Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • แลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร ‘สนข.’เผยพร้อมเปิดประมูลปีหน้า

    แลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร ‘สนข.’เผยพร้อมเปิดประมูลปีหน้า

    แลนด์บริดจ์ระนอง-ชุมพร ‘สนข.’เผยพร้อมเปิดประมูลปีหน้า

    วันจันทร์ ที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2568, 08.00 น.

    นายปัญญา ชูพานิช ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร( สนข.) เปิดเผยในการสัมมนาสรุปผลการศึกษาโครงการศึกษาความเหมาะสม ออกแบบเบื้องต้น ประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมและวิเคราะห์รูปแบบโมเดลการพัฒนาการลงทุน (Business Development Model) โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคมขนส่งเพื่อพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคใต้เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งระหว่างอ่าวไทยและอันดามัน (โครงการแลนด์บริดจ์) ณ จังหวัดระนองและจังหวัดชุมพร ซึ่งจัดโดย สนข. เมื่อวันที่ 21-22 สิงหาคม 2568 ว่า การสัมมนาในครั้งนี้เป็นการนำเสนอสรุปผลการศึกษาข้อมูลรายละเอียดโครงการในทุกประเด็น ซึ่งจากการศึกษาพบว่าโครงการมีความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจในการลงทุน (EIRR) คิดเป็น 17.38% (กรณีวิเคราะห์เฉพาะท่าเรือ โครงสร้างพื้นฐานเชื่อมโยง และการพัฒนาพื้นที่หลังท่า)

    ทั้งนี้รูปแบบโครงการ ประกอบด้วย ท่าเรือน้ำลึกฝั่งอ่าวไทย ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมริ่ว จ.ชุมพร และท่าเรือน้ำลึกฝั่งอันดามัน ทำเลที่ตั้งบริเวณแหลมอ่าวอ่าง จ.ระนอง เชื่อมโยงท่าเรือทั้ง 2 ฝั่งด้วยเส้นทางคมนาคม พาดผ่านพื้นที่ 2 จังหวัด 2 อำเภอ 9 ตำบล ระยะทางรวม 89.35 กิโลเมตร โดยหากมีการพัฒนาโครงการแลนด์บริดจ์ จะสามารถลดเวลาในขนส่งตู้สินค้าได้ถึง 4 วัน ลดต้นทุนการขนส่งถึง 15% และจะทำให้ไทยเป็นประตูการค้าในการนำเข้าและส่งออกตู้สินค้าของประเทศต่างๆในภูมิภาคอาเซียน

    อย่างไรก็ตาม สนข.ได้นำข้อกังวลต่างๆจากประชาชนไปประกอบร่วมกับผลการศึกษา เพื่อกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น พร้อมทั้งกำหนดมาตรการชดเชยเยียวยาแก่ประชาชนในพื้นที่เรียบร้อยแล้ว โดยยึดหลักการพัฒนาโครงการให้เกิดความยั่งยืน

    นายปัญญา กล่าวว่า ด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทำให้การศึกษาโครงการแลนด์บริดจ์มีความสมบูรณ์และสำเร็จลุล่วงตามวัตถุประสงค์ และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง โดย สนข.กำลังเตรียมเอกสารประกวดราคาเพื่อดำเนินการจัดหานักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ เข้ามาดำเนินการก่อสร้างและพัฒนาโครงการ ซึ่งจะมีความพร้อมในการประกวดราคาในปี 2569 

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/909191&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1zy19nlb7ymBpE7Ki6vU0t

  • “ฟ่าน ปิงปิง” ได้รับเครื่องราชฯ ดาราจีนระดับโลกที่มาเลเซียยกย่อง 

    “ฟ่าน ปิงปิง” ได้รับเครื่องราชฯ ดาราจีนระดับโลกที่มาเลเซียยกย่อง 

    “ฟ่าน ปิงปิง” ได้รับเครื่องราชฯ ดาราจีนระดับโลกที่มาเลเซียยกย่อง 

    วานนี้ 24 ส.ค. 2568  ฟ่าน ปิงปิง (Fan Bingbing) ซุปตาร์สาวระดับโลกจากจีน สร้างโมเมนต์สุดปลาบปลื้ม เมื่อเธอได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ Darjah Pangkuan Seri Melaka (DPSM) จากรัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย พร้อมกับบรรดาศักดิ์ “ดาโต๊ะ”  ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งหรือ “ดาโต๊ะกิตา (Datuk Kita) กิตติมศักดิ์” จากรัฐมะละกา ประเทศมาเลเซีย นับเป็นศิลปินชาวจีนแผ่นดินใหญ่คนแรกที่ได้รับเกียรติอันทรงคุณค่า

    ในพิธีอันทรงเกียรติ ฟ่าน ปิงปิง สุดซาบซึ้งใจ พร้อมเผยว่าเกียรติยศครั้งนี้เปรียบเสมือน “ของขวัญล้ำค่า” ที่จะจดจำไปตลอดชีวิต “เดือนหน้าฉันจะกลับมามะละกาอีกครั้งเพื่อร่วมส่งเสริมการท่องเที่ยว และตั้งใจว่าจะเดินทางมาบ่อยขึ้นค่ะ” 

    การได้รับตำแหน่งดังกล่าวเป็นการตอกย้ำถึงบทบาทอันทรงพลังของเธอในฐานะทูตสันถวไมตรีการท่องเที่ยว ซึ่งก่อนหน้านี้เธอได้สร้างผลงานที่เป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การได้รับการแต่งตั้งเป็น “ทูตสันถวไมตรีการท่องเที่ยวรัฐมะละกา” จนสามารถกระตุ้นจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้เพิ่มสูงขึ้นถึง 224% นอกจากนี้ ยังมีการเผยแพร่เรื่องราวเกี่ยวกับความร่วมมือนี้ออกไปในวงกว้าง โดยมีหัวข้อที่เกี่ยวข้องมียอดคลิกสูงถึง 1.5 พันล้านครั้งบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย 

    ความสำเร็จเหล่านี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ฟ่านปิงปิงไม่ได้เป็นเพียงแค่ผู้โปรโมตการท่องเที่ยว แต่ยังเป็นผู้เชื่อมโยงการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมระหว่างจีนและมาเลเซียได้อย่างยอดเยี่ยม การได้รับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ดาโต๊ะ” ในครั้งนี้จึงถือเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จครั้งสำคัญของเธอ และเป็นเครื่องยืนยันถึงความทุ่มเทในการทำหน้าที่นี้อย่างแท้จริง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.komchadluek.net/entertainment/foreign-entertainment/606548&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1paFdqDsEgnr0Mx8WOHthu

  • รัฐเล็งออกมาตรการ “กระตุ้นท่องเที่ยว-ลดหย่อนภาษี” ปลายปี 68

    รัฐเล็งออกมาตรการ “กระตุ้นท่องเที่ยว-ลดหย่อนภาษี” ปลายปี 68

    นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ครึ่งปีหลังของปี 2568 รัฐบาลเตรียมออกมาตรการเสริมกำลังซื้อและกระตุ้นการบริโภคในประเทศ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียด โดยจะออกมา 2 มาตรการคือ มาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยว ซึ่งอยู่ระหว่างพูดคุยรายละเอียดให้ทันไตรมาส 4 เพื่อหนุนการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซัน ส่วนอีกมาตรการคือ มาตรการลดหย่อนภาษี

    รมช.คลัง ระบุว่า ที่ผ่านมารัฐบาลเคยใช้มาตรการลดหย่อนภาษีมาแล้ว หากยังไม่เพียงพอที่จะช่วยให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น กระทรวงการคลังจึงพร้อมพิจารณามาตรการเสริมเพิ่มเติม เพื่อให้เกิดสมดุล ลดผลกระทบต่อผู้ประกอบการและเป็นประโยชน์ต่อแรงงาน ซึ่งทุกมาตรการเป็นเรื่องเร่งด่วนเพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้า

    สำหรับเงินงบประมาณจากโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ ภายในวงเงิน 1.57 แสนล้านบาท ที่ยังเหลืออีกประมาณ 26,000 ล้านบาท จะมีการนำเรื่องเข้าพิจารณาในที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งกระทรวงการคลังมองว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยให้ GDP ของประเทศเติบโตสูงกว่าร้อยละ 2

    อ่านข่าว

    เริ่มวันนี้! ลงทะเบียนผ่าน “ทางรัฐ” รับสิทธิ์รถไฟฟ้า 20 บาทตลอดสาย

    ครบ 1 เดือนหยุดยิงตลาดชายแดนเริ่มคึกคัก ผู้ค้าปรับตัวลดลงทุน

    18 ก.ย.นี้ จับสลากโครงการบ้านเพื่อคนไทย รวมกว่า 1 หมื่นยูนิต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/355725&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cLUQ8YV8eUbVGqHMXh8-D

  • จัดยิ่งใหญ่ งานก้าวสู่ทศววรรษที่ 43 โคราชอินไซด์แชนแนล-ข่าวเด่นทั่วไทย | TOPNEWS

    จัดยิ่งใหญ่ งานก้าวสู่ทศววรรษที่ 43 โคราชอินไซด์แชนแนล-ข่าวเด่นทั่วไทย | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 24/08/2025 21:23

    นครราชสีมา จัดยิ่งใหญ่ งานก้าวสู่ทศววรรษที่ 43 โคราชอินไซด์แชนแนล-ข่าวเด่นทั่วไทย

    เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมชุนหลีแกรนด์ ได้มีการจัดงานเฉลิมฉลองการก้าวเข้าสู่ทศวรรษที่ 4 ของกลุ่มสื่อในเครือโคราชอินไซด์แชนแนล และข่าวเด่นทั่วไทยภาคอีสานขึ้น โดยได้รับเกียรติจากนายสุรพันธ์ ศิลปสุวรรณ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมาได้รับมอบหมายจากนายชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ให้เดินทางมาร่วมแสดงความยินดีกับทางเครือข่ายสื่อมวลชนโคราชอินไซด์แชนแนลและข่าวเด่นทั่วไทย

    นอกจากนี้ยังมีบรรดาข้าราชการ และพ่อค้านักธุรกิจมากมายเดินทางมาร่วมแสดงความยินดีในการค้าสู่ทศวรรษที่ 4 ในครั้งนี้ อาทิ จากบริษัท สงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด, บริษัท น้ำตาลครบุรี จำกัด (มหาชน), บริษัท อุตสาหกรรมโคราช จำกัด, บริษัท นวนคร จำกัด (มหาชน), ประธานสภาอุตสาหกรรม, ตัวแทนจากสาธารณสุขจังหวัดนครราชสีมา, ห้างสรรพสินค้า เดอะมอลล์ โคราช, ศูนย์การค้าเซ็นทรัลโคราช, ศูนย์การค้าเทอร์มินอล 21 โคราช, มูลนิธิสว่างเมตตาธรรมสถาน (หลักเสียงเซี่ยงตึ๊ง), มูลนิธิพุทธรรม 31 ฮุก 31, บริษัท นครชัย 21 จำกัด, บริษัท เทพนครคาร์ จำกัด, บริษัท แฟลชเอ็กซ์เพรส จำกัด และอื่น ๆ อีกมามาย พร้อมทั้งมีเกียรติจำนวนมาก

    ภายในงานมีกิจกรรม อาทิ มอบทุนการศึกษาให้บุตร-ธิดาของโคราชอินไซด์ ลื่อพันธมิตรในจึงหวัดนครราชสีมา รวมทั้งกิจกรรมพบปะสังสรรค์ ทางผู้บริหารสื่อโคราชอินไซด์ โดยนายเศรษฐพัฒน์ เจริญเศรษฐโสธร จึงขอกราบขอบพระคุณทุก ๆ ท่านที่เอ่ยนามและไม่ได้เอ่ยนามมาร่วมงานในรั้งนี้ ด้วยความเคารพและขอสัญญาว่าจะทำหน้าที่สื่อมวลชนที่ดีเป็นกระบอกเสียงให้กับชาวจังหวัดนคราชสีมา โดยความบริสุทธิ์ยุติธรรมมีจรรยาบรรณในวิชาชีพตลอดไป ด้วยจิตคารวะ.

    ประสิทธิ์ วนะชกิจ ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงาน

    SOCAIL 16-9_2ok

    SOCAIL 16-9

    “ดร.สามารถ” เตือนกทม.เหลือเวลาไม่มาก “รถไฟฟ้าสีเขียว” ใกล้หมดอายุสัมปทาน แต่ยังมีหลายเงื่อนไขต้องเร่งหาทางออก

    กองทัพอากาศ เปิดตัวโลโก้ “ฝูงบินรบกริพเพน” ล็อตใหม่ ภายใต้ชื่อ “บูรพาสันติ” เปี่ยมความหมาย พร้อมทำภารกิจเพื่อชาติ

    มรภ.กาญจนบุรี ร่วมแสดงความยินดี “ผู้ช่วย รมต. อว.”พร้อมหารือขับเคลื่อนพัฒนาท้องถิ่น

    สงขลาเปิดงาน “เมืองแห่งป้อมปราการสู่มรดกโลก” จุดประกายท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์วัฒนธรรม ขับเคลื่อนจังหวัด สู่การขึ้นทะเบียนเมืองมรดกโลก

    เพื่อนหวังดี เห็นเพื่อนเมาชวนกลับห้อง! เจอคนเมาสวนหมัดใส่ เลยสวนกลับจนอ่วม

    เช็กเลยจังหวัดไหนโดนบ้าง อุตุฯประกาศ ‘ฉบับ11’ อัปเดตเส้นทาง ‘พายุคาจิกิ’ 25 ส.ค.นี้ เตือน 34 จังหวัดรับมือฝนถล่ม กทม.ก็หนัก

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1287268&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3_OwG0v2X0hbkRXcvYt9tg

  • “ธฤตา-แดนไทย” ครองแชมป์ “ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025” | เดลินิวส์

    “ธฤตา-แดนไทย” ครองแชมป์ “ไอทีเอฟ มัลดีฟส์ จูเนียร์ โอเพน 2025” | เดลินิวส์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5047970/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1WwXBQsvUR6jWgkPt2p_W8

  • “ประเสริฐ” หนุนรัฐดัน “วัดต้นแบบความโปร่งใส” เสริมความรู้กม.-เทคโนโลยี สร้างระบบ-ยกระดับการพัฒนา

    “ประเสริฐ” หนุนรัฐดัน “วัดต้นแบบความโปร่งใส” เสริมความรู้กม.-เทคโนโลยี สร้างระบบ-ยกระดับการพัฒนา

    นครราชสีมา วันที่ 23 สิงหาคม – นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) เป็นประธานเปิดการสัมมนาเรื่อง ‘การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง’ ซี่งจัดโดยคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ณ โรงแรม The Bonanza Resort เขาใหญ่ อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อส่งเสริมให้วัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์ บริหารจัดการตามหลักพระธรรมวินัย ควบคู่กับการปฏิบัติตามกฎหมาย ได้แก่ พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2565 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้วัดเป็นศูนย์กลางทางศาสนา การศึกษา และการพัฒนาจิตใจของประชาชน โดยมีพระราชวชิราลังการ เจ้าคณะจังหวัดนครราชสีมา (ธรรมยุต) , พระครูปริยัติธรรมภาณี รองเจ้าคณะจังหวัด, นางเทียบจุฑา ขาวขำ สส.อุดรธานี พรรคเพื่อไทยและประธาน กมธ.ศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร , นายอัฐฐเสฏฐ จุลเสฏฐพานิช เลขานุการ รมว.ดีอี , พระสังฆาธิการ พระภิกษุสงฆ์ ไวยาวัจกร และผู้เกี่ยวข้องกว่า 250 รูป/คน เข้าร่วม

    นายประเสริฐ กล่าวว่า วัดเป็นมากกว่าสถานที่ประกอบศาสนกิจ แต่วัดยังเป็นศูนย์รวมจิตใจ เป็นแหล่งการศึกษาและวัฒนธรรม และเป็นที่พึ่งทางจิตใจของประชาชน การบริหารจัดการวัด จึงต้องทำอย่างถูกต้อง โปร่งใส เป็นระบบ และเป็นธรรม ทั้งตามหลักพระธรรมวินัยและตามกฎหมาย ปัจจุบันกฎหมายหลักที่ใช้กำกับการบริหารวัดคือ พระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และที่แก้ไขเพิ่มเติม เพื่อให้วัดยังคงเป็นศูนย์รวมจิตใจที่มั่นคงของสังคมไทย

    ทั้งนี้หลักการสำคัญที่ควรยึดถือ มีอยู่ 4 ด้าน คือ 1. ด้านการปกครอง–บทบาทของเจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัด ต้องโปร่งใส ตรวจสอบได้ และยึดประโยชน์ส่วนรวม  , 2. ด้านการเงินและทรัพย์สิน–จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายอย่างถูกต้อง ใช้เงินเพื่อศาสนาและสาธารณประโยชน์ , 3. ด้านการพัฒนาและบริการสาธารณะ–พัฒนาวัดให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และส่งเสริมคุณธรรมในสังคม และ 4. ด้านการกำกับตามกฎหมาย–ปฏิบัติตามระเบียบและกฎหมาย เพื่อหลีกเลี่ยงข้อพิพาทและคุ้มครองสิทธิของวัด

    “ปัจจุบันยังพบปัญหาหลายประการทั้ง พระสงฆ์และคณะกรรมการวัดบางแห่งขาดความรู้ด้านกฎหมาย , การเงินการคลังยังไม่เป็นระบบ ขาดความโปร่งใส , การใช้ที่ดินวัดผิดวัตถุประสงค์ เช่น ให้เช่า หรือใช้ในทางที่ไม่เกี่ยวกับศาสนา , ความเข้าใจระหว่างวัดกับชุมชนยังไม่เป็นเอกภาพ ดังนั้น เพื่อให้วัดสามารถบริหารจัดการได้อย่างเข้มแข็ง และปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับยุคดิจิทัลในปัจจุบัน” รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี กล่าว

    นายประเสริฐ กล่าวย้ำว่าเพื่อยกระดับการบริหารวัด รัฐควรจัดอบรมความรู้ด้านกฎหมายแก่พระสงฆ์ ใช้เทคโนโลยีในการบริหาร เช่น ระบบบัญชีออนไลน์ สร้างวัดต้นแบบ และส่งเสริมการมีส่วนร่วมจากชุมชน และผลักดันให้เกิดวัดต้นแบบที่มีความโปร่งใส เพื่อนำไปขยายผลสู่การพัฒนาวัดอื่นๆ ทั้งนี้ ทางกระทรวงดีอี ยินดีให้ความรู้เรื่องการจัดทำบัญชีออนไลน์อีกด้วย

    “การบริหารจัดการวัด สำนักสงฆ์ และที่พักสงฆ์อย่างถูกต้อง ไม่เพียงแต่ทำให้กิจการภายในวัดเป็นระบบ แต่ยังเป็นการรักษา ความมั่นคงของพระพุทธศาสนา และสร้างความศรัทธาของพุทธศาสนิกชน การบริหารจัดการวัดไม่ใช่เพียงการบริหารงาน แต่คือการบริหารศรัทธา เมื่อศรัทธานั้นมั่นคง พระพุทธศาสนาก็จะยั่งยืนสถาพร ตราบนานเท่านาน” รองนายกรัฐมนตรี และรมว.ดีอี กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/237053&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1SuLXnGqfO85z05BrdgwU9

  • เวียดนามประกาศอพยพ 5 แสนคน เตรียมรับไต้ฝุ่นคาจิกิขึ้นฝั่ง

    เวียดนามประกาศอพยพ 5 แสนคน เตรียมรับไต้ฝุ่นคาจิกิขึ้นฝั่ง

    รัฐบาลเวียดนามประกาศแผนการอพยพประชาชนมากกว่า 586,000 คนในหลายจังหวัดภาคกลาง พร้อมสั่งห้ามเรือทุกลำออกจากฝั่ง ขณะที่นครซานยา มณฑลไห่หนาน ทางตอนใต้ของจีน ปิดสถานประกอบการ แหล่งท่องเที่ยว และระบบขนส่งสาธารณะในวันอาทิตย์ เพื่อเตรียมรับมือไต้ฝุ่น “คาจิกิ” (Kajiki) ซึ่งทวีความรุนแรงขึ้น

    กรมอุตุนิยมวิทยาจีนคาดการณ์ว่า พายุจะเคลื่อนตัวเฉียดชายฝั่งตอนใต้ของมณฑลไห่หนานในคืนวันอาทิตย์ ก่อนมุ่งหน้าสู่เวียดนาม โดยปัจจุบันพายุมีความเร็วลมสูงสุดถึง 166 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และอาจรุนแรงขึ้นถึง 180 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

    สื่อทางการเวียดนามรายงานว่า รัฐบาลสั่งอพยพประชาชนจากจังหวัดแทงฮวา กว๋างตรี เมืองเว้ และดานัง เนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นจุดที่พายุพัดขึ้นฝั่งในช่วงเช้าวันจันทร์ พร้อมกำชับให้ประชาชนในเส้นทางพายุหลีกเลี่ยงการออกนอกเคหสถานหลังเวลา 21.00 น. วันอาทิตย์ ขณะเดียวกัน กองทัพเตรียมกำลังพลเข้าช่วยเหลือฉุกเฉิน

    หนังสือพิมพ์ Tien Phong ระบุว่า จังหวัดชายฝั่งทั้งเจ็ดแห่งของเวียดนามได้สั่งห้ามเรือออกจากฝั่งตั้งแต่เช้าวันอาทิตย์ นอกจากนี้ สายการบิน Vietnam Airlines ยกเลิกเที่ยวบินอย่างน้อย 22 เที่ยวระหว่างเมืองใหญ่ในภาคกลางในวันอาทิตย์และวันจันทร์ ส่วน Vietjet Aviation ประกาศเลื่อนหรือยกเลิกหลายเที่ยวบินเช่นกัน

    ด้านนครซานยา ซึ่งเป็นเมืองท่องเที่ยวชายทะเลชื่อดังของจีน ได้ประกาศเตือนภัยไต้ฝุ่นระดับสีแดง ซึ่งเป็นระดับสูงสุด และยกระดับการรับมือสภาวะฉุกเฉินเป็นขั้นรุนแรงที่สุด ทางการสั่งปิดโรงเรียน ศูนย์การค้า ร้านอาหาร และซูเปอร์มาร์เก็ต พร้อมระงับงานก่อสร้างทั้งหมด และสั่งห้ามเรือสัญจรในน่านน้ำของซานยา

    กรมอุตุนิยมวิทยาจีนเตือนว่า ไต้ฝุ่นคาจิกิจะก่อให้เกิดฝนตกหนักและลมแรงในมณฑลไห่หนาน กวางตุ้ง และกว่างซี โดยบางพื้นที่ในไห่หนานอาจมีปริมาณน้ำฝนสูงถึง 320 มิลลิเมตรในช่วงเวลาเพียงสองวัน

    ทั้งนี้ รัฐบาลเวียดนามเปรียบเทียบความรุนแรงของคาจิกิกับไต้ฝุ่น “ยากิ” ที่ถล่มประเทศเมื่อปีที่ผ่านมา ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตราว 300 คน และสร้างความเสียหายด้านทรัพย์สินมูลค่า 3.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ

    ขณะเดียวกัน จีนยังคงเผชิญเหตุการณ์สภาพอากาศสุดขั้ว โดยตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา มีฝนตกหนักเป็นประวัติการณ์ในหลายพื้นที่ทางเหนือและใต้ ส่งผลให้เกิดอุทกภัยและภัยแล้ง ก่อความเสียหายทางเศรษฐกิจมูลค่า 52,150 ล้านหยวน หรือราว 7,280 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และมีผู้เสียชีวิตหรือสูญหายเกือบ 300 คน ตามรายงานของกระทรวงจัดการเหตุฉุกเฉินจีน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/international-news/729279&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GY3UZB3ujxJIBDa9W0sk2

  • “พัชรินทร์” ปราบสาวญี่ปุ่นทำสถิติซิวแชมป์หวดไอทีเอฟที่ 3 ของปี

    “พัชรินทร์” ปราบสาวญี่ปุ่นทำสถิติซิวแชมป์หวดไอทีเอฟที่ 3 ของปี

    “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช นักหวดวัย 30 ปี ชาวขอนแก่น ทุบนักหวดญี่ปุ่น 2-0 เซต ผงาดแชมป์หญิงเดี่ยว เทนนิสอาชีพนานาชาติ รายการ จี เฮช แบงก์ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ 2025 ที่นครปฐม ทำให้เพิ่ม สถิติแชมป์ปีนี้เป็นรายการที่ 3 และรายการที่ 11 นับตั้งแต่ปี 2017

    การแข่งขันเทนนิสอาชีพนานาชาติ รายการ G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (1) ซึ่งเป็นรายการหญิง ดับเบิลยู 15 และชาย เอ็ม 15 ชิงเงินรางวัลรวม รายการละ 15,000 ดอลลาร์สหรัฐ รวม 2 รายการ เป็นเงินไทยประมาณ 1,017,300 บาท ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2568 เป็นรอบชิงชนะเลิศ โดย ดร.กันยารัตน์ เชี่ยวเวช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัล

    ไฮไลต์ในประเภทหญิงเดี่ยว “อีฟ” พัชรินทร์ ชีพชาญเดช นักหวดวัย 30 ปี ชาวขอนแก่น ดีกรีทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ 2025 และเป็นมือวางอันดับ 3 ของรายการ แข่งขันกับ มิซากิ มัตสึดะ มือวางอันดับ 4 สาวญี่ปุ่นวัย 27 ปี ได้อย่างสนุก สมกับการเป็นคู่ชิงชนะเลิศ โดยเฉพาะในเซตที่สองที่ลงเอยด้วยไทเบรก ก่อนที่ พัชรินทร์จะเป็นฝ่ายเอาชนะได้ทั้งสองเซต ด้วยสกอร์ 6-3 และ 7-6 ไทเบรก 7-4 ในเวลาเกือบ 2 ชั่วโมง

    พัชรินทร์ ประกาศศักดาคว้าแชมป์หญิงเดี่ยวในบ้าน ซึ่งนับเป็นแชมป์ไอทีเอฟอาชีพรายการที่ 3 ของปีนี้ และเป็นแชมป์ที่ 11 นับจากปี ค.ศ.2017 เป็นต้นมา พร้อมกันนี้ยังได้รับเงินรางวัล 2,352 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 79,756 บาท และคะแนนสะสมอันดับโลก 15 คะแนน ในขณะที่ มิซากิ มัตสึดะ ได้รองแชมป์ รับเงินรางวัล 1,470 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 49,847 บาท และ 10 คะแนน

    ทางด้านประเภทชายเดี่ยว รอบชิงชนะเลิศ มาร์คุส มาลาซแชค-วูยือ หนุ่มลูกครึ่งไทย-เยอรมัน วัย 21 ปีจากเชียงราย ที่กองเชียร์ไทยเรียกว่า “มังคุด” สุดต้านความแข็งแกร่งของ สิทธารถ ราวัต นักเทนนิสชาวอินเดีย วัย 32 ปี มือวางอันดับ 6 ของรายการ ก่อนพ่ายไป 0-2 เซต 4-6 และ 2-6 ในเวลา 68 นาที

    หนุ่มอินเดียได้ครองแชมป์ ซึ่งนับเป็นแชมป์ไอทีเอฟอาชีพรายการที่ 3 พร้อมรับเงินรางวัล 2,160 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 73,245 บาท และ 15 คะแนน ในขณะที่ มาร์คุส มาลาซแชค-วูยือ ได้รองแชมป์ไอทีเอฟอาชีพ ซึ่งเป็นครั้งแรก รับเงินรางวัล 1,272 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 43,133 บาท และ 8 คะแนน

    หลังจบการแข่งขัน ดร.กันยารัตน์ เชี่ยวเวช ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและฝึกอบรม ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน ให้เกียรติเป็นประธานมอบโล่และป้ายเงินรางวัล โดยมี นายอมร ดวงปิ่นคำ ผู้ตัดสินชี้ขาดระดับนานาชาติ ระดับเหรียญเงิน ของสหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมด้วย

    สำหรับศึกเทนนิสอาชีพนานาชาติ ในสัปดาห์ที่ 2 ที่ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน จ.นครปฐม จะจัดในชื่อรายการ G H BANK ITF World Tennis Tour 2025 (2) จัดโดย สหพันธ์เทนนิสนานาชาติ (ไอทีเอฟ) ร่วมกับ สมาคมกีฬาลอนเทนนิสแห่งประเทศไทยฯ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และ ม.เกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน แข่งขันรอบเมนดรอว์ระหว่างวันที่ 25-31 ส.ค. 2568

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/88610/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3rrPRj257kRA-RmRq6vnDC

  • เปิดประวัติ มารี เบรินเนอร์ นักแสดงสาวสวย ดังระเบิดจากบทกันยา เมียน้อยสุดแซ่บ

    เปิดประวัติ มารี เบรินเนอร์ นักแสดงสาวสวย ดังระเบิดจากบทกันยา เมียน้อยสุดแซ่บ

    ตกเป็นประเด็นร้อนอีกครั้งสำหรับนักแสดงสาวเซ็กซี่ มารี เบรินเนอร์ ที่ล่าสุดเกิดดราม่าหลังจากไปร่วมงานเลี้ยงวันเกิดและขับรถหรู แต่เมื่อถึงด่านตรวจกลับไม่ยอมตรวจวัดแอลกอฮอล์ แม้จะไปถึงโรงพักแล้วก็ไม่ยอมตรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องแจ้งข้อหาเมาแล้วขับ ไปตามเหตุจากอาการทางร่างกายและพฤติกรรม ในขณะที่ นายอัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล หรือบอส นักธุรกิจหนุ่มชื่อดัง แฟนหนุ่มของมารี โต้เถียงและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจอยู่พักใหญ่ ไทยรัฐบันเทิงขอย้อนประวัติและผลงานของนักแสดงสาว

    มารี เบรินเนอร์ เกิดเมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2535 เป็นลูกครึ่งไทย-เยอรมัน มีพี่ชาย 1 คน คุณพ่อของเธอเป็นทูตวัฒนธรรมของเยอรมนี มารีจึงได้เดินทางไปอาศัยอยู่ในหลายประเทศ และเมื่อคุณพ่อเกษียณตอนเธออายุ 10 ปี จึงได้ย้ายมาอยู่เมืองไทยแบบถาวร สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษา จาก โรงเรียนนานาชาติร่วมฤดี และปริญญาตรีนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ (วิทยาลัยนานาชาติ)

    ส่วนเส้นทางในวงการบันเทิง มารีเข้าวงการมาตั้งแต่อายุ 17 ปี โดยผ่านการทาบทามและชักชวนจากโมเดลลิ่งให้เข้าสู่วงการบันเทิง มารีผ่านงานต่างๆ มากมาย มารีเริ่มต้นการเข้าสู่วงการครั้งแรกโดยการถ่ายโฆษณา และได้เป็นนางเอกมิวสิกวิดีโอของ รุจ ศุภรุจ หรือ รุจ เดอะสตาร์ ถ่ายแบบขึ้นปกนิตยสาร เดินแฟชั่นโชว์

    จากนั้นมารีเซ็นสัญญาเข้าสังกัดช่อง 3 มีผลงานละคร อาทิ สามหนุ่มเนื้อทอง (2554), แววมยุรา (2555), รักคุณเท่าฟ้า (2555), แม่เปียดื้อ (2556), กุหลาบซ่อนกลิ่น (2557) หลังจากนั้นมีผลงานละคร “หน้ากากนางเอก” ทางช่องเวิร์คพอยท์ ก่อนจะเซ็นสัญญาเข้าสังกัดช่องวัน มีผลงานละคร อาทิ กรุงเทพ..มหานครซ้อนรัก, ชิงรัก ริษยา, โสด สตอรี่ 2, เมีย 2018, ลูกกรุง, สายลับจับกลิ่น, เลดี้บานฉ่ำ, พิษรักรอยอดีต รวมถึงซิตคอมดัง เป็นต่อ (2563-2565)

    แต่ที่กลายเป็นกระแสร้อนคือละครเรื่อง “เมีย 2018” ที่เจ้าตัวพลิกบทเป็นนางร้ายครั้งแรก โดยรับบท กันยา เมียน้อยสุดแซ่บ ที่เล่นได้ถึงบทจนแจ้งเกิด เป็นกระแสร้อนในโลกโซเซียลมาแล้ว

    นอกจากนี้ยังมีผลงานภาพยนตร์ “มิสเตอร์เฮิร์ท มือวางอันดับเจ็บ” ในปี 2560 รวมไปถึงมิวสิกวิดีโอเพลง อาทิ ไม่ฟังก็ได้ ศิลปิน NBP นอนบ้านเพื่อน, ขวัญเอยขวัญมา ศิลปิน PALMY, เจ็บแล้วจำ ศิลปิน ดา เอ็นโดรฟิน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2878500&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3d8URIOSRO98QoQrPS1ItT

  • “กมลวรรณ” แท็กทีมเพื่อนชาวจีนซิวแชมป์หญิงคู่หวดจูเนียร์ไอทีเอฟที่สหรัฐฯ

    “กมลวรรณ” แท็กทีมเพื่อนชาวจีนซิวแชมป์หญิงคู่หวดจูเนียร์ไอทีเอฟที่สหรัฐฯ

    “กมลวรรณ” แท็กทีมเพื่อนชาวจีนซิวแชมป์หญิงคู่หวดจูเนียร์ไอทีเอฟที่สหรัฐฯ

    “บัว” กมลวรรณ ยอดเพ็ชร จับคู่กับเพื่อนชาวจีน คว้าแชมป์ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ จูเนียร์ส รายการ เจ300 คอลเลจ พาร์ก ที่สหรัฐฯ หลังรอบชิงฯ เฉือนคู่จากจีน 2-1 เซต ทำให้ กมลวรรณ คว้าแชมป์จูเนียร์ไอทีเอฟแรกในปีนี้ และเป็นรายการที่ 10 นับตั้งแต่ปี 2021

    การแข่งขันเทนนิสเยาวชนนานาชาติ ไอทีเอฟ เวิลด์ เทนนิส ทัวร์ จูเนียร์ส รายการระดับเจ300 “เจ300 คอลเลจ พาร์ก” ที่สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 23 ส.ค.68 ตามเวลาท้องถิ่น เป็นการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ โดยในประเภทหญิงคู่ “บัว” กมลวรรณ ยอดเพ็ชร นักเทนนิสเยาวชนไทย มือ 62 เยาวชนโลก จับคู่กับ จ้าง รุยเอิ้น มือ 18 เยาวชนโลกจากจีน กรุยทางเข้ามาถึงรอบชิงชนะเลิศ

    ในรอบชิงชนะเลิศ กมลวรรณ กับ จ้าง รุยเอิ้น เป็นคู่มือวาง 4 ของรายการ งัดฟอร์มเก่งเอาชนะคู่มือวาง 3 จากจีน เซา ยู่ซาน มือ 33 เยาวชนโลก กับ ซุน ซินหราน มือ 48 เยาวชนโลก 2-1 เซต 7-5, 4-6 และซูเปอร์ไทเบรก 10-5 กมลวรรณ คว้าแชมป์หญิงคู่ เป็นรายการแรกในปีนี้ และเป็นรายการที่ 10 นับตั้งแต่ปี 2021 นอกจากนั้น กมลวรรณ กับ จ้าง รุยเอิ้น ได้รับคะแนนสะสมอันดับเยาวชนโลกอีกคนละ 56.25 คะแนน

    ที่มาของภาพ :

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/other-sports/tennis/88603/&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Btm57l-NMx6Wvxu9cN5ee