Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • คึกคัก! ‘ประแสพาวเวอร์รัน ครั้งที่ 1’ นักวิ่งแห่ร่วมบุญตั้งมูลนิธิ กระตุ้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    คึกคัก! ‘ประแสพาวเวอร์รัน ครั้งที่ 1’ นักวิ่งแห่ร่วมบุญตั้งมูลนิธิ กระตุ้นการท่องเที่ยว | เดลินิวส์

    เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 21 มี.ค.  ที่อนุสรณ์เรือรบหลวงประแส อ.แกลง จ.ระยอง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศกิจกรรมวิ่งการกุศล “ประแสพาวเวอร์รัน ครั้งที่ 1 (PRASAE POWER RUN 2026)” เป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนและนักวิ่งนับพันคนหลั่งไหลเข้าร่วมงานอย่างเนืองแน่น สร้างสีสันและความคึกครื้นให้กับพื้นที่เป็นอย่างมาก

    โดยมี นายประสานต์ พฤกษชาติ รองนายก อบจ.ระยอง ให้เกียรติเป็นประธานเปิดงาน พร้อมด้วย นายสิทธิพร อุตสาหะ ปลัดอาวุโสอำเภอแกลง นายนพรัตน์ เอื้อตระกูล อดีตประธานสภา อบจ.ระยอง นายไชยรัตน์ เอื้อตระกูล นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลปากน้ำประแส ดร.กนกวรรณ เบญจาทิกุล ส.อบจ.ระยอง เขตแกลง นายนาวิน เจริญพร ส.อบจ.ระยอง เขตแกลง นายธวัชชัย เจริญรื่น ส.อบจ.ระยอง เขตแกลง นายศรศักดิ์ เค้ามูล กำนันตำบลปากน้ำประแส และ น.ส.ชฎานิศ ศิริมหา ผู้จัดงาน ร่วมเปิดกิจกรรมอย่างพร้อมเพรียง

    สำหรับการจัดงานครั้งนี้ ดำเนินการโดยศาลเจ้าไหหลำปากน้ำประแส ซึ่งถือเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวชุมชน โดยมีเป้าหมายเพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายไปสมทบทุนจัดตั้งมูลนิธิ เพื่อใช้ช่วยเหลือสังคมในระยะยาว นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ผสานพลังแห่งการให้เข้ากับการออกกำลังกายได้อย่างลงตัว

    ทั้งนี้ “ปากน้ำประแส” เป็นชุมชนเก่าแก่ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา โดดเด่นด้วยวิถีชีวิตด้านการค้าและการประมง รวมถึงวัฒนธรรมไทยผสมผสานจีนอย่างกลมกลืน ปัจจุบันกลายเป็นจบสำคัญของ จ.ระยอง ทั้งในด้านแหล่งเรียนรู้ วิถีชุมชน และทรัพยากรธรรมชาติที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์

    คณะผู้จัดงานเปิดเผยว่า นอกจากจะส่งเสริมสุขภาพและความสามัคคีของประชาชนแล้ว ยังมุ่งหวังให้กิจกรรมนี้เป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเชิงชุมชน สร้างรายได้ และยกระดับภาพลักษณ์ของพื้นที่ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    สำหรับเส้นทางการแข่งขัน เริ่มต้นจากอนุสรณ์เรือรบหลวงประแส ผ่านสะพานประแสสิน มุ่งหน้าสู่จุดชมวิวแหลมสน โดยแบ่งออกเป็นประเภทฟันรัน 5 กิโลเมตร และมินิมาราธอน 10 กิโลเมตร มีเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจรอย่างเข้มงวดตลอดเส้นทาง

    ไฮไลต์สำคัญของงานอยู่ในช่วงเย็น เมื่อบรรดานักวิ่งและผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสความงดงามของพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าเหนือปากน้ำประแส ท้องฟ้าแต่งแต้มด้วยเฉดสีส้มทองสะท้อนผืนน้ำอย่างตระการตา หลายคนหยุดเก็บภาพความประทับใจระหว่างเส้นทางวิ่ง กลายเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ช่วยตอกย้ำศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของพื้นที่

    งานนี้นับเป็นภาพสะท้อนพลังความร่วมมือของคนในชุมชน ที่ร่วมกันสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เพื่อสังคม ควบคู่กับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก และส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนในพื้นที่อย่างเป็นรูปธรรม.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5709100/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36iRGQPU3ZHK7Z8UfTWJte

  • โลกไม่ปลอดภัย อิหร่าน ขู่หนัก ขยายเขตโจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก โต้เดือดสหรัฐฯ-อิสราเอล

    โลกไม่ปลอดภัย อิหร่าน ขู่หนัก ขยายเขตโจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก โต้เดือดสหรัฐฯ-อิสราเอล

    โลกไม่ปลอดภัย อิหร่าน ขู่หนัก ขยายเขตโจมตีแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลก โต้เดือดสหรัฐฯ-อิสราเอล

    วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 16.30 น.

    21 มีนาคม 2569 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายอโบลฟาซล์ เชคาร์ชี (Abolfazl Shekarchi) โฆษกระดับสูงของกองทัพอิหร่าน ระบุว่า อิหร่านจะขยายเป้าหมายการโจมตีไปยังแหล่งท่องเที่ยวและสถานที่พักผ่อนทั่วโลก เพื่อตอบโต้ สหรัฐฯ และ อิสราเอล โดยสวนสาธารณะ พื้นที่พักผ่อน และแหล่งท่องเที่ยวทั่วโลกจะไม่ปลอดภัยสำหรับศัตรูของอิหร่าน  โดยท่าทีล่าสุดของอิหร่านเกิดขึ้นหลังอิหร่านเพิ่มระดับการโจมตีเป้าหมายด้านพลังงานในกลุ่มประเทศอ่าวอาหรับ ภายหลังอิสราเอลโจมตีแหล่งก๊าซธรรมชาติเซาท์พาร์ส  ของอิหร่าน

    ล่าสุดมีรายงานว่าโดรนของอิหร่านโจมตีโรงกลั่นน้ำมันมีนา อัล-อาห์มาดี ใน คูเวต ถึง 2 ระลอกในช่วงเช้าวันศุกร์ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้ในพื้นที่โรงกลั่น ซึ่งโรงกลั่นแห่งนี้ถือเป็นหนึ่งในโรงกลั่นน้ำมันขนาดใหญ่ที่สุดในตะวันออกกลาง มีกำลังการผลิตสูงถึงประมาณ 730,000 บาร์เรลต่อวัน

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/inter/953995&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l5tObHr23uLsHHfrellxg

  • กลุ่มเซ็นทรัล x ททท. นำเสนอเอกลักษณ์ไทย ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว กรุงเบอร์ลิน

    กลุ่มเซ็นทรัล x ททท. นำเสนอเอกลักษณ์ไทย ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว กรุงเบอร์ลิน

    กลุ่มเซ็นทรัล ผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกและบริการในประเทศไทย ครอบคลุมถึงเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และยุโรป ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำเอกลักษณ์ของประเทศไทย ผ่านประสบการณ์เสน่ห์อาหารไทย สู่สายตานานาชาติผ่านกิจกรรม Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) ซึ่งจัดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับงาน ITB Berlin 2026 เวทีเจรจาธุรกิจท่องเที่ยวที่ใหญ่ที่สุดในโลก กิจกรรมครั้งนี้สะท้อนพลังความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไทย ในการใช้เครือข่ายธุรกิจระดับสากลเป็นพื้นที่ถ่ายทอดอัตลักษณ์ วัฒนธรรม เปิดประสบการณ์รสชาติอาหารไทย พร้อมเพิ่มศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตานักเดินทางคุณภาพจากทั่วโลก

    s__124903920_0

    กิจกรรม Amazing Thailand Fest 2026 (The Wholesome Taste of Thai) แบ่งออกเป็น 2 ส่วนสำคัญที่ทำให้พื้นที่ของ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว (KaDeWe) กลายเป็นเวทีของความเป็นไทยอย่างเต็มรูปแบบ

    Amazing Thailand Brand Take Over ระหว่างวันที่ 2–14 มีนาคม 2569 พื้นที่ด้านหน้าอาคารถูกปรับโฉมผ่านแบนเนอร์ขนาดยักษ์บน Façade และ Window Display จำนวน 10 ช่องตลอดแนวถนนสายหลักของกรุงเบอร์ลิน ถ่ายทอดเรื่องราววัฒนธรรมอาหารไทยทั้ง 5 ภาค ควบคู่ความงดงามของแหล่งท่องเที่ยว สถาปัตยกรรมไทย และงานหัตถศิลป์ร่วมสมัย สื่อสารศักยภาพประเทศไทยด้าน Gastronomy และ Wellness สู่สายตานานาชาติอย่างโดดเด่น พร้อมกันนี้ ยังมีพันธมิตรภาคเอกชนไทยร่วมสะท้อนอีกมิติหนึ่งของประเทศไทย อาทิ Thailand Privilege Card Company Limited และ Good Goods แบรนด์ไลฟ์สไตล์ของไทยที่ร่วมมือกับชุมชนพัฒนาสินค้าจากภูมิปัญญาท้องถิ่นให้ร่วมสมัย ด้วยความปรารถนาที่จะสืบสานมรดกทางวัฒนธรรม สนับสนุนให้ทุกชุมชนมีความสุข พร้อมรักษาสิ่งแวดล้อมให้คงอยู่อย่างยั่งยืน โดยรายได้ทั้งหมดนำกลับไปพัฒนาชุมชนเพื่อรักษาวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ต่อไป ภายใต้บริษัท เซ็นทรัล ทำ วิสาหกิจเพื่อสังคม จำกัด ได้ นำเสนอวินโดว์ดิสเพลย์ ณ ห้างสรรพสินค้าคาเดเว (KaDeWe) กรุงเบอร์ลิน ถ่ายทอดเสน่ห์ของภูมิปัญญาหัตถศิลป์ไทยสู่สายตาชาวโลก ผ่านการออกแบบร่วมสมัยที่เรียบง่ายแต่เปี่ยมด้วยคุณค่า โดยนำชิ้นงานหัตถศิลป์จากชุมชนมารังสรรค์เป็นดีไซน์พิเศษ อาทิ เสื่อกกจากจังหวัดสุรินทร์ที่พัฒนาขึ้นใหม่ร่วมกับมูลนิธิชัยพัฒนา และกระเป๋าหัตถกรรมที่ใช้ผ้าทอจากชุมชนนาหมื่นศรี จังหวัดตรัง ซึ่งสะท้อนอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างงดงาม เป็นคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุดนำมาเปิดเผยเป็นที่แรก ผสานการตกแต่งวินโดว์ให้บรรยากาศหรูหราในแบบไทยร่วมสมัย ด้วยวัสดุผ้าไหมทอมือและองค์ประกอบจากธรรมชาติ เพื่อถ่ายทอดความงามของงานฝีมือไทยในมิติที่ร่วมสมัย สง่างาม และพร้อมก้าวสู่สายตาชาวโลก

    s__124903882_0

    กิจกรรมการแสดงศิลปวัฒนธรรมและสาธิตการประกอบอาหารไทย ระหว่างวันที่ 5–7 มีนาคม 2569 บริเวณชั้น 6 ของห้างสรรพสินค้าเพื่อถ่ายทอดอัตลักษณ์และเสน่ห์ความเป็นไทย โดยเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมงานได้ร่วมกิจกรรมและลิ้มลองอาหารไทย ควบคู่กับการนำเสนอข้อมูลแหล่งท่องเที่ยวไทย เพื่อเชื่อมโยง “รสชาติ” สู่ “ประสบการณ์การเดินทาง” และสร้างแรงบันดาลใจสู่การออกเดินทางท่องเที่ยวจริงในประเทศไทย พร้อมของที่ระลึกเป็นตุ๊กตาช้างจาก Good Goods ให้กับผู้เข้าร่วมกิจกรรม

    s__124903961_0

    ฐาปนีย์ เกียรติไพบูลย์ ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “ตลาดยุโรปเป็นตลาดคุณภาพที่มีศักยภาพสูง และเป็นหนึ่งในตลาดยุทธศาสตร์ของประเทศไทย การได้ร่วมมือกับกลุ่มเซ็นทรัล จึงเป็นโอกาสดีที่จะช่วยขยายการรับรู้ พร้อมถ่ายทอดเอกลักษณ์ วัฒนธรรม และศักยภาพด้านการท่องเที่ยวของไทยไปสู่กลุ่มนักเดินทางที่มองหาประสบการณ์ที่มีคุณค่าได้อย่างตรงกลุ่มและมีประสิทธิภาพ การจัดกิจกรรมครั้งนี้ในช่วงเวลาเดียวกับ ITB Berlin 2026 ยิ่งช่วยเสริมพลังในการขยายการรับรู้ในระดับนานาชาติ และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเดินทางจริงมายังประเทศไทย ททท. เชื่อว่าความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคเอกชนไทยในลักษณะนี้ จะเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนตลาดระยะไกลอย่างยั่งยืน และช่วยตอกย้ำบทบาทของประเทศไทยในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่มอบประสบการณ์ระดับโลกได้อย่างครบมิติ”

    ด้าน พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร กลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า “กลุ่มเซ็นทรัลเติบโตขึ้นจากประเทศไทย และได้ขยายธุรกิจสู่เวทีระดับสากลอย่างต่อเนื่อง การเติบโตของเราไม่ได้เป็นเพียงการขยายขอบเขตทางธุรกิจ แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของการส่งต่ออัตลักษณ์ความเป็นไทยไปสู่สายตาชาวโลก

    พื้นที่ค้าปลีกในยุโรปของเรา จึงไม่ได้เป็นเพียงพื้นที่ทางการค้า หากแต่เป็นแพลตฟอร์มที่เปิดโอกาสให้เรื่องราวของประเทศไทยได้ถูกถ่ายทอดอย่างงดงาม ไม่ว่าจะเป็นรสชาติอาหาร วัฒนธรรมอันมีเอกลักษณ์   งานฝีมือที่เปี่ยมด้วยภูมิปัญญา หรือวิถีชีวิตที่อบอุ่นของผู้คน

    s__124904116_0

    การได้เห็นภาพของความเป็นไทยปรากฏอยู่ในห้างสรรพสินค้าระดับแลนด์มาร์กของโลก จึงไม่เพียงสะท้อนถึงการเติบโตของกลุ่มเซ็นทรัล หากยังเป็นความภาคภูมิใจที่เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการนำเสน่ห์ของประเทศไทยให้โลกได้เห็นอย่างสง่างาม เป็นตัวอย่างว่า ภาคเอกชนไทยสามารถมีบทบาทในการสนับสนุนยุทธศาสตร์ประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม เราหวังว่าความ ร่วมมือนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือที่สามารถต่อยอดในการนำประเทศไทยสู่สายตานานาชาติได้อย่าง ต่อเนื่องในอนาคต”

    s__124904065_0

    กลุ่มเซ็นทรัลขอเป็นอีกหนึ่งพลังขององค์กรไทยในการสนับสนุนประเทศไทยบนเวทีโลก ถ่ายทอดเรื่องราว วัฒนธรรม และคุณค่าของไทยสู่สายตานานาชาติอย่างงดงาม และร่วมผลักดันให้ประเทศไทยเติบโตในฐานะจุดหมายปลายทางคุณภาพที่มีความหมายในระดับสากลอย่างมั่นคงและยั่งยืน

    s__124904072_0

    s__124904099_0_1

    s__124903972_0_1

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/money/948672/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1u8TnIxa8tpuOtRkMctiZf

  • ‘อภิชิต’ลั่นพร้อมเต็มร้อย ชิงประธานสภาอุตฯ รวมพลังสมาชิก ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจโลก

    ‘อภิชิต’ลั่นพร้อมเต็มร้อย ชิงประธานสภาอุตฯ รวมพลังสมาชิก ฝ่าคลื่นเศรษฐกิจโลก

    ในจังหวะที่เศรษฐกิจโลกยังผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และความไม่แน่นอนทางพลังงาน สะเทือนมาถึงภาคการผลิตไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ขณะเดียวกัน “ศึกชิงเก้าอี้ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) คนที่ 17” ก็กำลังร้อนแรงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะการขับเคลื่อนองค์กรหลักของภาคเอกชนที่ต้องรับบทหนักในการพยุงผู้ประกอบการไทยให้รอดพ้นคลื่นเศรษฐกิจระลอกใหม่

    หนึ่งในแคนดิเดตที่ถูกจับตามอง คือ “อภิชิต ประสพรัตน์” รองประธาน ส.อ.ท. ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (MAI)  และประธานสายงานสมาชิกสัมพันธ์ กิจกรรม และรายได้ และกรรมการผู้จดการ บริษท บีสไพพ์ฟิตติ้ง จำกัด ผู้คร่ำหวอดในองค์กรกว่า 20 ปี พร้อมฐานเสียงจากเครือข่าย SME และสมาชิกภูมิภาค โดยเจ้าตัวประกาศชัดถึงการต่อยอดนโยบายเดิมสู่การปฏิบัติจริง พร้อมแนวคิด “ONE FTI  Plus” และ “6 Go” ที่มุ่งยกระดับผู้ประกอบการไทยทั้งระบบ

    พร้อมเต็มร้อย ชิงเก้าอี้ประธาน

    นายอภิชิตสะท้อนความพร้อมในการลงสนามเลือกตั้งกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า จากประสบการณ์กว่า 20 ปีใน ส.อ.ท. ถือเป็น “การฝึกงาน” ที่ทำให้เข้าใจโครงสร้างองค์กรและปัญหาของสมาชิกอย่างลึกซึ้ง พร้อมทำหน้าที่ได้ทันทีหากได้รับความไว้วางใจ โดยมองการแข่งขันเป็นเรื่องปกติขององค์กรที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดพลังใหม่

    อภิชิต  ประสพรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท. แคนดิเดตชิงตำแหน่งประธานฯ คนที่ 17

    สำหรับ การเข้ามาทำงานในสภาอุตสาหกรรมฯ ไม่ใช่เพื่อสร้างความขัดแย้ง แต่เพื่อสร้างเครือข่ายและมิตรภาพในการทำงานร่วมกัน โดยไม่มองคู่แข่งเป็นศัตรู แต่เป็น “เพื่อนร่วมภารกิจ” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย

    ต่อยอด 4 Go สู่ “How to Go”

    สำหรับทิศทางการทำงาน อภิชิตระบุว่า นโยบาย 4 Go (Go Digital, Go Innovation, Go Global, Go Green) ภายใต้การนำของประธานคนปัจจุบัน(นายเกรียงไกร  เธียรนุกุล) ได้วางรากฐานไว้อย่างดีแล้ว แต่โจทย์สำคัญในระยะต่อไปคือ “How to Go” หรือการทำให้ผู้ประกอบการสามารถนำไปใช้ได้จริง

    เขาเสนอการเติมเต็มอีก “ 2 Goด้วย “Go People” มุ่งพัฒนาทักษะคน ทั้ง Upskill, Reskill และการสร้างผู้สืบทอดธุรกิจ รวมถึง “Go Finance” เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงเงินทุนในภาวะที่สถาบันการเงินเข้มงวดมากขึ้น ผ่านแนวคิด “Lean, Loan, Fund” ทำให้ธุรกิจมีระบบก่อนเข้าถึงแหล่งทุน

    ดัน ONE FTI สู่ “ONE FTI Plus”

    ประเด็นความเป็นเอกภาพในองค์กร อภิชิตยอมรับว่าในช่วงหลัง ส.อ.ท. เผชิญการแข่งขันสูงทุกวาระเลือกตั้ง ซึ่งอาจกระทบภาพรวมองค์กร เขาจึงเสนอแนวคิด “1FTI Plus” ที่ไม่เพียงรวมเป็นหนึ่ง แต่ต้องต่อยอดให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น

    แนวคิดดังกล่าวผสาน “6 Go” และ “4 ต.” ได้แก่ ต่อเนื่อง แตกต่าง ต่อยอด และตอบโจทย์ เพื่อสร้างระบบการทำงานที่ยั่งยืน พร้อมรับมือปัจจัยเสี่ยงทั้งภาษี หนี้ครัวเรือน และภูมิรัฐศาสตร์ที่กดดันภาคอุตสาหกรรมไทย

    นายอภิชิตชี้ว่า หนึ่งในจุดอ่อนที่ผ่านมา คือการขับเคลื่อนในรูปแบบโครงการหรืออีเวนต์ที่ไม่ต่อเนื่อง จึงตั้งเป้าปรับสู่ “ระบบ” ที่สามารถขยายผลได้จริงในระยะยาว ที่ผ่านมา เขาระบุว่าได้พัฒนาผู้ประกอบการมากกว่า 10,000 ราย คิดเป็นมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 6,000 ล้านบาท ครอบคลุมทั้งการให้ความรู้ การเข้าถึงแหล่งทุน และการปรับตัวสู่ดิจิทัลและ AI เพื่อลดต้นทุน แต่ยังถือเป็นเพียงส่วนเล็กเมื่อเทียบกับ SME ไทยกว่า 3 ล้านราย

    ฐานเสียง SME–ภูมิภาค

    ในสนามเลือกตั้ง นายอภิชิตระบุว่า ได้วางกลยุทธ์ชัดเจน โดยแบ่งฐานเสียงเป็น 2 กลุ่มหลัก คือ กลุ่มจังหวัด และกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นเครือข่ายที่เขาทำงานใกล้ชิดมาอย่างต่อเนื่อง มองว่าการทำงานของ ส.อ.ท. ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ยิ่งมีคนช่วยกันมากเท่าใด โอกาสในการแก้โจทย์เศรษฐกิจที่ซับซ้อนก็จะเพิ่มขึ้นเท่านั้น

    “สำหรับการลงพื้นที่หาเสียง ผมได้เดินสายไปแล้วกว่า 70% ทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค โดยมีทีมรองประธานร่วมลงพื้นที่อย่างต่อเนื่องเสียงสะท้อนจากสมาชิกส่วนใหญ่เป็นบวก โดยเฉพาะในกลุ่มที่เคยได้รับประโยชน์จากโครงการลดต้นทุน ซึ่งเป็นผลงานที่จับต้องได้และสร้างความเชื่อมั่นให้กับฐานเสียงอย่างมีนัยสำคัญ”

    โครงการลดต้นทุน–สร้างผลิตภาพ

    ทั้งนี้หนึ่งในผลงานเด่นของนายอภิชิต  คือโครงการตรวจสุขภาพพนักงาน ที่ดำเนินการต่อเนื่อง 7 ปี ช่วยลดค่าใช้จ่ายให้สมาชิกได้ 30-70% ผ่านกลไกประมูลราคาจากโรงพยาบาล โครงการดังกล่าวมีผู้เข้าร่วมกว่า 200,000 คน จากโรงงานกว่า 1,000 แห่ง และสามารถคืนประโยชน์ทางอ้อมให้สมาชิกมากกว่า 50 ล้านบาท อีกทั้งยังต่อยอดสู่มิติ CSR ให้พนักงานนำครอบครัวเข้าถึงบริการสุขภาพในราคาที่เหมาะสม

    สร้าง “บ้าน” ให้สมาชิกอยู่รอด

    นายอภิชิต ยังได้อธิบายแนวคิด “สร้างบ้าน” เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้สมาชิก โดยเปรียบโครงสร้างเป็น 3 ส่วน ได้แก่ ฐานราก (Go People) เสาหลัก (4 Go) และหลังคา (Go Finance)  โมเดลดังกล่าวรวมเป็น “6 Go” ที่ครอบคลุมทั้งคน เทคโนโลยี นวัตกรรม สิ่งแวดล้อม ตลาด และเงินทุน โดยใช้กลยุทธ์ “4 ต.” ขับเคลื่อนให้เกิดผลจริง พร้อมตั้งเป้ายกระดับ SME ซึ่งมีสัดส่วน 90% ของสมาชิก แต่สร้าง GDP เพียง 35% ให้เข้าใกล้มาตรฐานประเทศพัฒนาแล้ว

    ชงปฏิรูปเลือกตั้ง แก้ปมขัดแย้ง

    ต่อกระแสข่าวเรื่องการระดมสมาชิกเพื่อสร้างความได้เปรียบในการเลือกตั้ง อภิชิตยอมรับว่าได้รับฟังข้อร้องเรียนในพื้นที่ แต่ในฐานะผู้สมัครทำได้เพียงรับฟัง อย่างไรก็ตาม เขาเสนอแนวทางปฏิรูประบบเลือกตั้งใหม่ หากได้รับตำแหน่ง โดยตั้งคณะกรรมการศึกษาเพื่อให้กระบวนการโปร่งใสและลดความขัดแย้งที่เกิดซ้ำทุก 2 ปี พร้อมย้ำว่าการเข้ามาทำงานต้องยึดหลัก “หาเพื่อน ไม่ใช่ศัตรู”

    ปัจจุบัน ส.อ.ท. มีสมาชิกประมาณ 16,000 ราย ขณะที่ SME ไทยมีมากกว่า 3 ล้านราย อภิชิตจึงตั้งเป้าขยายการเข้าถึงบริการของสภาฯ ไปยังกลุ่มที่ยังเข้าไม่ถึง ทั้งนี้มองว่าโครงสร้างที่มีอยู่ ทั้ง 48 กลุ่มอุตสาหกรรม 11 คลัสเตอร์ และ 76 จังหวัด ของ ส.อ.ท.เป็น “เครื่องยนต์” สำคัญในการขยายผล หากบริหารอย่างมีระบบและโปร่งใส จะช่วยยกระดับภาพลักษณ์องค์กรและสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคอุตสาหกรรมไทยในระยะยาว

    นายอภิชิตทิ้งท้ายว่า ศึกชิงเก้าอี้ครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องของบุคคล แต่เป็นจุดเปลี่ยนของ ส.อ.ท. ว่าจะก้าวสู่การเป็นองค์กรที่ “แก้ปัญหาได้จริง” หรือยังคงติดกับดักรูปแบบเดิม พร้อมประกาศเดินหน้าปฏิรูปทั้งระบบ ตั้งแต่โครงสร้างการทำงานไปจนถึงกระบวนการเลือกตั้ง เพื่อคืนความเชื่อมั่นและสร้างเอกภาพให้กับองค์กรในระยะยาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/trade-agriculture/654531&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3Y4lO_12bYJjjPFz2hYdcF

  • รออ่วมได้เลย! – “ทรัมป์” อาจจบ แต่สงครามยื้อต่อถึงสิ้นปี!

    รออ่วมได้เลย! – “ทรัมป์” อาจจบ แต่สงครามยื้อต่อถึงสิ้นปี!

    21 มีนาคม 2569 อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากสหรัฐอเมริกา ประเมินสถานการณ์สงครามระหว่าง สหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน จากมุมมองฝั่งอเมริกัน อย่างน่าสนใจ ดังนี้

    1. สถานการณ์สงคราม

    อาจารย์กฤษฎา บอกว่า แม้สหรัฐฯ จะถอนตัว หรือประกาศชัยชนะ แล้วชิงถอนตัวในเร็วๆ นี้ตามการคาดการณ์ของหลายฝ่าย แต่เชื่อได้เลยว่าการสู้รบจะไม่จบลง

    อาจารย์ขยายความว่า สหรัฐฯ และทรัมป์มีแรงกดดันทางการเมืองภายในอย่างหนัก ทำให้ทรัมป์อาจต้องถอนตัวหรือลดบทบาทของสหรัฐฯ ในสงครามอิหร่านอย่างรวดเร็ว แต่ไม่ได้หมายความว่าสงครามจะหยุดลง สาเหตุเป็นเพราะคู่ขัดแย้งหลักไม่ยอมเลิก กล่าวคือ

    อิสราเอล มองว่าเป็น “โอกาสทอง” ในการทำลายอิหร่านให้ยับเยินที่สุด และกำลังขยายวงไปถล่มภาคใต้ของเลบานอน

    ฝั่งอิหร่าน ประกาศว่านี่คือ “สงครามครั้งสุดท้าย” และตั้งใจจะทำให้โลกต้อง “เจ็บปวด” ทางเศรษฐกิจเพื่อความอยู่รอดของระบอบตนเอง

    อาจารย์กฤษฎา บุญเรือง นักวิชาการอิสระ จากสหรัฐอเมริกา

    2. การประเมินระยะเวลาของสงคราม

    อาจารย์กฤษฎา ให้ข้อมูลว่า นักวิเคราะห์และธนาคารยักษ์ใหญ่ในวอลล์สตรีทประเมินว่า สถานการณ์จะยืดเยื้อไปจนถึงสิ้นปี เป็นอย่างน้อย

    3. วิกฤตพลังงานโลก

    • มีการคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งสูงขึ้นไปถึง 140 – 160 เหรียญต่อบาร์เรล
    • การปิดช่องแคบฮอร์มุซจะดำเนินต่อไป เพราะอิหร่านใช้การควบคุมเส้นทางขนส่งน้ำมันเป็นอำนาจต่อรองสูงสุด ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคทั่วโลกอย่างรุนแรง

    เศรษฐกิจไทยเสี่ยงพังยิ่งกว่าวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์

    ส่วนผลกระทบต่อประเทศไทย อาจารย์กฤษฎา มองเอาไว้หลายมุม กล่าวคือ

    • ภาพรวมของเศรษฐกิจ วิกฤตครั้งนี้จะหนักกว่าปี 2551 ซึ่งมี “วิกฤตแฮมเบอร์เกอร์” หรือ วิกฤตซับไพรม์ เพราะไทยมีหนี้สาธารณะสูงถึง 65% จากเดิมอยู่ที่ 30-40% และค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าไปถึง 36-37 บาทต่อดอลลาร์
    • จากโครงสร้างพื้นฐานเศรษฐกิจไทยตอนนี้ จะทำให้ต้นทุนการนำเข้าพุ่งสูง โดยเฉพาะไทยนำเข้าน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซถึง 50% เมื่อเกิดปัญหาต้องไปซื้อจากแหล่งอื่นที่ไกลกว่า ทำให้ค่าขนส่งและราคาน้ำมันดิบพุ่งสูงขึ้นมาก

    เตือนรัฐบาลภูมิใจไทย อย่าแค่ขายผ้าเอาหน้ารอด

    อาจารย์มีข้อเสนอต่อรัฐบาลคุณอนุทิน ดังนี้

    1.รัฐบาลไม่ควรแก้แค่ปัญหาเฉพาะหน้า ด้วยการ “จับไอ้โม่งกักตุนน้ำมัน” แต่ต้องปรับปรุง โครงสร้างพลังงาน ด้วยการ

    • สร้างคลังน้ำมันสำรองของรัฐ เพราะรัฐบาลต้องเป็นเจ้าของและควบคุมคลังน้ำมันสำเร็จรูป 100% ไม่ใช่ให้เอกชนคุมทั้งหมดเหมือนปัจจุบัน
    • ใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบสต็อกน้ำมัน ซึ่งเป็นโมเดลของอินโดนีเซีย ที่ใช้ระบบดิจิทัลตรวจสอบปริมาณน้ำมันในทุกปั๊มแบบ Real- time เพื่อป้องกันการขาดแคลนและการหลอกลวง
    • นอกจากนั้นควรใช้แนวทางของมาเลเซีย ในการจัดลำดับว่าอุตสาหกรรมใดจำเป็นต้องได้รับน้ำมันก่อนหากเกิดการขาดแคลน แทนที่จะอุดหนุนแบบเหมาเข่งซึ่งใช้งบประมาณสูงมาก
    • ส่วนระยะกลางและระยะยาว  เร่งเปลี่ยนสู่พลังงานหมุนเวียน โดยต้องเปลี่ยนทัศนคติของทุกฝ่ายว่า พลังงานสะอาดไม่ใช่แค่เรื่องสิ่งแวดล้อม แต่เป็น “ความอยู่รอดทางความมั่นคง” ที่ต้องทำทันทีเพื่อลดการพึ่งพาฟอสซิล

    พร้อมย้ำว่าวิกฤตครั้งนี้ร้ายแรงกว่าที่คิด และไทยต้องแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างเร่งด่วนที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/current-issue/378975091&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw34mrqIDlv-kUljvThb0_kY

  • “ดีอี” แจงข่าวจริง “437 โรงเรียนสังกัด กทม.” เริ่มนำร่องห้ามใช้มือถือในเวลาเรียน

    “ดีอี” แจงข่าวจริง “437 โรงเรียนสังกัด กทม.” เริ่มนำร่องห้ามใช้มือถือในเวลาเรียน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/136295&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw29mzhELTDsBJUsqVkwoikk

  • ระบบชำระเงินดิจิทัล: รางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการในยุคที่งานที่สองกลายเป็นที่แพร่หลาย

    ระบบชำระเงินดิจิทัล: รางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการในยุคที่งานที่สองกลายเป็นที่แพร่หลาย

    วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.30 น.

    ระบบชำระเงินดิจิทัล: รางเศรษฐกิจของผู้ประกอบการในยุคที่งานที่สองกลายเป็นที่แพร่หลาย

    เราเห็นในพนักงานออฟฟิศรีบกลับบ้านเพื่ออบขนมส่งดอกไม้หรือไลฟ์ขายของอีกหลายคนเปิดคาเฟ่เล็กเฉพาะวันเสาร์-อาทิตย์ภาพให้เห็นถึงความจริงของเศรษฐกิจไทยจำนวนมากไม่ได้สืบทอดอาชีพเดียวอีกต่อไปและเมื่อ “งานที่สอง” ขยายตัวอย่างเงียบๆ แต่มีอำนาจเพิ่มขึ้นจาก “รายได้เสริม” อาจกลายเป็น “ธุรกิจจริง” คือการรับรู้การชำระเงินดิจิทัลที่เข้าถึงง่ายและเข้าถึงได้ทุกช่องทาง

    SME ไทย 3.18 ต่อเนื่อง: ต่อเนื่องหลักเดียวกับคนตัวเล็ก
    สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจและขนาดย่อม (สสว.) ตรวจสอบไทยมี SME ราวๆ 3.18 เปอร์เซ็นต์ของธุรกิจทั้งหมดจ้างงานมากกว่า 12.7 ประตูหรือประมาณ 71% ของแรงงานทั้งประเทศในเศรษฐกิจราว 35% ของ GDP ตัวเลขสะท้อนไม่ได้เพียง “จำนวนธุรกิจ” ตรวจสอบ “โครงสร้างเศรษฐกิจฐานราก” ที่วันนี้โอบรับผู้ประกอบการหน้าใหม่จำนวนมากโดยจำนวนไม่น้อยที่จะมีการเสริมก่อนสเกลขึ้นเป็นความจริง

    ควบคู่กันนั้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ชี้ว่าธุรกิจจดทะเบียนใหม่ยังคงกระจุกในร้านอาหารและร้านค้าปลีกและธุรกิจออนไลน์ในขั้นต้นที่เริ่มต้นร้านอาหารไม่สูงและเหมาะกับผู้ประกอบการรายย่อยหรือธัญพืชที่เชื่อมโยงไปถึงโครงสร้างการชำระเงิน หากรับเงินได้หลายรูปแบบ เข้าถึงลูกค้าได้หลายช่องทาง รายได้ก็ยืนระยะและขยายได้จริง

    จากเงินสดสู่ดิจิทัล: “ช่องทางรับเงิน” ที่รองรับ “กฎการแข่งขัน”
    มุมมองร้านเล็ก ๆ จำนวนมากพึ่งเงินสดบางส่วนพลาดลูกค้าที่ใช้และประสบการณ์ทั่วไป ไม่สะดวกต่อข้ามแพลตฟอร์มวันนี้ PromptPay และ QR การชำระเงินที่เพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนถึงจุดรับชำระแบบดิจิทัลกระจายตัวทั่วประเทศ จากร้านริมทางถึงหน้าร้านออนไลน์ สำคัญกว่านั้น การรับชำระแบบดิจิทัลไม่เพียง “สะดวกขึ้น” ลูกค้าของเรา แต่ช่วยให้ผู้บริหารในการมองเห็นธุรกิจได้ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จริง ๆ จะรายงานยอดขายต่อเนื่องตลอดช่วงลูกค้าที่กลับมาซื้อซ้ำหรือสินค้าที่ตรวจสอบในโอกาสต่างๆ ช่วยให้ร้านค้าสามารถวางแผนการดำเนินงานของบัตรเครดิตได้โดยตรงแต่ลูกค้าได้ตรงความต้องการการขาย ตรวจสอบและมองเห็นได้อย่างชัดเจนขึ้นจากเดิมที่เน้นเพียงการขายในแต่ละวัน สู่การต่อต้านลูกค้าและต่อยอดธุรกิจอย่างยั่งยืน…

    นั่นคือการชำระเงินทางด่วนเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล
    เมื่อมาถึงและทิศทางคอมเมิร์ซกำลังกลายเป็นช่องทางที่สามารถนำมาใช้ได้ตามปกติระบบรับชำระที่รับบัตรเครดิตและ QR ใช้งานได้บนสมาร์ทโฟนทั่วไปและพร้อมรองรับระบบการชำระเงินผ่านการสแกน QR Code (Cross-border QR) สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมที่จะกลายเป็น “ทางด่วน” ทำให้คนสามารถเข้าถึงลูกค้าที่กว้างกว่าเดิมได้ทันทีที่ลงทุนอุปกรณ์ราคาแพง

    อธิบายคือภาพรวม “KTC Merchant” ที่ในส่วนของร้านค้า SME และผู้ประกอบการรายย่อยภายใต้การควบคุมการเงินผ่าน/เดบิต (Visa, Mastercard) Thai QR พร้อมเพย์และ QR Cross-border ในส่วนของการใช้งานผ่านสมาร์ตโฟนในส่วนที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสากล ค่าธรรมเนียมเข้าถึงได้ดูแลร้านค้า 24 ชั่วโมงให้คุณผู้ประกอบการเริ่มรับเงินดิจิทัลทันทีลดงานหลังบ้าน และแปลงทุกยอดขายให้เป็นข้อมูลวิเคราะห์ธุรกิจเพื่อจ่ายเงินที่ดี “ปิดการขาย” แต่ “เปิด” สู่ข้อมูลสารสนเทศการเงินธุรกิจวางแผนเติบโตและโอกาสใหม่ได้ความเร็วขึ้น

    งานที่สองคือธุรกิจจริง: พลังแห่งเศรษฐกิจไทย
    เมื่อเส้นแบ่งระหว่าง “งานประจำ” กับ “ธุรกิจส่วนตัว” จางลงอย่างต่อเนื่องเศรษฐกิจของไทยยิ่งต้องการรางใหม่ให้คนตัวเล็กวิ่งและรางนั้นคือระบบรับการชำระเงินดิจิทัลที่เข้าถึงง่าย ๆ ในส่วนของทุกช่องทางในหน้าร้านในชุมชน สู่หน้าจอมือถือและหน้าร้านออนไลน์

    สุดท้ายแล้วข้างหน้ารับเงินที่อาจจะและเป็นผลก็คือข้อแตกต่างระหว่าง “รายได้เสริมที่ไม่แน่นอน” กับ “ธุรกิจที่เติบโตได้จริง” และนั่นกำลังทำให้ผู้ประกอบการรายย่อยกลายเป็นพลังแห่งการเติบโตทางเศรษฐกิจไทยจากฐานรากขึ้นสู่ระบบเศรษฐกิจดิจิทัลอีกครั้ง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/finance/469987&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1JAoEXcYpwUp0VIAPhK85j

  • ธัญญ่า ธัญญาเรศ ปรับตัวสู่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง หลังเจอผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง | แนะใช้ชีวิตอย่างมีสติ เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

    ธัญญ่า ธัญญาเรศ ปรับตัวสู่ยุคเศรษฐกิจพอเพียง หลังเจอผลกระทบสถานการณ์ตะวันออกกลาง | แนะใช้ชีวิตอย่างมีสติ เน้นความปลอดภัยเป็นหลัก

    v.prd:0.0.152

    Intro

    ขนาดตัวอักษร

    ความตัดกันของสี

    c

    c

    c

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nineentertain.mcot.net/nineentertain/th/news/link/149389&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Xljgk_CYCdyB6RnOBeEIf

  • UNIX หุ้น Green Industry เคาะราคาไอพีโอ 1.89 บ./หุ้น พร้อมเปิดจองซื้อวันที่ 23-25 มี.ค. 69 นี้ – มิติหุ้น – มิติหุ้น

    UNIX หุ้น Green Industry เคาะราคาไอพีโอ 1.89 บ./หุ้น พร้อมเปิดจองซื้อวันที่ 23-25 มี.ค. 69 นี้ – มิติหุ้น – มิติหุ้น

    มิติหุ้น – บริษัท ยูนิคพลาสติก อินดัสตรี จำกัด (มหาชน) หรือ UNIX หนึ่งในผู้นำตลาดผลิตฟิล์ม และบรรจุภัณฑ์พลาสติกครบวงจรของไทย ขึ้นแท่นหุ้นอุตสาหกรรมสีเขียว.
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mitihoon.com/2026/03/20/627320/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QScXeu2UUQpN7T3IiTcyU

  • อิหร่านขู่โจมตี “สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก” | เข้มข่าวค่ำ | 21 มี.ค. 69

    อิหร่านขู่โจมตี “สถานที่ท่องเที่ยวทั่วโลก” | เข้มข่าวค่ำ | 21 มี.ค. 69

    สงครามอิหร่านที่กำลังจะเข้าสู่สัปดาห์ที่ 4 มีแนวโน้มที่จะไม่จบลงง่ายๆ เมื่อวานมีการส่งสัญญานจาก นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล จะยกระดับปฏิบัติการทางทหารด้วยการส่งกองกำลังภาคพื้นที่ดินเข้าสู่อิหร่าน ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นจริงต้องเรียกว่าสถานการณ์ในตะวันออกกลางจะยิ่งตึงเครียดมากขึ้น

    #สงครามอิหร่าน #สงครามตะวันออกกลาง #อิหร่าน #เข้มข่าวค่ำ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36

    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/214525&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1e9Tu3SW8zAXOY_rD7ZPF9