Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • สสว. ปลุกเศรษฐกิจ! BDS หนุน SME 2.2 หมื่นราย เงินสะพัดกว่า 6 พันล้าน

    สสว. ปลุกเศรษฐกิจ! BDS หนุน SME 2.2 หมื่นราย เงินสะพัดกว่า 6 พันล้าน

    เศรษฐกิจ

    27 พ.ย. 2025 เวลา 15:39 น.

    สสว. ปลุกเศรษฐกิจ! BDS หนุน SME 2.2 หมื่นราย เงินสะพัดกว่า 6 พันล้าน

    “สสว.” โชว์ผลงาน “SME ปัง ตังได้คืน” ผ่านระบบ BDS หนุนผู้ประกอบการกว่า 22,000 ราย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจกว่า 6,000 ล้านบาท พร้อมตั้งเป้าปี 2569 ดัน SME เพิ่ม 3,000 ราย

    นายวิทวัส ล่ำซำ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เผยว่า ระบบ BDS ทำให้ SME ไทยเข้าถึงบริการคุณภาพได้ง่ายขึ้น ต้นทุนลดลง และยังสามารถสร้างโอกาสทางธุรกิจเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งโครงการดังกล่าวได้ดำเนินงานต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565–2568 โดยมีผู้ประกอบการขึ้นทะเบียนรวมกว่า 30,000 ราย และยืนยันตัวตนบนระบบ BDS แล้วกว่า 9,100 ราย แสดงให้เห็นถึงความต้องการใช้บริการพัฒนาธุรกิจที่เพิ่มสูงขึ้นของ SME ไทย

    ขณะเดียวกัน สสว. ยังสนับสนุนงบประมาณรวมมากกว่า 260 ล้านบาท เพื่อช่วยผู้ประกอบการลดต้นทุนการปรับปรุงธุรกิจในหลากหลายด้าน อาทิ มาตรฐานสินค้า การเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิต การพัฒนาเทคโนโลยี การขยายโอกาสทางการตลาด และช่องทางการจัดจำหน่าย

    สสว. ปลุกเศรษฐกิจ! BDS หนุน SME 2.2 หมื่นราย เงินสะพัดกว่า 6 พันล้าน

    ทั้งนี้ ตลอดช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ระบบ BDS ได้รับการพัฒนาให้เป็นแพลตฟอร์มกลางที่เชื่อมโยงผู้ประกอบการกับหน่วยงานผู้ให้บริการทางธุรกิจอย่างเป็นระบบ ผ่านบริการที่เปิดให้ผู้ประกอบการ SME ได้เลือกสรรกว่า 1,000 บริการ จากผู้ให้บริการทางธุรกิจ (BDSP) จำนวนมากกว่า 285 หน่วยงาน ครอบคลุมหน่วยงานรัฐ สถาบันเชี่ยวชาญเฉพาะทาง และสถาบันการศึกษา

    ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการ SME ที่ยื่นข้อเสนอเพื่อการพัฒนาธุรกิจของตนได้ดำเนินการไปแล้วกว่า 4,538 รายการ และสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้ผู้ประกอบการกว่า 6,000 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนบทบาทสำคัญของโครงการในการยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของ SME ไทย

    สสว. ปลุกเศรษฐกิจ! BDS หนุน SME 2.2 หมื่นราย เงินสะพัดกว่า 6 พันล้าน

    สำหรับปีงบประมาณ 2569 สสว. ได้รับอนุมัติงบประมาณรวม 300 ล้านบาท ตั้งเป้าส่งเสริมผู้ประกอบการให้เข้าร่วมโครงการไม่น้อยกว่า 3,000 ราย และจะเดินหน้าขยายบริการ โดยเฉพาะในกลุ่ม Health & Wellness, Creative & Lifestyle และ Green Business

    พร้อมเปิดโอกาสหน่วยให้บริการทางธุรกิจบริการภาคเอกชนที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้านสามารถขึ้นทะเบียนและเปิดให้บริการได้ และเตรียมเปิดโครงการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงแหล่งทุนของ SME ไทยอย่างตรงจุด พร้อมเสริมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี การตลาดดิจิทัล มาตรฐานผลิตภัณฑ์ และการพัฒนาธุรกิจตามแนวคิด Green & Sustainable  

    “นอกจากนี้ยังเตรียมขยายความร่วมมือด้านการตลาดผ่านงานแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เพื่อสนับสนุน SME ไทยให้มีศักยภาพและก้าวสู่เวทีสากลได้อย่างมั่นคง ท่ามกลางสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงเร็วและการแข่งขันที่เข้มข้นมากขึ้น” นายวิทวัส กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/business/economic/1209560&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1GKdUYpWltuvlIpJwvnb73

  • เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ พาณิชย์ เติมสินค้า-เตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจ

    เร่งช่วยผู้ประสบอุทกภัยภาคใต้ พาณิชย์ เติมสินค้า-เตรียมฟื้นฟูเศรษฐกิจ

    พาณิชย์ ตั้ง War Room ติดตามน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิด เชื่อมโยงการทำงานศป.กฉ. เร่งประสานจัดส่งสินค้าจำเป็นเข้าพื้นที่ ขอผู้ผลิต ห้างจัดส่ง เติมสินค้าอย่าให้ขาด และเตรียมจัดถุงยังชีพ ส่วนเฟส 2 หลังน้ำลด จัดมหกรรมธงฟ้า เพิ่มช่องทางขายให้เกษตรกร

    วันนี้ (27 พ.ย.2568)นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า กระทรวง จัดตั้ง War Room เพื่อติดตามสถานการณ์น้ำท่วมในจังหวัดภาคใต้อย่างใกล้ชิด โดยมีทุกหน่วยงานในสังกัด และมีสำนักงานพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่เข้าร่วม ได้กำหนดมาตรการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือประชาชน ที่ประสบภัยน้ำท่วม แบ่งออกเป็น 2 เฟส คือ เฟส 1 ดำเนินการอย่างเร่งด่วนและทันที และเฟส 2 เป็นการเตรียมดำเนินการหลังจากที่น้ำลด เพื่อช่วยดูแลภาระค่าครองชีพให้กับประชาชน และช่วยฟื้นฟูรายได้

    โดยในเฟสที่ 1 จะร่วมกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและฝ่ายปกครอง ทั้งจากส่วนกลางและในแต่ละจังหวัด เข้าช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน 3 มาตรการที่จะดำเนินการ ได้แก่

    มาตรการที่ 1 ช่วยเหลือในพื้นที่ ที่มีน้ำท่วมสูง โดยเร่งจัดสิ่งของจำเป็นสนับสนุนหน่วยงานในพื้นที่ตามความต้องการของแต่ละศูนย์พักพิง มาตรการ 2 ช่วยเหลือในพื้นที่น้ำท่วมที่ประสบปัญหาขาดแคลนสินค้า เร่งประสานผู้ผลิต ห้าง เติมสินค้าอย่าให้มีปัญหาขาดแคลน เช่น ไข่ไก่ นม อาหารพร้อมทาน และมาตรการที่ 3 ช่วยเหลือในพื้นที่ ที่น้ำลด โดยจัดถุงยังชีพแจกจ่ายในพื้นที่ โดยประสานผู้ผลิต เตรียมสินค้าที่จำเป็นต่อพี่น้องประชาชน อาทิ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ปลากระป๋อง น้ำมันขวด น้ำดื่ม เป็นต้น

    สำหรับเฟสที่ 2 เป็นเรื่องของการฟื้นฟู หลังจากที่น้ำลด มี 2 มาตรการ คือ มาตรการที่ 1 จัดกิจกรรมธงฟ้าเยียวยาค่าครองชีพ เน้นสินค้าอุปโภคที่จำเป็นต่อการครองชีพ และสินค้าที่เกี่ยวข้องกับการทำความสะอาดและซ่อมแซมบ้านเรือน หลังน้ำลด มาตรการที่ 2 จัดกิจกรรมเพิ่มรายได้และสร้างโอกาสทางการค้าให้แก่เกษตรกร ผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบน้ำท่วม ในรูปแบบการเปิดจุดจำหน่ายสินค้า การจัดงานแสดงและจำหน่ายสินค้า มหกรรมการค้าชายแดน รวมทั้งส่งเสริมการเข้าถึงแหล่งเงินทุนร่วมกับพันธมิตร เช่น Exim Bank เพื่อฟื้นฟูกิจการ เป็นต้น

    รมว.พาณิชย์กล่าวอีกว่า ทุกหน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ จะเดินหน้าทำงานเชิงรุกอย่างต่อเนื่องควบคู่กับ ศูนย์ ศป.กฉ. พร้อมปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ความช่วยเหลือไปถึงประชาชนอย่างรวดเร็ว และทั่วถึงที่สุด

    อ่านข่าว:

    BOI ช่วยผู้รับผลกระทบน้ำท่วมใต้ สนับสนุน 191 โครงการ 5.3 หมื่นล้านบาท

    น้ำท่วม 10 จังหวัดภาคใต้ คาดเศรษฐกิจเสียหายวันละ 1.5 พันล้าน

    “พณ.”ถกด่วน คลอดมาตรการ ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วมภาคใต้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358913&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw20Wm-imDb07J-zyJuSR6Gc

  • ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ประเมินน้ำท่วมภาคใต้ เศรษฐกิจเสียหายไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้าน

    ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ประเมินน้ำท่วมภาคใต้ เศรษฐกิจเสียหายไม่ต่ำกว่า 2.5 หมื่นล้าน

    วันนี้, 14:40น.

              ศูนย์วิจัยกสิกรฯ ประเมินอุทกภัยภาคใต้ ตั้งแต่วันที่ 21 พฤศจิกายน และในอีกหลายจังหวัดภาคใต้ ได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนรวมแล้วราว 8 แสนครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่กว่า 4 แสนไร่ เศรษฐกิจเสียหายไม่ต่ำกว่า 25,000 หมื่นล้านบาท   ประเมินผลกระทบเป็น 2 ส่วน โดยส่วนแรก ผลกระทบทันทีจากการหยุดชะงักของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งพอจะประมาณได้ ส่วนที่สองจากความเสียหายต่อสินทรัพย์ ซึ่งซับซ้อนกว่า เพราะความเสียหายอาจทยอยรับรู้ในอนาคตโดยหลายภาคส่วน นอกเหนือไปจากครัวเรือน เช่น รัฐบาล สถาบันการเงิน คู่ค้า ฯลฯ

              สำหรับส่วนแรกนั้น ผลกระทบต่อเศรษฐกิจในเบื้องต้นอาจคิดเป็นมูลค่าไม่ต่ำกว่า 25,000 ล้านบาทในกรอบเวลา 1 เดือน หรือราว 0.13% ของขนาดเศรษฐกิจประเทศไทย (Nominal GDP) บนสมมติฐานเหตุการณ์รุนแรงในช่วง 10-15 วันแรก และความรุนแรงทยอยลดระดับลงในอีก 10-15 วันถัดมา โดยผลกระทบหลักอยู่ที่จังหวัดสงขลา ซึ่งช่วงแรกประสบภัยในแทบทุกพื้นที่

              โดยหลักๆ จะมาจากการหยุดชะงักลงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในภาคบริการ (สถานที่พักแรม ร้านอาหาร ค้าปลีก ขนส่ง เป็นต้น) และการผลิตอุตสาหกรรม (เช่น เกษตรและอาหารแปรรูป) ซึ่งมีสัดส่วนกว่า 56% และ 18% ตามลำดับในจังหวัดสงขลา รวมไปถึงการหยุดให้บริการสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างไฟฟ้าและประปา (สัดส่วนกว่า 3%)

              ขณะที่ เหตุการณ์เกิดขึ้นในช่วงปลายปีที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจมักจะคึกคักขึ้นตามปัจจัยด้านฤดูกาลของการท่องเที่ยว อีกทั้งอยู่ในช่วงที่ไทยกำลังจะเป็นเจ้าภาพงานกีฬาซีเกมส์ 9-20 ธันวาคม 2568 และสงขลาเป็นหนึ่งในสถานที่จัดการแข่งขันหลายประเภทกีฬา นอกจากนี้ ความเสียหายส่วนที่เหลือของสงขลาและในพื้นที่จังหวัดอื่นๆ ผลกระทบจะเป็นภาคเกษตร ครอบคลุมพื้นที่เพาะปลูกยางพาราและปาล์มน้ำมัน รวมถึงพื้นที่เลี้ยงสัตว์น้ำหรือประมง

              เมื่ออุทกภัยทยอยคลี่คลาย ผู้ประสบภัยจะได้รับผลกระทบจากการจัดการความเสียหายของสินทรัพย์เพิ่มเติม เช่น อาคาร รถยนต์ ข้าวของเครื่องใช้ต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการรับรู้ผลกระทบในส่วนที่สองนี้ ทั้งการซ่อมแซม/ฟื้นฟู/ซื้อใหม่ คงจะทยอยใช้เวลา และยังต้องขึ้นอยู่กับอีกหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น เงินออมและความสามารถในการหารายได้ของแต่ละครัวเรือน ภาวะเศรษฐกิจ ความช่วยเหลือจากเจ้าหนี้และคู่ค้าต่างๆ ซึ่งรวมถึงสถาบันการเงิน ตลอดจนมาตรการจากภาครัฐ

    ฉบับเต็ม : https://kresearch.co/4oc8rq1

     #น้ำท่วมภาคใต้

    #ศูนย์วิจัยกสิกรไทย

    #ประเมินเศรษฐกิจเสียหาย

     Cr: KResearch

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/156904&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2J3p0o_ScCFUkN-Vd7X4Hh

  • ราชบุรี///MOU พัฒนาจัดการศึกษาวิจัยและเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาร่วมกัน | TOPNEWS

    ราชบุรี///MOU พัฒนาจัดการศึกษาวิจัยและเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาร่วมกัน | TOPNEWS

    พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือMOUระหว่าง กรมการทหารช่างและมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง
    มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมกับกรมการทหารช่างจัดพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือMOU เพื่อพัฒนาจัดการศึกษา งานวิจัยและเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานในการพัฒนาร่วมกัน


    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ผศ.อรรถพล อุสายพันธ์ รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง และพลตรี สิษฐเศรษฐ์ หิรัณญพงศ์ รองเจ้ากรมการทหารช่างร่วมพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือMOUระหว่าง กรมการทหารช่างและมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้าน จอมบึง ณ ห้องประชุมโรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึง

    โดยพันเอกดร.รณพงษ์ เรืองจุ้ย ผู้อำนวยการกองกำลังพล กรมการทหารช่าง พร้อมคณะ และผศ.ดร.ดาราวรรณ ญาณะนันท์ ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมวิชาการและงานทะเบียน และอาจารย์ดร.บารมี ชูชัย คณบดีวิทยาลัยมวยไทยศึกษาและการแพทย์แผนไทย คณะผู้บริหารของสำนักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏหมู่บ้านจอมบึงร่วมเป็นสักขีพยานในครั้งนี้


    ด้วยความร่วมมือความร่วมมือระหว่างหน่วยงานทั้งสองในครั้งนี้ มีเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ในการส่งเสริมสนับสนุนการพัฒนาบุคลากร การวิจัย การเสริมสร้างปัจจัยพื้นฐานด้านอาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวก การให้บริการ วิชาการ ให้มีศักยภาพ และคุณภาพ สามารถตอบสนองความต้องการของชุมชน ท้องถิ่น ภูมิภาคประเทศชาติ

    และการเตรียมความพร้อมเข้าสู่ประชาคมอาเขียน ตามขอบเขตความร่วมมือ มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงจะสนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากรของกรมการทหารช่าง โดยให้ความร่วมมือในการจัดการศึกษาเป็นกรณีพิเศษ การฝึกอบรม การประชุมสัมมนาให้แก่บุคลากรตามวัตถุประสงค์

    เงื่อนไขข้อตกลงที่จะกระทำร่วมกัน ได้แก่ การลดค่าลงทะเบียนเรียนแบบเหมาจ่ายในอัตราร้อยละ 20 ต่อภาคการศึกษา ให้แก่บุคลากรของกรมการทหารช่างในทุกหลักสูตร ที่ทางมหาวิทยาลัยเปิดทำการเรียน การสอนในโครงการจัดการศึกษาภาคพิเศษ ระดับปริญญาตรี มหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึงและกรมการทหารช่าง โดยกรมการทหารช่างมีสถานศึกษาอันประกอบด้วย โรงเรียนทหารช่าง กรมการทหารช่าง โรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์โยธินวิทยา และโรงเรียนกองทัพบกอุปถัมภ์บูรณวิทยา จะร่วมกันเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ ทั้งด้านวิชาการและด้านคณาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา

    ให้เกิดความก้าวหน้าทางวิชาการร่วมกันอย่างมั่นคง จะสนับสนุนด้านการพัฒนาบุคลากรระหว่างกัน กรมการทหารช่างจะสนับสนุนให้ความร่วมมือด้านการพัฒนาภูมิทัศน์อาคารสถานที่ สิ่งอำนวยความสะดวกแก่มหาวิทยาลัย ตามวัตถุประสงค์เงื่อนไข ตามข้อตกลงที่จะกระทำร่วมกัน ทั้งสองหน่วยงานจะให้ความร่วมมือในการวิจัย

    เพื่อสร้างองค์ความรู้สำหรับหน่วยงาน ท้องถิ่นประเทศชาติและประชาคมอาเชียน การสนับสนุนกิจกรรมร่วมกัน เพื่อการทำนุบำรุงศิลปะวัฒนธรรม กีฬาเชื่อมความสัมพันธ์ และการบำเพ็ญประโยชน์ต่อสาธารณะ ฯลฯ การสนับสนุนและร่วมมือกันพัฒนาหน่วยงาน สู่สถาบันการเรียนรู้ และอื่น ๆ ที่แต่ละฝ่ายเห็นชอบร่วมกัน และมีระยะเวลาดำเนินการการดำเนินการตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือฉบับนี้ มีกำหนดระยะเวลา 4 ปี นับตั้งแต่ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2568 ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2572

    นิชาภา จันทร์งาม ผู้สื่อข่าว TOP NEWS  ทั่วไทย จ.ราชบุรี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1404733&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2uA_MulPn6Mu1LnEgGtJRB

  • เปิดประวัติ “พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล” นายทหารสมรภูมิเขาค้อ

    เปิดประวัติ “พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล” นายทหารสมรภูมิเขาค้อ

    เปิดประวัติ “พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล” หรือ ท่านชายใหม่ นายทหารที่ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน จากเหตุการณ์สมรภูมิเขาค้อ

    ภายหลังจากที่เพจเฟซบุ๊ก “จุลเจิม ยุคล” โพสต์ข้อความรายงานว่า พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ได้สิ้นชีพิตักษัยอย่างสงบ ณ บ้านพัก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 08.13 น. วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 สิริชันษา 78 ปี 

    ประวัติ “พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล”

    ประวัติ “พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล” หรือ ท่านชายใหม่ ถือเป็นอีกหนึ่งบุคคลที่มีชื่อเสียง ในราชสกุล แวดวงทหาร รวมทั้งผู้คนในสังคมออนไลน์ เพราะมักออกมาแสดงความเห็นในเรื่องราวที่เป็นกระแสสังคมผ่านทางเฟซบุ๊ก “จุลเจิม ยุคล” อยู่เสมอ

    กำเนิดเมื่อวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2490 – 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568 เป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ กับ หม่อมอุบล ยุคล ณ อยุธยา เป็นพระนัดดาในสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ายุคลทิฆัมพร กรมหลวงลพบุรีราเมศวร์ และเป็นพระราชปนัดดาในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว 

    โดยหม่อมเจ้าจุลเจิมศึกษาชั้นประถมที่วชิราวุธวิทยาลัย และชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นที่โรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร ก่อนจะได้รับการส่งไปศึกษาต่อจนจบมัธยมศึกษาตอนปลายที่โรงเรียน Kemper Military School รัฐมิสซูรี สหรัฐ และศึกษาต่อจนจบปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้า จากมหาวิทยาลัย Western Pacific University (ปัจจุบันคือมหาวิทยาลัย California Miramar University) และหลักสูตรปริญญาโทด้านการจัดการกีฬา 

    สำหรับประวัติการทรงงานที่ผ่านมา เมื่อสำเร็จการศึกษา ได้เข้ารับราชการทหาร ยศร้อยตรี ศูนย์สงครามพิเศษหน่วยกองรบที่ 1 (กรพ.) ค่ายวชิราลงกรณ์ จังหวัดลพบุรี เป็นนายทหารประจำส่วนพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร กองทหารมหาดเล็ก 

    รับราชการที่กรมข่าวทหารบก ช่วยราชการในกองอำนวยการรักษาความปลอดภัย (กรป.) ราชองครักษ์พิเศษรักษาพระองค์สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผน กรมราชองครักษ์ อดีตประธานสโมสรฟุตบอลราชวิถี

    นอกจากนี้ ยังเป็น “ราชการสนาม” ปฏิบัติหน้าที่ป้องกันและปราบปราม ผกค. (ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์) พื้นที่เขาค้อ จังหวัดเพชรบูรณ์ จนเมื่อปี 2518  ได้รับพระราชทานเหรียญพิทักษ์เสรีชน (ส.ช.2) ประเภทที่ 2 จากเหตุการณ์ที่เขาค้อ ปี 2518

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/society/2898282&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2FV7mC332MsrjBzLQURHHy

  • หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล อดีตนายทหารราชสำนัก ถึงชีพิตักษัยอย่างสงบที่เชียงใหม่

    หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล อดีตนายทหารราชสำนัก ถึงชีพิตักษัยอย่างสงบที่เชียงใหม่

    พลตรี หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล ถึงชีพิตักษัยอย่างสงบ ณ บ้านพัก อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 08.13 น. วันพฤหัสบดีที่ 27 พฤศจิกายน 2568 สิริชันษา 78 ปี

    หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล เป็นพระโอรสในพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ สำเร็จการศึกษาด้านวิศวกรรมไฟฟ้าจากสหรัฐอเมริกา ก่อนเข้ารับราชการทหารในหน่วยรบพิเศษ และปฏิบัติภารกิจด้านความมั่นคงในพื้นที่สำคัญของประเทศ ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์และยศทหารหลายตำแหน่ง เคยดำรงตำแหน่งนายทหารราชองครักษ์ และมีบทบาทในกิจการสาธารณะมาอย่างต่อเนื่อง

    ตลอดชีวิต ท่านเป็นที่รู้จักในนาม ‘ท่านชายใหม่‘ และมีบทบาททางสังคม การเมือง และความเห็นสาธารณะอย่างโดดเด่นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยความคืบหน้าเกี่ยวกับกำหนดการพระราชพิธีและพิธีบำเพ็ญกุศลจะมีการแจ้งให้ทราบต่อไป

    TAGS:  


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thestandard.co/m-c-chulcherm-yukol-passed-away-78/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HlfPWRrx0iACYWDFdbzsX

  • คึกคัก! สมาคมกีฬาฯชัยภูมิ จัด”มินิมาราธอน 2025″ มีนักวิ่งร่วมทะลุเป้า ดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว | TOPNEWS

    คึกคัก! สมาคมกีฬาฯชัยภูมิ จัด”มินิมาราธอน 2025″ มีนักวิ่งร่วมทะลุเป้า ดันเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว | TOPNEWS

    “การแข่งขัน ‘ชัยภูมิมินิมาราธอน’ ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวของจังหวัดชัยภูมิ โดยเฉพาะการแสดงศักยภาพด้านการจัดงานกีฬาระดับมาตรฐาน ซึ่งเราได้รับความสนใจจากนักวิ่งจากทั่วประเทศ” นายกฯ บรรยงค์ กล่าว

    การเปิดฉากอย่างยิ่งใหญ่ของ “ชัยภูมิมินิมาราธอน 2025” นับเป็นสัญญาณที่ดีในการสร้างกระแสการออกกำลังกายให้เป็นวิถีชีวิต พร้อมทั้งยกระดับจังหวัดชัยภูมิให้เป็นหนึ่งในหมุดหมายสำคัญของงานวิ่งระดับประเทศต่อไป.

    ภาพ-ข่าว มัฆวาน วรรณกุล – อารดา ผู้สื่อข่าวTOPNEWSทั่วไทย จ.ชัยภูมิ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1404880&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sygtNLAfkHYbMuWj89wYF

  • ครบรอบ 58 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มมส จัด ‘ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025’ ส่งเสริมบุคลากร – นิสิตมีสุขภาพที่ดี

    ครบรอบ 58 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มมส จัด ‘ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025’ ส่งเสริมบุคลากร – นิสิตมีสุขภาพที่ดี

    วันพฤหัสบดี ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมกับสมาคมศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์ และสโมสรนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ จัดกิจกรรม “ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025” ณ บริเวณด้านหน้าคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (เขตพื้นที่ในเมือง)

    โดยมี รศ.ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วย รองศาสตราจารย์ ดร.ชวลิต ชูกำแพง คณบดีคณะศึกษาศาสตร์ นายกองโท ดร.คมคาย อุดรพิมพ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์ และคณะผู้บริหารมหาวิทยาลัย ร่วมปล่อยตัวนักวิ่งอย่างเป็นทางการ การแข่งขันแบ่งออกเป็น 2 ระยะทาง ได้แก่ ระยะ 11.6 กิโลเมตร (Mini Marathon) ปล่อยตัวเวลา 05.30 น. และระยะ 5.4 กิโลเมตร (Fun Run) ปล่อยตัวเวลา 06.00 น.

    กิจกรรม “ตุ้มโฮม ครูชวนวิ่ง EDU RUNNING 2025” จัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 58 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ในวันที่ 27 มีนาคม 2569 เพื่อส่งเสริมให้ประชาชน นิสิต ศิษย์เก่า และบุคลากร ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการออกกำลังกายและสุขภาพที่ดี รวมถึงส่งเสริมการออกกำลังกายให้เป็นวัฒนธรรมประจำวัน อีกทั้งยังมีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสนับสนุนกิจกรรมการเรียนรู้ ทุนการศึกษาสมทบทุนกิจกรรมนิสิต และเป็นการประชาสัมพันธ์คณะศึกษาศาสตร์ให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง

    สำหรับการจัดกิจกรรมครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่ร่วมอำนวยความสะดวกด้านเส้นทางวิ่ง และการรักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ ภาคเอกชนยังให้การสนับสนุนงบประมาณ อาหาร เครื่องดื่ม และอุปกรณ์ต่างๆ ทำให้การจัดกิจกรรมเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

    นอกจากนี้ นายกองโท ดร.คมคาย อุดรพิมพ์ นายกสมาคมศิษย์เก่าคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารสมาคม ได้มอบทุนสนับสนุนกิจกรรมประจำปี 2568–2569 จำนวน 20,000 บาท แก่ผู้แทนสโมสรนิสิตคณะศึกษาศาสตร์ เพื่อเสริมสร้างศักยภาพนิสิต ส่งเสริมการจัดกิจกรรมพัฒนาทักษะด้านวิชาการ ด้านวิชาชีพครู รวมถึงกิจกรรมเสริมสร้างคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนิสิตภายในคณะ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/930602&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2R4VnBDgF61oQlcOFOIaDh

  • หอการค้าสงขลา มอง น้ำท่วม ศก.-ท่องเที่ยว ฟื้นตัวยาก | เที่ยงทันข่าว | 27 พ.ย. 68

    หอการค้าสงขลา มอง น้ำท่วม ศก.-ท่องเที่ยว ฟื้นตัวยาก | เที่ยงทันข่าว | 27 พ.ย. 68

    วันนี้ ทางกระทรวงการคลังจะนัดประชุมหารือกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อหามาตรการในการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้

    ขณะที่ ประธานหอการค้าจังหวัดสงขลา เผย น้ำท่วมหาดใหญ่ จมทั้งเมือง เศรษฐกิจ-การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ยาก อยู่ในภาวะฉุกเฉิน ส่วนภาคอุตสาหกรรมส่อแววกระทบด้านวัตถุดิบที่ใช้ผลิตสินค้า ชี้ ภาครัฐควรคิดมาตรการเยียวยาหลังจากนี้

    #หอการค้า #น้ำท่วม #น้ำท่วมภาคใต้ #เรื่องข่าวเรื่องใหญ่ #PPTVHD36 #เที่ยงทันข่าว
    ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมที่เว็บไซต์ https://www.pptvhd36.com
    และช่องทาง Social Media

    ——————————————————————-
    === สมัครเป็นสมาชิกยูทูปเพื่อเข้าถึงสิทธิพิเศษต่างๆ ===

    PPTV HD 36 : https://www.youtube.com/@PPTVHD36/join
    PPTV SPORTS : https://www.youtube.com/@PPTV_SPORTS/join

    =====================================

    Facebook : https://www.facebook.com/PPTVHD36
    Instagram : https://www.instagram.com/pptvhd36/
    X : https://twitter.com/PPTVHD36
    TikTok : https://www.tiktok.com/@pptv.thailand
    LINE VOOM : https://pptv36.tv/174l
    ———-
    สนใจโฆษณา, สร้างสรรค์และผลิตวิดีโอ YouTube
    Tel: 093-6242426
    Email: saleonline@pptvthailand.com

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.pptvhd36.com/video/news/206067&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1LNeqJFhVd4UZGIkVVQUoc

  • “หุ้นท่องเที่ยว” เจอศึกหนัก รัฐบาลต่างชาติ เตือนน้ำท่วมใต้ ซ้ำเติมกลุ่มจีนยังฟื้นไม่เต็มที่

    “หุ้นท่องเที่ยว” เจอศึกหนัก รัฐบาลต่างชาติ เตือนน้ำท่วมใต้ ซ้ำเติมกลุ่มจีนยังฟื้นไม่เต็มที่

    ภาคการท่องเที่ยวไทยซึ่งถือเป็น “เครื่องยนต์หลัก” ในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ กำลังเผชิญกับความท้าทายรอบด้าน โดยเฉพาะประเด็นหลักคือ นักท่องเที่ยวจีน ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ ยังคงฟื้นตัวได้ไม่เต็มที่

    และล่าสุดคือสถานการณ์ วิกฤติน้ำท่วมรุนแรง ที่เกิดขึ้นในภาคใต้ของไทย ซึ่งอาจสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจในระดับหมื่นล้านบาท และส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นและการตัดสินใจเดินทางของนักท่องเที่ยว ซึ่งล่าสุดรัฐบาลแคนาดา ได้ออกคำเตือนให้พลเมืองของตนเอง “เพิ่มความระมัดระวัง” ในการเดินทางมายังประเทศไทย

    อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางแรงกดดันเหล่านี้ นักวิเคราะห์ฯ ยังเห็นสัญญาณเชิงบวกจากกลุ่มนักท่องเที่ยวที่มีกำลังซื้อสูงอย่างรัสเซีย และโอกาสที่นักท่องเที่ยวจีนจะกลับมาเติบโตได้ในช่วงปีหน้า

    แรงฉุดเศรษฐกิจหลัก การท่องเที่ยว-เบิกจ่ายภาครัฐ

    ฝ่ายวิจัยฯ บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า หาดใหญ่ เป็นพื้นที่เศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของภาคใต้ และอันดับ 14 ของประเทศ มีมูลค่า GDP ราว 2.51 แสนล้านบาท โดยหากสถานการณ์ยืดเยื้อ 1 เดือน คาดว่าจะเกิด ความเสียหายราว 10,000-15,000 ล้านบาท

    ซึ่งเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นในช่วง High Season ของการท่องเที่ยวภาคใต้ ซึ่งเป็นช่วงที่ควรจะโกยรายได้เข้าประเทศ ทำให้เสียโอกาสในการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจในงวดไตรมาส 4/2568

    อย่างไรก็ตาม ในมุมมองเปรียบเทียบ แม้มีโอกาสจะเสียหายหลักหมื่นล้าน แต่เมื่อเทียบกับน้ำท่วมใหญ่ปี 2554 ที่ World Bank ประเมินไว้ถึง 1.44 ล้านล้านบาท ถือว่าสเกลความเสียหายครั้งนี้ ยังจำกัดอยู่ในระดับภูมิภาค ไม่ใช่ระดับประเทศ

    ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า แรงกดดันหลักต่อภาพรวมเศรษฐกิจมาจากสองส่วนคือ ภาคการท่องเที่ยวที่ลดลงถึง 10.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากความกังวลเรื่องความปลอดภัยในไทย

    และการใช้จ่ายภาครัฐที่ลดลง 3.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน รวมถึงการลงทุนภาครัฐที่ลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งมีสาเหตุจากการเปลี่ยนฝ่ายบริหารของรัฐบาลที่กระทบต่อการเบิกจ่าย

    สัญญาณฟื้นตัว “หุ้นโรงแรม” เริ่มชัด แม้เผชิญแรงกดดัน

    ต้องยอมรับว่าช่วงที่ผ่านมาภาคการท่องเที่ยวไทย ต้องเผชิญบททดสอบต่อเนื่อง ตั้งแต่ความกังวลด้านความปลอดภัยที่ทำให้นักท่องเที่ยวจีนลังเลในการเดินทาง จนถึงเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ในภาคใต้ ที่ซ้ำเติมบรรยากาศท่องเที่ยวให้ยิ่งอึมครึมไปอีก

    ล่าสุด ยังมีแรงกดดันเพิ่มเข้ามาเมื่อรัฐบาลแคนาดาออกประกาศเตือนประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการเดินทางมายังไทยด้วย

    นักวิเคราะห์จากบริษัทหลักทรัพย์ ดาโอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ชี้ว่า รัฐบาลแคนาดาได้อัปเดตคำเตือนการเดินทางให้ “เพิ่มความระมัดระวัง” จากเหตุน้ำท่วมรุนแรงในภาคใต้ของไทย ซึ่งเป็น Sentiment เชิงลบต่อกลุ่มท่องเที่ยว

    อย่างไรก็ตาม สัดส่วนนักท่องเที่ยวแคนาดาคิดเป็น 0.8% ของจำนวนนักท่องเที่ยวรวม ทั้งนี้ หุ้นที่ได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวในประเทศที่จะลดลงเรียงลำดับจากมากไปน้อยตามสัดส่วนรายได้ในประเทศไทย ได้แก่ ERW, CENTEL, MINT, SHR

    โดย ERW มีสัดส่วนรายได้จากโรงแรมที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมเพียงประมาณ 1% ของรายได้รวม และมีประกันภัยครอบคลุมความเสียหายด้วย

    ด้าน ฝ่ายวิจัยฯ บล.เอเซีย พลัส ประเมินว่า การฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวจีนเริ่มยืนระดับได้ที่ 7.5 หมื่นคนต่อสัปดาห์ และมีโอกาสกลับมาเติบโตเป็นครั้งแรกในช่วงกลางเดือนกุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งมีปัจจัยหนุนจากฐานที่ต่ำและเทศกาลตรุษจีน

    ขณะที่เริ่มเห็นสัญญาณการขยายตัวของกลุ่มนักท่องเที่ยวกำลังซื้อสูงอย่างรัสเซีย ซึ่งมองว่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มโรงแรม มากกว่ากลุ่มการบิน

    ทั้งนี้ คงให้น้ำหนัก Outperform และเลือก CENTEL เป็น Top pick และ ERW จากการเข้าสู่ฤดูท่องเที่ยวไทย สำหรับ MINT มองว่าราคาน่าสนใจ ภายใต้ทิศทางกำไรไตรมาส 4/2568 ที่ดีขึ้น จากปัจจัยหนุนเรื่องเสถียรภาพของค่าเงินยูโรเทียบบาท และต้นทุนค่าไฟในยุโรปที่ปรับลดลง

    “หุ้นการบิน” ยังท้าทาย

    แม้ว่ากลุ่มโรงแรมจะยังมีปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัวในระยะถัดไป แต่ในส่วนของธุรกิจการบินนั้น ถือเป็นอีกกลุ่มที่นักลงทุนต้องติดตามความท้าทายอย่างใกล้ชิด

    บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) ระบุถึงภาพรวมของอุตสาหกรรมด้านการบินในปี 2569 ว่าจะเป็นปีที่ท้าทายอย่างมากสำหรับผู้ประกอบการอย่าง AAV, BA, และ THAI

    เนื่องจากแรงกดดันจากทั้งจำนวนนักท่องเที่ยว ค่าโดยสาร รวมถึงต้นทุนหลักอย่างราคาน้ำมัน หลังจากที่เคยได้รับผลดีจากปัจจัยเหล่านี้ในช่วงสองปีที่ผ่านมา

    ด้วยปัจจัยความผันผวนที่สูงนี้ ให้น้ำหนักการลงทุนในกลุ่มธุรกิจการบินไว้ที่เพียง “เท่าตลาด” เนื่องจากมองว่าแนวโน้มผลประกอบการในปี 2569 คาดว่าจะออกมาทรงตัว

    โดยให้คำแนะนำหุ้น Top Picks ของกลุ่ม คือ BA เนื่องจากมีจุดเด่นตรงที่รายได้หลักมาจากสนามบินสมุย ซึ่งมีการแข่งขันค่อนข้างต่ำ ทำให้ได้รับผลกระทบจำกัดจากการแข่งขันของตลาดในประเทศ

    อ่านข่าวหุ้น และการลงทุน กับ Thairath Money ได้ที่

    ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/money/investment/capital_market/2898309&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Uu2Nj0ANd8_W5scm7AQPV