Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ยอดใช้พลังงานรวมปี 68 ลดลง 1.6% น้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น รับท่องเที่ยวขยายตัว

    ยอดใช้พลังงานรวมปี 68 ลดลง 1.6% น้ำมันเครื่องบินเพิ่มขึ้น รับท่องเที่ยวขยายตัว

    วันนี้, 13:30น.

              สำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน (สนพ.) เผยสถานการณ์พลังงานของประเทศไทย ปี 2568 พบว่า การใช้พลังงานขั้นต้นเชิงพาณิชย์อยู่ที่ 2,014 พันบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน ลดลงร้อยละ 1.6 จากการใช้ก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน และลิกไนต์ที่ลดลง ขณะที่การใช้น้ำมันและไฟฟ้าพลังน้ำ/ไฟฟ้านำเข้าเพิ่มขึ้น ในส่วนน้ำมันสำเร็จรูป การใช้น้ำมันเครื่องบิน 17,500,000 ลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 สอดคล้องกับการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้น

              นายวัฒนพงษ์ คุโรวาท ผู้อำนวยการ สนพ. เปิดเผยว่า การใช้พลังงานเชิงพาณิชย์ขั้นต้นของประเทศ ปี 2568 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน ในขณะที่ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในปี 2568 ขยายตัวร้อยละ 2.4 โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากการบริโภคภาคเอกชน และการลงทุนภาคเอกชนที่ขยายตัว รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่เพิ่มขึ้น

              ภาคอุตสาหกรรมมีการขยายตัวในระดับต่ำ ประกอบกับสภาพอากาศที่ไม่ร้อนเท่าปี 2567 ส่งผลให้ความต้องการใช้พลังงานโดยรวมปรับตัวลดลงเล็กน้อย

              การใช้พลังงานจำแนกตามประเภทเชื้อเพลิง พบว่า การใช้น้ำมันเพิ่มขึ้นร้อยละ 0.2 การใช้ไฟฟ้าพลังน้ำและไฟฟ้านำเข้า เพิ่มขึ้นร้อยละ 10.6 ขณะที่การใช้ก๊าซธรรมชาติ ลดลงร้อยละ 3.8 การใช้ถ่านหิน ลดลงร้อยละ 3.5 และการใช้ลิกไนต์ลดลงร้อยละ 1.2

              การใช้น้ำมันสำเร็จรูป มีปริมาณการใช้อยู่ที่ระดับ 140,900,000 ลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นเล็กน้อยร้อยละ 0.001 โดยปริมาณการใช้น้ำมันดีเซลอยู่ที่ 67,000,000 ลิตรต่อวัน ลดลงร้อยละ 2.8 ขณะที่การใช้น้ำมันเบนซินและแก๊สโซฮอล อยู่ที่ 31,700,000 ลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 0.8 การใช้น้ำมันเครื่องบินอยู่ที่ 17,500,000 ลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 7.5 สอดคล้องกับการเดินทางทางอากาศที่เพิ่มขึ้น ส่วนการใช้น้ำมันเตาอยู่ที่ 5,400,000 ลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 6.2 และการใช้ LPG อยู่ที่ 19,400,000 ลิตรต่อวัน เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.1

              การใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว (LPG โพรเพน และบิวเทน) มีปริมาณการใช้อยู่ที่ระดับ 6,630,000 ตัน ลดลงร้อยละ 2.1 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยจำแนกเป็น การใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 42 ของการใช้ทั้งหมด รองลงมา คือ การใช้ในภาคครัวเรือนร้อยละ 32 การใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ร้อยละ 14 และการใช้ในภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 10

              การใช้ก๊าซธรรมชาติ มีปริมาณการใช้อยู่ที่ระดับ 4,422,000,000 ลูกบาศก์ฟุตต่อวัน ลดลงร้อยละ 4.0 โดยส่วนใหญ่ยังคงใช้เพื่อการผลิตไฟฟ้า ซึ่งมีสัดส่วนร้อยละ 61 รองลงมา คือ การใช้ในภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 17 การใช้ในอุตสาหกรรมปิโตรเคมีและอื่น ๆ ร้อยละ 20 และการใช้เป็นเชื้อเพลิงในรถยนต์ (NGV) ร้อยละ 2

              การใช้ถ่านหิน/ลิกไนต์ รวมกันอยู่ที่ระดับ 14,193 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ (ktoe) ลดลงร้อยละ 3.3 โดยการใช้ถ่านหินนำเข้าอยู่ที่ 11,085 ktoe ขณะที่การใช้ลิกไนต์อยู่ที่ 3,108 ktoe การใช้ไฟฟ้า

              การใช้ไฟฟ้าในระบบ 3 การไฟฟ้า (ไม่รวมผู้ผลิตไฟฟ้าใช้เอง หรือ IPS) อยู่ที่ 208,428,000,000 หน่วย ลดลงร้อยละ 2.8 เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสัดส่วนการใช้ไฟฟ้าในภาคอุตสาหกรรมร้อยละ 42 ภาคครัวเรือนร้อยละ 28 ภาคธุรกิจร้อยละ 25 และภาคอื่น ๆ ร้อยละ 5

              สำหรับในปี 2569 จะมีการนำสมมติฐานด้านเศรษฐกิจและสถานการณ์จากความขัดแย้งในตะวันออกกลางมาพิจารณาเพิ่มเติม เพื่อประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจของประเทศ ความมั่นคงด้านพลังงาน และราคาพลังงาน พร้อมหาแนวทางและมาตรการในการบรรเทาผลกระทบต่อไป

    ภาพ freepik

    #สถานการณ์พลังงาน

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/th/site/news/view/160145&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GJmHwDROeCnkYEtGi-j2w

  • กรมการพัฒนาชุมชน ชู “OTOP ภูมิภาค 2569”  กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน | เดลินิวส์

    กรมการพัฒนาชุมชน ชู “OTOP ภูมิภาค 2569”  กระตุ้นเศรษฐกิจยั่งยืน | เดลินิวส์

    ที่โรงแรมเซนทารา ไลฟ์ ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติฯ ถนนแจ้งวัฒนะ นาย สยาม ศิริมงคล อธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน  มอบหมายให้  นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน เป็นประธานแถลงข่าวการจัดงาน “OTOP ภูมิภาค 2569” ภายใต้แนวคิด “สีสันถิ่นเรา เรื่องเล่าแห่งภูมิปัญญา” โดยเตรียมยกขบวนสินค้าดี สินค้าเด่นจากทั่วทุกภูมิภาค ไปจัดแสดงและจำหน่ายใน 6 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ กาฬสินธุ์, ระยอง, น่าน, ชลบุรี, พัทลุง และเลย โดยมีรองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน และคณะผู้บริหารกรมการพัฒนาชุมชนเข้าร่วมงานอย่างพร้อมเพรียง

    นายไพโรจน์ โสภาพร รองอธิบดีกรมการ พัฒนาชุมชน เปิดเผยว่า การจัดงาน OTOP ภูมิภาคในปีนี้ จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมศักยภาพของผู้ผลิต และผู้ประกอบการ OTOP ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มีอัตลักษณ์ของแต่ละภูมิภาค สู่สายตาประชาชน รวมถึงเป็นการเพิ่มช่องทางการตลาด และสร้างรายได้กลับคืนสู่ชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม โดยปีนี้มาในธีม “สีสันถิ่นเรา เรื่องเล่าแห่งภูมิปัญญา” ซึ่งสะท้อนถึงความหลากหลายทางวัฒนธรรม และเรื่องราวเบื้องหลังชิ้นงานอันทรงคุณค่าในแต่ละท้องถิ่น

    ไฮไลต์สำคัญภายในงานประกอบด้วย:

    • การจัดแสดงและจำหน่ายสินค้า OTOP: พบกับผลิตภัณฑ์ดีเด่นระดับดาวจากทั่วประเทศ ทั้งประเภทอาหาร, ผ้าไทย, เครื่องจักสาน, เครื่องประดับ และของตกแต่งบ้าน

    • นิทรรศการภูมิปัญญา: การถ่ายทอดเรื่องราว (Storytelling) ของผลิตภัณฑ์ที่สะท้อนวิถีชีวิต และศิลปวัฒนธรรมของแต่ละภูมิภาค

    • กิจกรรมส่งเสริมการขาย: ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และร่วมสนุกกับกิจกรรมลุ้นรับรางวัลพิเศษมากมายภายในงานตลอด 7 วัน

    ปักหมุด 6 พิกัดทั่วไทย เดินทางไปช้อปได้ตามกำหนดการดังนี้:

    1. จังหวัดกาฬสินธุ์  วันที่ 25 – 31 มีนาคม 2569        ณ ศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์

    2. จังหวัดระยอง     วันที่ 1 – 7 เมษายน 2569           ณ สนามกีฬากลางจังหวัดระยอง

    3. จังหวัดน่าน        วันที่ 24 – 30 เมษายน 2569      ณ อำเภอหนองน้ำครก

    4. จังหวัดชลบุรี      วันที่ 15 – 21 พฤษภาคม 2569    ณ ศาลากลางจังหวัดชลบุรี

    5. จังหวัดพัทลุง     วันที่ 18 – 24 พฤษภาคม 2569    ณ ศาลากลางจังหวัดพัทลุง

    6 .จังหวัดเลย         วันที่ 25 – 31 พฤษภาคม 2569    ณ ศาลากลางจังหวัดเลย

    “ผมขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสนับสนุนสินค้าจากฝีมือคนไทย เพื่อเป็นกำลังใจให้ผู้ประกอบการ OTOP และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจฐานรากของไทยให้มีความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนต่อไป” รองอธิบดีกรมการพัฒนาชุมชน กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5706777/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw23ewqnFXtleQsrmevf_z-n

  • เกาหลีใต้เผยเศรษฐกิจยังฟื้นตัว แต่สงครามตะวันออกกลางเสี่ยงฉุดขาลง : อินโฟเควสท์

    เกาหลีใต้เผยเศรษฐกิจยังฟื้นตัว แต่สงครามตะวันออกกลางเสี่ยงฉุดขาลง : อินโฟเควสท์

    กระทรวงเศรษฐกิจและการคลังเกาหลีใต้เปิดเผยรายงานเศรษฐกิจรายเดือน หรือ “กรีนบุ๊ก” (Green Book) ในวันนี้ (20 มี.ค.) โดยประเมินว่า เศรษฐกิจเกาหลีใต้ยังคงฟื้นตัว ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกันที่ทางกระทรวงฯ ประเมินภาวะเศรษฐกิจดังกล่าว แต่ก็เตือนว่ามีความเสี่ยงมากขึ้นที่เศรษฐกิจจะเผชิญภาวะขาลง อันเนื่องมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

    รายงานระบุว่า “ในระยะนี้ เศรษฐกิจของเรายังคงมีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง โดยได้แรงหนุนจากอุปสงค์ภายในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งรวมถึงการบริโภคและการส่งออกที่แข็งแกร่งซึ่งนำโดยกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์”

    อย่างไรก็ตาม กระทรวงฯ มองว่าความไม่แน่นอนยังคงมีอยู่ โดยระบุถึงความยากลำบากด้านการจ้างงานที่ยังคงเกิดขึ้นกับภาคส่วนที่เปราะบาง เช่น อุตสาหกรรมการก่อสร้าง พร้อมกับเตือนถึงความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งรวมถึงราคาน้ำมันโลกที่พุ่งสูงขึ้นอันเป็นผลมาจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

    อย่างไรก็ดี รายงานของกระทรวงฯ ระบุว่า ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจเมื่อไม่นานมานี้ยังไม่ได้สะท้อนถึงผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางอย่างเต็มที่ โดยในเดือนม.ค. ยอดค้าปลีกปรับตัวขึ้น 2.3% จากเดือนก่อนหน้า โดยเพิ่มขึ้นทั้งในกลุ่มสินค้าคงทน สินค้ากึ่งคงทน และสินค้าไม่คงทน

    ส่วนในเดือนก.พ. คาดว่ายอดค้าปลีกจะได้รับแรงหนุนเพิ่มเติมจากการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่ปรับตัวดีขึ้น

    ขณะที่การส่งออกซึ่งนำโดยกลุ่มเซมิคอนดักเตอร์ยังคงมีแนวโน้มขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือนก.พ. ยอดส่งออกสินค้าไปต่างประเทศเพิ่มขึ้น 28.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ในขณะที่การส่งออกโดยเฉลี่ยรายวันพุ่งสูงถึง 49%

    ส่วนทิศทางในวันข้างหน้า รัฐบาลเกาหลีใต้ระบุว่าจะเร่งจัดทำงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม เพื่อสนับสนุนค่าครองชีพและการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ พร้อมกับพยายามลดผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลาง

    นอกจากนี้ รัฐบาลยังระบุว่า หน่วยงานร่วมด้านการตอบสนองสถานการณ์ฉุกเฉิน จะทำหน้าที่เฝ้าระวังทุกภาคส่วนตลอด 24 ชั่วโมง และจะรีบดำเนินการทันทีหากมีสัญญาณบ่งชี้ถึงความไม่มั่นคง

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (20 มี.ค. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/578617&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3GDxma07MWiJ4KGHTiMeBk

  • “สมาคมสื่อมวลชนเกษตร” มอบทุน บุตร – ธิดา ต่อยอดการศึกษามุ่งสู่ความสำเร็จ

    “สมาคมสื่อมวลชนเกษตร” มอบทุน บุตร – ธิดา ต่อยอดการศึกษามุ่งสู่ความสำเร็จ

    “สมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย”จัดพิธีมอบทุนการศึกษาให้กับบุตร–ธิดา ของสมาชิกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย ประจำปี 2569 ณ ห้องประชุมอานนท์ กรมประมง บางเขน กรุงเทพมหานคร

    โดยมีนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง เป็นประธานกล่าวเปิดกิจกรรมและมอบทุนการศึกษาบุตร–ธิดา ในครั้งนี้ และมีนายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เข้าร่วมมอบทุนการศึกษา พร้อมด้วย โดยมีนายภิญโญ แพงไธสง นายกสมาคมสื่อมวลชนเกษตรแห่งประเทศไทย กล่าวรายงานวัตถุประสงค์ของการจัดงาน

    กิจกรรมมอบทุนการศึกษาดังกล่าวจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 17 โดยในปีนี้ในปี 2569 ได้มอบทุนการศึกษาแก่บุตร–ธิดาของสมาชิก จำนวน 42 ทุน และมอบ ทุนพัฒนาศักยภาพสื่อมวลชน จำนวน 20 ทุน ที่ได้มาจากการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการศึกษาและการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรด้านสื่อสารมวลชนสายเกษตร

    พร้อมทั้งปลูกฝังให้เยาวชนมีจิตสำนึกรับผิดชอบต่อสังคม อันเป็นกำลังสำคัญและรากฐานที่มั่นคงของประเทศในอนาคต

    อีกทั้งยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจแก่สื่อมวลชนสายเกษตร ให้มีสวัสดิการที่ดี และสามารถปฏิบัติหน้าที่เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารด้านการเกษตรได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/pr-news/ch3onlinenews/459479&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2XTCaO40FO8kNlwzM02rHT

  • L

    L

    ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ธรินี มณีศรี คณบดีวิทยาลัยโลจิสติกส์และซัพพลายเชน พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร และคณาจารย์ Logistics SPU กรุงเทพ วิทยาเขตชลบุรี และวิทยาเขตขอนแก่น เข้ารับการตรวจประเมินคุณภาพการศึกษาภายใน ระดับคณะ ปีการศึกษา 2566

    โดยได้รับเกียรติจากผู้ทรงคุณวุฒิคณะกรรมการตรวจประเมินฯ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ชลธิศ เอี่ยมวรวุฒิกุล ประธานคณะกรรมการฯ พร้อมด้วย ผศ.ธนภัทร พรหมวัฒนภักดี กรรมการฯ และผู้ช่วยศาสตราจารย์สุรพันธ์ สันติยานนท์ กรรมการและเลขานุการฯ มาให้คำแนะนำแนวทาง และข้อเสนอแนะในแต่ละองค์ประกอบของหลักสูตร
    Logistics SPU ทั้ง 3 แห่ง มุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพการศึกษาอย่างต่อเนื่องในทุก ๆ ด้าน เพื่อพัฒนานักศึกษาให้มีคุณภาพตอบโจทย์ภาคอุตสาหกรรม ของประเทศ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.spu.ac.th/fac/logistics/logistics-aunqa66-2/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yRsFXtj2OseqJhFYfderH

  • กองทัพบกปิ๊งไอเดีย “ใครเบื่อเมีย มาสมัครทหาร” แคมเปญชวนชายไทยเกณฑ์ทหาร 69

    กองทัพบกปิ๊งไอเดีย “ใครเบื่อเมีย มาสมัครทหาร” แคมเปญชวนชายไทยเกณฑ์ทหาร 69

    เพจกองทัพบกทันกระแสปิ๊งไอเดีย “ใครเบื่อเมีย มาสมัครทหาร” แคมเปญชวนชายไทยเกณฑ์ทหาร 69 ชาวเน็ตคอมเมนต์สนั่น

    กลายเป็นกระแสในโลกโซเชียล เมื่อเพจเฟซบุ๊ก กองทัพบก ทันกระแส ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 1 ล้าน ได้โพสต์ข้อความเชิญชวนชายไทยเข้ารับการตรวจเลือกทหารกองเกินประจำปี 2569 ด้วยแคมเปญสุดแปลกใหม่ที่ดึงเอาประเด็นความสัมพันธ์ในครอบครัวมาเป็นจุดขาย โดยระบุข้อความเชิงหยิกแกมหยอกว่า “ใครเบื่อเมีย!! เมษานี้ มาสมัครทหาร พักกาย พักใจ อยู่ค่ายทหาร กับเพื่อนๆ”

    โพสต์ดังกล่าวยังระบุต่ออีกว่า “สมัครเสร็จเดินกลับบ้านอย่างภาคภูมิใจ จะไม่อยู่ในอำนาจเมียอีกต่อไป” พร้อมติดแฮชแท็ก #เกณฑ์ทหาร69 ซึ่งได้รับความสนใจจากชาวเน็ตเป็นจำนวนมาก มีหลายคนเข้ามาคอมเมนต์แนวขำๆ เช่น

    • อยู่บ้านเมียก็ด่า ออกมาจ่าก็ซ่อม
    • กลับมาเมียมีใหม่ จบหลักสูตรแบบสมบูรณ์อีก
    • ถ้าเมียเบื่อผัว ส่งมันไปได้ไหมคะ อย่าส่งกลับนะคะ ที่บ้านงดรับพัสดุ
    • ทหารนี่รับสมัครผัวอายุ50มั้ยคะ เมียก็เบื่อคือกัน

    เปิดสิทธิประโยชน์สำหรับผู้ “สมัครใจ” รับราชการทหารปี 2569

    ข้อมูลจากกองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน ระบุว่า กองทัพบกเปิดโอกาสให้ชายไทยที่มีอายุ 21 ปี และได้รับหมายเรียกประจำปี 2569 สามารถแสดงความสมัครใจ (ร้องขอ) เข้ารับราชการในวันตรวจเลือกฯ ได้ทันที โดยจะได้รับสิทธิพิเศษที่มากกว่าการจับสลากใบดำใบแดง ดังนี้

    • สิทธิในการเลือก: ผู้สมัครใจสามารถเลือกเหล่าทัพ (ทัพบก ทัพเรือ หรือทัพอากาศ) และเลือกผลัดที่ต้องการเข้ารับราชการได้ตามความต้องการ (ในกรณีที่โควตายังไม่เต็ม)
    • การลดหย่อนระยะเวลา: สำหรับผู้ที่มีวุฒิการศึกษาตั้งแต่ระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 หรือเทียบเท่าขึ้นไป รวมถึงผู้ที่สำเร็จหลักสูตรนักศึกษาวิชาทหาร (รด.) ชั้นปีที่ 1 และ 2 จะได้รับสิทธิในการลดระยะเวลาการรับราชการตามกฎหมาย
    • โอกาสในสายอาชีพ: การสมัครใจเข้ารับราชการยังเป็นใบเบิกทางสำคัญในการสอบคัดเลือกเข้าเป็นนักเรียนนายสิบทหารบก หรือบรรจุเป็นข้าราชการทหารในอนาคต

    ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่หน่วยทหารหรือหน่วยสัสดีใกล้บ้าน หรือ กองการสัสดี หน่วยบัญชาการรักษาดินแดน โทร. 0 2223 3259

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9879294/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2aEJNTLQjGRJ8frKPhcucT

  • วว. ผนึกกำลัง Terry ยกระดับผลงานวิจัย-นวัตกรรม ชูผลิตภัณฑ์จาก “เชอรี่ดอย” สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

    วว. ผนึกกำลัง Terry ยกระดับผลงานวิจัย-นวัตกรรม ชูผลิตภัณฑ์จาก “เชอรี่ดอย” สู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม

    ผศ.ดร.วีรชัย อาจหาญ ผู้ว่าการ สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือกับ นางสาวอภิชญา นุชประไพ กรรมการ บริษัท เธอร์รี่ เพอร์เฟคท์ จำกัด (Terry Thailand) เพื่อขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมของประเทศ สู่การนำไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์อย่างเป็นรูปธรรม โดยมี ดร.รจนา ตั้งกุลบริบูรณ์ รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์และจัดการนวัตกรรม วว. ดร.กฤษณ์ คงเจริญ รักษาการ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารการลงทุน (ศบล.) นางสาวอุบล ฤกษ์อ่ำ ผู้เชี่ยวชาญวิจัย นางสาวโชติกา ตันติวัฒนกุลชัย และนายณัฐพล อรุณยะเดช นักพัฒนาธุรกิจอาวุโส วว. ร่วมเป็นเกียรติและแสดงความยินดีด้วย เมื่อวันที่ 19 มีนาคม 2569 ณ ห้องประชุม กวท. ชั้น 8 อาคาร RD 1 วว. เทคโนธานี คลองห้า จ.ปทุมธานี

    ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์ ดังนี้
    1.เพื่อขับเคลื่อนผลงานวิจัยและนวัตกรรมไปสู่การใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์
    2.เพื่อพัฒนา ผลิต และต่อยอดผลิตภัณฑ์จากสารสกัดที่ได้จากงานวิจัย
    3.เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจจากงานวิจัยของประเทศ ผ่านกลไกการตลาดและการพาณิชย์
    4.เพื่อสร้างกลไกความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน
    5.เพื่อศึกษาความเป็นไปได้ทางธุรกิจในการร่วมลงทุน (Feasibility study) ในการนำผลงานวิจัยและนวัตกรรมที่ผ่านการวิจัยและพัฒนา โดยมีแผนการดำเนินงานด้านการตลาดที่เหมาะสมไปใช้ประโยชน์เชิงพาณิชย์

    ผู้ว่าการ วว. กล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งในความร่วมมือครั้งนี้ เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศด้วยงานวิจัย วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม (วทน.) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมุ่งเน้นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้พืชสมุนไพรพื้นถิ่น ให้มีการใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย สร้างรายได้เพิ่มให้กับเกษตรกร ผ่านการนำเทคโนโลยีมาพัฒนาให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้จริงและมีผลที่ดีต่อสุขภาพและความงาม มีความยั่งยืนยฃของการใช้วัตถุดิบ และพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพจาก “เชอรี่ดอย หรือ Cherry Plum” ในรูปแบบอื่น ๆ ต่อไป

    ซึ่ง วว.ประสบผลสำเร็จในการศึกษาฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาและความเป็นพิษของสารสกัด จาก เชอรี่ดอย และการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม พร้อมที่จะผลิตและส่งต่อให้กับบริษัทที่ร่วมทุนในการนำไปจำหน่ายในเชิงพาณิชย์ และพัฒนาต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค การดำเนินการดังกล่าวเป็นการสร้าง Model ความร่วมมือของ วว. กับภาคเอกชน อีกรูปแบบหนึ่ง ที่สะท้อนถึงการนำวิทยาศาสตร์เข้ามาสนับสนุนขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม ต่อยอดสู่การวิจัยและพัฒนาอย่างยั่งยืน

    กรรมการ บริษัท เธอร์รี่ เพอร์เฟคท์ จำกัด กล่าวว่า Terry มีความเชื่อมั่นในงานวิจัยและเทคโนโลยีของ วว. มาโดยตลอด โดยเฉพาะเทคโนโลยีการใช้ประโยชน์จาก “เชอรี่ดอย หรือ Cherry Plum” ซึ่งเล็งเห็นว่าเป็นวัตถุดิบที่มีเอกลักษณ์และมีโอกาสเติบโตสูงในตลาด โดยความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญในการวางรากฐาน ข้อผูกพัน และเงื่อนไขต่างๆ เพื่อยกระดับผลงานวิจัยจากห้องปฏิบัติการไปสู่ผลิตภัณฑ์คุณภาพที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคได้อย่างแท้จริง ภายใต้เป้าหมายในการมุ่งสู่การทำ “สัญญาโครงการนำร่องเพื่อการผลิตและจำหน่ายเชิงพาณิชย์ร่วมกันในอนาคตอันใกล้”

    ทั้งนี้ Terry พร้อมสนับสนุนและผลักดันผลงานวิจัยของ วว. เพื่อให้เกิดผลสำเร็จในเชิงธุรกิจ และสามารถต่อยอดไปสู่ความสำเร็จร่วมกันในระยะยาว เพื่อสร้างคุณค่าและประโยชน์ให้กับประเทศชาติต่อไปในอนาคต

    “Terry” เป็นแบรนด์สกินแคร์ไทย ที่โด่งดังมากในโซเชียลมีเดีย โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มกันแดด (เช่น กันแดดขนมปัง) และเซรั่มบำรุงผิว ซึ่ง วว. ได้เป็นส่วนสำคัญในการวิจัยและพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thailandplus.tv/archives/1005174&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2TU21-8aCF0i3e1D093Z8Y

  • จีไอที จับมือ ม.รังสิต ปั้นคน ปั้นงาน ดันอัญมณีไทย แข่งขันตลาดโลก

    จีไอที จับมือ ม.รังสิต ปั้นคน ปั้นงาน ดันอัญมณีไทย แข่งขันตลาดโลก

    สถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (GIT) ลงนาม MOU ร่วมกับมหาวิทยาลัยรังสิต ส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย

    นายสุเมธ ประสงค์พงษ์ชัย ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือ จีไอที (GIT) เปิดเผยว่า ได้ร่วมลงนามบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยรังสิต กับ ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อผลักดันความร่วมมือระหว่างสถาบันการศึกษาและหน่วยงานภาครัฐในการยกระดับอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของไทย การส่งเสริมการพัฒนาองค์ความรู้ งานวิจัย และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรในอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทย

     ทั้งนี้ GIT ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในหัวข้อ “The Power of Thai Gems” โดยเน้นบทบาทของ GIT ในการยกระดับมาตรฐานอัญมณีและเครื่องประดับไทยสู่เวทีสากล

    ส่วนวิทยาลัยการออกแบบ มหาวิทยาลัยรังสิต ได้นำเสนอแนวคิด “Design Innovation & Craftsmanship for Future” ซึ่งมุ่งเน้นการพัฒนานวัตกรรมการออกแบบและการผสานศิลปะการออกแบบเข้ากับการพัฒนาธุรกิจ รวมถึงการเสริมสร้างศักยภาพของนักศึกษาและบุคลากรรุ่นใหม่

    จีไอที จับมือ ม.รังสิต ปั้นคน ปั้นงาน ดันอัญมณีไทย แข่งขันตลาดโลก

    โดยภายหลังพิธีลงนาม ทั้งสองหน่วยงานยังได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางการพัฒนาหลักสูตร การจัดฝึกอบรม และการพัฒนากิจกรรมด้านอัญมณีและเครื่องประดับร่วมกันในอนาคต เพื่อเสริมสร้างศักยภาพบุคลากรและสนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืนของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับของประเทศ

     “ความร่วมมือในครั้งนี้ จะเป็นก้าวสำคัญในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ด้านวิชาการ การออกแบบ และเทคโนโลยีอัญมณี เพื่อร่วมกันพัฒนาและผลักดันศักยภาพของอุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับไทยให้สามารถแข่งขันในระดับนานาชาติได้อย่างยั่งยืน”นายสุเมธกล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/economics/1226008&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Rxtw3KGfkKJHx5jxWVmMn

  • สนง.สถิติแห่งชาติ เผย การใช้ไอที-มือถือในครัวเรือน ไตรมาส 4/2568 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเกือบทุกมิติ

    สนง.สถิติแห่งชาติ เผย การใช้ไอที-มือถือในครัวเรือน ไตรมาส 4/2568 มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเกือบทุกมิติ

    กรุงเทพฯ, วันที่ 20 มี.ค. – นายเอกพงษ์  หริ่มเจริญ ผู้อำนวยการสำนักงานสถิติแห่งชาติ (สสช.) เปิดเผยผลสำรวจการมีการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในครัวเรือน ไตรมาส 4/2568 ว่า มีประชาชนอายุ 6 ปีขึ้นไป 66.3 ล้านคน โดยมีผู้ใช้อินเทอร์เน็ต 92.3% ใช้โทรศัพท์มือถือ 96.1% และมีโทรศัพท์มือถือ 89.9% ซึ่งเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสที่ผ่านมาในทุกมิติ และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว

    หากพิจารณาในระดับครัวเรือน จากผลการสำรวจ พบว่า มีครัวเรือนส่วนบุคคลทั้งสิ้น 24.8 ล้านครัวเรือน โดยมีการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต 93.4% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมา และยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาวสำหรับการมีโทรศัพท์มือถือลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสที่ผ่านมาอยู่ที่ 97.2% แต่ยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว ซึ่งสวนทางกับการมีคอมพิวเตอร์ของครัวเรือน ที่เพิ่มขึ้นจากไตรมาสที่ผ่านมาเป็น 20.0% แต่ในระยะยาว  ยังมีแนวโน้มลดลงตามการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ที่โทรศัพท์มือถือเข้ามามีบทบาททดแทนคอมพิวเตอร์ได้ในหลายกิจกรรม

    ทั้งนี้ การสำรวจจัดทำขึ้อย่างต่อเนื่องทุกไตรมาส จากครัวเรือนส่วนบุคคลตัวอย่าง 86,880 ครัวเรือนทั่วประเทศ เพื่อแสดงให้เห็นถึงการใช้งาน และ การเข้าถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ทั้งการใช้อินเทอร์เน็ต การใช้โทรศัพท์มือถือ และการมีโทรศัพท์มือถือของประชาชน รวมถึงการมีคอมพิวเตอร์ การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต และการมีโทรศัพท์มือถือของครัวเรือน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/284873&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1oHx9hNCFEoqp2Zy_TzoLi

  • พลิกวิกฤตน้ำมัน เป็นโอกาสพลังงานทางเลือก แต่ยังห่างไกลความยั่งยืน

    พลิกวิกฤตน้ำมัน เป็นโอกาสพลังงานทางเลือก แต่ยังห่างไกลความยั่งยืน

    Loading…

    พลิกวิกฤตน้ำมัน เป็นโอกาสพลังงานทางเลือก แต่ยังห่างไกลความยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-278&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw24zNP1PtocYY1mPkFhcTEc