานการบริหารจัดการบัญชีซะกาตของธนาคารในปี 2568 ที่ผ่านมา ซึ่งได้ช่วยเหลือผู้มีสิทธิ์รับซะกาตทั่วประเทศ จำนวน 238 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,291,000 บาท ซึ่งประกอบด้วย
    • ซะกาตเพื่อเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา จำนวน 148 ราย เป็นเงิน 748,000 บาท
    • ซะกาตเพื่อเป็นทุนประกอบอาชีพ  จำนวน 44 ราย เป็นเงิน 313,000 บาท
    • ซะกาตเพื่อเป็นทุนดำรงชีพ ให้กับผู้พิการ และครูสอนศาสนา จำนวน 46 ราย เป็นเงิน 230,000 บาท

    นายสันติ เสือสมิง ที่ปรึกษาและอนุกรรมการซะกาต ธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) เผยว่า บัญชีซะกาต ของธนาคาร เป็นบัญชีเพื่อรับซะกาตจากลูกค้าที่มีความประสงค์จะจ่ายซะกาต โดยมอบหมายให้ธนาคารดำเนินการจ่ายซะกาตแทน ซึ่งการดำเนินการนี้เป็นไปตามมาตรา 12 (8) แห่งพระราชบัญญัติธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย พ.ศ.2545 กำหนดให้มีการจัดการบัญชีซะกาต ซึ่งหมายถึง บัญชีที่ธนาคารจัดตั้งขึ้นเพื่อบริจาคและดำเนินการบริจาคตามหลักการของศาสนาอิสลาม โดยคณะอนุกรรมการซะกาตได้กำหนดการจัดสรรเงินซะกาต พิจารณาจากผู้ที่ยากจน ขัดสนซึ่งเป็นผู้ที่มีสิทธิ์รับเงินซะกาตตามหลักการของศาสนาอิสลามใน 8 ประเภท โดยคณะอนุกรรมการซะกาตได้กำหนดการจัดสรรเงินซะกาตเป็นทุน   3  ประเภท ได้แก่ 1) ทุนการศึกษา 2)ทุนประกอบอาชีพ 3) ทุนดำรงชีพ

    เนื่องในโอกาสเดือนรอมฎอนประจำปีฮิจเราะห์ศักราช 1447 อันทรงเกียรตินี้ เดือนแห่งการแบ่งปัน เดือนแห่งตักตวงความดี ท่านศาสดามูฮัมมัด (ซ.ล.) ได้กล่าวว่า การบริจาคทานที่ดีเยี่ยม คือ การบริจาคในเดือนรอมฎอน รายงานโดยอัล-ติรมีซีย์

    ขอขอบคุณในความเมตตาของพระองค์อัลลอฮ์ (ซ.บ.) ที่ได้ให้ทุกท่านเป็นผู้หนึ่งที่ได้ปฏิบัติคุณธรรมความดีตามศาสนบัญญัติในครั้งนี้ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าท่านจะให้ความไว้วางใจมอบหมายให้ธนาคารได้ช่วยดำเนินการจัดการซะกาตให้แก่ท่านในโอกาสต่อไป

    ธนาคารจึงขอเชิญชวนพี่น้องชาวไทยมุสลิมทุกท่านที่ครอบครองทรัพย์สินตามพิกัดและครบรอบ 1 ปี จันทรคติ ชำระซะกาตผ่านบัญชีซะกาตของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย เลขที่บัญชี 001-1-03879-9 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ ibank Contact Center 1302

    ข้อมูลจาก https://www.thaigov.go.th/th/news/162037


    image รูปภาพ

    image


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.prd.go.th/th/content/category/detail/id/39/iid/482062&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0czR0sP7G4uHHoX4Phblqx

  • เชียงใหม่เปิดข้อมูล “กลลวงมิจฉาชีพรูปแบบใหม่” หลอกเด็กนักเรียนสแกนหน้าส่งข้อมูลขายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

    เชียงใหม่เปิดข้อมูล “กลลวงมิจฉาชีพรูปแบบใหม่” หลอกเด็กนักเรียนสแกนหน้าส่งข้อมูลขายแก๊งคอลเซ็นเตอร์

    ปัจจุบันนี้ปัญหาแก๊งมิจฉาชีพเกี่ยวกับการหลอกลวงยังคงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองและเฝ้าระวังเป็นอย่างมาก ซึ่งล่าสุดพบว่าเหล่ามิจฉาชีพได้มีกลวิธีใหม่ในการแอบอ้างเป็นพนักงานบริษัทเครือข่ายอินเตอร์เน็ตเพื่อเข้าไปกิจกรรมให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องสแกมเมอร์ให้แก่เหล่านักเรียนในสถานศึกษา มีการสแกนใบหน้านักเรียนเปิดซิมการ์ดโทรศัพท์ นำไปขายให้แก๊งสแกมเมอร์ใช้งานต่อในการหลอกลวงประชาชน อย่างใน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ ที่กลุ่มมิจฉาชีพได้บอกว่าจะให้ความรู้และจะแจกซิมอินเทอร์เน็ตฟรีเพื่อการศึกษา เป้าหมายเป็นเด็กนักเรียนอายุ 8-10 ปี ถูกหลอกสแกนหน้าไปเกือบ 300 คน

    โดยกลุ่มแก๊งดังกล่าว ล็อคเป้าหมายไปที่ เด็กนักเรียนชนเผ่า หลอกให้เด็กลงทะเบียนเปิดซิมใหม่ สแกนใบหน้าจำนวน 5 ครั้ง แต่ให้เด็กเก็บซิมไว้ใช้เพียง 1 ซิม เท่านั้น ส่วนอีก 4 ซิมที่เหลือคาดว่าได้นำไปขายให้กับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มผู้ค้ายาเสพติด หรือเครือข่ายอาชญากรรมทางเทคโนโลยี เพื่อนำไปต่อยอดใช้ก่อการกระทำผิด

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo01.jpg

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo02.jpg

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ต่อมาศูนย์ต่อต้านภัยออนไลน์ ได้ตรวจสอบพบว่ามีการนำซิมที่ลงทะเบียนในชื่อของเด็กนักเรียนที่ไม่ถูกต่อนำไปสู่ การลงพื้นที่ตรวจสอบความจริง จนสามารถจับกุมผู้กระทำผิดได้ และจะทำการสอบสวนขยายผล ซึ่งจากการตรวจสอบต่อไป ในส่วนของมาตรการป้องกันในตอนนี้จากการประชุมปรึกษาหารือระหว่างนายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ และพลตำรวจตรี ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 ได้มีการ กำชับไปยังทุกทั้ง 25 อำเภอของเชียงใหม่ โดยเฉพาะกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ช่วยบอกต่อชาวบ้านให้รู้ทันกลลวงรูปแบบใหม่ของกลุ่มคนร้าย

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo09.jpg

    รัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ได้กำชับไปยังทุกอำเภอ และให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ให้ลงพื้นที่ประชาสัมพันธ์เชิงรุกเตือน ประชาชนในพื้นที่ทั้งเด็กนักเรียน ผู้สูงอายุ และข้าราชการที่เกษียณอายุราชการแล้ว ผ่านเสียงตามสาย การเคาะประตูบ้าน และพูดคุยอย่างใกล้ชิด เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันรู้ทันกลโกงใหม่ ๆของแก๊งมิจฉาชีพ ที่มีพฤติกรรมการหลอกเหยื่อปรับเปลี่ยนไปในรูปแบบใหม่ ทั้งการหลอกเปิดซิมม้า บัญชีม้า รวมถึงการหลอกไปทำงานในต่างประเทศ และอื่นๆ

    นอกจากนี้ต้องเฝ้าระวังกลุ่มคนแปลกหน้าที่เข้ามาในชุมชนและคนในพื้นที่ที่มีพฤติกรรมต้องสงสัย ให้ตรวจสอบและติดตามเป็นพิเศษ รวมถึงประสานไปยังหน่วยงานด้านการศึกษา ทั้ง สพม. และ สพป. กำชับไปยังโรงเรียนทุกแห่งในจังหวัด ให้เฝ้าระวังมิจฉาชีพที่เข้ามาติดต่อในทุกรูปแบบ

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo08.jpg

    ด้าน พลตำรวจตรี ธวัชชัย พงษ์วิวัฒนชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 กล่าวว่า การจับกุมแก๊งมิจฉาชีพกลุ่มนี้เป็นคดีของกองปราบปราม ส่วนของตำรวจภูธรภาค 5 ได้สั่งการไปยังทุกท้องที่ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยให้เฝ้าระวังกลุ่มบุคคลต้องสงสัยที่เข้ามาในพื้นที่ หากพบกระทำความผิดจะดำเนินการอย่างเด็ดขาด  ทั้งนี้แม้ว่าสื่อมวลชน หรือสื่อของรัฐได้มีการประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนภัย แต่บางพื้นที่การสื่อสารอาจเข้าไม่ถึง กำนันผู้ใหญ่บ้านจึงมีความสำคัญในการเผยแพร่ข่าวสารและนอกจากจังหวัดเชียงใหม่ ตนจะเดินทางเข้าพบผู้ว่าราชการทั้ง 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบนเพื่อขอความอนุเคราะห์ในลักษณะเดียวกันด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยอีก

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo V01.jpg

     ขณะที่ รองศาสตราจารย์ ดร.ทศพล ทรรศนพรรณ หัวหน้าศูนย์ศึกษากฎหมายกับเทคโนโลยีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นวิธีการหลอกลวงแบบใหม่ของกลุ่มมิจฉาชีพ แสดงให้เห็นว่ากลุ่มมิจฉาชีพไม่เคยหยุดที่จะหากลวิธีใหม่ ๆ ในการดำเนินการก่ออาชญากรรม หากมาดูในปัจจุบันในสังคมไทยยังถือว่ามีกลุ่มเสี่ยงอยู่จำนวนมากที่อาจจะตกเป็นเป้าหมายของกลุ่มคนร้ายเหล่านี้ สะท้อนถึงสิ่งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องมีการคัดกรองเพิ่มมากขึ้นอย่างมาก และมาตรการการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งในการเก็บข้อมูลส่วนบุคคลนั้นอาจจะนำไปสู่การรั่วไหลหรือการนำไปขายต่อเพื่อต่อยอดในการก่ออาชญากรรมต่อไป

    “อีกหนึ่งสิ่งที่สังคมไทยต้องยกระดับทางความคิดคือการแลกเปลี่ยนสิทธิประโยชน์ อย่างเช่นการกรอกข้อมูลเพื่อได้รับสิ่งของเล็กน้อย ลดแลกแจกแถม เพราะสิ่งเหล่านี้ถือว่าเป็นสิ่งที่คนไทยคุ้นชิน แต่หากไม่มีการรักษาความลับทางข้อมูลส่วนบุคคลอย่างดีมากพอและหลุดรอดเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มสแกมเมอร์อาจจะมีเหยื่อเพิ่มมากขึ้น”

    “สิ่งที่ต้องเน้นย้ำหลังจากนี้คือข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนเป็นสิ่งที่มีค่าเป็นอย่างมาก ข้อมูลไม่เท่ากับของฟรี กลุ่มคนหนึ่งต้องการข้อมูลของอีกคนแสดงว่ามีเป้าหมายในการจัดทำการสิ่งหนึ่ง ดังนั้นของฟรีไม่มีในโลกจึงต้องนึกถึงประเด็นนี้ไว้ด้วย การที่คนหนึ่งสามารถเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของประชาชนได้จะนำไปสู่การทำนายได้ว่าบุคคลนั้นชื่นชอบอะไร มีรสนิยมและพฤติกรรมในลักษณะไหน หรือมีทรัพย์สินหรือทุรกรรมใดๆ เมื่อมีข้อมูลเหล่านี้มากพอก็จะนำไปขายให้กับกลุ่มอาชญากรในราคาที่สูงมาก”

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo05.jpg

    รองศาสตราจารย์ ดร.ทศพล กล่าวอีกว่า กลุ่มมิจฉาชีพมีการแบ่งย่อยหน้าที่มากยิ่งขึ้นกว่าอดีตที่ผ่านมา กระจายกันไปหลอกลวงทำตามบทบาทที่แต่ละกลุ่มถนัด ซึ่งกลุ่มประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลยังถือว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง การเอาเด็กมาเป็นเหยื่อเพื่อให้ยอมในการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัว ถือว่าทำได้ง่ายเนื่องจากเด็กมีความตื่นเต้นที่จะได้ซิมฟรีมาแจกถึงที่สะดวกสบายไม่ต้องเสียเงิน ทำให้หลังจากนี้ต้องสร้างการรับรู้ให้รู้เท่าทันเกี่ยวกับการป้องกันและรักษาข้อมูลส่วนบุคคล

    ในส่วนของหน่วยงานก็ต้องมีการคัดกรองอย่างเข้มข้น แม้ว่าจะมีการคัดกรองอย่างเข้มข้นแล้วในระหว่างการทำกิจกรรมก็ต้องมีการติดตามว่าในแต่ละกิจกรรมนั้นคือกิจกรรมอะไร มีการเก็บข้อมูลของนักเรียนหรือไม่ มีการสแกนหน้าไหม  หรืออะไรที่สุ่มเสี่ยงที่จะเกี่ยวข้องกับอาชญากรรม ต้องมีการติดตามตั้งแต่ก่อนเข้ามาในโรงเรียนจนออกโรงเรียนไป

    “หน่วยงานภาครัฐและหน่วยงานเอกชน หากอยากจะเป็นส่วนหนึ่งในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีเหล่านี้ การสร้างการตระหนักรู้เกี่ยวกับการรักษาข้อมูลส่วนบุคคลเป็นอีกสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้นหน่วยงานรัฐและเอกชนต้องลดการให้ประชาชนกรอกข้อมูลส่วนบุคคลหรือจัดเก็บข้อมูลเพื่อมาแลกสิทธิประโยชน์เล็กๆน้อยๆ เพราะกลุ่มอาชญากรรมจะเห็นช่องว่างเหล่านี้ว่าคนไทยคุ้นชินจึงใช้มาเป็นวิธีในการหลอกลวงได้ง่าย” รศ.ดร.ทศพล กล่าว

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo07.jpg

    Chiang Mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs-SPACEBAR-Photo06.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/chiang-mai-uncovers-scam-where-fraudsters-trick-students-into-providing-information-to-call-center-gangs&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-WH9VOr8Rwa0rhrV1dHZY