Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ราคาทองวันนี้ 31/03/69 เปิดตลาด ปรับขึ้น 900 บาท  รูปพรรณ ขายออก 72,200 บาท

    ราคาทองวันนี้ 31/03/69 เปิดตลาด ปรับขึ้น 900 บาท รูปพรรณ ขายออก 72,200 บาท

    วันที่ 31 มี.ค.69 สมาคมค้าทองคำประกาศราคาทอง วันนี้ (31 มี.ค.2569) ประกาศครั้งที่ 1 เวลา 09.07 น.ปรับขึ้น 900 บาท โดยมีรายละเอียดดังนี้

    ประกาศครั้งที่ 1

    ทองแท่ง

    • รับซื้อ บาทละ 71,200 บาท

    • ขายออก บาทละ 71,400 บาท

    ทองรูปพรรณ

    • รับซื้อ บาทละ 69,781.48 บาท

    • ขายออก บาทละ 72,200 บาท

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/138259&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2QEKjVteVd-7X24m4McluZ

  • โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นั่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นั่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล นั่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่

    โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง สุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ทีมบริหาร อยุธยา ยูไนเต็ด ดำรงตำแหน่ง รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่ ในรัฐบาล อนุทิน ชาญวีรกูล 2 อย่างเป็นทางการ

    เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2569 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่พระบรมราชโองการประกาศแต่งตั้งรัฐมนตรี ในรัฐบาล อนุทิน 2 โดยมี นายอนุทิน ชาญวีรกูล ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งไฮไลต์สำคัญในแวดวงกีฬาคือการแต่งตั้ง นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ให้ดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา คนใหม่อย่างเป็นทางการ

    สำหรับ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล ถือเป็นบุคคลที่มีความคุ้นเคยกับวงการกีฬาเป็นอย่างดี ในฐานะหนึ่งในทีมงานบริหารสโมสร “นักรบอโยธยา” อยุธยา ยูไนเต็ด ทีมดังในศึก BYD SEALION 6 ลีกหนึ่ง (ไทยลีก 1) โดยเจ้าตัวถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่ร่วมคลุกคลีกับการทำทีมฟุตบอลอาชีพมาอย่างยาวนาน ตั้งแต่ยุคที่ทีมยังแข่งขันในระดับ ไทยลีก 3 จนสามารถผลักดันทีมก้าวขึ้นสู่ ไทยลีก 2 และเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดได้ในฤดูกาลปัจจุบัน

    ทั้งนี้ ในสมัยรัฐบาล อนุทิน 1 นายสุรศักดิ์เคยดำรงตำแหน่ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) มาก่อน ซึ่งการข้ามมารับไม้ต่อในกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาครั้งนี้ ถูกจับตามองว่าจะนำประสบการณ์จากการบริหารทีมฟุตบอลอาชีพมาต่อยอดนโยบายกีฬาของชาติอย่างไร

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/sports-world/101808/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-0rHeJF6y8NdhjDncM1KN

  • “รมว.ทส.” ขีดเส้นแก้ PM 2.5 เชียงใหม่ ต้องจบก่อนสงกรานต์ หวั่นกระทบท่องเที่ยว

    “รมว.ทส.” ขีดเส้นแก้ PM 2.5 เชียงใหม่ ต้องจบก่อนสงกรานต์ หวั่นกระทบท่องเที่ยว

    “รมว.ทส.” ขีดเส้นแก้ PM 2.5 เชียงใหม่ ต้องจบก่อนสงกรานต์ หวั่นกระทบท่องเที่ยว

    จากปัญหาฝุ่น PM 2.5 เชียงใหม่ ไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน แต่ลามไปถึงภาคการท่องเที่ยวที่ถูกยกเลิกการจองที่พัก ยกเลิกทริป ซึ่งหลายฝ่ายกังวลสภาพอากาศย่ำแย่จะยืดเยื้อไปจนถึงเทศกาลสงกรานต์ จะยิ่งทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบ 

    ล่าสุด นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ระบุว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กำชับให้มาดำเนินการแก้ปัญหาต้องเอาให้จบก่อนสงกรานต์ ซึ่งตนคาดว่า เร็วๆนี้ภาพรวมสถานการณ์ไฟป่าและค่าฝุ่นจะลดลงเกินครึ่ง ซึ่งอาจจะหมุนไปทิศทางลมไปจังหวัดอื่น แต่เชียงใหม่เชื่อว่าเบาบางลง เพราะผู้ว่าฯเชียงใหม่ ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงเราทำงานกันทุกภาคส่วน ขอให้ประชาชนมั่นใจ

    ส่วนจังหวัดเชียงใหม่ติดอันดับ 1 สภาพอากาศคุณภาพของโลกหลายวันติด นานสุชาติ กล่าวว่ส เราแก้ได้ เราพยายาม วันนี้อธิบดีควบคุมมลพิษมาด้วย มาช่วยคิดหาทางออก นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น เช่น มลพิษข้ามแดน ทั้งทางน้ำทางอากาศ เราไม่สามารถควบคุมได้ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องใหญ่ แม้จะมีการพูดคุยกันกับเพื่อนบ้านบ้างปีละครั้ง แต่ไม่ทันการณ์ เราต้องแก้จากในบ้านเราก่อน 

    ส่วนจะประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติหรือไม่ นายสุชาติ กล่าวว่า ต้องให้ทาง ปภ. และ กระทรวงมหาดไทย เป็นผู้พิจารณาเนื่องจากว่า เป็นเรื่องสำคัญที่หากประกาศไป นักท่องเที่ยวกำลังจะเข้ามา ก็ยกเลิกอีก มีปัญหาภาคเอกชนก็ต้องค้านมหาดไทยอีก ถือเป็นเรื่องอ่อนไหว ไม่ใช่ไม่สนับสนุนให้เป็นพท้นที่ภัยบัติ แต่เมื่อประกาศแล้ว มีได้มีเสีย 

    “เมื่อข่าวออกไปนักท่องเที่ยวไม่เข้ามาภาคธุรกิจท่องเที่ยวก็จะมีปัญหา เรื่องนี้มีทั้งคนได้และคนเสีย อาจจะมีบางจุดที่รุนแรง ถึงประกาศได้ นี่เป็นเพียงแนวคิด แต่ถ้าประกาศทั้งจังหวัด ก็จะเกิดผลกระทบ”  

    ด้านนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า จากข้อสั่งการดังกล่าว กรมควบคุมมลพิษ เร่งดำเนินการ 3 แนวทางหลัก ได้แก่ การใช้กลไกอาเซียน โดยปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้มีหนังสือถึงเลขาธิการอาเซียนแล้ว 3 ครั้ง เพื่อขอความร่วมมือในการลดจุดความร้อนในภาพรวมของภูมิภาค

    นอกจากนี้ ยังมีการประสานงานกับประเทศเพื่อนบ้านอย่างใกล้ชิด ผ่านช่องทาง WhatsApp Hotline ไปยังอธิบดีของเมียนมา และ สปป.ลาว อย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการประสานกรมเอเชียตะวันออก เพื่อใช้กลไกทางการทูตในการขอความร่วมมือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของประเทศเพื่อนบ้านให้เร่งลดจุดความร้อนโดยด่วน

    ทั้งนี้ประเทศเพื่อนบ้านได้ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเมียนมาได้รายงานว่า อธิบดีกรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่กำกับการดับไฟ พร้อมประชุมหน่วยงานในรัฐฉานและหงสาวดี เพื่อติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด รวมถึงสร้างความตระหนักแก่ประชาชนให้งดการเผา

    ขณะที่ สปป.ลาว ได้ดำเนินมาตรการเร่งด่วน บูรณาการทุกภาคส่วนแก้ไขปัญหาที่แหล่งกำเนิด ทั้งการเสริมศักยภาพการดับไฟป่าและไฟในพื้นที่เกษตร รวมถึงการสื่อสารสร้างความเข้าใจกับชุมชนให้งดเผา และร่วมกันควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มข้น

    จากการประสานงานดังกล่าว ส่งผลให้สถานการณ์จุดความร้อนมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยในเมียนมาจาก 10,834 จุด ลดลงเหลือ 5,505 จุด และใน สปป.ลาว จาก 4,157 จุด ลดลงเหลือ 2,704 จุด เมื่อวันที่ 30 มีนาคมที่ผ่านมา

    อย่างไรก็ตาม การคาดการณ์ในช่วง 5-7 วันข้างหน้า พบว่าฝนมีแนวโน้มทิ้งช่วง และอัตราการระบายอากาศในพื้นที่ภาคเหนือมีแนวโน้มลดลงในช่วงต้นเดือนเมษายน ซึ่งหากยังมีจุดความร้อนจำนวนมากทั้งในประเทศและประเทศเพื่อนบ้าน อาจส่งผลให้ค่าฝุ่นละอองยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง จึงจำเป็นต้องเร่งควบคุมสถานการณ์อย่างเข้มงวดต่อไป นายสุรินทร์ กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/news/general-news/615256&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2geM-5lPQ2DH8zByAqdhhM

  • ททท. ชูเมนูไทยมัดใจโลก ดัน “มิชลิน ไกด์” ขยายรายได้ 800 ล้าน!

    ททท. ชูเมนูไทยมัดใจโลก ดัน “มิชลิน ไกด์” ขยายรายได้ 800 ล้าน!

    การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดงานเสวนาครั้งสำคัญภายใต้หัวข้อ “เสน่ห์รสชาติ สร้างสรรค์การท่องเที่ยวไทย ผ่าน มิชลิน ไกด์” ณ โรงแรมเดอะ เซนต์ รีจิส กรุงเทพฯ เพื่อโชว์ความสำเร็จในการใช้ “วัฒนธรรมอาหาร” เป็นฟันเฟืองหลักขับเคลื่อนเศรษฐกิจการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    จากการเปิดเผยข้อมูลรายงาน ‘Beyond the MICHELIN Stars’ โดยเอิร์นส์แอนด์ยัง (EY) พบว่าร้านอาหารที่ได้รับดาวมิชลินมีรายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยถึง 32% และกว่าครึ่งมีการจ้างงานและลงทุนปรับปรุงร้านเพิ่มขึ้น ส่งผลให้วงการอาหารไทยเติบโตอย่างก้าวกระโดดในเวทีสากล
     

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท.

    นิยามใหม่ของการท่องเที่ยว: อาหารคือการเยียวยา

    นายนิธี สีแพร รองผู้ว่าการด้านสื่อสารการตลาด ททท. ได้กล่าวถึงทิศทางการท่องเที่ยวไทยในยุคที่การแข่งขันสูงว่า:

    “ภายใต้แนวคิด ‘Healing is the New Luxury’ เราให้ความสำคัญกับการส่งมอบประสบการณ์ที่ช่วยฟื้นฟูทั้งร่างกาย จิตใจ และอารมณ์ ซึ่งวัฒนธรรมอาหารไทยถือเป็นหนึ่งในจุดแข็งสำคัญที่สะท้อนอัตลักษณ์ ความพิถีพิถัน และภูมิปัญญาท้องถิ่น สามารถต่อยอดเป็นกลไกสำคัญในการสร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ”

    ททท. ชูเมนูไทยมัดใจโลก ดัน

    เสียงจากคนทำอาหารระดับดาวมิชลิน

    ภายในงานยังมีตัวแทนจากร้านอาหารที่ได้รับการคัดเลือกในคู่มือฉบับปี 2569 มาร่วมแชร์มุมมอง ทั้งเรื่องระบบนิเวศอาหารและความสัมพันธ์กับผู้ผลิตท้องถิ่น โดยมีเชฟและผู้เชี่ยวชาญร่วมเสวนา อาทิ เชฟแทน-ภากร โกสิยพงษ์ จากร้านโกท (1 ดาวมิชลิน และดาวมิชลินรักษ์โลก), เชฟโก๋-ไพศาล ชีวินศิริวัฒน์ จากร้านแก่น และ คุณกอล์ฟ-เอกรินทร์ อยู่สุขสมบูรณ์ Food Stylist จากร้านแก่นกรุง

    ซึ่งการรวมตัวของยอดฝีมือเหล่านี้ช่วยตอกย้ำนโยบาย “ก้าวใหม่ท่องเที่ยวไทย” (Thailand Tourism Next) ที่มุ่งเน้น “คุณค่า” มากกว่า “ปริมาณ” (Value over Volume) ททท. ชูเมนูไทยมัดใจโลก ดัน

    ความคุ้มค่าระดับ 14.7 เท่า

    ข้อมูลจากการศึกษาโดยบริษัท เคเนติกส์ คอนซัลติ้ง จำกัด พบว่าตลอด 8 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2561-2568) โครงการ The MICHELIN Guide Thailand สร้างมูลค่าส่วนเพิ่มให้ประเทศรวมทั้งสิ้นกว่า 3,182.4 ล้านบาท

    ททท. ชูเมนูไทยมัดใจโลก ดัน

    “เมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณสนับสนุนโครงการรวม 8 ปี พบว่ามีความคุ้มค่าถึง 14.7 เท่า โดยในปี 2568 เพียงปีเดียว รายได้ส่วนเพิ่มจากนักท่องเที่ยวต่างชาติรวมเป็นเงินถึง 822.85 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 45 จากปีที่ผ่านมา”

    ททท. ชูเมนูไทยมัดใจโลก ดัน

    ททท. เชื่อมั่นว่าความเป็นพันธมิตรกับ ‘มิชลิน ไกด์’ จะยังคงเป็นแรงส่งสำคัญที่ทำให้ประเทศไทยรักษาตำแหน่ง “จุดหมายปลายทางด้านอาหารระดับโลก” พร้อมสร้างรอยยิ้มให้กับทั้งนักเดินทางและเกษตรกรไทยอย่างยั่งยืนต่อไป ททท. ชูเมนูไทยมัดใจโลก ดัน ททท. ชูเมนูไทยมัดใจโลก ดัน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/lifestyle/740192&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2pxMMycjCab7pwXiqtuonP

  • สทท. คาดวิกฤติน้ำมันแพง ส่งผลนทท.ต่างชาติลดเหลือ 32.1 ล้านคน แถมคนไทยเที่ยวน้อยลงใกล้เคียงช่วงโควิด

    สทท. คาดวิกฤติน้ำมันแพง ส่งผลนทท.ต่างชาติลดเหลือ 32.1 ล้านคน แถมคนไทยเที่ยวน้อยลงใกล้เคียงช่วงโควิด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (31 มี.ค. 69)

    สภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (สทท.) เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวในประเทศไทย ไตรมาส 1/69 อยู่ที่ 81 ดีขึ้นจาก 72 ในไตรมาสที่ผ่านมา แต่ลดลงจาก 83 ในช่วงเดียวกันของปีก่อน

    ขณะที่หนี้ครัวเรือนที่ยังคงอยู่ในระดับสูงส่งผลให้การท่องเที่ยวในประเทศ (Domestic Tourism) เติบโตแบบจำกัด คนไทยระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น โดยเน้นเที่ยว “ทริปสั้น ใกล้บ้าน ไปเช้า-เย็นกลับ” โดยใช้รถส่วนตัวเป็นหลัก และเน้นความคุ้มค่าด้วยการกิน Street Food ในขณะที่การเที่ยวคนเดียวเริ่มกลายเป็นพฤติกรรมปกติมากขึ้น

    ส่วนการคาดการณ์สถานการท่องเที่ยวในไตรมาส 2/2569 ดัชนีคาดการณ์ลดลงเหลือ 75 เนื่องจากเข้าสู่นอกฤดูกาลท่องเที่ยวของประเทศไทยและปัญหาการสู้รบระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ส่งผลให้นักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long Haul) ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังมีอัตราการเติบโตดีต่อเนื่องในปีที่ผ่านมาเกิดการชะลอการเดินทาง

    แต่อย่างไรก็ตามคาดว่าสถานการณ์ท่องเที่ยวไตรมาส 2/2569 จะดีกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา เนื่องจากความขัดแย้งระหว่างจีนและญี่ปุ่นส่งผลบวกโดยอ้อมต่อไทย โดยเดือนม.ค.-มี.ค. ประเทศไทยมีนักท่องเที่ยวจีนสะสมรวม 1.158 ล้านคน เติบโต 6.38%เมื่อเทียบกับปี 2568 นักท่องเที่ยวจีนที่สูงขึ้นทดแทนนักท่องเที่ยวยุโรปและอเมริกาที่ลดลงเนื่องจากหมดหน้าฤดูหนาวในประเทศตัวเอง และผลจากสงครามอิหร่านที่ดันราคาตั๋วเครื่องเครื่องบินให้สูงขึ้น

    *หั่นคาดการณ์นทท.ปี 69 เหลือ 32.1 ล้านคน รายได้ 1.52 ล้านลบ.

    ในไตรมาสนี้เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลางส่งผลให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นและการเดินทางโดยเครื่องต้องบินอ้อมตะวันออกกลางส่งผลให้ตั๋วเครื่องบินยุโรปแพงขึ้น และแนวโน้มการปรับเพิ่มขึ้นของราคาพลังงานส่งผลให้ต้นทุนการดำเนินงานของสถานประกอบการสูงขึ้นกดดันให้ราคาสินค้าและแพ็กเกจท่องเที่ยวต่าง ๆ อาจปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งค่าเงินบาทที่แข็งค่าระดับสูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกว่าในระยะข้างหน้าต้นทุนในการท่องเที่ยวสูงขึ้น อาจเปลี่ยนจุดหมายไปท่องเที่ยวระยะใกล้หรืออาจชะลอการท่องเที่ยวในปีนี้ นอกจากนั้นคาดว่าการใช้จ่ายเฉลี่ยต่อคนต่อทริปจะลดลงด้วย เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวระยะไกลและนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางที่เป็นกลุ่มมีค่าใช้จ่ายสูงลดลงด้วย

    ดังนั้น การท่องเที่ยวโลกใน ปี 2569 จึงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน จึงปรับลดคาดการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวทั้งปี 2569 จาก 34.0

    ล้านคน เหลือ 32.14 ล้านคน ลดลง 25% จากปี 2568  และคาดว่าทั้งปี 2569 มีรายได้จากนักท่องเที่ยวต่างต่างชาติประมาณ

    1,522,570 ล้านบาท ลดลง 4.5% จากปี 2568

    สำหรับสถานการณ์เศรษฐกิจที่คาดว่า จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยวในระยะต่อไป

    ปัจจัยเสี่ยงและอุปสรรค

    1.ราคาน้ำมันที่พุ่งสูงขึ้นกระทบต่อต้นทุนการเดินทาง โดยมีการประเมินเป็น 3 ฉากทัศน์

    – กรณีฐาน ราคาน้ำมันในตลาดโลก ทรงตัวสูงต่อเนื่อง อยู่ที่ 100 – 120 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลกระทบต่อราคาดีเซลในไทย 40 – 45 บาท/ลิตร สินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 10-15%

    – กรณีคลี่คลาย ราคาน้ำมันปรับตัวลดลง หากปัญหาในตะวันออกกลางเริ่มคลี่คลายเร็วกว่าที่คาด ราคาน้ำมันตลาดโลกอยู่ที่ 80 – 100 ดอลลาร์/บาร์เรล ทำให้ราคาดีเซลในไทยปรับลดลง 34 – 36 บาท/ลิตร สินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 8-10%

    – กรณีวิกฤต เกิด Supply Shock ราคาน้ำมันพุ่งรุนแรงถึง 120 – 150 ดอลลาร์/บาร์เรล ส่งผลทำให้เกิดวิกฤตพลังงานรอบใหม่ ทำให้ราคาดีเซลไทยอาจแตะ 50 – 60 บาท/ลิตร ในอีก 2-3 เดือนข้างหน้า ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้น 15-20%

    2.เงินบาทแข็งค่าและผันผวนแรง ข้อมูล ณ วันที่ 21 มีนาคม 2569 ค่าเงินบาทประมาณ 32.49 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถือเป็นการแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วภายในระยะเวลาไม่ถึง 2 เดือน มีความผันผวนสูงถึง 7% ซึ่งเป็นระดับที่สูงเป็นอันดับต้น ๆ ในภูมิภาคเอเชีย หากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินในภูมิภาค จะทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยลดลง นักท่องเที่ยวจะรู้สึกว่า “มาไทยแล้วของแพง” และอาจเปลี่ยนจุดหมายไปที่อื่น

    3.สมภูมิ “Tourism War” ประเทศเพื่อนบ้านอย่างเวียดนาม ญี่ปุ่น และซาอุดีอาระเบีย จะทุ่งบประมาณและมาตรการวีซ่า เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มเดียวกัน ทำให้ไทยต้องเร่งสร้างจุดขายใหม่ (Man made Destinations) เพื่อไม่ให้แหล่งท่องเที่ยวเดิมน่าเบื่อ

    4.สงครามการค้าและนโยบายกำแพงภาษีจากสหรัฐฯ เริ่มส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกของประเทศต่างๆ ซึ่งอาจส่งผลมาถึงงบประมาณในการเดินทางท่องเที่ยวในภาพรวมลดลง โดยเฉพาะกำลังซื้อจากนักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นกลุ่มหลักมองไทย

    5.ภาระหนี้ครัวเรือน สำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ หนี้ครัวเรือนยังอยู่ระดับสูงจะเป็นข้อจำกัดที่ทำให้คนไทยเน้นการท่องเที่ยวแบบ สั้น ใกล้ ประหยัด หรือ เปลี่ยนการค้างคืนเป็นการเที่ยวแบบ one day trip มากขึ้น

    ขณะที่ปัจจัยสนับสนุน คือ ความเชื่อมั่นด้านความสงบในไทย ในสายตานักท่องเที่ยวตะวันออกกลาง จากปัญหาความไม่สงบในตะวันออกลางดึงดูดนักท่องเที่ยวกลุ่มหนีสงครามในตะวันออกลางมาพักระยะยาวในไทย เนื่องจากมองว่า ไทยมีความปลอดภัยสูงและค่าครองชีพถูกกว่าหลายๆประเทศ ส่งผลให้ความต้องการซื้อสินทรัพย์ในเมืองท่องเที่ยวเพิ่มสูงขึ้น

    โดย ฐานิสร์ ทองนอก/รัชดา คงขุนเทียน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IREU0IQ8CW67B9I5QX8XVTSRFNNTSVYD&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3-_jEQkkibTaOntISDB2iC

  • ไอคอนสยาม และไอซีเอส ชวนพักเรื่องบิน มาช็อป กิน สุดฟิน  กับแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ช็อปสนุกรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ตลอดเดือนเมษายนนี้

    ไอคอนสยาม และไอซีเอส ชวนพักเรื่องบิน มาช็อป กิน สุดฟิน กับแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ช็อปสนุกรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ตลอดเดือนเมษายนนี้

    วันนี้, 18:56น.

    ไอคอนสยาม และไอซีเอส ชวนพักเรื่องบิน มาช็อป กิน สุดฟิน 

    กับแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ช็อปสนุกรับสิทธิพิเศษสุดคุ้ม ตลอดเดือนเมษายนนี้  

    ไอคอนสยาม แลนด์มาร์กระดับโลกริมแม่น้ำเจ้าพระยา และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ ตอกย้ำการเป็นจุดหมายปลายทางที่คนทั่วโลกอยากมาเยือน ชวนคนไทยพักบิน เปลี่ยนบรรยากาศการท่องเที่ยวต่างประเทศในช่วงซัมเมอร์ มาเช็กอินความสุขแบบครบทุกมิติกับพิกัดระดับโลกของไทย ในแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ให้สมาชิก ONESIAM ได้ช็อปเพลิน อร่อยฟิน พร้อมแลกรับ SIAM GIFT CARD และบัตรกำนัลแบบคุ้มเกินคุ้ม รวมมูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท ระหว่างวันที่ 1 – 30 เมษายน 2569   

          คุณสุมา วงษ์พันธุ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงานส่งเสริมการตลาด บริษัท ไอคอนสยาม จำกัด กล่าวว่า “เดือนเมษายนเป็นช่วงเวลาแห่งการพักผ่อนที่คนไทยนิยมวางแผนเดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ปีนี้ไอคอนสยามและไอซีเอสอยากเชิญชวนให้ทุกคนหันมาสร้างความสุขภายในประเทศ ผ่านประสบการณ์ระดับเวิลด์คลาสที่ครบครันในที่เดียว ไม่ว่าจะเป็นสินค้าแบรนด์ระดับโลก ร้านอาหารหลากหลายสไตล์ หรือไลฟ์สไตล์ที่ตอบโจทย์ทุกเจเนอเรชัน เราจึงจัดแคมเปญ FLY-LESS SHOP-MORE ขึ้น เพื่อมอบความคุ้มค่าและเพิ่มรอยยิ้ม ให้ทุกคนได้ใช้เวลาคุณภาพร่วมกันกับครอบครัว เปิดประสบการณ์ช็อป กิน เที่ยว ในแบบที่ไม่ต้องเดินทางไกล แต่สามารถสัมผัสความสุขระดับโลกได้กับ Global Experience Destination ที่จะทำให้ทุกวันของการพักผ่อนเต็มไปด้วยความสนุกและความประทับใจอย่างแท้จริง”   

          แคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” มอบสิทธิประโยชน์สุดคุ้มให้สมาชิก ONESIAM ที่รวบรวมใบเสร็จจากการซื้อสินค้าหรือบริการจากร้านค้าภายในไอคอนสยาม, สยาม ทาคาชิมายะ และไอซีเอส ครบตามเงื่อนไขที่กำหนด สามารถแลกรับรางวัลพิเศษเป็น SIAM GIFT CARD และบัตรกำนัล รวมมูลค่ากว่า 5.5 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้   

          เพียงอิ่มอร่อยกับอาหารและเครื่องดื่มครบ 3,000 บาทขึ้นไป รับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 3,000 บาท สำหรับการซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 30,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ ในร้านค้าลักชัวรีที่ร่วมรายการ หรือแลกรับทันที SIAM GIFT CARD มูลค่า 300 บาท สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 600 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ จากร้านค้าที่ร่วมรายการ (จำกัด 1,500 รางวัลตลอดรายการ)   

    > ช็

    อปครบ 8,500 บาทขึ้นไป แลกรับคูปองเงินสด SIAM Takashimaya มูลค่า 200 บาท สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 400 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ  

    > ช็อปครบ 150,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 5,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 10,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ   

    > ช็อปครบ 250,000 บาทขึ้นไป แลกรับ SIAM GIFT CARD มูลค่า 13,000 บาท สำหรับซื้อสินค้าครั้งต่อไปครบ 26,000 บาทขึ้นไป/ใบเสร็จ  

          คุ้มเกินคุ้มแบบนี้ มาค้นพบความสุขใกล้ตัวในแบบที่ไม่ต้องบินก็ฟินได้ กับแคมเปญ “FLY-LESS SHOP-MORE” ตั้งแต่วันที่ 1 – 30 เมษายน 2569 ที่ไอคอนสยาม และไอซีเอส ไลฟ์สไตล์ คอมเพล็กซ์ งานนี้สิทธิ์มีจำนวนจำกัด ไม่อยากพลาดต้องรีบหน่อย สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่โทร. 1338 หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมทาง Facebook: ICONSIAM และ ICS

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/post_share/view/160395&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2MN7YVfGKiYEg28R68IhAx

  • ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 9 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 9 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    thansettakij
    thansettakij

    ต่างชาติเที่ยวไทยทะลุ 9 ล้านคนแล้ว เปิด 5 ชาติเข้าไทยสูงสุด

    วันนี้(วันที่ 31 มีนาคม 2569) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้ อัปเดท สถานการณ์ท่องเที่ยวล่าสุด ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.- 29 มี.ค. 69 พบว่าประเทศไทยมีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย 9,174,586  คน ลดลง 2.29 % สร้างรายได้จากการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่างชาติแล้วประมาณ 446,765 ล้านบาท

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    • อันดับ 1 จีน 1,468,333 คน
    • อันดับ 2 มาเลเซีย 947,123 คน
    • อันดับ 3 รัสเซีย 714,424 คน
    • อันดับ 4 อินเดีย 614,016 คน
    • อันดับ 5 เกาหลีใต้ 409,331 คน

    ต่างชาติเที่ยวไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงผลการประเมินจำนวนนักท่องเที่ยว พบว่า ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.–29 มี.ค. 69 มีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทย ทะลุ 9 ล้านคนแล้ว โดยมีนักท่องเที่ยวสะสมกว่า 9.1 ล้านคน 

    สำหรับในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาระหว่างวันที่  23 – 29 มีนาคม 2569 พบว่านักท่องเที่ยวชะลอตัวด้านการเดินทางจากสิ้นสุดการเดินทางท่องเที่ยวในช่วงวันอีดอีฎิ้ลฟิตริของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short haul)

    รวมถึงการเข้าสู่ช่วงท้ายของฤดูกาลท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวกลุ่มตลาดระยะไกล (Long haul) แต่นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มีแนวโน้มการเดินทางที่ฟื้นตัวดีขึ้นจากการปรับเปลี่ยนเส้นทางการบินโดยตรงจากยุโรปสู่ไทย 

    ส่งผลให้ภาพรวมในสัปดาห์นี้มีจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสิ้น 630,102 คน ลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 45,305 คน หรือ 6.71 % คิดเป็นจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยเฉลี่ยวันละ 90,014 คน 

    ทั้งนี้ 5 อันดับแรกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ได้แก่ นักท่องเที่ยวมาเลเซีย 92,685 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 13.77% นักท่องเที่ยวจีน 90,583 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 4.99% นักท่องเที่ยวอินเดีย 47,679 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 1.80% นักท่องเที่ยวรัสเซีย 45,945 คน มีการปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้า 4.93% และนักท่องเที่ยวสหราชอาณาจักร 29,683 คน มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นจากสัปดาห์ก่อนหน้า 21.27%

    นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าไทยสูงสุด 5 อันดับแรก

    สําหรับในสัปดาห์ถัดไป คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาทรงตัว จากปัจจัยส่งเสริมการเดินทาง ได้แก่ การมีมาตรการกระตุ้นนักท่องเที่ยวจีน

    การมีมาตรการส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย Trusted Thailand การมีมาตรการ Ease of traveling ของรัฐบาลที่ช่วยเพิ่มการอํานวยความสะดวกในการเดินทางสู่ไทย การยกเว้นบัตรตม.6 รวมถึงส่งเสริมให้สายการบินเพิ่มจํานวนเที่ยวบินมากยิ่งขึ้น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/business/tourism/655447&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3RiLmBDNjU6RJjEwyTAiv7

  • น้ำมันแพง! นักท่องเที่ยวเขาใหญ่ลด 70% สมาคมท่องเที่ยวจัดแคมเปญดึงคนเที่ยว

    น้ำมันแพง! นักท่องเที่ยวเขาใหญ่ลด 70% สมาคมท่องเที่ยวจัดแคมเปญดึงคนเที่ยว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/138412&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OSHC5y0mmeO2L4dTunOj3

  • UFC แท็คทีม Trip.com เปิดตัวแพ็คท่องเที่ยว พ่วงชมศึก UFC ที่ มาเก๊า – INN News

    UFC แท็คทีม Trip.com เปิดตัวแพ็คท่องเที่ยว พ่วงชมศึก UFC ที่ มาเก๊า – INN News

    UFC แท็คทีม Trip.com เปิดตัวแพ็คเกจท่องเที่ยว ที่รวมทั้ง เที่ยวบิน ที่พัก พ่วงด้วยตั๋วเข้าชม UFC ที่ มาเก๊า

    UFC องค์กรศิลปะป้องกันตัวและการต่อสู้แบบผสมสานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก และ Trip.com แพลตฟอร์มบริการการท่องเที่ยวครบวงจรชั้นนำของโลก ประกาศความร่วมมือเป็นพันธมิตรกันอย่างเป็นทางการ เพื่ออำนวยความสะดวกให้แฟนหมัดมวย สามารถจองแพ็คเกจท่องเที่ยวที่รวมทั้ง ตั๋วเข้าชมการต่อสู้ เที่ยวบิน และที่พัก สำหรับงานอีเวนต์ของ UFC ในภูมิภาค Greater China (จีนแผ่นดินใหญ่, ฮ่องกง, มาเก๊า) โดยประเดิมรายการแรกด้วย UFC FIGHT NIGHT®: SONG vs. FIGUEIREDO ณ มาเก๊า ในวันที่ 30 พฤษภาคม นี้

    ภายใต้ข้อตกลงนี้ Trip.com จะก้าวขึ้นเป็น ผู้ให้บริการแพ็คเกจท่องเที่ยวออนไลน์อย่างเป็นทางการ (Official Online Travel Package Provider) ของ UFC ในภูมิภาคเอเชีย ไปจนถึงปี 2026

    Trip.com ถือเป็นผู้ให้บริการท่องเที่ยวออนไลน์รายใหญ่ที่สุดในโลก โดยมีเครือข่ายโรงแรมและสายการบินที่ครอบคลุมทั่วทุกมุมโลก พร้อมให้บริการถึง 35 ภาษา และมีฝ่ายบริการลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าหลายล้านคนทั่วโลก

    นายเควิน ชาง รองประธานอาวุโสและหัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร UFC ประจำภูมิภาคเอเชีย กล่าวว่า:

    “เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับ Trip.com Group ในฐานะผู้ให้บริการแพ็กเกจท่องเที่ยวออนไลน์รายแรกของเราในเอเชีย ในฐานะผู้นำด้านบริการท่องเที่ยวระดับโลก Trip.com Group จะเข้ามาช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในทุกขั้นตอน ตั้งแต่การจองจนถึงวันแข่งขัน พร้อมมอบโอกาสสุดพิเศษให้แฟนๆ ได้ใกล้ชิดกับเหล่านักกีฬา และมั่นใจว่าแฟนกีฬาจากทั่วโลกจะสามารถเดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ UFC ในเกรเทอร์ไชน่าได้อย่างประทับใจ”

    นายป๋อ ซัน ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาดของ Trip.com Group กล่าวว่า:

    “UFC มีฐานแฟนคลับที่แข็งแกร่งและทรงพลังอยู่ทั่วทุกมุมโลก เราตื่นเต้นที่จะได้เปลี่ยนพลังเหล่านั้นให้กลายเป็นประสบการณ์การเดินทางและกิจกรรมที่น่าจดจำ ด้วยการบูรณาการที่พักและบัตรเข้าชมเข้าไว้ด้วยกันอย่างไร้รอยต่อ เรากำลังพาแฟนๆ จากทั่วเอเชียมุ่งหน้าสู่หัวใจสำคัญของการแข่งขัน การต้อนรับแฟนๆ เข้าสู่มาเก๊าและกิจกรรมอื่นๆ ของ UFC ในอนาคต คือการตอบโจทย์ความมุ่งมั่นของเราในการสร้างทริปที่สมบูรณ์แบบที่เปลี่ยนทุกช่วงเวลาให้เป็นความทรงจำที่ล้ำค่า”

    Trip.com Group จะเริ่มต้นความร่วมมือครั้งนี้ด้วยการเปิดตัวแพ็กเกจท่องเที่ยวสุดพิเศษสำหรับสัปดาห์แห่งการต่อสู้ (Fight Week) ในมาเก๊า ซึ่งมีการแข่งขันต่อเนื่อง 3 รายการ ได้แก่

    ROAD TO UFC ซีซัน 5: ทัวร์นาเมนต์การต่อสู้แบบแพ้คัดออกเพื่อเฟ้นหานักสู้ดาวรุ่งจากเอเชีย-แปซิฟิกเข้าสู่ UFC โดยจะแข่งขันในวันที่ 28 และ 29 พฤษภาคม นี้

    นอกจากนี้ยังมีศึกใหญ่อย่าง UFC FIGHT NIGHT®: SONG vs. FIGUEIREDO โดยการพบกันของซูเปอร์สตาร์นักชก ในวันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคม 2569

    แฟนกีฬาที่สนใจสามารถจองแพ็กเกจรวมบัตรเข้าชมและที่พักได้ตั้งแต่วัน พฤหัสบดีที่ 16 เมษายน 2569 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาประเทศไทย) ผ่านทางเว็บไซต์ Trip.com หรือ Ctrip.com (携程) เพื่อเตรียมตัวรับความมันระดับโลกในมาเก๊าอย่างเต็มรูปแบบ

    สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมและการลงทะเบียนล่วงหน้า สามารถเยี่ยมชมได้ที่ ufc.com/macau และติดตามข่าวสารผ่านแฮชแท็กอย่างเป็นทางการ: #UFCMACAU #ROADTOUFC #RTU5

    ติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวของ UFC Thailand ได้ที่
    Facebook 👉 https://www.facebook.com/UFCThailand
    Instragram 👉 https://www.instagram.com/ufcthailand

    ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่

    Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th

    Twitter : https://twitter.com/innnews

    Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN

    TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news

    LINE Official Account : @innnews

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.innnews.co.th/news/news_1017244/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2KFxG1gNxm7OILCeXJAU30

  • มาดูกันชัดๆ งบเทศบาลเชียงใหม่ได้การท่องเที่ยว 85 ล้านบ. แต่แก้ฝุ่นยังไม่ถึง 2 แสน | TOPNEWS

    มาดูกันชัดๆ งบเทศบาลเชียงใหม่ได้การท่องเที่ยว 85 ล้านบ. แต่แก้ฝุ่นยังไม่ถึง 2 แสน | TOPNEWS

    มาดูกันชัดๆ งบเทศบาลเชียงใหม่ได้การท่องเที่ยว 85 ล้านบ. แต่แก้ฝุ่นยังไม่ถึง 2 แสน แล้วเมื่อไหรจะหายใจได้เต็มปอด

    #topnewstv #เชียงใหม่ #ฝุ่น

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news-clip/1533115&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Qi6KppU44BfMnYmf3BXn5