Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    By

    พฤษภาคม 3, 2026

    หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    สรุปข่าว
    • หมอปลาย พรายกระซิบ ทำนายปี 2569 ไว้ว่า ทองคำจะแตะ 100,000 บาทภายในปีนี้ โดยคาดว่าหลังกลางปีจะแตะ 90,000 บาทก่อน และในมุมมองระยะยาว “ท่านยม” บอกว่าภายใน 3 ปีมีสิทธิ์ถึงแสน ปัจจุบัน ทองแท่งอยู่ที่ 72,200 บาท ณ วันที่ 25 เมษายน 2569 ขึ้นมาแล้วกว่า 3,200 บาทจากต้นปี ยังเหลือระยะห่างอีกราว 28,000 บาท
    • หมอปลายทำนายว่า ปี 2569 เป็นปีม้าลุยไฟ เศรษฐกิจทรุด “หนักกว่านี้” ชะงักบ้างแต่ก็รอดและภัยพิบัติจะน่ากลัวที่สุด ซึ่งสอดคล้องกับสถานการณ์จริงที่มีความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์สหรัฐฯ-อิหร่าน, ตลาดหุ้นผันผวน และ SET Index ร่วงอยู่ที่ 1,461 จุด
    • หมอปลายเตือนให้ซื้อทองจริงไม่ใช่หุ้นทอง เก็บสะสมด้วยเงินเย็น ไม่ต้องรีบขาย คำแนะนำนี้ส่งผลดีมากสำหรับผู้ที่ถือทองแท่งตั้งแต่ต้นปี เพราะราคาปรับขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

    แนวโน้มผลกระทบต่อราคา: Bullish

    คำทำนายหมอปลายที่ถูกต้องเรื่องทองสะท้อนให้เห็นว่าบรรยากาศความไม่แน่นอนของโลกยังดำเนินต่อ ซึ่งเอื้อต่อการขึ้นราคาของสินทรัพย์ปลอดภัย ขณะที่ Bitcoin ยังแกว่งในกรอบรอปัจจัยกระตุ้น

    ย้อนรอยนักพยากรณ์คนดัง: หมอปลาย พรายกระซิบ กับดวงเมืองปี 2569

    เมื่อช่วงปลายปี 2568 ต่อเนื่องถึงต้นปี 2569 “หมอปลาย พรายกระซิบ” หรือ ณวรชา หมอดูชื่อดังที่มีผู้ติดตามนับล้าน ได้ออกมาทำนายดวงเมืองและทิศทางสินทรัพย์สำคัญหลายอย่างไว้ล่วงหน้าอย่างละเอียด ทั้งเรื่องทองคำ ภาพรวมเศรษฐกิจโลก สงคราม และภัยพิบัติ วันนี้เราลองมารีวิวกันว่าสิ่งที่เธอทำนายไว้นั้น ณ วันที่ 25 เมษายน 2569 เป็นจริงไปแล้วแค่ไหน

    คำทำนายที่เป็นจริงแล้ว

    1. ทองคำขึ้นต่อเนื่อง ตกน้อย ไม่ต้องรีบขาย

    หมอปลายทำนายเมื่อเดือนมีนาคม 2569 ว่าราคาทองคำมีแนวโน้มพุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยระบุว่า “ตกก็ตกแค่หลักพัน แล้วขึ้นไปใหม่” และแนะนำว่าแม้ราคาจะอยู่ในระดับเลข 7 หมื่นก็ยังน่าเก็บ เพราะหลังกลางปีมีโอกาสแตะ 90,000 บาท สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือ ราคาทองคำโลกในตลาด Spot ปัจจุบันอยู่ที่ $4,830/ออนซ์ ซึ่งพุ่งขึ้นมาจากระดับ $2,974 ในเดือนเมษายน 2568 ส่วนราคาในประเทศ วันที่ 25 เมษายน 2569 สมาคมค้าทองคำรายงานว่า ทองคำแท่งขายออก 72,200 บาท ทองรูปพรรณขายออก 73,000 บาท ถือว่าสอดคล้องกับทิศทางที่หมอปลายทำนายไว้

    2. เศรษฐกิจโลกสั่นคลอน ดอลลาร์สูญเสียความเชื่อมั่น

    หมอปลายเตือนว่าทั่วโลกไม่เชื่อมั่นเงินดอลลาร์ ทำให้หลายประเทศเทดอลลาร์ทิ้งและแห่กัระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน ทำให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนตัว ธนาคารกลางทั่วโลกแห่ซื้อทองเก็บ และราคาทองทะลุ ATH ใหม่ที่ $4,830/ออนซ์

    3. ปีนี้หนักกว่าปีที่แล้ว เศรษฐกิจชะงัก

    หมอปลายระบุว่า “ปี 2569 บาดเจ็บนิดหน่อย แต่ก็รอด ใช้เวลาในการวิ่งนิดหนึ่ง ชะงักบ้าง แต่ยังไงก็รอด” ซึ่งสอดคล้องกับสภาพตลาดหุ้นไทยที่ SET Index ทรุดลงมาที่ 1,461 จุด ตลาดมีความผันผวนสูง แต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤตเต็มรูปแบบ

    4. สถานการณ์สงครามดุเดือด

    หมอปลายและนักพยากรณ์ท่านอื่นเน้นย้ำว่าปี 2569 จะมีสถานการณ์ที่ดุเดือดและรุนแรงกว่าปีก่อน โดยมีการทำนายถึงวิกฤตสงครามที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจระดับรากหญ้า เหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้นคือความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านที่ปะทุขึ้นจนกระทบช่องแคบ Hormuz ส่งผลให้ราคาน้ำมันพุ่งและตลาดการเงินโลกผันผวนอย่างหนัก

    คำทำนายที่ยังรอการพิสูจน์

    1. ทองแตะ 90,000–100,000 บาทภายในปีนี้

    หมอปลายฟันธงว่าหลังกลางปี 2569 ราคาทองจะขยับสูงถึง 90,000 บาท และในที่สุดจะแตะ 100,000 บาท ณ ปัจจุบัน ราคาทองแท่งอยู่ที่ 72,200 บาท ยังเหลือระยะห่างถึงเป้า 90,000 บาทอยู่ราว 17,800 บาท หรือ 25% เวลายังเหลืออีกกว่าครึ่งปี เป็นไปได้แต่ต้องติดตามต่อ

    2. Bitcoin จะมีข่าวดี ราคาฟื้นตัวรอบใหม่

    จากการทำนายที่ผ่านมา หมอปลายเคยทำนายว่า Bitcoin จะมีข่าวดีในเดือนสิงหาคม 2568 ซึ่งตรงเป๊ะกับที่ BTC แตะ ATH ที่ $126,000 ปัจจุบัน Bitcoin อยู่ที่ราว $77,000–$78,362 ซึ่งถือว่าฟื้นตัวจากจุดต่ำสุดในปี 2569 ที่เคยร่วงลงมา แต่ยังไม่กลับสู่ระดับ ATH คำทำนายรอบนี้สำหรับปี 2569 ยังรอการพิสูจน์

    3. การเมืองไทยกับการเลื่อนการเลือกตั้ง อนุทินยังเป็นนายกฯ

    หมอปลายเตือนว่าปี 2569 อนุทินยังเป็นนายกฯ เพราะจะเกิดเหตุการณ์ฟ้าผ่าครั้งใหญ่ และต้องเลื่อนเลือกตั้งออกไปเป็นช่วงปลายปี ยังต้องรอดูว่าจะเกิดขึ้นจริงหรือไม่

    ไม่ว่าจะเชื่อในเรื่องนิมิตหรือไม่ก็ตาม ต้องยอมรับว่าคำทำนายของหมอปลายปี 2569 มีหลายข้อที่ตรงกับความเป็นจริงอย่างน่าประหลาดใจ โดยเฉพาะทิศทางทองคำและภาพรวมเศรษฐกิจโลกที่สั่นคลอน

    ในมุมมองส่วนตัว คำทำนายที่น่าสนใจที่สุดคือเรื่องทองแตะแสนบาท ณ วันนี้ที่ 72,200 บาท ยังเหลืออีกกว่า 38% กว่าจะถึงเป้า แต่ด้วยราคาทองโลกที่พุ่งถึง $4,830/ออนซ์ และปัจจัยเรื่องสงครามที่ยังคุกรุ่น ก็ไม่ใช่ว่าเป็นไปไม่ได้เลยถ้าราคาทองโลกยังคงขึ้นต่อ สิ่งสำคัญคืออย่าลืมว่าการลงทุนต้องอิงกับข้อมูลและการบริหารความเสี่ยง ไม่ใช่แค่คำทำนาย แต่ถ้าทั้งสองทิศทางชี้ไปทางเดียวกัน ก็อาจน่าสนใจไม่น้อย

    ที่มา: Manager Online, Khaosod, Bangkok Biz News, Investing.com, PPTVHD36

    บทความนี้ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน คำทำนายเป็นความเชื่อส่วนบุคคล โปรดใช้วิจารณญาณและศึกษาข้อมูลก่อนตัดสินใจเสมอ

    หมอปลายทำนายเศรษฐกิจปี 2569 เช็คว่าอะไรเกิดขึ้นจริงแล้วบ้าง

    Kasamsak Wongsanin

    เด็กยุคใหม่ที่ชอบในการทำงานของเทคโนโลยีBlockchainและมีความสนใจกับการลงทุนในโลกDeFi พร้อมทั้งเชื่อว่าDigital money จะมาแทนที่ Fiat money ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamblockchain.com/2026/05/03/siam-monk-fortune-telling-2025-economy-gold-bitcoin-prediction/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0y9Mqjiyijawkhk3s6yDFC

  • รองนายกฯ-รมว.พาณิชย์ เยือนสหรัฐ วันนี้ เร่งเจรจาข้อกังวล ม.301

    รองนายกฯ-รมว.พาณิชย์ เยือนสหรัฐ วันนี้ เร่งเจรจาข้อกังวล ม.301

    03 พฤษภาคม 2569, 12:01น.

              นางศุภจีน สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ เป็นประธานการหารือระหว่าง กระทรวงพาณิชย์ และสภาหอการค้าไทย  โดยมีนางสาวกิริฎา เภาพิจิตร ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์  นางนงนุช เพ็ชรรัตน์ ผู้แทนการค้าไทย นายวีระพงศ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย และนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงพาณิชย์ และคณะผู้บริหารหอการค้าไทยเข้าร่วม

              การหารือครั้งนี้มุ่งเน้นประเด็นสำคัญ ได้แก่ สถานการณ์การค้าไทย-สหรัฐอเมริกาล่าสุด ความคืบหน้าการเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) ไทย-สหภาพยุโรป (EU) และไทย-สหราชอาณาจักร (UK) กรอบ FTA สำคัญ และยุทธศาสตร์ประเทศคู่ค้าของไทย ตลอดจนการยกระดับผู้ประกอบการไทยในภาคเกษตรและอาหารให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก

              ทั้งสองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและหารือแนวทางการบูรณาการท่าทีร่วมกันระหว่างภาครัฐและเอกชน เพื่อสนับสนุนการทำงานและขับเคลื่อนนโยบายด้านการค้าไทยอย่างเป็นเอกภาพและมีประสิทธิภาพ

              โดย นางศุภจี มีกำหนดนำคณะเดินทางเยือนสหรัฐอเมริกา ระหว่างวันที่ 3-6 พฤษภาคม 2569 เพื่อเข้าร่วมงาน 2026 SelectUSA Investment Summit ร่วมกับภาคเอกชนไทย โดยมีเป้าหมายสำคัญในการแสวงหาคู่ค้าการลงทุนใหม่ ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และหารือด้านการเจรจาการค้าระหว่างประเทศ ควบคู่กับการส่งสัญญาณเชิงบวกต่อสหรัฐฯ ถึงความมุ่งมั่นของไทยในการดูแลและคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญา

              นอกจากนี้ ยังมีกำหนดหารือกับสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อตอกย้ำความคืบหน้าการดำเนินการตามข้อกังวลตามมาตรา 301 ภายหลังจากที่ไทยได้ยื่นคำชี้แจงต่อสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 15 เมษายน 2569 รวมถึงการหารือกับ USABC และ USCC ซึ่งเป็นนักลงทุนรายสำคัญในไทย เพื่อส่งเสริมและอำนวยความสะดวกด้านการลงทุนระหว่างกัน ตลอดจนเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับพันธมิตรในสหรัฐฯ สะท้อนความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ

    #เจรจาสหรัฐ

    #ศุภจีเยือนสหรัฐ

    แฟ้มภาพ

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/161160&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw04IyNnRGh19Uc6SLXKgrCF

  • แผนจัดการขยะล้นกทม.อีกไกล  โรงไฟฟ้า3แห่ง ช่วยลดฝังกลบได้แค่21%

    แผนจัดการขยะล้นกทม.อีกไกล โรงไฟฟ้า3แห่ง ช่วยลดฝังกลบได้แค่21%

    Loading…

    แผนจัดการขยะล้นกทม.อีกไกล โรงไฟฟ้า3แห่ง ช่วยลดฝังกลบได้แค่21%

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/environment-188&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1-61J-cVTQHvPWy_hFcISk

  • จัดกิจกรรม “ปั่นข้ามโขง นครพนม-คำม่วน” กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ | เดลินิวส์

    จัดกิจกรรม “ปั่นข้ามโขง นครพนม-คำม่วน” กระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ | เดลินิวส์

    เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ที่สะพานมิตรภาพไทย–ลาว แห่งที่ 3 จังหวัดนครพนม ว่าที่พันตรี อดิศักดิ์ น้อยสุวรรณ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม เป็นประธานในพิธีเปิด พร้อมด้วย พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว อดีตผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หัวหน้าส่วนราชการ ผู้เข้าร่วมประมาณ 500 คน ประกอบด้วยนักปั่นจากประเทศไทยกว่า 350 คน จากมากกว่า 8 จังหวัด และนักปั่นจากแขวงคำม่วน สปป.ลาว อีกประมาณ 150 คน  สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครพนม  ชมรมปั่นจักรยานเพื่อสุขภาพ จังหวัดนครพนม  และหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน จัดกิจกรรม “ปั่นข้ามโขง นครพนม–คำม่วน” ภายใต้โครงการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงกีฬา เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ สร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว 

    เส้นทางใน สปป.ลาว นักปั่นได้เดินทางไปยังแหล่งท่องเที่ยวสำคัญ อาทิ กำแพงยักษ์ ถ้ำช้าง และเมืองเก่าท่าแขก พร้อมแวะสักการะ พระธาตุสีโคดตะบอง เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากพี่น้องชาวลาว สะท้อนสายสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นของสองฝั่งโขง

    ว่าที่ พ.ต.อดิศักดิ์ กล่าวว่า กิจกรรมดังกล่าวไม่เพียงส่งเสริมสุขภาพ แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงกีฬา และสร้างความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ พร้อมกำชับให้นักปั่นไทยทุกคนปฏิบัติตนเป็น “ทูตของประเทศไทย” เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความประทับใจแก่พี่น้องชาวลาว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5830352/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3BQ6KBJ-VqenzkgwfYt7gD

  • สะเดา | ผู้ประกอบการร้องแก้ปัญหาคิวข้ามด่านไทย-มาเลเซีย หลังนักท่องเที่ยวรอนาน 3-4 ชั่วโมง หวั่นกระทบท่องเที่ยว

    สะเดา | ผู้ประกอบการร้องแก้ปัญหาคิวข้ามด่านไทย-มาเลเซีย หลังนักท่องเที่ยวรอนาน 3-4 ชั่วโมง หวั่นกระทบท่องเที่ยว

    วันนี้ 3 พ.ค. 69 ดร.สิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ สงขลา ได้สะท้อนปัญหารอข้ามด่านไทย ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ไทยแลนด์ ออนลี่ผมได้รับร้องเรียนตลอดทั้งวันนี้ ทั้งจากผู้ประกอบการทัวร์ ร้านค้า และนักท่องเที่ยวว่านักท่องเที่ยวมาเลเซีย หลายคนใช้เวลาทำเรื่องข้ามด่าน นานกว่า 3 ชั่วโมง 4 ชั่วโมงก็มี

    เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานเราก็สะท้อนตลอดแต่ยังไม่มีการแก้ไข ระบบพังๆแบบนี้จะค่อยๆกัดกินทำลายการท่องเที่ยวสงขลาให้พังในระยะยาวปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดแต่มันเรื้อรังมานานแล้ว

    ถ้าไม่แก้ไข เป็นระบบยื่นเอกสารถยนต์ออนไลน์ปัญหานี้จะอยู่คู่ประเทศไทยตลอดไปและไม่นานการท่องเที่ยวสงขลา คงจะเจ็งจากระบบแบบนี้ขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านทั้งตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ที่ทุ่มเทเปิดช่องตรวจทุกช่องเต็มที่แล้ว

    (แฟ้มภาพ)

    เรื่องนี้เจ้าหน้าที่ไม่ผิด แต่ผิดที่ระบบที่ต้องปรับให้ทันยุตสมัย และต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ทั้งหากยังปล่อยให้ยื่นเอกสารหน้าเคาเตอร์อยู่แบบนี้อนาคตคงเจอรอสี่ชั่วโมงห้าชั่วโมง หรือไม่มีเลยเพราะนักท่องเที่ยวหายหมดแล้ว

    (แฟ้มภาพ)

    เรื่องนีอภาครัฐควรปรับรูปแบบให้สามารถยื่นเอกสานออนไลน์ล่วงหน้าได้ จะช่วยลดระยะเวลาขั้นตอนหน้าด่านจาก สามชั่วโมงจะเหลือสามนาที การท่องเที่ยวสงขลาจะสดใสแน่นอน เรื่องนี้คงต้องฝากรัฐบาลหรือผู้แทนในเขต หวังว่าท่านคงจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้อยู่ไปถึงรุ่นลูหรุ่นหลาน ปัญหานี้จะต้องสะท้อนและได้รับการแก้ไขให้พ่อแม่พี่น้องในพื้นที่จังหวัดสงขลาต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.hatyaifocus.com/news-detail/30845/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14ITGc6vj3dpFglHjGCDHU

  • ชวนดู นิทรรศการโรงหนังแห่งท้องทะเล สำรวจวิกฤตโลกใต้ทะเลผ่านงานศิลป์

    ชวนดู นิทรรศการโรงหนังแห่งท้องทะเล สำรวจวิกฤตโลกใต้ทะเลผ่านงานศิลป์

    พาดำดิ่งสำรวจโลกใต้ทะเลที่ “นิทรรศการโรงหนังแห่งท้องทะเล” (The SEA-NEMA Experience) ณ พิพิธภัณฑ์จุฬาฯ นิทรรศการศิลปะสุดอาร์ตสะท้อนปัญหาสิ่งแวดล้อม เข้าชมฟรีถึง 12 พ.ค. 2569 ดูวิธีเดินทางที่นี่

    ชวนเที่ยวนิทรรศการโรงหนังแห่งท้องทะเล (The SEA-NEMA) ณ พิพิธภัณฑ์จุฬาฯ สัมผัสวิกฤตสิ่งแวดล้อมผ่านศิลปะร่วมสมัย ชมนิทรรศการภาพยนตร์ใต้ทะเลสุดอาร์ต เข้าชมฟรี ถึง 12 พ.ค. 2569 นี้

    ทำความรู้จัก “นิทรรศการโรงหนังแห่งท้องทะเล”

    “นิทรรศการโรงหนังแห่งท้องทะเล” หรือ The SEA-NEMA Experience เป็นนิทรรศการที่นำเสนอเรื่องราวของทรัพยากรทางทะเลและวิกฤตสิ่งแวดล้อมในปัจจุบัน ข้อมูลจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยระบุว่า นิทรรศการนี้ถูกออกแบบมาเพื่อผสานองค์ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เข้ากับศิลปะร่วมสมัย โดยเปลี่ยนพื้นที่จัดแสดงให้กลายเป็นโรงภาพยนตร์ใต้ทะเล เพื่อสะท้อนถึงปัญหาที่โลกกำลังเผชิญหน้า ไม่ว่าจะเป็น ภาวะโลกร้อน มลพิษจากขยะพลาสติก และปัญหาความเปราะบางของแนวปะการัง ซึ่งในมิติทางประวัติศาสตร์และนิเวศวิทยา (Historical Context) ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาวได้ทวีความรุนแรงขึ้นอย่างมากในช่วงหลายทศวรรษที่ผ่านมาจนกระทบต่อห่วงโซ่อาหารของมนุษย์โดยตรง

    ไฮไลต์น่าสนใจใน The SEA-NEMA Experience มีอะไรบ้าง?

    การจัดแสดงภายในนิทรรศการดึงดูดผู้ชมด้วยการใช้สื่อเชิงปฏิสัมพันธ์ (Interactive Media) และมุมถ่ายรูปที่เต็มไปด้วยความหมาย โดยมีไฮไลต์สำคัญดังนี้

    สำรวจวิกฤตปะการังฟอกขาวและอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป

    ผู้ชมจะได้เห็นภาพจำลองของระบบนิเวศทางทะเลที่เปลี่ยนแปลงไปเมื่ออุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น พร้อมทั้งได้สัมผัสตัวอย่างสิ่งมีชีวิตทางทะเลและทรัพยากรของจริงอย่างใกล้ชิด เช่น ปะการัง กัลปังหา หอยมือเสือ ปลาดาว ปลากระเบน ปลิงทะเล และหอยเม่น ซึ่งช่วยให้ผู้ชมโดยเฉพาะเยาวชนเข้าใจถึงความสมดุลของธรรมชาติได้ง่ายขึ้น

    ภารกิจกู้คืนทะเล เสียงสะท้อนผ่านงานศิลป์

    ภาพจากเพจ Chulalongkorn University
    ภาพจากเพจ Chulalongkorn University

    นิทรรศการไม่ได้เพียงแค่นำเสนอความสูญเสีย แต่ยังถ่ายทอด “ภารกิจฟื้นฟูทะเล” โดยนำเสนอบทบาทของนักวิจัยและนักอนุรักษ์ที่พยายามเยียวยาทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน เป็นการส่งต่อแรงบันดาลใจและมอบรหัสสัญญาณเตือนให้ผู้เข้าชมตระหนักว่า อนาคตของมหาสมุทรขึ้นอยู่กับการกระทำของมนุษย์ทุกคนในวันนี้

    นอกจากนี้ ภายในพื้นที่ของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ยังเป็นที่ตั้งของ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา ซึ่งเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่เก่าแก่และรวบรวมตัวอย่างสิ่งมีชีวิตหายากไว้มากมาย ผู้ที่สนใจสามารถเดินเชื่อมโยงความรู้และท่องเที่ยวเชิงสาระในบริเวณใกล้เคียงกันได้อย่างคุ้มค่า

    ข้อมูลการเข้าชม นิทรรศการโรงหนังแห่งท้องทะเล

    • สถานที่จัดแสดง: ห้องนิทรรศการหมุนเวียน ชั้น 1 พิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (Chula Museum)
    • ระยะเวลาจัดแสดง: ตั้งแต่วันนี้ – 12 พฤษภาคม 2569
    • เวลาเปิด-ปิด: วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 09.00 – 16.30 น. (ปิดวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
    • อัตราค่าเข้าชม: เข้าชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย

    วิธีการเดินทางไปพิพิธภัณฑ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

    สามารถเดินทางได้สะดวกด้วยระบบขนส่งสาธารณะ

    ภาพจากเพจ Chulalongkorn University
    ภาพจากเพจ Chulalongkorn University
    • รถไฟฟ้า BTS: ลงสถานีสยาม หรือ สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ จากนั้นต่อรถ Shuttle Bus ของจุฬาฯ (MuvMi / ป๊อบ) หรือเดินเท้าเข้ามาในบริเวณมหาวิทยาลัย
    • รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT: ลงสถานีสามย่าน (ทางออก 2) แล้วต่อรถ Shuttle Bus ของจุฬาฯ
    • รถยนต์ส่วนตัว: สามารถจอดรถได้ที่อาคารจอดรถภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือบริเวณรอบสยามสแควร์ (มีค่าบริการจอดรถตามปกติ)

    “นิทรรศการโรงหนังแห่งท้องทะเล” (The SEA-NEMA Experience) ไม่เพียงแต่เป็นจุดเช็กอินและนิทรรศการศิลปะที่ถ่ายรูปสวยสำหรับสายคอนเทนต์เท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่กระตุ้นเตือนสังคมให้เห็นถึงผลกระทบจากการกระทำของมนุษย์ที่มีต่อมหาสมุทร ถือเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวในกรุงเทพฯ ที่ตอบโจทย์ทั้งความเพลิดเพลินและปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์โลกได้อย่างลงตัว

    ภาพจากเพจ Chulalongkorn University

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/lifestyle/travel/2930431&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1AY87kSdeuxbrAfuZv7nok

  • กัมพูชาผุดแคมเปญ “ฤดูสีเขียว” ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวช่วงหน้าฝน | เดลินิวส์

    กัมพูชาผุดแคมเปญ “ฤดูสีเขียว” ดึงนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวช่วงหน้าฝน | เดลินิวส์

    สำนักข่าวซินหัวรายงานจากกรุงพนมเปญ ประเทศกัมพูชา เมื่อวันที่ 3 พ.ค. ว่านายฮวด ฮัก รมว.การท่องเที่ยวกัมพูชา กล่าวสุนทรพจน์ในงานเปิดตัวแคมเปญ “เที่ยวกัมพูชาในฤดูสีเขียวปี 2026” (Visit Cambodia in the Green Season Campaign 2026) ที่กรุงพนมเปญ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยระบุว่าโครงการริเริ่มนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อพลิกโฉมช่วงฤดูฝน ตั้งแต่เดือน พ.ค.-ต.ค. ให้กลายเป็นฤดูท่องเที่ยวที่คึกคัก

    แคมเปญนี้มีเป้าหมายเพื่อเปลี่ยนฤดูฝน ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการท่องเที่ยวที่มีชีวิตชีวา ทรงคุณค่า และยั่งยืน

    รัฐบาลกัมพูชายังขอให้โรงแรม ร้านอาหาร ตลอดจนผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวและบริษัททัวร์ต่าง ๆ ร่วมมือกันจัดแพ็กเกจท่องเที่ยวในราคาโปรโมชัน และจัดกิจกรรมพิเศษ เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามามากขึ้น

    ทั้งนี้ การท่องเที่ยวถือเป็นหนึ่งในเสาหลักสำคัญของเศรษฐกิจของกัมพูชา โดยประเทศแห่งนี้ต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติรวมทั้งสิ้น 5.57 ล้านคน เมื่อปี 2568.

    ข้อมูล : XINHUA

    เครดิตภาพ : AFP

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5832699/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1tzqhb_SsQOyzc0I7xDfjJ

  • เอกชนสงขลาจี้แก้ไขระบบ นักท่องเที่ยวมาเลย์เสียเวลารอข้ามด่าน 3 ชั่วโมง

    เอกชนสงขลาจี้แก้ไขระบบ นักท่องเที่ยวมาเลย์เสียเวลารอข้ามด่าน 3 ชั่วโมง

    ภาคการท่องเที่ยวสงขลา”โวย” รอข้ามด่านมาเที่ยวไทย ใช้เวลา ชั่วโมง นักท่องเที่ยวต่างชาติเสียความรู้สึก ผู้ประกอบการไทยเสียหาย “วอน”ภาครัฐก้ไขจากเอกสารเป็นยื่นออนไลน์ ลดเวลาที่ด่านได้หลายชั่วโมง เสริมภาพลักษณ์การท่องเที่ยว

    3 พฤษภาคม 2569 รายงานว่าหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวได้รับร้องเรียนจากผู้ประกอบการทัวร์ ร้านค้า และนักท่องเที่ยวว่านักท่องเที่ยวมาเลเซีย หลายคนใช้เวลาทำเรื่องข้ามด่าน นานกว่า 3 -4 ชั่วโมง   เรื่องนี้เกิดขึ้นมานานแล้ว แต่ยังไม่มีการแก้ไข ระบบพังๆแบบนี้จะค่อยๆกัดกินทำลายการท่องเที่ยวสงขลาให้พังในระยะยาว 

    รายงานว่าปัญหานี้ไม่ใช่เพิ่งเกิด  แต่มันเรื้อรังมานานแล้ว   วิธีการแก้ไข คือ รัฐจะปรับรูปแบบการยื่นเอกสารนำรถยนต์เข้าไทยจากรูปแบบเอกสาร เป็นระบบยื่นออนไลน์ล่วงหน้าได้ถ้าหากไม่ปรับแก้ปัญหานี้จะอยู่คู่ประเทศไทยตลอดไป และไม่นานการท่องเที่ยวสงขลา คงจะเจ็งจากระบบแบบนี้

    “การปล่อยให้นักท่องเที่ยวต้องรอถึง สามชั่วโมงเพื่อเข้ามาเที่ยวประเทศไทย ส่งผลต่อความรู้สึกแย่ๆกับนักท่องเที่ยว ขณะที่บางรายตัดสินใจเดินทางกลับประเทศมาเลเซียทันที  ขณะเดียวกัน การใช้เวลาข้ามประเทศนานเช่นนี้ ส่งผลต่อการใช้จ่ายในพื้นที่อีกด้วย แทนที่นักท่องเที่ยวจะสามารถเข้าประเทศไทยได้ตามโปรแกรมที่ตั้งไว้ ไปกินข้าวท่องเที่ยวตามที่ต่างๆ ต้องถูกยกเลิกไป ผู้ประกอบการก็ขาดรายได้”

    คงต้องแก้ที่ระบบ เพราะเจ้าหน้าที่เองก็ปฎิบัติตามกฎหมาย ต้องขอขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกท่านทั้งตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร ที่ทุ่มเทเปิดช่องตรวจทุกช่องเต็มที่แล้ว   เจ้าหน้าที่ไม่ผิด แต่ผิดที่ระบบที่ต้องปรับให้ทันยุคสมัย และต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ประโยชน์ ทั้งหากยังปล่อยให้ยื่นเอกสารหน้าเคาเตอร์อยู่แบบนี้ อนาคตคงเจอรอ 4-5 ชั่วโมง หรือไม่มีเลยเพราะนักท่องเที่ยวหายหมดแล้ว

    นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา  นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา กล่าวว่า ภาครัฐควรปรับรูปแบบให้สามารถยื่นเอกสารออนไลน์ล่วงหน้าได้ จะช่วยลดระยะเวลาขั้นตอนหน้าด่านจาก สามชั่วโมงจะเหลือ 3 นาทีการท่องเที่ยวสงขลาจะสดใสแน่นอน เรื่องนี้คงต้องฝากรัฐบาลหรือผู้แทนในเขต หวังว่าคงจะไม่ปล่อยให้เรื่องนี้อยู่ไปถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน ปัญหานี้จะต้องสะท้อนและได้รับการแก้ไขให้พ่อแม่พี่น้องในพื้นที่ จ.สงขลา

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/989726/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2eSGtpwfqSWTJ_w-eBsUgs

  • เริ่มแล้ว! งานเทศกาลท่องเที่ยวชื่อดัง “เสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา” 20256

    เริ่มแล้ว! งานเทศกาลท่องเที่ยวชื่อดัง “เสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา” 20256

    ภูมิภาค

    เริ่มแล้ว! งานเทศกาลท่องเที่ยวชื่อดัง “เสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา” 20256

    วันอาทิตย์ ที่ 03 พฤษภาคม พ.ศ. 2569, 17.39 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ท่าเทียบเรือบ้านคลองเคียน ต.คลองเคียน อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา นายบัญชา ธนูอินทร์  รองผู้ว่าราชการจังหวัดพังงา ป็นประธานในพิธีเปิดงาน ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา 2026’ ครั้งที่ 14 โดยมี นายอรรถพล ไตรศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดพังงา เขต 1  สมาชิกสภา นายอุทิศ ลิ่มสกุล ผอ.ททท.พังงา นายจุมพล ทองตัน ประธานสภาวัฒนธรรมจังหวัดพังงา นายอำเภอตะกั่วทุ่ง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติอ่าวพังงา ผู้นำท้องที่ ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าร่วม 
            
    นายอุทิศ มัจฉาเวช นายกองค์การบริหารส่วนตำบลคลองเคียน กล่าวว่า งานเทศกาลครั้งนี้จัดขึ้นระหว่างวันที่ 2 – 3  พฤษภาคม 2569 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยว วิถีชีวิตชุมชน และส่งเสริมจิตสำนึกด้านการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน อีกทั้งยังเป็นเวทีในการพบปะและสร้างเครือข่ายระหว่างผู้ประกอบการด้านการท่องเที่ยวกับนักท่องเที่ยว ภายในงานมีกิจกรรมที่หลากหลายและสะท้อนเอกลักษณ์ท้องถิ่น อาทิ การนำคณะสื่อมวลชนร่วมสำรวจแหล่งท่องเที่ยว การแข่งขันทอดแหปลากระบอก  แข่งขันพายเรือกระบะปูน การประกวดร้องเพลงไทยลูกทุ่ง รวมถึงการแสดงศิลปวัฒนธรรมและวิถีชีวิตของชุมชนจากเยาวชนในพื้นที่
             
    สำหรับงานนี้ อบต.คลองเคียน ได้ร่วมกับประชาชนในพื้นที่ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2553 โดยใช้ชื่อว่า ‘งานเทศกาลหอยและอาหารทะเล’ ก่อนจะปรับเปลี่ยนชื่อ ‘งานชิมกุ้งแชบ๊วยลองแลอาหารเล’ จนกระทั่งปัจจุบันได้มีสถานที่ท่องเที่ยวในพื้นที่ตำบลคลองเคียนเกิดขึ้นแห่งใหม่ คือ เสม็ดนางชี ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทำให้นักท่องเที่ยวประเทศไทยและดังไปถึงทั่วโลกรู้จัก ส่งผลให้ตำบลคลองเคียนเปลี่ยนแปลง ไปในลักษณะการประกอบธุรกิจการท่องเที่ยวและบริการมหาชน ทำให้ประชาชนในพื้นที่มีงานประจำจาก ผู้ประกอบการและรายได้จากนักท่องเที่ยว เป็นการสะท้อนถึงการเติบโตของแหล่งท่องเที่ยว ‘เสม็ดนางชี’ ที่กลายเป็นจุดหมายยอดนิยมระดับโลก จึงได้เปลี่ยนชื่อโครงการเป็น ‘เทศกาลท่องเที่ยวเสม็ดนางชี ชมวิถีอ่าวพังงา ตั้งแต่ปี 2024 จนถึงปัจจุบัน’

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/region/474790&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw37mddd6czyWtdscR0MFtUc

  • ชุมพรคว้า ‘Sports Tourism’ โกยเงินเข้าท้องถิ่น

    ชุมพรคว้า ‘Sports Tourism’ โกยเงินเข้าท้องถิ่น

    ชุมพรคึกคักรับศึกใหญ่  Hard Enduro 2026 บุกปะทิว  งัดกลยุทธ์ “Sports Tourism” หรือการท่องเที่ยวกีฬา มาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของจังหวัดชุมพรดันเม็ดเงินสะพัดกว่า 10 ล้านบาท

    3 พ.ค.2569 – ที่บริเวณชายหาดสะพลี อ.ปะทิว จ.ชุมพร มีการแข่งขัน Hard Enduro 2026 เป็นไปอย่างเข้มข้นและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น โดยได้รับเกียรติจาก ว่าที่ร้อยตรีกิตติภพ รอดดอน รองผู้ว่าราชการจังหวัดชุมพร เป็นประธานในพิธีเปิดงานการแข่งขันที่รวบรวมยอดฝีมือเอ็กซ์ตรีมระดับโลกมาไว้ในที่เดียว ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงามและท้าทาย ซึ่งถือเป็นบททดสอบสมรรถภาพของทั้งคนและรถที่ยอดเยี่ยมที่สุดแห่งหนึ่ง

    ดร.สุรินทร์ เหล่าพัทรเกษม ประธาน สภา อุตสาหกรรม ท่องเที่ยวชุมพร ในฐานะตัวแทนฝ่ายจัดการแข่งขันและผู้เกี่ยวข้องในภาคธุรกิจท่องเที่ยว ได้ให้ข้อมูลยืนยันถึงความสำเร็จของงานในครั้งนี้ว่า การแข่งขันครั้งนี้ถือเป็นแม่เหล็กสำคัญที่ดึงดูดนักแข่งระดับมืออาชีพจากหลากหลายประเทศ ทั้งจากยูเครน ญี่ปุ่น รัสเซีย และทั่วภูมิภาคเอเชียให้ตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขันอย่างคับคั่ง ส่งผลให้ขณะนี้ที่พักและโรงแรมในพื้นที่อำเภอปะทิวและใกล้เคียงถูกจองเต็มทุกห้อง มีผู้เข้าร่วมงานและนักท่องเที่ยวรวมกว่าหมื่นชีวิต ทำให้เศรษฐกิจฐานรากตื่นตัวอย่างมาก คาดว่าจะมีเม็ดเงินสะพัดหมุนเวียนในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

    “การแข่งขันในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นสนามประลองความสามารถของนักกีฬา แต่ยังเป็นการใช้กลยุทธ์ “Sports Tourism” หรือการท่องเที่ยวกีฬา มาเป็นเครื่องมือในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์ของจังหวัดชุมพรให้เป็นที่รู้จักในระดับสากล นับเป็นการกระจายรายได้และสร้างความสุขให้กับพี่น้องชาวชุมพรอย่างแท้จริง” ดร.สุรินทร์ กล่าว.

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/district-news/989808/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0wu0oqz6sjeyK5-DNiXl9e