Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ชาวหาดใหญ่แห่ซื้อ-ขายเสื้อผ้าจมน้ำราคาถูก วอนรัฐเร่งช่วยให้วิถีชีวิตกลับคืน

    ชาวหาดใหญ่แห่ซื้อ-ขายเสื้อผ้าจมน้ำราคาถูก วอนรัฐเร่งช่วยให้วิถีชีวิตกลับคืน

    (30 พ.ย.68) บรรยากาศบริเวณหน้าหอนาฬิกา เขตเทศบาลนครหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เริ่มกลับมาคึกคักหลังสถานการณ์น้ำท่วมกลับสู่ภาวะปกติ ผู้ประกอบการร้านเสื้อผ้าหลายรายที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ได้กลับเข้าไปสำรวจสินค้าและพบว่าถูกน้ำท่วมจำนวนมาก จึงเร่งทำความสะอาดและนำออกมาจำหน่ายในราคาพิเศษ เพื่อระบายสินค้าให้หมดโดยเร็ว

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo01.jpg

    สำหรับสินค้าที่มาวางจำหน่าย และได้รับความนิยมมากที่สุดได้เเก่ เสื้อผ้าเเฟชั่น หญิง – ชาย ที่ส่วนใหญ่อยู่ในสภาพเปียกโคลน ซึ่งลูกค้าต้องนำไปซักทำความสะอาดเสียก่อนที่จะสวมใส่ ราคาขึ้นอยู่กับรูปแบบ และความเสียหาย

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo02.jpg

    โดยราคาขายเริ่มต้นอยู่ที่ 10 บาท ต่อตัว – 3 ตัว 100 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าต้นทุน ซึ่งพ่อค้าแม่ค้าก็จำใจต้องขายเพื่อให้เงินทุนกลับเข้ากระเป๋า ทำให้มีประชาชนโดยเฉพาะผู้ประสบภัยมาเลือกซื้อเพื่อสวมใส่ รวมไปถึงพ่อค้าแม่ค้าที่มารับซื้อเพื่อนำไปขายต่อเป็นจำนวนมาก

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo03.jpg

    ขณะที่ประชาชนในพื้นที่หลายคนให้ความสนใจเลือกซื้อเป็นจำนวนมาก เนื่องจากมีสินค้าหลากหลาย ทั้งเสื้อผ้าผู้หญิง ผู้ชาย เด็ก และสินค้าแฟชั่นอื่น ๆ ที่นำมาขายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด ทำให้บรรยากาศการจับจ่ายซื้อของในพื้นที่มีความคึกคัก ช่วยเพิ่มสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการที่กำลังเดือดร้อนจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

    เจ้าของร้านที่นำสินค้ามาวางขาย กล่าวว่า ความเสียหายครั้งนี้เป็นสิ่งที่ไม่คาดคิดและทำให้ธุรกิจต้องหยุดชะงักอย่างหนัก จึงอยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยเหลือผู้ประกอบการรายย่อยด้วยมาตรการที่จับต้องได้ เช่น สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การสนับสนุนด้านการตลาด และมาตรการฟื้นฟูเศรษฐกิจในระยะเร่งด่วน เพื่อให้สามารถกลับมาดำเนินกิจการได้ตามปกติ

    ทั้งนี้ ผู้ค้าบริเวณหน้าหอนาฬิกาหาดใหญ่ยังคงเปิดขายสินค้าตั้งแต่เช้าจนถึงเย็นทุกวัน โดยยืนยันว่าจะจำหน่ายต่อไปจนกว่าสินค้าจะหมด เพื่อบรรเทาความเสียหายและเป็นส่วนหนึ่งในการฟื้นฟูเศรษฐกิจชุมชนให้กลับมาเข้มแข็งอีกครั้งหลังเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo04.jpg

    Hat Yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices-SPACEBAR-Photo05.jpg

    ข้อมูล/ภาพ : กรมประชาสัมพันธ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/social/hat-yai-residents-flock-to-buy-and-sell-flood-damaged-goods-at-low-prices&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0QW7BV6AgapKZYD4IplYI1

  • จีนจัดสอบข้าราชการครั้งแรก หลังขยายเพดานอายุผู้สมัครเป็น 38 ปี : อินโฟเควสท์

    จีนจัดสอบข้าราชการครั้งแรก หลังขยายเพดานอายุผู้สมัครเป็น 38 ปี : อินโฟเควสท์

    จีนจัดสอบข้าราชการพลเรือนระดับชาติในวันนี้ (30 พ.ย.) ซึ่งถือเป็นการจัดสอบครั้งแรกนับตั้งแต่มีการขยายเพดานอายุผู้มีสิทธิ์สมัครเป็น 38 ปี

    สำนักข่าวซินหัวรายงานว่า มีผู้สมัครกว่า 3.7 ล้านคนเข้าร่วมการสอบประจำปีในครั้งนี้ เพื่อแข่งขันชิงตำแหน่งในหน่วยงานส่วนกลางของประเทศและหน่วยงานสาขาต่าง ๆ โดยจะมีผู้สมัครราว 98 คนโดยเฉลี่ยต่อหนึ่งตำแหน่งงานที่มีอยู่

    ทางการจีนระบุว่า ตำแหน่งงานว่างราว 70% ถูกสงวนไว้สำหรับบัณฑิตจบใหม่จากวิทยาลัยและมหาวิทยาลัย

    ทั้งนี้ จีนได้ขยายเพดานคุณสมบัติด้านอายุโดยทั่วไปสำหรับการสอบครั้งนี้เป็น 38 ปี อันเป็นความเคลื่อนไหวที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ได้ทำลายเพดานอายุ 35 ปี ที่มักพบเห็นได้ทั่วไปในตลาดหางาน

    ทางการระบุว่า สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาใหม่จากหลักสูตรปริญญาโทและปริญญาเอก ได้มีการขยายเพดานด้านอายุออกไปอีกถึง 43 ปี

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550144&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3CwGLQqHG71cbJn458kHxb

  • “นฤมล” สั่งเร่งกู้โรงเรียนเสียหายหนักในหาดใหญ่ ตั้ง 50 ศูนย์ช่วยซ่อมรถประชาชน

    “นฤมล” สั่งเร่งกู้โรงเรียนเสียหายหนักในหาดใหญ่ ตั้ง 50 ศูนย์ช่วยซ่อมรถประชาชน

    “รมว.นฤมล” ลุยฟื้นหาดใหญ่หลังน้ำลด สั่งเร่งกู้โรงเรียนเสียหายหนัก ตั้ง 50 ศูนย์ Fix It ช่วยซ่อมของประชาชนกว่า 1 หมื่นคัน ย้ำ จะเคียงข้างประชาชนจนกว่าจะเข้าสู่ภาวะปกติ

    วันที่ 30 พ.ย. 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายสุเทพ แก่งสันเทียะ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ นำ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา(สอศ.), กรมส่งเสริมการเรียนรู้(สกร.), คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ผนึกกำลังกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดย กรมชลประทาน ระดมเครื่องจักร เครื่องมือ และรถบรรทุก เข้าดำเนินการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย บริเวณวงเวียนหน้าหมู่บ้านฉัตรทอง เขต 8 โดยเร่งทำความสะอาด เก็บขยะ และเคลียร์พื้นที่สาธารณะ เพื่อให้ประชาชนสามารถกลับมาใช้ชีวิตประจำวันได้ตามปกติโดยเร็วที่สุด

    นอกจากนี้ นางนฤมล ได้ไปตรวจสอบสภาพความเสียหายของโรงเรียนบ้านหน้าควนลัง เขตเทศบาลเมืองควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากโรงเรียนถูกน้ำท่วมนาน 5 วัน ซึ่งสภาพภายในโรงเรียนเสียหายอย่างหนัก ทำให้สิ่งของอุปกรณ์การเรียนการสอนและการทำกิจกรรมของนักเรียนถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด โดยจะต้องได้รับการเยียวยาและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน

    “ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลประชาชนให้เร็วที่สุด และต้องทำอย่างเป็นระบบ กระทรวงศึกษาธิการไม่เพียงดูแลเฉพาะสถานศึกษา แต่ยังต้องลงไปช่วยเหลือครัวเรือน ชุมชน และอาชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็กและครอบครัวเป็นลำดับแรก และจะเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาทุกแห่งให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด” นางนฤมล กล่าว

    นางนฤมล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของโรงเรียนและอุปกรณ์การเรียน หนังสือ และสื่อการสอนต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย ศธ. จะเร่งนำเข้า ครม. เพื่อนำงบประมาณมาซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน รวมถึงดูแลด้านสภาพจิตใจของเด็กและครูที่ได้รับผลกระทบด้วย เพราะผลกระทบทางจิตใจหลังจากประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การซ่อมแซมอาคารเรียน

    ทั้งนี้ รมว.ศธ. ได้นำ สอศ. ตั้งศูนย์ Fix It Center จำนวน 50 ศูนย์ เพื่อให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนนำรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายเข้ารับบริการกว่า 10,000 คันทั่วพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

    “ทุกคันที่นำมาซ่อมคือความหวังในการกลับไปทำงานของประชาชน เราจะทำทุกอย่างให้เขากลับมายืนได้เร็วที่สุด นี่คือหน้าที่ของรัฐ และกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทำงานเคียงข้างประชาชนจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ” นางนฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/politic/2899022&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw21CPlS4SJfavD_SAiD7Z7e

  • เปิดพิกัด 50 จุด ‘อาชีวะอาสา’ ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด ‘อาชีวะอาสา’ ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    บริการที่ให้ความช่วยเหลือ :

    • ซ่อมแซมบ้านเรือน
    • ซ่อมระบบไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัย
    • ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า
    • ทำความสะอาดและเคลียร์พื้นที่
    • ซ่อมครุภัณฑ์การศึกษา (คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์การเรียน)

    พื้นที่ให้บริการครอบคลุม :
    อ.หาดใหญ่, อ.จะนะ, อ.นาทวี, อ.เมืองสงขลา, อ.สิงหนคร, อ.สทิงพระ, อ.กระแสสินธุ์, อ.ระโนด, อ.รัตภูมิ และอื่นๆ

    ระยะเวลาให้บริการ : ตั้งแต่วันนี้ – 6 ธ.ค. 68 (ขยายเวลาได้ตามความจำเป็น)

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    เปิดพิกัด 50 จุด “อาชีวะอาสา” ให้บริการซ่อมแซม ทั่วจังหวัดสงขลา

    แหล่งที่มา : กรมประชาสัมพันธ์  และ สำนักงานคณะกรรมการอาชีวศึกษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/general-news/645377&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fMyRY_afs5lAz7tilyoP8

  • ดื่มกาแฟทุกวัน จะเกิดอะไรกับร่างกาย? รู้ประโยชน์และผลข้างเคียงที่ต้องระวัง

    ดื่มกาแฟทุกวัน จะเกิดอะไรกับร่างกาย? รู้ประโยชน์และผลข้างเคียงที่ต้องระวัง

    จะเกิดอะไรขึ้นกับร่างกาย เมื่อคุณดื่ม “กาแฟ” ทุกวัน ดีต่อสุขภาพจริงหรือไม่?

    การดื่มกาแฟกลายเป็นกิจวัตรยอดนิยมยามเช้า ไม่ว่าจะเพื่อรสชาติ ความกระปรี้กระเปร่า หรือทั้งสองอย่าง จากการสำรวจพบว่า ผู้ใหญ่ชาวอเมริกันถึง 66% ดื่มเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนนี้ประมาณวันละสามแก้ว

    การดื่มกาแฟทุกวันส่งผลต่อสุขภาพของเราอย่างไร? บทความนี้ได้รวบรวมทั้งประโยชน์และผลข้างเคียงของการดื่มกาแฟในแต่ละวัน ตามข้อมูลจากผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการ

    ด้านบวก: ประโยชน์ที่ได้รับจากกาแฟ

    ตื่นตัวในยามเช้า

    กาแฟดำมาตรฐานขนาด 12 ออนซ์หนึ่งแก้ว มีคาเฟอีนประมาณ 113 ถึง 247 มิลลิกรัม ซึ่งเป็นสารที่กระตุ้นสมองและระบบประสาท คาเฟอีนสามารถเพิ่มความตื่นตัว ลดความเหนื่อยล้า และช่วยให้มีสมาธิดีขึ้น นี่คือเหตุผลที่หลายคนต้องพึ่งพากาแฟเพื่อเริ่มต้นวันใหม่

    คุณแอนธี เฟ ลีวาย (Anthea Levi) นักโภชนาการที่ขึ้นทะเบียน กล่าวว่า ปริมาณคาเฟอีนสูงสุด 400 มิลลิกรัมต่อวัน คือปริมาณที่เหมาะสมในการได้รับประโยชน์ต่อสุขภาพจากกาแฟ ปริมาณนี้เทียบได้กับกาแฟประมาณสี่แก้ว ซึ่งสามารถช่วยเพิ่มความตื่นตัวได้ ขึ้นอยู่กับความทนทานต่อคาเฟอีนของแต่ละคน

    ส่งเสริมกิจกรรมทางกาย

    ด้วยคุณสมบัติในการกระตุ้นของคาเฟอีน กาแฟสามารถให้พลังงานที่จำเป็นต่อการออกกำลังกาย งานวิจัยปี 2564 พบว่า การดื่มกาแฟหรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีนก่อนออกกำลังกาย อาจช่วยปรับปรุงสมรรถภาพการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและแอนแอโรบิกได้ โดยเพิ่มความอดทนของกล้ามเนื้อ

    นอกจากนี้ การศึกษาในปี 2566 ยังพบว่า ผู้ที่ดื่มกาแฟมีจำนวนก้าวเดินในแต่ละวันสูงกว่าผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งพลังงานที่ได้รับจากกาแฟอาจช่วยกระตุ้นให้เราเคลื่อนไหวมากขึ้น

    สนับสนุนสุขภาพหัวใจ

    การบริโภคกาแฟในระดับปานกลางถึงน้อยมีความเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของโรคหัวใจหลายชนิด เช่น ภาวะหัวใจล้มเหลว โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ การดื่มกาแฟทุกวันยังเชื่อมโยงกับการลดความเสี่ยงของความดันโลหิตสูงและอาการหัวใจวายอีกด้วย

    คุณลีวายระบุว่า นี่อาจเป็นผลมาจากสารต้านอนุมูลอิสระที่มีอยู่ในเมล็ดกาแฟ ซึ่งช่วยต่อต้านการอักเสบในร่างกายได้ เนื่องจาก “การอักเสบเป็นลักษณะสำคัญของโรคหัวใจ” กาแฟจึงอาจช่วยลดความเสี่ยงของโรคหัวใจได้ หากบริโภคอย่างเหมาะสม

    ช่วยเพิ่มอายุขัยและกระตุ้นการเผาผลาญ

    กาแฟยามเช้าอาจช่วยให้คุณมีอายุยืนยาวขึ้น การศึกษาหนึ่งระบุว่า การดื่มกาแฟในตอนเช้ามีความสัมพันธ์ที่ชัดเจนกับการลดความเสี่ยงของการเสียชีวิตจากทุกสาเหตุ เมื่อเทียบกับการดื่มในภายหลังหรือผู้ที่ไม่ดื่มกาแฟเลย

    นอกจากนี้ กาแฟยังช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญของร่างกายได้เล็กน้อยในระยะสั้น ซึ่งเป็นพลังงานที่ร่างกายใช้ในการทำงานพื้นฐาน อย่างไรก็ตาม คุณลีวายระบุว่า ผลกระทบนี้ไม่น่าจะนำไปสู่การลดน้ำหนัก และคาเฟอีนยังอาจช่วยระงับความอยากอาหารได้ แต่ไม่ควรพึ่งพาเพื่อลดน้ำหนัก

    ลดความเสี่ยงโรคเบาหวาน

    การดื่มกาแฟหลายแก้วต่อวัน (หนึ่งถึงสี่แก้ว) มีความสัมพันธ์กับการลดความเสี่ยงของโรคเบาหวาน การทบทวนงานวิจัยในปี 2567 พบว่า กาแฟเป็นแหล่งที่ดีของสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น กรดคลอโรจีนิก ซึ่งเป็นสารประกอบจากพืชที่อาจช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลินและการเผาผลาญกลูโคสในร่างกาย

    อย่างไรก็ตาม วิธีที่คุณดื่มกาแฟมีความสำคัญอย่างมาก คุณลีวายเตือนว่า เครื่องดื่มกาแฟยอดนิยมที่เติมน้ำเชื่อมปรุงแต่งและครีมหวาน อาจให้ปริมาณน้ำตาลที่เพิ่มขึ้นสูงมาก ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้น้ำตาลในเลือดพุ่งสูงขึ้น และเพิ่มความเสี่ยงต่อโรคเบาหวานและการมีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้ หากบริโภคเป็นประจำ

    ช่วยบรรเทาอาการท้องผูก

    หากคุณมีอาการท้องผูก กาแฟยามเช้าอาจช่วยได้ กรดในกาแฟจะไปกระตุ้นการผลิตแกสตรินในลำไส้ ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่กระตุ้นกล้ามเนื้อในลำไส้ใหญ่ให้หดตัวและเริ่มต้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ คาเฟอีนและกรดคลอโรจีนิกในกาแฟยังทำงานร่วมกันเพื่อกระตุ้นการหดตัวของลำไส้ด้วย

    ด้านลบ: ผลข้างเคียงที่ควรระวัง

    รบกวนคุณภาพการนอนหลับ

    การดื่มกาแฟใกล้เวลานอนอาจทำให้นาฬิกาการนอนหลับเสียไป คาเฟอีนจะไปขัดขวางสารอะดีโนซีน ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่สร้างขึ้นระหว่างวันเพื่อให้คุณรู้สึกเหนื่อย สิ่งนี้ทำให้หลับยากขึ้น ลดระยะเวลาการนอนหลับทั้งหมด และลดระยะเวลาที่ใช้ในการนอนหลับลึก

    ผลการวิจัยพบว่า ผู้ที่หลีกเลี่ยงคาเฟอีนจะนอนหลับได้นานขึ้นโดยเฉลี่ย 36 นาทีต่อคืน การนอนหลับที่ไม่เพียงพอเรื้อรังอาจเพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจ โรคอ้วน หรือโรคเบาหวานได้ ผู้ที่เผาผลาญคาเฟอีนช้าหรือมีปัญหาเรื่องการนอนหลับ จึงควรหยุดดื่มคาเฟอีนภายในเวลาเที่ยงวัน หรือหยุดให้เร็วกว่านั้น

    เพิ่มระดับความวิตกกังวล

    กาแฟอาจทำให้เกิดอาการวิตกกังวล ใจสั่น หรือหัวใจเต้นเร็วได้ งานวิจัยบางชิ้นยังชี้ให้เห็นถึงความเชื่อมโยงที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการดื่มกาแฟมากกว่าหนึ่งแก้วต่อวัน กับภาวะหัวใจห้องล่างเต้นก่อนเวลา (Premature Ventricular Contractions) ในบางคน

    หากคุณมีความไวต่อคาเฟอีนหรือมีแนวโน้มที่จะมีอาการทางกายของความวิตกกังวล เช่น ตัวสั่นและหัวใจเต้นเร็ว ควรใส่ใจว่าร่างกายตอบสนองต่อกาแฟอย่างไร และอาจจะต้องปรับปริมาณการดื่ม หรือหลีกเลี่ยงไปเลย

    ทำให้ระบบย่อยอาหารปั่นป่วน

    กาแฟอาจกระตุ้นการขับถ่ายได้ดีจนเกินไป จนอาจทำให้เกิดอาการท้องร่วง ท้องอืด และปวดท้อง สิ่งนี้เป็นจริงโดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าคุณมีภาวะเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร เช่น โรคลำไส้แปรปรวน (IBS) ผลจากการกระตุ้นของคาเฟอีนอาจทำให้ของเสียเคลื่อนผ่านทางเดินอาหารเร็วเกินไป

    ความเป็นกรดในกาแฟยังสามารถกระตุ้นอาการกรดไหลย้อนได้อีกด้วย แต่การรับประทานกาแฟคู่กับอาหารเช้าที่มีความสมดุล จะช่วยลดคุณสมบัติการกระตุ้นและลดกรดไหลย้อนได้

    กัดกร่อนเคลือบฟัน

    การดื่มกาแฟทุกวันอาจทำให้ฟันเป็นคราบ และยังสามารถกัดกร่อนเคลือบฟัน ซึ่งเป็นชั้นนอกที่แข็งของฟันได้ สิ่งนี้อาจทำให้เกิดอาการเสียวฟันและความเจ็บปวดเมื่อบริโภคอาหารและเครื่องดื่มที่ร้อนหรือเย็น อย่างไรก็ตาม ผลกระทบนี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ หากแปรงฟันหรือบ้วนปากด้วยน้ำทันทีหลังจากดื่มกาแฟ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/women/265869/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HMV-Opoh4fg4wG2co2Ita

  • ศธ.แจงดราม่า เกณฑ์ครูต้อนรับผู้บริหารลงพื้นที่หาดใหญ่ ย้ำห่วงใยครู-นร.มาก่อน

    ศธ.แจงดราม่า เกณฑ์ครูต้อนรับผู้บริหารลงพื้นที่หาดใหญ่ ย้ำห่วงใยครู-นร.มาก่อน

    ศธ.แจงดราม่า เกณฑ์ครูต้อนรับผู้บริหารลงพื้นที่หาดใหญ่ ย้ำห่วงใยครู-นร.มาก่อน

    วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 12.47 น.

    ศธ.แจงดราม่า กรณีเกณฑ์ครูต้อนรับผู้บริหารลงพื้นที่หาดใหญ่ ย้ำ“ภารกิจเพื่อช่วยเหลือ ความปลอดภัยครู–นักเรียนมาก่อน ส่วนกลางพร้อมสนับสนุนเต็มที่”

    30 พฤศจิกายน 2568 ตามที่ปรากฏกระแสในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับภาพและข้อความที่ระบุว่า อาจมีการให้คณะครูมาต้อนรับผู้บริหารระดับสูง ระหว่างการลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์น้ำท่วมที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา นั้น ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา โฆษกกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้รับทราบประเด็นดังกล่าวแล้ว และชี้แจงเจตนาการลงพื้นที่ของผู้บริหาร ว่า“รองนายกรัฐมนตรี กำกับดูแลกระทรวงศึกษาธิการ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการทุกคน ต่างมีความห่วงใยครู ผู้บริหาร และนักเรียนในทุกพื้นที่ โดยเฉพาะพื้นที่ที่ประสบอุทกภัยอย่างหนัก และไม่ประสงค์ให้ครู–บุคลากรต้องออกมาดำเนินการใดๆ เพิ่มเติมในช่วงที่ทุกคนกำลังเผชิญความเดือดร้อน”

    โฆษก ศธ.ระบุว่า ภารกิจการลงพื้นที่ของผู้บริหารในครั้งนี้ มุ่งเน้นการติดตามสถานการณ์ การให้กำลังใจโรงเรียนและผู้ปฏิบัติงานที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนการประสานทุกหน่วยงานเพื่อเร่งฟื้นฟูความเสียหายให้โรงเรียนกลับมาปลอดภัยโดยเร็วที่สุด พร้อมย้ำว่า “สิ่งสำคัญที่สุด คือ ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของครู–นักเรียน ในช่วงที่หลายครอบครัวกำลังเผชิญความยากลำบาก กระทรวงศึกษาธิการไม่ประสงค์ให้ครู–บุคลากรต้องออกมาดำเนินการใดๆ เพิ่มเติม นอกจากดูแลตนเองและครอบครัวให้ปลอดภัย”

    เพื่อสนับสนุนการฟื้นฟูหลังภาวะอุทกภัย กระทรวงศึกษาธิการได้ประสานกำลังจากหน่วยงานต่าง ๆ ภายในของกระทรวง โดยเฉพาะ อาชีวะอาสา และ Fix It Center สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา และหน่วยงานในสังกัดจากจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมแรงร่วมใจจากบุคลากรจิตอาสาในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบไม่มาก เข้ามาช่วยฟื้นฟูอาคารเรียน อุปกรณ์การศึกษา บ้านพักครู และสภาพแวดล้อมโดยรอบ เพื่อให้โรงเรียนและสถานศึกษาสามารถกลับมาเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัยโดยเร็วที่สุด

    “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ศ.ดร. นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานเร่งลงพื้นที่ช่วยเหลือโรงเรียนทันที ทั้งการสำรวจและตรวจสอบความเสียหาย การทำความสะอาดและฟื้นฟูห้องเรียน การซ่อมแซมครุภัณฑ์ รวมถึงการประเมินความจำเป็นเร่งด่วนในพื้นที่ เพื่อให้การสนับสนุนทรัพยากรเป็นไปอย่างตรงจุดและทันต่อสถานการณ์ เป้าหมายสำคัญคือการให้โรงเรียนกลับมาเปิดเรียนได้อย่างปลอดภัย และให้นักเรียน–นักศึกษาสามารถเรียนรู้ต่อได้โดยไม่สะดุด กระทรวงศึกษาธิการพร้อมยืนเคียงข้างทุกคนในพื้นที่ประสบภัย และจะมุ่งช่วยเหลืออย่างเต็มกำลังในทุกมิติที่จำเป็น” โฆษก ศธ. กล่าว

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/local/931478&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CYOfZ69cpbhmpm0n8yFVW

  • ‘นิว ฮอลแลนด์’​ เปิดตัวรถแทรกเตอร์ลิมิเต็ดอิดิชันฉลองครบรอบ 130 ปี 130 คัน ทั่วไทย

    ‘นิว ฮอลแลนด์’​ เปิดตัวรถแทรกเตอร์ลิมิเต็ดอิดิชันฉลองครบรอบ 130 ปี 130 คัน ทั่วไทย

    ตลอด 130 ปีที่ผ่านมา นิว ฮอลแลนด์ แบรนด์ของบริษัท ซีเอ็นเอช อินดัสเทรียล N.V. (NYSE: ซีเอ็นเอช) บริษัทผู้ให้บริการและผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นนำระดับโลก ได้สนับสนุนเกษตรกรด้วยเทคโนโลยี โซลูชัน และบริการที่จำเป็นต่อการเกษตรที่มีประสิทธิภาพ นิว ฮอลแลนด์ ตอบสนองความต้องการของลูกค้าผ่านเครื่องจักรกลการเกษตร และอุปกรณ์ก่อสร้างขนาดเล็กหลากหลายประเภทมาอย่างยาวนาน ด้วยเครื่องจักรที่ใช้เทคโนโลยีเชื้อเพลิงทางเลือก

    ล่าสุด นิว ฮอลแลนด์ จึงกลายเป็นผู้นำด้านพลังงานสะอาดในภาคการเกษตร นอกจากนี้ ความเชี่ยวชาญและนวัตกรรมยังรองรับด้วยบริการเชื่อมต่อแม่นยำ พร้อมเครือข่ายตัวแทนจำหน่ายทั่วโลกที่เข้าถึงพื้นที่อย่างแข็งแกร่ง ให้กับลูกค้าในทุกฤดูกาล

    ในโอกาสเฉลิมฉลองครบรอบ 130 ปีของ นิว ฮอลแลนด์ จึงได้เปิดตัวรถแทรกเตอร์รุ่นพิเศษ นิว ฮอลแลนด์ TT3.50 130 ปี ลิมิเต็ดอิดิชัน ในสีพิเศษ Profondo Blue ที่จะมีเพียง 130 คันทั่วไทย อย่างเป็นทางการ ณ บูธของ นิว ฮอลแลนด์ ภายในงานเกษตรแฟร์ กำแพงแสน จ.นครปฐม โดยงานนี้ถือเป็นการ และเป็นเวทีสำคัญในการตอกย้ำความมุ่งมั่นของ นิว ฮอลแลนด์ ที่มีต่อชุมชนเกษตรกรรมไทย
    พิธีเปิดตัวได้รับเกียรติจาก นายรพีทัศน์ อุ่นจิตตพันธ์ รองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ขึ้นกล่าวปาฐกถาพิเศษ ก่อนเข้าสู่พิธีเปิดงานอย่างเป็นทางการและการแนะนำรถแทรกเตอร์รุ่นสีพิเศษลิมิเต็ดอิดิชันต่อสาธารณชน ภายใต้หัวข้อ: สัญลักษณ์แห่งความร่วมมือกับเกษตรกรไทย

    ไฮไลต์สำคัญของงานคือการเปิดตัว รถแทรกเตอร์รุ่นพิเศษ TT3.50 130 ปี ลิมิเต็ดอิดิชัน อย่างเป็นทางการ โดยรถรุ่นพิเศษนี้ผลิตขึ้นเพื่อจำหน่ายเฉพาะในประเทศไทย และมีจำนวนจำกัดเพียง 130 คัน เท่านั้น เพื่อสะท้อนเจตนารมณ์ในการสืบสานมรดกแห่งความแข็งแกร่งและความเป็นเลิศที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตลอดหลายทศวรรษ​ ดีไซน์โดดเด่นของรุ่นนี้มาพร้อมสีน้ำเงินเข้ม (Profondo Blue) เมทัลลิกระดับพรีเมียม ซึ่งโดยปกติใช้กับรุ่นแรงม้าสูงอย่าง T7 HD แต่นำมาประยุกต์กับรถแทรกเตอร์อเนกประสงค์ TT3.50 เป็นครั้งแรก พร้อมการติดลวดลายฉลองการครบรอบ ที่ออกแบบให้ใช้เฉพาะในประเทศไทยเท่านั้น​ นอกจากนี้ รุ่นลิมิเต็ดดังกล่าวยังมาพร้อมสีสันใหม่สำหรับหลังคา ใบดันหน้า และขอบล้อ ซึ่งสะท้อนถึงความเท่ห์ ทันสมัยและท้าทายยิ่งขึ้น

    คุณนิรันดร์ ตั้งชูทองชัย ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ซีเอ็นเอช ประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทภูมิใจอย่างยิ่งที่ได้เปิดตัวรถแทรกเตอร์ นิว ฮอลแลนด์ TT3.50 130 ปี รุ่นลิมิเต็ด จำนวน 130 คัน ในโทนสีน้ำเงินเข้ม (Profondo Blue) เมทัลลิก ที่เป็นสีที่โดดเด่นและสื่อถึงความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างเราและเกษตรกรไทยมาอย่างยาวนาน โดยรถแทรกเตอร์รุ่นประวัติศาสตร์นี้ ออกแบบลวดลายพิเศษเฉพาะประเทศไทย สะท้อนรากฐานที่แข็งแกร่ง นวัตกรรม และความเป็นเลิศของ นิว ฮอลแลนด์ ที่สืบทอดจากรุ่นสู่รุ่น และจะคงอยู่เป็นแรงขับเคลื่อนให้เกษตรกรไทยต่อไปในอนาคต

    นอกจากการเปิดตัวรุ่นลิมิเต็ด TT3.50 แล้ว นิว ฮอลแลนด์ ยังใช้พื้นที่บูธภายในงานเกษตรแฟร์เพื่อนำเสนอเครื่องจักรกลการเกษตรรุ่นต่างๆ แบบครบครัน ซึ่งสะท้อนศักยภาพและความเชี่ยวชาญของแบรนด์ที่ตอบโจทย์งานเกษตรหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ รถแทรกเตอร์ TT2.50

    สำหรับงานในนาข้าว (50 แรงม้า), ซีรีส์ TT3 ที่แข็งแกร่งทนทาน (42–50 แรงม้า), รวมถึงซีรีส์ TT4 สำหรับงานอเนกประสงค์ (65–90 แรงม้า) และสำหรับงานที่ต้องการกำลังแรงม้าที่สูงขึ้น รวมถึงยังมีการจัดแสดงซีรีส์ T6000 (110–165 แรงม้า) และซีรีส์ T7 (200–240 แรงม้า) อีกด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thaitabloid.com/archives/261276&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0XTcfZPB9LqAUIMGoOVCTH

  • “นฤมล” นำทีมศธ.ลุยหาดใหญ่ สั่งการเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาน้ำท่วมเสียหาย จัดตั้ง 50 Fix It Center ช่วยเหลือปชช. | TOPNEWS

    “นฤมล” นำทีมศธ.ลุยหาดใหญ่ สั่งการเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาน้ำท่วมเสียหาย จัดตั้ง 50 Fix It Center ช่วยเหลือปชช. | TOPNEWS

    นอกจากนี้ ศ.ดร.นฤมล ได้ไปตรวจสอบสภาพความเสียหายของโรงเรียนบ้านหน้าควนลัง เขตเทศบาลเมืองควนลัง อำเภอหาดใหญ่ จ.สงขลา เนื่องจากโรงเรียนถูกน้ำท่วมนาน 5 วัน ซึ่งสภาพภายในโรงเรียนเสียหายอย่างหนัก ทำให้สิ่งของอุปกรณ์การเรียนการสอนและการทำกิจกรรมของนักเรียนถูกน้ำท่วมเสียหายทั้งหมด โดยจะต้องได้รับการเยียวยาและฟื้นฟูอย่างเร่งด่วน

    “ในสถานการณ์วิกฤตเช่นนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการดูแลประชาชนให้เร็วที่สุด และต้องทำอย่างเป็นระบบ กระทรวงศึกษาธิการไม่เพียงดูแลเฉพาะสถานศึกษา แต่ยังต้องลงไปช่วยเหลือครัวเรือน ชุมชน และอาชีพของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ เราให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของเด็กและครอบครัวเป็นลำดับแรก และจะเร่งฟื้นฟูสถานศึกษาทุกแห่งให้กลับมาใช้งานได้โดยเร็วที่สุด”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ศ.ดร.นฤมล ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของโรงเรียนและ อุปกรณ์การเรียน หนังสือ และสื่อการสอนต่างๆ ที่ได้รับความเสียหาย ศธ.จะเร่งนำเข้า ครม.เพื่อนำงบประมาณมาซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน รวมถึงดูแลด้านสภาพจิตใจของเด็กและครูที่ได้รับผลกระทบด้วย เพราะผลกระทบทางจิตใจหลังจากประสบภัยพิบัติเป็นเรื่องสำคัญไม่แพ้การซ่อมแซมอาคารเรียน

    ทั้งนี้ รมว.ศธ. ได้นำ สอศ. ตั้งศูนย์ Fix It Center จำนวน 50 ศูนย์ เพื่อให้บริการซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้า อุปกรณ์ประกอบอาชีพ เครื่องจักรกล และรถจักรยานยนต์ของประชาชนที่ได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ซึ่งถือเป็นการช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของครัวเรือนอย่างเป็นรูปธรรม สนับสนุนให้ประชาชนสามารถกลับไปประกอบอาชีพได้เร็วขึ้น โดยตลอดทั้งวันมีประชาชนนำรถจักรยานยนต์ที่ได้รับความเสียหายเข้ารับบริการกว่า 10,000 คันทั่วพื้นที่อำเภอหาดใหญ่

    “ทุกคันที่นำมาซ่อมคือความหวังในการกลับไปทำงานของประชาชน เราจะทำทุกอย่างให้เขากลับมายืนได้เร็วที่สุด นี่คือหน้าที่ของรัฐ และกระทรวงศึกษาธิการพร้อมทำงานเคียงข้างประชาชนจนกว่าทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติ”ศ.ดร.นฤมล กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1408729&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NuIOp5Tkv17opq7MFf7KL

  • ฟุตบอลกับวิชาการใครว่าไปด้วยกันไม่ได้! 5 คนดังที่เป็นทั้งหมอและนักเตะ

    ฟุตบอลกับวิชาการใครว่าไปด้วยกันไม่ได้! 5 คนดังที่เป็นทั้งหมอและนักเตะ

    นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมจึงแทบไม่เคยได้ยินเรื่องนักเตะที่ไม่เพียงประสบความสำเร็จในระดับสูงสุดของวงการฟุตบอล แต่ยังคว้าใบปริญญาทางการแพทย์ได้ด้วย คนเหล่านี้คือผู้ที่สามารถก้าวสู่ความสำเร็จในสองอาชีพที่หนักและเข้มงวดที่สุดในโลกได้พร้อมกัน

    การสร้างสมดุลระหว่างการแพทย์กับฟุตบอลนั้นไม่ใช่แค่เรื่องของการจัดตารางเวลาเท่านั้น แต่เป็นเรื่องของแรงขับเคลื่อน, เป้าหมาย และวินัยที่ลึกซึ้ง ผู้คนในรายชื่อนี้ไม่ได้ไล่ล่าชื่อเสียงเพียงอย่างเดียว พวกเขามุ่งมั่นที่จะทำความเข้าใจร่างกายมนุษย์ ทั้งในฐานะนักกีฬาและในฐานะหมอรักษาโรค

    1. โซคราเตส (บราซิล)

    มีบุคคลในประวัติศาสตร์ฟุตบอลเพียงไม่กี่คนที่สะท้อนถึงความเฉลียวฉลาดและความสง่างามได้เหมือนโซคราเตส เพียงแค่เอ่ยชื่อเขาก็ให้ความรู้สึกยิ่งใหญ่ บุรุษที่ทั้งสูงสง่า, มีเสน่ห์, สงบ และมีจิตใจที่ตั้งคำถามต่อโลกรอบตัว เขาเล่นฟุตบอลเหมือนนักปรัชญา และใช้ชีวิตเช่นนักปราชญ์

    ทุกอย่างเริ่มต้นจากครอบครัว บิดาของเขาเป็นคนรักการอ่านอย่างมาก และสอนให้เขามีความคิดวิพากษ์วิจารณ์ต่อทุกเรื่อง ตั้งแต่การเมือง, จริยธรรม, ศิลปะ ความอยากรู้อยากเห็นนี้ติดตัวเขามาตลอดในชีวิตของนักกีฬา

    ในขณะที่นักฟุตบอลเยาวชนบราซิลส่วนใหญ่ฝันเพียงแค่ก้าวสู่ฟุตบอลอาชีพ โซคราเตสกลับตัดสินใจตั้งแต่เนิ่นๆ ว่าเขาจะเรียนด้านการแพทย์ด้วย เขาสมัครเรียนที่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซา เปาโล และจบปริญญาแพทยศาสตร์ในปี 1977 ขณะเดียวกันก็เล่นฟุตบอลอาชีพให้กับ โบตาโฟโก้ เอสพี อยู่แล้ว

    นี่ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น เขาเข้าเรียนในชั้นเรียน ศึกษากายวิภาคศาสตร์ ทำการฝึกงานครบทุกขั้นตอน และสำเร็จการศึกษาเป็นแพทย์จริงๆ แม้ในขณะที่เขาเป็นกัปตันทีมชาติบราซิล และเล่นให้กับสโมสรโครินเธียนส์, ฟิออเรนติน่า และฟลาเมงโก้ เขาก็ยังคงพูดถึงพื้นฐานด้านการแพทย์ของตัวเองอยู่เสมอ

    แฟนบอลเริ่มเรียกเขาว่า “คุณหมอยอดนักเตะ” ซึ่งเป็นฉายาที่เหมาะกับเขาอย่างยิ่ง เขาเข้าถึงเกมด้วยการวิเคราะห์อย่างแม่นยำ, จัดการแดนกลางเหมือนศัลยแพทย์ การมองเกมและสัมผัสบอลของเขาเป็นไปอย่างรอบคอบ มีจุดมุ่งหมาย และตั้งใจ

    ในฟุตบอลโลก 1982 เขาใส่ปลอกแขนกัปตันทีมชาติบราซิล นำทีมที่มักถูกยกให้เป็นหนึ่งในทีมที่เล่นได้สวยที่สุดแต่ไม่เคยคว้าแชมป์ ความเป็นผู้นำของเขาสงบ, รอบคอบ และมุ่งเน้นการเล่นแบบประสานงานร่วมกัน แนวคิดเช่นเดียวกันนี้ยังเป็นแนวทางในการทำงานนอกสนามของเขาด้วย

    หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล โซคราเตส กลับเข้าสู่วงการแพทย์ ทำงานเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารที่เมืองริเบเรา เปรตู เขายังกลายเป็นเสียงสำคัญในสังคมบราซิลอีกด้วย เขาเขียนคอลัมน์ พูดเปิดเผยเกี่ยวกับประชาธิปไตย และสร้างแรงบันดาลใจให้เกิดการเคลื่อนไหวที่เรียกว่า “โครินเธียนส์ เดโมเครซี่” เพื่อให้นักเตะเรียกร้องให้มีส่วนร่วมและความโปร่งใสมากขึ้นในการตัดสินใจของสโมสร

    โซคราเตส เสียชีวิตเมื่อปี 2011 ในวัย  57 ปี แต่มรดกและความทรงจำของเขายังคงอยู่ต่อไป

    2. ทอสเทา (บราซิล) 

    เอดูอาร์โด้ กอนซัลเวส เดอ อันดราเด้ หรือที่ทั่วโลกรู้จักในนาม “ทอสเทา” เป็นอีกหนึ่งบุคคลที่โดดเด่นจากยุคทองของบราซิล ขณะที่ โซคราเตส เป็นสัญลักษณ์ของความเฉลียวฉลาด และการกบฏ เรื่องราวของ ทอสเทา คือเรื่องของความอดทน, การสร้างตัวใหม่ และความมุ่งมั่นอย่างเงียบๆ

    ทอสเทา เติบโตในครอบครัวที่ให้ความสำคัญทั้งการศึกษาและกีฬา เขาเข้าร่วมทีมเยาวชนของ ครูไซโร ตั้งแต่ยังเป็นวัยรุ่น และโดดเด่นอย่างรวดเร็วด้วยวิสัยทัศน์และความเฉลียวฉลาดในสนาม เขาอาจไม่ใช่นักเตะที่หวือหวาที่สุด แต่เขาสามารถอ่านเกมล่วงหน้าได้หลายจังหวะ

    เมื่อตอนอายุยี่สิบต้นๆ ทอสเทา กลายเป็นบุคคลสำคัญทั้งในสโมสรครูไซโร และทีมชาติบราซิล เขาได้ลงเล่นเคียงข้าง เปเล่ ในฟุตบอลโลก 1970  ซึ่งเป็นทัวร์นาเมนต์ที่หลายคนยังถือว่าเป็นจุดสูงสุดของศิลปะลูกหนังแซมบ้า โดยทัพ “เซเลเซา” คว้าแชมป์ได้สำเร็จ และการจ่ายบอลสร้างสรรค์รวมถึงการวางตัวอย่างชาญฉลาดของ ทอสเทา ก็เป็นหัวใจสำคัญของความสำเร็จ

    อย่างไรก็ตาม เมื่อเขากำลังอยู่ในจุดสูงสุด โศกนาฏกรรมเกิดขึ้น ในปี 1969 เขาถูกบอลกระแทกเข้าที่หน้าในระหว่างการแข่งขันและได้รับบาดเจ็บจอประสาทตาหลุดที่ตาซ้าย แม้จะเข้ารับการผ่าตัดและพยายามกลับมาเล่นได้อีก แต่บาดแผลก็ยังคงอยู่ จนกระทั่งปี 1973 ในวัยเพียง 26 ปี เขาต้องเลิกเล่น สำหรับนักเตะที่มีพรสวรรค์อย่างเขา เรื่องนี้อาจเป็นจุดจบของเรื่องราวก็ได้

    แต่เรื่องนี้กลับเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องราวใหม่ หลังจากเลิกเล่นฟุตบอล ทอสเทา ตัดสินใจหันไปศึกษาด้านการแพทย์ เขาสมัครเรียนที่มหาวิทยาลัยสหพันธ์มินัสเชไรส์ และจบการศึกษาด้านการแพทย์ 

    เขาเชี่ยวชาญด้านอายุรกรรมและทำงานเป็นแพทย์ผู้ปฏิบัติจริงมาหลายปี วินัยที่เขามีในฐานะนักเตะสะท้อนสู่การทำงานด้านการแพทย์ ทำให้เขาเป็นที่รู้จักในเรื่องความเห็นอกเห็นใจและความถ่อมตน ผู้ป่วยไม่ได้เห็นแค่คนดัง แต่เห็นแพทย์ที่ตั้งใจฟังอย่างแท้จริง ต่อมาเจ้าตัวก็เปลี่ยนแนวทางมาทำงานด้านการเขียน และการวิจารณ์กีฬา

    คอลัมน์ในหนังสือพิมพ์ของเขาเผยให้เห็นจิตใจที่ยังคงหลงใหลในพฤติกรรมมนุษย์ ไม่ว่าจะในกีฬา, สุขภาพ หรือสังคม ทอสเทาเคยกล่าวว่าเขาเห็นความเชื่อมโยงระหว่างการวินิจฉัยโรคกับการวิเคราะห์การแข่งขันฟุตบอล โดยในทั้งสองเรื่องนี้เหมือนกันก็คือ ต้องสังเกตและตีความ ซึ่งมีความสำคัญมากกว่าการสรุปผลอย่างรวดเร็ว

    3. นาเดีย นาดิม (เดนมาร์ก)

    เรื่องราวของ นาเดีย นาดิม ราวกับภาพยนตร์ เธอเกิดในปี 1988 ที่เมืองเฮรัต ประเทศอัฟกานิสถาน ครอบครัวให้ความสำคัญกับการศึกษาและความก้าวหน้า บิดาของเธอ ซึ่งเป็นนายพลในกองทัพอัฟกานิสถาน ถูกกลุ่มตาลีบันสังหารตอนที่เธอยังเป็นเด็ก ครอบครัวของเธอจึงต้องหนีออกจากประเทศ และในที่สุดก็ตั้งรกรากในเดนมาร์กในฐานะผู้ลี้ภัย จากความโกลาหลนั้น เรื่องราวบทใหม่ก็เริ่มต้นขึ้น

    ในเดนมาร์ก นาดิม ได้รู้จักกับกีฬาฟุตบอล เกมลูกหนังนี้กลายเป็นภาษาที่เธอสามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วก่อนที่เธอจะพูดภาษาเดนมาร์กได้ด้วยซ้ำ ฟุตบอลคือวิธีที่เธอหาความเป็นส่วนหนึ่ง เธอไต่เต้าขึ้นมาจากลีกเยาวชน ก่อนจะเริ่มเล่นให้กับสโมสรอาชีพ และในที่สุดก็ได้ลงเล่นให้ทีมชาติเดนมาร์ก

    เส้นทางอาชีพนักฟุตบอลของ นาดิม น่าประทับใจ เธอเคยลงเล่นให้กับสโมสรอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง และเรซซิ่ง หลุยส์วิลล์ เอฟซี เธอติดทีมชาติเดนมาร์กมากกว่า 100 นัด และยังคงเป็นหนึ่งในนักกีฬาหญิงที่ได้รับความชื่นชมมากที่สุดของประเทศ

    แม้ว่าอาชีพฟุตบอลของเธอจะรุ่งโรจน์ แต่ นาดิม ก็ยังมุ่งมั่นกับความฝันอีกหนึ่งอย่าง เธอเรียนที่มหาวิทยาลัยออร์ฮุส เพื่อศึกษาต่อด้านการแพทย์ การสร้างสมดุลระหว่างการเรียนและกีฬาในระดับสูงเป็นความท้าทายอย่างต่อเนื่อง แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้ ในปี 2022 เธอสำเร็จการศึกษาและได้ใบคุณวุฒิสำหรับการเป็นแพทย์อย่างเป็นทางการ โดยมุ่งเน้นด้านศัลยกรรมฟื้นฟู

    การตัดสินใจเพื่อเป็นผู้เชี่ยวชาญในสาขานี้สะท้อนเรื่องราวชีวิตของเธอ เธอมักพูดถึงความปรารถนาที่จะช่วยเหลือผู้ที่ประสบปัญหาบาดเจ็บทางร่างกาย รวมถึงผู้ลี้ภัยและเหยื่อสงคราม เธอเข้าใจว่าการเยียวยาเป็นเรื่องทั้งด้านร่างกายและจิตใจ

    สิ่งที่ทำให้เส้นทางของ นาดิม ทรงพลังคือวิธีที่เธอสามารถสลับไปมาระหว่างสองโลกที่ต้องใช้ความทุ่มเทอย่างสูงได้อย่างราบรื่น บางช่วงเวลาเธอทำประตูต่อหน้ากองเชียร์นับพัน จากนั้นเธออยู่ในโรงพยาบาล มุ่งมั่นต่อผู้ป่วยที่อาจไม่เคยรู้จักเธอในฐานะนักฟุตบอล ทั้งสองบทบาทฝังรากลึกในความอดทนและความเมตตา

    นาดิม เป็นตัวแทนของนักฟุตบอลรุ่นใหม่ที่มองว่าตัวตนของทุกๆ คนมีหลายมิติ เธอให้แง่คิดที่น่าสนใจว่าความสำเร็จในกีฬาและความปรารถนาอันแรงกล้าที่จะช่วยเหลือและเยียวยาสามารถดำรงอยู่ควบคู่กันได้

    4. เคนนี ดิวชาร์ (สกอตแลนด์)

    ชื่อของ เคนนี่ ดิวชาร์ อาจไม่ได้โดดเด่นในวงการลูกหนังโรค แต่เรื่องราวของเขาน่ายกย่องไม่แพ้กัน เขาอาจไม่ได้คว้าแชมป์ฟุตบอลโลกหรือเล่นให้กับสโมสรใหญ่ที่สุดในยุโรป แต่ความสามารถของเขาในการสร้างสมดุลระหว่างฟุตบอลอาชีพกับอาชีพแพทย์ทำให้เขาเป็นหนึ่งในบุคคลที่มีเอกลักษณ์ที่สุดในวงการกีฬา

    ดิวชาร์ ศึกษาด้านการแพทย์ที่มหาวิทยาลัยกลาสโกว์ ในขณะเดียวกันก็เริ่มเล่นฟุตบอลในระดับกึ่งอาชีพ ความสามารถของเขาในฐานะกองหน้าทำให้เขาก้าวขึ้นสู่ระดับอาชีพ และลงเล่นให้กับสโมสรต่างๆ เช่น อีสต์ไฟฟ์, เกรตน่า, เซนต์ จอห์นสโตน และแฮมิลตัน อคาเดมิคัล

    ในช่วงที่ ดิวชาร์ เล่นให้กับเกรตนา เขาเป็นที่รู้จักในเรื่องการทำประตูได้อย่างยอดเยี่ยม แฟนบอลขนานนามเขาว่า “ยอดแข้งคุณหมอ” ซึ่งเป็นฉายาที่ติดตัวเขามาตลอดอาชีพ แม้ต้องสลับไปมาระหว่างการเรียนแพทย์ กะงานโรงพยาบาล และวันแข่งขัน เขาก็ยังคงมีท่าทีสงบและมั่นคง

    เส้นทางฟุตบอลของเขาพาเขาไปยังสหรัฐอเมริกา โดยลงเล่นให้กับ รีล ซอลต์ เลค ในเมเจอร์ลีก ซอคเก้อร์ (เอ็มแอลเอส) หลังจากกลับมาสหราชอาณาจักร เขายังคงทำงานด้านการแพทย์ไปพร้อมๆ กับเล่นฟุตบอลแบบพาร์ตไทม์

    เมื่อเลิกเล่นฟุตบอล ดิวชาร์ ทุ่มเทเต็มตัวกับอาชีพแพทย์ กลายเป็นแพทย์ประจำครอบครัวในสกอตแลนด์ เรื่องราวของเขาคือเรื่องของความสมดุล เตือนใจเราว่าความหลงใหลและความเป็นจริงสามารถอยู่ร่วมกันได้

    5. เควิน โอ ฟลานาแกน (ไอร์แลนด์) 

    เรื่องราวของ เควิน โอ ฟลานาแกน ให้ความรู้สึกเหมือนมาจากยุคสมัยอื่น ในช่วงเวลาที่นักกีฬาลงแข่งขันเพราะรักในเกมลูกหนังมากกว่าความมั่งคั่ง โดย โอ ฟลานาแกน เกิดที่ดับลินในปี 1919 เขาเติบโตในไอร์แลนด์ซึ่งยังอยู่ระหว่างการสร้างเอกลักษณ์ของชาติ, กีฬา โดยเฉพาะฟุตบอลและรักบี้มีบทบาทสำคัญในกระบวนการเหล่านั้น

    เขาเป็นนักกีฬาที่มีพรสวรรค์รอบด้าน ในฐานะนักฟุตบอล เขาเป็นดาวเด่นของ โบฮีเมียนส์ หนึ่งในสโมสรที่เก่าแก่ที่สุดของไอร์แลนด์ ฝีเท้าของเขาทำให้โดนเรียกติดทีมชาติไอร์แลนด์ น่าทึ่งยิ่งกว่านั้นก็คือเขายังเป็นตัวแทนของไอร์แลนด์ในรักบี้ยูเนียนอีกด้วย ทำให้เจ้าตัวกลายเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เคยเล่นทั้งสองกีฬาระดับนานาชาติ 

    ในเวลาเดียวกัน โอ ฟลานาแกน ได้ศึกษาด้านการแพทย์ที่มหาวิทลาลัยดับลิน และสำเร็จปริญญาแพทยศาสตร์ในปี 1945 ต่อมาเขาได้เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูกและเวชศาสตร์การกีฬา ในช่วงที่อยู่ในอังกฤษ เขาเล่นให้กับ อาร์เซน่อล และยังคงผสมผสานอาชีพแพทย์กับความหลงใหลในกีฬาอย่างต่อเนื่อง

    พื้นฐานของ โอ ฟลานาแกน ทำให้เขามีมุมมองที่ไม่เหมือนใครเกี่ยวกับความต้องการทางร่างกายที่นักกีฬาต้องเผชิญ ก่อนที่เวชศาสตร์การกีฬาจะกลายเป็นสาขาที่ได้รับการยอมรับ เขาก็นำความรู้ด้านการแพทย์มาประยุกต์เพื่อเข้าใจอาการบาดเจ็บและการฟื้นฟู

    หลังจากแขวนสตั๊ด โอ ฟลานาแกน ยังคงทำงานในฐานะแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วยให้ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บประเภทเดียวกับที่เขาเคยประสบมาเอง ความเข้าใจสองด้านนี้ทำให้เขาได้รับความเคารพทั้งในวงการแพทย์และวัฒนธรรมกีฬาไอร์แลนด์

    ทั้งนี้ โอ ฟลานาแกน เสียชีวิตในปี 2006 แต่อิทธิพลของเขายังคงอยู่ในประเทศไอร์แลนด์ เขาถูกจดจำในฐานะผู้บุกเบิกที่ละลายเส้นแบ่งระหว่างความเป็นเลิศด้านกีฬาและการแพทย์

    ✍️ 𝐓𝐎𝐌𝐌𝐘 𝐓𝐄𝐄

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.siamsport.co.th/football-international/other/95215/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0DDT04_3awGHam6jNGGHb2

  • นวัตกรรม MIT: คลื่นอัลตราซาวด์ สกัดน้ำดื่มจากอากาศ แก้โจทย์ภัยแล้ง-ไม่พึ่งความร้อน

    นวัตกรรม MIT: คลื่นอัลตราซาวด์ สกัดน้ำดื่มจากอากาศ แก้โจทย์ภัยแล้ง-ไม่พึ่งความร้อน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/quality-of-life/education/113918&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0CkeYRt2cc6kDN9mgjqmlq