Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • นักท่องเที่ยวคึกคัก แห่รับแสงแรกปี 2569 ที่ “ผาแต้ม” จ. อุบลราชธานี

    นักท่องเที่ยวคึกคัก แห่รับแสงแรกปี 2569 ที่ “ผาแต้ม” จ. อุบลราชธานี

    นักท่องเที่ยวคึกคัก แห่รับแสงแรกปี 2569 ที่ “ผาแต้ม” จ. อุบลราชธานี ท่ามกลางบรรยากาศอากาศเย็นสบาย

    เช้าวันนี้ 1 ม.ค. 2569 ที่อุทยานแห่งชาติผาแต้ม จังหวัดอุบลราชธานี นักท่องเที่ยวจำนวนมากเดินทางมารอชม “พระอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยาม” ซึ่งในปี 2569 ดวงอาทิตย์ขึ้นในเวลา 06.32 น. ท่ามกลางบรรยากาศอากาศเย็นสบายและทัศนียภาพของแม่น้ำโขงที่สวยงาม สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่มารับแสงแรกของปี เพื่อเสริมสิริมงคลและบารมีชีวิต

    จังหวัดอุบลราชธานีได้จัดกิจกรรม “รับแสงแรกอุบลราชธานี” อย่างอบอุ่นและเป็นระเบียบ มีพิธีตักบาตรยามเช้า ท่ามกลางแสงอาทิตย์แรกที่ส่องขึ้นจากขอบฟ้า พร้อมทั้งมอบของขวัญปีใหม่จากผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี ให้แก่นักท่องเที่ยวและประชาชนที่มาร่วมงาน สะท้อนถึงการต้อนรับอย่างเป็นมิตรและใส่ใจในความปลอดภัย
    นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมเป็นครั้งแรกให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกประทับใจกับการจัดงานเป็นอย่างมาก อากาศดี บรรยากาศดี การดูแลความปลอดภัยเป็นระบบ และอยากเชิญชวนให้ประชาชนทั่วประเทศเดินทางมาสัมผัสด้วยตนเองสักครั้ง

    ด้าน นายณรงค์ เทพเสนา ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เปิดเผยว่า จังหวัดอุบลราชธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีเสน่ห์และความหลากหลาย หรือที่เรียกว่า “เมือง 4 แสง” โดยแสงแรกคือแสงอาทิตย์ขึ้นก่อนใครในสยามที่ผาแต้ม นอกจากนี้ยังมีแสงแห่งศรัทธาจากประเพณีแห่เทียนพรรษาอันยิ่งใหญ่ แสงแห่งความรู้จากการค้นพบโครงกระดูกไดโนเสาร์ที่อายุน้อยที่สุดในประเทศไทย ที่อำเภอตระการพืชผล และแสงแห่งธรรมจากพระอริยสงฆ์สายปฏิบัติที่มีชื่อเสียงหลายรูป
    ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานียังกล่าวเชิญชวนนักท่องเที่ยวว่า อุบลราชธานีเป็นเมืองท่องเที่ยวที่เดินทางสะดวก มีมาตรการดูแลความปลอดภัย พร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยรอยยิ้มและวัฒนธรรมอันงดงาม อยากให้ทุกคนมาสัมผัสเสน่ห์ของอุบลราชธานีด้วยตนเอง

    สำหรับใครที่กำลังมองหาจุดหมายท่องเที่ยวรับปีใหม่ ทั้งความสวยงาม ความเป็นสิริมงคล และความปลอดภัย จังหวัดอุบลราชธานี ยังคงเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาด

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/142705&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3bcGF-TCLiSHH-oDcHpFN3

  • ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่ | TOPNEWS

    ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่

    • เผยแพร่ : 31/12/2025 17:32

    ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 1 (กปช.1) และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ร่วมกันให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยว

    พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้จัดกิจกรรมสื่อถึงความรักและความปรารถนาดีผ่านของขวัญปีใหม่ ด้วยการมอบลูกอมมินิฮาร์ตและพวงกุญแจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมงาน Amazing Betong Festival ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปด้วยความสุข ความปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง

    image

    SOCAIL 16-9

    “นายกฯ” อวยพรปีใหม่ขอคนไทยมีความสุข เฉลิมฉลองด้วยความไม่ประมาท ส่งกำลังใจ ทหารแนวหน้า-จนท.ปฏิบัติงาน 

    ผู้นำจีนส่งสารปีใหม่ 2569 ชูความสำเร็จแผนพัฒนาเศรษฐกิจ

    หลวงตาสินทรัพย์นำสวดมนต์ข้ามปี อุทิศส่วนกุศลแด่ 27 ทหารกล้า ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

    รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่เมืองพัทยา กำชับกวดขันมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

    เคาท์ดาวน์ 2026 พัทยาคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่จับจองชายหาดแน่น เมืองพัทยาจัดกำลัง ตร. 600 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอดคืน

    รพ.นครปฐม เปิดโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” รณรงค์ลดอุบัติเหตุรับเทศกาลปีใหม่ 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1441698&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ww5mM3HE2fXsYrNp2HX19

  • สงขลาเฉลิมฉลองปีใหม่2569  เดินหน้าฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วมหนัก

    สงขลาเฉลิมฉลองปีใหม่2569 เดินหน้าฟื้นฟูเมืองหลังน้ำท่วมหนัก

    วันนี้, 06:50น.

              ค่ำคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2568 ณ บริเวณชายหาดสมิหลา อำเภอเมืองสงขลา จังหวัดสงขลา นายจิรวัฒน์ มณีโชติ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา พร้อมด้วยนายวันชัย ปริญญาศิริ นายกเทศมนตรีนครสงขลา สมาชิกสภาเทศบาลนครสงขลา หัวหน้าส่วนราชการ เจ้าหน้าที่เทศบาลนครสงขลา และภาคีเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ร่วมกิจกรรม นับถอยหลังต้อนรับศักราชใหม่ ปี 2569 ภายในงาน AMAZING COUNTDOWN SONGKHLA FESTIVAL 2026 โดยมีประชาชนและนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเข้าร่วมงานนับหมื่นคน

              ภายในงานเต็มไปด้วยความคึกคักและครื้นเครง การจัดงาน AMAZING COUNTDOWN SONGKHLA FESTIVAL 2026 ในครั้งนี้ เทศบาลนครสงขลามุ่งหวังเพื่อสร้างบรรยากาศเมืองสงขลาให้มีชีวิตชีวาในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ส่งเสริมและกระตุ้นเศรษฐกิจในพื้นที่ ตลอดจนกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติสู่อำเภอเมืองสงขลา อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้ให้กับประชาชนในท้องถิ่น  c]tยังเป็นการส่งมอบความสุขในช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง เปรียบเสมือนของขวัญแทนคำขอบคุณแก่พี่น้องประชาชนชาวสงขลา พร้อมทั้งเป็นการประชาสัมพันธ์ภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดสงขลาให้เป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายยิ่งขึ้น

               เช่นเดียวกับ ใจกลางเมืองหาดใหญ่ แสงพลุหลากสีพุ่งสว่างเต็มท้องฟ้าเหนือถนนธรรมนูญวิถี แยกโอเดียน ท่ามกลางรอยยิ้มและเสียงเฮของประชาชนและนักท่องเที่ยวกว่า 5,000 คน ที่ร่วมกันต้อนรับศักราชใหม่ 2569 ในงาน Hatyai New Year 2026 บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ความสุข และพลังใจใหม่ของเมือง หลังผ่านพ้นวิกฤตอุทกภัย สะท้อนการเริ่มต้นปีใหม่อย่างยิ่งใหญ่ อบอุ่น และเปี่ยมด้วยความหวัง

              งานดังกล่าวจัดขึ้นภายใต้แนวคิด “Ride The New Dawn” โดยความร่วมมือของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เทศบาลนครหาดใหญ่ และภาคส่วนต่าง ๆ ถือเป็นงานใหญ่ครั้งแรกของอำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา หลังวิกฤตที่ผ่านมา ช่วงพิธีนับถอยหลังเข้าสู่ศักราชใหม่ มีนายณรงค์พร ณ พัทลุง นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ พร้อมด้วยนายอภิชัย ฉัตรเฉลิมกิจ รองผู้ว่าการด้านตลาดในประเทศ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และนายชูชีพ ธรรมเพชร รองผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา เข้าร่วมพิธี ท่ามกลางแสงสีเสียงและพลุเฉลิมฉลองที่สร้างความประทับใจให้ผู้ร่วมงานอย่างล้นหลาม

    ขอบคุณภาพ : ข้อมูล /เทศบาลนครสงขลา

    #ปีใหม่2569

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/158037&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw18fPzo_NXzq26ETp5QdV6d

  • ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่ | TOPNEWS

    ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่

    • เผยแพร่ : 31/12/2025 17:32

    ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 1 (กปช.1) และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ร่วมกันให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยว

    พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้จัดกิจกรรมสื่อถึงความรักและความปรารถนาดีผ่านของขวัญปีใหม่ ด้วยการมอบลูกอมมินิฮาร์ตและพวงกุญแจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมงาน Amazing Betong Festival ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปด้วยความสุข ความปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง

    SOCAIL 16-9

    สีส่งสารปีใหม่

    หลวงตาสินทรัพย์นำสวดมนต์ข้ามปี อุทิศส่วนกุศลแด่ 27 ทหารกล้า ณ พิพิธภัณฑ์ช้างเอราวัณ

    รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่เมืองพัทยา กำชับกวดขันมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

    เคาท์ดาวน์ 2026 พัทยาคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่จับจองชายหาดแน่น เมืองพัทยาจัดกำลัง ตร. 600 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอดคืน

    รพ.นครปฐม เปิดโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” รณรงค์ลดอุบัติเหตุรับเทศกาลปีใหม่ 2569

    “ในหลวง” พระราชทานพรปีใหม่ 2569 สถานการณ์โลกแปรปรวน ขอคนไทยรักสามัคคี ประสบความสุข ปราศจากทุกข์ภัย

    ออสเตรเลียเค้าท์ดาวน์ท่ามกลางมาตรการความปลอดภัยเข้ม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1441698&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ww5mM3HE2fXsYrNp2HX19

  • ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่ | TOPNEWS

    ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่

    • เผยแพร่ : 31/12/2025 17:32

    ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 1 (กปช.1) และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ร่วมกันให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยว

    พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้จัดกิจกรรมสื่อถึงความรักและความปรารถนาดีผ่านของขวัญปีใหม่ ด้วยการมอบลูกอมมินิฮาร์ตและพวงกุญแจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมงาน Amazing Betong Festival ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปด้วยความสุข ความปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง

    สีส่งสารปีใหม่

    zsvzvsw

    รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่เมืองพัทยา กำชับกวดขันมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

    เคาท์ดาวน์ 2026 พัทยาคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่จับจองชายหาดแน่น เมืองพัทยาจัดกำลัง ตร. 600 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอดคืน

    รพ.นครปฐม เปิดโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” รณรงค์ลดอุบัติเหตุรับเทศกาลปีใหม่ 2569

    “ในหลวง” พระราชทานพรปีใหม่ 2569 สถานการณ์โลกแปรปรวน ขอคนไทยรักสามัคคี ประสบความสุข ปราศจากทุกข์ภัย

    ออสเตรเลียเค้าท์ดาวน์ท่ามกลางมาตรการความปลอดภัยเข้ม

    ไร้เงาส้มเห็นใจ “บุญฤทธิ์” คอตกนอนคุก ศาลไม่อนุญาตประกันตัว ชี้ทำผิดคดีร้ายแรง อัตราโทษสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1441698&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ww5mM3HE2fXsYrNp2HX19

  • ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่ | TOPNEWS

    ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่

    • เผยแพร่ : 31/12/2025 17:32

    ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 1 (กปช.1) และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ร่วมกันให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยว

    พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้จัดกิจกรรมสื่อถึงความรักและความปรารถนาดีผ่านของขวัญปีใหม่ ด้วยการมอบลูกอมมินิฮาร์ตและพวงกุญแจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมงาน Amazing Betong Festival ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปด้วยความสุข ความปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง

    สีส่งสารปีใหม่

    zsvzvsw

    รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่เมืองพัทยา กำชับกวดขันมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

    เคาท์ดาวน์ 2026 พัทยาคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่จับจองชายหาดแน่น เมืองพัทยาจัดกำลัง ตร. 600 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอดคืน

    รพ.นครปฐม เปิดโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” รณรงค์ลดอุบัติเหตุรับเทศกาลปีใหม่ 2569

    “ในหลวง” พระราชทานพรปีใหม่ 2569 สถานการณ์โลกแปรปรวน ขอคนไทยรักสามัคคี ประสบความสุข ปราศจากทุกข์ภัย

    ออสเตรเลียเค้าท์ดาวน์ท่ามกลางมาตรการความปลอดภัยเข้ม

    ไร้เงาส้มเห็นใจ “บุญฤทธิ์” คอตกนอนคุก ศาลไม่อนุญาตประกันตัว ชี้ทำผิดคดีร้ายแรง อัตราโทษสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1441698&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ww5mM3HE2fXsYrNp2HX19

  • ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่ | TOPNEWS

    ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงมอบของขวัญปีใหม่

    • เผยแพร่ : 31/12/2025 17:32

    ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ สารวัตรด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 1 (กปช.1) และตำรวจตระเวนชายแดนที่ 445 ร่วมกันให้การต้อนรับนักท่องเที่ยว พร้อมยกระดับมาตรการดูแลความปลอดภัยแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่ พ.ศ. 2569 เพื่อสร้างความมั่นใจและความประทับใจในการเดินทางท่องเที่ยว

    พ.ต.ท.กฤตกรอิชณน์ คงขำ กล่าวว่า ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตงได้จัดกิจกรรมสื่อถึงความรักและความปรารถนาดีผ่านของขวัญปีใหม่ ด้วยการมอบลูกอมมินิฮาร์ตและพวงกุญแจให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาร่วมงาน Amazing Betong Festival ควบคู่กับการอำนวยความสะดวกและให้ความช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เพื่อให้การท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลปีใหม่เป็นไปด้วยความสุข ความปลอดภัย และสร้างภาพลักษณ์ที่ดีด้านการท่องเที่ยวของอำเภอเบตง

    สีส่งสารปีใหม่

    zsvzvsw

    รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 ลงพื้นที่เมืองพัทยา กำชับกวดขันมาตรการป้องกันปราบปรามอาชญากรรม

    เคาท์ดาวน์ 2026 พัทยาคึกคัก นักท่องเที่ยวแห่จับจองชายหาดแน่น เมืองพัทยาจัดกำลัง ตร. 600 นาย ดูแลความปลอดภัยตลอดคืน

    รพ.นครปฐม เปิดโครงการ “ขับขี่ปลอดภัย” รณรงค์ลดอุบัติเหตุรับเทศกาลปีใหม่ 2569

    “ในหลวง” พระราชทานพรปีใหม่ 2569 สถานการณ์โลกแปรปรวน ขอคนไทยรักสามัคคี ประสบความสุข ปราศจากทุกข์ภัย

    ออสเตรเลียเค้าท์ดาวน์ท่ามกลางมาตรการความปลอดภัยเข้ม

    ไร้เงาส้มเห็นใจ “บุญฤทธิ์” คอตกนอนคุก ศาลไม่อนุญาตประกันตัว ชี้ทำผิดคดีร้ายแรง อัตราโทษสูง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1441698&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1Ww5mM3HE2fXsYrNp2HX19

  • ส่องเทรนด์ท่องเที่ยวปีใหม่ 2569 คนไทยยังปักหมุดภาคเหนือ เชียงรายส่งซอฟต์พาวเวอร์ “ท้องฟ้ามืด” ดึงดูดคุณภาพ

    ส่องเทรนด์ท่องเที่ยวปีใหม่ 2569 คนไทยยังปักหมุดภาคเหนือ เชียงรายส่งซอฟต์พาวเวอร์ “ท้องฟ้ามืด” ดึงดูดคุณภาพ

    เชียงรายปีใหม่ 2569 ชู “ท้องฟ้ามืด–ปีใหม่ม้ง” ทางรอดท่องเที่ยวท่ามกลางปัจจัยลบ ชี้คนไทยยังปักหมุดเหนือเป็นอันดับหนึ่ง

    เชียงราย, 1 มกราคม 2569 – ท่ามกลางสัญญาณชะลอตัวของรายได้ท่องเที่ยวช่วงปีใหม่ 2569 จากปัจจัยลบทางเศรษฐกิจ ภัยพิบัติบางพื้นที่ และความกังวลเรื่องความปลอดภัยของประชาชน ภาพรวมการท่องเที่ยวไทยอาจไม่หวือหวาเท่าปีก่อน แต่จังหวัดเชียงรายยังคงรักษาสถานะ “ปลายทางในฝันของภาคเหนือ” ไว้ได้อย่างมั่นคง พร้อมทดลองเดินเกมใหม่ด้วย “การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืด (Dark Sky Tourism)” และการสืบสานประเพณี “ปีใหม่ม้ง” เพื่อยกระดับการท่องเที่ยวเชิงลึกและเน้นคุณภาพมากกว่าปริมาณ

    ในเชิงโครงสร้าง ตัวเลขประมาณการจากหน่วยงานด้านเศรษฐกิจชี้ให้เห็นชัดว่า การท่องเที่ยวช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่ยังเผชิญแรงกดดัน ทั้งจากกำลังซื้อที่หดตัวและสถานการณ์ภายในประเทศ แต่ในอีกด้านหนึ่ง ผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวไทยกลับสะท้อนโอกาสใหม่ของพื้นที่ที่สามารถออกแบบประสบการณ์ตรงกับความต้องการของคนรุ่นใหม่และครอบครัวที่มองหา “ความหมาย” มากกว่าเพียง “เช็คอิน”

    เชียงรายจึงเลือกวางหมากด้วยสองกลยุทธ์หลัก คือ การผลักดัน “ท้องฟ้ามืด” เป็นซอฟต์พาวเวอร์ด้านวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมควบคู่กับการต่อยอดทุนวัฒนธรรมชาติพันธุ์ ผ่านงานประเพณีปีใหม่ม้งในอำเภอชายแดน เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่นอย่างเป็นรูปธรรม

    ภาพใหญ่ของประเทศ รายได้ท่องเที่ยวหดเล็กน้อย ภาคเหนือยังครองใจคนไทย

    ข้อมูลคาดการณ์ในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่า–ต้อนรับปีใหม่ ระหว่างวันที่ 31 ธันวาคม 2568 – 4 มกราคม 2569 ระบุว่า รายได้รวมจากการท่องเที่ยวทั้งจากนักท่องเที่ยวต่างชาติและคนไทยเที่ยวในประเทศคาดอยู่ที่ประมาณ 38,500 ล้านบาท ลดลงราว 3.3% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สะท้อนผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจและปัจจัยเสี่ยงด้านสถานการณ์ภายในประเทศที่เริ่มกดดันความเชื่อมั่นของประชาชน

    เมื่อลงลึกในโครงสร้างรายได้ พบว่า

    • รายได้จากนักท่องเที่ยวต่างชาติเที่ยวไทย คาดราว 23,500 ล้านบาท ลดลงประมาณ 6% เมื่อเทียบรายปี โดยเฉพาะตลาดระยะใกล้อย่างอาเซียนและเอเชียตะวันออกที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่
    • รายได้จากคนไทยเที่ยวในประเทศ คาดราว 15,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยราว 1.2% แสดงให้เห็นว่า “ตลาดคนไทยเที่ยวไทย” ยังเป็นฐานรองรับสำคัญของระบบท่องเที่ยวภายในประเทศ แม้กำลังซื้อโดยรวมจะเผชิญแรงกดดัน

    ผลสำรวจพฤติกรรมการท่องเที่ยวปลายปี 2568 จากสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) ตัวอย่างประชาชน 6,266 รายทั่วประเทศ ชี้ให้เห็นแนวโน้มที่น่าสนใจหลายประการ

    ประการแรก ภาคเหนือยังคงเป็นภูมิภาคยอดนิยมที่ประชาชนต้องการเดินทางไปท่องเที่ยวมากที่สุด คิดเป็นสัดส่วนราว 42.90% ตามมาด้วยภาคกลางและกรุงเทพฯ ปริมณฑล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ สาเหตุสำคัญมาจากความต้องการสัมผัสอากาศหนาว ธรรมชาติภูเขา และบรรยากาศเมืองท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ทางวัฒนธรรมชัดเจน

    ประการที่สอง กิจกรรมยอดนิยมเริ่มเปลี่ยนจากการเดินทางแบบ “เช็คอินหลายจุด” มาสู่กิจกรรมที่ใช้เวลาคุณภาพในจุดหมายเดียวมากขึ้น โดยกิจกรรมที่ได้รับความนิยม ได้แก่

    • ท่องเที่ยวธรรมชาติ ผจญภัย และกีฬา ราว 27.8%
    • เที่ยวคาเฟ่และร้านอาหารยอดฮิต ราว 24.9%
    • พักผ่อนอยู่ในที่พักแบบใช้เวลาอย่างสงบ ราว 18%

    แนวโน้มนี้สะท้อนว่า นักท่องเที่ยวให้ความสำคัญกับคุณภาพประสบการณ์และความผ่อนคลาย มากกว่าการเดินทางเร่งรีบหลายจุดในหนึ่งทริป

    ประการที่สาม งบประมาณต่อทริปส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในช่วง 5,000–10,000 บาทต่อคน ขณะที่ค่าใช้จ่ายหลักถูกใช้ไปกับค่าอาหาร (ประมาณ 29.1%) รองลงมาคือค่าเดินทาง (ราว 26.4%) และค่าที่พัก (ราว 25.9%) สะท้อนโอกาสของผู้ประกอบการด้านอาหารท้องถิ่น ร้านกาแฟ คาเฟ่ และที่พักคุณภาพกลาง–สูงที่ตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มมีกำลังซื้อปานกลางขึ้นไป

    ขณะเดียวกัน ความกังวลหลักของนักท่องเที่ยวยังคงเป็นเรื่อง “ความแออัดของสถานที่ท่องเที่ยว” (ราว 22.6%) ตามมาด้วยความกังวลด้านการจราจรและความปลอดภัย–อุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งยิ่งตอกย้ำให้จังหวัดท่องเที่ยวหลักต้องหาทางออกใหม่ นอกเหนือจากการจัดงานขนาดใหญ่ในพื้นที่ยอดนิยมที่มักประสบปัญหาความหนาแน่นของคนและรถทุกปี

    ในบริบทเช่นนี้ เชียงรายจึงเลือกตอบโจทย์ด้วยการสร้าง “โจทย์ใหม่” ให้ตลาด ผ่านการท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดและการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์ แทนการเพิ่มเพียงจำนวนกิจกรรมกลางเมืองหรือแหล่งท่องเที่ยวยอดฮิตเท่านั้น

    ท้องฟ้ามืดเชียงราย” เมื่อวิทยาศาสตร์–สิ่งแวดล้อมถูกแปลงเป็นซอฟต์พาวเวอร์

    หนึ่งในก้าวสำคัญของเชียงรายช่วงปลายปี 2568 คือการขับเคลื่อนโครงการ “การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดจังหวัดเชียงราย” ซึ่งมุ่งใช้จุดแข็งด้านภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และท้องฟ้ายามค่ำคืนที่ยังคงความมืดสนิทในหลายพื้นที่ให้กลายเป็นจุดขายใหม่ด้านการท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์และการเรียนรู้

    เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2568 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย (อบจ.เชียงราย) นำโดย นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือทางวิชาการ (MOU) กับมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์และเทคโนโลยี เพื่อร่วมกันพัฒนา “การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืด” ให้เป็นกลไกสำคัญของเศรษฐกิจสีเขียวในพื้นที่

    สาระสำคัญของความร่วมมือครั้งนี้ คือการนำผลงานวิจัย “การอนุรักษ์ฟ้ามืด ทางเลือกใหม่สู่การพัฒนาการท่องเที่ยวสีเขียวในจังหวัดเชียงราย (ววน.69)” มาต่อยอดเชิงพื้นที่ โดยมุ่งพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวดูดาวแห่งแรกของจังหวัด ให้เป็นทั้งห้องเรียนกลางแจ้งสำหรับเยาวชน นักศึกษา และนักท่องเที่ยว รวมถึงเป็นแหล่งสร้างรายได้ให้ชุมชนท้องถิ่นอย่างสมดุลทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม

    หัวใจสำคัญของโครงการคือการใช้นวัตกรรมดิจิทัล “ARTSKY” ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มเพื่อการอนุรักษ์ท้องฟ้ามืดและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยใช้ระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ (GIS) ผสานกับข้อมูลมลภาวะแสงแบบเรียลไทม์ เพื่อจัดทำ “แผนที่ท้องฟ้ามืดเชียงราย” ช่วยให้หน่วยงานวางแผนจำกัดแสงประดิษฐ์ในพื้นที่สำคัญ เช่น จุดชมดาว เขตภูเขา และชุมชนที่ต้องการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงดาราศาสตร์ในอนาคต

    หากโครงการพัฒนาได้อย่างเต็มรูปแบบ เชียงรายจะมีจุดแข็งเพิ่มขึ้นในฐานะ “แหล่งดูดาวระดับสากล” ที่ผูกโยงทั้งมิติการศึกษา การท่องเที่ยว และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ทั้งยังช่วยตอบโจทย์ข้อกังวลเรื่อง “ความแออัด” ของนักท่องเที่ยว เนื่องจากแหล่งท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดมักตั้งอยู่ในพื้นที่นอกเมืองหรือชุมชนชนบท ที่จำกัดจำนวนผู้เข้าชมในแต่ละรอบเพื่อรักษาคุณภาพท้องฟ้าและความปลอดภัย

    ในเชิงเศรษฐกิจ การท่องเที่ยวท้องฟ้ามืดยังสอดคล้องกับแนวโน้ม “เศรษฐกิจสีเขียว” ที่ให้ความสำคัญกับรายได้ควบคู่การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม นักท่องเที่ยวกลุ่มนี้มักมีระยะพักเฉลี่ยนานกว่า ใช้จ่ายกับที่พักเชิงอนุรักษ์และบริการนำชมคุณภาพสูง ซึ่งเป็นโอกาสของผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ปรับตัวทันกับความต้องการของตลาดใหม่

    ปีใหม่ม้งเวียงแก่น ทุนวัฒนธรรมชาติพันธุ์เชื่อมเศรษฐกิจชุมชน

    ขณะที่แผนพัฒนาท้องฟ้ามืดกำลังขยับในเชิงนโยบาย อีกฟากหนึ่งของจังหวัดเชียงราย บริเวณชายแดนด้านอำเภอเวียงแก่น ประเพณี “ปีใหม่ม้ง” กลับมีบทบาทสำคัญในการแสดงศักยภาพของเชียงรายในฐานะเมืองหลากหลายวัฒนธรรม

    เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม 2568 บริเวณลานอเนกประสงค์บ้านห้วยแล้ง หมู่ 2 ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น นางอทิตาธร วันไชยธนวงศ์ นายก อบจ.เชียงราย ได้เป็นประธานเปิดโครงการส่งเสริมสืบสานประเพณีปีใหม่ม้ง ประจำปี 2568 โดยมีผู้นำท้องถิ่น ผู้นำกลุ่มชาติพันธุ์ม้ง และประชาชนในพื้นที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น

    พื้นที่ดังกล่าวมีกลุ่มชาติพันธุ์ม้งอาศัยอยู่ 3 หมู่บ้าน การจัดงานปีใหม่ม้งจึงไม่ใช่เพียงเทศกาลเพื่อความบันเทิง หากแต่เป็น “พิธีกรรมทางวัฒนธรรม” ที่สะท้อนอัตลักษณ์ของกลุ่มชาติพันธุ์ ตั้งแต่การแต่งกายด้วยชุดผ้าปักลายม้งสีสันสดใส การละเล่นพื้นบ้าน การขับร้องเพลงม้ง ไปจนถึงการแข่งขันกีฬาและกิจกรรมดั้งเดิม อาทิ การแข่งขันยิงหน้าไม้ การแข่งขันตีลูกข่าง การโยนลูกช่วง และการประกวดร้องเพลง–เต้นประกอบเพลงม้ง

    จุดเน้นของโครงการนี้คือการทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ในชุมชนเห็นคุณค่าของรากเหง้าตนเอง ผ่านการมีส่วนร่วมในกิจกรรมและการเป็นเจ้าของงาน ไม่ใช่เพียงผู้ชม ขณะเดียวกัน นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากตัวเมืองเชียงรายหรือพื้นที่อื่น ก็ได้รับประสบการณ์การท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมที่มากกว่าการถ่ายภาพชุดประจำเผ่า เพราะได้เห็นวิถีชีวิตที่ยังมีชีวิตจริงในชุมชน

    ในเชิงเศรษฐกิจ งานปีใหม่ม้งยังช่วยสร้างรายได้หมุนเวียนในพื้นที่ ทั้งจากการจำหน่ายอาหารพื้นบ้าน ผลิตภัณฑ์ผ้าปักและสินค้า OTOP ของชุมชน ตลอดจนบริการโฮมสเตย์และที่พักขนาดเล็กที่รองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการใช้เวลาพักค้างคืน เพื่อสัมผัสวัฒนธรรมในระยะเวลานานกว่าการเดินทางแบบไป–กลับ

    เมื่อเชื่อมโยงกับผลสำรวจพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่ระบุว่า “การเที่ยวธรรมชาติและกิจกรรมเชิงวัฒนธรรม” เป็นหนึ่งในกิจกรรมยอดนิยม การลงทุนด้านวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์จึงไม่ใช่เพียงการอนุรักษ์อัตลักษณ์ หากเป็นการสร้าง “สินทรัพย์ทางวัฒนธรรม” ที่สามารถเปลี่ยนเป็นรายได้จริงของชุมชนได้อย่างเป็นรูปธรรม

    บริหารความเสี่ยง–เพิ่มโอกาส เชียงรายบนทางแยกของระบบท่องเที่ยวไทย

    แม้ตัวเลขประมาณการรายได้ท่องเที่ยวโดยรวมในช่วงปีใหม่ 2569 จะสะท้อนภาพชะลอตัวเล็กน้อยจากปีก่อน แต่หากมองในมุมโครงสร้างจะเห็นว่า โอกาสใหม่กำลังก่อตัวในภูมิภาคที่สามารถออกแบบสินค้าทางการท่องเที่ยวได้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค

    เชียงรายมีจุดแข็งเมื่อเทียบกับจังหวัดอื่นในภาคเหนือ ทั้งในด้านภูมิประเทศที่หลากหลาย ตั้งแต่ภูเขาสูง ชายแดน แม่น้ำ ไปจนถึงชุมชนชาติพันธุ์ และในด้านประวัติศาสตร์–วัฒนธรรมที่มีความลึกและแตกต่าง เมื่อนำมาจับคู่กับข้อมูลจาก สนค. ที่ระบุว่า นักท่องเที่ยวจำนวนมากให้ความสำคัญกับ “คุณภาพประสบการณ์–ความปลอดภัย–ความคุ้มค่า” จังหวัดจึงมีฐานในการออกแบบกลยุทธ์ตอบโจทย์ได้อย่างชัดเจน

    การพัฒนา “ท้องฟ้ามืดเชียงราย” ผ่านความร่วมมือระหว่าง อบจ.เชียงราย มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย และสถาบันวิจัยดาราศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นตัวอย่างของการใช้ฐานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มายกระดับการท่องเที่ยวให้สอดคล้องกับแนวโน้มเศรษฐกิจสีเขียว พร้อมทั้งเปิดพื้นที่ใหม่ให้ชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะเจ้าของทรัพยากรอย่างแท้จริง

    ขณะเดียวกัน การส่งเสริมประเพณีปีใหม่ม้งที่อำเภอเวียงแก่น ก็เป็นการยืนยันแนวทาง “ท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรม” ที่ไม่ได้มองกลุ่มชาติพันธุ์เป็นเพียงวัตถุในการโชว์ แต่ให้ชุมชนเป็นผู้นำการเล่าเรื่องด้วยตัวเอง ก่อให้เกิดความภาคภูมิใจและสร้างรายได้ในระยะยาว ทั้งยังตอบโจทย์นักท่องเที่ยวกลุ่มที่ต้องการประสบการณ์เชิงลึก แตกต่างจากการเที่ยวเมืองหลักเพียงอย่างเดียว

    ในระดับประเทศ กระทรวงพาณิชย์ยังคงดำเนินมาตรการควบคุมราคาสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาในช่วงเทศกาล พร้อมทั้งส่งเสริมการกระจายรายได้สู่ชุมชนผ่านแคมเปญสินค้าชุมชน เช่น โครงการ GI ไทย และแคตตาล็อก GIFTS FOR GAIN ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการท้องถิ่นมีช่องทางตลาดที่หลากหลายยิ่งขึ้น

    เมื่อมาตรการด้านเสถียรภาพราคาเชื่อมกับการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเชิงคุณภาพในระดับจังหวัด ภาพรวมของระบบท่องเที่ยวไทยจึงยังมี “ช่องทางฟื้นตัว” อยู่ไม่น้อย หากสามารถรักษาความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัย บริหารจัดการความแออัด และคงเสน่ห์ของพื้นที่ไว้ควบคู่กับการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็น

    ปีใหม่ 2569 – ปีที่เชียงรายเริ่มชู “ท้องฟ้ามืด–วัฒนธรรมชาติพันธุ์” เป็นเข็มทิศ

    ปีใหม่ 2569 อาจไม่ใช่ปีที่ตัวเลขรายได้ท่องเที่ยวพุ่งทะยานเหมือนช่วงก่อนหน้า แต่สำหรับเชียงราย นี่คือปีที่จังหวัดเริ่มวาง “เข็มทิศใหม่” ให้กับการท่องเที่ยวของตนเองอย่างชัดเจน ทั้งในมิติของวิทยาศาสตร์และสิ่งแวดล้อมผ่านโครงการท้องฟ้ามืด และในมิติของวัฒนธรรมชาติพันธุ์ผ่านประเพณีปีใหม่ม้งที่เวียงแก่น

    ภายใต้ข้อเท็จจริงที่ว่า ภาคเหนือยังคงเป็นปลายทางยอดนิยมของคนไทยถึงกว่า 4 ใน 10 ของผู้ตอบแบบสำรวจ และแนวโน้มการท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติ–วัฒนธรรมยังเติบโตอย่างต่อเนื่อง หากเชียงรายสามารถเดินหน้าตามแผนที่วางไว้ ทั้งการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง การดูแลความปลอดภัย การจัดการความหนาแน่นของนักท่องเที่ยว และการสร้างโอกาสให้ชุมชนมีส่วนแบ่งจากรายได้ท่องเที่ยวอย่างเป็นธรรม จังหวัดก็มีศักยภาพจะไม่เพียง “รักษาอันดับ” แต่ก้าวขึ้นเป็นต้นแบบของเมืองท่องเที่ยวสีเขียวและเมืองวัฒนธรรมที่มีชีวิตในระดับประเทศได้ในระยะยาว

    สำหรับนักท่องเที่ยว การเลือกเดินทางสู่เชียงรายในช่วงปีใหม่ 2569 จึงไม่ใช่เพียงการเดินทางสู่เมืองเหนือเพื่อชมหมอกและดอกไม้ หากแต่เป็นการร่วมเรียนรู้วิธีที่หนึ่งจังหวัดกำลังพยายามเปลี่ยนแรงกดดันด้านเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว ให้กลายเป็นโอกาสในการสร้างระบบที่ยั่งยืนกว่าเดิม ทั้งต่อตัวนักท่องเที่ยวเอง ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://nakornchiangrainews.com/chiang-rai-dark-sky-hmong-new-year/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fFtiDHZISiKtQ_tKUpI6s

  • ฝรั่งเศสร่างกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์

    ฝรั่งเศสร่างกฎหมายห้ามเยาวชนอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้สื่อสังคมออนไลน์

    วันนี้, 01:06น.

              รัฐบาลฝรั่งเศส ร่างกฎหมายฉบับใหม่เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชนที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปีใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ คาดว่าจะสามารถเริ่มบังคับใช้ได้ภายในเดือนกันยายน 2569

              ร่างกฎหมายฉบับนี้ ได้รับการสนับสนุนจากประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ซึ่งกล่าวเมื่อต้นเดือนธันวาคม (2568) ว่ารัฐสภาควรเริ่มอภิปรายร่างกฎหมายในเดือนมกราคม 

              ในร่างกฎหมายของฝรั่งเศสระบุว่ามีผลการศึกษาและรายงานจำนวนมากในปัจจุบันยืนยันถึงความเสี่ยงต่างๆ ที่เกิดจากการใช้หน้าจอดิจิทัลมากเกินไปในกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งทำให้มีความเสี่ยงที่จะเผชิญกับเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม และอาจตกเป็นเหยื่อของการคุกคามทางไซเบอร์ หรือทำให้การพักผ่อนเปลี่ยนแปลงรูปแบบไป

              ร่างกฎหมายฉบับนี้มีสองมาตรา มาตราแรกกำหนดให้ “การให้บริการสื่อสังคมออนไลน์แก่ผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปีโดยแพลตฟอร์มออนไลน์” เป็นสิ่งผิดกฎหมาย

              ส่วนมาตราที่สองเรียกร้องให้ห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนมัธยมศึกษา

              ประธานาธิบดีมาครงกล่าวว่าการคุ้มครองเด็กและเยาวชนในโลกดิจิทัลเป็นนโยบายที่มีความสำคัญในลำดับต้นๆ สำหรับรัฐบาลของเขา แต่การบังคับใช้และการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศยังคงเป็นปัญหาอยู่ โดยฝรั่งเศสมีกฎหมายห้ามใช้โทรศัพท์มือถือในโรงเรียนอนุบาลและโรงเรียนมัธยมต้นมีผลบังคับใช้ตั้งแต่ในปี 2561 แต่แทบจะไม่มีการบังคับใช้เลย นอกจากนี้ ฝรั่งเศสยังละเมิดกฎของสหภาพยุโรปด้วยการออกกฎหมายที่กำหนด “อายุทางกฎหมายดิจิทัล” ไว้ที่ 15 ปี ซึ่งผ่านการอนุมัติในปี 2566 ซึ่งถูกระงับไปในภายหลัง

    #คุ้มครองเยาวชนจากสื่อสังคมออนไลน์

    #ฝรั่งเศส

    ข่าวทั้งหมด

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.js100.com/en/site/news/view/158033&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0ymC81r00zRFColvLLyMvO

  • มติปปช. เลือก “สุรพงษ์ อินทรถาวร” นั่งเลขาฯคนใหม่

    มติปปช. เลือก “สุรพงษ์ อินทรถาวร” นั่งเลขาฯคนใหม่

    วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เมื่อวันที่ 30 ธันวาคมที่ผ่านมา พิจารณาและมีมติเอกฉันท์เลือก นายสุรพงษ์ อินทรถาวร รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้ดำรงตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช.คนใหม่ แทน นายสาโรจน์ พึงรำพsรรณ อดีตเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ที่ยื่นหนังสือลาออกจากราชการ ในช่วงเดือนตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา

    สำหรับประวัติ นายสุรพงษ์ อินทรถาวร ปัจจุบันอายุ 59 ปี การศึกษานิติศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง นิติศาสตรมหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรามคำแหง

    หลักสูตร ผู้บริหารระดับสูงด้านวิทยาการพลังงาน (วพน.) รุ่นที่ 17 หลักสูตรผู้บริหารกระบวนการยุติธรรมระดับสูง (บ.ย.ส.) รุ่นที่ 23 หลักสูตร การบริหารงานภาครัฐและกฎหมายมหาชน (ปรม.) รุ่นที่ 13 หลักสูตรนักบริหารยุทธศาสตร์การป้องกันและปราบปรามการทุจริตระดับสูง (นยปส.) รุ่นที่ 3

    มีประสบการณ์ในสำนักงาน ป.ป.ช. มายาวนาน โดยเริ่มรับราชการในตำแหน่งเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนตั้งแต่ปี 2533

    เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน ระดับ 6 เมื่อ 1 ตุลาคม 2542

    นักกฎหมาย ป.ป.ช. ระดับ 8 สำนักงาน ป.ป.ช. 29 มิถุนายน 2550, ผู้อำนวยการสำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดนครสวรรค์ 5 ตุลาคม 2555, ผู้อำนวยการศูนย์กำกับดูแลการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ 1 ตุลาคม 2557

    ผู้อำนวยการสำนักคดี 23 มกราคม 2558, ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. 1 ตุลาคม 2560

    เป็น รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. 1 ตุลาคม 2563 และรักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช 1 ตุลาคม 2568

    มีผลงานสำคัญในการยกร่างและผลักดันกฎหมายป้องกันการฟ้องคดีปิดปาก (Anti-SLAPP Law) จนมีผลบังคับใช้สำเร็จ

    หัวหน้าผู้ว่าคดีและการดำเนินคดีในศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีหมายเลขดำที่ บ.ค. 1/2568 ระหว่าง อัยการสูงสุด คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ โดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ ผู้เข้าเป็นคู่ความแทน โจทก์ นายทักษิณ ชินวัตร จำเลย (คดีชั้น 14) ชั้นบังคับโทษตามคำพิพากษา

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/120515&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1DhWK1yYb8POyfq23DFeeL