Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เปิดใจแม่น้องเบส สุดดีใจ ออมเงินกับโรงเรียนปีเดียว ได้เกือบแสน หวังปลูกฝังวินัยให้ลูกรู้จักการออม

    เปิดใจแม่น้องเบส สุดดีใจ ออมเงินกับโรงเรียนปีเดียว ได้เกือบแสน หวังปลูกฝังวินัยให้ลูกรู้จักการออม

    จากเรื่องราวใจฟูของ Kru nok ครูโรงเรียนบ้านหนองลุมพุกหญ้าม้า อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี หลังโลกโซเชียลชื่นชมการปลูกฝังวินัยการเงินของเด็กนักเรียน

    ผู้สื่อข่าวเดินทางไปพบกับ ครูนก หรือ น.ส.กนกวรรณ อายุ 34 ปี ครูประจำชั้นอนุบาล 2 โรงเรียนหนองลุมพุกหญ้าม้า โดย ครูนก บอกว่า เรื่องราวที่มีการแชร์ในโซเซียลเป็นเรื่องราวดีๆ การออมเงินของเด็กๆที่โรงเรียนหนองลุกพุกหญ้าม้า สังกัดสำนักงานประถมศึกษาเขต 2 กุมภวาปี โดยทางโรงเรียนมีโครงการให้เด็กๆ ทุกชั้น ตั้งแต่อนุบาลถึงม.3 ได้ออมเงินทุกวัน ไม่มีกำหนดว่าใครจะออมเท่าไหร่ โดยจะฝากไว้กับคุณครูประจำชั้น และจะไม่มีการเบิกระหว่างการออม เมื่อครบ 1 ปี หรือ 1 ปีการศึกษา ก็จะนำเงินไปมอบให้ผู้ปกครองของเด็กต่อไป

    อย่างเช่น น้องเบส วัย 5 ขวบ ออมเงินในปีนี้ได้ถึง 72,270 บาท ซึ่งสาเหตุที่น้องเบส ออมเงินได้เยอะ เพราะคุณแม่เปิดร้านอาหารตามสั่ง นำเงินมาฝากส่งออมไว้กับคุณครูวันละ 400 บาท ส่วนเด็กๆ คนอื่นก็ลดหลั่นกันไป เช่น น้องพรทิพย์ ได้ 7,000 กว่าบาท น้องชลลิดาและเพื่อนๆ ออมได้ 3,000 บาทเศษ ส่วนใหญ่เงินออมเด็กจะอยู่ประมาณ 3,000 บาทเศษ เพราะน้องออมวันละ 20 บาท อีกสาเหตุที่ผู้ปกครองนำมาออมกับคุณครู เพราะผู้ปกครองบอกว่า หากเก็บเงินหรือออมเงินที่บ้าน ยังไงก็จะถอนอยู่ดี จึงนำให้ลูกๆ มาฝากไว้กับคุณครู สิ้นปีการศึกษา ทางครูก็มอบคืนให้ผู้ปกครองเอาไว้ไปซื้ออุปกรณ์การศึกษาในปีต่อไป ตอนเอาไปมอบให้ผู้ปกครองทุกคนดีใจและใจฟูมาก อย่างเช่นผู้ปกครองของน้องเบส ก็ยิ้ม บอกว่าได้เยอะเนาะคุณครู ที่โรงเรียนทำโครงการนี้ถือเป็นการฝึกนิสัยการออมเงินให้กับน้องๆ ตั้งแต่เด็กๆ ถือว่าเป็นเรื่องราวที่ชาวเน็ตชื่นชมทางโรงเรียน ก็ขอบคุณมากค่ะ

    ขณะที่ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหนองหญ้าม้า อ.ประจักษ์ศิลปาคม พบกับ น้องเบส อายุ 5 ขวบ และคุณแม่ ซึ่งเป็นคนออมเงินได้ถึง 72,720 บาท โดยคุณแม่ม้วย นางปวีณา อายุ 48 ปี คุณแม่ของน้องเบส เปิดใจกับผู้สื่อข่าวว่า สาเหตุที่ให้ลูกชายไปออมกับคุณครู เพราะถ้าเก็บไว้ที่บ้านยังไงก็ถอนมาใช้อยู่ดี ส่วนเงินออมวันละ 400 บาท เป็นเงินที่ตนเองเปิดร้านขายอาหารตามสั่ง ก็แบ่งไปให้ลูกชายออมไว้กับคุณครู ปีนี้ออมได้ยอดเงินจำนวน 72,720 บาท เงินที่ได้จะเก็บไว้จ่ายค่าประกันชีวิตให้กับตนเอง เพราะทำประกันไว้เยอะ

    คุณแม่ม้วย บอกว่า ก็ดีใจ ที่เราเอาเงินไปออมกับครูที่โรงเรียน ปีนี้ได้ยอดเกือบแสน ปีที่แล้วเราออมได้หมื่นกว่าบาท ปีนี้เลยตั้งใจเลยว่า ต้องเก็บให้ได้วันละ 400 บาท บางวันก็ไม่ได้ถึง 400 บาท เอาไปฝากเท่าที่ได้ วันหยุดเสาร์อาทิตย์ก็เอาไปฝากกับครูวันจันทร์ ก็จะทบไปเลย 3 วัน เป็น 1,200 บาท โดยการฝากเงินไปกับลูกชายเพื่อให้ออมกับคุณครูเป็นเรื่องดี ฝึกวินัยการใช้เงินของตนเองอย่างมาก เพราะทางโรงเรียนมีระเบียบห้ามถอนระหว่างทาง จนกว่าจะครบปี ใจจริงก็อยากจะสร้างระเบียบให้กับตนเอง เอาเงินไปออมไว้ที่อื่นด้วย เพราะถ้าออมไว้กับตนเองติดนิสัยหยิบมาใช้เหมือนเดิม อีกอย่างที่เราออมแบบนี้เป็นการปลูกฝังให้เรารู้จักการออมเงินและการใช้เงิน อยากฝากถึงทุกคนเอาไว้เป็นแรงบันดาล ไม่ต้องฝากเยอะก็ได้ ออมเท่าที่เราออมได้ วันละ 10 บาท 20 บาทก็ได้ พอครบปี เราเห็นเงินก้อนโต เราก็ดีใจ เงินจำนวนนี้ก็จะเก็บไว้ให้ลูกชายและจ่ายประกันชีวิตให้กับตนเอง บอกตรงๆ ดีใจมากที่เห็นเงินออมเงินเก็บปีหนึ่ง 70,000 บาทเศษ คิดในใจโอ้โห!!! ไม่คิดว่าเราจะเก็บเงินได้ถึงขนาดนี้ ปีต่อไปก็จะออมอีกแน่นอน

    คุณแม่กล่าวตอนท้ายด้วยความดีใจ พร้อมบอกว่า ตอนไปหอบเงิน 70,000 บาทกลับบ้าน ปรากฏว่ามีชาวบ้านมาที่บ้าน ขอยืมเงิน แต่ตนเองไม่ให้เพราะเราจำเป็นต้องใช้จ่ายประกัน

    ส่วน น้องเบส ยิ้มแฉ่ง เมื่อเห็นแม่ให้เงินไปออมกับคุณครูได้ถึง 70,000 บาทเศษ บอกสั้นๆ ว่า โตขึ้นผมอยากเป็นตำรวจครับ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://ch3plus.com/news/social/morning/459489&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3yH_PdbhqD4nhRZv4I0nKg

  • โลจิสติกส์ภาคใต้เดือด จี้รัฐเร่งแก้น้ำมันขาดแคลน | TOPNEWS

    โลจิสติกส์ภาคใต้เดือด จี้รัฐเร่งแก้น้ำมันขาดแคลน | TOPNEWS

    โลจิสติกส์ภาคใต้เดือด จี้รัฐเร่งแก้น้ำมันขาดแคลน

    • เผยแพร่ : 21/03/2026 23:53

    วันที่ 21 มี.ค. 2569 นายภาณุ เค้าเปี่ยมจิต นายกสมาคมโลจิสติกส์และขนส่งภาคใต้ พร้อมด้วย ดร.มาลิน สืบสุข อุปนายกสมาคมฯ และนายรุจิระ ธรรมศิริพงษ์ เลขาธิการสมาคมฯ ร่วมกันแถลงถึงผลกระทบจากสถานการณ์น้ำมันขาดแคลนที่ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อภาคการขนส่งในพื้นที่ภาคใต้ โดยระบุว่า ความเสียหายในขณะนี้ยังไม่สามารถประเมินเป็นมูลค่าได้ แต่ต้นทุนและเวลาการทำงานได้รับผลกระทบอย่างมาก เนื่องจากปริมาณน้ำมันไม่เพียงพอต่อความต้องการทั้งในภาคขนส่งและประชาชนทั่วไป ขณะที่ในสมาคมฯ มีรถบรรทุกในสังกัดหลายพันคัน ต่างประสบปัญหาขาดแคลนน้ำมันเช่นเดียวกัน

    นายภาณุ ยังเรียกร้องให้รัฐบาลควบคุมราคาน้ำมันให้อยู่ในระดับเหมาะสม โดยระบุว่าข้อมูลปัจจุบันชี้ว่าน้ำมันในประเทศยังเพียงพอใช้อีกประมาณ 60 วัน และล่าสุดมีการแจ้งว่าสามารถใช้งานได้ถึง 104 วัน จึงเชื่อว่ารัฐบาลมีศักยภาพในการควบคุมราคาหน้าปั๊มได้ พร้อมขอให้ตรวจสอบปริมาณน้ำมันในคลัง ผู้กลั่นน้ำมัน และพ่อค้าคนกลาง เนื่องจากขณะนี้ราคาน้ำมันระหว่างพ่อค้าคนกลางกับราคาหน้าปั๊มมีความแตกต่างกันมากกว่า 10 บาท ซึ่งสร้างความผิดปกติในระบบตลาดและส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการโดยตรง

    นอกจากต้นทุนราคาน้ำมันที่เพิ่มสูงขึ้น ผู้ประกอบการยังต้องแบกรับต้นทุนด้านเวลา จากเดิมที่ใช้ระยะเวลาขนส่งสินค้าเพียง 1-2 วัน แต่ปัจจุบันต้องใช้เวลา 4-5 วัน เนื่องจากต้องรอคิวเติมน้ำมันตามสถานีบริการต่าง ๆ ทำให้เกิดความล่าช้าในห่วงโซ่อุปทาน หากสถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย ผู้ประกอบการบางรายอาจจำเป็นต้องหยุดเดินรถ ซึ่งจะส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อภาคอุตสาหกรรม เมื่อโรงงานผลิตสินค้าแล้วไม่สามารถขนส่งได้ ต้องหาพื้นที่โกดังจัดเก็บเพิ่มเติม และบางแห่งเริ่มประสบปัญหาไม่มีพื้นที่เก็บสินค้า จนอาจต้องหยุดการผลิต ส่งผลให้ระบบเศรษฐกิจโดยรวมได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง

    จรัส ชูศรี ผู้สื่อข่าว TOPNEWS ทั่วไทย จ.สงขลา

    1

    sdfvsvse

    ผู้ว่าฯ ฉะเชิงเทรา เปิดเทศกาลมะม่วงบางคล้า ครั้งที่ 22 กระตุ้นท่องเที่ยว–เศรษฐกิจท้องถิ่น

    ต้องไปเห็นกับตา! เสน่ห์ไทลื้อ เมืองมาง – เมืองหย่วน จ.พะเยา วธ.ปลุกเสน่ห์ล้านนาโบราณ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ชู UNSEEN THAI THAI ปลุกเศรษฐกิจท้องถิ่น เดินหน้าดันพะเยาหมุดหมายท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม

    มอบหมอนยางพารา 107 ใบ หนุนทหารเรือชายแดนไทย–กัมพูชา

    แห่ร่วมพิธีวังเศรษฐีนาคราช! ส่องเลขธูป 924 ลุ้นโชคงวด 1 เม.ย.

    “กรมศิลปากร” เตรียมความพิเศษฉลอง 2 วาระสำคัญ “115 ปี กรมศิลปากร – 120 ปี หอสมุดแห่งชาติ”

    “รมว.ทส.สุชาติ” ประสาน มท. ขอให้ผู้ว่าฯ ช่วยอำนวยความสะดวกเติมน้ำมันดับไฟป่า ด้านอุทยานฯ​ สั่งติดป้ายถังเชื้อเพลิง​ให้ชัด! “น้ำมันเพื่อใช้ในภารกิจดับไฟป่าเท่านั้น” ป้องกันการเข้าใจผิด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1523685&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3l8qm2V_9BpfTzU1798Vn0

  • “นิพิฏฐ์” ทุบโต๊ะ! เลิกโยนบาปชาวบ้านกักตุน ชี้เป้า “คลังยักษ์สงขลา” ท้า รมต. กล้า “แก้ผ้า” ตัวจริงไหม? | เดลินิวส์

    “นิพิฏฐ์” ทุบโต๊ะ! เลิกโยนบาปชาวบ้านกักตุน ชี้เป้า “คลังยักษ์สงขลา” ท้า รมต. กล้า “แก้ผ้า” ตัวจริงไหม? | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 21 มี.ค. นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ได้โพสต์ข้อความระบุว่า

    น้ำมันหายไปไหน ยังแก้ผ้าใครไม่ได้เลย

    ถังเก็บน้ำมันขนาดใหญ่ในภาคใต้ มีที่ไหนบ้าง เป็นของใครบ้าง คุณพิพัฒน์ รัชกิจประการ น่าจะรู้ดีที่สุด เพราะทำธุรกิจน้ำมันมาตลอดชีวิต

    ลองไปตรวจดูสิครับ มีการกักตุนน้ำมันหรือเปล่า

    อีกคนหนึ่งที่น่าจะมีข้อมูลดีเท่าๆ กับคุณพิพัฒน์ คือคุณบุญสม ต.บางกุ้ง จ.สุราษฎร์ธานี แต่ท่านเลิกทำธุรกิจนี้ไปแล้ว 

    แถวๆ ต.เกาะแต้ว จ.สงขลา ก็มีคลังน้ำมันขนาดใหญ่ ของใครไม่รู้แต่คงไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐคนไหนกล้าเข้าไปตรวจสอบหรอก

    ระบบการจำหน่ายน้ำมันในประเทศไทย ไม่มีธรรมาภิบาลหรอก มีการหาผลประโยชน์กันตั้งแต่การผลิต-การขนส่ง-การจำหน่าย

    ที่มีปัญหา ส่วนหนึ่งมาจากระบบการขนส่ง ลองตรวจสอบดูสิครับ ทั้งการขนส่งทางระบบท่อ และการขนส่งทางรถยนต์

    รัฐมนตรีพิพัฒน์ เคยบอกว่าจะแก้ผ้าผู้ค้าน้ำมันประจานว่าน้ำมันหายไปไหน แต่สุดท้ายยังไม่สามารถแก้ผ้าใครได้

    ไปตรวจแถวเกาะแต้ว สงขลาก่อน อาจแก้ผ้าใครได้สักคน แต่ผมว่าไม่กล้า

    ใครเป็น สส. มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ถ้าจะช่วยประชาชนก็ทำเถอะ ผมเป็นประชาชนไม่มีเอกสิทธิ์คุ้มครอง ทำได้แค่นี้แหละ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5707538/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HDiH9rGw7TrDpnb-FTnZb

  • ด่วน! เช้านี้ “ปตท.-บางจาก” ขึ้นราคาน้ำมัน “เบนซิน-แก๊สโซฮอล์” ลิตรละ 1 บาท “ดีเซล” 0.70 บาท

    ด่วน! เช้านี้ “ปตท.-บางจาก” ขึ้นราคาน้ำมัน “เบนซิน-แก๊สโซฮอล์” ลิตรละ 1 บาท “ดีเซล” 0.70 บาท

    เมื่อวันที่ 21 มี.ค.69 บมจ.ปตท.น้ำมันและการค้าปลีก [OR] และ บมจ.บางจาก คอร์ปอเรชั่น [BCP] ปรับราคาขายปลีกน้ำมันเบนซิน แก๊สโซฮอล์ทุกชนิด เพิ่มขึ้น 1.00 บาทต่อลิตร ส่วนกลุ่มดีเซล เพิ่มขึ้น 0.70 บาทต่อลิตร มีผล 21 มี.ค. 2569 เวลา 05.00 น. เป็นต้นไป

    ทั้งนี้ ส่งผลให้ราคาน้ำมันขายปลีกในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ยังไม่รวมภาษีบำรุงท้องถิ่น วันพรุ่งนี้ เป็นดังนี้

    – เบนซิน 95 ลิตรละ 41.64 บาท

    – แก๊สโซฮอล์ 95 ลิตรละ 33.05 บาท

    – แก๊สโซฮอล์ 91 ลิตรละ 32.68 บาท

    – E20 ลิตรละ 28.05 บาท

    – E85 ลิตรละ 24.79 บาท

    – ดีเซล ลิตรละ 31.14 บาท

    #ราคาน้ำมัน #ราคาน้ำมันวันนี้ #ปตท #บางจาก #ปรับราคา #น้ำมัน #เบนซิน #ดีเซล #แก๊สโซฮอล์ #E20 #E85 #ราคาน้ำมันใหม่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/136250&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1L1TFYkzG1EHRbXeJ94oyw

  • วธ.เปิดชุมชนยลวิถี “ไทลื้อ เมืองมาง – เมืองหย่วน” จ.พะเยา

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี “ไทลื้อ เมืองมาง – เมืองหย่วน” จ.พะเยา

    21 มีนาคม 2569 นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม มอบหมายให้ นายประสพ เรียงเงิน ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานพิธีเปิดสุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 ณ ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อ เมืองมาง เมืองหย่วน พร้อมเปิดกิจกรรม 1 อำเภอ 1 ลานสร้างสรรค์ UNSEEN THAI THAI โดยมี พระครูสุนทรวุฒิสาร เจ้าอาวาสวัดแสนเมืองมา นายภูธนะ ชมภูมิ่ง รองผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา ผู้แทนผู้ว่าราชการจังหวัดพะเยา นางสาววราพรรณ ชัยชนะศิริ ผู้ตรวจราชการกระทรวงวัฒนธรรม นายนิรุตติ์ เตปันคำ ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพะเยา นายสุชิน โนวิชัย ประธานคณะกรรมการชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อ เมืองมาง เมืองหย่วน วัฒนธรรมจังหวัดในพื้นที่ภาคเหนือ หัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ ภาคีเครือข่าย และพี่น้องกลุ่มชาติพันธุ์ไทลื้อ เข้าร่วม ณ วัดแสนเมืองมา (วัดมาง) ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยา 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    นายประสพ เรียงเงิน กล่าวว่า วธ.ดำเนินโครงการคัดเลือก 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี”  เพื่อส่งเสริมชุมชนที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมเปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวได้เรียนรู้และสัมผัสวิถีชีวิต ประเพณี และภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด สอดคล้องกับนโยบาย “วัฒนธรรมนำไทย สู่อนาคตอย่างยั่งยืน” มุ่งนำทุนทางวัฒนธรรมมาต่อยอดให้เกิดพลังเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในชุมชน ภายใต้แนวคิด UNSEEN “ไท ไทย” 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    ปลัด วธ. กล่าวต่อว่า ชุมชนท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วนได้รับการคัดเลือกเป็น 1 ใน 10 สุดยอดชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” ประจำปี 2568 ตั้งอยู่ตำบลหย่วน อำเภอเชียงคำ จังหวัดพะเยาเป็นชุมชนชาวไทลื้อที่มีถิ่นกำเนิดดั้งเดิมจากแถบสิบสองปันนา มณฑลยูนนาน สาธารณรัฐประชาชนจีนและยังคงสืบทอดวัฒนธรรมดั้งเดิมไว้อย่างเข้มแข็ง ทั้งการแต่งกาย สถาปัตยกรรมบ้านเรือน งานหัตถกรรม และพิธีกรรมทางศาสนา
     

    “ชุมชนแห่งนี้โดดเด่นทั้งด้านอาหารพื้นบ้าน ภูมิปัญญาท้องถิ่น ศิลปวัฒนธรรมและงานหัตถกรรม โดยเฉพาะ ผ้าทอไทลื้อเป็นอัตลักษณ์สำคัญของอำเภอเชียงคำ สามารถต่อยอดจากผืนผ้าสู่ผลิตภัณฑ์วัฒนธรรมร่วมสมัย สร้างอาชีพ  สร้างรายได้ และกระจายรายได้สู่คนในพื้นที่ควบคู่กับการรักษาวิถีชีวิตและวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คงอยู่ยั่งยืน” ปลัด วธ. กล่าว
     

    จุดเด่นสำคัญชุมชน ได้แก่ วัดแสนเมืองมา วัดเก่าแก่ที่สะท้อนสถาปัตยกรรมไทลื้อผสมล้านนา, วัดพระธาตุสบแวน มีพระธาตุอายุกว่า 800 ปี, วัดนันตาราม วัดไม้สักทองสถาปัตยกรรมพม่าตอนล่างอันงดงาม, เฮินไตลื้อแม่แสงดา เรือนไทลื้อโบราณที่ยังคงความสมบูรณ์ทางสถาปัตยกรรม และศูนย์วัฒนธรรมไทลื้อวัดหย่วน ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชาวไทลื้อ
     

    นอกจากนี้ ชุมชนยังมีการแสดงศิลปวัฒนธรรมที่สืบทอดจากบรรพบุรุษ อาทิ ฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ ฟ้อนก๋ายลาย ฟ้อนนก ฟ้อนโต การขับลื้อและการตีกลองสะบัดชัย ตลอดจนประเพณีสำคัญที่ยังคงปฏิบัติสืบต่อกันมา เช่น ประเพณีตานธรรม ตานตุงไทลื้อ และตานก๋วยสลาก ซึ่งสะท้อนความศรัทธา วิถีชีวิต และจิตวิญญาณของชุมชนได้อย่างลึกซึ้ง ภายในงานมีการจัดแสดงและสาธิตภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมหลากหลาย อาทิ การทอผ้าไทลื้อ การทำมะกอน การปักผ้า การประดิษฐ์โคมแขวน และการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากผ้าทอไทลื้อ รวมถึงการนำเสนออาหารพื้นบ้านที่เป็นเอกลักษณ์ เช่น ข้าวบ่ายแซ่ง ขนมดอกซ้อ ข้าวเหลือง ข้าวส้ม ข้าวหนึกงา จิ้นซ่ำพริก และน้ำล้าไทลื้อ เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสเสน่ห์ของวิถีไทลื้ออย่างใกล้ชิด
     

    นายประสพ เรียงเงิน กล่าวเพิ่มเติมว่า การส่งเสริมชุมชนต้นแบบ “เที่ยวชุมชน ยลวิถี” เป็นกลไกสำคัญในการนำทุนทางวัฒนธรรมของชุมชนมาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ควบคู่กับการอนุรักษ์อัตลักษณ์ท้องถิ่น พร้อมเชื่อมั่นว่าชุมชนไทลื้อเมืองมาง เมืองหย่วน จะก้าวสู่การเป็นอีกหนึ่ง หมุดหมายการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสำคัญของประเทศที่ช่วยสร้างรายได้และความภาคภูมิใจให้กับคนในพื้นที่อย่างยั่งยืน 
     

    วธ.เปิดชุมชนยลวิถี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.nationtv.tv/news/social/378975093&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ac9ksqCzWraaZU0-bd8xb

  • ฐานทัพ สุขสำราญ คว้ารองแชมป์ชายคู่ เทนนิสไอทีเอฟ เอ็ม15 หม่าอันซาน

    ฐานทัพ สุขสำราญ คว้ารองแชมป์ชายคู่ เทนนิสไอทีเอฟ เอ็ม15 หม่าอันซาน

    ฐานทัพ สุขสำราญ นักเทนนิสไทย จับคู่ไมเคิล จู้ พ่ายมือวาง 1 คว้ารองแชมป์ชายคู่ศึกไอทีเอฟ เอ็ม15 หม่าอันซาน ที่ประเทศจีน รับคะแนนสะสมอันดับโลกเพิ่ม 8 คะแนน

    ฐานทัพ สุขสำราญ นักเทนนิสหนุ่มไทย ปิดฉากการแข่งขันด้วยตำแหน่งรองแชมป์ประเภทชายคู่ ในศึกเทนนิสอาชีพชาย ไอทีเอฟ เมนส์ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ รายการ “เอ็ม15 หม่าอันซาน” (M15 Ma’anshan) ชิงเงินรางวัลรวม 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 485,700 บาท ที่ประเทศจีน เมื่อวันที่ 21 มีนาคม 2569

    ในรอบชิงชนะเลิศ ฐานทัพ สุขสำราญ มือคู่ 550 ของโลก จับคู่กับ ไมเคิล จู้ มือคู่ 829 ของโลกจากสหรัฐอเมริกา ลงสนามพบกับคู่มือวางอันดับ 1 ของรายการอย่าง เชส เฟอร์กูสัน (มือคู่ 658 ของโลกจากออสเตรเลีย) และ เซียะ เฉิง เผิง (มือคู่ 370 ของโลกจากไต้หวัน)

    ผลการแข่งขันปรากฏว่า คู่ของ ฐานทัพ และ ไมเคิล จู้ พยายามสู้อย่างเต็มที่แต่ต้านความแข็งแกร่งของคู่มือวาง 1 ไม่ไหว พ่ายไป 0-2 เซต ด้วยสกอร์ 1-6 และ 4-6 ส่งผลให้คว้ารองแชมป์มาครอง โดยได้รับคะแนนสะสมอันดับโลกคนละ 8 คะแนน และรับเงินรางวัลส่วนแบ่งร่วมกันจำนวน 540 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 17,485 บาท

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/101373/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36LEX3yGtByH-jHusw8hR7

  • NT เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ  สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    NT เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ไอที

    NT เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    วันเสาร์ ที่ 21 มีนาคม พ.ศ. 2569, 18.34 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    NT เป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพ

    สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง

    ตามที่บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด (มหาชน) หรือ NT ได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณและถวายเป็นพระราชกุศล

    ในการนี้ พันเอกสรรพชัยย์ หุวะนันทน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ เป็นประธานวางพวงมาลาถวายเครื่องสักการะเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารและพนักงาน NT เข้าร่วมพระพิธีสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ  เพื่อแสดงความอาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

    ในโอกาสนี้ NT ได้ร่วมแสดงความจงรักภักดีอย่างต่อเนื่องด้วยการให้บริการและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามถวายความอาลัย สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยจัดบริการแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม พร้อมสนับสนุนการดูแลประชาชนตลอดช่วงเวลาการประกอบพิธี ณ บริเวณท้องสนามหลวง

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/it/469990&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RUQ82Dy9Ibz5r1yT6K904

  • เลวยันเงา

    เลวยันเงา

    พร้อมที่จะแต่งงานมีครอบครัว กระบวนการนี้เรียกว่ากระบวนการ Socialization คือ กระบวนการอบรมสั่งสอนขัดเกลาให้เด็กเติบโตแต่ละช่วงวัยให้เป็นคนดี อยู่ร่วมกับคนอื่นได้ โดยมีผู้ทำหน้าที่ในการขัดเกลาเด็กๆ ให้เป็นคนดีทั้ง 4 กลุ่ม

    กลุ่มแรกคือพ่อแม่ ดังนั้นเมื่อเด็กคนหนึ่งเติบโตขึ้นมา แล้วเป็นคนไม่ดี ก็ต้องมีคนด่าว่า “พ่อแม่ไม่สั่งสอน” เรื่องนี้ปัจจุบันน่ากลัวมากขึ้น เพราะสังคมเรามีความขัดแย้งระหว่างวัย พ่อแม่เป็น Gen B และ Gen X ลูกเป็น Gen Y และ Gen Z และเด็กๆ ถูกปลูกฝังโดยนักการเมืองบางกลุ่มไม่ให้กตัญญูกับพ่อแม่ ไม่ต้องทำตามกฎเกณฑ์ที่พ่อแม่สั่งสอน เพราะการทำตามที่พ่อแม่สั่งสอนคือการยอมถูกกดทับที่พวกเขาไม่ต้องการ พ่อแม่จึงไม่อาจสอนลูกได้ มิหนำซ้ำมีพ่อแม่บางคนยอมจำนนกับการกระทำของลูก ไม่ว่าลูกจะทำไม่ดีอะไร ก็จะพูดว่า “ช่างเขาเถอะ เขาโตแล้ว”

                   กลุ่มที่ 2 ในกระบวนการนี้คือการศึกษา คนเป็นครูนั้น ไม่ได้มีหน้าที่เพียงให้ความรู้แก่ลูกศิษย์เพื่อให้ไปทำมาหากินได้ แต่มีหน้าที่ในการสอนลูกศิษย์ให้ใช้ชีวิตเป็นคนดีด้วย คน “เก่ง” อาจจะหาไม่ยาก แต่คน “ดี” นั้นหายาก เป็นหน้าที่ของครูที่ต้องสอนศิษย์ให้เป็นคนดีด้วย แต่ก็มีครูจำนวนมากยอมจำนนกับความชั่วร้ายของเด็ก เพราะไม่อยากมีปัญหากับลูกศิษย์ มิหนำซ้ำ ยังมีครูบางคนที่มีทัศนคติที่เป็นลบกับเรื่องกฎระเบียบ กติกามารยาท ขนบธรรมเนียมประเพณีที่ดีงาม เพราะมองสิ่งเหล่านี้เป็นการ “กดทับ” ที่ทำลายเสรีภาพของเด็กๆ แล้วเด็กๆ ก็เชื่อตามนั้น ทำให้พวกเขาไม่เคารพกฎระเบียบ กติกามารยาทของการอยู่ร่วมกับคนอื่นในฐานะที่เป็น “คนดี” ของสังคม

    กลุ่มที่สาม ได้แก่สถาบันทางการเมือง การกระทำของนักการเมืองที่มีตำแหน่งสูง มีอำนาจจะเป็นแบบอย่างแก่เด็กๆ ว่า ถ้าหากเราต้องการความก้าวหน้า มีตำแหน่งที่มีอำนาจ เราควรปฏิบัติตนเช่นไร ให้เด็กๆ เห็นว่า “ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว” แต่เวลานี้นักการเมืองชั่วๆ หลายคนได้ดิบได้ดี มีอำนาจ จนมีคนพูดว่า “ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป” ที่พูดกันเช่นนี้ก็เพราะว่าพวกเขาเห็นคนชั่วได้ตำแหน่งดีๆ มีอำนาจ และร่ำรวยเงินทอง พวกเขาจึงเลิกเชื่อเรื่องการทำดี เวลาเปิดบัญชีทรัพย์สินของนักการเมืองบางคน มีการตั้งคำถามว่าเขาทำอาชีพอะไร จึงร่ำรวยกันขนาดนั้น และคำตอบที่ได้ส่วนใหญ่ก็คือ ก็เขา “โกง” ไง และกฎหมายก็ทำอะไรคนโกงเหล่านี้ไม่ได้ พวกเขาใช้อำนาจทางการเมืองและทางการเงินทำลายกระบวนการยุติธรรมที่ทำให้กฎหมายทำอะไรเขาไม่ได้

    กลุ่มที่สี่คือสื่อมวลชน เวลานี้ทุกคนเป็นสื่อได้หมด นอกจากสื่อที่มีสำนักคอยควบคุมการทำงานแล้ว ยังมีสื่อส่วนบุคคลที่ใช้ช่องทาง Social media เผยแพร่เรื่องราวและความคิดเห็นต่างๆ จะมีหลายคนเป็นคนดังที่มีสถานะเป็น Influencer เป็น TikToker เป็น YouTuber เป็น Key Opinion Leader เป็นคนดังที่มีอิทธิพลทางความคิด เพราะพวกเขาเป็นคนดัง เป็นคนมีชื่อเสียง เป็นคนมี “แสง” จากการแสดงความคิดเห็น เกิดวัฒนธรรม “หิวแสง” และการทำอะไรที่ไม่ดีแหวกกติการสังคม กลายเป็นพฤติกรรมที่ได้แสง เด็กๆ จำนวนมากจึงมีพฤติกรรมหาแสงด้วยการกระทำที่เป็นขบถของสังคม

                19 มีนาคม สส.บัญชีรายชื่อของพรรคหนึ่ง โพสต์เฟซบุ๊ก ว่า โหวตนายกฯ เสร็จแล้ว ได้ตำแหน่งแล้ว แต่สภาเพิ่งประชุมมาครึ่งวัน ยังเหลือเวลาทำงานต่อได้อีก พรรคของเขาแจ้งความประสงค์ ต้องการเสนอญัตติด่วนเรื่อง “วิกฤตน้ำมัน” ที่กำลังส่งผลกระทบทุกชีวิตและทุกอาชีพ ตอนนี้ประชาชนไม่ว่าภูมิภาคไหน เดือดร้อนทุกหย่อมหญ้า ประชาชนรอความชัดเจนจากรัฐบาล ปัญหารอการบรรเทา ประชาชนอยากเห็นสภาลงมือทำอะไรสักอย่าง แต่ประธานสภาฯ ปิดประชุมหนี

    ล่าสุด อ.อัจฉราวดี วงศ์สกล ประธานมูลนิธิโรงเรียนแห่งชีวิต และมูลนิธิโนอิ้ง บุดด้า (Knowing Buddha Foundation) โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก ระบุว่า รำคาญคนนี้จริงๆ พวกอยากหาแสง หากอยากช่วยแก้วิกฤตจริงๆ เสนอตรงที่รัฐบาลหรือศูนย์ติดตามสถานการณ์สู้รบก็ได้ ความต่างของนักพูดกับนักทำงานของนักการเมืองคือ นักทำงานเห็นปัญหา พูดถึงเหตุแห่งปัญหาแล้วเสนอวิธีแก้ แต่นักการเมืองชอบพูด ชอบอภิปราย ยืดเยื้อเสียเวลา คำก็ท่านประธานฯ สองคำก็ท่านประธานฯ เหมือนเล่นละคร ในเวลาวิกฤต พวกคุณไม่ต้องมาอภิปรายเรื่องปัญหา ควรเสนอทางแก้ให้ตรงจุด พูดให้กระชับ ตีให้ตรงประเด็น 5 นาทีก็รู้เรื่องแล้วไม่ต้องรอออกทีวี

    เขาโหวตเลือกนายกฯ 4 ปีมีครั้งเดียว ไม่ใช่มานั่งอภิปราย กว่า สส.ทุกพรรคเขาจะมาถึงตรงนี้ได้ เขาตรากตรำหาเสียง พอมาถึงจุดที่เขาจะได้ชื่นชมกับความสำเร็จ ก็ควรให้เขาได้บรรยากาศดีๆ มีการกระทำที่ดีๆ บ้าง ไม่ใช่มาต่อขออภิปรายเรื่องวิกฤตพลังงาน ปัญหาเกิดมาเกือบ 3 สัปดาห์ทำไมไม่ทำข้อเสนอไปยังรัฐบาล อยากเสนออะไรก็ตั้งโต๊ะแถลงกันเองยังได้ เดี๋ยวสื่อก็รุมทำข่าวให้เอง เพราะพรรคนี้เขามีสื่อใหญ่ๆ หนุนเยอะ

    เก่งเรื่องโวยหาแสง แล้วไม่ต้องมาเทียบกับหมอวรงค์ที่พูด 1.20 นาที รู้เรื่อง ไม่ต้องอภิปรายอะไรยืดเยื้อ หมอพยายามทำเรื่องดี ไม่ต้องการหาแสง แต่ สส.บัญชีรายชื่อคนที่ว่านี้ไม่ได้พยายามทำเรื่องดี แต่พยายามหาแสงให้ตนเองโดยด่าคนอื่น ด้อยค่าคนอื่น พูดจาในสภา พูดจาในสื่อ และโพสต์ข้อความใน Social media ด้วยความเท็จบ้าง ด้อยค่าคนอื่นบ้าง เป็นการพูดจาเพื่อหาแสง แล้วเธอก็ได้แสงสว่างจ้า จนเด็กๆ อยากพูดจาชั่วๆ แบบเธอเพื่อให้ได้แสงบ้าง แบบนี้พูดได้ไหมว่ากระบวนการ Socialization ของประเทศไทยล้มเหลว และเราจะได้เด็กๆ ที่โตมาเป็น “คนเลวยันเงา” เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เศร้านะคะ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/columnist-people/967153/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3uKoQJ8NbC6rq2xpPTqQ4o

  • ‘เพื่อไทย’ จัดโผ ครม.ลงตัว ดัน 3 สส.รุ่นใหม่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี | เดลินิวส์

    ‘เพื่อไทย’ จัดโผ ครม.ลงตัว ดัน 3 สส.รุ่นใหม่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 21 มี.ค. รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า สำหรับการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทย หลังได้การจัดสรรมาทั้งหมด 8 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่งนั้น โดยในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ตอนนี้ได้รายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้วทั้ง 3 คน เริ่มจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ คือ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี ส่วนตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง คือ นายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี และ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย ลูกสาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

    สำหรับตำแหน่ง 5 รัฐมนตรีว่าการที่ลงตัวไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็น รมว.แรงงาน น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รมว.ศึกษาธิการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5708009/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gEQDgiwHdyjPU6Dm-yDAh

  • ‘เพื่อไทย’ จัดโผ ครม.ลงตัว ดัน 3 สส.รุ่นใหม่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี | เดลินิวส์

    ‘เพื่อไทย’ จัดโผ ครม.ลงตัว ดัน 3 สส.รุ่นใหม่นั่งเก้าอี้รัฐมนตรี | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 21 มี.ค. รายงานข่าวจากพรรคเพื่อไทย แจ้งว่า สำหรับการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีในโควตาพรรคเพื่อไทย หลังได้การจัดสรรมาทั้งหมด 8 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 5 ตำแหน่ง และรัฐมนตรีช่วย 3 ตำแหน่งนั้น โดยในส่วนของตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย ตอนนี้ได้รายชื่อบุคคลที่เหมาะสมเข้ามาดำรงตำแหน่งแล้วทั้ง 3 คน เริ่มจากตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงศึกษาธิการ คือ นายอัครนันท์ กัณณ์กิตตินันท์ สส.กาญจนบุรี ส่วนตำแหน่ง รมช.เกษตรและสหกรณ์ 2 ตำแหน่ง คือ นายวัชรพล ขาวขำ สส.อุดรธานี และ น.ส.ปิยะรัฐชย์ ติยะไพรัช สส.เชียงราย ลูกสาวของนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีต รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 

    สำหรับตำแหน่ง 5 รัฐมนตรีว่าการที่ลงตัวไปก่อนหน้านี้ ประกอบด้วย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ เป็นรองนายกรัฐมนตรี และ รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ เป็น รมว.แรงงาน น.ส.สุดาวรรณ หวังศุภกิจโกศล เป็น รมว.การพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และนายประเสริฐ จันทรรวงทอง เป็น รมว.ศึกษาธิการ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5708009/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3gEQDgiwHdyjPU6Dm-yDAh