Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • ดูดวงรายเดือน 1-31 ธันวาคม 2568

    ดูดวงรายเดือน 1-31 ธันวาคม 2568

    ดูดวงเดือนธันวาคม 2568 เช็กดวงเดือนนี้ ทั้ง 12 ราศี ดวงการเงิน ดวงการงาน ดวงความรัก

    ดวงรายเดือน วันที่ 1-31 ธันวาคม 2568 คำทำนายจาก นางเงือกดูดวง พยากรณ์สำหรับชาว Sanook Horoscope โดยเฉพาะ ดวง 12 ราศี ประจำเดือนนี้จะเป็นอย่างไร เชิญอ่านคำทำนายเพื่อเป็นแนวทางในการวางแผนชีวิตและเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงของดวงดาว

    ดวงรายเดือน 1-31 ธันวาคม 2568

    ดูดวงรายเดือน ราศีเมษ (13 เม.ย. – 13 พ.ค.)

    การงาน ช่วงนี้ชาวราศีเมษมีไฟแรง ต้องการก้าวหน้าและทำผลงานให้เด่น แต่ก็อาจเจอแรงต้านจากระบบหรือคนในองค์กร พอกลางถึงปลายเดือนบรรยากาศจะเริ่มดีขึ้น มีโอกาสได้เป็นตัวแทนองค์กรในงานสำคัญ รวมถึงได้ร่วมทีมกับกลุ่มคนเก่งที่เป็นกำลังหลักของที่ทำงาน ส่วนคนหางานมีลุ้นได้งานตรงสาย ได้ทำงานตามวุฒิที่เรียนมา

    การเงิน มีโอกาสได้ร่วมหุ้นหรือทำโปรเจกต์กับคนที่คิดคล้ายกัน การลงทุนเริ่มขยับแต่ยังไม่เห็นกำไรชัดเจน ช่วงนี้อาจไม่ได้ต้องหมุนเงินมากนักแต่ก็ยังคงต้องคิดก่อนใช้อยู่ ระวังการลงทุนก้อนใหญ่ที่คืนทุนช้า

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้เจอคนถูกใจ กลางเดือนเป็นต้นไป ความรักราบรื่น มีความคิดคล้าย ๆ กัน ทำให้ความสัมพันธ์ดำเนินไปอย่างลงตัว คนมีคู่ จะเข้าใจกันมากขึ้น ผ่านเรื่องเงินหรือการตัดสินใจร่วมกัน จะมีความคิดสอดคล้องไปในทางเดียวกันซัพพอร์ทกันได้ดี

    สุขภาพ ระวังเรื่องความคิด เครียด นอนไม่พอ

    ดูดวงราย ราศีพฤษภ (14 พ.ค. – 14 มิ.ย.)

    การงาน หากทำงานในสภาวะกดดันมาก่อนหน้านี้จะเริ่มผ่อนคลาย แต่ถ้าก่อนหน้านี้ทำงานสบาย ช่วงนี้อาจถูกตรวจสอบหรือได้งานที่ต้องเรียนรู้ใหม่เข้ามา มีโอกาสได้ร่วมงานกับกลุ่มที่มีความขัดแย้ง แม้ไม่เกี่ยวข้องโดยตรง ก็อาจทำให้งานสะดุดอยู่บ้าง

    การเงิน ต้นเดือนเหมาะกับจัดการเรื่องเงิน เก็บ ทวง หรือเคลียร์ค่าใช้จ่ายที่ค้าง รวมถึงเงินที่เกี่ยวข้องกับคนอื่น ปลายเดือนต้องระวังมีใช้จ่ายกับการท่องเที่ยว เปิดประสบการณ์ใหม่และพักผ่อนทำให้ใช้เงินเยอะกว่าที่คิดเอาไว้

    ความรัก คนโสด อาจเจอคนทำให้เสียอาการ ช่วงนี้ควรระวังอย่าเปลี่ยนตัวเองมากเกินไป เพราะจะทำให้ไม่เป็นตัวเองในที่สุด คนมีคู่ ช่วงนี้คุณจะเอาอกเอาใจคนรักเป็นพิเศษ ความสัมพันธ์สนุก มีเรื่องแปลกใหม่ มีการพากันไปเที่ยว ไปทำอะไรใหม่ๆ ด้วยกัน

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดูดวงราย ราศีเมถุน (14 มิ.ย. – 14 ก.ค.)

    การงาน ต้นเดือนคุณอาจต้องสะสางงานคั่งค้างของตัวเองและช่วยเคลียร์งานของคนอื่น ช่วงและมีโอกาสได้ทำงานวางแผนโครงการหรือปรับระบบภายใน คุณอาจได้รับข้อเสนอใหม่จากคนรู้จัก ทำให้มาคิดตัดสินใจเปลี่ยนทิศทางหรือย้ายสายงานได้

    การเงิน รายรับช่วงนี้อาจไม่ต่อเนื่อง รายได้ประจำหรือพิเศษอาจถูกปรับลด ต้นเดือนมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสุขภาพหรือประกัน กลางเดือนมีโอกาสได้เงินสนับสนุนจากครอบครัวหรือผู้ใหญ่ เป็นช่วงที่เหมาะสำหรับเจรจาเรื่องเงิน ขอสินเชื่อ หรือประนอมหนี้

    ความรัก คนโสด ช่วงต้นเดือนมีโอกาสเจอคนที่น่าสนใจผ่านงาน ความสัมพันธ์เริ่มจากความคุ้นเคยและใช้เวลาร่วมกัน แม้ยังไม่ได้คบกันก็เข้าใจกันดี คนมีคู่ ช่วงนี้อาจเครียดจากงานและภาระต่าง ๆ แต่คนรักก็อยากได้ความเอาใจใส่และพื้นที่ทางใจ ซึ่งจะต้องคอยปรับตัวและให้เวลากันมากขึ้น

    สุขภาพ ระวังนอนไม่หลับ พักผ่อนไม่เพียงพอ

    ดูดวงรายเดือน ราศีกรกฎ (15 ก.ค. – 16 ส.ค.)

    การงาน ช่วงนี้อาจมีการปรับโครงสร้างในองค์กร คนเก่าออก คนใหม่เข้า มีการเปลี่ยนรูปแบบการทำงาน คุณอาจรู้สึกเหนื่อย แต่หัวหน้าที่ดีจะช่วยให้งานมีมาตรฐานดีขึ้น ทำให้คุณพอจะคลายกังวลได้ คแต่ก็อาจจะยังต้องอดทนกับงานที่เยอะอยู่ดี

    การเงิน คุณเริ่มจัดการเงินได้อย่างรอบคอบมากขึ้น แม้จะเครียดแต่ก็จะทำให้สภาพคล่องดีขึ้นกลางเดือนมีแนวโน้มลงทุนกับงานและตัวเอง เช่น ซื้ออุปกรณ์ ซ่อมเครื่องมือ และใส่ใจสุขภาพ รวมถึงลงทุนด้านการศึกษา

    ความรัก คนโสด มีโอกาสเริ่มความรักใหม่ แต่ควรระวังการเริ่มเร็วเกินไป ทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่มั่นคง คนมีคู่ คนรักเจอความท้าทายในชีวิต เป็นช่วงพิสูจน์การร่วมทุกข์และรับผิดชอบร่วมกัน หากเป็นคู่แท้กันจะเห็นคุณค่าและภูมิใจในความพยายามกันมากพอ

    สุขภาพ ระวังภูมิตก ภูมิแพ้ขึ้น

    ดูดวงรายเดือน ราศีสิงห์ (17 ส.ค. – 16 ก.ย.)

    การงาน งานโปรเจคระยะยาวที่คุณทุ่มเทมาตลอดเริ่มเห็นผลดี คุณจะได้รับการยอมรับจากผู้ใหญ่ได้ และในช่วงปลายเดือนมีโอกาสเติบโตในสายงาน คุณอาจได้เป็นหัวหน้าโปรเจคทั้งบริหารและคิดไอเดีย ส่วนคนที่หางานมีแววได้งานปลายเดือน มีคนรู้จักแนะนำมาให้

    การเงิน ปัญหาการเงินจะเริ่มคลี่คลายมากขึ้น ทั้งรายรับ-รายจ่ายอยู่ในกรอบควบคุมได้ แต่ช่วงกลางเดือนไปอาจต้องระวังค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่ภายในบ้านเข้ามา

    ความรัก คนโสด คุณมีโอกาสพบรักจากการกิจกรรมกลุ่มหรือสังคมใหม่ๆ หรืออาจพบรักจากการท่องเที่ยว อาจได้เจอคนที่ทำให้ชีวิตสดใสและสร้างแรงบันดาลใจ คนมีคู่ ช่วงนี้คุณอาจขาดความมั่นใจและพึ่งพาคนรักมากเกินไป ควรมีการเปิดใจคุยปแรับความเข้าใจกันก่อนเกิดปัญหาที่ทำให้อีกฝ่ายอึดอัดใจ

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดูดวงรายเดือน ราศีกันย์ (17 ก.ย. – 16 ต.ค.)

    การงาน ช่วงนี้คุณมีไฟในการทำงานมากขึ้น กล้าออกความเห็นและตัดสินใจ กล้าปรับระบบหรือเปลี่ยนขั้นตอนที่ไม่จำเป็น ทำให้ผลงานโดดเด่นและมีความสำเร็จตามมา ทำให้ผู้ใหญ่ไว้วางใจคุณมากขึ้น

    การเงิน ต้นเดือนอาจรู้สึกเงินขาดมือจากการให้คนอื่นยืมหรือค่าใช้จ่ายไม่คาดคิด และต้องเริ่มระวังค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบ้าน ครอบครัว รวมไปถึงกิจกรรมกับเพื่อนร่วมงาน รายรับช่วงนี้อาจได้ใช้แบบไม่เต็มเม็ดเต็มหน่วย ต้องวางแผนให้รัดกุม

    ความรัก คนโสด ช่วงนี้คุณเปิดใจกับคนที่มีโปรไฟล์ดี แม้ช่วงแรกอาจไม่ถูกใจ แต่เพราะเรียนรู้จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำให้รู้ว่าคนที่ตรงสเปคอย่างเดียวอาจไปกันไม่ได้ตลอดรอดฝั่ง คนมีคู่ ต้องระวังเรื่องอารมณ์แปรปรวนจากงานและชีวิตประจำวัน ทำให้มีความเครียดสะสมด้วยกันทั้งคู่ได้

    สุขภาพ ระวังเรื่องคิดมาก เครียดจากความคิดของตัวเอง

    ดูดวงรายเดือน ราศีตุลย์ (17 ต.ค. – 15 พ.ย.)

    การงาน ช่วงนี้คุณมีโอกาสได้แสดงความสามารถ ได้ทำงานที่ถนัดและตรงกับทักษะ แม้ไม่ได้เป็นหัวหน้า ก็มีอำนาจตัดสินใจเรื่องงาน ทำให้งานออกมาดี ผู้ใหญ่ได้มองเห็นความสามารถของคุณ

    การเงิน ช่วงนี้เหมาะกับการเจรจาเรื่องเงิน ต่อรองราคา หรือขอสินเชื่อ แต่ต้องระวังเรื่องการใช้เงินตามอารมณ์ในเรื่องความสวยงาม เครื่องแต่งกาย หรือเครื่องประดับ ขอ งฟุ่มเฟือยต่างๆ จนทำให้เกิดความเครียดตามมาได้

    ความรัก คนโสดท คุณจะได้เจอคนที่มีความสัมพันธ์แบบเน้นเรียนรู้และเติมเต็มซึ่งกันและกัน ไม่ใช่อารมณ์ล้วน ๆ มีความคิดที่จะจริงจังให้กันมากๆ คนมีคู่ ระวังปัญหาการเงินเข้ามาเป็นประเด็นทำให้เกิดความตึงเครียดใส่กัน

    สุขภาพ ระวังปัญหาเรื่องสภาพจิตใจ

    ดูดวงรายเดือน ราศีพิจิก (16 พ.ย. – 15 ธ.ค.)

    การงาน คุณเริ่มมีความชัดเจนในที่ทำงาน กล้าบอกปฏิเสธงานที่ไม่ถนัด และรับเฉพาะงานที่มั่นใจว่าทำได้ดีที่สุด ช่วงนี้เพื่อนร่วมงานที่ไม่จริงใจอาจเปิดตัวออกมา ทำให้รู้ว่าต้องระวังใคร ซึ่งงานเดี่ยวคุณก็ยังคงทำได้ดี และหากทีมไม่ช่วย คุณก็สามารถลุยเองได้อยู่

    การเงิน อาจมีปัญหาการเงินเพราะขาดทักษะบริหารเงิน แต่ปลายเดือนเป็นจุดเปลี่ยน ทบทวนอดีตและจัดการเงินอย่างจริงจัง มีเกณฑ์ได้รายได้เพิ่มจากงานเสริมที่มากจากความถนัดของคุณเอง

    ความรัก คนโสด มีโอกาสเจอคนเข้าใจความรู้สึกตั้งแต่แรกพบ ความสัมพันธ์เน้นอารมณ์และความผูกพัน ดึงดูดคนที่จริงจังที่มองความสัมพันธ์ระยะยาว คนมีคู่ คุณและคนรักเชื่อใจและซื่อสัตย์ต่อกันมากขึ้น มีความข้าอกเข้าใจกันโดยไม่ต้องพูดมาก อยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข

    สุขภาพ ระวังเรื่องระบบเลือด เวียนหัว บ้านหมุน

    ดูดวงรายเดือน ราศีธนู (16 ธ.ค. – 13 ม.ค.)

    การงาน ต้นถึงกลางเดือนคุณอาจค้นพบงานใหม่ที่ชอบ แต่ต้องทำงานเดิมไปก่อน ทำให้ไม่ค่อยมีความสุข กลางเดือนมีโอกาสเปลี่ยนงานหรือออกโดยได้รับชดเชย มีการปรับโครงสร้างในที่ทำงาน คนหางานมีโอกาสได้งานที่ถูกใจ แต่ต้องแข่งขันกับคนอื่นเอยะหน่อย

    การเงิน ช่วงนี้คุณอาจเจอช่องทางสร้างรายได้ใหม่ หรือมีการครอบครัวมาร่วมลงทุนได้ แต่ต้องระวังความคาดหวังสูงเกินไป อาจทำให้ลงทุนพลาดหรือไม่ได้เงินตามเวลาที่ต้องการ

    ความรัก คนโสด มีโอกาสได้พัฒนาความสัมพันธ์กับคนที่รู้จักกันมานาน เป็นเพื่อนสนิทหรือคนใกล้ตัว ที่ช่วยเหลือและเข้าใจคุณดี ทำให้รู้สึกว่าเขาอาจเป็นคู่ชีวิต ส่วนคนที่ไม่ใช่จะค่อย ๆ ออกจากชีวิตไป คนมีคู่ เป็นช่วงที่ต่างคนต่างใช้ชีวิต โฟกัสกับเรื่องของตัวเองมากๆ อาจทำให้รู้สึกว่าความสัมพันธ์ไม่ค่อยหวาน

    สุขภาพ ระวังเรื่องปวดคอ บ่า ไหล่

    ดูดวงรายเดือน ราศีมังกร (14 ม.ค. – 12 ก.พ.)

    การงาน คุณอาจได้ปรับปรุง หรือแก้ไขปัญหางานต่างๆ ที่เข้ามาเรื่อยๆ จนทำให้คุณได้รับการยอมรับเรื่องการทำงานจากคนรอบตัว แต่ก็เป็นช่วงที่เหนื่อยและอยากพักมากๆ แต่คุณก็ไม่สามารถวางงานได้เลย

    การเงิน การเงินยังมีความตึงเครียด ต้องระวังค่าใช้จ่ายแอบแฝง แต่เป็นช่วงดีที่จะศึกษาเรื่องเงิน เก็บออม ลงทุน หรือซื้อประกัน มีโอกาสได้เงินเก่าค้างคืนจากลูกหนี้หรือค่าแรงที่ค้าง

    ความรัก คนโสด คุณอยากคุยกับคนที่รู้สึกสบายใจด้วยมากกว่า แม้คุยกันไปแล้วจะรู้สึกว่าเขาเป็นเพื่อนมากกว่าคนที่จะพัฒนาความสัมพันธ์ด้วยก็ตาม คนมีคู่ ช่วงนี้คุณและคนรักจะช่วยเหลือกันในหลายๆ เรื่อง แม้จะมีความเครียดหลายอย่างรุมล้อม แต่ก็พร้อมที่จะช่วยก้อนแก้ปัญหา

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดูดวงรายเดือน ราศีกุมภ์ (13 ก.พ. – 13 มี.ค.)

    การงาน ช่วงนี้คุณจะโฟกัสกับเรื่องงานมากขึ้น แม้รอบข้างจะมีปัญหาเรื่องคนหรืออะไรต่างๆ แต่คุณก็อยากทำผลงานออกมาได้ดี รวมไปถึงช่วงนี้อาจเริ่มคิดถึงการเปลี่ยนงาน แต่ควรรอโอกาสที่ดีกว่านี้ เพราะช่วงนี้อาจไปเจองานที่สถานการณ์แย่กว่าเดิม

    การเงิน รายได้หลักยังมั่นคงอยู่ คุณจะเริ่มอยากเคลียร์หนี้เก่าและตั้งหลักได้อีกครั้ง คุณมีโอกาสได้รับงานที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัว ทำให้มีรายได้เสริมเข้ามา และต้องระวังการใช้เงินไปกับความสะดวกสบายหรือสิ่งที่สนใจอยากซื้อแบบไม่คิด

    ความรัก คนโสด คุณอาจเจอคนคุ้นเคยหรือคนที่เคยคุยกลับเข้ามาใหม่ ทำให้ต้องสำรวจใจตัวเองอีกครั้ง และความสัมพันธ์เริ่มจากความคุ้นเคยและพัฒนาไปด้วยกันอย่างจริงจังได้ คนมีคู่ คนรักอาจชวนไปเที่ยวหรือทำกิจกรรมร่วมกัน ทำให้ความสัมพันธ์มีความแน่นแฟ้นมากขึ้นกว่าเดิม

    สุขภาพ ยังไม่มีอะไรที่น่าเป็นห่วง

    ดูดวงรายเดือน ราศีมีน (14 มี.ค. – 12 เม.ย.)

    การงาน คุณจะโฟกัสแต่หน้าที่ของตัวเองแม้ต้องอยู่ในสภาพไม่ชอบก็อดทนทำงานนั้นไป คุณอาจต้องอยู่ในสภาวะกดดันหลายๆ อย่าง ทั้งเรื่องของตัวงาน หรือเรื่องสังคมในที่ทำงาน แม้จะอยากลาออกแต่ก็ยังทำไม่ได้

    การเงิน คุณมีเกณฑ์ได้เงินจากโชคลาภเดข้ามาเล็กๆ น้อยๆ หรือจะมีรายได้พิเศษเข้ามา ทำให้เงินสามารถหมุนไปได้ แต่ต้องระวังค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการช่วยเหลือคนในครอบครัว หรือเกี่ยวกับการซ่อมแซมบ้าน

    ความรัก คนโสด อาจเจอรักแบบไม่คาดคิด แต่จะเป็นความรักแบบฉาบฉวย ไม่ได้ผูกมัดกัน ทำให้เป็นแค่คนที่คลายเหงามากกว่า คนมีคู่ ความนี้ความรักจะร้อนแรงมากขึ้น แต่ก็เป็นแค่เพียงชั่วคราว อาจมีเรื่องให้ผิดใจกันอยู่บ้าง แต่หากเปิดใจคุยกัยความสัมพันธ์ก็มีโอกาสกลับมาดีเหมือนเดิม

    สุขภาพ ระวังของมีคมบาด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.sanook.com/horoscope/318235/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Qxrr4peqpWVfE6oO3gRwD

  • น้ำท่วมกระทบท่องเที่ยว โรงแรมหาดใหญ่ขอรัฐเร่งเยียวยา

    น้ำท่วมกระทบท่องเที่ยว โรงแรมหาดใหญ่ขอรัฐเร่งเยียวยา

    น้ำทวมที่เกิดขึ้นในพื้นที่หาดใหญ่ สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและโรงแรม ผู้ประกอบการโรงแรมในจังหวัดสงขลา ประเมินมูลค่าความเสียหายอาจสูงถึงหมื่นล้านบาท

    สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นสร้างความเสียหายอย่างมากโดยเฉพาะใน อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ชาวบ้านจำนวนหนึ่งยังกลับเข้าบ้านไม่ได้นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา เปิดเผยว่า ได้รับการประสานจากกระทรวงมหาดไทย ขอข้อมูลโรงแรมที่พร้อมให้บริการ เพื่อนำผู้ประสบภัยมาพักพิงชั่วคราว

    แม้แนวคิดนี้จะเป็นการช่วยเหลือทั้งฝั่งผู้ประสบภัย และผู้ประกอบการโรงแรม แต่ปัญหาใหญ่คือ ในพื้นที่หาดใหญ่-สงขลา มีโรงแรมและที่พักที่พร้อมเปิดให้บริการเพียง 20 แห่ง จากทั้งหมดกว่า 300 แห่ง ประกอบกับหลายหน่วยงานลงพื้นที่เพื่อช่วยเหลือประชาชนทำให้ห้องพักถูกจองเกือบทั้งหมด ไม่เพียงพอรองรับผู้ประสบภัย ซึ่งกว่าโรงแรมต่าง ๆ จะฟื้นฟูกลับมาให้บริการได้ปกติอาจใช้เวลานาน 2-3 เดือน

    นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา

    นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา

    นายสิทธิพงษ์ สิทธิภัทรประภา นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา

    นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่-สงขลา ยังบอกว่า เหตุการณ์นี้ซ้ำเติมวิกฤตภาคการท่องเที่ยว หลังมีนักท่องเที่ยวประสบภัย และติดค้างกว่าหมื่นคน และส่งผลให้บรรยากาศสิ้นปีนี้เงียบเหงา ประเมินรายได้จากการท่องเที่ยวอาจหายไปกว่า 7,000 ล้านบาท เนื่องจากตรงกับช่วงไฮซีซั่น และยังมีงานใหญ่อย่างซีเกมส์ที่ต้องย้ายสถานที่จัดงานออกไป และหากยังไม่สามารถฟื้นฟูจนลากยาว ไปถึงเดือน ม.ค.หรือ ก.พ.ปีหน้า ความเสียหายจะสูงถึงหมื่นล้านบาท ไม่รวมกับค่าซ่อมแซมกิจการอีกกว่า 3,000 ล้านบาท

    ผู้ประกอบการโรงแรม เตรียมยื่นข้อเสนอถึงนายกฯ ออกมาตรการฟื้นฟู เช่น การพักหนี้ สินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อฟื้นฟูกิจการ และพักชำระภาษีที่ดิน ที่จะต้องจ่ายในช่วงต้นปีหน้า พร้อมประเมินการบริหารจัดการสถานการณ์ช่วยเหลือน้ำท่วมของรัฐบาลครั้งนี้ ถือว่าสอบตก

    อ่านข่าว : ชาวหาดใหญ่แจ้งความทรัพย์สินสูญหาย ตร.ย้ำโทษหนักลักทรัพย์พื้นที่ภัยพิบัติ 

    “อนุทิน” ถกเอกชนฟื้นฟู “หาดใหญ่” ต่อรองคลังยืดเวลาเงินกู้ 0% 

    นายกฯ ขีดเส้น 7 วัน ปชช.ต้องกลับบ้าน 14 วันหาดใหญ่ต้องสะอาด 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipbs.or.th/news/content/358998&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2sHb2f7L2xGvkqyKZJ10k1

  • รายงานพิเศษ :  เศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม ได้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน

    รายงานพิเศษ : เศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม ได้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ** ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2568…เป็นอย่างไรบ้าง ลองมาดูการฉายภาพจาก 2 หน่วยงานสำคัญของประเทศ อย่าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง…ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนตุลาคม 2568…ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ในเดือนตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18.1% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ลดลง 1.4% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.9 จากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”  อย่างไรก็ดีผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการค้าจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ลดลง 5.3% และรายได้เกษตรกรที่แท้จริงลดลง 13.7% จากช่วงเดียวกันปี  

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนตุลาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.2% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล 5.3% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน  1.7% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 4.8%

    มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ที่ 5.7% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่าขยายตัวที่ 15.7% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ในขณะที่การส่งออกข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ปรับตัวลดลง

    ภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวมจำนวน 2.57 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3.9% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาล 8.3% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 23.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.0% ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.1% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 3.6% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ดีผลผลิตมันสำปะหลัง และกลุ่มไม้ผล ลดลงจากเดือนก่อน

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 87.3 จากระดับ 87.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์น้ำและอุทกภัยในหลายพื้นที่ และมูลค่าการค้าชายแดนหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.6 จากระดับ 54.6 ในเดือนก่อนหน้า

    ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุด เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะในตลาดทุน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ แม้จะเริ่มมีแรงซื้อสุทธิกลับเข้ามาบ้างในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 (มูลค่า 1,251.61 ล้านบาท) แต่ยังคงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยในเดือนพฤศจิกายน (ข้อมูลสะสมถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568)

    “สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย”

    ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคมขยายตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ ขยายตัวจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน อย่างไรก็ดีการผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวจากผลของการผลิตกลุ่มปิโตรเลียมที่ลดลงจากการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง แม้การผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับดีขึ้นตามการส่งออก สำหรับการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า

    เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายใน 1.หมวดบริการ ตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและภัตตาคารที่ปรับดีขึ้นจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย 2.หมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สอดคล้องกับกิจกรรมการขนส่งผู้โดยสารที่ปรับดีขึ้น และ 3.หมวดสินค้าคงทน ตามยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ส่วนการใช้จ่ายในหมวดสินค้า กึ่งคงทนทรงตัว ทั้งนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

    การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดย 1.หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิ (หรือการนำเข้าหักด้วยการส่งออกสินค้าทุน) ในหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานที่ลดลง 2.หมวดยานพาหนะ ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ลดลงในเกือบทุกประเภท และ 3.หมวดก่อสร้าง จากหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยตามมูลค่าการโอนพื้นที่อุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ที่ลดลง และหมวดที่อยู่อาศัยตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างบ้านเดี่ยวที่ลดลง

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น จากเดือนก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ที่มีวันหยุดยาวมากกว่าปกติ รวมถึงนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) โดยเฉพาะยุโรปและรัสเซีย ส่งผลให้รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น Number of Tourists and Tourism Receipt

    มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวด อาทิ 1.อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร จากการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และหม้อแปลงไฟฟ้า (transformer) ไปสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกเครื่องจักรไปญี่ปุ่น และ 2.เครื่องใช้ไฟฟ้า จากการส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ไปสหรัฐฯ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าไปญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามการส่งออกหมวดยานยนต์ ปรับลดลงตามการส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะไปออสเตรเลีย ตามอุปสงค์ที่ชะลอลง

    การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางที่ไม่รวมเงินโอน และรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางหดตัวจากฐานสูงในปีก่อน แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต รายจ่ายภาครัฐขยายตัวตามการเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอน เงินบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโทรคมนาคม ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวจากเงินงบประมาณเหลื่อมปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/931496&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0puSyC1b9N40S-laQnsZnQ

  • รายงานพิเศษ :  เศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม ได้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน

    รายงานพิเศษ : เศรษฐกิจไทยเดือนตุลาคม ได้ส่งออก-ท่องเที่ยวในประเทศช่วยหนุน

    วันจันทร์ ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2568, 06.00 น.

    ** ภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2568…เป็นอย่างไรบ้าง ลองมาดูการฉายภาพจาก 2 หน่วยงานสำคัญของประเทศ อย่าง สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง และ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

    สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง…ระบุว่า ภาวะเศรษฐกิจการคลังประจำเดือนตุลาคม 2568…ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชน และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการบริโภคภาคเอกชน มีสัญญาณทรงตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยปริมาณรถยนต์นั่งจดทะเบียนใหม่ ในเดือนตุลาคม 2568 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 18.1% แต่ลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ลดลง 1.4% ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 51.9 จากระดับ 50.7 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการ “คนละครึ่ง พลัส”  อย่างไรก็ดีผู้บริโภคยังมีความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบทางการค้าจากนโยบายภาษีสหรัฐฯ และสถานการณ์ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ปริมาณรถจักรยานยนต์จดทะเบียนใหม่ ลดลง 5.3% และรายได้เกษตรกรที่แท้จริงลดลง 13.7% จากช่วงเดียวกันปี  

    เครื่องชี้เศรษฐกิจด้านการลงทุนภาคเอกชน มีสัญญาณชะลอตัวจากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยการลงทุนภาคเอกชนในหมวดเครื่องมือเครื่องจักร สะท้อนจากปริมาณการนำเข้าสินค้าทุน ในเดือนตุลาคม 2568 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.2% และลดลงเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้าหลังขจัดผลทางฤดูกาล 5.3% ขณะที่ปริมาณรถยนต์เชิงพาณิชย์จดทะเบียนใหม่ ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน  1.7% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 4.8%

    มูลค่าการส่งออกสินค้าในรูปเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐ ในเดือนตุลาคม 2568 อยู่ที่ 28,835.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ที่ 5.7% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และหากพิจารณาเฉพาะมูลค่าการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมน้ำมันและสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับทองคำ และยุทธปัจจัย พบว่าขยายตัวที่ 15.7% ตามการขยายตัวของสินค้าในหมวดเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ เครื่องโทรศัพท์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ และรถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ไขมันและน้ำมันจากพืชและสัตว์ กุ้งสด แช่เย็น แช่แข็ง และผลไม้กระป๋องและแปรรูป ในขณะที่การส่งออกข้าว ยางพารา ผลิตภัณฑ์มันสำปะหลัง และเครื่องรับวิทยุ โทรทัศน์และส่วนประกอบ ปรับตัวลดลง

    ภาคบริการด้านการท่องเที่ยว ในเดือนตุลาคม 2568 มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เดินทางเข้าประเทศไทยรวมจำนวน 2.57 ล้านคน ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 3.9% แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาล 8.3% ขณะที่การท่องเที่ยวภายในประเทศมีผู้เยี่ยมเยือนชาวไทย จำนวน 23.2 ล้านคน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 2.0% ขณะที่ภาคการเกษตร สะท้อนจากดัชนีผลผลิตสินค้าเกษตร เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน 1.1% และเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า หลังขจัดผลทางฤดูกาลที่ 3.6% ตามการเพิ่มขึ้นในหมวดพืชผลสำคัญ อาทิ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพด เป็นต้น อย่างไรก็ดีผลผลิตมันสำปะหลัง และกลุ่มไม้ผล ลดลงจากเดือนก่อน

    สำหรับภาคอุตสาหกรรม สะท้อนจากดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวลดลงเล็กน้อยมาอยู่ที่ระดับ 87.3 จากระดับ 87.8 ในเดือนก่อนหน้า โดยได้รับปัจจัยกดดันจากความกังวลต่อสถานการณ์น้ำและอุทกภัยในหลายพื้นที่ และมูลค่าการค้าชายแดนหดตัวต่อเนื่อง ขณะที่ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของไทย ในเดือนตุลาคม 2568 ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 56.6 จากระดับ 54.6 ในเดือนก่อนหน้า

    ภาพรวมภาวะตลาดการเงินไทยล่าสุด เริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวบางส่วน โดยเฉพาะในตลาดทุน โดยได้รับแรงสนับสนุนจากกลุ่มนักลงทุนบุคคลทั่วไปในประเทศ แม้จะเริ่มมีแรงซื้อสุทธิกลับเข้ามาบ้างในวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 (มูลค่า 1,251.61 ล้านบาท) แต่ยังคงสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนในประเทศต่อการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยในเดือนพฤศจิกายน (ข้อมูลสะสมถึงวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568)

    “สถานการณ์เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคม 2568 ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการส่งออกสินค้าที่ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 และการขยายตัวของการท่องเที่ยวภายในประเทศ ขณะที่การลงทุนภาคเอกชนและจำนวนนักท่องเที่ยวต่างประเทศยังคงชะลอตัว ทั้งนี้ยังจำเป็นต้องติดตามผลของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ สถานการณ์อุทกภัยในหลายพื้นที่ของภาคใต้ และความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในหลายภูมิภาค ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย”

    ขณะที่ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ระบุว่า เศรษฐกิจไทยในเดือนตุลาคมขยายตัวจากเดือนก่อน โดยการส่งออกสินค้าที่ไม่รวมทองคำ ขยายตัวจากสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ รายรับภาคท่องเที่ยวเพิ่มขึ้นตามจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการบริโภคภาคเอกชนที่ปรับดีขึ้น ส่วนหนึ่งจากผลของมาตรการภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมในภาคบริการที่เกี่ยวข้องปรับเพิ่มขึ้นสอดคล้องกัน อย่างไรก็ดีการผลิตภาคอุตสาหกรรมทรงตัวจากผลของการผลิตกลุ่มปิโตรเลียมที่ลดลงจากการหยุดผลิตชั่วคราวเพื่อซ่อมบำรุง แม้การผลิตกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ปรับดีขึ้นตามการส่งออก สำหรับการลงทุนภาคเอกชนลดลงจากหมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์หลังเร่งไปในช่วงก่อนหน้า

    เครื่องชี้การบริโภคภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อน จากการใช้จ่ายใน 1.หมวดบริการ ตามการใช้จ่ายในหมวดโรงแรมและภัตตาคารที่ปรับดีขึ้นจากทั้งนักท่องเที่ยวต่างชาติและไทย 2.หมวดสินค้าไม่คงทน ตามยอดจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สอดคล้องกับกิจกรรมการขนส่งผู้โดยสารที่ปรับดีขึ้น และ 3.หมวดสินค้าคงทน ตามยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคล โดยเฉพาะรถไฟฟ้า ส่วนการใช้จ่ายในหมวดสินค้า กึ่งคงทนทรงตัว ทั้งนี้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สองจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ

    การลงทุนภาคเอกชน เครื่องชี้การลงทุนภาคเอกชนที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลลดลงจากเดือนก่อนในทุกหมวด โดย 1.หมวดเครื่องจักรและอุปกรณ์ ตามการนำเข้าสินค้าทุนสุทธิ (หรือการนำเข้าหักด้วยการส่งออกสินค้าทุน) ในหมวดคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สำนักงานที่ลดลง 2.หมวดยานพาหนะ ตามยอดจดทะเบียนรถยนต์ที่ลดลงในเกือบทุกประเภท และ 3.หมวดก่อสร้าง จากหมวดที่ไม่ใช่ที่อยู่อาศัยตามมูลค่าการโอนพื้นที่อุตสาหกรรมและอาคารพาณิชย์ที่ลดลง และหมวดที่อยู่อาศัยตามพื้นที่ได้รับอนุญาตก่อสร้างบ้านเดี่ยวที่ลดลง

    จำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น จากเดือนก่อน จากจำนวนนักท่องเที่ยวทั้งกลุ่มตลาดระยะใกล้ (Short-haul) โดยเฉพาะจีนและเกาหลีใต้ที่มีวันหยุดยาวมากกว่าปกติ รวมถึงนักท่องเที่ยวระยะไกล (Long-haul) โดยเฉพาะยุโรปและรัสเซีย ส่งผลให้รายรับนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้น Number of Tourists and Tourism Receipt

    มูลค่าการส่งออกสินค้าไม่รวมทองคำที่ขจัดปัจจัยฤดูกาลเพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนในหลายหมวด อาทิ 1.อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร จากการส่งออกฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ และหม้อแปลงไฟฟ้า (transformer) ไปสหรัฐฯ รวมถึงการส่งออกเครื่องจักรไปญี่ปุ่น และ 2.เครื่องใช้ไฟฟ้า จากการส่งออกชิ้นส่วนอุปกรณ์เซลล์แสงอาทิตย์ (solar cell) ไปสหรัฐฯ และชิ้นส่วนเครื่องใช้ไฟฟ้าไปญี่ปุ่น อย่างไรก็ตามการส่งออกหมวดยานยนต์ ปรับลดลงตามการส่งออกรถยนต์นั่งและรถกระบะไปออสเตรเลีย ตามอุปสงค์ที่ชะลอลง

    การใช้จ่ายภาครัฐหดตัวเมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน จากรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางที่ไม่รวมเงินโอน และรายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจ โดยรายจ่ายประจำของรัฐบาลกลางหดตัวจากฐานสูงในปีก่อน แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต รายจ่ายภาครัฐขยายตัวตามการเบิกจ่ายค่าจัดการเรียนการสอน เงินบำนาญ และค่ารักษาพยาบาลข้าราชการ รายจ่ายลงทุนของรัฐวิสาหกิจหดตัวจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการขนส่งและโทรคมนาคม ขณะที่รายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลางขยายตัวจากเงินงบประมาณเหลื่อมปี

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/business/931496&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0puSyC1b9N40S-laQnsZnQ

  • ครบ 1 เดือน “คนละครึ่ง พลัส” ยอดใช้จ่าย 6.1 หมื่นลบ. เต็มวงเงินแล้ว 2.47 ล้านคน : อินโฟเควสท์

    ครบ 1 เดือน “คนละครึ่ง พลัส” ยอดใช้จ่าย 6.1 หมื่นลบ. เต็มวงเงินแล้ว 2.47 ล้านคน : อินโฟเควสท์

    กระทรวงการคลัง เปิดเผยข้อมูลการใช้สิทธิโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” ครบรอบ 1 เดือน หลังจากเปิดโครงการเป็นวันแรกเมื่อวันที่ 29 ต.ค.68 โดยข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 29 พ.ย.68 เวลา 23.00 น. พบว่า มีประชาชนที่ลงทะเบียนใช้สิทธิการใช้จ่ายครบเต็มจำนวนแล้ว (2,000 บาท หรือ 2,400 บาท) 2,471,711 ราย

    ขณะที่มีร้านค้าผ่านการตรวจสอบข้อมูลแล้ว 985,545 ร้านค้า โดยมีร้านค้าที่เข้าร่วมการ Upskill Reskill สำเร็จ 82,878 ราย

    ส่วนยอดการใช้จ่ายในโครงการ “คนละครึ่ง พลัส” มียอดรวมทั้งสิ้น 61,911 ล้านบาท โดยแยกเป็น การใช้จ่ายในร้านค้าปกติ 59,982 ล้านบาท และร้านค้าผ่าน Food Delivery Platform อีก 1,928 ล้านบาท ทั้งนี้ ในยอดการใช้จ่ายรวม 61,911 ล้านบาทนั้น เป็นเงินที่ประชาชนใช้จ่าย 31,409 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่าย 30,502 ล้านบาท

    อย่างไรก็ดี ประชาชนที่ได้รับสิทธิตามโครงการนี้ สามารถใช้จ่ายเพื่อซื้อสินค้าหรือบริการ ตามเงื่อนไขที่กำหนด ภายในวันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค.68

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (30 พ.ย. 68)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2025/550138&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0S7f2gEzHZp-r0QPL0fN8e

  • รัฐบาลอนุทินเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต น้ำท่วม-การเมืองระอุ

    รัฐบาลอนุทินเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต น้ำท่วม-การเมืองระอุ

    รัฐบาลอนุทินเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต น้ำท่วม-การเมืองระอุ

    รัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี อนุทิน ชาญวีรกูล กำลังเดินหน้าอยู่ในช่วงเวลาที่ท้าทายที่สุดครั้งหนึ่งในรอบหลายปี เมื่อประเทศต้องเผชิญกับภาวะ “วิกฤตซ้อนวิกฤต” ทั้งด้านภัยพิบัติที่ส่งผลต่อชีวิตประชาชนและความไม่แน่นอนทางการเมืองที่อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระบอบรัฐสภาไทย

    มหาอุทกภัยภาคใต้: วิกฤตที่ท้าทายศักยภาพรัฐ

    ภาคใต้ของไทยกำลังเผชิญ อุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดในรอบ 300 ปี โดยมีฝนตกหนักสะสมในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ส่งผลให้เกิดน้ำท่วมรุนแรงในพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น อำเภอหาดใหญ่และจังหวัดสงขลา ก่อนลุกลามสู่จังหวัดอื่นในพื้นที่ลุ่มน้ำสายสำคัญ

    ภัยพิบัติครั้งนี้กระทบพื้นที่กว่า 10 จังหวัด ครอบคลุม 92 อำเภอ 581 ตำบล 4,116 หมู่บ้าน ทำให้ประชาชนเดือดร้อนกว่า 1.91 ล้านคน หรือ 719,000 ครัวเรือน ขณะที่ความเสียหายทางเศรษฐกิจประเมินอยู่ที่ 1,000–1,500 ล้านบาทต่อวัน และอาจแตะระดับ หมื่นล้านบาท หากสถานการณ์ยืดเยื้อครบหนึ่งเดือน

    ภาคใต้ถือเป็นฐานเศรษฐกิจสำคัญด้านการค้า การท่องเที่ยว และการลงทุน การหยุดชะงักของระบบสาธารณูปโภค การคมนาคม ไฟฟ้า และน้ำสะอาด ส่งผลให้แรงกดดันทางสังคมและเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นแบบทวีคูณ
     

    รัฐบาลอนุทินเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต น้ำท่วม-การเมืองระอุ

    รัฐบาลใต้แรงกดดัน: พรก.ฉุกเฉินและการรวมศูนย์อำนาจ

    เพื่อตอบสนองต่อสถานการณ์ที่รุนแรง รัฐบาลตัดสินใจใช้ พระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน (พรก.ฉุกเฉิน) ซึ่งทำให้มีการโอนอำนาจตามกฎหมายกว่า 38 ฉบับ มาสู่นายกรัฐมนตรีโดยตรง ตั้งแต่การบริหารกำลังทหาร การสั่งการหน่วยงานพลเรือน ตลอดจนการจัดการด้านแรงงานและคนต่างด้าว

    การใช้กฎหมายฉุกเฉินครั้งนี้สะท้อนว่า วิกฤตน้ำท่วมถูกจัดเป็นวาระแห่งชาติเร่งด่วน ซึ่งฝ่ายสนับสนุนมองว่าเป็นกลไกสำคัญในการระดมทรัพยากรและลดขั้นตอนราชการ ขณะที่ฝ่ายวิจารณ์ชี้ว่าเป็นสัญญาณของความล่าช้าในการเตรียมพร้อมและระบบประสานงานที่ไร้เอกภาพ

    รัฐบาลประกาศมาตรการเยียวยาเร่งด่วน ได้แก่

    จ่ายเงินช่วยเหลือ 9,000 บาทต่อครัวเรือน

    หากพื้นที่ท่วมขัง 121 วันขึ้นไป เพิ่มเงินเยียวยา 20,000 บาท

    การสั่งการให้สถาบันการเงินรัฐและเอกชนออกมาตรการพักหนี้และสินเชื่อช่วยเหลือ

    แต่เสียงสะท้อนจากพื้นที่บางส่วนยังตั้งคำถามว่า มาตรการมาไม่ทันเวลา และ ระบบเตือนภัยไร้ประสิทธิภาพ

    รัฐบาลอนุทินเผชิญวิกฤตซ้อนวิกฤต น้ำท่วม-การเมืองระอุ

    ศึกการเมืองคู่ขนาน: ความเสี่ยงซักฟอก–ยุบสภา

    ท่ามกลางการจัดการภัยพิบัติ สถานการณ์การเมืองก็กำลังดุเดือด โดยเฉพาะเมื่อเข้าใกล้การประชุมสภาวิสามัญ 10–11 ธันวาคม เพื่อพิจารณาการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวาระ 2 และ 3 ตามข้อตกลง MOA ซึ่งรัฐบาลต้องเร่งผลักดันเพื่อรักษาความร่วมมือกับฝ่ายการเมืองที่เกี่ยวข้อง

    ความเสี่ยงสำคัญคือ ฝ่ายค้านมีแนวโน้มยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจแบบรายบุคคล (มาตรา 151) ซึ่งต้องมีรายชื่อของนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีหลักหลายคน ซึ่งหากญัตติถูกยื่น นายกรัฐมนตรีจะ หมดสิทธิ์ยุบสภา ตามรัฐธรรมนูญทันที

    นายอนุทินเคยประกาศจุดยืนชัดเจนว่า
    “คุณยื่น เรายุบ”
    ทำให้เกิดการคาดการณ์ว่า รัฐบาลอาจตัดสินใจยุบสภาก่อนการซักฟอก โดยวันที่ถูกจับตาหนักที่สุดคือ 11 ธันวาคม หลังปิดประชุมสภา

    ทั้งนี้ หากปล่อยให้การอภิปรายเดินหน้า ความเสี่ยงแตกขั้วในพันธมิตรทางการเมืองอาจเกิดขึ้น และนำไปสู่การเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่จากรายชื่อแคนดิเดตที่เหลืออยู่

    มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจชุดใหญ่: กลยุทธ์ประคองความเชื่อมั่น

    เพื่อรับมือทั้งสองสมรภูมิ รัฐบาลเตรียมออกมาตรการเศรษฐกิจขนาดใหญ่ในการประชุม ครม. 9 ธันวาคม ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ยาหม้อชุดใหญ่” เพื่อบรรเทาความไม่พอใจและฟื้นความเชื่อมั่น

    มาตรการสำคัญที่คาดว่าจะประกาศ ได้แก่

    • ค่าโดยสารรถไฟฟ้า สูงสุด 40 บาท
    • ลดหย่อนภาษีติดตั้ง โซลาร์ครัวเรือนสูงสุด 200,000 บาทถึงปี 2571
    • มาตรการลดค่าครองชีพและช่วยเกษตรกรในพื้นที่ประสบภัย

    มีรายงานภายในว่า พรรคภูมิใจไทยได้แจ้งให้ สส. และสมาชิกเตรียมความพร้อมรับทุกสถานการณ์ รวมถึงความเป็นไปได้ของการยุบสภาอย่างกะทันหัน

    บทสรุป: เส้นบางของเสถียรภาพ

    รัฐบาลกำลังเผชิญโจทย์ซับซ้อนทั้งด้านการจัดการภัยพิบัติที่ต้องใช้เวลาและทรัพยากรจำนวนมาก และการแข่งขันทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อความต่อเนื่องของอำนาจรัฐ

    หากการบริหารจัดการน้ำท่วมและการเยียวยาประชาชนไม่บรรลุผลทันการณ์ แรงสะเทือนทางสังคมอาจกลายเป็นตัวเร่งให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง

    และช่วง 10–12 ธันวาคม จะเป็นจุดชี้ชะตาที่ตัดสินว่า
    ประเทศไทยจะเดินหน้าต่อด้วยรัฐบาลเดิม หรือเปิดฉากการเมืองหน้าใหม่

    ที่มาประกอบ : เนชั่นสุดสัปดาห์ 
    เรียบเรียง : อมรเดช ชูสุวรรณ บรรณาธิการข่าวการเมือง 

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/politics/734259&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2S5zefW0Vf6vlWA6L-lFqQ

  • วันสุดท้ายแล้ว “เมรัยไทยแลนด์ 2025” มหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ครั้งใหญ่ของไทย

    วันสุดท้ายแล้ว “เมรัยไทยแลนด์ 2025” มหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ครั้งใหญ่ของไทย

    วันสุดท้ายห้ามพลาด “งานเมรัยไทยแลนด์ 2025” ณ Emsphere อัดแน่นร้านค้าสุราชุมชน-คราฟต์เบียร์ไทย ลิ้มรสเมนูพื้นถิ่นที่หายไปใน The Lost Thai Taste และฟรีคอนเสิร์ตศิลปินดัง

    วันที่ 5 ของงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” มหกรรมสุราชุมชนและคราฟต์เบียร์ไทยครั้งยิ่งใหญ่ ที่รวมพลังผู้ผลิตสุราไทยจากทุกภูมิภาคของไทยมาไว้ที่งานเดียว เพื่อเชิดชูภูมิปัญญาการหมักและการกลั่นท้องถิ่น

    โดยวันนี้ (30 พ.ย.68) เป็นวันสุดท้ายของการจัดงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” ซึ่งภายในงานยังคงมีร้านค้าเมรัย ที่รวมสุราชุมชน และคราฟต์เบียร์ไทยกว่า 50 แบรนด์ รวมทั้งกิจกรรมโซนต่างๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ในโซน The Lost Thai Taste: รสชาติที่หายไป เมรัยตามหามา ซึ่งเป็นไฮไลต์ที่ กรมส่งเสริมวัฒนธรรม ภายใต้กระทรวงวัฒนธรรม ตั้งใจนำเสนอภูมิปัญญาอาหารพื้นถิ่นที่กำลังเลือนหายไปให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง

    ผู้ที่เข้าร่วมงานจะได้ลิ้มลองอาหารประจำถิ่นภาคใต้ “มะพร้าวคั่ว+พุงปลาอื้อ Pairing คู่กับ สุราสักทองแพร่” อาหารพื้นถิ่นชื่อดังจากจังหวัดนครศรีธรรมราช เมนูนี้ เชฟบุช – เลอชาญ โก๊ะแอ เลือกใช้กุ้งลายเสือลวกเบิร์นไฟ เสิร์ฟกับเจลพุงปลาอื้อและกัวคาโมเลเนื้อนุ่ม ท็อปด้วยแตงกวาและผักชีลาว วางบนแคร็กเกอร์มะพร้าวคั่วจากชุมพร เพิ่มกลิ่นรสแบบใต้ในคำเดียว พร้อมเสิร์ฟวันละ 4 รอบ คือ 16.00 / 17.00 / 18.00 และรอบพิเศษ 19.00 (Pairing กับเมรัยไทย)

    และไฮไลต์ช่วงเย็นจะเป็นฟรีคอนเสิร์ต พบกับ Onra (18.00-20.00 น.), วงดนตรีจาก ม่วน บางกอก สุดเขต (20.00-21.00 น.), Guncharlie’ หรือ กัน เสฐพงษ์ (21.30 – 22.30 น.) และ Yellow Fang (22.45-23.45 น.)

    สำหรับงาน “เมรัยไทยแลนด์ 2025” เปิดให้เข้าฟรีตลอดงาน ที่ EM WONDER & SPHERE HALL ชั้น 5 ศูนย์การค้า The Emsphere กรุงเทพฯ.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2898872&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2K1xUVbIvzfEs7Iq7uwCOP

  • “รมว.อรรถกร” เปิดงาน “Michelin Guide Ceremony 2026” ชูวิสัยทัศน์ท่องเที่ยวปี 69 พร้อมยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก

    “รมว.อรรถกร” เปิดงาน “Michelin Guide Ceremony 2026” ชูวิสัยทัศน์ท่องเที่ยวปี 69 พร้อมยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก

    “รมว.อรรถกร” เปิดงาน “Michelin Guide Ceremony 2026” ชูวิสัยทัศน์ท่องเที่ยวปี 69 ดันคอนเซปต์ “Healing is the New Luxury” พร้อมยกระดับอาหารไทยสู่เวทีโลก

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธานเปิดงาน “Michelin Guide Ceremony 2026”  ร่วมเฉลิมฉลองความสำเร็จวงการอาหารไทย พร้อมประกาศทิศทางท่องเที่ยวปี 2569 มุ่งเน้น “คุณภาพ” และ “คุณค่า” ผ่านประสบการณ์มื้ออาหารที่น่าจดจำ

    นายอรรถกร ศิริลัทธยากร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ได้เดินทางมาเป็นประธานในพิธีเปิดงาน “Michelin Guide Ceremony 2026”  ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น 4 โรงแรม The Ritz-Carlton Bangkok ถนนวิทยุ โดยงานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้ธีม “The White Gala” เพื่อเฉลิมฉลองการเปิดตัวคู่มือมิชลิน ไกด์ ประเทศไทย ประจำปี 2569  

    ภายในงาน นายอรรถกร ได้กล่าวแสดงความยินดีกับเชฟและร้านอาหารที่ได้รับรางวัล “ดาวมิชลิน” และรางวัลพิเศษต่าง ๆ ที่ได้มีการประกาศผลไปในช่วงเช้าของวันเดียวกัน โดยยกย่องว่าความสำเร็จเหล่านี้เกิดจากความทุ่มเทและความหลงใหลในศิลปะการปรุงอาหาร ซึ่งมีส่วนสำคัญในการยกระดับวงการอาหารไทยสู่มาตรฐานสากล และขับเคลื่อนการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ของไทยให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ชูวิสัยทัศน์ท่องเที่ยวปี 2569: “Healing is the New Luxury”
    นายอรรถกร เน้นย้ำถึงทิศทางการท่องเที่ยวของไทยในปี 2569 ว่าจะเป็นช่วงเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านที่สำคัญ โดยมุ่งเน้นไปที่ “คุณภาพ” (Quality) และ “คุณค่า” (Value) ในทุกมิติ

    “ธุรกิจร้านอาหารและการบริการมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง ไม่เพียงในฐานะพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจ แต่ยังเป็นผู้สร้างสรรค์ประสบการณ์อันน่าจดจำ ภายใต้แนวคิดของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) คือ ‘Unforgettable Experiences: Healing is the New Luxury’ หรือ ‘ประสบการณ์ที่มิอาจลืมเลือน การเยียวยา คือ ความหรูหรารูปแบบใหม่’ เพราะการเดินทางไม่ใช่เพียงการท่องเที่ยว แต่คือการค้นพบความสงบ ความสุข และแรงบันดาลใจ” นายอรรถกรกล่าว

    รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ยังได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคเอกชน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและอาหารของไทยไปอย่างยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายในอนาคต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.fm91bkk.com/newsarticle/62272&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3B51JIqw47aeKLKoIt-vOo

  • ทรงห่วงประชาชน

    ทรงห่วงประชาชน

    ทรงห่วงประชาชน ‘พระราชินี’ทรงรีบเข้าช่วยเหลือนักวิ่งหลังประสบอุบัติเหตุขาเจ็บ

    วันอาทิตย์ ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2568, 21.14 น.

    ทรงห่วงประชาชน ‘พระราชินี’ทรงรีบเข้าช่วยเหลือนักวิ่งหลังประสบอุบัติเหตุขาเจ็บ ระหว่างงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอน

    เมื่อช่วงเช้าตรู่วันที่ 30 พ.ย.2568 สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงร่วมวิ่งในการแข่งขันวิ่งมาราธอนส่งเสริมการท่องเที่ยวระดับโลก ในรายการ วิ่งผ่าเมือง ซีซั่น 8 “อะเมซิ่งไทยแลนด์ มาราธอน แบงค็อก” ครั้งที่ 8 ประจำปี 2568  Amazing Thailand Marathon Bangkok 2025 ณ โรงแรมปทุมวัน ปริ๊นเซส เขตปทุมวัน และท้องสนามหลวง เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร

    โดยช่วงหนึ่งได้มีนักวิ่งเกิดประสบอุบัติเหตุขณะร่วมวิ่ง ทำให้ขาเจ็บ สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี ได้ทรงเข้าไปให้การช่วยเหลืออย่างรวดเร็ว โดยทรงสอบถามด้วยความห่วงใยว่า ปลอดภัยดีหรือไม่ โดยผู้ใช้เฟซบุ๊ก “สมศรี พุฒปาด” ได้โพสต์คลิปวิดีโอดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “น่ารักที่สุดพระราชินีของคนไทย พุ่งพรวดเข้าเหตุการณ์ องค์รักษ์หัวใจจะหยุดเต้นเพราะไม่มีการแจ้งล่วงหน้าในเหตุการณ์เฉพาะหน้า! อีกหนึ่งเหตุผลที่ฉันรักพระราชินีของฉันสุดหัวใจ พระราชินีในดวงใจของหม่อมฉันควรมิควรแล้วแต่จะโปรด ขอพระองค์ทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน”

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/royal/931565&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2RVrL3mSemLu7YRKbeuMyx

  • อากาศหนาวจัด “ลานสนภูสอยดาว” อุณหภูมิต่ำสุด ลดเหลือ 2 องศา ส่งท้ายเดือน พ.ย.

    อากาศหนาวจัด “ลานสนภูสอยดาว” อุณหภูมิต่ำสุด ลดเหลือ 2 องศา ส่งท้ายเดือน พ.ย.

    เช้านี้หนาวจัด “ลานสนภูสอยดาว” อุณหภูมิต่ำสุด ลดเหลือ 2 องศาฯ ส่งท้ายเดือนพฤศจิกายน นักท่องเที่ยวแห่กางเต็นท์สัมผัสอากาศหนาว

    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2568 นายฟารุต ใจทัศน์กุล หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูสอยดาว ได้รายงานสภาพอากาศสุดหนาวเย็นตรงจากบริเวณจุดชมพระอาทิตย์ตก บนลานสนภูสอยดาว จังหวัดอุตรดิตถ์ ที่มีความสูงถึง 1,633 เมตร จากระดับน้ำทะเลปานกลาง ซึ่งเป็นจุดท่องเที่ยวยอดนิยมของอุทยานฯ

    จากการวัดอุณหภูมิพบว่า สภาพอากาศในเช้านี้หนาวจัดเป็นพิเศษ โดยอุณหภูมิแตะระดับต่ำถึง 2 องศาเซลเซียส สร้างความตื่นเต้นให้กับเจ้าหน้าที่ และนักท่องเที่ยวที่ขึ้นไปสัมผัสอากาศบนยอดภู แม้จะไม่ใช่ตัวเลขติดลบ แต่นักท่องเที่ยวสายลุยที่ขึ้นไปกางเต็นท์นอนดูดาว เตรียมตัวทำกิจกรรมสัมผัสความหนาว สำหรับใครที่เดินทางมา ก็อย่าลืมพก เสื้อโค้ทตัวโปรด ถุงมือ หมวก และผ้าพันคอมาให้พร้อม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/north/2898907&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0H_9Q2uGKtJhAIOQPb1gLo