Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เช็กไฟฟ้าดับวันนี้ กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ 29-30 พ.ย.68

    เช็กไฟฟ้าดับวันนี้ กทม. นนทบุรี สมุทรปราการ 29-30 พ.ย.68

    การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ประกาศแจ้งเตือนประชาชนเตรียมรับมือกับสถานการณ์ไฟฟ้าดับวันนี้ ในหลายพื้นที่ระหว่างวันที่ 29-30 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากจำเป็นต้องงดจ่ายกระแสไฟเป็นการชั่วคราว

    ทั้งนี้ เพื่อการพัฒนาหรือบำรุงรักษาระบบการจ่ายกระแสไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นและเพื่อให้เกิดความปลอดภัยในการปฏิบัติงานในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร จ.นนทบุรี และ จ.สมุทรปราการ โดยมีรายละเอียดตามวัน เวลาและสถานที่ ได้ดังต่อไปนี้

    นนทบุรี ไฟฟ้าดับ

    29 พฤศจิกายน 2568 

    เวลา 07.30 – 15.30 น. ถนนบางกรวย-ไทรน้อย ซอยสถานีตำรวจภูธรนนทบุรี (เก่า)

    เวลา 08.30 – 15.30 น. ริมถนนปทุม-บางเลน บริเวณถ.เลียบคลองโต๊ะนุ้ย ถึง หมู่บ้านมั่นคง ขุนศรี

    กรุงเทพมหานคร ไฟฟ้าดับ

    29 พฤศจิกายน 2568 

    เวลา 08.30 – 10.30 น. ถนนกาญจนาภิเษก บริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท.และเชลล์

    เวลา 08.30 – 11.00 น. ถนนจรัญสนิทวงศ์ ซอยปากซอยจรัญ 12

    เวลา 08.30 – 14.00 น. ถนนทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก ซอยทวีวัฒนา-กาญจนาภิเษก 16/3 (ม.อักษรา), 33 ถึง รร.คลองทวีวัฒนา และบริเวณใกล้เคียงตามที่ได้รับใบประกาศดับไฟ

    เวลา 08.30 – 15.00 น.

    • ริมถนนสุขาภิบาล 5 บริเวณ ระหว่างซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 33 ถึง ซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 35
    • ริมถนนสุขาภิบาล 5 บริเวณ บิ๊กซี สุขาภิบาล 5 ถึง ปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 33
    • ถนนสายไหม ตั้งแต่ซอยสายไหม 9 (บางส่วน) ถึง ซอยสายไหม 11 (บางส่วน)
    • ถนนสายไหม ตั้งแต่ซอยปากซอยสายไหม 3 ถึง ซอยสายไหม 5

    เวลา 08.30 – 15.30 น.

    • ถนนหลานหลวง ตั้งแต่ ซอยหลานหลวง 1, 2, 3, 4, 6, 7, 9, 11 ถึง ซอยหลานหลวง 1, 2, 3, 4, 6, 7, 9, 11
    • ริมถนนบางบอน 4 (ฝั่งหมู่บ้านวรารมย์) บริเวณคลองรางไผ่ 2 ถึง คลองบางโคลัด
    • ริมถนนบางบอน 4 บริเวณคลองรางไผ่ 2 ถึงคลองบางโคลัด
    • ถนนสุขุมวิท 63 ซอยเอกมัย 10

    เวลา 10.00 – 14.00 น.

    • ถนนเพชรเกษม บริเวณเพชรเกษม 48 แยก 7 /รร.จันทร์ประดิษฐ์

    สมุทรปราการ ไฟฟ้าดับ

    30 พฤศจิกายน 2568

    เวลา 08.00 – 15.00 น. ริมถนนเทพารักษ์ บริเวณ ซ.มังกร-ขันดี จากปาก ซ. ถึง ซ.มังกร-ขันดี 3

    เวลา 08.00 – 15.30 น.

    • ริมถนนพุทธรักษา บริเวณโครงการบ้านเอื้ออาทรสมุทรปราการแพรกษา 14 ถึงปั้มน้ำมันบางจาก ถนนบางพลี-ตำหรุ
    • ริมถนนเทพารักษ์ บริเวณปาก ซ.มังกร-ขันดี ถึงซ.มังกรขันดี 3 ฝกส.พาดสาย 185 ASC.เพิ่มวงจร
    • ริมถนนพุทธรักษา บริเวณโครงการเอื้ออาทรสมุทรปราการแพรกษา 14 ถึงปั้มน้ำมันบางจาก ถนนบางพลี-ตำหรุ

    เวลา 08.00 – 17.00 น.

    • ถนนบางพลี-ตำหรุ ซอยศรีสัมพันธ์

    เวลา 08.30 – 15.30 น.

    • ริมถนนภายในซอยกิ่งแก้ว 21/1 และซอยกิ่งแก้ว 21/2 กฟน. จะดับไฟปรับปรุงหม้อแปลงไฟฟ้า 24 kV.
    • ริมถนนภายในซอยกิ่งแก้ว 2 กฟน.จะดับไฟย้ายแนวเสา-สายไฟฟ้าแรงสูง

    เวลา 09.00 – 14.00 น.

    • ริมถนนภายในซอยวัดหอมศิล กฟน. จะดับไฟติดตั้ง Sectionalizer พร้อมปรับปรุงสายไฟฟ้าแรงสูง

    เวลา 09.30 – 12.00 น.

    • ริมถนนบริเวณสี่แยก ซอยไทยประกัน 1/9 กฟน. จะดับไฟเปลี่ยนหม้อแปลงไฟฟ้าน้ำมันไหล

    นนทบุรี ไฟฟ้าดับ

    30 พฤศจิกายน 2568 

    เวลา 08.30 – 15.30 น.

    • ถนนบางกรวย-ไทยน้อย ซอยไปรษณีย์บางใหญ่ ( ใกล้สะพาน 8 )

    กรุงเทพมหานคร ไฟฟ้าดับ

    30 พฤศจิกายน 2568 

    เวลา 08.00 – 17.00 น. ถนนพระรามที่ 2 ซอย 100

    เวลา 08.30 – 14.00 น. ถนนเพชรเกษม ซอยเพชรเกษม 47/2 ท้ายซอย

    เวลา 08.30 – 15.00 น.

    – ริมถนนสุขาภิบาล 5 (ทั้ง 2 ฝั่ง) บริเวณ ปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 37 ถึง สำนักงานเขตสายไหม

    – ริมถนนสุขาภิบาล 5 บริเวณ ถนนสุขาภิบาล 5 ถึง ปากซอยสุขาภิบาล 5 ซอย 35

    – ริมถนนสายไหม บริเวณ ปากซอยสายไหม 13 (บางส่วน) ถึง ก่อนถึงตลาดเอซีสายไหม

    – ริมถนนสายไหม บริเวณ ตลาดเอซี สายไหม ถึง ปากทางเข้าหมู่บ้านเพอร์เฟค สายไหม

    – ริมถนนเลียบคลองทวีวัฒนา, ถนนอุทยาน บริเวณซอยทวีวัฒนา 10, 12, 14, 16, 18, 21, 23, 23/1, 25 ถึงและบริเวณถนนอุทยาน ซอยอุทยาน 4, 6 ม.คาร์ล อุทยาน

    – ถนนบางขุนเทียน – ชายทะเล ซอยเทียนทะเล 20 แยก 12 บริเวณหมู่บ้านบ้านพิศาล เทียนทะเล 20 โครงการ 1

    เวลา 08.30 – 15.30 น.

    • ถนนโพธิ์แก้ว ซอยโพธิ์แก้ว 3 แยก 4
    • ถนนสุขุมวิท 31 ซอยหลัง มศว ด้าน โรงงาน
    • ถนนลาดพร้าว ซอยลาดพร้าว 106 (ดับทั้งซอย)
    • ถนนชัยพฤกษ์ ซอยชัยพฤกษ์ 20, 25, 27 และ 29

    เวลา 08.30 – 16.30 น.

    • ถนนซ.สุขุมวิท 31 ซอยซ.สุขุมวิท 31 หลัง มศว.ด้านโรงอาหาร

    เวลา 09.00 – 15.00 น.

    • ถนนเอกชัย ซอย 58 (HT.95608583 บริษัท เดอเบล จำกัด) 

    ที่มา การไฟฟ้านครหลวง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/645229&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HtREpzjAvwcEVQPHDY3uA

  • น้ำตาล-ฟิล์ม คู่จิ้นสายมุ้งมิ้ง มาพร้อมความสดใส น่ารักโดนใจชาวด้อมลูน่า – ไทยรัฐ

    น้ำตาล-ฟิล์ม คู่จิ้นสายมุ้งมิ้ง มาพร้อมความสดใส น่ารักโดนใจชาวด้อมลูน่า – ไทยรัฐ

    อีกหนึ่งคู่จิ้นหญิงที่มาแรงก็ต้องมีชื่อของ น้ำตาล ทิพนารี วีรวัฒโนดม และ ฟิล์ม รชานันท์ มหาวรรณ์ ที่เคมีเคใจเข้ากันสุดๆ หลังมาร่วมงานในซีรีส์ “Pluto นิทาน ดวงดาว ความรัก” ทางช่อง GMM25 …
    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/entertain/news/2898861&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjgwYjRmOWUzMTk0MTQ6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lZuqi-9bhwu3rd3Tsk_Gc

  • ชื่นชม ตร.ท่องเที่ยว ผนึกกำลังหลายหน่วยงานเชียงดาว ช่วย นทท.หลงป่า

    ชื่นชม ตร.ท่องเที่ยว ผนึกกำลังหลายหน่วยงานเชียงดาว ช่วย นทท.หลงป่า

    ชื่นชม ตำรวจท่องเที่ยวผนึกกำลังหลายหน่วยงานเชียงดาว ช่วยนักท่องเที่ยวหลงป่าช่วงกลางคืนออกมาได้อย่างปลอดภัย

    จากกรณีช่วงค่ำคืนเวลาประมาณ 00.24 น. ของวันที่ 28 พ.ย. 68 ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวเชียงใหม่ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 191 เชียงใหม่ ว่ามีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ สัญชาติฝรั่งเศสและสัญชาตินอร์เวย์ หลงป่าบริเวณเขตอุทยานแห่งชาติเชียงดาว เมื่อทราบดังนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจท่องเที่ยวได้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน โดยประสานงานกับผู้ประสบเหตุทางโทรศัพท์ เพื่อสอบถามพิกัดและรายละเอียดเบื้องต้น ซึ่งทราบว่าบริเวณที่หลงเป็นป่าเขา มืดมิด มีถ้ำและน้ำตกขนาดเล็ก คาดว่าอยู่ทางทิศใต้ของหมู่บ้านนาเลาใหม่ ตำบลเชียงดาว และได้กำชับให้นักท่องเที่ยว อยู่ในพิกัดเดิม ไม่เคลื่อนย้ายไปจุดอื่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถติดตามได้ง่าย

    ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ ตำรวจท่องเที่ยวได้ประสานกับ เจ้าหน้าที่ตำรสจ สภ.เชียงดาว และเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเชียงดาว ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบในพื้นที่เพื่อเเบ่งหน้าที่ จัดกำลังสายตรวจและเจ้าหน้าที่กู้ภัยออกติดตามให้ความช่วยเหลือทันที แม้จะเป็นช่วงกลางคืนและเส้นทางทุรกันดาร พร้อมทั้งพยายามติดต่อโฮมสเตย์ที่คาดว่านักท่องเที่ยวเข้าพักเพื่อเป็นข้อมูลในการช่วยเหลือ

    จนกระทั่งเวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่สายตรวจ สภ.เชียงดาว, เจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า และหน่วยกู้ภัยที่ร่วมปฏิบัติการ ได้ พบตัวและให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งสองคนออกมาจากป่าได้อย่าง ปลอดภัยซึ่งนักท่องเที่ยวทั้งสองคนอยู่ในสภาพเหนื่อยล้า

    อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ได้มีการกำชับทางนักท่องเที่ยวและผู้เดินทาง โดยเฉพาะในช่วงนี้ ก่อนเริ่มเดินป่าหรือสำรวจพื้นที่ ควรแจ้งแผนการเดินทางโดยละเอียด (เส้นทางที่ใช้, จุดหมาย, วันที่เข้าและออก) ให้กับเจ้าหน้าที่ที่พัก หรือเจ้าหน้าที่อุทยาน/เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ทราบทุกครั้ง พร้อมทั้งตรวจสอบว่าโทรศัพท์มือถือมีแบตเตอรี่เต็มและมีสัญญาณในพื้นที่นั้น ๆ และควรมีแหล่งจ่ายไฟสำรอง (Power Bank) เสมอ และพยายามส่งพิกัด GPS (Coordinates) ที่ชัดเจนให้แก่เจ้าหน้าที่ และ อย่าเคลื่อนย้ายไปจุดอื่น เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าให้ความช่วยเหลือได้ง่ายและรวดเร็วที่สุด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.chiangmainews.co.th/news/chiangmai/3834186/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1unWGXe8LXBXNmWMONYmWk

  • “จิ๋วแต่แจ๋ว! โรงเรียนบ้านแม่เงา” อ. สบเมย กวาดเหรียญทองคู่ สวนถาดเรียนรวม (เด็กพิเศษ) ในงานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 73 | TOPNEWS

    “จิ๋วแต่แจ๋ว! โรงเรียนบ้านแม่เงา” อ. สบเมย กวาดเหรียญทองคู่ สวนถาดเรียนรวม (เด็กพิเศษ) ในงานศิลปหัตถกรรม ครั้งที่ 73 | TOPNEWS

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 ความสามารถที่โดดเด่นและหัวใจที่ไม่ยอมแพ้ ได้นำมาซึ่งความภาคภูมิใจของ โรงเรียนบ้านแม่เงา ตำบลแม่สวด อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ที่เด็กนักเรียน สร้างความสุดยอด ด้วยการคว้า รางวัลชนะเลิศเหรียญทอง มาครองได้ถึง 2 รายการ ในการแข่งขัน การจัดสวนถาดเรียนรวม (เด็กพิเศษ) ความสำเร็จครั้งนี้เป็นผลงานของสามนักเรียนคนเก่ง เด็กชายภากร ชิดชัยเลิศ, เด็กชายศิลาดล แก้วศรีมาลา และ เด็กหญิงสกีดี ไม่มีสกุล ที่แสดงให้เห็นถึงความประณีต ความคิดสร้างสรรค์ และการทำงานเป็นทีมอย่างยอดเยี่ยม เหรียญทองแรก: ชนะเลิศเหรียญทอง การจัด สวนถาดแห้ง (เรียนรวม) ระดับชั้น ป.1-6 เหรียญทองที่สอง: ชนะเลิศเหรียญทอง การจัด สวนถาดชื้น (เรียนรวม) ระดับชั้น ป.1-6

    รางวัลสองเหรียญทองตอกย้ำถึงความสำเร็จของการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม (Inclusive Education) ของโรงเรียนบ้านแม่เงา ที่มุ่งเน้นการส่งเสริมและพัฒนาศักยภาพของเด็กนักเรียนทุกคน ไม่ว่าจะมีข้อจำกัดทางร่างกายหรือการเรียนรู้ใด ๆ ก็ตาม ภายใต้การนำของ นางวรรณภา กุนนา ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแม่เงา และ คุณครูผู้กำกับการฝึกสอน นายภาณุวัฒน์ ชื่นดวง นายธีรพงษ์ ปัญญา ส่งผลทำให้ เด็กนักเรียน ได้แสดงออกถึงพรสวรรค์และสมาธิในการจัดองค์ประกอบของสวนถาดขนาดเล็กได้อย่างน่าทึ่ง ทั้งการเลือกสรรวัสดุ การจัดวางที่ลงตัว และการสื่อสารเรื่องราวผ่านผลงาน ซึ่งคุณครูผู้กำกับฝึกสอน เป็นผู้จุดประกายการเรียนรู้สร้างจิตนาการ ให้คำแนะนำ จนสามารถดึงศักยภาพสูงสุดของลูกศิษย์ออกมาได้

    ความสำเร็จ ในครั้งนี้ยังเป็นแรงบันดาลใจสำคัญที่แสดงให้เห็นว่า “ความแตกต่างไม่ใช่ข้อจำกัด หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของความพิเศษ” และเป็นข้อพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าการสนับสนุนที่เหมาะสมสามารถช่วยให้เด็กทุกคนประสบความสำเร็จได้ในทุกเวทีการแข่งขัน

    ทั้งนี้ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาแม่ฮ่องสอน เขต 2 ได้จัดงาน “เมล็ดพันธุ์แห่งปัญญา ศิลปหัตถกรรมและนวัตกรรมการศึกษาบนพื้นที่สูง” ประจำปีการศึกษา 2568 ระหว่างวันที่ 27 – 28 พฤศจิกายน 2568 เพื่อเป็นเวทีให้นักเรียนและครู ได้แสดงออกซึ่งความสามารถของตนเองอย่างอิสระและสร้างสรรค์ ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ รวมทั้งการใช้กิจกรรมเป็นสื่อ เพื่อการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักสูตรให้กับนักเรียนใน

    โดยมีโรงเรียนเข้าร่วมการแข่งขัน จำนวน 172 โรงเรียน ประกอบด้วย โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน และโรงเรียนในสังกัดสำนักบริหารงานการศึกษาพิเศษ มีนักเรียนเข้าร่วมกิจกรรมการแข่งขัน จำนวน 2,499 คน ผู้บริหาร ครูผู้ควบคุมทีม คณะกรรมการตัดสินการแข่งขัน จำนวน 1,823 คน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1408019&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lGdTzBHHyoI6ueh4WNvTB

  • รมว.ท่องเที่ยวฯ เผยน้ำท่วมใต้ภาพรวมดีขึ้นชัดเจน ช่วยนักท่องเที่ยว 1,812 ราย ไม่มีติดค้าง

    รมว.ท่องเที่ยวฯ เผยน้ำท่วมใต้ภาพรวมดีขึ้นชัดเจน ช่วยนักท่องเที่ยว 1,812 ราย ไม่มีติดค้าง

    “อรรถกร” รมว.ท่องเที่ยวฯ เผย อุทกภัยใต้คลี่คลาย น้ำลด–เดินทางได้ ช่วยนักท่องเที่ยวแล้ว 1,812 ราย ไม่มีติดค้าง ทุกจังหวัดเริ่มกลับสู่ภาวะปกติ

    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงสถานการณ์นักท่องเที่ยวในพื้นที่ภาคใต้ที่ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย ว่า โดยภาพรวมหลายจังหวัดมีแนวโน้มดีขึ้นอย่างชัดเจน น้ำลดลงหลายจุด การคมนาคมกลับมาใช้การได้เกือบทั้งหมด และไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวตกค้างเพิ่มเติม

    จังหวัดสงขลา สถานการณ์คลี่คลายอย่างมาก น้ำลดลงเกือบหมด เหลือน้ำท่วมขังเพียงบางจุดเท่านั้น โดยเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงการท่องเที่ยวฯ รายงานการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวม 10 คน แบ่งเป็น ชาวจีน 4 คน, ชาวแอฟริกาใต้ 2 คน, ชาวมาเลเซีย 1 คน, ชาวออสเตรเลีย 1 คน, ชาวสกอตแลนด์ 1 คน, ชาวสิงคโปร์ 1 คน ยอดการช่วยเหลือนักท่องเที่ยวสะสมตลอด 6 วัน อยู่ที่ 1,812 คน

    จังหวัดสตูล กลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว ไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้าง การเดินทางทางเรือเส้นทางปากบารา-หลีเป๊ะ ยังให้บริการตามปกติทั้งขาออกและขาเข้า บริษัททัวร์ในพื้นที่ยังคงอำนวยความสะดวกในการเดินทางต่อไปยังสนามบินหาดใหญ่

    จังหวัดยะลา ระดับน้ำลดลงต่อเนื่อง การเดินทางจากยะลาไปเบตงยังสามารถทำได้ โดยต้องใช้ความระมัดระวังในบางพื้นที่ลาดชัน แหล่งท่องเที่ยวส่วนใหญ่เปิดให้บริการตามปกติ ยกเว้นวัดหน้าถ้ำ ที่อยู่ระหว่างฟื้นฟู และไม่มีนักท่องเที่ยวติดค้าง

    จังหวัดปัตตานี ยังมีฝนและน้ำท่วมขังในบางพื้นที่ ยังไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวได้รับผลกระทบโดยตรง

    จังหวัดสุราษฎร์ธานี สถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ไม่มีรายงานนักท่องเที่ยวได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต การเดินเรือไปยังเกาะต่างๆ ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ แม้จะมีคลื่นลมเล็กน้อย

    จังหวัดตรัง รายงานว่าสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย เหลือน้ำท่วมขังเพียงบางพื้นที่ โดยไม่มีนักท่องเที่ยวตกค้างหรือเสียชีวิต

    จังหวัดนครศรีธรรมราช น้ำลดลงแล้วและเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิตหรือผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว

    “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังคงติดตามสถานการณ์ตลอด 24 ชั่วโมง ประสานงานใกล้ชิดกับทุกจังหวัด เพื่อให้ความช่วยเหลือนักท่องเที่ยวและประชาชนอย่างทันท่วงที พร้อมขอให้ผู้เดินทางติดตามประกาศจากหน่วยงานรัฐอย่างสม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยสูงสุด”

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2898781&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2GUh9uMby8CEWViQQ6xmOW

  • 4 ผลข้างเคียงร้ายแรง หากดื่มน้ำอัดลมไดเอตเป็นประจำ ไม่มีน้ำตาลแต่อันตราย

    4 ผลข้างเคียงร้ายแรง หากดื่มน้ำอัดลมไดเอตเป็นประจำ ไม่มีน้ำตาลแต่อันตราย

    เปิดความจริง “น้ำอัดลมไดเอต” ความเสี่ยงสุขภาพที่แฝงอยู่

    น้ำอัดลมไดเอต มักถูกมองว่าเป็นทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำอัดลมปกติ เพราะไม่มีน้ำตาลและไม่มีแคลอรี การเลือกเครื่องดื่มนี้จึงเป็นวิธีง่าย ๆ ในการลดปริมาณน้ำตาลและแคลอรีที่ได้รับ อย่างไรก็ตาม การดื่มน้ำอัดลมไดเอตเป็นประจำอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวานและปัญหาสุขภาพอื่น ๆ ได้

    ความเสี่ยงด้านสุขภาพที่มาพร้อมกับน้ำอัดลมไดเอต

    แม้ว่าน้ำอัดลมไดเอตจะช่วยลดการบริโภคน้ำตาล แต่ก็ยังคงมีความเสี่ยงต่อสุขภาพหลายด้านที่คุณควรทราบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากดื่มเป็นประจำทุกวัน

    1. อาจทำให้ฟันผุและกร่อน

    การเปลี่ยนจากน้ำอัดลมปกติมาเป็นน้ำอัดลมไดเอตอาจลดการบริโภคน้ำตาลที่ทำให้ฟันผุได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสุขภาพช่องปากจะปลอดภัย น้ำอัดลมไดเอตยังคงมีฤทธิ์เป็นกรด และการดื่มเป็นประจำอาจนำไปสู่ภาวะ ฟันกร่อน เมื่อเวลาผ่านไป การศึกษาแสดงให้เห็นว่าผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมไดเอตมีแนวโน้มที่จะมีอัตราฟันกร่อนสูงกว่าผู้ที่ดื่มน้ำเป็นหลัก การดื่มเครื่องดื่มอัดลมเป็นประจำ ถือเป็นหนึ่งในปัจจัยเสี่ยงหลักของภาวะฟันกร่อน

    2. อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคเบาหวาน

    การบริโภคน้ำตาลที่เติมเพิ่มมากเกินไปมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงโรคเบาหวานที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นเหตุผลที่หลายคนเลือกเครื่องดื่มปราศจากน้ำตาลอย่างน้ำอัดลมไดเอต อย่างไรก็ตาม งานวิจัยบางชิ้นชี้ให้เห็นว่า น้ำอัดลมไดเอตอาจเพิ่มความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานได้เช่นกัน

    นักวิจัยเสนอว่า สารให้ความหวานเทียม เช่น แอสปาร์แตม อาจส่งผลกระทบต่อความเสี่ยงโรคเบาหวานโดยการเพิ่ม ภาวะดื้อต่ออินซูลิน นอกจากนี้ยังอาจเพิ่มฮอร์โมนความเครียด (คอร์ติซอล) รบกวนแบคทีเรียในลำไส้ และก่อให้เกิดภาวะเครียดจากปฏิกิริยาออกซิเดชัน ซึ่งทั้งหมดนี้อาจทำให้การจัดการโรคเบาหวานทำได้ยากขึ้น

    3. อาจเพิ่มความเสี่ยงโรคไต

    น้ำอัดลมไดเอตอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตได้ การศึกษาหนึ่งพบว่ายิ่งดื่มน้ำอัดลมไดเอตมากเท่าไหร่ ความเสี่ยงต่อการเป็นโรคไตก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น นักวิจัยคาดว่าอาจเกี่ยวข้องกับปริมาณฟอสฟอรัสในน้ำอัดลมไดเอต (และน้ำอัดลมปกติ) ซึ่งใช้ในการเพิ่มสีและรสชาติ

    แม้ว่าฟอสฟอรัสเป็นแร่ธาตุสำคัญในการสร้างกระดูกและฟันที่แข็งแรง แต่การบริโภคมากเกินไปมีความสัมพันธ์กับการทำงานของไตที่บกพร่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องการงานวิจัยเพิ่มเติมในเรื่องนี้ ผู้ที่มีการทำงานของไตบกพร่อง เช่น ผู้ที่เป็นโรคไตเรื้อรัง จึงจำเป็นต้องระมัดระวังปริมาณฟอสฟอรัสที่บริโภคเข้าไป

    4. อาจเพิ่มความดันโลหิต

    มีการศึกษาหลายชิ้นที่เชื่อมโยงการบริโภคน้ำอัดลมไดเอตกับภาวะ ความดันโลหิตสูง แม้ว่าเหตุผลจะยังไม่ชัดเจน การศึกษาหนึ่งพบว่าความเสี่ยงภาวะความดันโลหิตสูงของผู้เข้าร่วมการทดลองเพิ่มขึ้น 9% สำหรับน้ำอัดลมไดเอตทุก ๆ หนึ่งหน่วยบริโภคที่ดื่มต่อวัน

    ในอีกการศึกษาหนึ่ง ความเสี่ยงความดันโลหิตสูงสูงขึ้นเล็กน้อยสำหรับผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมไดเอตเมื่อเทียบกับผู้ที่ดื่มน้ำอัดลมปกติ อย่างไรก็ตาม นักวิจัยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าน้ำอัดลมไดเอตเป็นสาเหตุโดยตรงของความดันโลหิตสูงหรือไม่ เนื่องจากผู้ที่เลือกดื่มอาจมีปัญหาสุขภาพอยู่ก่อนแล้ว เช่น โรคหัวใจหรือโรคอ้วน

    ถึงแม้จะไม่มีแคลอรีและไม่มีน้ำตาล แต่น้ำอัดลมไดเอตก็ไม่ได้ดีต่อสุขภาพของคุณมากกว่าน้ำอัดลมปกติเสมอไป งานวิจัยแสดงให้เห็นว่าอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพที่คล้ายคลึงกัน เช่น โรคเบาหวานและปัญหาทางทันตกรรม อย่างไรก็ตาม จำเป็นต้องมีการวิจัยเพิ่มเติมเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบอย่างเต็มที่ หากคุณดื่มน้ำอัดลมไดเอตเป็นครั้งคราวก็ไม่ต้องกังวล แต่หากคุณดื่มแทบทุกวัน การเปลี่ยนไปดื่มน้ำเปล่า น้ำอัดลมปรุงรส หรือพรีไบโอติกโซดา อาจเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพของคุณมากกว่า

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/news/9859414/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3n7WzqvklIwvWDxEmT6vNY

  •  “นฤมล”สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต  ย้ำต้องเร่งเปิดเรียนให้เร็วที่สุด ไม่ให้กระทบเด็ก

     “นฤมล”สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต  ย้ำต้องเร่งเปิดเรียนให้เร็วที่สุด ไม่ให้กระทบเด็ก

    การศึกษา

     “นฤมล”สั่ง ศธ.ระดมกำลังลุยฟื้นฟูภาคใต้ ตั้ง Fix It Center 50 ศูนย์ ซ่อมบ้าน-ซ่อมชีวิต  ย้ำต้องเร่งเปิดเรียนให้เร็วที่สุด ไม่ให้กระทบเด็ก

    วันเสาร์ ที่ 29 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 18.26 น.

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568  เวลา 18.00 น.ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในการสนับสนุนภารกิจฟื้นฟูพื้นที่ภาคใต้หลังอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งได้ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อหลายจังหวัด โดยเฉพาะพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญอย่าง อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ที่ยังคงต้องได้รับการเยียวยาและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน โดย ศธ.จะร่วมกับของหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสาในหลายพื้นที่

    ศ.ดร.นฤมล กล่าวต่อว่า ในวันพรุ่งนี้(30 พ.ย.)ตนจะเดินทางลงพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา และได้สั่งการให้ทุกหน่วยในสังกัดจัดเตรียมกำลังคน เครื่องมือ และชุดปฏิบัติการให้พร้อมเต็มที่ และให้ทุกส่วนปฏิบัติการสอดคล้องและประสานกันอย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยมุ่งเป้า ฟื้นเมือง คืนชีวิตให้ประชาชนกลับมาใช้ชีวิตได้ปกติเร็วที่สุด โดยเฉพาะการฟื้นฟูบ้านเรือน โรงเรียน และสาธารณูปโภคที่เสียหาย ซึ่งต้องการทั้งเครื่องมือ เครือข่ายช่าง และกำลังคนจิตอาสาในพื้นที่จำนวนมาก

    โดย สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.)ได้ตั้งศูนย์ Fix It Center 50 ศูนย์ทั่วพื้นที่ภาคใต้ให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชนซึ่งได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งจะสามารถช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือน และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น

    ด้านกรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.)ได้รวบรวมกำลังจากหน่วยงานในเครือ สกร.จำนวนมากพร้อมชุดอุปกรณ์ทำความสะอาด ข้าวสารอาหารแห้ง และของจำเป็น เพื่อเร่งคืนสภาพพื้นที่ชุมชนให้ปลอดภัยและกลับมาใช้ประโยชน์ได้โดยเร็ว

    ในส่วนของ คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะรับผิดชอบล้างและฟื้นฟูโรงเรียนในพื้นที่ เพื่อเร่งให้โรงเรียนสามารถเปิดเรียนได้ทันตามกำหนด และลดผลกระทบต่อเด็กและเยาวชน โดยจะเน้นการทำความสะอาดห้องเรียน ระบบไฟฟ้า สนาม และอาคารเรียนที่ได้รับผลกระทบ

    “ปฏิบัติการครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการลงพื้นที่เชิงสัญลักษณ์ แต่เป็นการทำงานจริงเพื่อประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ซึ่ง ครู บุคลากร นักศึกษาอาชีวะ และเครือข่ายจิตอาสาของ ศธ. จะเป็นกำลังสำคัญของการฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ทั้งในด้านแรงงาน อุปกรณ์ และพลังใจ ทุกหน่วยต้องทำงานเชิงรุก ช่วยเหลือประชาชนให้มากที่สุดในช่วงเวลาอันสั้น เพราะการฟื้นฟูที่เร็ว คือการลดความเดือดร้อน รวมถึงใหัภาคการศึกษา ทั้ง โรงเรียน วิทยาลัย และมหาวิทยาลัย สามารถกลับมาขับเคลื่อนต่อได้อย่างทันที”ศ.ดร.นฤมล กล่าวว่า
     

    ติดตามข่าวด่วน กระแสข่าวบน Facebook คลิกที่นี่

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.banmuang.co.th/news/education/456628&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0vQ0e6qauLi9vGmIifpVcb

  • ก.เกษตรฯ ประชุมเตรียมงาน “ถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา” ปีที่ 3

    ก.เกษตรฯ ประชุมเตรียมงาน “ถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา” ปีที่ 3

    ก.เกษตรฯ ประชุมเตรียมงาน “ถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา” ปีที่ 3 รองปลัดเกษตรฯ เน้นย้ำ บูรณาการทุกหน่วยงาน สร้างจุดเช็คอิน-พร้อมจำหน่ายสินค้าคุณภาพ

    นายกฤษ อุตตมะเวทิน รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธานการประชุมคณะกรรมการจัดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา ครั้งที่ 1/2568 โดยมี ผู้บริหารในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เข้าร่วม ณ ห้องประชุมกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ 134-135 ว่า การจัดงานมหกรรมการเกษตรและท่องเที่ยวถนนสายดอกไม้งามริมกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยา กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ดำเนินการจัดมาต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 แล้ว ซึ่งปีนี้ จะเป็นการบูรณาการร่วมกัน 4 กระทรวง ได้แก่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ และกระทรวงศึกษาธิการ โดยทางการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา จะเป็นเจ้าภาพการจัดงานหลักภายใต้ชื่องาน Amazing Thailand Phayao Countdown Flora Fest 2026” ระหว่างวันที่ 28-31 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณลานอนุสาวรีย์พ่อขุนงำเมืองริมกว๊านพะเยา มุ่งเน้นสร้างการรับรู้และกระตุ้นการท่องเที่ยว พร้อมเผยแพร่ความรู้ด้านนวัตกรรมการผลิต การตลาดของสินค้าเกษตรคุณภาพ เพื่อส่งเสริมรายได้ให้กับเกษตรกรไทย

    สำหรับที่ประชุมได้มีการแบ่งกิจกรรมให้หน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ทุกหน่วยงาน มีส่วนร่วมในการทำงานให้มีทิศทางแนวเดียวกัน โดยเน้นความสวยงาม มีจุดเช็คอิน มีการจำหน่ายสินค้า และมีกิจกรรมสร้างการมีส่วนร่วมกับผู้เข้าร่วมงาน ภายใต้ธีมถนนท่องเที่ยวสายเกษตรริมกว๊านพะเยา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/62199&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2rxHviE3jAxBP7Y1pU4L2c

  • ‘นิพนธ์-สรรเพชญ’  เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม  ‘ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา’

    ‘นิพนธ์-สรรเพชญ’ เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม ‘ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา’

    นายสรรเพชญ บุญญามณี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดสงขลา โพสต์ข้อความผ่านเพจ สรรเพชญ บุญญามณี กล่าวถึงสถานการณ์อุทกภัยรุนแรงในจังหวัดสงขลาที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและส่งผลกระทบเป็นวงกว้างว่า

    นี่คือวิกฤตที่กระทบทั้งคุณภาพชีวิตของประชาชนและระบบเศรษฐกิจภาพรวมของภาคใต้ ซึ่งสงขลาในฐานะศูนย์กลางเศรษฐกิจด้านบริการ การท่องเที่ยว การแปรรูปสินค้าเกษตร อุตสาหกรรม และการค้าชายแดน ได้รับผลกระทบอย่างหนัก “เครื่องยนต์เศรษฐกิจ” หยุดชะงักทันทีเมื่อเกิดน้ำท่วมครั้งนี้

    นายสรรเพชญระบุว่า จากการลงพื้นที่ต่อเนื่องหลายวัน พบว่าประชาชนจำนวนมากได้รับผลกระทบทุกมิติ บ้านเรือนเสียหาย ถนนเชื่อมต่อหลายสายถูกตัดขาด น้ำดื่มและน้ำประปาขาดแคลน โดยเฉพาะพื้นที่อำเภอเมืองสงขลา พะวง เกาะยอ และเขารูปช้าง ที่ต้องพึ่งพาน้ำประปาจากหาดใหญ่เพียงแห่งเดียว ทำให้เกิดปัญหาโดยทันทีเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน นอกจากนี้ กลุ่มเปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง เด็กเล็ก และหญิงตั้งครรภ์ ยังต้องการการดูแลอย่างเร่งด่วน

    'นิพนธ์-สรรเพชญ'  เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม  'ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา'

    ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา นายสรรเพชญจึงเสนอให้รัฐบาลเร่งเดินหน้า “มาตรการฟื้นฟูแบบองค์รวม” ครอบคลุมทั้งคน เมือง และเศรษฐกิจ เพื่อให้สงขลาสามารถกลับมายืนได้อย่างมั่นคง และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุซ้ำในอนาคต ดังนี้

    3 มาตรการ “ฟื้นคน – ฟื้นเมือง – ฟื้นเศรษฐกิจสงขลา”

    1. ฟื้นคน – เยียวยาอย่างครอบคลุมและเข้าถึงง่าย

    • เร่งจ่ายเงินเยียวยาผู้ประสบภัย ลดขั้นตอนเอกสาร
    • กระจายอาหาร น้ำดื่ม ถุงยังชีพให้ถึงพื้นที่ที่ยังเข้าไม่ถึง
    • ช่วยเหลือเชิงรุกกลุ่มเปราะบาง
    •  ซ่อมแซมบ้าน โรงเรียน ศูนย์เด็กเล็ก และสถานพยาบาล

    2. ฟื้นเมือง – โครงสร้างพื้นฐานพร้อมรับมือภัยพิบัติ

    • ผลักดันการก่อสร้าง โรงผลิตน้ำประปาใหม่ในอำเภอเมืองสงขลา ลดการพึ่งพาหาดใหญ่
    • ซ่อมถนน คลองระบายน้ำ ระบบไฟฟ้า–สื่อสาร ในพื้นที่เสี่ยงซ้ำซาก
    • ยกระดับศูนย์พักพิงให้มีมาตรฐานด้านสุขาภิบาล
    • อัปเกรดระบบแจ้งเตือนน้ำท่วม–น้ำทะเลหนุนให้ทันสมัย
    • กำจัดขยะ ตะกอน น้ำเสียหลังน้ำลด

    3. ฟื้นเศรษฐกิจ – ให้ผู้ประกอบการและชุมชนเดินต่อได้

    • พักชำระหนี้ต้น–ดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นและ SMEs
    •  ฟื้นฟูเกษตรกรและประมงพื้นบ้าน สนับสนุนพันธุ์สัตว์น้ำ เครื่องมือที่เสียหาย
    • เร่งซ่อมเส้นทางสู่ด่านชายแดนเพื่อให้การค้าฟื้นตัว
    • กระตุ้นท่องเที่ยวหลังน้ำลด ทั้งเมืองเก่าสงขลา เกาะยอ หาดใหญ่ และดึงนักท่องเที่ยวมาเลเซียกลับมา
    • สนับสนุนตลาดชุมชนและธุรกิจรายเล็กให้ฟื้นตัวควบคู่

    นายสรรเพชญกล่าวว่า “ผมขอฝากความหวังของพี่น้องชาวสงขลาให้รัฐบาลเร่งพิจารณามาตรการเหล่านี้โดยด่วน เพื่อให้สงขลาก้าวผ่านวิกฤตครั้งนี้ไปด้วยกัน”
     

    'นิพนธ์-สรรเพชญ'  เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม  'ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา'

    ในขณะเดียวกัน นายนิพนธ์ บุญญามณี อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พร้อมด้วย นายสรรเพชญ บุญญามณี ก็ได้ลงพื้นที่ในอำเภอบางกล่ำและอำเภอหาดใหญ่ 4 จุด วันนี้ (29 พ.ย.2568) ได้แก่

    ศาลาลุงทอง, วัดโคกสมานคุณ, ชุมชนรัชมังคลา และวัดเกาะเสือ รวมถึงพื้นที่ในอำเภอเมืองสงขลา โดย “ครัวบุญญามณี” ดำเนินภารกิจช่วยเหลือติดต่อเป็นวันที่ 6 แล้ว สำหรับวันนี้ได้มอบอาหารและสิ่งของรวมกว่า 20,000 ชุด ประกอบด้วย

    • อาหารปรุงสดจากครัวบุญญามณี 4,000 กล่อง
    • บริษัทอาคเนย์คอนกรีต มอบข้าวเหนียวไก่ทอด 1,500 กล่อง
    • บริษัทสยามอินเตอร์เนชั่นแนลฟู้ด ผลิตแซนวิชทูน่า 1,000 กล่อง และข้าวผัดปลาทูน่า 3,500 กล่อง
    • น้ำดื่มรวมกว่า 10,000 ขวด

    ร่วมกับพันธมิตร ได้แก่

    • มูลนิธิเนชั่นปันน้ำใจ เครือเนชั่น มอบฟาร์มเฮาส์และขนมพร้อมทาน 7,000 กล่อง
    • วิทยาลัยอาชีวศึกษา มอบอาหาร 2,000 กล่อง 

    นายนิพนธ์ระบุว่า ขณะนี้ประชาชนยังเดือดร้อนด้านน้ำดื่มอย่างหนัก เนื่องจากหลายพื้นที่น้ำประปาไม่ไหล อีกทั้งเสื้อผ้าไปกับน้ำหมดจึงจำเป็นต้องเร่งกระจายความช่วยเหลือให้ทั่วถึงและเร่งการเยียวยาโดยด่วนที่สุด

    'นิพนธ์-สรรเพชญ'  เสนอ 3 มาตรการช่วยน้ำท่วม  'ฟื้นคน-เมือง-เศรษฐกิจสงขลา'

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/general-news/734244&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2w3d38EmO9CvlZOK8O9MqD

  • “สวนนงนุช” ทุ่ม 60 ล้าน ลงทุนโซลาร์รูฟท็อป ลานจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์

    “สวนนงนุช” ทุ่ม 60 ล้าน ลงทุนโซลาร์รูฟท็อป ลานจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์

    สวนนงนุชพัทยาทุ่มกว่า 60 ล้านบาท ลงทุนโซลาร์รูฟท็อป 3.5 เมกะวัตต์ ลานจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์ หนุนท่องเที่ยวสีเขียว ลดคาร์บอน พร้อมมีตู้ชาร์จไฟรองรับรถยนต์ไฟฟ้า

    เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2568 สวนนงนุชพัทยา ประกาศเดินหน้าสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียวอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการลงนามสัญญาติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) ขนาด 3,503 กิโลวัตต์-พีค พร้อมพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน

    นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา ได้ลงนามในสัญญาซื้อขายอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) แบบเบ็ดเสร็จ มีกำลังการติดตั้งรวม 3,503.00 kWp มูลค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยสวนนงนุชพัทยาเป็นผู้ลงทุนและมอบหมายให้บริษัท อิเรเดี๊ยน โซล่า จำกัด เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งและบริหารจัดการระบบพลังงานดังกล่าว

    นายกัมพล ตันสัจจา ประธานสวนนงนุชพัทยา เปิดเผยภายหลังการลงนามในสัญญาซื้อขายอุปกรณ์ระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคาแบบเบ็ดเสร็จ โดยโครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของสวนนงนุชพัทยา ในการขับเคลื่อนนโยบายการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์และส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม โดยมีวัตถุประสงค์หลัก 4 ประการ ได้แก่

    1. การพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวก: การออกแบบ “ลานจอดรถพลังงานแสงอาทิตย์” ซึ่งไม่เพียงให้ร่มเงาและลดความร้อนแก่รถยนต์ของนักท่องเที่ยวแล้ว ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการให้บริการ

    2. การรองรับยานยนต์ไฟฟ้า (EV): การจัดเตรียมสถานีชาร์จแบตเตอรี่สำหรับรถไฟฟ้าโดยเฉพาะ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่นักท่องเที่ยวที่ใช้รถ EV ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมเพิ่มมากขึ้น พร้อมตู้ชาร์จไฟรองรับรถยนต์ไฟฟ้า แก่ผู้ที่มาเที่ยวสวนนงนุชฯ

    3. การลดการปล่อยคาร์บอน: โครงการนี้สนับสนุนนโยบายการลดคาร์บอนเครดิตอย่างเป็นรูปธรรม สอดคล้องกับแนวโน้มการท่องเที่ยวโลกที่ให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อม

    4. การเพิ่มสัดส่วนพลังงานทางเลือก: การนำพลังงานแสงอาทิตย์ซึ่งเป็นพลังงานสะอาดมาใช้ผลิตไฟฟ้าภายในพื้นที่สวน จะช่วยลดการพึ่งพาพลังงานจากระบบหลัก ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน และลดรอยเท้าคาร์บอนขององค์กร

    โดยสวนนงนุชพัทยา ได้ยกระดับมาตรฐานด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมควบคู่ไปกับการให้บริการนักท่องเที่ยวอย่างครบวงจร เพื่อก้าวสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวสีเขียว (Green Attraction) ลดคาร์บอน เพื่อให้โลกมีสิ่งแวดล้อมที่ดีงามต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2898840&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sluxpRH_VKxA7F6QU36cM