Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คิวบาไฟดับเกือบทั้งเกาะ ขณะที่รูบิโอเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำ

    คิวบาไฟดับเกือบทั้งเกาะ ขณะที่รูบิโอเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำ

    คิวบาไฟดับเกือบทั้งเกาะ ขณะที่รูบิโอเรียกร้องให้มีการเปลี่ยนแปลงผู้นำ

    วันนี้, 01:24น.

              พื้นที่ส่วนใหญ่ของคิวบาไม่มีไฟฟ้าใช้ตั้งแต่ในวันจันทร์ และบางพื้นที่ยังมีปัญหาไฟฟ้าดับต่อเนื่องถึงวันอังคาร (16-17 มี.ค.69) โดยเป็นเหตุไฟฟ้าดับครั้งใหญ่เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 เดือน สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤตพลังงานและเศรษฐกิจที่รุนแรงขึ้น รวมถึงความตึงเครียดทางการเมืองที่เพิ่มสูงขึ้นกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ

              คิวบามีประชากร 11 ล้านคน สามารถผลิตปิโตรเลียมได้ถึงร้อยละ 40 ของความต้องการใช้ทั้งหมด ขณะที่โครงข่ายไฟฟ้าของประเทศเสื่อมโทรมลงอย่างต่อเนื่อง แต่หลังจากที่สหรัฐฯ บุกจับกุม นายนิโกลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา ในเดือนมกราคม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ประกาศสกัดการขนส่งน้ำมันของเวเนซุเอลา ทั้งเตือนว่าจะเรียกเก็บภาษีจากประเทศใดก็ตามที่ขายหรือจัดหาน้ำมันให้กับคิวบา

               นายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีการต่างประเทศของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นผู้ที่มีเชื้อสายคิวบา กล่าวว่า คิวบาจะต้องมีการเปลี่ยนแปลงในหลายๆ ด้านเพื่อให้ระบบเศรษฐกิจทำงานได้ และเรียกร้องให้ชาวคิวบาเคลื่อนไหวเพื่อให้เปลี่ยนแปลงผู้นำ

              นอกจากนี้รัฐบาลทรัมป์ยังเรียกร้องให้คิวบาปล่อยตัวนักโทษการเมืองและดำเนินนโยบายเปิดเสรีทางการเมืองและเศรษฐกิจเพื่อแลกกับการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งประธานาธิบดีทรัมป์ยังกล่าวถึงความเป็นไปได้ของการ “เข้ายึดครองคิวบาอย่างเป็นมิตร”

    #คิวบาไฟดับ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/160056&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3cUikf6JEc4DkXVDbcRCAy

  • CDTI Voice of Workforce (VOW) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    CDTI Voice of Workforce (VOW) — สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา CDTI

    สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา
    อาคาร ๖๐ พรรษา ราชสุดาสมภพ
    สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า
    ถนนศรีอยุธยา เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300

    Chitralada Technology Institute
    Rajasudasambhava 60, Bureau of the Royal
    Household Sanam Sueapa, Sri Ayutthaya Rd., Dusit, Bangkok 10300

    ทุกวัน จันทร์-ศุกร์
    8.30 น. – 16.30 น.
    (ยกเว้น วันหยุดนักขัตฤกษ์)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.cdti.ac.th/content/121655/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2faXNU2NUX3_ez7_6RAn5-

  • “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    การเมือง

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    วันอังคาร ที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2569, 17.51 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 14.00 น. ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึง (ร่าง) ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม จำนวน 1 ชุด ให้แก่ผู้เรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเป็นไปอย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป พร้อมมอบ สช. เสนอร่างประกาศ สช. เรื่อง วิธีการขอรับเงินอุดหนุน วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และแนวทางการดำเนินงานเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม พ.ศ. …. ให้ รมว.ศธ.ลงนามต่อไป 

    “ในวันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศ ศธ. เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. …. ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่จากฉบับปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก โดยร่างหลักสูตรนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลามจากสำนักจุฬาราชมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ควบคู่คุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 นี้เช่นกัน พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ กช. ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และนักเรียนของโรงเรียนเอกชน พ.ศ. …. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ “ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง” สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยเน้นความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นสำคัญ ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของครู และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนเอกชนให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น” รมว.ศธ.กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาในระดับพื้นที่ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ออกประกาศยกเว้นคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ให้แก่ พระชาญณรงค์ ฉายา วิสุทโธ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดคูเดื่อ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดคูเดื่อวิทยาคม จ.อุบลราชธานี ได้ แม้จะไม่มีวุฒิปริญญาตรีทางโลก แต่มีวุฒิทางธรรมระดับนักธรรมชั้นเอก เพื่อให้การบริหารกิจการและนิติกรรมต่างๆ ของโรงเรียนการกุศลของวัดแห่งนี้ สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ และรับทราบรายงานสถานการณ์กองทุนสงเคราะห์ โดยเฉพาะความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ที่อยู่ระหว่างการปรับเข้าสู่ระบบเรียลไทม์ ตามข้อเรียกร้องของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งขณะนี้ระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีความพร้อมแล้ว ทั้งนี้ กำหนดดีเดย์เปิดใช้งานเฟสแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลประจำจังหวัดและอำเภอ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับวันเปิดภาคเรียนใหม่ให้แก่ครูเอกชน

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/469498&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_1RSgNYOQ8q1_CA_pE-yu

  • โค้งสุดท้ายปี 69 PIM เปย์หนัก!! มอบทุนสูงสุดเกือบ 200,000 บาท

    โค้งสุดท้ายปี 69 PIM เปย์หนัก!! มอบทุนสูงสุดเกือบ 200,000 บาท

    โค้งสุดท้ายปี 69 PIM เปย์หนัก!! มอบทุนสูงสุดเกือบ 200,000 บาท มาก่อนมีที่เรียนต่อทันที!

    สถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ (PIM) เดินหน้าสร้างโอกาสทางการศึกษาในช่วงโค้งสุดท้ายของปีการศึกษา 2569 มอบ “ทุนใหญ่ ไซส์บิ๊ก มูลค่าสูงสุดเกือบ 200,000 บาท” สนับสนุนเยาวชนได้เรียนต่อในมหาวิทยาลัยคุณภาพ พร้อมพัฒนาทักษะวิชาชีพที่ตอบโจทย์ตลาดแรงงานยุคใหม่ “เรียนจริง ทำงานจริง จบแล้วมีงาน” ตอกย้ำบทบาทของ PIM ในฐานะ “มหา’ลัยสายสร้างตัว” ที่มุ่งสร้างคนเก่ง คนดี ให้พร้อมทำงานจริงตั้งแต่วันแรก โดยการมอบทุนการศึกษาครั้งนี้จะช่วยลดค่าใช้จ่ายทางการศึกษาให้กับครอบครัว เพิ่มโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และมีอาชีพมั่นคง สะท้อนความตั้งใจของ PIM ในการร่วมดูแลและลงทุนเพื่ออนาคตของผู้เรียนอย่างแท้จริง

    จัดเต็มทุนใหญ่ไซส์บิ๊กสูงสุดเกือบ 200,000 บาท! ครอบคลุมหลายสาขาวิชา อาทิ วิศวกรรมศาสตร์ คณะการจัดการโลจิสติกส์ฯ ภาษาจีน ภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ นิเทศศาสตร์ การบิน การท่องเที่ยว เกษตรนวัตกรรม และธุรกิจอาหาร

    ด้วยจุดแข็ง Work-based Education การเรียนควบคู่การทำงานจริงในสถานประกอบการชั้นนำ กับเครือข่ายพันธมิตรธุรกิจทั้งในและต่างประเทศ PIM สร้างคนให้มีประสบการณ์และความเป็นมืออาชีพตลอดหลักสูตร พร้อมทำงานได้ทันทีหลังสำเร็จการศึกษา โดยแนวทางนี้จึงเป็นอีกทางเลือกของคนรุ่นใหม่ที่มองหามหาวิทยาลัยสายสร้างตัว ที่มอบทั้งความรู้ โอกาสการมีงานทำ และเติบโตในเส้นทางอาชีพได้อย่างมั่นใจและมั่นคง

    DEK69 อย่าพลาดทุนใหญ่!! สมัครเรียนได้แล้ววันนี้ รับทุกสายการเรียน ม.6 และ เทียบเท่า

    มาก่อนมีสิทธ์ก่อน ถึง 30 เมษายน 69 เท่านั้น!!!

    กรอกข้อมูลได้ที่

    https://www.pim.ac.th/pimscholarshipdek69


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ryt9.com/s/prg/12799300&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DL53-krMCs7paTW8k6i0C

  • ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ฯ พบสื่อ เปิดทิศทางพัฒนาเมืองเกษตรมูลค่าสูง-ท่องเที่ยวยั่งยืน

    ผู้ว่าฯ สุราษฎร์ฯ พบสื่อ เปิดทิศทางพัฒนาเมืองเกษตรมูลค่าสูง-ท่องเที่ยวยั่งยืน

    วันที่ 17 มีนาคม 2569 เวลา 11.00 น.นายจุมพฏ วรรณฉัตรสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นประธานเปิดเวทีเสวนา “ทิศทางการขับเคลื่อนสุราษฎร์ธานี สู่เมืองเกษตรมูลค่าสูง ท่องเที่ยวยั่งยืน สังคมเป็นสุข” ภายใต้กิจกรรมแถลงข่าวโครงการผู้ว่าราชการจังหวัดพบสื่อมวลชน ตามโครงการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการประชาสัมพันธ์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามแผนพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยมี นายกล้าณรงค์ ยุติธรรม รองผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานี พร้อมด้วย นายโสภณ เคี่ยมการ ประชาสัมพันธ์จังหวัดสุราษฎร์ธานี หัวหน้าส่วนราชการ และสื่อมวลชนในพื้นที่กว่า 100 คน เข้าร่วมกิจกรรม

    ภายในงาน ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้ร่วมเสวนาในหัวข้อ ทิศทางและนโยบายการพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานีในอนาคต พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ร่วมนำเสนอประเด็นสำคัญด้านการยกระดับการท่องเที่ยวสู่การท่องเที่ยวคุณภาพ การพัฒนาเกษตรมูลค่าสูง การเพิ่มโอกาสทางการค้าสินค้าเกษตรและสินค้าท้องถิ่น ตลอดจนการเตรียมความพร้อมรับมือภัยพิบัติเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและสังคม

    โอกาสนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดสุราษฎร์ธานีได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการสื่อสารข่าวสารระหว่างภาครัฐและสื่อมวลชน โดยระบุว่าการสร้างความเข้าใจและการแลกเปลี่ยนข้อมูลอย่างใกล้ชิด จะช่วยให้การนำเสนอข่าวสารเป็นไปในทิศทางเดียวกัน และเกิดประโยชน์ต่อการพัฒนาจังหวัดอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ ยังเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากสื่อมวลชน เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการพัฒนาจังหวัดสุราษฎร์ธานีให้เกิดประโยชน์ต่อประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม
                                          

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/135530&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ioW2kaMesi3lBNXw9f-r-

  • วงจรรีไซเคิลที่ขาดหาย ในโครงสร้างเศรษฐกิจแบบใช้แล้วทิ้ง – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    วงจรรีไซเคิลที่ขาดหาย ในโครงสร้างเศรษฐกิจแบบใช้แล้วทิ้ง – มูลนิธิสืบนาคะเสถียร

    ‘รีไซเคิล’ เป็นคำหนึ่งที่เราได้ยินมานมนาน และเป็นภาพที่ปรากฏอยู่แทบทุกแห่ง ตั้งแต่ถังขยะสี่สีในอาคารสำนักงาน ไปจนถึงแคมเปญลดพลาสติกของซูเปอร์มาร์เก็ต เช่นเดียวกับที่หลายคนเริ่มคุ้นเคยกับการแยกขวด แยกกระดาษ หรือเก็บกระป๋องไว้ขายให้ร้านรับซื้อของเก่า 

    ภาพเหล่านี้ทำให้สังคมไทยดูเหมือนกำลังเดินหน้าไปสู่สังคมที่จัดการขยะอย่างยั่งยืนมากขึ้น

    แต่เมื่อลงลึกในรายละเอียด สิ่งที่เราได้ยินได้เห็นและได้ทำมานาน ดูเหมือนยังไม่ค่อยมีความคืบหน้าไปมากสักเท่าไหร่

    ข้อมูลจาก กรมควบคุมมลพิษ ระบุว่า ในปี 2023 ประเทศไทยสร้างขยะมูลฝอยชุมชนประมาณ 26.95 ล้านตัน หรือเฉลี่ยกว่า 73,000 ตันต่อวัน และประชาชนแต่ละคนสร้างขยะประมาณ 1.07 กิโลกรัมต่อวัน

    ในจำนวนนี้ มีเพียง 9.31 ล้านตัน หรือราว 34 เปอร์เซ็นต์ เท่านั้นที่ถูกคัดแยกเพื่อนำกลับมาใช้ประโยชน์ ส่วนที่เหลืออีกจำนวนมากถูกนำไปกำจัดด้วยการฝังกลบ เผา หรือหลุดเข้าสู่สิ่งแวดล้อม

    ตัวเลขอีกชุดหนึ่งที่สะท้อนปัญหาได้ชัดเจนคือ ขยะที่กำจัดอย่างไม่ถูกต้องมีประมาณ 7.47 ล้านตันต่อปี หรือเกือบหนึ่งในสามของขยะทั้งหมดในประเทศ

    เหตุที่การจัดการขยะไทยและการนำเข้าไปสู่ระบบรีไซเคิลเป็นไปอย่างน้อยนิด คำตอบหนึ่งคงไม่พ้นความจริงที่ว่า ระบบรีไซเคิลของประเทศไทยไม่ได้ถูกขับเคลื่อนโดยรัฐหรือเทศบาลเป็นหลัก หากแต่พึ่งพาเศรษฐกิจนอกระบบค่อนข้างสูง

    ในชีวิตประจำวัน เราคุ้นเคยกับภาพซาเล้งเก็บของเก่า ร้านรับซื้อเศษวัสดุ หรือคนคัดแยกขยะตามกองขยะขนาดใหญ่ คนกลุ่มนี้คือฟันเฟืองสำคัญของระบบรีไซเคิลไทย พวกเขาคือผู้รวบรวมขวดพลาสติก กระป๋องอะลูมิเนียม และกระดาษจำนวนมหาศาลเพื่อนำกลับเข้าสู่ตลาดรีไซเคิล

    แต่ระบบแบบนี้มีข้อจำกัดสำคัญ คือ มันทำงานตาม ‘ราคาของขยะ’

    วัสดุที่มีมูลค่า เช่น ขวด PET หรือกระป๋องอะลูมิเนียม จะถูกเก็บและขายต่ออย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขยะจำนวนมากที่ไม่มีราคา เช่น ซองขนม ฟิล์มพลาสติก หรือบรรจุภัณฑ์หลายชั้น กลับแทบไม่มีใครเก็บ เพราะต้นทุนในการคัดแยกสูงกว่ามูลค่าของวัสดุ

    ผลลัพธ์ ทำให้ขยะจำนวนมหาศาลไม่เคยถูกนำเข้าสู่กระบวนการรีไซเคิลเลยตั้งแต่แรก

    อีกปัญหาหนึ่งอยู่ที่โครงสร้างของระบบจัดการขยะเอง งานวิจัยเกี่ยวกับระบบจัดการพบว่า แม้ประเทศจะมีสถานที่จัดการขยะมากกว่า 2,000 แห่ง แต่มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่ดำเนินการตามหลักวิชาการด้านการจัดการขยะอย่างเหมาะสม ขณะที่อีกจำนวนมากยังเป็นเพียงการกองสุมหรือฝังกลบแบบพื้นฐาน

    จากประเด็นนี้พอกล่าวได้ว่า ปัญหาของการรีไซเคิลในไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับการแยกขยะของประชาชนเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐานของระบบทั้งประเทศ

    และในอีกด้านหนึ่ง ตลาดของวัสดุรีไซเคิลก็ยังไม่แข็งแรงมากนัก อุตสาหกรรมจำนวนไม่น้อยยังเลือกใช้วัตถุดิบใหม่ เพราะมีคุณภาพสม่ำเสมอและมีต้นทุนที่คาดการณ์ได้ง่ายกว่า วัสดุรีไซเคิลจึงยังไม่กลายเป็นทรัพยากรหลักในห่วงโซ่อุตสาหกรรม

    เมื่อเศรษฐกิจยังไม่ได้ให้คุณค่ากับวัสดุรีไซเคิลอย่างแท้จริง ขยะจำนวนมากจึงยังคงถูกมองเป็นของเสีย มากกว่าเป็นวัตถุดิบที่มีมูลค่า

    ทั้งหมดนี้ทำให้เกิดความย้อนแย้งขึ้นในสังคม ที่ในระดับวัฒนธรรม เรารณรงค์เรื่องการแยกขยะอย่างจริงจัง แต่ในระดับโครงสร้างเศรษฐกิจ ระบบที่รองรับการรีไซเคิลกลับยังไม่สมบูรณ์ หรือยังขาดกลไกที่ทำให้เกิดระบบเศรษฐกิจแบบหมุนเวียน (Circular Economy) 

    หากจินตนาการเป็นแผนภาพ เศรษฐกิจรูปแบบเดิมจะมีลักษณะทางเดินเป็นเส้นทาง ผลิต ใช้งาน แล้วถูกทิ้ง แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนเป็นการเปลี่ยนเส้นทางวิ่งให้วนเป็นวงกลม วัสดุที่ถูกใช้แล้วจะถูกออกแบบให้สามารถกลับเข้าสู่กระบวนการผลิตอีกครั้ง ไม่ว่าจะผ่านการใช้ซ้ำ การซ่อมแซม หรือการรีไซเคิล

    ตัวอย่างเช่น การออกแบบบรรจุภัณฑ์ให้ใช้พลาสติกชนิดเดียวเพื่อให้รีไซเคิลง่าย การกำหนดให้ผู้ผลิตต้องรับผิดชอบต่อขยะที่เกิดจากสินค้า หรือการสร้างระบบคืนบรรจุภัณฑ์ เช่น การคืนขวดเพื่อรับเงินมัดจำ ซึ่งในหลายประเทศสามารถเพิ่มอัตราการเก็บขวดพลาสติกได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์

    อย่างไรก็ดี ประเด็นดังกล่าวก็ยังต้องไปว่ากันในเรื่องทางกฎหมายกันต่ออีกขั้น ซึ่งปัจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมาย Extended Producer Responsibility (EPR) ที่ใช้งานได้จริงอย่างเต็มรูปแบบ

    ตามนิยาม EPR คือแนวนโยบายที่ ขยายความรับผิดชอบของผู้ผลิตไปจนถึงช่วงหลังการบริโภคของสินค้า หมายความว่า บริษัทที่ผลิตสินค้า เช่น เครื่องดื่ม พลาสติก หรืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ จะต้องรับผิดชอบต่อการเก็บคืน การรีไซเคิล หรือการกำจัดของเสียที่เกิดจากสินค้าของตนเอง

    โดยสถานะอยู่ระหว่างการนำหลักการ EPR มาปรับใช้ใน (ร่าง) พ.ร.บ. การจัดการบรรจุภัณฑ์อย่างยั่งยืน ซึ่งคาดกันว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ภายในปี 2027

    แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการบังคับใช้กฎหมายจะเป็นไปตามกำหนดการหรือไม่ ก็ถือเป็นอีกเรื่องชวนจับตา ข้อมูลจากการศึกษาหนึ่งชี้ว่า ด้วยโครงสร้างเศรษฐกิจของประเทศที่พึ่งพาอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและพลาสติกอย่างมากอาจเป็นอุปสรรคใหญ่ของการพลักดัน (ร่าง) พ.ร.บ. ฉบับนี้ 

    ประเทศไทยเป็นหนึ่งในฐานการผลิตปิโตรเคมีที่ใหญ่ที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และอุตสาหกรรมนี้มีมูลค่าประมาณ 7 เปอร์เซ็นต์ ของ GDP ประเทศ และตามข้อมูลงานวิจัยยังระบุว่า ภาคอุตสาหกรรมพลาสติกในไทยมีอิทธิพลสูงทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง ทำให้เกิดแรงต้านต่อกฎหมายที่อาจเพิ่มต้นทุนหรือเปลี่ยนรูปแบบธุรกิจอย่างรุนแรง

    รวมถึงประเด็นที่ได้กล่าวไปในข้างต้นเรื่อง โครงสร้างระบบจัดการขยะของไทยที่พึ่งพาเทศบาลและการจัดการนอกระบบ หาก EPR ถูกบังคับใช้จริง ระบบทั้งหมดต้องถูกออกแบบใหม่เพื่อเชื่อมโยงผู้ผลิต เทศบาล และเครือข่ายรีไซเคิล ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่ซับซ้อนและต้องใช้เวลาในการบูรณาการความร่วมมือขึ้นใหม่

    นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่มักถูกพูดถึงในงานวิเคราะห์เชิงนโยบายคือ ความไม่เชื่อมั่นในระบบกำกับดูแลของรัฐ

    งานวิจัยด้านเศรษฐกิจหมุนเวียนในไทยพบว่า ผู้ผลิตบางส่วนลังเลที่จะสนับสนุน EPR เพราะไม่แน่ใจว่าค่าธรรมเนียมหรือกองทุนที่จัดเก็บจะถูกใช้เพื่อพัฒนาระบบรีไซเคิลอย่างจริงจังหรือไม่

    ในระบบที่ความโปร่งใสของการบริหารจัดการยังเป็นประเด็นอ่อนไหว การขอให้ภาคธุรกิจจ่ายเงินเพิ่มเพื่อจัดการขยะจึงไม่ใช่เรื่องง่าย

    นอกจากนี้ ปัจจัยทางการเมืองถือเป็นหนึ่งบทบาทสำคัญ ตามรายงานเกี่ยวกับนโยบาย EPR ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ระบุว่า การพัฒนากฎหมายสิ่งแวดล้อมในไทยมักได้รับผลกระทบจากความไม่ต่อเนื่องทางการเมือง ทำให้ร่างกฎหมายบางฉบับถูกเลื่อนหรือหยุดชะงักในกระบวนการนิติบัญญัติ

    ทั้งหมดนี้ทำให้การจัดการขยะในประเทศไทยคล้ายกับติดอยู่ในวังวนของการรอความพร้อมแบบไม่มีเดดไลน์มากำกับ

    ในปี 2569 มูลนิธิสืบนาคะเสถียร ได้จัดทำโครงการชุมชนแม่เปินคาร์บอนต่ำ (Mae Poen Low Carbon) ร่วมกับองค์การบริหารส่วนตำบลแม่เปิน อำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ และโรงเรียนอนุบาลแม่เปิน ได้รับการสนับสนุนงบประมาณดำเนินงานจากธนาคารฮ่องกงและเซี่ยงไฮ้แบงกิ้งคอร์ปอเรชั่น จำกัด และได้มีการทำบันทึกตกลงความร่วมมือทางการดำเนินโครงการไปเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 2568


    เป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (SDGs)

    เป้าหมายที่ 8 ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ต่อเนื่อง ครอบคลุม และยั่งยืน การจ้างงานเต็มที่ และมีผลิตภาพ และการมีงานที่สมควรสำหรับทุกคน

    8.3 ส่งเสริมนโยบายที่มุ่งเน้นการพัฒนาที่สนับสนุนกิจกรรมที่มีผลิตภาพ การสร้างงานที่สมควร ความเป็นผู้ประกอบการ ความสร้างสรรค์และนวัฒกรรม และส่งเสริมการเกิดและการเติบโตของวิสาหกิจรายย่อย ขนาดเล็ก และขนาดกลาง ซึ่งรวมถึงผ่านทางการเข้าถึงบริการทางการเงิน

    เป้าหมายที่ 12 สร้างหลักประกันให้มีแบบแผนการผลิตและการบริโภคที่ยั่งยืน

    12.5 ลดการเกิดของเสียโดยให้มีการป้องกัน การลดปริมาณ การใช้ซ้ำ และการนำกลับมาใช้ใหม่ ภายในปี 2573

    12.8 สร้างหลักประกันว่าประชาชนในทุกแห่งมีข้อมูลที่เกี่ยวข้องและความตระหนักถึงการพัฒนาที่ยั่งยืนและวิถีชีวิตที่สอดคล้องกับธรรมชาติ ภายในปี 2573

    เป้าหมายที่ 13 ปฎิบัติการอย่างเร่งด่วยเพื่อต่อสู้กับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและผลกระทบที่เกิดขึ้น

    13.3 พัฒนาการศึกษา การสร้างความตระหนักรู้ และขีดความสามารถของมนุษย์และของสถาบันในเรื่องการลดปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การปรับตัว การลดผลกระทบ การเตือนภัยล่วงหน้า

    อ้างอิง

    ผู้เขียน

    ทำงานอิสระที่เกี่ยวข้องกับหนังสือ การเขียน เรื่องสิ่งแวดล้อมและดนตรีนอกกระแส – เวลาส่วนใหญ่ของชีวิตใช้ไปกับการนั่งมองความเคลื่อนไหวของใบไม้และสายลม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.seub.or.th/bloging/work/2026-73/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Aam5BkSEpmNG9Xc8KcpI2

  • เม็กซิโกทุบสถิติ FDI  4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เร่งเครื่องสู่ “Tech Hub” ปี 2026  โอกาสทองสินค้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีอาหารจากไทย

    เม็กซิโกทุบสถิติ FDI 4 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เร่งเครื่องสู่ “Tech Hub” ปี 2026 โอกาสทองสินค้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยีอาหารจากไทย

    ในปี 2025 ที่ผ่านมา เม็กซิโกทำสถิติยอดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) สูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 4.087 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไปสู่ อุตสาหกรรมเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ และดาต้าเซ็นเตอร์ (Data Centers) 

    สถิติ FDI นี้สะท้อนความเชื่อมั่นของนักลงทุนต่างชาติ โดยเฉพาะจากพันธมิตรทางยุทธศาสตร์ ได้แก่ สหรัฐอเมริกา สเปน แคนาดา และเนเธอร์แลนด์ ซึ่งสอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงของเส้นทางการค้าโลก (Global Trade Lane Shifts) และกระแสการย้ายฐานการผลิตมายังประเทศใกล้เคียงตลาดเป้าหมาย (Nearshoring) เพื่อสร้างความยืดหยุ่นให้กับห่วงโซ่อุปทาน การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ส่งผลบวกโดยตรงต่ออุตสาหกรรมการผลิตขั้นสูง พลังงานหมุนเวียน และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล ซึ่งเป็นการวางรากฐานให้เม็กซิโกก้าวขึ้นเป็น ศูนย์กลางทางเทคโนโลยีที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน (Specialized Technological Hub) ภายในปี 2026

    จากข้อมูลของกระทรวงเศรษฐกิจเม็กซิโก พบว่า สหรัฐอเมริกายังคงเป็นประเทศผู้ลงทุนรายใหญ่ที่สุดในเม็กซิโก โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 15.87 พันล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นร้อยละ 38.8 ของเงินลงทุนทั้งหมด รองลงมาคือ สเปน (4.43 พันล้านเหรียญฯ) แคนาดา (3.32 พันล้านเหรียญฯ) เนเธอร์แลนด์ (2.38 พันล้านเหรียญฯ) และญี่ปุ่น (2.29 พันล้านเหรียญฯ) นอกจากนี้ ยังพบว่ามีการลงทุนจากประเทศอื่นๆ เพิ่มขึ้น อาทิ ออสเตรเลีย ฝรั่งเศส อิตาลี สวีเดน สวิตเซอร์แลนด์ และสิงคโปร์ สะท้อนถึงความหลากหลายของแหล่งที่มาของเงินทุนเมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า 

    ปรากฏการณ์ดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงการการปรับกลยุทธ์การค้าของภาคธุรกิจในภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีความผันผวนโดยการกระจายตลาดและเส้นทางการค้าเพื่อความอยู่รอดระยะยาว ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการค้าโลก ซึ่งมีสาเหตุมาจากความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ปัญหาการหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน และการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจใหม่โดยเน้นความใกล้ชิดและความยีดหยุ่นเป็นหลัก ทั้งนี้ แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะยังคงเป็นคู่ค้าหลักที่สำคัญแต่ปัจจุบันเม็กซิโกกำลังเร่งขยายขอบเขตการค้าไปยังคู่ค้าอื่นๆ มากขึ้น ได้แก่ แคนาดา สหภาพยุโรป และเอเชีย ซึ่งจะช่วยเปิดช่องทางการส่งออกใหม่ๆ และดึงดุดเงินทุนจากต่างประเทศที่หลากหลายมากขึ้น 

    หากพิจารณาการลงทุนจากแหล่งต่างๆ พบว่าแต่ละประเทศมีบทบาทที่แตกต่างกัน โดยการลงทุนจากเนเธอร์แลนด์เน้นนวัตกรรมเฉพาะทางไม่ได้เน้นเพียงโครงสร้างพื้นฐานทั่วไป อาทิ การใช้ระบบทำความเย็นเฉพาะจุดในโรงงานผลิตบิสกิตซึ่งสามารถลดการใช้พลังงานและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ช่วยให้โรงงานในเม็กซิโกยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนได้ นอกจากนี้ เนเธอร์แลนด์ยังเป็นที่ปรึกษาในด้านที่เป็นความท้าทายของเม็กซิโก เช่น การเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานด้านไฟฟ้าให้ทันสมัย และการจัดการกับปัญหาการขาดแคลนน้ำ เป็นต้น การลงทุนจากสเปนเน้นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพ เช่น การเงินการธนาคาร สุขภาพ เทคโนโลยีสตาร์ทอัพ อิเล็กทรอนิกสืและยานยนต์ ขณะที่การลงทุนจากแคนาดาเน้นอุตสาหกรรมที่มีความเกื้อหนุนกันและมีแนวโน้มการเติบโตสูง เช่น เทคโนโลยีการเกษตร  การผลิต พลังงานสะอาด ข้อมูลและเทคโนโลยีการสื่อสาร และอุตสาหกรรสร้างสรรค์ เป็นต้น 

    ทั้งนี้ จากข้อมูลของ UNCTAD พบว่า ในปี 2025 การลงทุน FDI ทั่วโลก เพิ่มขึ้นร้อยละ 14 โดยส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในกลุ่มอุตสาหกรรมการสื่อสารและศูนย์ข้อมูล (Data centers) และอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ ซึ่งกำลังกลายเป็นจุดหมายสำคัญของการลงทุนข้ามชาติในหลายประเทศ โดยการลงทุนในศูนย์ข้อมูลมีมูลค่าโครงการใหม่สูงถึงประมาณ 319,600 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือคิดเป็นประมาณหนึ่งในสามของการลงทุนโครงการใหม่ทั่วโลก ขณะที่การลงทุนในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์มีมูลค่ารวมประมาณ 138,100 ล้านเหรียญสหรัฐ สูงเป็นประวัติการณ์ สำหรับเม็กซิโก แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมเทคโนโลยีดังกล่าวเริ่มปรากฏชัดมากขึ้น โดยในช่วงไตรมาสที่สามของปี 2025 เม็กซิโกได้รับ FDI ในกลุ่ม Data centers ประมาณ 184 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเท่าที่เคยมีมา และกว่าร้อยละ 97 ของเงินลงทุนดังกล่าวมาจากสหรัฐอเมริกา ทั้งนี้ ตัวเลข FDI ในปี 2025 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อเม็กซิโก ถือเป็นโอกาสที่เป็นรูปธรรมในการขับเคลื่อนการเติบโต นวัตกรรม และการสร้างมูลค่าเพิ่มที่สูงขึ้นในปี 2026 

    โอกาสของสินค้าไทย จากทิศทางการลงทุน FDI ในเม็กซิโกดังกล่าว สินค้าไทยจะมีโอกาสขยายตลาดในเม็กซิโกได้ใน 3 กลุ่มหลัก ดังนี้ 
    กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และแผงวงจร: เมื่อเม็กซิโกมุ่งเน้นการเป็นศูนย์กลาง Data Center และเซมิคอนดักเตอร์ สินค้าไทยกลุ่มแผงวงจรไฟฟ้า (IC) อุปกรณ์กักเก็บข้อมูล (HDD) และส่วนประกอบอิเล็กทรอนิกส์ จึงเป็นที่ต้องการอย่างมากเพื่อป้อนเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทานนี้
    กลุ่มเทคโนโลยีอาหารและอาหารแปรรูป (Food Tech): การขยายตัวของโรงงานอุตสาหกรรมและการลงทุนจากเนเธอร์แลนด์ในด้านนวัตกรรมการผลิต (เช่น ระบบควบคุมความเย็นเฉพาะจุด) เปิดช่องว่างให้สินค้า “นวัตกรรมอาหาร” จากไทย เช่น โปรตีนทางเลือก หรือสินค้าที่ใช้เทคโนโลยีการยืดอายุอาหาร เข้าสู่ตลาดการผลิตในเม็กซิโกได้มากขึ้น
    กลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์ไฟฟ้า (EV): การที่สเปนและแคนาดาเข้ามาลงทุนในด้านการใช้พลังงานไฟฟ้าในอุตสาหกรรมยานยนต์ เป็นโอกาสของไทยในการส่งออกส่วนประกอบที่เกี่ยวข้องกับระบบควบคุมไฟฟ้าและอุปกรณ์ชาร์จต่าง


    สคต. ณ กรุงเม็กซิโก

    แหล่งที่มา

    –    https://mexicobusiness.news/trade-and-investment/news/mexicos-us408-billion-fdi-aligns-high-value-trends-comce?tag=trade-and-investment 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.ditp.go.th/post/qbezsmjggaztsg9xqus9gn32&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Llw7vAyLXsJdc0n9M9dVg

  • “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว เพิ่มชุดนักเรียนกลุ่มเปราะบาง

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึง (ร่าง) ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม จำนวน 1 ชุด ให้แก่ผู้เรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเป็นไปอย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ

    โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป พร้อมมอบ สช. เสนอร่างประกาศ สช. เรื่อง วิธีการขอรับเงินอุดหนุน วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และแนวทางการดำเนินงานเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม พ.ศ. …. ให้ รมว.ศธ.ลงนามต่อไป 

    ในวันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศ ศธ. เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. …. ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่จากฉบับปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก

    โดยร่างหลักสูตรนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลามจากสำนักจุฬาราชมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ควบคู่คุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 นี้เช่นกัน

    พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ กช. ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และนักเรียนของโรงเรียนเอกชน พ.ศ. …. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ “ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง” สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยเน้นความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นสำคัญ ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของครู และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนเอกชนให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาในระดับพื้นที่ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ออกประกาศยกเว้นคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ให้แก่ พระชาญณรงค์ ฉายา วิสุทโธ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดคูเดื่อ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดคูเดื่อวิทยาคม จ.อุบลราชธานี ได้ แม้จะไม่มีวุฒิปริญญาตรีทางโลก แต่มีวุฒิทางธรรมระดับนักธรรมชั้นเอก เพื่อให้การบริหารกิจการและนิติกรรมต่างๆ ของโรงเรียนการกุศลของวัดแห่งนี้ สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ และรับทราบรายงานสถานการณ์กองทุนสงเคราะห์

    โดยเฉพาะความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ที่อยู่ระหว่างการปรับเข้าสู่ระบบเรียลไทม์ ตามข้อเรียกร้องของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งขณะนี้ระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีความพร้อมแล้ว ทั้งนี้ กำหนดดีเดย์เปิดใช้งานเฟสแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลประจำจังหวัดและอำเภอ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับวันเปิดภาคเรียนใหม่ให้แก่ครูเอกชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/739517&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1rkfFiHlw0M3Cnk_A0xKxO

  • “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    “รมว.นฤมล” เผย บอร์ด กช. ไฟเขียว ออกมาตรการเพิ่มชุดนักเรียนแก่เด็กกลุ่มเปราะบาง รร.เอกชน พร้อมเห็นชอบปรับปรุงหลักสูตรอิสลามศึกษาฯ ที่เท่าทันบริบทโลก

    เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569 ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ครั้งที่ 1/2569 ณ ห้องประชุมราชวัลลภ อาคารราชวัลลภ กระทรวงศึกษาธิการ

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า เป็นเรื่องน่ายินดีที่ที่ประชุมได้หารือร่วมกันถึง (ร่าง) ระเบียบ ศธ. ว่าด้วยการกำหนดมาตรการช่วยเหลือนักเรียนในโรงเรียนเอกชน เป็นเงินอุดหนุนค่าหนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน เครื่องแบบนักเรียน และกิจกรรมพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. โดยมีมติอนุมัติการจ่ายเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม จำนวน 1 ชุด ให้แก่ผู้เรียนยากจนที่ผู้ปกครองถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อให้การช่วยเหลือของภาครัฐเป็นไปอย่างตรงจุด ทั้งยังเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครอบครัวกลุ่มเปราะบาง และเพิ่มศักยภาพสถานศึกษาในการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะเริ่มมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปีการศึกษา 2569 เป็นต้นไป พร้อมมอบ สช. เสนอร่างประกาศ สช. เรื่อง วิธีการขอรับเงินอุดหนุน วิธีการเบิกจ่ายเงินอุดหนุน และแนวทางการดำเนินงานเงินอุดหนุนค่าเครื่องแบบนักเรียนเพิ่มเติม พ.ศ. …. ให้ รมว.ศธ.ลงนามต่อไป

    “ในวันนี้ที่ประชุมยังได้เห็นชอบร่างประกาศ ศธ. เรื่อง ให้ใช้หลักสูตรอิสลามศึกษาสำหรับโรงเรียนเอกชนในระบบ พ.ศ. …. ซึ่งถือเป็นการปรับปรุงหลักสูตรครั้งใหญ่จากฉบับปี 2546 เพื่อให้สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน และบริบทความเปลี่ยนแปลงของสังคมโลก โดยร่างหลักสูตรนี้ผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาทั่วประเทศ และได้รับการตรวจสอบความเหมาะสมตามหลักศาสนาอิสลามจากสำนักจุฬาราชมนตรีเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้ควบคู่คุณธรรมตามมาตรฐานสากล โดยจะเริ่มใช้ในปีการศึกษา 2569 นี้เช่นกัน พร้อมเห็นชอบ (ร่าง) ระเบียบ กช. ว่าด้วยการจัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ และนักเรียนของโรงเรียนเอกชน พ.ศ. …. เพื่อรองรับการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบ “ทะเบียนอิเล็กทรอนิกส์กลาง” สอดรับกับยุคดิจิทัล โดยเน้นความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) เป็นสำคัญ ซึ่งนโยบายนี้จะช่วยลดภาระงานด้านเอกสารของครู และยกระดับการบริหารจัดการข้อมูลของโรงเรียนเอกชนให้มีความคล่องตัว รวดเร็ว และทันสมัยมากยิ่งขึ้น” รมว.ศธ.กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวในตอนท้ายว่า เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาในระดับพื้นที่ ที่ประชุมได้พิจารณาเห็นชอบให้ออกประกาศยกเว้นคุณสมบัติตาม พ.ร.บ.โรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2550 ให้แก่ พระชาญณรงค์ ฉายา วิสุทโธ รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดคูเดื่อ ให้สามารถปฏิบัติหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนวัดคูเดื่อวิทยาคม จ.อุบลราชธานี ได้ แม้จะไม่มีวุฒิปริญญาตรีทางโลก แต่มีวุฒิทางธรรมระดับนักธรรมชั้นเอก เพื่อให้การบริหารกิจการและนิติกรรมต่างๆ ของโรงเรียนการกุศลของวัดแห่งนี้ สามารถดำเนินต่อไปได้โดยไม่สะดุด และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อการจัดการศึกษาให้แก่นักเรียนในพื้นที่ และรับทราบรายงานสถานการณ์กองทุนสงเคราะห์ โดยเฉพาะความคืบหน้าการปรับปรุงระบบเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลของครูโรงเรียนเอกชน ที่อยู่ระหว่างการปรับเข้าสู่ระบบเรียลไทม์ ตามข้อเรียกร้องของโรงพยาบาลเอกชน ซึ่งขณะนี้ระบบของสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) มีความพร้อมแล้ว ทั้งนี้ กำหนดดีเดย์เปิดใช้งานเฟสแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยจะเริ่มนำร่องในโรงพยาบาลประจำจังหวัดและอำเภอ เพื่อเป็นของขวัญต้อนรับวันเปิดภาคเรียนใหม่ให้แก่ครูเอกชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/public-relations-news/964840/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2m2j9G-2xzC3gnC4d24RAc

  • สวนกระแสเศรษฐกิจ! “สตรองแลนด์” เผยบิ๊กโปรเจกต์รับสร้างบ้านโคราชโตพุ่ง ตั้งเป้าปี 69 พอร์ตขยาย 70%

    สวนกระแสเศรษฐกิจ! “สตรองแลนด์” เผยบิ๊กโปรเจกต์รับสร้างบ้านโคราชโตพุ่ง ตั้งเป้าปี 69 พอร์ตขยาย 70%

    “สตรองแลนด์” ชี้ตลาดรับสร้างบ้านอีสานแกร่ง! สวนทางเศรษฐกิจซบเซา ชูกลยุทธ์งานคราฟต์ระดับมืออาชีพ ตั้งเป้าปี 69 พอร์ตโตพุ่ง 70%

    stronglandfocus2026(01)_0

    ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจและตลาดอสังหาริมทรัพย์เผชิญความท้าทาย แต่ “สตรองแลนด์” (Strong Land) ผู้เชี่ยวชาญด้านการรับสร้างบ้านในพื้นที่ภาคอีสาน กลับโชว์ฟอร์มแกร่ง เผยตัวเลขการเติบโตที่น่าจับตา โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา (โคราช) ที่มียอดสั่งสร้างบ้านสูงสุดเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ

    เจาะสถิติตลาด: ต่างจังหวัดครองส่วนแบ่ง 77%

    จากข้อมูลสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้านปี 2568 พบว่าแม้ตลาดรวมจะหดตัวลงจากปัจจัยหนี้ครัวเรือน แต่ตลาดในต่างจังหวัดกลับมีความยืดหยุ่นสูงกว่ากรุงเทพฯ:

    • ตลาดต่างจังหวัด: หดตัวเพียง -9% (ครองส่วนแบ่งตลาดสูงถึง 77%)

    • กรุงเทพฯ และปริมณฑล: หดตัวแรงถึง -16%

    • ภาคอีสาน: ครองส่วนแบ่งตลาดรับสร้างบ้าน 17% โดย “โคราช” ติด Top 5 จังหวัดที่มียอดสั่งสร้างสูงสุด

    กลยุทธ์ “Local Craftsmanship” มัดใจคนอยากมีบ้าน

    388054

    นายสิปปภาส เครื่องกลาง กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตรองแลนด์ จำกัด ระบุว่าหัวใจสำคัญที่ทำให้แบรนด์เติบโตมากว่า 15 ปี คือแนวคิด “Local Craftsmanship, Professional Home Builder” หรือการสร้างบ้านด้วยจิตวิญญาณช่างฝีมือในมาตรฐานสากล

    “เราไม่ใช่แค่รับสร้างบ้าน แต่เราสร้างความภูมิใจครั้งหนึ่งในชีวิตให้กับลูกค้า ทุกหลังต้องพิถีพิถันและครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมรับสร้างบ้านในท้องถิ่น”

    stronglandfocus2026(03)_0

    กางแผนปี 2569: รุก 16 จังหวัด เป้าเติบโต 70%

    ปัจจุบันสตรองแลนด์มีงานในมือ (Backlog) มูลค่ากว่า 117 ล้านบาท และเตรียมปิดยอดไตรมาสแรกของปี 2569 อีก 50 ล้านบาท โดยมีแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ดังนี้:

    • กลุ่มเป้าหมายหลัก: บ้านระดับราคา 3 – 5 ล้านบาท (คิดเป็น 80% ของพอร์ต) ซึ่งเป็นกลุ่มที่เติบโตถึง 16%

    • พื้นที่ให้บริการ: ขยายครอบคลุม 16 จังหวัด (อาทิ โคราช, สระบุรี, ขอนแก่น, บุรีรัมย์, อยุธยา ฯลฯ)

    • ความเชื่อมั่น: การันตีด้วยการเป็นสมาชิกสมาคมธุรกิจรับสร้างบ้าน หมดกังวลเรื่องการทิ้งงาน 100%

    ปักหมุดพบกันที่งาน “รับสร้างบ้าน Focus 2026”

    สำหรับผู้ที่วางแผนสร้างบ้านและต้องการปรึกษากับมืออาชีพ สามารถพบกับ สตรองแลนด์ ได้ที่บูท A12/2

    • วันที่: 18 – 22 มีนาคม 2569

    • สถานที่: อิมแพ็ค ฮอลล์ 6 เมืองทองธานี

    stronglandfocus2026(04)_0

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/948531/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CsbUsGvl4eAidQE8ZJSET