Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ครม.ญี่ปุ่นอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 21 ล้านล้านเยน-รวมแจกเงินสด

    ครม.ญี่ปุ่นอนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่ากว่า 21 ล้านล้านเยน-รวมแจกเงินสด

    21 พฤศจิกายน 2568, 13:00น.

              คณะรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทากาอิจิของญี่ปุ่นได้อนุมัติงบกระตุ้นเศรษฐกิจมูลค่า 21.3 ล้านล้านเยน(ราว 135,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ) ตามนโยบายเพิ่มงบค่าใช้จ่ายของภาครัฐ เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจของญี่ปุ่น ซึ่งมีขนาดใหญ่อันดับ 4 ของโลกให้ฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง และช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนและภาคธุรกิจ ที่ได้รับผลกระทบจากภาวะค่าครองชีพแพงและการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลก ซึ่งเป็นผลจากมาตรการภาษีตอบโต้ทั่วโลกของสหรัฐฯ

              สำหรับรายละเอียดการช่วยเหลือภาคครัวเรือน เช่น การแจกเงินสด 20,000 เยนแก่เด็กอายุไม่เกิน 18 ปี ซึ่งรัฐบาลคาดว่าต้องใช้งบประมาณในโครงการนี้จำนวน 400,000 ล้านเยน, การให้รัฐบาลท้องถิ่นแจกคูปองแก่ประชาชนเพื่อซื้ออาหารมูลค่า 3,000 เยนต่อคน, การยกเลิกภาษีน้ำมัน และการเพิ่มเพดานรายได้ที่ไม่ต้องเสียภาษี เพื่อช่วยบรรเทาภาระทางภาษีสำหรับครัวเรือน, การอุดหนุนงบประมาณรัฐบาลท้องถิ่นรวม 2 ล้านล้านเยน เพื่อให้รัฐบาลท้องถิ่นจัดทำมาตรการลดค่าครองชีพ เช่น การตรึงราคาค่าอาหาร, การอุดหนุนค่าไฟและก๊าซ รวม 500,000 ล้านเยน ต่อเนื่องไปจนถึงเดือนมี.ค.ปีหน้า(2569) ซึ่งรัฐบาล คาดว่า มาตรการนี้จะช่วยภาคครัวเรือนประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงานราว 7,000 เยนต่อครัวเรือน

             นักวิเคราะห์ ระบุว่า เป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งแรก ตั้งแต่นางทากาอิจิเข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเมื่อเดือนก่อน เมื่อรวมกับงบประมาณท้องถิ่นและภาคเอกชน แพ็กเกจนี้จะมีมูลค่ารวม 42.8 ล้านล้านเยน สูงกว่างบกระตุ้นเศรษฐกิจในปีงบประมาณที่แล้ว (2567) ซึ่งอยู่ที่ 39 ล้านล้านเยน

    #ญี่ปุ่น

    #งบกระตุ้นเศรษฐกิจ

    ที่มา: เกียวโดนิวส์

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/156666&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1uMdr3LdLx0vxQkWDma4-u

  • บอนด์ยีลด์ร่วง จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ,ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

    บอนด์ยีลด์ร่วง จับตาตัวเลขเศรษฐกิจ,ทิศทางดอกเบี้ยเฟด

    สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (21 พ.ย. 68)

    อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลงในวันนี้ ขณะที่นักลงทุนจับตาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ และทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

    ณ เวลา 18.47 น.ตามเวลาไทย อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี อยู่ที่ระดับ 4.065% ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลอายุ 30 ปี อยู่ที่ระดับ 4.707%

    นักลงทุนไม่มั่นใจต่อภาวะตลาดแรงงานและทิศทางอัตราดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนธ.ค. หลังสหรัฐเปิดเผยตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่ไร้ทิศทาง

    ทั้งนี้ กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรพุ่งขึ้น 119,000 ตำแหน่งในเดือนก.ย. สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ระดับ 53,000 ตำแหน่ง หลังการจ้างงานลดลง 4,000 ตำแหน่งในเดือนส.ค.

    อย่างไรก็ดี อัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 4.4% ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2564 ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่าทรงตัวที่ระดับ 4.3%

    ล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนักเพียง 43.1% ที่เฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนธ.ค. จากเดิมที่ให้น้ำหนักมากถึง 98.1% ในเดือนที่แล้ว

    โดย ก้องเกียรติ กอวีรกิติ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2025-IRAK0IQ9M4P64WZ04JEQZDLEB11FKLQX&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1umFVt8qSHfJS-OZXFqtGr

  • “อนุทิน” พบ อสม.แนะใช้ระบบ สธ.ช่วยสร้างเศรษฐกิจ ชูเป็นฝีพายชั้นดี

    “อนุทิน” พบ อสม.แนะใช้ระบบ สธ.ช่วยสร้างเศรษฐกิจ ชูเป็นฝีพายชั้นดี


    นายกฯ พบ อสม. ชูเป็นฝีพายชั้นดีช่วยยกระดับสาธารณสุขไทย ยกระดับให้สมาร์ท ภายใต้นโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” หวังให้ช่วย ปชช. ควบคู่ใช้ระบบ สธ.สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ

    ที่อิมแพ็คเมืองทองธานี จ.นนทบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เปิดโครงการพัฒนาศักยภาพ อสม. สู่สาธารณสุขยุคพัฒนา “อสม.เชื่อมต่อเทคโนโลยีสู่ชุมชน” โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นายวรโชติ สุคนธ์ขจร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข นายเชษฐา โมสิกรัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนนทบุรี คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และ อสม. เข้าร่วม 10,000 คน
     
    นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนา อสม. โดยมอบหมายให้กระทรวงสาธารณสุขสานต่อการยกระดับสู่การเป็นสมาร์ท อสม. ภายใต้นโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการผ่านเทคโนโลยี” ที่มุ่งใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือหลักในการบริการประชาชนให้เกิดความสะดวก รวดเร็ว และเท่าเทียม พร้อมทั้งเพิ่มพูนความรู้และทักษะเฉพาะด้านเพื่อให้เป็นผู้ช่วยสาธารณสุข และ care giver ดูแลผู้สูงอายุ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้ป่วยโรคไต และผู้ที่มีภาวะพึ่งพิง ร่วมกับทีมสหวิชาชีพในชุมชน ต่อยอดสู่การเป็นผู้นำการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพในชุมชน สื่อสารข้อมูลข่าวสารด้านสาธารณสุขให้ประชาชนมีความรอบรู้ด้านสุขภาพ ตลอดจนพัฒนาและฝึกอาชีพสร้างความมั่นคงด้วยการเป็นผู้ช่วยแพทย์แผนไทย ถือเป็นอีกก้าวสำคัญของการยกระดับการทำงานของ อสม. ให้ใช้เครื่องมือเทคโนโลยีเชื่อมโยงกับหัวใจของความเสียสละในการสร้างระบบสาธารณสุขที่เข้มแข็งและยั่งยืน โดยรัฐบาลจะสนับสนุนและสร้างขวัญกำลังใจอย่างต่อเนื่อง เพราะ อสม. คือ “หัวใจของระบบสาธารณสุขไทย” อย่างแท้จริง
     
    ด้าน นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขมุ่งมั่นขับเคลื่อนนโยบายของรัฐบาล ให้คนไทยทุกช่วงวัยเข้าถึงบริการสาธารณสุขที่มีคุณภาพอย่างทั่วถึงและเท่าเทียม ส่งเสริมและพัฒนาการสร้างเสริมสุขภาพให้คนไทยมีสุขภาพกายและจิตใจที่ดี โดยมี อสม. กว่า 1 ล้านคน ทั่วประเทศ เป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อน โดยในวันนี้มีการถ่ายทอดนโยบาย “หมอไม่ล้า ประชาชนไม่รอ เชื่อมต่อทุกบริการ ผ่านเทคโนโลยี” ของกระทรวงสาธารณสุข ให้ อสม. นำไปสู่
     
    การปฏิบัติ เน้นการพัฒนาศักยภาพ อสม. ให้สามารถใช้เทคโนโลยีด้านบริการสาธารณสุข ทั้งหมอพร้อม การนัดหมายออนไลน์ การแจ้งเตือนออนไลน์ รวมถึงส่งเสริมความรอบรู้ด้านสุขภาพ สามารถประเมินสุขภาพและความเสี่ยงสุขภาพรายบุคคลแบบอิเล็กทรอนิกส์ และมีทักษะในการคัดกรองประเมินสุขภาพของประชาชนเบื้องต้นในชุมชน
     

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thebetter.co.th/news/news/37745&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2cka2KEAkxeR7G7t2ItLaV

  • รัฐบาลชวนคนไทยเที่ยว

    รัฐบาลชวนคนไทยเที่ยว

    วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 11.39 น.

    รัฐบาลชวนคนไทยเที่ยว “Songwat Week” 20–23 นี้ ดันเศรษฐกิจสร้างสรรค์–ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม กระตุ้นรายได้ผู้ประกอบการในย่านเก่า

    นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ระหว่างวันที่ 20–23 นี้ รัฐบาลร่วมกับภาคเอกชนและผู้ประกอบการท้องถิ่น จัดงาน “Songwat Week” เพื่อฟื้นย่านทรงวาด–ตลาดน้อยในฐานะพื้นที่เศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative District) และดึงดูดนักท่องเที่ยวไทย–ต่างชาติให้มาใช้จ่าย สร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการรายย่อย ร้านอาหารท้องถิ่น และธุรกิจสร้างสรรค์ในพื้นที่ 

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า การจัดงาน Songwat Week เป็นส่วนหนึ่งของแนวนโยบายรัฐบาลในการพัฒนาเศรษฐกิจเชิงวัฒนธรรม (Cultural Economy) และเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy) ให้เป็นเครื่องมือสำคัญในการกระจายรายได้สู่ชุมชน โดยเฉพาะในย่านเมืองเก่าที่มีศักยภาพด้านประวัติศาสตร์ สถาปัตยกรรม และการท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้

    ไฮไลต์ของงาน Songwat Week
    • เส้นทางเดินเท้าสำรวจย่านเก่า “ทรงวาด–ตลาดน้อย”
    • นิทรรศการศิลปะ–การออกแบบจากศิลปินรุ่นใหม่
    • ตลาดรวมร้านเด็ด–คาเฟ่–ร้านอาหารเก่าแก่ประจำย่าน
    • เวิร์กช็อปงานคราฟต์ แฟชั่น และของทำมือ
    • ดนตรีสด ศิลปะการแสดง และกิจกรรมสร้างสรรค์ตลอดวัน

    กิจกรรมจำนวนมากเปิดให้ร่วมฟรี เพื่อให้ประชาชนทุกกลุ่มเข้าถึงประสบการณ์วัฒนธรรมร่วมสมัยได้ง่ายขึ้น ดึงคนรุ่นใหม่–นักท่องเที่ยวต่างชาติ–ครอบครัว ให้กลับมาเดินย่านเก่า

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวว่า รัฐบาลต้องการให้ย่านทรงวาด–ตลาดน้อยเป็น “ต้นแบบการฟื้นเมืองเก่า” ที่ผสานระหว่างมรดกวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวสมัยใหม่ พร้อมเชื่อมต่อย่านใกล้เคียง เช่น เยาวราช สัมพันธวงศ์ รัตนโกสินทร์ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเมืองโดยรวม จากข้อมูลผู้ประกอบการในพื้นที่ คาดว่าช่วงกิจกรรมจะมีผู้ร่วมงานหลายหมื่นคน และช่วยเพิ่มยอดขายให้ร้านค้า–คาเฟ่–ร้านอาหารในพื้นที่ได้อย่างมีนัยสำคัญ รัฐบาลยืนยันเดินหน้าหนุนเศรษฐกิจสร้างสรรค์

    รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีระบุว่า นโยบายด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็น “ยุทธศาสตร์สำคัญ” ของรัฐบาลในการดึงศักยภาพเมืองเก่าและชุมชนท้องถิ่นให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง พร้อมส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยให้เติบโตไปกับภาคท่องเที่ยวคุณภาพ

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/929443&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2mgQhq01pn7OKp8drFrDVH

  • นายกฯ ยุบสภา ไม่กระทบแผนเศรษฐกิจ ‘เอกนิติ’ เร่งคลอดทุกแพ็คเกจในธ.ค.นี้

    นายกฯ ยุบสภา ไม่กระทบแผนเศรษฐกิจ ‘เอกนิติ’ เร่งคลอดทุกแพ็คเกจในธ.ค.นี้

    นายกฯ ยุบสภา ไม่กระทบแผนเศรษฐกิจ ‘เอกนิติ’ เร่งคลอดทุกแพ็คเกจในธ.ค.นี้

    นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า กรณีที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ได้ประกาศพร้อมยุบสภาฯ ในวันที่ 12 ธ.ค.68 นั้น ไม่มีผลต่อแผนเศรษฐกิจ โดยเพียง 6 สัปดาห์ เราได้ผลักดันมาตรการออกมาเกือบทุกมาตรการแล้ว ซึ่งจะพยายามทำให้ทุกมาตรการเสร็จภายในเดือนธ.ค.นี้ 

    สำหรับสัปดาห์หน้าจะมีมาตรการส่งเสริมการลงทุน เกี่ยวกับด้านคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI ) อาทิ โครงการ Fast Pass ซึ่งตอนนี้มีบริษัทขนาดใหญ่กว่า 60 บริษัท พร้อมลงทุนในประเทศไทย คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 300,000 ล้านบาท รัฐบาลจะปลดล็อคการลงทุนดังกล่าว ผ่านโครงการดังกล่าว เพื่อแก้ไขอุปสรรคด้านกฎหมาย กฎกติกาที่ล่าช้า และความซ้ำซ้อนของการขออนุญาตต่างๆ 

    สำหรับในด้านการส่งเสริมการออมนั้น คาดว่าจะแล้วเสร็จภายใน 2 สัปดาห์ และจะได้เห็นในเดือนธ.ค.นี้เช่นเดียวกัน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างออกแบบ Thailand Individual Saving Account (TISA) หรือบัญชีการออมส่วนบุคคล เพื่อมุ่งเน้นการส่งเสริมการออมและการลงทุนระยะยาวที่ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่ารูปแบบการลดหย่อนภาษีแบบเดิม (เช่น RMF, PVD) ซึ่งบางครั้งอาจทำให้ผู้ลงทุนขาดทุน

    เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

    โดยผู้ลงทุนจะสามารถเลือกผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้ตามความต้องการและความเสี่ยงที่ยอมรับได้ เช่น พันธบัตรสำหรับผู้ที่ต้องการความปลอดภัย หรือกองทุนที่เน้นเทคโนโลยี AI 

    นอกจากนี้ รัฐบาลจะดึงดูดการออมของประชาชน ผ่านความนิยมในการเสี่ยงโชค โดยจะให้เงินคืนสำหรับผู้ซื้อหวยแต่ไม่ถูกรางวัล โดยผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการกฤษฎีกาเรียบร้อยแล้ว ซึ่งกระทรวงการคลังจะกำหนดให้สะสมเงินออมจากการซื้อหวยแล้วไม่ถูกรางวัลถึงอายุ 55 ปีจึงจะสามารถถอนเงินได้ ส่วนผู้ที่ยังซื้อหวยอยู่ จะกำหนดให้สะสมอีก 5 ปี เป็นต้น

    ทั้งนี้ จะออกมาตรการดูแลเอสเอ็มอี ทั้งการแก้ปัญหาสภาพคล่อง โดยใช้กลไกของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เพื่อช่วยลดความเสี่ยงของธนาคาร พร้อมทั้งใช้สถาบันการเงินของรัฐในการให้สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) เพื่อให้เอสเอ็มอีเข้าถึงเงินทุนได้ง่ายขึ้น

    นอกจากนี้ จะเร่งรัดการคืนภาษีสรรพากรที่ค้างอยู่ประมาณ 40,000 ล้านบาท ให้กับผู้ประกอบการที่ดี ขณะเดียวกัน จะมีโครงการ “บริษัทใหญ่ช่วยบริษัทเล็ก” เป็นการให้เงินทุนสนับสนุน เพื่อให้เอสเอ็ทอี สามารถเปลี่ยนผ่านไปใช้เทคโนโลยีดิจิทัล, Automation, หรือ AI และปรับตัวเข้าสู่ซัพพลายเชนใหม่ๆ เช่น ธุรกิจสีเขียว (Green Business) หรือพลังงานโซลาร์ เป็นต้น 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/644579&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0N0V1NKekBu0kFT8cc4ajd

  • การหารือด้านศาสนาและวัฒนธรรม – คณะผู้แทนรัฐสภาอิหร่านพบผู้บริหารระดับสูงสำนักงานจุฬาราชมนตรีของไทย

    การหารือด้านศาสนาและวัฒนธรรม – คณะผู้แทนรัฐสภาอิหร่านพบผู้บริหารระดับสูงสำนักงานจุฬาราชมนตรีของไทย

    การหารือด้านศาสนาและวัฒนธรรม – คณะผู้แทนรัฐสภาอิหร่านพบผู้บริหารระดับสูงสำนักงานจุฬาราชมนตรีของไทย

    ด้วยเป้าหมายในการศึกษาสถานการณ์ของชุมชนมุสลิมในประเทศไทย และเสริมสร้างความร่วมมือทางศาสนาและวัฒนธรรมระหว่างสองประเทศ ซัยยิด อาลี ยัซดีคอห์ รองประธานคณะกรรมาธิการวัฒนธรรมของสภาชูรอแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน ได้พบกับนายชารีฟ ศรีเจริญ ตัวแทนจุฬาราชมนตรีของไทย

    ในการประชุมครั้งนี้ ซึ่งมีที่ปรึกษาด้านวัฒนธรรมของอิหร่านประจำประเทศไทย และสมาชิกคณะกรรมาธิการหลายท่าน เช่น นูบาเวห์ วะเรสตินะห์ และ ซาร์มัสต์ รองประธานคณะกรรมาธิการ รวมถึงนายโมฮัมมาดี รองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและแนะแนวอิสลาม เข้าร่วมด้วย ทั้งสองฝ่ายได้อธิบายศักยภาพที่มีอยู่ ทบทวนความท้าทายและความต้องการของชุมชนมุสลิม พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการเสริมสร้างปฏิสัมพันธ์เชิงยุทธศาสตร์ในด้านการศึกษา วัฒนธรรม และศาสนา

    การประชุมยังมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวทางความร่วมมือในอนาคตเพื่อยกระดับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองประเทศในประเด็นดังกล่าวอีกด้วย.

  • ย้ำการขยายความร่วมมือด้านรัฐสภา – คณะผู้แทนรัฐสภาอิหร่านพบประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย

    ย้ำการขยายความร่วมมือด้านรัฐสภา – คณะผู้แทนรัฐสภาอิหร่านพบประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย

    ย้ำการขยายความร่วมมือด้านรัฐสภา – คณะผู้แทนรัฐสภาอิหร่านพบประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย

    คณะผู้แทนจากสภาชูรอแห่งสาธารณรัฐอิสลามอิหร่าน พร้อมด้วยรองรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและแนะแนวอิสลามของอิหร่าน ได้เดินทางเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ และได้พบปะพูดคุยกับนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎรไทย

    ในการพบปะครั้งนี้ ทั้งสองฝ่ายได้ย้ำถึงความสำคัญของการขยายความร่วมมือด้านรัฐสภา การยกระดับการสนทนาร่วมกัน และการเสริมสร้างกลไกการปรึกษาหารือระหว่างสถาบันนิติบัญญัติของทั้งสองประเทศ

    ในการประชุมดังกล่าว หัวหน้าคณะผู้แทนอิหร่านได้กล่าวขอบคุณต่อการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากสภาผู้แทนราษฎรไทย พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความพร้อมของสาธารณรัฐอิสลามอิหร่านในการเสริมสร้างความสัมพันธ์อันเป็นมิตรระหว่างสองประเทศในด้านงานนิติบัญญัติ วัฒนธรรม เศรษฐกิจ และวิชาการ นอกจากนี้ยังได้มีการส่งมอบสารอย่างเป็นทางการจากนายแพทย์โมฮัมหมัดบาเกร กอลีบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน อีกด้วย

  • ปทุมธานีพร้อมจัดใหญ่ แข่งขันเรือยาวประเพณี สายน้ำแห่งความภักดี ชิงถ้วยพระราชทานฯ 3-5 ธ.ค. กระตุ้นท่องเที่ยว | TOPNEWS

    ปทุมธานีพร้อมจัดใหญ่ แข่งขันเรือยาวประเพณี สายน้ำแห่งความภักดี ชิงถ้วยพระราชทานฯ 3-5 ธ.ค. กระตุ้นท่องเที่ยว | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 21/11/2025 20:27

    เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 บริเวณลาน ZPELL ชั้น G ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต นายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วย พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การ บริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี นายสหรัฐ  โพธิโต รองผู้อำนวยการ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และ ร.ต.อ.ดร.ตรีลุพธ์ ธูปกระจ่าง นายกเทศมนตรีนครรังสิต ร่วมกันแถลงข่าว การจัดงานแข่งขัน เรือยาวประเพณี จังหวัดปทุมธานี ประจำปี 2568 สายน้ำ แห่งความภักดี ชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ในวันที่ 3 – 5 ธันวาคม  ณ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา สวนเทพปทุม อำเภอเมืองปทุมธานี จังหวัดปทุมธานี

    โดยนายเอกวิทย์ มีเพียร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า นับเป็นงานประเพณีสำคัญของจังหวัดปทุมธานีที่จัดมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 รัฐบาลมีนโยบายเร่งกระตุ้นการท่องเที่ยวในการฟื้นฟูและเปลี่ยนแปลงภาคการท่องเที่ยวในแต่ละท้องถิ่นให้เป็นรากฐานสำคัญ การจัดแข่งขันเรือยาวประเพณีก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เป็นการตอบสนองนโยบายรัฐบาลและที่สำคัญจังหวัดปทุมธานีเองก็ถือว่าเป็นเมืองที่เป็นพื้นราบลุ่มมีแม่น้ำเจ้าพระยาเส้นเลือดใหญ่ของคนภาคกลางไหลผ่านกลางเมือง จึงเป็นจุดก่อเกิดวัฒนธรรรม ประเพณีทางสายน้ำ การจัดกิจกรรมการแข่งขันเรือยาวประเพณีครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมนโยบายด้านการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ในพื้นที่เท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมประเพณีการแข่งเรือพื้นบ้าน (เรือพายม้า) ของชุมชนริมฝั่งแม่น้ำลำคลองที่สืบทอดกันมายาวนานบนพื้นฐาน  ความสามัคคี พร้อมเพรียง เป็นน้ำหนึ่ง ใจเดียวกันของคนในชุมชน ขณะเดียวกันเป็นการรณรงค์ให้พี่น้อง  ชาวจังหวัดปทุมธานี และประชาชน ชาวไทยทุกคนได้ร่วมกันภาคภูมิใจอนุรักษ์วัฒนธรรมประเพณีที่ดีงามของไทยสืบไป

    ด้าน พลตำรวจโท คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า องค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้จัดงานแข่งขันเรือยาวประเพณี ในครั้งนี้ เป็นการจัดต่อเนื่องปีที่ 4 และตลอด 4 ปีก็ได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วนทั้งราชการและเอกชนเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ก็ถือได้ เป็นการปฏิบัติตามนโยบายที่ได้แถลงต่อสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 25 ตุลาคม 2567 ที่ ผ่านมา ซึ่งเป็นยุทธศาสตร์พัฒนาจังหวัด 6 ด้าน เช่นด้านเศรษฐกิจ และการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม ส่งเสริม และ พัฒนาการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม และเชิงอนุรักษ์ รักษาประเพณีวัฒนธรรมพื้นบ้าน และพัฒนาการท่องเที่ยว อย่างยั่งยืน มุ่งส่งเสริมด้านกีฬาต่าง ๆ เพื่อนำไปสู่จุดหมายใหม่แห่งการท่องเที่ยวจังหวัดปทุมธานี

    ภัทรวสุ ลักษณะหิริ  ทีมข่าว Top news ทั่วไทย  จังหวัดปทุมธานี

    23

    3

    สุมทรสงคราม///อัมพวาจัดใหญ่‼️ อาหารชวนชิม ริมแม่กลอง” ดึงดูดนักท่องเที่ยว ชูวิถีคนตกกุ้ง-ค้าขาย กระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น

    นายกฯ หาดใหญ่ลุยตรวจพื้นที่เสี่ยง รับมือฝนหนัก–น้ำท่วม 24 ชม.

    กาญจนบุรี/// คณะครู นักเรียน เมืองกาญจน์เรียนรู้ประวัติศาสตร์

    ปทุมธานีพร้อมจัดใหญ่ แข่งขันเรือยาวประเพณี สายน้ำแห่งความภักดี ชิงถ้วยพระราชทานฯ 3-5 ธ.ค. กระตุ้นท่องเที่ยว

    ฝนถล่มหาดใหญ่ เจ้าหน้าที่เร่งรับมือ 24 ชั่วโมง

    “บิ๊กต่าย” ไม่นิ่งเฉยมอบ “ไตรรงค์” แจ้งความดำเนินคดี “บิ๊กโจ๊ก” ปมให้สัมภาษณ์ พาดพิงองค์กรลดทอนคุณค่า ให้ประชาชนเกิดความเกลียดชัง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1398851&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1sUCEZo9GQv_4Q0Z0vtWEq

  • ตร.ท่องเที่ยวสนธิกำลังกว่า 6 หน่วย บุกรวบหนุ่มอิสราเอลวัย 57 ปี | TOPNEWS

    ตร.ท่องเที่ยวสนธิกำลังกว่า 6 หน่วย บุกรวบหนุ่มอิสราเอลวัย 57 ปี | TOPNEWS

    • เผยแพร่ : 21/11/2025 19:35

    ปก web มอบทุนการศึกษาพระราชทาน 2

    ascacwx

    ปกครอง ตำรวจ บุกจับบ่อนไก่ชน รวบเซียนไก่นับร้อยราย

    “ซาบีดา” ลงพื้นที่เยี่ยมชมการเตรียมความพร้อม จัดมหกรรมศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ Thailand Biennale, Phuket 2025 ณ จังหวัดภูเก็ต จัดพิธีเปิดงาน 29 พ.ย.นี้

    ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ เปิดอาคารเรียนใหม่ “อาคารผาสุก” โรงเรียนลาดยาววิทยาคม อ.ลาดยาว จ.นครสวรรค์

    กาญจนบุรี/// งานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควฯ ครั้งที่ 46 ย้อนรอยประวัติศาสตร์ ชมฟรีแสง-เสียงฯ 27 พ.ย. – 7 ธ.ค. 68 นี้

    วธ.จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์–ทำบุญตักบาตร วางพวงมาลา ถวายราชสักการะน้อมรำลึกครบ 100 ปี วันคล้ายวันสวรรคต พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พระมหาธีรราชเจ้า

    ผู้ว่าฯ นครสวรรค์ ลงพื้นที่สำรวจสะพานข้ามคลองวังม้า ชำรุด หลังน้ำลดลง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1398722&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3ruL64WvmvpaHHG6FXMbGm

  • “อรรถกร” มอบนโยบายเร่งขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยยั่งยืน เดินหน้ายกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวและดึงกองถ่ายต่างชาติสู่ไทย

    “อรรถกร” มอบนโยบายเร่งขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยยั่งยืน เดินหน้ายกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวและดึงกองถ่ายต่างชาติสู่ไทย

    การเมือง

    “อรรถกร” มอบนโยบายเร่งขับเคลื่อนท่องเที่ยวไทยยั่งยืน เดินหน้ายกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวและดึงกองถ่ายต่างชาติสู่ไทย

    วันศุกร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 16.11 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พร้อมด้วย นายนรพล ตันติมนตรี เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงฯ และ นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางตรวจเยี่ยมกรมการท่องเที่ยว เพื่อรับฟังการดำเนินงานและมอบนโยบายสำคัญในการขับเคลื่อนการท่องเที่ยวของประเทศ โดยมี นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว พร้อมผู้บริหารระดับสูงของกรมการท่องเที่ยวร่วมให้การต้อนรับ ณ ห้องประชุม 5 ชั้น 2 กรมการท่องเที่ยว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาได้กล่าวถึงภาพรวมการพัฒนาการท่องเที่ยวไทยในปัจจุบัน พร้อมเน้นย้ำให้กรมการท่องเที่ยวเร่งดำเนินงานเชิงรุก เพื่อให้ประเทศไทยสามารถแข่งขันได้ในระดับสากล โดยได้มอบนโยบายสำคัญหลายด้าน อาทิ

    1. ยกระดับมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยว

    ผลักดันการพัฒนาและปรับปรุงมาตรฐานแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศ ให้มีความสะอาด ปลอดภัย ได้มาตรฐานสากล เพื่อสร้างภาพลักษณ์และความเชื่อมั่นแก่ตลาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ และสนับสนุนให้ไทยเป็นจุดหมายปลายทางคุณภาพ

    2. พัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว

    เร่งรัดโครงการพัฒนาป้ายสื่อความหมาย ป้ายบอกทาง ห้องน้ำสาธารณะ และสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐาน พร้อมยกระดับคุณภาพให้รองรับนักท่องเที่ยวในทุกพื้นที่อย่างครบถ้วนและสะดวกสบาย

    3. ส่งเสริมการถ่ายทำภาพยนตร์ต่างประเทศในไทย

    สนับสนุนมาตรการจูงใจและบริการแบบ One Stop Service เพื่อดึงดูดกองถ่ายทำต่างชาติให้เข้ามาถ่ายทำในประเทศไทยมากขึ้น พร้อมผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมถ่ายทำระดับนานาชาติ (International Film Hub)

    4. เตรียมความพร้อมรองรับการท่องเที่ยวตลอดปี

    สั่งการให้กรมการท่องเที่ยววางแผนรองรับนักท่องเที่ยวทั้งช่วง High Season และ Low Season อย่างมีประสิทธิภาพ เชื่อมโยงข้อมูลสถานการณ์จริงและความต้องการของผู้ประกอบการ เพื่อให้การบริการมีความพร้อมสูงสุด

    นายอรรถกรย้ำว่า การท่องเที่ยวเป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจไทย กรมการท่องเที่ยวต้องทำงานเชิงรุก บูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วน และขับเคลื่อนนโยบายด้วยความคล่องตัว เพื่อสร้างผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม สร้างงาน สร้างรายได้ และยกระดับคุณภาพอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

    กรมการท่องเที่ยวได้ขอบคุณรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาและคณะผู้บริหารกระทรวงฯ ที่ให้เกียรติในการตรวจเยี่ยมและมอบนโยบายครั้งสำคัญ พร้อมยืนยันความมุ่งมั่นในการดำเนินงานเพื่อพัฒนาการท่องเที่ยวไทยให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลกอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/politic/455366&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3vsg68GxEtd2RuwnQpfzWr