Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ทำความรู้จัก เนเน่ ณัฐไพลิน นางสาวไทยกาฬสินธุ์ ที่ออกโหนกระแส ตัวจริงสวย หุ่นปังมากๆ

    ทำความรู้จัก เนเน่ ณัฐไพลิน นางสาวไทยกาฬสินธุ์ ที่ออกโหนกระแส ตัวจริงสวย หุ่นปังมากๆ

    ประวัติ เนเน่ ณัฐไพลิน นางสาวไทยกาฬสินธุ์ 2569 สาวงามเหยื่อหมอดูไสยเวทย์ หลอกทำพิธีเอาแฟนเก่ากลับมา

    ทำความรู้จัก เนเน่ ณัฐไพลิน นางสาวไทยกาฬสินธุ์ประจำปี 2569 สาวงามผู้เป็นกระบอกเสียงแห่งความยุติธรรม ที่ล่าสุดได้ออกมาเปิดเผยเรื่องราวผ่านรายการโหนกระแส เพื่อตีแผ่กรณีที่ตนเองตกเป็นเหยื่อของหมอดูไสยเวทย์จนสูญเงินไปกว่า 2.5 ล้านบาท

    ประวัติส่วนตัวและการศึกษา

    เนเน่ มีชื่อจริงว่า นางสาวณัฐไพลิน สถิตพลธนานันท์ ปัจจุบันอายุ 23 ปี (นับถึงปี พ.ศ. 2569) เธอสำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาจากโรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และสำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น

    เส้นทางบนเวทีนางงามระดับประเทศ

    ในปี พ.ศ. 2569 เนเน่สามารถคว้าตำแหน่ง นางสาวไทยกาฬสินธุ์ 2569 มาครองได้สำเร็จ และได้เป็นตัวแทนก้าวเข้าสู่การประกวดนางสาวไทยระดับประเทศ ภายใต้แนวคิด “Local to Global” หรือจากท้องถิ่นสู่สากล

    เธอได้รับหน้าที่สำคัญในการเป็นทูตวัฒนธรรม เพื่อผลักดันซอฟต์พาวเวอร์ (Soft Power) ของจังหวัดกาฬสินธุ์ ทั้งการโปรโมตแหล่งฟอสซิลไดโนเสาร์ให้เป็นมรดกโลก และการยกระดับผ้าไหมแพรวา ด้วยความสามารถและไหวพริบที่โดดเด่น ทำให้เธอทะลุเข้าสู่รอบ 11 คนสุดท้าย (Top 11 Finalists) ของเวทีนางสาวไทยปี 2569

    มรสุมชีวิตและการตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพสายมู

    จากข้อมูลที่เปิดเผยผ่านสื่อมวลชนและรายการโหนกระแสระบุว่า ช่วงเดือนมกราคม ปี 2569 เนเน่ต้องเผชิญกับความอ่อนแอทางจิตใจหลังเลิกรากับแฟนหนุ่ม เธอได้รับคำแนะนำจากเพื่อนสนิทสมัยมัธยมให้รู้จักกับ “อาจารย์แทนกาย” หรือหมอดูมนตร์ดำแห่งสำนักมิริน ซึ่งอ้างตัวว่าสามารถถอดจิตและทำพิธีเรียกคนรักกลับคืนมาได้

    ด้วยความหวังที่จะให้คนรักกลับมา เนเน่จึงยอมจ่ายเงินทำพิธีและซื้อเครื่องรางในราคาสูงลิ่ว รายการสิ่งของที่เธอถูกหลอกให้เช่าบูชามีดังนี้

    • ปั้นเหน่งจำนวน 2 ชิ้น มูลค่า 660,000 บาท
    • พิธีเรียกจิตและน้ำมันพรายจาก 100 ป่าช้า มูลค่า 180,000 บาท
    • พระปิดตาเรซิน และค่าบังคับรับเลี้ยงแมวขาหัก มูลค่า 30,000 บาท

    มูลค่าความเสียหายที่เกิดขึ้นรวมแล้วสูงกว่า 2.5 ล้านบาท ส่งผลให้เธอต้องนำรถยนต์ไปเข้าไฟแนนซ์เพื่อนำเงินมาจัดการหนี้สินที่เกิดจากการถูกหลอกลวงครั้งนี้

    เดินหน้าเรียกร้องความยุติธรรม

    เมื่อตระหนักได้ว่าตนเองถูกฉ้อโกง เนเน่จึงตัดสินใจลุกขึ้นสู้ โดยใช้พื้นที่ในฐานะนางสาวไทยกาฬสินธุ์เข้าแจ้งความและร้องเรียนต่อสื่อมวลชนในเดือนมีนาคม 2569 เพื่อตีแผ่พฤติกรรมของสำนักดังกล่าว การออกมาเปิดเผยเรื่องราวอย่างกล้าหาญนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์ครั้งใหญ่ที่เตือนภัยให้สังคมระมัดระวังภัยเงียบในวงการมูเตลู

    แหล่งอ้างอิง

    1. Instagram @neyney.th: อินสตาแกรมส่วนตัวของ เนเน่ ณัฐไพลิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9879878/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw00_OvQWTswiWldBSWa4LeV

  • ประวัติ “รัชดา ธนาดิเรก” อดีตรองโฆษกรัฐบาลสมัย “บิ๊กตู่” สะพัดจ่อนั่งโฆษกรัฐบาล อนุทิน 2

    ประวัติ “รัชดา ธนาดิเรก” อดีตรองโฆษกรัฐบาลสมัย “บิ๊กตู่” สะพัดจ่อนั่งโฆษกรัฐบาล อนุทิน 2

    ประวัติ “รัชดา ธนาดิเรก” จากอาจารย์มหาวิทยาลัย เข้าการเมืองเป็น สส.ปชป.เขตบางพลัด ก่อนนั่งรองโฆษกรัฐบาลสมัย “บิ๊กตู่” ย้ายร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย ล่าสุดสะพัดจ่อนั่งโฆษกรัฐบาล ครม.อนุทิน 2

    วันที่ 23 มีนาคม 2569 สำหรับความคืบหน้าการจัดตั้ง ครม.อนุทิน 2 ส่วนใหญ่รายชื่อยังคงเป็นไปตามโผที่ออกมาก่อนหน้านี้ โดยบุคคลที่มีชื่อได้รับการพิจารณาเสนอแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีได้รับการติดต่อให้กรอกประวัติหมดแล้ว และมีรายงานว่า ขณะนี้ได้มีการวางตัว น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย (ภท.) มีชื่อจะมาเป็นโฆษกประจำสำนักนายกฯ ใน ครม.อนุทิน 2

    ประวัติ  “รัชดา ธนาดิเรก” 

    น.ส.รัชดา ธนาดิเรก ชื่อเล่นว่า กานต์ เกิดเมื่อวันที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2518 ปัจจุบันอายุ 50 ปี สำเร็จการศึกษา ปริญญาตรีบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยมหิดล , ปริญญาโท 2 สาขาจากอังกฤษ คือ สาขากลยุทธ์องค์กรและบรรษัทภิบาล และสาขาการจัดการบัญชี และการเงินระหว่างประเทศ และสำเร็จการศึกษาปริญญาเอก ด้านธุรกิจระหว่างประเทศ จากสถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT)

    เส้นทางวิชาการ น.ส.รัชดา เคยเป็นอาจารย์ประจำคณะสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล และได้รับตำแหน่งผู้ช่วยศาสตราจารย์ (ผศ.) และ น.ส.รัชดา ยังเคยเป็นนักกีฬาเทนนิสทีมชาติชุดเยาวชน และมีวินัยสูงจากการเป็นนักกีฬาว่ายน้ำตั้งแต่เด็ก

    เส้นทางการเมือง 

    น.ส.รัชดา เริ่มเข้าสู่งานการเมืองในการเลือกตั้งปลายปี พ.ศ. 2550 ลงสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.กรุงเทพมหานคร เขต 12 บางพลัด สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ และได้รับการเลือกตั้ง พร้อมกับนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ และนายชนินทร์ รุ่งแสง

    ต่อมาสมัยรัฐบาลของนายสมัคร สุนทรเวช จากพรรคพลังประชาชน พรรคประชาธิปัตย์มีสถานะเป็นพรรคฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร มีการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีเงา หรือ ครม.เงา ขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2551 เพื่อติดตามตรวจสอบ และเสนอแนะการบริหารงานของรัฐบาล ซึ่ง น.ส.รัชดา ได้รับเลือกจากทางพรรคประชาธิปัตย์ ให้ทำหน้าที่รองโฆษกรัฐบาลเงา ทำงานประกบกับรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

    การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2554  น.ส.รัชดา ได้รับเลือกตั้งเป็น สส.กรุงเทพมหานคร เขตบางพลัด-บางกอกน้อย สังกัดพรรคประชาธิปัตย์ 

    ด้านการทำงานในสภาผู้แทนราษฎร น.ส.รัชดา ได้ปฏิบัติหน้าที่ในคณะกรรมาธิการและอนุกรรมาธิการหลายคณะ อาทิ รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ กรรมาธิการแก้ไขปัญหาหนี้สินแห่งชาติ รองประธานอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศไทยกับกลุ่มประชาชาติมุสลิม รองประธานคณะอนุกรรมาธิการเพื่อพิจารณาศึกษาปัญหาโครงการแท็กซี่เอื้ออาทร กรรมาธิการและโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ตลอดจนเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติหลายฉบับ เช่น พ.ร.บ.จัดหาและคุ้มครองคนหางาน พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ พ.ร.บ.ประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และ พ.ร.บ.มหาวิทยาลัยกรุงเทพมหานคร

    เดือนสิงหาคม พ.ศ. 2562 น.ส.รัชดา ได้รับแต่งตั้งเป็นรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา

    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2568 ในรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติตามที่สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เสนอแต่งตั้ง น.ส.รัชดา ธนาดิเรก อดีต สส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ ดำรงตำแหน่งกรรมการผู้ช่วยรัฐมนตรี โดยมาช่วยงานนายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ซึ่งตัวของ น.ส.รัชดา บอกว่า ตนเองได้ลาออกจากการเป็นสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ และสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยได้รับการทาบทามจาก น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้มาช่วยงานรัฐบาล เนื่องจากเคยทำงานร่วมกันสมัยเป็นทีมโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา 

    หลังจากการย้ายมาร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย น.ส.รัชดา ได้ลงสมัครรับเลือกตั้งในระบบบัญชีรายชื่อ โดยอยู่ในลำดับที่ 26  ด้วยบทบาท ของ น.ส.รัชดา ที่เคยผ่านงานการเมืองมาอย่างมากมาย และยังเคยเป็นรองโฆษกรัฐบาลทำงานด้านนี้มาแล้ว  ล่าสุดกระแสข่าวสะพัดว่า ชื่อของ น.ส.รัชดา จ่อนั่งโฆษกรัฐบาล ใน ครม.อนุทิน 2 จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลก 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2921857&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1fHOOuiI9HTwO38LdvA_ux

  • สพฐ. สั่งลงดาบ “ครูพละหื่น” ล่วงละเมิดนักเรียน ม.3 ให้พักราชการไว้ก่อน

    สพฐ. สั่งลงดาบ “ครูพละหื่น” ล่วงละเมิดนักเรียน ม.3 ให้พักราชการไว้ก่อน

    (ภาพประกอบ)

    สพฐ. เอาจริง สั่งลงดาบ “ครูพละหื่น” ล่วงละเมิดนักเรียน ม.3 ใน จ.บุรีรัมย์ ให้พักราชการไว้ก่อน พร้อมดูแลสภาพจิตใจนักเรียนเป็นสำคัญ

    จากกรณีผู้ปกครองเด็กนักเรียนชั้น ม.3 โรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ หอบหลักฐานเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.ลำปลายมาศ เอาผิด “ครูพละ” อายุ 54 ปี ลวนลามลูกสาวหลายครั้งแบบไม่เลือกสถานที่ และเคยก่อเหตุกับลูกศิษย์ในลักษณะเดียวกันมายาวนานถึงกว่า 20 ปี แต่ยังไม่เคยรับโทษทางอาญาและวินัยของต้นสังกัดแม้แต่ครั้งเดียว เนื่องจากครูพละรายนี้จะใช้วิธีเจรจาและชดใช้ค่าเสียหายให้กับผู้ปกครองเด็กแล้วจบเรื่องกันไป ตามที่ได้รายงานไปแล้วนั้น (อ่านข่าว : พ่อแม่ไม่ทน หอบหลักฐานเอาผิด “ครูพละ” อ้างลวนลามลูกสาว ม.3 ขู่เด็กติด ร.-ศูนย์)

    ล่าสุด (23 มี.ค. 69) เขตพื้นที่การศึกษาฯ ได้มีการสั่งพักราชการครูพละรายนี้ ตามคำสั่งของเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) แล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันนี้ (23 มี.ค.) เป็นต้นไป จนกว่าคดีจะสิ้นสุด

    โดยนางภัทรวรรณ ภัทรบวรวุฒิ รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (รองเลขาธิการ กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเป็นข่าว กรณีครูพลศึกษาของโรงเรียนแห่งหนึ่งใน จ.บุรีรัมย์ ได้รับการร้องเรียนว่ามีพฤติกรรมล่วงละเมิดนักเรียนในโรงเรียนหลายครั้ง นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน จึงได้มอบหมายให้ตนเองติดตามและตรวจสอบข้อเท็จจริงเรื่องนี้โดยทันที เนื่องจากการกระทำในลักษณะดังกล่าว เป็นการกระทำที่ขัดต่อจรรยาบรรณวิชาชีพและนโยบายของ สพฐ. อย่างร้ายแรง ไม่สามารถยอมรับได้ ทั้งยังขัดต่อนโยบาย “เรียนดี มีคุณธรรม” ของกระทรวงศึกษาธิการ ที่เน้นย้ำให้โรงเรียนต้องเป็นสถานที่ปลอดภัยที่สุด

    นางภัทรวรรณ กล่าวว่า สพฐ. ได้สั่งการให้เขตพื้นที่ฯ ดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาด โดยเขตพื้นที่ฯ ได้ออกคำสั่งให้ครูคนดังกล่าวพักราชการไว้ก่อน พร้อมทั้งได้ส่งนักจิตวิทยาโรงเรียนลงพื้นที่ดูแลฟื้นฟูสภาพจิตใจนักเรียนและผู้ปกครองแล้ว และจะติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์อย่างใกล้ชิดต่อไป

    ทั้งนี้ สพฐ. ได้กำชับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทุกแห่งให้กำกับ ติดตาม สถานศึกษาในสังกัดให้ดำเนินการตามมาตรการความปลอดภัยและแผนเผชิญเหตุอย่างเคร่งครัด หากเกิดเหตุในลักษณะดังกล่าวต้องคำนึงถึงสภาพจิตใจของนักเรียนเป็นสำคัญ และดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดอย่างเด็ดขาด รวมทั้งหากพบผู้บริหารหรือผู้บังคับบัญชาที่มีพฤติการณ์ปล่อยปละละเลย ต้องดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงให้กระจ่าง และปฏิบัติตามมาตรการที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเช่นนี้อีก

    ด้าน ผู้อำนวยการโรงเรียน ได้ออกมากล่าวหลังเดินทางไปเยี่ยมนักเรียนที่ถูกกระทำว่า ตอนนี้ได้ดำเนินการรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาเรียบร้อยแล้ว และมีการสั่งพักราชการและมีการตั้งคณะกรรมการสอบตามกระบวนการแล้ว

    ส่วนจะมีผู้เสียหายมาร้องเรียนเพิ่มเติมอีกหรือไม่นั้น ตนไม่ทราบเพราะเพิ่งมารับตำแหน่งที่นี่ได้ไม่กี่เดือน ข้อมูลเก่าตนไม่ทราบแต่ถ้าคิดว่าใครเป็นผู้เสียหายจะมาร้องก็เป็นสิทธิที่ทำได้

    ด้าน พ.ต.อ.ขวัญชัย เผือกพูนผล ผกก.สภ.ลำปลายมาศ อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ ได้ออกมาระบุว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 17 มี.ค. 69 เวลาประมาณ 12.30 น. ภายในโรงเรียน และเมื่อวันที่ 18 มี.ค. ผู้ปกครองของผู้เสียหายและครูที่ปรึกษาได้เดินทางมาแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ก็รับไว้เป็นคดีทันที

    ต่อมาวันที่ 19 มี.ค. ผู้ถูกกล่าวหาได้เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาด้วยตัวเอง ในวันเดียวกันตำรวจได้พาผู้เสียหายและผู้ปกครองเด็กไปพบสหวิชาชีพ เพื่อสอบปากคำที่ศูนย์เด็กและเยาวชนอัยการจังหวัดบุรีรัมย์ จากนั้นวันที่ 20 มี.ค. ได้ทำหนังสือถึงต้นสังกัดของครูคือ สำนักงานเขตฯ เพื่อให้รับทราบว่าบุคลากรของหน่วยงานต้องคดีอาญา

    ส่วนทางคดีตำรวจกำลังเร่งขอตรวจประวัติอาชญากรรม เบื้องต้นได้ตั้งข้อหาอนาจารต่อหน้าธารกำนัล มีอัตราโทษระบุว่าผู้ใดกระทำอนาจารบุคคลอายุเกิน 15 ปี โดยใช้กำลัง ขู่เข็ญ ทำให้อยู่ในภาวะไม่สามารถขัดขืนได้ หรือทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นบุคคลอื่น มีโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี หรือปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ทั้งนี้ตำรวจพร้อมให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/2921952&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3dMydr7fzF9pDV22fJIGbQ

  • ‘วุฒิสภา’ เสียงแตก เสนอสูตรเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คน ร่าง รธน.ใหม่ มีทั้งหนุน-ค้าน

    ‘วุฒิสภา’ เสียงแตก เสนอสูตรเลือกตั้ง ส.ส.ร. 200 คน ร่าง รธน.ใหม่ มีทั้งหนุน-ค้าน

    “วุฒิสภา” ผ่านพิจารณา รายงานกมธ.การเมืองฯ เสนอสูตรที่มา สสร. 200 คนร่างรัฐธรรมนูญใหม่

    23 มีนาคม 2569 – ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มี พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา คนที่หนึ่ง ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม ได้พิจารณารายงานศึกษา เรื่อง รายงานศึกษาทบทวนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2560 และการศึกษารูปแบบสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การพัฒนาการเมือง การมีส่วนร่วมของประชาชนน สิทธิมนุษยชน สิทธิ เสรีภาพ และการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ที่มีนายนรเศรษฐ์ ปรัชญากร สว. เป็นประธานกมธ. ได้พิจารณา

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในรายงานของกมธ.ที่เสนอต่อที่ประชุม ระบุโมเดลของที่มา สสร. จำนวน 200 คน โดยกระบวนการได้มา จะเป็นสูตร ก้าวเดิน 2 ขา บันได 2 ขั้น ได้แก่ บันได 2 ขั้น คือ ขั้นแรก แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง จำนวน 100 คน โดยมีรายละเอียดให้ประชาชน ใน 77 จังหวัด เลือกตั้ง มาจังหวัดละ 2 คน รวมเป็น 154 คน ส่วนผู้ที่รับเลือกซึ่งได้รับคะแนนอันดับ 3-5 ให้นำคะแนนเรียงลำดับกันเพื่อหาลำดับสูงสุด จำนวน 46 คน ถ้าคะแนนเท่ากันให้จับสลาก รวมเป็น 200 คน จากนั้นส่งชื่อให้สมาชิกรัฐสภาลงคะแนนเลือกให้เหลือ 100 คน ซึ่งสมาชิกรัฐสภาเลือกได้คนละ 5 คะแนน โดยให้ผู้ได้รับคะแนนสูงสุดของแต่ละจังหวัดได้รับเลือก 77 คน ส่วนอีก 23 คนให้มาจากการเรียงลำดับคะแนน 2-5 เพื่อหาคนที่ได้คะแนนสูงสุด ถ้าคะแนนเท่ากันให้จับสลาก

    รายงานของกมธ.ระบุด้วยว่า นอกจากนั้นกำหนดให้ สสร. มีที่มาจากการเลือกแบบบัญชีรายชื่อ ทีมละไม่เกิน 200 คน ให้ประชาชนเลือกตั้ง ทั้งนี้การคำนวณเพื่อหา สสร. ให้ใช้คะแนนพึงมีตามสัดส่วนของผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้ง ให้ได้ผู้รับเลือก 200 คนตามลำดับ ถ้าคะแนนเท่ากันให้จับสลาก จากนั้นส่งให้สมาชิกรัฐสภาเลือกให้เหลือ 100 คน

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่ารายงานของกมธ. ยังมีข้อเสนอแนะว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นควรทำเนื้อหาที่เป็นฉันทามติขอสังคม ที่ทุกกลุ่มยอมรับการอยู่ร่วมกันได้ โดยการแก้ไขต้องไม่ใช่เรื่องเชิงเทคนิคเท่านั้นแต่ต้องวางรากฐานประชาธิปไตยที่มั่นคงและยั่งยืน

    “รัฐธรรมนูญควรเป็นสัญญาทางการเมืองที่เชื่อมโยงผู้คนกับสถาบันการเมือง และสร้างกติกาที่ทุกฝ่ายเป็นเจ้าของ หากกระบวนการออกแบบที่มาและอำนาจของ สสร. โปร่งใส ครอบคลุมและตรวจสอบได้ จะช่วยลดแรงปะทะทางการเมือง สร้างทุนทางสังคม ได้รับความไว้วางใจและ เลี่ยงวงจรซ้ำซากของการเขียนและล้มกติกา” รายงานของกมธ.ระบุ

    อย่างไรก็ดีในการอภิปรายรายงานดังกล่าวนั้นพบว่ามี ทั้งที่สนับสนุนกมธ. และคัดค้าน พร้อมกับให้ข้อเสนอแนะเพิ่มเติม อาทิ น.ส.รัชนีกร ทองทิพย์ อภิปรายไม่เห็นด้วยกับรายงานของกมธ. ทั้งนี้สนับสนุนให้สมาชิกรัฐสภา หารือต่อการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพราะถือว่ามีความชอบธรรมเพราะเป็นตัวแทนของประชาชนที่มาจากการเลือกตั้ง นอกจากนั้นการแก้ไขรัฐธรรมนูญต้องสิ้นเปลืองงบประมาณ

    “ขอให้เอาความจริงมาพูดเพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีการเมืองอยู่เบื้องหลังทั้งหมด ทั้งนี้ไม่เห็นด้วยที่จะใช้เงินหมื่นล้านบาทละลายทิ้งเพื่อประทับคำว่าประชาชน ขอถามว่าสส. และสว. ไม่ใช่ตัวแทนประชาชนตรงไหน ทำไมต้องเอาสิ่งที่ซับซ้อน วันก่อนมี 20 หยิบ 1 วันนี้ 2 ขาบันได 2 ขั้น แม้ว่าอาจจะมีถ้อยคำที่ทำให้ประชาชน งง หรือ หลงลืมอะไรบางอย่าง หรือประดิษฐ์คำอะไรขึ้นมา แต่สาระสำคัญคือแก้รัฐธรรมนูญเพื่ออะไร แก้ให้ปรับปรุงเปลี่ยนแปลงโครงสร้างอำนาจให้ดีขึ้น คนที่ใช้คือ นักการเมือง ดังนั้นไม่ต้องทำอะไรให้ซับซ้อนนักการเมืองผ่านการตรวจสอบคุณสมบัติอยู่แล้ว จะไปหา สสร. อีก แม้ร่างจนเสร็จ แต่ปลายทางถูกโต้แย้งคัดค้านเรื่องคุณสมบัติลักษณะต้องห้ามต้องกลับไปร่างใหม่” น.ส.รัชนีกร อภิปราย

    ขณะที่นายเทวฤทธิ์ มณีฉาย สว. ฐานะกมธ. ชี้แจงว่า ร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญที่ค้างในรัฐสภา ไม่ถือว่าตกไป เพราะจากนี้ยังมีเวลาถึงกลางเดือน พ.ค. ที่รอให้รัฐบาลใหม่ยืนยัน ซึ่งตนหวังว่า ครมงใหม่จะเห็นตรงกับคำวินิจฉัยของประชาชน ที่ผ่านกระบวนการและผลการทำประชามติ

    ทางด้านนายนรเศรษฐ์ ชี้แจงว่า กรณีที่ให้นักการเมือง มาทำกติการ่างรัฐธรรมนูญจะทำให้ความน่าเชื่อถือของการจัดทำรัฐธรรมนูญลดน้อยลง ดังนั้นผู้ร่างต้องไม่เกี่ยวข้องกับกติกา ในข้อกำหนดสสร. ที่ทำรัฐธรรมนูญต้องเว้นวรรคทางการเมือง ขณะที่ประเด็นว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญสิ้นเปลือง เพราะใช้งบประมาณหลักพันล้านบาท แต่การทำประชามติ 3 ครั้งนั้นถูกกำหนดมาโดยศาลรัฐธรรมนูญ

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่าหลังจากที่มีสว.อภิปรายและกมธ.ชี้แจงแล้วเสร็จ ทางสว. จะรวบรวมความเห็นและรายงานของกมธ.เสนอต่อ ครม. ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/politics-news/968141/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1TNJWitoKtxZhy3546E_ZS

  • รองผู้ว่าฯ อยุธยา มอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2568  วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ | เดลินิวส์

    รองผู้ว่าฯ อยุธยา มอบประกาศนียบัตร ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2568  วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ณ ห้องประชุมเสถียรเสพย์ วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ นายประพันธ์  ตรีบุบผา รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นประธานในการมอบประกาศนียบัตรให้แก่ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2568 โดยมี นางสาววิรัลพัชษ์ ละมูลพันธ์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ เป็นผู้กล่าววัตถุประสงค์ของการจัดพิธีในครั้งนี้  ทั้งนี้คณะกรรมการสถานศึกษาเข้าร่วมพิธี โดยมีผู้สำเร็จการศึกษาทั้งสิ้น 350 คน ซึ่งการมอบประกาศนียบัตรในครั้งนี้ เพื่อเป็นเกียรติประวัติแก่ผู้เรียน  สร้างความภาคภูมิใจ เสริมสร้างแรงจูงใจในการศึกษาต่อหรือทำงาน ตลอดจนเป็นการสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างครู นักเรียน และผู้ปกครอง

    สำหรับวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยอโยธยาบริหารธุรกิจ เปิดทำการสอนและประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูงระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ เปิดสอน 5 สาขาวิชา ได้แก่ สาขาวิชาการบัญชี สาขาวิชาอุตสาหกรรม สาขาการตลาด สาขาวิชาคอมพิวเตอร์ธุรกิจ  และสาขาวิชาคอมพิวเตอร์เกม มีการจัดการเรียน การสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการและมีการพัฒนาความสามารถของนักเรียนนักศึกษา ให้มีความรู้ประสบการณ์ เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีการพัฒนาทักษะความสามารถ ของนักเรียน นักศึกษาให้เป็นเลิศทางด้านทักษะวิชาชีพอยู่ตลอดเวลา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5712278/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1k1MBlhW2y6QoWgrcLpSIm

  • ‘ม.เอแบค’ เปิด ‘แพทย์อินเตอร์ฯ’ รับรุ่นแรก ปี 69 ราว 32 คน

    ‘ม.เอแบค’ เปิด ‘แพทย์อินเตอร์ฯ’ รับรุ่นแรก ปี 69 ราว 32 คน

    ม.เอแบค ผลิต ‘แพทย์อินเตอร์ฯ’ รุ่นแรก ปีการศึกษา 2569  ประมาณ 32 คน จับมือ สธ. ปักหมุด รพ.พระจอมเกล้า เพชรบุรี เป็นศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก ยกระดับคุณภาพการผลิตแพ ทย์ให้เป็นไปตามมาตรฐานของประเทศและมาตรฐานสากล

    เมื่อวันที่ 23 มีนาคม 2569 ที่ สำนักงานปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข และ ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ หรือ เอแบค ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในการร่วมผลิตแพทย์ระหว่าง โรงพยาบาลพระจอมเกล้า จ.เพชรบุรี กับ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ

    นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า บุคลากรทางการแพทย์ คือหัวใจสำคัญของการพัฒนาระบบสุขภาพ การลงนามในครั้งนี้จึงเป็นอีกก้าวสำคัญของการขับเคลื่อนระบบสาธารณสุขของไทย โดยการประสานพลังระหว่างกระทรวงสาธารณสุขและมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เพื่อพัฒนาหลักสูตรและการเรียนการสอนทางด้านแพทยศาสตร์ให้มีความทันสมัยและตอบโจทย์ความต้องการของประเทศ เน้นทักษะจริงและทันต่อเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่เปลี่ยนแปลงไป ช่วยเพิ่มศักยภาพในการผลิตแพทย์ที่มีคุณภาพออกไปรับใช้ประชาชนในทุกภูมิภาค ตลอดจนยกระดับมาตรฐานการศึกษาทางการแพทย์ของไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล

    ภราดา ดร. ศิริชัย ฟอนซีกา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญมีนโยบายจัดตั้งคณะแพทยศาสตร์ และเปิดหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) ในปีการศึกษา 2569 โดยใช้เกณฑ์มาตรฐานสากล TMC.WFME.BME Standard 2021 ตามที่แพทยสภากำหนด เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตแพทย์ที่มีความรู้ความชำนาญทางการแพทย์ในระดับสากล โดยการลงนามครั้งนี้ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญในการประสานความร่วมมือเพื่อพัฒนาหลักสูตรและส่งเสริมการผลิตบัณฑิตแพทย์ ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาบุคลากรทางการแพทย์ของประเทศให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น

    ‘ม.เอแบค’ เปิด ‘แพทย์อินเตอร์ฯ’ รับรุ่นแรก ปี 69 ราว 32 คน

    ด้านศ.คลินิก นพ.สุวัฒน์ เบญจพลพิทักษ์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ กล่าวว่า ภายใต้ความร่วมมือนี้ มหาวิทยาลัยจะรับผิดชอบจัดการเรียนการสอนในระดับปรีคลินิก (ชั้นปีที่ 1–3) ที่ คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ ส่วนโรงพยาบาลพระจอมเกล้า จังหวัดเพชรบุรี จะรับผิดชอบจัดการเรียนการสอนและฝึกประสบการณ์ระดับชั้นคลินิก (ชั้นปีที่ 4–6) คาดว่าจะเปิดรับนักศึกษารุ่นแรกประมาณ 32 คน

    ทั้งนี้ มหาวิทยาลัยจะสนับสนุนงบประมาณในการก่อสร้างอาคารศูนย์แพทยศาสตรศึกษาชั้นคลินิก พร้อมครุภัณฑ์ ให้กับโรงพยาบาลพระจอมเกล้า และสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการบริหาร/จัดการเรียนการสอนไม่น้อยกว่า 700,000 บาท ต่อนักศึกษาแพทย์หนึ่งรายต่อปี รวมทั้งสนับสนุนการพัฒนาอาจารย์ อาทิ การไปประชุมวิชาการด้านแพทยศาสตร์ศึกษาในระดับนานาชาติ ค่าตอบแทนอาจารย์แพทย์ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางวิชาการ เป็นต้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/health/public-health/1226319&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2EXkSjSWDKBj9kqtNcZsRs

  • สกร.ชวนคนไทยทุกวัยไม่หยุดเรียนรู้ เดินหน้ายกระดับวุฒิการศึกษา เพิ่มทักษะ | เดลินิวส์

    สกร.ชวนคนไทยทุกวัยไม่หยุดเรียนรู้ เดินหน้ายกระดับวุฒิการศึกษา เพิ่มทักษะ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 23 มี.ค.ดร.เกศทิพย์ ศุภวานิช อธิบดีกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการจัดทำ “คู่มือการดำเนินงานสอบเทียบ” ว่า ขณะนี้การจัดทำ คู่มือการดำเนินงานสอบเทียบได้ผ่านการบรรณาธิการเรียบร้อย และอยู่ระหว่างการตรวจทานโดยผู้เชี่ยวชาญ ควบคู่กับการเปิดรับข้อเสนอแนะจากผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จริงทั่วประเทศ เพื่อให้เนื้อหามีความชัดเจน เข้าใจง่าย และสามารถนำไปใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพในทุกบริบท ในด้านการสื่อสาร สกร. ได้พัฒนาสื่อ VTR ประชาสัมพันธ์จำนวน 6 คลิป ทั้งในรูปแบบคลิปอธิบายภาพรวม และคลิปสั้นเชิงสร้างสรรค์ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจของประชาชน โดยมีกำหนดเผยแพร่อย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาสำคัญ เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างครอบคลุมทั่วประเทศ

    อธิบดีสกร.กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ สกร. ขอเชิญชวนประชาชนทุกช่วงวัยที่ต้องการยกระดับวุฒิการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เคยหลุดจากระบบการศึกษา หรือผู้ที่มีประสบการณ์ชีวิตและการทำงาน สามารถเข้าร่วมการสอบเทียบวัดระดับความรู้ เพื่อเปลี่ยน “ประสบการณ์” ให้เป็น “วุฒิการศึกษา” ที่ได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ อันจะนำไปสู่โอกาสในการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพ และการพัฒนาคุณภาพชีวิตในระยะยาวซึ่งการดำเนินงานในครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของ สกร. ในการพัฒนาระบบการเรียนรู้ที่เปิดกว้าง เข้าถึงได้ และตอบสนองความต้องการของประชาชนทุกกลุ่มอย่างแท้จริง พร้อมขับเคลื่อนสังคมไทยสู่การเป็นสังคมแห่งการเรียนรู้ตลอดชีวิต ภายใต้แนวคิดเรียนได้ทุกที่ ทุกเวลา (Anywhere Anytime) และเรียนเพื่อมีรายได้ (Learn to Earn) อย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5712740/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21slB3V8hx_3yJZg2ZaGDK

  • “Bike for the dolphins 26” ระดมทุนเพื่ออนุรักษ์โลมา และทุนการศึกษานักเรียน

    “Bike for the dolphins 26” ระดมทุนเพื่ออนุรักษ์โลมา และทุนการศึกษานักเรียน

    วันจันทร์ ที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2569, 06.00 น.

    Tag :

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ลานมหาราช ต.ปากน้ำปราณ อ.ปราณบุรี จ.ประจวบคิรีขันธ์ นายปรีดา สุขใจ รองผู้ว่าราชการ จ.ประจวบฯ เป็นประธานกล่าวต้อนรับและเปิดงานปั่นจักรยานการกุศลครั้งที่ 8 “Bike for the dolphins 2026 ปั่นด้วยรักษ์ พิทักษโลมา” ร่วมด้วย นายศรัณยู ชเนศร์ รองกรรมการบริหารกลุ่มบริษัทโรงพยาบาลกล้วยน้ำไทและกล้วยน้ำไทมูลนิธิ นายสมบัติ เสียมทอง นายอำเภอสามร้อยยอด นายนำลาภ อิ่มทั่ว นายก อบต.ปากน้ำปราณ นายอติชาติ ชัยศรี รองนายกเทศมนตรีนครหัวหิน นายอิษฎา เสาวรส ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานประจวบฯ นายถนัดศิลป์ วุฒิวงศ์อังคณา ประธานหอการค้า จ.ประจวบฯ นางวาสนา ศรีกาญจนา ที่ปรึกษาสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ และแขกผู้มีเกียรติให้การต้อนรับ จากนั้นได้ร่วมกันปล่อยตัวนักปั่นจักรยานเกือบ 400 คน เส้นทางธรรมชาติปากน้ำปราณ-สามร้อยยอด ไปกลับระยะทาง 60 กม.ท่ามกลางอากาศเย็นสบาย

    นายศรัณยู ชเนศร์ กล่าวว่า ด้วยโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท และกล้วยน้ำไทมูลนิธิ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของโลมาซึ่งเป็นสัตว์สงวน จึงได้จัดกิจกรรมปั่นจักรยานการกุศลครั้งนี้ขึ้น เพื่อสร้างการรับรู้และระดมทุนสนับสนุนการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/954106&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AIK6uwfIU3y3vTIB1YQHT

  • “ฟินแลนด์” ทุ่มงบปฏิรูปการศึกษา รับความท้าทายใหม่ คุมเข้ม ‘สมาร์ทโฟน’ คืนสมาธิแก่ผู้เรียน

    “ฟินแลนด์” ทุ่มงบปฏิรูปการศึกษา รับความท้าทายใหม่ คุมเข้ม ‘สมาร์ทโฟน’ คืนสมาธิแก่ผู้เรียน

    ฟินแลนด์ยังคงรักษาสถานะการเป็นดินแดนแห่งการศึกษาในอุดมคติที่ทั่วโลกต่างจับตามอง ด้วยจำนวนประชากรราว 5.6 ล้านคน แต่สามารถสร้างระบบที่ใส่ใจคุณภาพมากกว่าปริมาณและให้ความสำคัญกับการพัฒนามนุษย์

    จุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั่วโลกเกิดปรากฏการณ์ PISA Tourism หรือการหลั่งไหลไปศึกษาดูงานคือการที่นักเรียนฟินแลนด์ทำคะแนนสูงสุดในการทดสอบ PISA ปี 2000 ด้านการอ่าน และติดอันดับต้นๆ ในทุกวิชา กระทั่งปี 2006 จึงครองอันดับ 1 ทั้งด้านวิทยาศาสตร์ และการอ่าน ส่วนคณิตศาสตร์ได้อันดับ 2 ของโลก (ที่ 1 ไต้หวัน) ซึ่งเป็นการวัดทักษะการประยุกต์ใช้ความรู้ในชีวิตจริง

    หัวใจสำคัญที่ทำให้ระบบนี้โดดเด่นคือ “ความเชื่อใจ” ในตัวครูและโรงเรียน โดยฟินแลนด์มองว่าการศึกษาคือสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐานที่ต้องฟรีตั้งแต่อนุบาลจนถึงมหาวิทยาลัย รวมถึงอุปกรณ์การเรียนและอาหารกลางวัน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำและสร้างมาตรฐานที่เท่าเทียมกันทุกแห่งจนผู้ปกครองเชื่อมั่นว่าโรงเรียนที่ใกล้ที่สุดคือโรงเรียนที่ดีที่สุดสำหรับลูก

    คุณภาพของ “ครู” คือกุญแจดอกสำคัญเนื่องจากอาชีพครูได้รับความเคารพสูงสุดเทียบเท่าแพทย์และนักกฎหมาย โดยผู้ที่จะเป็นครูต้องจบการศึกษาระดับปริญญาโทเป็นอย่างน้อยและผ่านการคัดเลือกที่เข้มงวดซึ่งมีอัตราการรับเพียง 10% จากผู้สมัครราว 8,000-10,000 คนต่อปี

    นอกจากนี้ฟินแลนด์ยังใช้ “ศาสตร์แห่งการสอนที่อิงกับงานวิจัย” โดยให้ครูมีอิสระในการออกแบบการเรียนการสอนและการประเมินผลเองโดยไม่มีการตรวจสอบจากภายนอกหรือการสอบวัดมาตรฐานระดับชาติจนกว่าเด็กจะอายุ 16 ปี

    แนวคิดการเรียนรู้ยังเน้น “สมดุลชีวิต” โดยมีเวลาเรียนน้อยกว่าค่าเฉลี่ย OECD ถึง 25% และไม่มีการบ้านที่มากเกินไป เนื่องจากผลวิจัยจากมหาวิทยาลัยทัวร์คูระบุว่านักเรียนที่มีเวลาพักผ่อนเพียงพอจะมีผลการเรียนที่ดีกว่า

    ในมิติของการสร้างนวัตกรรมการเรียนรู้ ฟินแลนด์ได้นำรูปแบบ “การเรียนรู้โดยใช้ปรากฏการณ์เป็นฐาน” (Phenomenon-based Learning – PhenoBL) มาใช้เพื่อทลายกำแพงระหว่างวิชา โดยให้นักเรียนเรียนรู้ผ่านหัวข้อที่เกิดขึ้นจริงในโลก เช่น ปัญญาประดิษฐ์ หรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งช่วยให้ผู้เรียนมองเห็นความเชื่อมโยงของความรู้รอบด้าน

    ขณะเดียวกันสถาปัตยกรรมของโรงเรียนก็ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่น (Flexible spaces) เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่สงบและลดปัญหาเสียงรบกวน โดยมีการใช้ผนังกระจกเพื่อช่วยในการดูแลความปลอดภัยและป้องกันการบูลลี่

    ปัจจุบันฟินแลนด์กำลังก้าวเข้าสู่ “โปรแกรมเพื่อความเสมอภาคและการป้องกันการเลือกปฏิบัติปี 2025” เพื่อสร้างความปลอดภัยและลดอคติทางเพศ รวมถึงการต่อต้านการเหยียดเชื้อชาติในโรงเรียนอย่างเป็นระบบ

    ฟินแลนด์ก็เผชิญความท้าทายจากคะแนน PISA ที่มีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2006 จนเริ่มเข้าใกล้ค่าเฉลี่ยของประเทศ OECD ในการทดสอบรอบปี 2022 รวมถึงปัญหาการใช้ดิจิทัลที่มากเกินไปในกลุ่มเด็กประถมที่ใช้แท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนมากเกินความจำเป็น จนส่งผลกระทบต่อทักษะการอ่านและ คุณภาพการนอนหลับที่ลดลงเหลือเฉลี่ยเพียง 7.5 ชั่วโมงต่อวัน ซึ่งต่ำกว่าเกณฑ์สุขภาพที่เหมาะสมคือ 8-10 ชั่วโมง

    รัฐบาลจึงเร่งแก้ปัญหาด้วยการตั้งวิสัยทัศน์การศึกษาปี 2045 และเพิ่มงบประมาณถาวรปีละ 100 ล้านยูโร เพื่อปฏิรูประบบการสนับสนุนการเรียนรู้ตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยฟินแลนด์ยังคงลงทุนด้านการศึกษาสูงถึง 5.4% ของ GDP ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ย OECD ที่ 4.9% และมีสัดส่วนนักเรียนต่อห้องเพียง 19 คน ในระดับประถมเพื่อให้ครูดูแลได้อย่างทั่วถึง

    ทั้งหมดนี้สะท้อนว่าฟินแลนด์ไม่เคยหยุดนิ่งและพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อรักษามาตรฐานการเป็นต้นแบบการศึกษาที่เน้นความเท่าเทียมและคุณภาพความเป็นมนุษย์เป็นสำคัญ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/quality-of-life/education/136612&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw22ebCMYKLVx7KRMLtLi3S9

  • “เช็คดวงวันนี้” วันจันทร์ 23 มี.ค. 69 เลขเด็ด หวยลาว โชคลาภ อายุวันเดือนปีเกิด

    “เช็คดวงวันนี้” วันจันทร์ 23 มี.ค. 69 เลขเด็ด หวยลาว โชคลาภ อายุวันเดือนปีเกิด

    คนเกิดวันอาทิตย์ 

    การงาน       ทำงานดึกดื่นมืดค่ำซ่อมแซมปรับปรุงทุกอย่างให้ดีขึ้น   มีดวงเดินทางไกล  หรือมีคนเดินทางมาหา  การงานจะประสบความสำเร็จ

    การเงิน      ใช้จ่ายเยอะ  ซ่อมแซมปรับปรุงหรือเคลียร์หนี้สิน   จะมีโชคลาภดวงดีกับเลขทะเบียนรถให้โชค

    ความรัก     ช่วยเหลือเพื่อให้ครอบครัวมีความมั่นคง  แก้ไขทุกอย่างร่วมกัน   คนโสดมีโอกาสพบรักกับผู้ใหญ่เคยผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว

    สุขภาพ     ดูแลเอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น  คนเจ็บคนป่วยจะมีอาการดีขึ้น

    คนเกิดวันจันทร์ 

    การงาน      ทำงานทุกอย่างแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น   จนเป็นที่เชื่อถือของทุกคน  มีชื่อเสียงประสบความสำเร็จ  คนที่มองหางานใหม่จะได้งาน

    การเงิน      ใช้จ่ายทุกอย่างเพื่อให้คนในครอบครัวมีความสุข  การลงทุนอะไรเพิ่มขึ้น  มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของตนเองให้โชค

    ความรัก      การแก้ไขปัญหาเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข  การช่วยเหลือคนในบ้าน  โดยเฉพาะเรื่องเรียนการศึกษาของลูกให้ดี   คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนมีชื่อเสียง  มีดวงแต่งงาน  หรือใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเลย

    สุขภาพ      การเอาใจใส่ตัวเองมากขึ้น  แก้ไขปัญหา  โดยเฉพาะเกี่ยวข้องกับการทำศัลยกรรมความงาม

    คนเกิดวันอังคาร 

    การงาน      ต้องทำงานดึกดื่นมืดค่ำ  การทำอะไรเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิม  แต่ก็ประสบความสำเร็จ  มีลูกค้ามากขึ้น  หรือบางคนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจนผ่านไปได้

    การเงิน     มีเข้ามาตลอดทั้งวัน  มีการลงทุนอะไรเพิ่มขึ้น  หรือจับจ่ายกับการซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้   มีโชคลาภดวงดีกับสามตัวท้ายหมายเลขเบอร์โทรศัพท์ให้โชค

    ความรัก     เอาใจใส่ครอบครัวมากขึ้น  หลังจากเคยมีปัญหากันมาระยะหนึ่ง  แต่ก็แก้ไขให้มีความสุข  การคืนดี     คนโสดมีโอกาสพบรักกับผู้ใหญ่ในที่ทำงาน

    สุขภาพ      การพักผ่อนน้อย  ต้องหาเวลาพักผ่อนเพิ่มขึ้น  ใครเจ็บป่วยจะมีอาการดีขึ้น

    คนเกิดวันพุธกลางวัน

    การงาน       มีความขยันทำทุกอย่างเพื่อให้ทุกคนมีความสุข  ดูแลเอาใจใส่ชิ้นงานเป็นอย่างดี  มีลูกค้าเชื่อใจอยู่ตลอด

    การเงิน     ใจดีมาก  ซื้อความสุขให้กับทุกคนที่เรารักคนในครอบครัว   แต่ก็หาเงินเก่ง  มีโชคลาภกับอายุวันเดือนปีเกิดของคุณพ่อให้โชค

    ความรัก       ดูแลครอบครัวเป็นอย่างดี  จะได้เดินทางไปท่องเที่ยวในช่วงวันหยุด   คนโสดมีโอกาสพบรักมีคนเข้ามาในชีวิต  มีดวงแต่งงานหรือใช้ชีวิตร่วมกัน

    สุขภาพ      เกี่ยวข้องกับความสวยความงาม  การทำศัลยกรรมหรือการแก้ไข

    คนเกิดวันพุธกลางคืน

    การงาน      การงานเข้ามาตลอดโดยเฉพาะผู้ใหญ่เชื่อใจ  และมอบหมายหน้าที่สำคัญให้รับผิดชอบ   การทำแข่งกับเวลา  ชีพจรลงเท้าอยู่ตลอด

    การเงิน     หาเงินได้ดีแต่ก็ต้องช่วยเหลือครอบครัว  การลงทุนอะไรให้กับลูกหลานหรือคนในครอบครัว   มีโชคลาภกับศาสตร์แห่งเวลาอ่านดวงจบกี่โมงดูเวลาให้ดีนำมาเสี่ยงโชคได้

    ความรัก      ช่วยเหลือกันทำทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข   การได้เดินทางไปท่องเที่ยว   คนโสดมีโอกาสพบรักกับผู้ใหญ่ใจดี

    สุขภาพ      เอาใจใส่เรื่องของระบบทางเดินหายใจ  ภูมิแพ้  การเจ็บคอมีเสมหะ  การหาหมอและการพักผ่อน

    คนเกิดวันพฤหัสบดี 

    การงาน      การทำอะไรมากกว่าหนึ่งอย่างขึ้นไป  และต้องคอยช่วยเหลือทุกคน  จะผ่านทุกปัญหาไปได้ใครที่ เจออุปสรรคอยู่

    การเงิน     มีการใช้จ่ายเยอะ  ซื้อข้าวของเครื่องใช้ดีที่มีเงินเข้ามาตลอดทั้งวัน    มีโชคลาภกับเสร็จจากเซเว่นให้โชค

    ความรัก     การเกื้อกูลกันอยู่เสมอ  จะได้พากันไปเที่ยว   คนโสดมีโอกาสพบรักและสนิทสนมในช่วงการทำงานร่วมกันหรือมีเหตุให้ต้องเจอกัน

    สุขภาพ      ระวังสุขภาพการเจ็บป่วย  เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ  อากาศแปรปรวน  

    คนเกิดวันศุกร์ 

    การงาน     ต้องอาศัยผู้ใหญ่คอยช่วยเหลือและแก้ไขอยู่ตลอด  คนที่กำลังมองหางานใหม่มีโอกาสโยกย้ายหรือได้งานใหม่ในอนาคต

    การเงิน     ใช้จ่ายเยอะ  หมุนการเงินอยู่ตลอด  จับแพะชนแกะ   ต้องมีการกดบัตรเครดิต  รวมถึงการจำนำข้าวของเครื่องใช้   มีโชคลาภกับรหัสเอทีเอ็มให้โชค

    ความรัก       มีปากเสียงกันบ้าง แต่ก็คืนดีกัน  พากันไปทำบุญ  คนโสดมีโอกาสพบรักในขณะเดินทางกับผู้ใหญ่อายุมากกว่า

    สุขภาพ     เอาใจใส่เรื่องของความดัน   การพักผ่อนน้อย  

    คนเกิดวันเสาร์ 

    การงาน      ให้ความสำคัญกับเรื่องของการงาน  พยายามปรับปรุงและแก้ไข  รวมถึงการพาตัวเองไปพักผ่อนเพื่อเติมพลัง

    การเงิน      มีเงินเข้ามาตลอด  แต่ก็ก็ยังใช้จ่ายอยู่ตลอด  โดยเฉพาะการซ่อมแซมข้าวของเครื่องใช้สิ่งจำเป็น   มีโชคลาภดวงดีกับอายุวันเดือนปีเกิดของลูกหลานให้โชค

    ความรัก      ช่วยเหลือกันทุกอย่างเพื่อให้ครอบครัวมีความสุข  คนโสดมีโอกาสพบรักกับคนอายุน้อยกว่า

    สุขภาพ     เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินหายใจ  ไอจามมีเสมหะ  รวมถึงการพักผ่อนสักระยะอาการจะดีขึ้น

    #อาจารย์มงคลรอดเที่ยงธรรม  รับงานอีเว้นท์ทั่วประเทศ นักพยากรณ์ไพ่ยิปซี  ลายมือ ศาสตร์แห่งตัวเลข ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง ในสไตล์ธรรมชาติของชีวิตจริง สอนสักลายมือเศรษฐีมงคลพร้อมรับสักลายมือเศรษฐีมงคล   การเปิดดูดวงแล้วแต่ศรัทธา โทรศัพท์ 0878285222 โทรศัพท์ 0871084664

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/horoscope/daily-horoscope/614903&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1F8O5-WddxcO95Fc-kLD-c