Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สงครามตะวันออกกลางป่วนเศรษฐกิจโลก จับตา Oil Shock กระทบไทย

    สงครามตะวันออกกลางป่วนเศรษฐกิจโลก จับตา Oil Shock กระทบไทย

    ความตึงเครียดในตะวันออกกลางกำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะตลาดพลังงาน การค้า และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค หลายฝ่ายจับตาความเสี่ยง “Oil Shock” ที่อาจดันราคาพลังงานพุ่ง กระทบเงินเฟ้อและเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงประเทศไทยที่อาจได้รับผลกระทบตามมา

    ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ นายกสมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย ประเมินสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะความเกี่ยวข้องกับอิหร่านว่า กำลังสร้างแรงสั่นสะเทือนต่อเศรษฐกิจโลกในหลายมิติ ตั้งแต่โครงสร้างราคาพลังงาน ภาวะเงินเฟ้อ ไปจนถึงพฤติกรรมการบริโภคและรูปแบบการค้าโลก ซึ่งอาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

    วิกฤตราคาพลังงานโลก “Oil Shock”

    ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในภูมิภาคตะวันออกกลางมีความอ่อนไหวต่อเศรษฐกิจโลก เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวเป็นแหล่งผลิตน้ำมันและก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ของโลก ทำให้ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์มีโอกาสนำไปสู่ภาวะ “Oil Shock” หรือวิกฤตราคาน้ำมันพุ่งสูง

    แม้ว่าภูมิภาคอาเซียนรวมถึงประเทศไทยจะไม่ได้อยู่ในพื้นที่ความขัดแย้งโดยตรง แต่ยังคงได้รับผลกระทบจากภาวะ Supply Shock อย่างมีนัยสำคัญเนื่องจากเส้นทางขนส่งพลังงานส่วนใหญ่ของโลกต้องผ่าน ช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งถือเป็นเส้นทางยุทธศาสตร์หลักของการขนส่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ

    หากสถานการณ์ความขัดแย้งลุกลามจนทำให้เส้นทางดังกล่าวถูกปิดกั้นหรือมีความเสี่ยงด้านความปลอดภัยสูง จะส่งผลให้การลำเลียงพลังงานสู่ตลาดโลกสะดุดทันที และนำไปสู่ภาวะพลังงานขาดแคลน รวมถึงราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว

    ดร.บุรณิน รัตนสมบัติ

    เงินเฟ้อพุ่ง กดโอกาสลดดอกเบี้ย

    ผลกระทบจากราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น จะสะท้อนมายังภาพเศรษฐกิจมหภาค โดยเฉพาะประเด็น เงินเฟ้อ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามต้นทุนพลังงาน

    ดร.บุรณิน ระบุว่า เมื่อเงินเฟ้อมีความเสี่ยงสูงขึ้นโอกาสที่ธนาคารกลางในหลายประเทศจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจย่อมลดลงตามไปด้วย ซึ่งจะส่งผลต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค การลงทุนของภาคธุรกิจ และการเติบโตของเศรษฐกิจโดยรวม

    ขณะเดียวกันสถานการณ์ดังกล่าวยังถูกนิยามว่าเป็นภาวะ Uncertainty หรือความไม่แน่นอนสูง เนื่องจากยังไม่มีใครสามารถประเมินได้ชัดเจนว่าสงครามจะเป็นเพียงเหตุการณ์ระยะสั้น หรือจะยืดเยื้อจนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกในระยะยาว

    ผู้บริโภคชะลอใช้จ่าย No Consumption

    ผู้บริโภคทั่วโลกมักปรับพฤติกรรมเข้าสู่ภาวะ No Consumption หรือการชะลอการใช้จ่าย โดยเลือกเก็บเงินสดและรอดูทิศทางสถานการณ์ พฤติกรรมดังกล่าวทำให้ภาคธุรกิจต้องเผชิญความท้าทายมากขึ้น เพราะความต้องการซื้อสินค้าและบริการลดลง ส่งผลให้การวางแผนทางการตลาด การลงทุน และการขยายธุรกิจทำได้ยากขึ้น

    อีกหนึ่งผลกระทบสำคัญของสงครามและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ คือการเร่งให้โลกก้าวเข้าสู่ปรากฏการณ์ De-globalization หรือการเปลี่ยนผ่านจากโลกาภิวัตน์สู่การค้าแบบแยกส่วน

    แนวโน้มดังกล่าวทำให้ประเทศและภาคธุรกิจหันมาให้ความสำคัญกับ Regional Supply Chain หรือห่วงโซ่อุปทานระดับภูมิภาคมากขึ้น เพื่อลดความเสี่ยงจากต้นทุนโลจิสติกส์ ความไม่มั่นคงของเส้นทางขนส่ง และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์

    สำหรับประเทศไทยการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างการค้าโลกจะทำให้การวางแผนธุรกิจและการส่งออกมีความซับซ้อนมากขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนด้านโลจิสติกส์ การจัดหาตู้คอนเทนเนอร์ และความผันผวนของตลาดโลก

    ช่องแคบฮอร์มุซ จุดเสี่ยงพลังงานโลก

    ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในเส้นทางยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก เพราะเป็นจุดผ่านหลักของการขนส่งน้ำมันและก๊าซจากประเทศผู้ผลิตรายใหญ่ในตะวันออกกลาง หากความขัดแย้งนำไปสู่การปิดเส้นทางดังกล่าว จะส่งผลให้พลังงานเข้าสู่ตลาดโลกได้น้อยลงทันที ซึ่งไม่เพียงแต่ทำให้ราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นแต่ยังสร้างแรงกดดันต่อเงินเฟ้อทั่วโลก

    สำหรับประเทศไทยความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นจะทำให้การดำเนินนโยบายการเงินมีข้อจำกัดมากขึ้น โดยเฉพาะโอกาสในการลดอัตราดอกเบี้ย ซึ่งอาจส่งผลต่อกำลังซื้อของประชาชนและการเติบโตของเศรษฐกิจในภาพรวม

    สงครามข้อมูลข่าวสาร ความเสี่ยงใหม่ของธุรกิจ

    นอกจากสงครามทางทหารแล้ว ดร.บุรณินยังเตือนถึง Information War หรือ สงครามข้อมูลข่าวสาร ที่เกิดขึ้นควบคู่กันในยุคดิจิทัล

    ในสถานการณ์สงครามร้อน มักมีการเผยแพร่ข้อมูลจำนวนมาก ทั้งข่าวจริง ข่าวเท็จ ข่าวบิดเบือน รวมถึงคอนเทนต์ที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี AI เช่น คลิปวิดีโอจำลองเหตุการณ์โจมตีที่ดูเหมือนจริงอย่างมาก หากนักธุรกิจหรือนักการตลาดขาดการกลั่นกรองข้อมูล อาจเกิดความตื่นตระหนกและตัดสินใจทางธุรกิจผิดพลาดได้

    แนวทางรับมือข่าวปลอมในยุค AI

    ดร.บุรณิน เสนอแนวทางรับมือข้อมูลข่าวสารในช่วงวิกฤตว่า ภาคธุรกิจควรเริ่มต้นจาก การตั้งสติ เพราะในสถานการณ์ที่ข้อมูลไหลเวียนจำนวนมาก การตัดสินใจด้วยอารมณ์อาจนำไปสู่ความผิดพลาด

    ขณะเดียวกันองค์กรควรใช้แนวคิด Marketing Intelligence โดยจัดทีมงานเฉพาะด้านเพื่อรวบรวม วิเคราะห์ และกลั่นกรองข้อมูลเชิงลึก เพื่อแยกแยะข้อเท็จจริงท่ามกลางกระแสข่าวที่หลากหลาย อีกแนวทางหนึ่งคือการตรวจสอบข้อมูลผ่านการติดต่อโดยตรง เช่น การพูดคุยกับลูกค้า คู่ค้า หรือพันธมิตรทางธุรกิจ ซึ่งจะช่วยให้ได้ทั้งข้อมูลข้อเท็จจริงและความรู้สึกของตลาดในสถานการณ์จริง

    นอกจากนี้การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทางธุรกิจ หรือ Partnership & Friendship ยังมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ถูกต้องและช่วยให้ธุรกิจสามารถรับมือกับความผันผวนของสถานการณ์ได้ดียิ่งขึ้น

    ดร.บุรณินมองว่า วิกฤตความตึงเครียดที่เกี่ยวข้องกับอิหร่านในครั้งนี้ ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นด้านภูมิรัฐศาสตร์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ไปถึงโครงสร้างราคาพลังงาน อัตราเงินเฟ้อ พฤติกรรมการใช้จ่ายของผู้บริโภค และทิศทางการค้าโลกในอนาคต

    สถานการณ์ดังกล่าวจึงเป็นปัจจัยเสี่ยงสำคัญที่ภาคธุรกิจและเศรษฐกิจไทยจำเป็นต้องติดตามอย่างใกล้ชิด พร้อมปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับความไม่แน่นอนที่อาจเกิดขึ้นในระยะต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/653162&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0C8y0a6oEqDP0HeLkLKMPo

  • Dow ผนึก Eco Phoenix -สถาบันพลาสติกขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย

    Dow ผนึก Eco Phoenix -สถาบันพลาสติกขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไทย

    วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 14.47 น.

    ท่ามกลางความท้าทายด้านปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นทุกปี ประเทศไทยกำลังก้าวสู่จุดเปลี่ยนสำคัญ เมื่อ 3 องค์กรชั้นนำจับมือกันผลักดัน “ขยะ” ให้กลายเป็น “ทรัพยากร” และเปลี่ยนรูปแบบการจัดการของเสียของไทยไปสู่ระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างเป็นรูปธรรมและครบวงจร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย (Dow) ร่วมกับ บริษัท อีโค ฟีนิกซ์ จำกัด (Eco Phoenix) และอุตสาหกรรมพัฒนามูลนิธิ สถาบันพลาสติก (PITH) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือเพื่อพัฒนา “ต้นแบบโรงคัดแยกขยะชุมชน (Material Recovery Facility – MRF)” ที่สามารถเพิ่มมูลค่าขยะด้วยกระบวนการคัดแยกอย่างมีประสิทธิภาพ และสร้างความยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

    จากปัญหาขยะ สู่โอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว:

    ปัจจุบัน ขยะจำนวนมากยังคงถูกกำจัดด้วยวิธีการฝังกลบ ทั้งที่ขยะเหล่านี้มีศักยภาพในการนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้อีกมาก ความร่วมมือครั้งนี้จึงมุ่งศึกษารูปแบบธุรกิจ MRF ที่สามารถดำเนินงานได้จริง ในระดับชุมชน เชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานของโครงการ Smart Recycling Hub ภายใต้ความร่วมมือของ PPP Plastics Network เพื่อสร้างห่วงโซ่คุณค่าพลาสติกหมุนเวียนตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง

    Eco Phoenix จะถ่ายทอดองค์ความรู้เชิงลึกด้านการออกแบบผังโรงงาน เทคโนโลยี และการบริหารจัดการโรงคัดแยกขยะ สถาบันพลาสติกทำหน้าที่ส่งเสริมการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้และประสานเครือข่ายภาครัฐ–เอกชน พร้อมให้คำแนะนำในการกำหนดมาตรฐานวัสดุรีไซเคิล ขณะที่ Dow สนับสนุนความเชี่ยวชาญด้านวัสดุศาสตร์ เชื่อมโยงสู่ภาคีเครือข่ายผู้ประกอบการเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในภาคอุตสาหกรรม และจัดการสื่อสารเพื่อสร้างการมีส่วนร่วมในวงกว้าง

    เป้าหมายสำคัญของโครงการพัฒนาการเพิ่มมูลค่าขยะชุมชนโดยนำกลับมาใช้ประโยชน์ด้วยวิธีการคัดแยก คือ การสร้าง “โมเดลต้นแบบ” เพื่อส่งมอบให้กับกรุงเทพมหานคร ที่สามารถขยายผลได้จริง และสอดคล้องกับทิศทางการพัฒนาเศรษฐกิจ BCG (Bio-Circular-Green Economy) ของประเทศไทย

    ประโยชน์ที่มากกว่าการจัดการขยะ:

    ความร่วมมือนี้ไม่ได้หยุดอยู่แค่การคัดแยกขยะ แต่คือการสร้างระบบใหม่ที่ทุกภาคส่วนได้ประโยชน์ร่วมกัน

    ในระดับชุมชน จะเกิดแหล่งเรียนรู้และต้นแบบธุรกิจที่สร้างรายได้ เพิ่มมูลค่าขยะในพื้นที่ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน

    ในระดับประเทศ จะช่วยลดการพึ่งพาวัตถุดิบใหม่ สนับสนุนเป้าหมายการลดก๊าซเรือนกระจก และเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันของอุตสาหกรรมรีไซเคิลไทย

    ในระดับสิ่งแวดล้อม จะลดปริมาณขยะฝังกลบ ลดการรั่วไหลของพลาสติก และช่วยอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คนรุ่นต่อไป

    นายวิชาญ ตั้งเคียงศิริสิน ประธานบริหาร กลุ่มบริษัท ดาว ประเทศไทย กล่าวว่า พลาสติกมีคุณค่าเกินกว่าจะกลายเป็นขยะ เพราะยิ่งเราเพิ่มการรีไซเคิลมากเท่าไร ก็ยิ่งลดคาร์บอนและลดผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศได้มากขึ้นเท่านั้น เศรษฐกิจหมุนเวียนจึงไม่ใช่แค่เรื่องการจัดการขยะ แต่คือคำตอบของทั้งวิกฤตสิ่งแวดล้อมและโอกาสทางเศรษฐกิจสีเขียว Dow เชื่อว่าขยะไม่ใช่จุดจบของผลิตภัณฑ์ แต่คือจุดเริ่มต้นของคุณค่าใหม่ จากประสบการณ์ศูนย์ MRF บ้านฉาง เราเห็นแล้วว่าหากมีระบบที่ดีและความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ขยะสามารถกลายเป็นทรัพยากรที่สร้างประโยชน์ให้ชุมชนและประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม”

    นายณัฏฐชัย ศิริโก ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอเอ็มอาร์ เอเซีย จำกัด (มหาชน) และบริษัท อีโค ฟีนิกซ์ จำกัด กล่าวว่า เราไม่ได้มองขยะเป็นแค่ของเสีย แต่คือ ‘ทรัพยากรที่รอการปลดล็อกมูลค่า’ ระบบ MRF ที่แม่นยำและบริหารจัดการด้วยมาตรฐานสากล คือกลไกหลักที่จะพลิกโฉมวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส อีโค ฟีนิกซ์ พร้อมส่งมอบองค์ความรู้และนวัตกรรมทั้งหมดของเรา เพื่อปั้นโมเดลต้นแบบที่ทรงประสิทธิภาพ โปร่งใส และขยายผลได้จริง นี่ไม่ใช่แค่การจัดการขยะ แต่คือการสร้างระบบนิเวศเศรษฐกิจใหม่ที่ชุมชนและสิ่งแวดล้อมเติบโตไปพร้อมกันอย่างยั่งยืน

    นางสาวสินีนาฏ เล้าชินทอง รักษาการผู้อำนวยการสถาบันพลาสติก กล่าวว่า สถาบันพลาสติกมุ่งพัฒนาอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตควบคู่ความยั่งยืน ความร่วมมือครั้งนี้จะช่วยยกระดับมาตรฐานวัสดุรีไซเคิล และพัฒนารูปแบบธุรกิจที่สามารถขยายผลได้ทั่วประเทศ สร้างระบบหมุนเวียนของพลาสติกที่แข็งแรงตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ

    เมื่อภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม และภาคความรู้ ผนึกกำลังร่วมกัน “ขยะ” จึงไม่ใช่ภาระของสังคมอีกต่อไป หากแต่เป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า เป็นโอกาสทางเศรษฐกิจ และเป็นกุญแจสำคัญสู่อนาคตที่ประเทศไทยเติบโตอย่างสมดุลและยั่งยืน

    -031

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/951101&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2SM1vKI7C749JrEhXAu-EV

  • มอบวุฒิบัตรสำเร็จศึกษา บัณฑิตน้อย รร.ธัมมสิริฯ ปลูกฝังความภาคภูมิใจ

    มอบวุฒิบัตรสำเร็จศึกษา บัณฑิตน้อย รร.ธัมมสิริฯ ปลูกฝังความภาคภูมิใจ

    มอบวุฒิบัตรสำเร็จศึกษา บัณฑิตน้อย รร.ธัมมสิริฯ ปลูกฝังความภาคภูมิใจ

    วันศุกร์ ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่โรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี นาย ภุมรินทร์ สมนวล ผู้อำนวยการ โรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบ  มาเป็นประธานในพิธีมอบ มอบวุฒิบัตรผู้สำเร็จหลักสูตรปฐมวัย (ธัมมสิริบัณฑิตน้อย) นักเรียนชั้นอนุบาล 3 จำนวน 147  คน ในปีการศึกษา 2568 โดยมี  อาจารย์ อารีย์ คำนึงกิจ ผู้จัดการโรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบ คณะครู อาจารย์ ตลอดจน ผู้ปกครอง นำดอกไม้ ของขวัญ ร่วมแสดงความยินดี กับบุตรหลาน กันเป็นจำนวนมาก 

    สำหรับการ มอบวุฒิบัตรผู้สำเร็จหลักสูตรปฐมวัย (ธัมมสิริบัณฑิตน้อย) ปีการศึกษา 2568 ของโรงเรียนธัมมสิริศึกษาสัตหีบ  ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่น่าภูมิใจของนักเรียน เพื่อเป็นการแสดงความยินดีและให้กำลังใจแก่บัณฑิตน้อยทุกคน ที่ได้ทุ่มเทความพยายามในการเรียนรู้และผ่านกระบวนการศึกษาตามหลักสูตรปฐมวัยอย่างครบถ้วนและสมบูรณ์ปลูกฝังให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตนเอง สร้างความมั่นใจ และตระหนักถึงคุณค่าของความพยายามและความสำเร็จ ซึ่งจะเป็นแรงผลักดันให้พวกเขาก้าวสู่การศึกษาในระดับที่สูงขึ้นอย่างมุ่งมั่นและมีเป้าหมาย หลักสูตรปฐมวัยเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาทักษะพื้นฐานทั้งด้านสติปัญญา อารมณ์ สังคม และร่างกาย การจัดพิธีในวันนี้จึงเป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการศึกษาในช่วงปฐมวัยที่มีต่อการเจริญเติบโตและความสำเร็จในอนาคตของเด็ก

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/950924&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uxxVZH6QVuR9CY-246Swb

  • วุฒิสภาศึกษาดูงานอุบลราชธานี เชื่อมงานวิจัยมหาวิทยาลัยสู่เศรษฐกิจจริง

    วุฒิสภาศึกษาดูงานอุบลราชธานี เชื่อมงานวิจัยมหาวิทยาลัยสู่เศรษฐกิจจริง

    จ.อุบลราชธานี – คณะอนุกรรมการเสริมสร้าง ขับเคลื่อน และติดตามการดำเนินงานด้านวิจัยและพัฒนา ในคณะกรรมการวิจัยและพัฒนาของวุฒิสภา นำโดย นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา คนที่สอง พร้อมด้วย นายชิบ จิตนิยม สมาชิกวุฒิสภา ประธานคณะอนุกรรมการเสริมสร้างฯ รองศาสตราจารย์ แล ดิลกวิทยรัตน์ สมาชิกวุฒิสภา ลงพื้นที่ศึกษาดูงานระหว่างวันที่ 4–5 มีนาคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี เพื่อหารือกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยเกี่ยวกับแนวทางเชื่อมโยงฐานข้อมูลงานวิจัยและผลงานวิชาการไปสู่การใช้ประโยชน์จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจชุมชน การเกษตร อุตสาหกรรม และการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

    นอกจากนี้คณะอนุกรรมการเสริมสร้างฯได้เดินทางไปศึกษาดูงานด้านพลังงานที่เขื่อนสิรินธร ของการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อรับฟังความก้าวหน้าในการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานทดแทน โดยเฉพาะโครงการโซลาร์เซลล์ลอยน้ำ รวมถึงแนวทางพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ เพื่อนำข้อมูลและองค์ความรู้ไปใช้ประกอบการผลักดันนโยบายด้านวิจัย นวัตกรรม และพลังงานของประเทศในอนาคต

    นายบุญส่ง น้อยโสภณ รองประธานวุฒิสภา กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ถือเป็นหมุดหมายสำคัญของการเชื่อมโยงกลไกฝ่ายนิติบัญญัติกับภาควิชาการ เพื่อบูรณาการงานวิจัยสู่การพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืน โดยมีเป้าหมายสำคัญในการนำองค์ความรู้ไปใช้ประโยชน์จริงในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน พร้อมสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาหลักของภูมิภาค และสะท้อนศักยภาพของงานวิจัยท้องถิ่นในการตอบโจทย์ความต้องการของพื้นที่ได้อย่างตรงจุด

    ด้านนายชิบ จิตนิยม ในฐานะประธานอนุกรรมการฯ กล่าวว่า จากการหารือกับผู้บริหารมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี พบว่ามหาวิทยาลัยมีผลงานวิจัยที่โดดเด่นจำนวนมาก โดยเฉพาะด้านสุขภาพและสาธารณสุข เช่น งานวิจัยเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเบาหวาน เทคโนโลยีการฉีดยา รวมถึง “เตียงอเนกประสงค์ UBU: นวัตกรรมเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของผู้ป่วยติดเตียง” ซึ่งช่วยอำนวยความสะดวกในการดูแลผู้ป่วย ลดภาระของผู้ดูแล และช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยติดเตียง

    อย่างไรก็ตาม แม้งานวิจัยเหล่านี้จะได้รับการจดสิทธิบัตรแล้ว แต่ยังไม่สามารถต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ได้ เนื่องจากยังขาดการรับรู้จากภาคผู้ผลิตและผู้ประกอบการ รวมถึงข้อจำกัดด้านต้นทุน ซึ่งเป็นอุปสรรคสำคัญในการผลักดันงานวิจัยไปสู่การใช้ประโยชน์ในวงกว้าง

    นายชิบ กล่าวว่า ด้วยเหตุนี้จึงเกิดแนวคิดจัดกิจกรรมภายใต้ชื่อ “จากหิ้งสู่ห้าง” หรือโครงการเชื่อมโยงงานวิจัยสู่ตลาด เพื่อเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนและผู้ประกอบการได้เข้ามารับรู้ศักยภาพของผลงานวิจัย และร่วมพัฒนาต่อยอดสู่การผลิตเชิงพาณิชย์ โดยคาดว่าจะจัดขึ้นในช่วงเดือนสิงหาคมนี้

    นายชิบ กล่าวภายหลังการศึกษาดูงานที่เขื่อนสิรินธรว่า ภาพรวมสะท้อนให้เห็นความมุ่งมั่นของ กฟผ. ในการขับเคลื่อนเทคโนโลยีการผลิตไฟฟ้า โดยเน้นการใช้พลังงานสะอาด เช่น โซลาร์เซลล์ รวมทั้งการนำงานวิจัยมาประยุกต์ใช้ และการสร้างความร่วมมือกับต่างประเทศ ทั้งนี้ ประเด็นที่คณะอนุกรรมการให้ความสนใจเป็นพิเศษคือ SMR (Small Modular Reactor) หรือเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ขนาดเล็กสำหรับผลิตกระแสไฟฟ้า ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่กำลังได้รับความสนใจในระดับโลก โดยแม้ กฟผ. จะเคยมีแนวคิดศึกษาเรื่องนี้มานานแล้ว แต่ยังไม่มีความคืบหน้าอย่างเป็นรูปธรรม และขณะนี้ได้มีการนำโครงการดังกล่าวกลับมาศึกษาอีกครั้ง

    ด้านรองศาสตราจารย์ แล ดิลกวิทยรัตน์ ในฐานะที่ปรึกษาของคณะฯ กล่าวว่า การลงพื้นที่ศึกษางานวิจัยทั้งที่มหาวิทยาลัยอุบลราชธานีและที่เขื่อนสิรินธร ทำให้เห็นภาพการทำงานทั้งในภาควิชาการและภาคพลังงานอย่างชัดเจน โดยมหาวิทยาลัยมีความพยายามในการพัฒนาศักยภาพของชุมชนผ่านงานวิจัย ขณะที่ กฟผ. ก็เดินหน้าพัฒนาแหล่งพลังงานใหม่และพลังงานทดแทนอย่างต่อเนื่อง

    นอกจากนี้ ยังมีการผสมผสานการผลิตไฟฟ้าจากพลังน้ำและพลังงานแสงอาทิตย์ รวมทั้งการศึกษาเทคโนโลยีพลังงานสมัยใหม่ เช่น เตาปฏิกรณ์ผลิตไฟฟ้าขนาดเล็ก เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานในอนาคต โดยมีเป้าหมายเพิ่มสัดส่วนการใช้พลังงานทดแทนให้ได้ประมาณครึ่งหนึ่งของแหล่งพลังงานทั้งหมดภายในปี 2.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/958674/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw357uOGRHVrpjaGETeJQsMa

  • index

    index

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://pr-bangkok.com/%3Fp%3D582551&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rPC1n23snhMRAEw56nTPN

  • “ลิณธิภรณ์” ชี้การศึกษาไทยไม่ได้ห่วย ชวนมองย้อนอดีต “ยุคทักษิณ” ใส่ใจเด็กและการศึกษาไทย

    “ลิณธิภรณ์” ชี้การศึกษาไทยไม่ได้ห่วย ชวนมองย้อนอดีต “ยุคทักษิณ” ใส่ใจเด็กและการศึกษาไทย

    Loading…

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/fast/content/2917649&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2qekbHvBroD6N4AFXtOEJw

  • เปิดเส้นทางชีวิต “ครูบาชัยวัฒน์” จากอดีตพยาบาล สู่ปมรุกป่า สตอรี่เดือดมติสงฆ์สั่งขับพ้นวัด!

    เปิดเส้นทางชีวิต “ครูบาชัยวัฒน์” จากอดีตพยาบาล สู่ปมรุกป่า สตอรี่เดือดมติสงฆ์สั่งขับพ้นวัด!

    เปิดเส้นทางชีวิต “ครูบาชัยวัฒน์” จากอดีตพยาบาลวิชาชีพ สู่ปมยาว “รุกป่า” สตอรี่เดือดมติสงฆ์สั่งขับพ้นวัด!

    กลายเป็นประเด็นร้อนที่เปิดเส้นทางชีวิต ‘ครูบาชัยวัฒน์’ จากอดีตพยาบาลวิชาชีพสู่ปมรุกป่า สตอรี่เดือดมติสงฆ์สั่งขับพ้นวัด!สังคมจับตามองอย่างใกล้ชิด สำหรับกรณีของ ‘ครูบาชัยวัฒน์ อัคคชโย’ หรือพระชัยวัฒน์ อคคชโย ที่กำลังเผชิญมรสุมครั้งใหญ่ หลังเจ้าหน้าที่รัฐปูพรมตรวจสอบสถานปฏิบัติธรรมในจังหวัดสระบุรี จนนำไปสู่มติขับพ้นวัดต้นสังกัดภายใน 7 วัน

    ย้อนปูมหลัง: จากชุดขาวพยาบาล สู่ผ้าเหลืองร่มกาสาวพัสตร์

    หากดูประวัติเส้นทางชีวิตของ ครูบาชัยวัฒน์ ถือว่ามีความน่าสนใจและหักเหอยู่ไม่น้อย โดยเริ่มต้นจากการเป็นคนทำงานสายวิชาชีพสาธารณสุข:

    • ปี 2550: สำเร็จการศึกษาปริญญาตรีพยาบาลศาสตรบัณฑิต จากวิทยาลัยพยาบาลบรมราชชนนี พะเยา

    • ชีวิตพยาบาล: ทำงานเป็นพยาบาลวิชาชีพนานถึง 5 ปี ก่อนตัดสินใจลาออกเข้าสู่ภาคธุรกิจ

    • นักธุรกิจและผู้บริหาร: ผันตัวไปเป็นพนักงานขายและผู้บริหารบริษัทเครื่องมือแพทย์ จนกระทั่งเปิดบริษัทเป็นของตัวเอง

    • เส้นทางความเชื่อ: ปี 2561 เคยเดินบนสายแพทย์ทางเลือกและทำงานเป็นหมอดู ก่อนจะตัดสินใจละทิ้งทางโลกเข้าสู่ร่มกาสาวพัสตร์อีกครั้งในปี 2566 โดยเริ่มบวชที่จังหวัดเลย และออกธุดงค์จนมาจัดตั้งสถานปฏิบัติธรรมในจังหวัดสระบุรี

    ปมชนวนเหตุ: “วัดป่ารักษาใจ” พื้นที่ป่าหรือที่พักสงฆ์?

    คดีนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ ป.ป.ท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าตรวจสอบพื้นที่ “วัดป่ารักษาใจ” หรือพุทธสถานรักษาใจนานาชาติ ในเขต ส.ป.ก. ต.หนองย่างเสือ อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี โดยมีข้อสรุปที่น่าสนใจดังนี้:

    • ไร้เอกสารสิทธิ์: หน่วยงานรัฐระบุว่า สถานที่แห่งนี้ ไม่มีสถานะเป็นวัดหรือสำนักสงฆ์ที่ถูกต้องตามกฎหมาย และไม่มีเอกสารสิทธิ์ที่ดินรองรับ

    • ความเสียหาย: พบการใช้เครื่องจักรปรับพื้นที่และสร้างสิ่งปลูกสร้าง ประเมินว่ามีพื้นที่ป่าเสียหายกว่า 136 ไร่

    • ข้อชี้แจงจากมูลนิธิ: ทางฝั่งสำนักปฏิบัติธรรมยืนยันว่าพื้นที่ดังกล่าวเป็นเพียงป่าเสื่อมโทรม และกำลังอยู่ในขั้นตอนขอใช้ที่ดินตามกฎหมาย

    มติล่าสุด: ขับพ้นสังกัด จ.เลย เซ่นปมประวิงเวลา

    สถานการณ์ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2569 ได้เกิดจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญ เมื่อคณะสงฆ์จังหวัดเลยมีมติเป็นเอกฉันท์ ขับ “ครูบาชัยวัฒน์” พ้นจากการเป็นพระลูกวัดศรีสุทธาวาส พระอารามหลวง จ.เลย โดยมีประเด็นสำคัญคือ:

    1. ไม่รายงานตัวตามกำหนด: หลังจากเกิดเรื่องอื้อฉาว เจ้าอาวาสวัดต้นสังกัดได้ออกหนังสือเรียกให้กลับไปรายงานตัวภายใน 7 วัน แต่ครูบาชัยวัฒน์ได้ขอผัดผ่อนและประวิงเวลา

    2. พฤติการณ์หลบเลี่ยง: คณะสงฆ์มองว่าเป็นพฤติการณ์ที่หลบเลี่ยงโดยไม่ชอบด้วยพระวินัยและกฎหมาย ประกอบกับเป็นเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ

    3. เส้นตาย 7 วัน: ตามมติสงฆ์ ครูบาชัยวัฒน์จะต้อง หาสังกัดวัดใหม่ให้ได้ภายใน 7 วัน หากไม่สามารถหาสังกัดใหม่ได้ตามกำหนด จะต้องเข้าสู่กระบวนการ “ลาสิกขา” (สึก) ทันที

    ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงเดินหน้าตรวจสอบเส้นทางการเงิน ข้อร้องเรียนเรื่องการเรี่ยไร และการเปิดขายที่พักในสถานปฏิบัติธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาข้อสรุปในคดีรุกที่รัฐครั้งนี้ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9876866/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3SjDNgPD2NtMlW0zxEMW1W

  • ธ.ทิสโก้ เปิดทริก ‘ สร้างกำไรฝ่าสงครามปะทุ ’ เชียร์ ‘ จัดพอร์ต ’ ด้วย 3 ธีมลงทุน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    ธ.ทิสโก้ เปิดทริก ‘ สร้างกำไรฝ่าสงครามปะทุ ’ เชียร์ ‘ จัดพอร์ต ’ ด้วย 3 ธีมลงทุน – มิติหุ้น | ชี้ชัดทุกการลงทุน

    มิติหุ้น – 6 มี.ค. 69 – ธนาคารทิสโก้แนะนำนักลงทุนจัดพอร์ตด้วย 3 ธีม เพิ่มโอกาสสร้างกำไรฝ่าความไม่แน่นอนของสงคราม ได้แก่ 1. กลุ่มที่ได้แรงหนุนจากความขัดแย้งโลก  ได้แก่ กลุ่มธุรกิจเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลังงาน และทองคำ 2. กลุ่มที่มีเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวน กลุ่มเฮลธ์แคร์ และสาธารณูปโภค และ 3. กลุ่มรอฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ตลาดหุ้นเอเชีย ไทย จีน และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี คาดตลาดหุ้นทั่วโลกฟื้นตัวใน 3- 6 เดือนต่อจากนี้ และโอกาสน้อยที่ราคาน้ำมันจะพุ่งเกิน 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

    นายณัฐกฤติ เหล่าทวีทรัพย์ CFP® Head of Wealth Advisory ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางจะสร้างความผันผวนในระยะสั้นต่อภาพรวมการลงทุน เพราะการศึกษาเหตุการณ์สงครามและความไม่สงบในต่างประเทศนับตั้งแต่ปี 1939 หรือสงครามโลกครั้งที่ 2 เป็นต้นมา พบว่าตลาดหุ้นมักฟื้นตัวในช่วง 3 – 6 เดือนหลังเหตุการณ์ โดยดัชนี S&P 500 จะปรับตัวลงโดยเฉลี่ย -8.6% และใช้เวลาประมาณ 16 วันในการปรับตัวลงไปแตะจุดต่ำสุด และราคาหุ้นมักจะเริ่มฟื้นตัวกลับมาที่เดิมโดยใช้เวลาเฉลี่ยประมาณ 3 เดือน

    ทั้งนี้ ภายใต้ความไม่แน่นอนของสถานการณ์โลก ธนาคารทิสโก้โดยทีม Wealth Advisory แนะนำให้นักลงทุนจัดพอร์ตลงทุนตาม 3 ธีมหลัก เพื่อรับมือกับความผันผวนและสร้างโอกาสการลงทุนในหลายสถานการณ์ และเป็นกลยุทธ์ลงทุนที่ดีกว่าการพยายามคาดเดาทิศทางตลาดเพียงด้านเดียว โดย 3 ธีมที่แนะนำลงทุนในช่วงนี้ ได้แก่

    1. กลุ่มที่ได้แรงหนุนจากความขัดแย้งโลก(Geopolitical Play)

    ประกอบด้วยอุตสาหกรรมเทคโนโลยีป้องกันประเทศ พลังงาน และทองคำ ซึ่งมักได้รับอานิสงส์จากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะเมื่อประเทศต่าง ๆ เพิ่มงบประมาณด้านกลาโหม และความต้องการพลังงานและสินทรัพย์ปลอดภัยเพิ่มขึ้น ทั้งนี้จากสถิติ พบว่า สถิติย้อนหลังตั้งแต่ปี 1990 พบว่า ดัชนี S&P500 Aerospace & Defense ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 15% ใน 6 เดือน หลังเหตุการณ์ความขัดแย้งปะทุ

    1. กลุ่มที่มีเสถียรภาพท่ามกลางความผันผวน(Resilience Play)

    ได้แก่ กลุ่มเฮลธ์แคร์(Healthcare) และสาธารณูปโภค (Utilities) ซึ่งมีลักษณะธุรกิจที่มีความทนทานต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนที่ผันผวน ทำให้พอร์ตการลงทุนมีเสถียรภาพหากสงครามกินเวลานาน ราคาพลังงานทรงตัวในระดับสูง และเสี่ยงเกิดสภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก หุ้นกลุ่มนี้ยังเป็นสินค้าและบริการที่จำเป็น มีรายได้สม่ำเสมอ และความต้องการไม่ผันผวนตามภาวะเศรษฐกิจ อีกทั้งยังสามารถปรับขึ้นราคาสินค้าท่ามกลางเงินเฟ้อได้

    3) กลุ่มรอฟื้นตัวเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย (Recovery Play)

    ประกอบด้วย ตลาดหุ้นเอเชีย ไทย จีน และหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี ซึ่งเป็นกลุ่มที่มักได้รับแรงกดดันในช่วงที่ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจาก ราคาพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากหลายประเทศในเอเชียเป็นผู้นำเข้าน้ำมันจากตะวันออกกลาง ขณะเดียวกันหุ้น กลุ่มเทคโนโลยี อาจเผชิญแรงกดดันเพิ่มเติมจากความกังวลว่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตร (Bond Yield) อาจปรับตัวสูงขึ้นตามความกังวลเรื่องเงินเฟ้อ อย่างไรก็ตาม แม้ราคาหุ้นในกลุ่มดังกล่าวอาจปรับตัวลงในระยะสั้น แต่พื้นฐานการเติบโตของเศรษฐกิจเอเชียและภาคเทคโนโลยียังคงแข็งแกร่ง อีกทั้งการปรับฐานของราคาหุ้นยังทำให้ระดับมูลค่าการลงทุน (Valuation) กลับมาอยู่ในระดับที่น่าสนใจมากขึ้น

    “วิกฤตคือโอกาสเสมอ หากนักลงทุนสามารถกระจายการลงทุนอย่างเหมาะสม พอร์ตการลงทุนจะสามารถรับแรงกระแทกจากความผันผวน และยังสร้างโอกาสในการเติบโตได้เมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ” นายณัฐกฤติกล่าว

    คาดระยะสั้นราคาน้ำมันไม่ทะลุ 100 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล

    ในส่วนมุมมองราคาน้ำมันนั้น ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ประเมินว่าโอกาสที่ราคาน้ำมันจะพุ่งทะลุ 100 ดอลลาร์ฯ ต่อบาร์เรล “เกิดขึ้นได้ยาก” เนื่องจากต้องเกิดเหตุการณ์หยุดชะงักของการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซต่อเนื่องยาวนานกว่า 2–3 สัปดาห์ ซึ่งถือว่ามีความเป็นไปได้ต่ำ เพราะหลายฝ่ายพยายามผลักดันให้เส้นทางเดินเรือกลับมาดำเนินการได้ตามปกติ อีกทั้งความรุนแรงของการโจมตียังมีแนวโน้มลดลงหลังผ่านช่วงแรก โดยในระยะสั้นราคาน้ำมันอาจผันผวนสูงแต่หากสถานการณ์คลี่คลายมีโอกาสเกิดแรงขายทำกำไรจนราคาปรับฐานลงได้

    สำหรับแนวโน้มระยะยาว TISCO ESU ยังคงมุมมองบวกต่อทิศทางราคาน้ำมันจากปัจจัยโครงสร้างสำคัญ ได้แก่ กำลังการผลิตส่วนเกินของ OPEC ที่ลดลงกว่าที่ตลาดคาด และยังกระจุกตัวในเพียงซาอุดีอาระเบียและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ทำให้การเพิ่มกำลังผลิตยังมีข้อจำกัด ขณะเดียวกันอุปสงค์น้ำมันโลกยังเติบโตต่อเนื่องตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันมีแนวโน้มทยอยปรับขึ้นต่อ แม้จะมีความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์เป็นช่วงๆ ก็ตาม

    ติดตามช่องทางมิติหุ้นเพื่อรับข่าวสารตลาดทุนได้ตามลิงค์ด้านล่าง

    Web : https://www.mitihoon.com/
    Facebook : https://www.facebook.com/mitihoon
    Youtube : https://www.youtube.com/@mitihoonofficial7770
    Tiktok : www.tiktok.com/@mitihoon

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/03/06/623284/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0yYgo8iAXPXa_6MVvTaIhV

  • “พลอย ณัฐธิดา” หลาน “เนวิน” ตื่นเต้นเป็น สส.สมัยแรก วัย 25 ปี ไม่กดดัน รับโดนติวเข้มหนัก ก่อนเข้าสภาฯ

    “พลอย ณัฐธิดา” หลาน “เนวิน” ตื่นเต้นเป็น สส.สมัยแรก วัย 25 ปี ไม่กดดัน รับโดนติวเข้มหนัก ก่อนเข้าสภาฯ

    5 มีนาคม 2569 น.ส.ณัฐธิดา เล็กอุดากร สส.บุรีรัมย์ เขต 2 วัย 25 ปี สส.อายุน้อยที่สุด ให้สัมภาษณ์ภายหลังการรายงานตัวถึงความรู้สึก ที่ได้เป็น สส.ครั้งแรกว่า  

    รู้สึกตื่นเต้นมากและดีใจที่ชาวบ้านเขต  2 จังหวัดบุรีรัมย์ เลือกเข้ามา ส่วนการทำงานหลังจากนี้ อันดับแรกคงเข้าไปศึกษางานก่อน สามารถพัฒนาอะไรได้บ้าง  และสามารถพัฒนาพื้นที่อย่างไรได้บ้าง

    เมื่อถามว่าเข้ามาทำงานในสภาแล้ว จะการผลักดันวาระใดเป็นพิเศษหรือไม่    

    น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า หลังเข้าสภาก็อยากจะดูเหตุการณ์ของประเทศก่อน ก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ แต่ในฐานะคนรุ่นใหม่อยากผลักดันเรื่องการศึกษา และในฐานะ สส. สมัยแรกก็ขอให้สื่อช่วยแนะนำเรื่องการให้สัมภาษณ์ 

    เมื่อถามว่า มีการติวเข้มหรือทำการบ้านในเรื่องใดเป็นพิเศษ  

    น.ส.ณัฐธิดา ยอมรับว่า เตรียมตัวหนักอยู่ เพราะไม่เคยทำงานสายนี้ แต่ที่ผ่านมาก็ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด และจากการลงพื้นที่ก็เชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือชาวบ้านในเขต 2 จังหวัดบุรีรัมย์ได้ ยืนยันว่าพร้อมทำงาน

    เมื่อถามว่า กังวลหรือไม่ที่เป็น สส.อายุน้อยที่สุดและถูกจับตา 

    น.ส.ณัฐธิดา กล่าวว่า ไม่กังวลเรื่องที่ถูกจับตามอง แต่กังวลว่าจะสามารถทำอย่างที่ประชาชนคาดหวังหรือไม่  พร้อมยืนยันว่าจะทำเต็มที่ 

    เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ที่ถูกจับตามองที่เป็นหลานของ นายเนวิน ชิดชอบ ครูใหญ่แห่งพรรคภูมิใจไทย  

    กล่าวว่า ไม่กังวล เพราะตนชินแล้วหลังจากมีข่าวออกไป ก็รู้สึกชินมาสักพักแล้ว และขณะนี้ปรับตัวได้แล้ว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/politics/378974420&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0uhTIBxIyEbBOoAURNq7iw

  • กาญจนบุรีพร้อม! เปิดน่านฟ้าจัดเทศกาลว่าวนานาชาติ “ว่าวกาญจน์” กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 13-15 มี.ค. นี้ | TOPNEWS

    กาญจนบุรีพร้อม! เปิดน่านฟ้าจัดเทศกาลว่าวนานาชาติ “ว่าวกาญจน์” กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ 13-15 มี.ค. นี้ | TOPNEWS

    จังหวัดกาญจนบุรีผนึกกำลังภาครัฐและเอกชน แถลงความพร้อมจัดงานใหญ่ “ว่าวกาญจน์ เทศกาลว่าวนานาชาติ” ยกทัพนักเล่นว่าวระดับโลกโชว์เหนือลุ่มน้ำแคว หวังยกระดับซอฟต์พาวเวอร์ไทยสู่สากล พร้อมกระตุ้นรายได้สู่ชุมชน ณ สวนไทรโยคแลนด์

    ​วันที่ 6 มีนาคม 2569 ที่ ห้องประชุมแควน้อย ศาลากลางจังหวัดกาญจนบุรี ได้มีการจัดงานแถลงข่าวเปิดตัวเทศกาล “ว่าวกาญจน์ เทศกาลว่าวนานาชาติ” อย่างเป็นทางการ โดยมีคณะผู้บริหารระดับจังหวัดและผู้เชี่ยวชาญด้านศิลปวัฒนธรรมร่วมแถลงข่าว เพื่อประกาศความพร้อมในการต้อนรับนักท่องเที่ยวจากทั่วโลก

    ​นางพรรณวิภา ปิยัมปุตระ รองผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จังหวัดกาญจนบุรีมีความพร้อมอย่างเต็มขีดความสามารถ ทั้งด้านทรัพยากรธรรมชาติที่สวยงาม โครงสร้างพื้นฐาน การคมนาคม และมาตรฐานที่พัก เพื่อรองรับการท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์ในครั้งนี้ โดยเน้นย้ำว่างานนี้จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ให้กาญจนบุรีเป็นจุดหมายปลายทางระดับโลก

    ​ด้าน นายเอกฉัตร สุนทรหัทยา ผู้จัดงาน กล่าวเสริมถึงวัตถุประสงค์ว่า งานนี้ไม่ได้เป็นเพียงการแสดงว่าวเท่านั้น แต่เป็นการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระหว่างนักเล่นว่าวมืออาชีพจากนานาประเทศ อาทิ USA, Singapore, China, และ South Korea ที่จะมาร่วมสร้างสีสันบนท้องฟ้าเมืองกาญจน์ พร้อมกิจกรรมเวิร์กชอปที่อัดแน่นตลอด 3 วัน

    ​ขณะที่ภาคการท่องเที่ยว โดย นางสาวจรรยารักษ์ สาธิตกิจ ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดกาญจนบุรี และ นางสาวณัฐดา ผูกพันธ์ รองผู้อำนวยการ ททท. สำนักงานกาญจนบุรีร่วมยืนยันว่า การจัดงานในช่วงวันที่ 13-15 มีนาคม ณ สวนไทรโยคแลนด์ จะช่วยกระจายรายได้สู่ผู้ประกอบการท้องถิ่นและชุมชนในพื้นที่ได้อย่างเป็นรูปธรรม ผ่านรูปแบบการท่องเที่ยวเชิงประสบการณ์

    ​ในส่วนของมิติทางวัฒนธรรม อาจารย์ธีรพล เถื่อนแพ เลขาธิการ สมาคมว่าวไทยและนานาชาติ และ นายสุรศักดิ์ แย้มลมัย ผู้จัดการว่าวปักเป้าทีมต้นไม้ทอง ได้เน้นย้ำถึง “เสน่ห์ว่าวไทยโบราณ” ที่จะถูกนำมาจัดแสดงเคียงคู่กับว่าวนานาชาติ เพื่อสืบสานและพัฒนาการละเล่นไทยให้ทันสมัยและเป็นที่รู้จักในระดับสากล

    ​ขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความตระการตาของ “ว่าวกาญจน์ เทศกาลว่าวนานาชาติ” ระหว่างวันที่ 13-15 มีนาคม 2569 ณ สวนไทรโยคแลนด์ อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี

    ธบดี ศรีวิเชียร ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.กาญจนบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1508088&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3IaAaN958s-ftAK3VDulJq