Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ถอดรหัส “คนเชือน” เด็กหลุดระบบการศึกษาเสี่ยงยา

    ถอดรหัส “คนเชือน” เด็กหลุดระบบการศึกษาเสี่ยงยา

    เวทีเสวนาถอดรหัส “คนเชือน” เตือนสัญญาณอันตรายเด็กหลุดระบบการศึกษาเข้าสู่วงจรยาเสพติด พบกว่า 52% ใช้หลายชนิดร่วมกัน นักวิชาการชี้เป็นระเบิดเวลาทางสังคมที่ต้องเร่งแก้ไข

    เครือข่ายด้านการป้องกันปัญหาสารเสพติดและเยาวชน จัดเวทีเสวนา “ถอดรหัสคนเชือนเกลื่อนเมือง” เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ที่โรงแรมมิราเคิล แกรนด์ คอนเวนชั่น กรุงเทพฯ โดยความร่วมมือของมูลนิธิศูนย์วิชาการสารเสพติด เครือข่ายชุมชนลดปัจจัยเสี่ยง มูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว ศูนย์ศึกษาปัญหาการเสพติด และเครือข่ายสร้างเสริมสุขภาพเยาวชน ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เพื่อชี้ให้เห็นสัญญาณอันตรายของปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชน ซึ่งกำลังเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิตและความไม่ปลอดภัยในสังคม

    พญ.กาญจนา วงศ์ศิริ จิตแพทย์กลุ่มงานจิตเวชและยาเสพติด โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช อธิบายว่า ภาวะ “เชือน” ในภาษาทั่วไปหมายถึงอาการมึนงงหรือไม่รู้ตัว แต่เมื่อเชื่อมโยงกับสารเสพติดและแอลกอฮอล์ จะเกิดจากการเปลี่ยนแปลงการทำงานของสารสื่อประสาทในสมอง ทำให้ผู้ใช้เกิดความสุขชั่วคราวจนหลงเชื่อว่าสามารถลดความเครียดได้ เมื่อใช้ต่อเนื่องร่างกายจะดื้อยาและต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ ข้อมูลยังพบว่าคนไทยติดสุราเฉลี่ยราว 5–10% ของประชากร โดยส่วนใหญ่อยู่ในวัยกลางคน และแม้การรักษาจะทำได้ แต่สมองอาจไม่กลับมาทำงานเหมือนเดิมหากได้รับผลกระทบรุนแรง

    ด้านนายนเรศ สงเคราะห์สุข นักวิชาการอิสระ ระบุว่า กลุ่มเด็กและเยาวชนที่หลุดจากระบบการศึกษามีความเสี่ยงสูงเข้าสู่วงจรยาเสพติด โดยเฉพาะผู้ที่จบเพียงระดับมัธยมต้น พบว่ามีการใช้ยาเสพติดหลายชนิดร่วมกันสูงถึง 63% ขณะที่กลุ่มที่มีการศึกษาสูงกว่ายังพบการใช้ร่วมกันถึง 52% สารที่พบมากคือแอมเฟตามีนหรือยาบ้า และมีแนวโน้มเพิ่มการใช้ร่วมกับกัญชาและกระท่อม นอกจากนี้ยังพบว่าอายุผู้เสพเริ่มลดลงเหลือเพียง 15 ปีในบางพื้นที่ ซึ่งสะท้อนการขยายตัวของปัญหาทั้งในไทยและภูมิภาคอาเซียน

    นายวัชรพงศ์ พุ่มชื่น กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิวิชาการสารเสพติด ระบุว่า เยาวชนที่อยู่ในวงจรยาเสพติดมักมีพฤติกรรมเสพติดสองลักษณะ คือ การเสพติดสาร และ การเสพติดพฤติกรรม โดยเฉพาะความหลงใหลในผลประโยชน์จากธุรกิจยาเสพติด ปัญหานี้เกี่ยวพันกับปัจจัยครอบครัว ความยากจน และการถูกละเลยจากระบบการศึกษา ทำให้เด็กจำนวนหนึ่งเริ่มต้นจากการดื่มสุรา สูบบุหรี่ หรือบุหรี่ไฟฟ้า ก่อนพัฒนาไปสู่การใช้สารเสพติดหลายชนิดร่วมกัน จนเกิดอาการหลอนหรือภาวะ “เชือน”

    ในเวทีเสวนายังมีการเปิดใจของผู้เคยผ่านประสบการณ์จริง นายศิริชัย จูวงษ์ อายุ 32 ปี อดีตช่างสัก เล่าว่า ชีวิตวัยเด็กที่ขาดการดูแลจากครอบครัวทำให้เริ่มเข้าสู่วงจรการสูบบุหรี่ ดื่มสุรา และใช้กัญชา กระท่อม ก่อนจะขยับไปสู่สารเสพติดรุนแรงอย่างเฮโรอีนและโปรโคดิล จนเกิดอาการหลอน ซึมเศร้า และสูญเสียความสัมพันธ์กับคนรอบตัว เขายอมรับว่าหากไม่ตัดสินใจเลิกยา อาจกลายเป็นผู้ป่วยจิตเวชเร่ร่อนอยู่ตามถนน

    ขณะที่ภาคการศึกษามองว่าการป้องกันต้องเริ่มตั้งแต่โรงเรียน นางรัชดาภรณ์ ศรีทอง ครูชำนาญการพิเศษ โรงเรียนเบิดพิทยาสรรค์ จังหวัดสุรินทร์ ระบุว่า เด็กที่ออกจากระบบการศึกษากลางคันมีโอกาสเข้าสู่วงจรยาเสพติดสูง โรงเรียนจึงพยายามสร้างกิจกรรมและพื้นที่ปลอดภัยให้เด็กได้พูดคุยและระบายปัญหา เพื่อช่วยให้พวกเขากลับมาตั้งหลักในชีวิต

    ผู้ร่วมเสวนาเห็นตรงกันว่า ปัญหายาเสพติดในเด็กและเยาวชนเปรียบเสมือน “ระเบิดเวลา” ที่กระจายอยู่ในทุกพื้นที่ของสังคม การแก้ไขจึงต้องอาศัยทั้งมาตรการกฎหมาย การทำงานเชิงชุมชน และการสร้างพื้นที่ปลอดภัยให้เยาวชน เพื่อยืดระยะเวลาความเสียหายและลดโอกาสเกิดปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/545127.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gDJHg-sxsTsKPEk6w3aJt

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสศึกษาดูงานภูมิภาคคันไซ – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสศึกษาดูงานภูมิภาคคันไซ – กระทรวงการต่างประเทศ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสศึกษาดูงานภูมิภาคคันไซ

    สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ให้การต้อนรับอาจารย์และนิสิตรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในโอกาสศึกษาดูงานภูมิภาคคันไซ

    วันที่นำเข้าข้อมูล 25 ก.พ. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 10 มี.ค. 2569

    | 5 view

        เมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2569 นางพักตร์ประไพ คำบรรลือ รองกงสุลใหญ่ รักษาราชการแทนกงสุลใหญ่ ณ นครโอซากา ได้ให้การต้อนรับคณาจารย์และนิสิตหลักสูตรรัฐศาสตร์มหาบัณฑิต สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นำโดย ผศ. ดร. ธีวินท์ สุพุธิกุล ผศ.ดร.พงศ์พิสุทธิ์ บุษบารัตน์ และนาวาเอก อาจารย์ ดร. หัสไชยญ์ มั่งคั่ง ในโอกาสเข้าศึกษาดูงานเพื่อเสริมสร้างประสบการณ์ด้านการทูตในภูมิภาคคันไซ 

        โอกาสนี้ นางสาววีนัส อัศวภูมิ กงสุล ได้บรรยายสรุปถึงภารกิจหลักของสถานกงสุลใหญ่ฯ ทั้งในด้านการคุ้มครองดูแลคนไทย และบทบาทเชิงรุกในการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างไทยกับญี่ปุ่น นอกจากนี้ นางสาวศรีสกุล พยงค์ศรี กงสุล ได้ร่วมให้ข้อมูลในช่วงการตอบคำถาม ซึ่งมีการแลกเปลี่ยนทัศนะเกี่ยวกับความสัมพันธ์ไทย-ญี่ปุ่นในหลากหลายมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมเพื่อให้นิสิตได้นำไปต่อยอดการศึกษาวิจัยและเปิดโลกทัศน์การเรียนรู้ ซึ่งกิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการศึกษาดูงาน ณ นครโอซากโอซากา เกียวโต และโกเบ เพื่อเตรียมความพร้อมให้นิสิตก้าวสู่การเป็นผู้นำในเวทีระหว่างประเทศอย่างมีคุณภาพ


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/osaka-250226%3Fpage%3D5d5bd3d615e39c306002aa86%26menu%3D5f2110a3c1d7dc1b17651cb2&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hzvpS6d2RWU6DI679r-kM

  • ไม่ค้านสูตรแยกกระทรวง แต่ถ้า ‘กธ.’ มีอำนาจ พูดอะไรทำแน่นอน

    ไม่ค้านสูตรแยกกระทรวง แต่ถ้า ‘กธ.’ มีอำนาจ พูดอะไรทำแน่นอน

    ‘อรรถกร ศิริลัทธยากร’ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงแนวคิดการแยกกระทรวง โดยนำเรื่องท่องเที่ยวไปรวมกับกระทรวงวัฒนธรรม และมีกระทรวงที่ดูแลกีฬาอย่างเดียวว่า พื้นฐานจากหลายๆ ประเทศที่ได้ทำงานร่วมกันมาในช่วง 5-6 เดือนที่ผ่านมา ก็มีการจัดสรรกระทรวงวัฒนธรรมอยู่กับการท่องเที่ยว เนื่องจากว่าภารกิจมีความใกล้เคียงกัน  

    ส่วนสนับสนุนแนวคิดนี้หรือไม่นั้น ส่วนตัวไม่มีปัญหา และไม่ได้ขัดข้อง เมื่อถามว่า แนวคิดนี้ทางกระทรวงฯ เคยมีการศึกษามาก่อนหรือไม่ อรรถกร กล่าวว่า ในช่วงที่เข้ามาทำงานไม่ได้มีการศึกษาเพิ่มเติมในส่วนนี้ แต่ทราบว่ามีข้อเสนอแนะเกี่ยวกับเรื่องนี้ 

    เมื่อถามว่า บริบทในประเทศไทยมองว่าเหมาะสมหรือไม่ในการแยกกระทรวง และมีความเข้มแข็งอย่างไร อรรถกร กล่าวว่า ต้องมองในเรื่องของภารกิจของวัฒนธรรม การท่องเที่ยวและกีฬาว่าแบบไหนสามารถไปด้วยกันได้ ส่วนตัวคิดว่าแนวคิดนี้จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะในสมัยของ ‘ทักษิณ ชินวัตร’ สามารถแยกกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ออกมาจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ กล่าวว่า

    “ไม่สามารถตอบได้ แต่ถ้าพรรคกล้าธรรมมีอำนาจ เมื่อพูดอะไรแล้ว ทำแน่นอน” 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/politics/attakorn-march-10-2026&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GjA0I7fui178f8yoo6NQ1

  • ปฏิทินกิจกรรมของศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สสวท. ประจำจังหวัด

    ปฏิทินกิจกรรมของศูนย์พัฒนาครูและบุคลากรทางการศึกษาของ สสวท. ประจำจังหวัด

    ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :

    ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.kroobannok.com/93211&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0zNbLYz2y0dCYbLlzSGFiB

  • มอบทุนการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล 

    มอบทุนการศึกษาหลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยพยาบาล 

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/press-release/133970&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yrAhmkZA7jtgID9_Z0sY3

  • สพม.เชียงใหม่ นิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ

    สพม.เชียงใหม่ นิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ

    สพม.เชียงใหม่ นิเทศติดตามการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย

    วันจันทร์ที่ 9 มีนาคม 2569 นายเทอดเกียรติ ยามโสภา ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ มอบหมายให้ นางนพมาศ ทองวิทยาพร รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ พร้อมด้วยคณะกรรมการพิจารณาการขอเปิดห้องเรียนพิเศษ ลงพื้นที่นิเทศ ติดตาม และประเมินผลการดำเนินการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษ ปีการศึกษา 2569 ณ โรงเรียนยุพราชวิทยาลัย จังหวัดเชียงใหม่

    ในการนี้ นายธนัฏฐ์ แสนแปง รองผู้อำนวยการฝ่ายจัดการศึกษา พร้อมด้วยผู้ช่วยรองผู้อำนวยการ และหัวหน้าห้องโครงการพิเศษ ให้การต้อนรับคณะกรรมการ พร้อมทั้งนำเสนอผลการดำเนินงานการจัดการเรียนการสอนของห้องเรียนพิเศษของโรงเรียน

    นอกจากนี้ ยังมีผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนในโครงการห้องเรียนพิเศษ เข้าร่วมให้ข้อมูลและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อการจัดการเรียนการสอนในครั้งนี้ เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงานและแนวทางการพัฒนาการจัดการศึกษาให้มีคุณภาพและตอบสนองต่อศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเหมาะสม

    การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการกำกับ ติดตามการจัดการศึกษาของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเชียงใหม่ เพื่อส่งเสริมและยกระดับคุณภาพการจัดการเรียนการสอนห้องเรียนพิเศษของสถานศึกษาในสังกัดให้เป็นไปตามมาตรฐานและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อผู้เรียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/social/3896147/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1YO1Eyj9tFw3WrcB0nfJEw

  • โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เผยเบื้องหลัง “ไมค่อน คาร์โดโซ่” เรียนอย่างไร ในวันที่เป็นนักเตะบาเยิร์น มิวนิค

    โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย เผยเบื้องหลัง “ไมค่อน คาร์โดโซ่” เรียนอย่างไร ในวันที่เป็นนักเตะบาเยิร์น มิวนิค

    โดย Main Stand

    เขียนเมื่อ 10/03/2026 14:32 | อัพเดทล่าสุด 10/03/2026 14:32 112

    ไมค่อน คาร์โดโซ่ ดาวรุ่งสัญชาติบราซิล วัย 17 ปี ที่เพิ่งประเดิมสนามให้กับทีมชุดใหญ่ของ บาเยิร์น มิวนิค ในเกมที่เอาชนะ โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค 4-1 ในศึกบุนเดสลีกาเยอรมนี

    แม้ปัจจุบันสถานะของเขาจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพเต็มตัว แต่ในฐานะ “นักเรียน” ไมค่อนยังคงเป็นนักเรียนต่างชาติในประเทศไทย และศึกษาอยู่ที่โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ในรุ่น BCC 174 ตามเดิม ซึ่งปัจจุบันศึกษาอยู่ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และเตรียมก้าวขึ้นเป็นพี่ใหญ่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6

    อย่างไรก็ตาม หลายคนอาจสงสัยว่า ไมค่อน เรียนหนังสืออย่างไร ล่าสุดโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้เผยข้อมูลการเรียนของหลักสูตร BCC Hybrid Learning Program ที่ถูกออกแบบมาเพื่อสนับสนุนนักเรียนที่มีข้อจำกัดด้านเวลา เช่น นักกีฬาทีมชาติ หรือนักเตะอาชีพสังกัดสโมสรต่างประเทศ โดยมีจุดเด่นที่เอื้อต่อการเรียนรู้เฉพาะบุคคล (Personalized Learning) ดังนี้

    📚 Learning Anywhere, Anytime : ผสมผสานการเรียนแบบ On-Demand ผ่านคลิปการสอนคุณภาพจากครู BCC พร้อมภาระงานบนแพลตฟอร์มของโรงเรียน ทำให้ไมค่อนสามารถศึกษาค้นคว้าได้จากทุกที่ทั่วโลก แม้จะมีเวลาที่แตกต่างกัน

    📚 Block Course System : นวัตกรรมการจัดตารางเรียนแบบเข้มข้นทีละรายวิชา (Block Course) ตามหน่วยกิต ซึ่งมีความยืดหยุ่นสูงตามเงื่อนไขของเวลาและความพร้อมของผู้เรียน ช่วยลดภาระในการเรียนหลายวิชาพร้อมกัน ทำให้นักเรียนสามารถโฟกัสเนื้อหาได้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพในการเรียนรู้สูงสุด

    📚 Flexible Assessment : การประเมินผลที่ปรับให้สอดคล้องกับสถานะของผู้เรียน ไม่ว่าจะเป็นการสอบปากเปล่าหรือการสัมภาษณ์ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อวัดความรู้ความเข้าใจที่แท้จริงผ่านการปฏิสัมพันธ์ระหว่างครูและนักเรียนโดยตรง

    ทั้งหมดนี้คืออีกหนึ่งมุมที่สะท้อนว่า การศึกษาและความฝันสามารถเดินควบคู่กันไปได้ แม้ในวันที่ “ไมค่อน คาร์โดโซ่” ก้าวสู่เส้นทางนักฟุตบอลอาชีพกับ บาเยิร์น มิวนิค

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mainstand.co.th/index.php/th/news/1/article/24545&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D_Nt9dVEe2fiGGmd3zQrz

  • ประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง 2569 ได้ ป.ธ.9 จำนวน 121 รูป สูงสุดเป็นประวัติการณ์

    ประกาศผลสอบบาลีสนามหลวง 2569 ได้ ป.ธ.9 จำนวน 121 รูป สูงสุดเป็นประวัติการณ์

    เปิดผลสอบบาลีสนามหลวง ประจำปี 2569 ได้ ป.ธ.9 จำนวน 121 รูป สูงสุดเป็นประวัติการณ์ ส่วน บ.ศ.9 ส่งสอบ 27 คน สอบได้ 3 คน

    วันที่ 9 มี.ค. 69 ที่ศาลาอบรมสงฆ์ วัดสามพระยา เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พระพรหมโมลี เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) แม่กองบาลีสนามหลวง เป็นประธานประกาศผลสอบประโยคบาลีสนามหลวงระดับชั้นเปรียญธรรม (ป.ธ.) 7-9 ประโยค ประจำปี 2569 ซึ่งเป็นระดับชั้นเปรียญเอกของการศึกษาบาลีระดับสูงสุดของคณะสงฆ์ ดังนี้

    ประโยค ป.ธ.9 ซึ่งเป็นการศึกษาสูงสุดของคณะสงฆ์ มีจำนวนส่งสอบ 599 รูป คงสอบ 521 รูป สอบได้ 121 รูป (พระภิกษุ 92 รูป สามเณร 29 รูป) ซึ่งเป็นจำนวนสูงสุดตั้งแต่มีการจัดสอบบาลีสนามหลวง

    ป.ธ. 8 ส่งสอบ 903 รูป สอบได้ 206 รูป

    ป.ธ. 7 ส่งสอบ 740 รูป สอบได้ 125 รูป

    ป.ธ. 6 ส่งสอบ 1,004 รูป สอบได้ 183 รูป

    ป.ธ. 5 ส่งสอบ 1,360 รูป สอบได้ 184 รูป และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 221 รูป

    ป.ธ. 4 ส่งสอบ 2,526 รูป สอบได้ 354 รูป และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 317 รูป

    ป.ธ. 3 ส่งสอบ 3,394 รูป สอบได้ 551 รูป และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 793 รูป

    1-2 ส่งสอบ 18,333 รูป แต่สอบได้เพียง 973 รูป และมีผู้มีสิทธิ์สอบซ่อม 2,564 รูป

    ส่วนผลการสอบภาษาบาลีสำหรับฆราวาส คือ ประโยคบาลีศึกษา(บ.ศ.) ระดับชั้น 7-9 ดังนี้

    บ.ศ.9 ส่งสอบ 27 คน ขาดสอบ 5 คน สอบได้ 3 คน

    บ.ศ.8 ส่งสอบ 43 คน ขาดสอบ 14 คน สอบได้ 4 คน

    บ.ศ.7 ส่งสอบ 39 คน ขาดสอบ 12 คน สอบได้ 6 คน

    บ.ศ.6 ส่งสอบ 55 คน ขาดสอบ 10 คน สอบได้ 17 คน

    บ.ศ.5 ส่งสอบ 88 คน ขาดสอบ 11 คน สอบได้ 18 คน

    บ.ศ.4 ส่งสอบ 165 คน ขาดสอบ 32 คน สอบได้ 35 คน

    บ.ศ.3 ส่งสอบ 244 คน ขาดสอบ 59 คน สอบได้ 46 คน

    บ.ศ.1-2 ส่งสอบ 1,605 คน ขาดสอบ 517 คน สอบได้ 64 คน.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2918913&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0WJM-OXjl3zjIcdNsmWK1r

  • อำนาจเจริญ มอบทุนการศึกษา – เลี้ยงอาหารเด็กนักเรียน

    อำนาจเจริญ มอบทุนการศึกษา – เลี้ยงอาหารเด็กนักเรียน

    ภูมิภาค

    อำนาจเจริญ มอบทุนการศึกษา – เลี้ยงอาหารเด็กนักเรียน

    วันอังคาร ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2569, 15.34 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    นายเสนีย์ ส้มเขียวหวาน ผู้ว่าราชการจังหวัดอำนาจเจริญ พร้อมด้วย นางผุสณีย์ ส้มเขียวหวาน นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอำนาจเจริญ และประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ หัวหน้าส่วนราชการ นายอำเภอ สมาชิกชมรมแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอำนาจเจริญ และ ภาคีเครือข่าย ร่วมจัดกิจกรรม “ ให้รัก ให้ความสุข” เพื่อส่งมอบความห่วงใยและกำลังใจให้แก่นักเรียน ณ โรงเรียนบ้านสงยางนาตากล้า ตำบลหนองข่า อำเภอปทุมราชวงศา จังหวัดอำนาจเจริญ

    กิจกรรมในครั้งนี้ จัดขึ้น เพื่อสนับสนุนโอกาสทางการศึกษาและส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของเยวาชน โดยได้มีการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียน พร้อมทั้งมอบอุปกรณ์กีฬา  ได้แก่ ลูกฟุตบอล ลูกบาสเกตบอล ลูกและไม้ปิงปอง รวมถึง ลูกและไม้แบดมินตัน เพื่อส่งเสริมการออกกำลังกาย และการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์

    นอกจากนี้ คณะผู้จัดกิจกรรมยังได้จัดเลี้ยงอาหารและเครื่องดื่มให้กับนักเรียนและคณะครู อาทิ ข้าวหมูแดง ข้างไก่ทอด พิซซ่า ผลไม้ และ ไอศกรีม เพื่อสร้างบรรยากาศแห่งความสุข และรอยยิ้มให้กับเด็กๆนักเรียนทั้งโรงเรียน รวมถึงคณะครู และบุคลากรทางการศึกษา รวมกว่า 100 คน

    บรรยากาศของกิจกรรมเต็มไปด้วยความรัก ความอบอุ่น และความประทับใจ สร้างกำลังใจให้กับนักเรียน และครูอาจารย์ ตลอดจนผู้เข้าร่วมกิจกรรมทุกภาคส่วน ที่ได้ร่วมแบ่งปันความสุขและส่งต่อพลังแห่งการให้แก่เยาวชน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/468686&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AvEOip-sJJfEoyu-zXFNN

  • ‘สกาย ไอซีที’ ทุ่ม10 ล้าน หนุนม.เกษตรปั้นบุคลากรการบิน

    ‘สกาย ไอซีที’ ทุ่ม10 ล้าน หนุนม.เกษตรปั้นบุคลากรการบิน

    ‘SKY ICT’ ทุ่ม 10 ล้าน เปิด ‘SKY Aviation Lab’ จำลองสนามบินอัจฉริยะในรั้ว ม.เกษตรศาสตร์ ปั้นบุคลากรการบินยุคดิจิทัล พัฒนาสกิล รองรับดีมานด์อุตสาหกรรมโต ยันจบการศึกษา-มีงานรองรับทันที

    10 มี.ค.2569-นายสิทธิเดช มัยลาภ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สกาย ไอซีที จำกัด (มหาชน) หรือ SKY เปิดเผยว่า ได้เปิดตัวห้องปฏิบัติการสนามบินอัจฉริยะ ภายใต้ชื่อ “SKY Aviation Lab” ณ อาคาร 11 ชั้น 8 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน โดยใช้งบลงทุน มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งการเปิดตัวในครั้งนี้ เกิดขึ้นภายหลังที่ SKY ICT ได้ลงนามบันทึกความเข้าใจ (MOU) กับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ในการร่วมวิจัย สร้างสรรค์นวัตกรรม และพัฒนาศักยภาพบุคลากรเข้าสู่อุตสาหกรรมการบิน

    สำหรับ SKY Aviation Lab มุ่งให้นิสิตได้เรียนรู้จากเทคโนโลยีและสถานการณ์จริงกับในสนามบิน เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรรุ่นใหม่สามารถปฏิบัติงานได้ทันที รองรับตลาดแรงงานด้านการบิน ไปจนถึงช่วยสนับสนุนสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการศึกษาและวิจัย ซึ่งจะนำไปสู่การยกระดับอุตสาหกรรมการบินของประเทศไทย นอกจากนี้ เตรียมต่อยอดการดำเนินการในอนาคต โดยหากมีเทคโนโลยีใหม่ๆ ของโลก จะใช้ Lab แห่งนี้ ทดลองใช้งานก่อนการใช้กับอุตสาหกรรมการบินของประเทศต่อไป

    นายสิทธิเดช กล่าวต่อว่า ห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ถูกออกแบบให้เป็นพื้นที่จำลองขั้นตอนผู้โดยสาร (Passenger Journey Simulation Zone) ให้นิสิตระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาได้เรียนรู้และฝึกปฏิบัติจากสถานการณ์จริงในสนามบิน ด้วยระบบที่ทันสมัย ครอบคลุมทุกขั้นตอนตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่อง ประกอบด้วย Check-In and Boarding System (CUPPS) ระบบเช็กอินที่เชื่อมฐานข้อมูลผู้โดยสารกับสายการบิน และชั่งน้ำหนักกระเป๋า เพื่อบริหารจัดการผู้โดยสารก่อนขึ้นเครื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ

    นอกจากนี้ ยังมีระบบ Self Check-In Kiosk (CUSS) ตู้ออกบัตรโดยสาร (Boarding Pass) อัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้ผู้โดยสารสามารถทำรายการได้ด้วยตนเอง, Self Bag Drop บริการโหลดสัมภาระด้วยตนเอง ช่วยลดระยะเวลาการรอคิวบริเวณหน้าเคาน์เตอร์ และ Self Boarding Gate ประตูทางออกขึ้นเครื่องอัตโนมัติด้วยเทคโนโลยีสแกนใบหน้า ให้ผู้โดยสารยืนยันตัวตนและเดินผ่านขึ้นเครื่องได้ทันทีโดยไม่ต้องรอเจ้าหน้าที่ตรวจสอบเอกสารซ้ำอีกทั้ง ยังมีวิดีโอสาธิตระบบครบตั้งแต่เช็กอินจนถึงขึ้นเครื่องและวิดีโอสาธิตระบบ BRS (Baggage Reconciliation System) สำหรับติดตามและจับคู่สัมภาระกับผู้โดยสาร เพื่อให้นิสิตเห็นภาพรวมการบริหารจัดการข้อมูลและขั้นตอนการไหลเวียนของผู้โดยสารภายในสนามบิน

    อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันระบบเทคโนโลยีสนามบินอัจฉริยะดังกล่าว ได้ถูกนำไปใช้งานจริงในท่าอากาศยานหลักของประเทศไทยภายใต้การบริหารของบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ ทอทป ทั้ง 6 แห่ง รวมถึงท่าอากาศยานของกรมท่าอากาศยาน (ทย.) ที่มีแผนเริ่มนำระบบเทคโนโลยีดังกล่าวไปปรับใช้ในท่าอากาศยานภูมิภาค 7 แห่ง ประกอบด้วย ท่าอากาศยานกระบี่ อุดรธานี ขอนแก่น นครศรีธรรมราช พิษณุโลก ตรัง และอุบลราชธานี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการบริหารจัดการผู้โดยสาร รองรับการเติบโตของอุตสาหกรรมการบิน และยกระดับมาตรฐานการให้บริการของสนามบินไทยให้เทียบเท่าสนามบินชั้นนำของโลก

    ด้าน นายดำรงค์ ศรีพระราม รักษาการแทนอธิการบดี มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า ม.เกษตรศาสตร์ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ SKY ICT เล็งเห็นความสำคัญของการพัฒนาบุคลากร และเข้ามาสนับสนุนการสร้าง SKY Aviation Lab ซึ่งถือเป็นการเติมเต็มระบบนิเวศการเรียนรู้ของนิสิตทั้งระดับปริญญาตรีและบัณฑิตศึกษาให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น โดยนำเทคโนโลยีที่ใช้จริงในสนามบินมาให้นิสิตได้ฝึกปฏิบัติในสถานการณ์จำลอง ซึ่งจะช่วยยกระดับการเรียนการสอนให้พร้อมสร้างบุคลากรที่มีทักษะสูง (High-Skilled Talent) เพื่อเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค

    นายนวทัศน์ ก้องสมุทร หัวหน้าภาควิชาวิศวกรรมการบินและอวกาศ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า การมีห้องปฏิบัติการ SKY Aviation Lab ที่จำลองระบบปฏิบัติงานจริงในสนามบิน เป็นเครื่องมือสำคัญที่ทำให้นิสิตได้เห็นภาพรวมและเข้าใจถึงความเชื่อมโยงของระบบนิเวศการบินอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่กระบวนการจัดการผู้โดยสารในส่วนหน้า ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ไปจนถึงการบริหารจัดการข้อมูลหลังบ้าน ผ่านระบบ APPS, AODB และ BRS ซึ่งทักษะการตัดสินใจบนพื้นฐานของ Big Data ถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรมการบินในปัจจุบัน ที่จะช่วยพัฒนาและยกระดับสนามบินของไทยให้มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ทั้งยังส่งเสริมให้นิสิตมีกระบวนการคิดวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ และพร้อมก้าวเข้าสู่เส้นทางอาชีพในอุตสาหกรรมการบินได้ทันทีที่จบการศึกษา

    ด้านพลอากาศเอก มนัท ชวนะประยูร ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) หรือ CAAT กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า ปัจจุบันอุตสาหกรรมการบินกำลังเผชิญกับปัญหาขาดแคลนบุคลากรด้านการบิน ทั้งในส่วนของนักบิน ลูกเรือ ฝ่ายช่าง และพนักงานบริการภาคพื้นดิน เนื่องจากอุตสาหกรรมการบิน มีการเติบโตเทียบเท่ากับช่วงก่อนเกิดสถานการณ์โควิด-19 แล้ว ประกอบกับในปี 2569 สายการบินของไทย มีแผนรับมอบเครื่องบินรวม 60 กว่าลำ ซึ่งเครื่องบิน 1 ลำ มีความต้องการบุคลากรด้านการบิน ไม่น้อยกว่า 20 คน โดยเฉพาะนักบิน ที่เครื่องบิน 1 ลำ จะต้องใช้นักบิน 8-10 คน ดังนั้น สถาบันการศึกษาจำเป็นต้องผลิตบุคลากรด้านการบินที่มีคุณภาพ มุ่งเน้นด้านความปลอดภัย เพื่อป้อนสู่อุตสาหกรรม รองรับกับการขยายตัวของปริมาณผู้โดยสาร เพื่อผลักดันประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการบินของภูมิภาค (Aviation Hub)

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/economy-news/960719/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2K4H9cHbaxVFlxgdr203Mz