Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • เทียบตัวเลขเศรษฐกิจสีชมพู ‘Pink economy’ ทั่วโลก | กันต์ เอี่ยมอินทรา

    เทียบตัวเลขเศรษฐกิจสีชมพู ‘Pink economy’ ทั่วโลก | กันต์ เอี่ยมอินทรา

    เทียบตัวเลขเศรษฐกิจสีชมพู ‘Pink economy’ ทั่วโลก จีนมีมูลค่าถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ไทยมีมูลค่ากว่า 10,300 ล้านดอลลาร์ แม้หนทางยังอีกยาวไกลแต่ก็สามารถทำสำเร็จได้หากไทยเรามีนโยบายที่มั่นคงต่อเนื่อง

    ฉลองเดือนแห่งความหลากหลายทางเพศ Pride month ด้วยขบวนพาเหรดย่านสีลมเมื่อวันอาทิตย์ (31 พ.ค.) ที่ผ่านมา ที่ฝนตกกระหน่ำฉ่ำทั้งบ่าย

    แล้วประเทศไทย และคนไทยทุกคนได้อะไรกับทิศทางของประเทศที่สนับสนุนเปิดกว้างความหลากหลายทางเพศนี้?

    ในเชิงคุณภาพ ประเทศไทยที่มีชื่อแต่เดิมเรื่องของความอิสระเสรี สนุกสนานและสยามเมืองยิ้มนั้นก็ถูกตอกย้ำ เพิ่มความแข็งแกร่งของแบรนด์ยิ่งขึ้น การมีกฏหมายสมรสเท่าเทียมเป็นตัวชี้วัดที่ชัดเจนเป็นรูปธรรมว่า ไทยเรานั้นเปิดรับต่อทุกคน ไม่ว่าจะเพศใด ผิวสีไหน หลักคิดทางการเมืองและศาสนาใด ก็สามารถเข้ามาเที่ยว เข้ามาทำงาน เข้ามาพำนักอยู่ได้อย่างมีความสุข มีเกียรติศักดิ์ศรี มีอิสระเสรี

    ค่านิยมคนไทยที่ใจดี ไม่ก้าวร้าว เปิดใจยอมรับความหลากหลายทำให้สังคมไทยน่าอยู่ คนมาครั้งแรกก็อยากกลับมา ไทยเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคที่โอบรับความหลากหลายทางเพศมากที่สุด ทั้งในทางกฎหมาย ทางสังคม และทางเศรษฐกิจ เรามีโครงสร้างทางเศรษฐกิจที่รองรับและดึงดูดกลุ่มผู้มีความหลากหลายทางเพศ

    ในเชิงปริมาณจะพบว่ากลุ่มบุคคลเหล่านี้มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และมีกำลังซื้อสูง หรือที่เรียกภาษาชาวบ้านว่ากระเป๋าหนัก เคยมีการประมาณการว่าคร่าวๆ แล้ว เศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับคนกลุ่มนี้ ที่ใช้ภาษากึ่งทางการว่า เศรษฐกิจสีชมพู – Pink economy นี้ทั่วโลกมีมูลค่ารวมกว่า 4.7 ล้านล้านดอลลาร์ เน้นล้านล้านที่มีศูนย์ 12 ตัวต่อท้าย

    Pink economy ไม่เพียงเจริญเติบโตและงอกงามในประเทศตะวันตกอย่างสหรัฐและยุโรป แต่มูลค่าทางเศรษฐกิจนี้ก็ถือเป็นก้อนใหญ่ไม่น้อยในประเทศทางเอเชีย ยกตัวอย่างเช่น จีน ที่เคยมีตัวเลขประมาณการว่ามีคนกลุ่มนี้อยู่ถึง 70 ล้านคน ซึ่งถือว่าเยอะมาก และเกือบจะเท่ากับประชากรไทยทั้งประเทศ ที่สำคัญที่สุดคนจีนที่มีความหลากหลายทางเพศนั้นนิยมประเทศไทยอย่างยิ่ง!

    หนังสือพิมพ์ China Daily ของจีนเคยประมาณการว่าเม็ดเงินของ Pink economy ในจีนนั้นมีมูลค่าถึง 300,000 ล้านดอลลาร์ นี่คือเหตุผลว่าทำไมไม่เพียงแต่นักธุรกิจจีนเท่านั้นที่ตั้งใจพยายามจับตลาดกลุ่มนี้ ไทยเราเองก็พยามจับและดึงดูด ยกตัวอย่างที่ใกล้ตัวและง่ายที่สุด ซีรีส์แนวชายรักชาย BL (Boy’s love) ของไทยนั้นเป็นที่ชื่นชมของคนจีนเฉพาะกลุ่ม ทำให้ทั้งดาราและสถานที่ถ่ายทำเป็นที่นิยม

    ย้อนกลับมาที่เศรษฐกิจไทย ประมาณการกันว่า Pink economy ในไทยนั้นมีมูลค่ากว่า 10,300 ล้านดอลลาร์ อาจจะไม่มากเทียบเท่าจีนหรือสหรัฐ แต่ก็ถือว่าไม่น้อยเลยทีเดียว นี่คือเหตุผลว่าทำไมทั้งรัฐบาลและการท่องเที่ยวไทยพยามโปรโมตจุดกระแสนี้ การสนับสนุนในเชิงกฎหมายอย่างสมรสเท่าเทียม การปันงบมาทำแคมเปญ มาจัดพาเหรดถือเป็นกระดุมเม็ดแรกที่ดี

    แต่หนทางยังอีกยาวไกลหากตั้งใจจำใช้ Pink economy มาเป็นฟันเฟืองสำคัญในการสร้างแบรนด์ไทยแลนด์ให้แข็งแกร่ง แต่ก็สามารถทำสำเร็จได้หากไทยเรามีนโยบายที่มั่นคงต่อเนื่อง เหมือนที่เราเคยทำ Amazing Thailand จนสำเร็จ จนเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวกลายมาเป็นฟันเฟืองหลักช่วยเหลือคนไทยจนถึงทุกวันนี้

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.bangkokbiznews.com/world/economics/1237148&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2OwrsNd-iJs8TAMh4WDDIJ

  • ยอดพุ่งทั่วประเทศ! “ไทยช่วยไทย พลัส” ดันใช้จ่ายทะลุ 14,000 ล้าน สะท้อนกำลังซื้อฟื้นตัว

    ยอดพุ่งทั่วประเทศ! “ไทยช่วยไทย พลัส” ดันใช้จ่ายทะลุ 14,000 ล้าน สะท้อนกำลังซื้อฟื้นตัว

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/economy/news/152464&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3MSgmqUIPuHNem2Xx9NEB7

  • จ.สุรินทร์ ส่งเสริมการเกษตรตำบลบักได เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    จ.สุรินทร์ ส่งเสริมการเกษตรตำบลบักได เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    จ.สุรินทร์ ส่งเสริมการเกษตรตำบลบักได เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน


    7/06/2569 | 10 |

    จ.สุรินทร์ ส่งเสริมการเกษตรตำบลบักได เชื่อมโยงการท่องเที่ยวชายแดน กระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนอย่างยั่งยืน

    วันที่ 7 มิถุนายน 2568 เวลา 10.00 น. ณ โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข หมู่ที่ 16 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ นายจำเริญ แหวนเพ็ชร ผู้ว่าราชการจังหวัดสุรินทร์ เป็นประธานเปิดโครงการจัดงานส่งเสริมการเกษตร ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 เพื่อส่งเสริมการพัฒนาภาคการเกษตร ยกระดับคุณภาพชีวิตเกษตรกร และสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจให้แก่ชุมชนในพื้นที่ชายแดน โดยมีนางชไมพร แหวนเพ็ชร นายกเหล่ากาชาดจังหวัดสุรินทร์ หัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดและอำเภอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเขต 8 ประชาชนและนักท่องเที่ยว เข้าร่วมกิจกรรม

    ทั้งนี้ เพื่อเผยแพร่แนวคิดและแนวทางการดำเนินงานด้านการเกษตรที่ประสบผลสำเร็จ กระตุ้นเศรษฐกิจในชุมชน สร้างรายได้อย่างยั่งยืนให้แก่ประชาชน ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านการตลาดและการบริหารจัดการสินค้าเกษตร เพิ่มช่องทางการจำหน่ายและมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร ตลอดจนสร้างเครือข่ายความร่วมมือระหว่างเกษตรกรเพื่อพัฒนาการผลิตและการตลาดร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยภายในงานมีกิจกรรมหลากหลาย ประกอบด้วยการแสดงของนักเรียน การแสดงมหรสพ การจัดนิทรรศการของดีตำบลบักไดจากกลุ่มเกษตรกรและหน่วยงานภาครัฐ รวมถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ชุมชนและองค์ความรู้ด้านการเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้เข้าร่วมงานได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดอาชีพ

    นอกจากนี้ คณะผู้เข้าร่วมงานยังได้เยี่ยมชมแหล่งท่องเที่ยวสำคัญตามแนวชายแดนไทย–กัมพูชา ได้แก่ ปราสาทตาควาย และเนิน 350 ซึ่งเป็นพื้นที่ที่มีความสำคัญทั้งในด้านประวัติศาสตร์ ความมั่นคง และการท่องเที่ยวของจังหวัดสุรินทร์ สะท้อนถึงศักยภาพของพื้นที่ตำบลบักได ในการเชื่อมโยงภาคการเกษตรเข้ากับการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ อันจะช่วยสร้างรายได้และกระตุ้นเศรษฐกิจของชุมชนในพื้นที่ชายแดนได้อีกทางหนึ่ง เพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจฐานราก ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และส่งเสริมการพัฒนาจังหวัดสุรินทร์อย่างยั่งยืน


    image รูปภาพ


    Line


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://surin.prd.go.th/th/content/category/detail/id/171/iid/510075&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1hO0N-7hyTU02YQpblNvHb

  • “หญิงหน่อย” จี้รัฐอย่าตัดสิทธิ์บัตรคนจน 300 บ. เหตุลูกอ้างลดหย่อนภาษี

    “หญิงหน่อย” จี้รัฐอย่าตัดสิทธิ์บัตรคนจน 300 บ. เหตุลูกอ้างลดหย่อนภาษี

    (7 มิ.ย. 69) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก พรรคไทยสร้างไทย โพสต์ข้อความระบุว่า อย่าหาทำเลยค่ะ ผู้สูงอายุที่ได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เดือนละ 300 บาท ไม่ควรถูกตัดสิทธิ์ เพียงเพราะลูกนำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษี

    เงิน 300 บาท อาจไม่มากสำหรับรัฐ แต่สำคัญมากสำหรับคนที่ลำบากจริง อย่าให้คนจนต้องกระเสือกกระสนพิสูจน์สิทธิ์กันอีกเลย เวลามีน้อย เรื่องมีเยอะ ไปทำเรื่องที่ช่วยประชาชนให้มากกว่านี้ดีกว่า

    คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://workpointnews.com/news/economy-livelihood/NRDMFF5KI&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2UC52T6Yq28O5fYngKND_T

  • ตราดทรุดหนัก! ท่องเที่ยวโลว์ซีซั่น-ปิดด่านค้าชายแดนวูบ 20% หวังภาคเกษตรกับ “ไทยช่วยไทยพลัส” กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 69

    ตราดทรุดหนัก! ท่องเที่ยวโลว์ซีซั่น-ปิดด่านค้าชายแดนวูบ 20% หวังภาคเกษตรกับ “ไทยช่วยไทยพลัส” กู้วิกฤตเศรษฐกิจปี 69

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/152458&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0V49KitROycosh_-73DzWj

  • ฮอตไม่หยุด! นักท่องเที่ยวทะลัก ปราสาทตาควาย-เนิน 350 วันที่ 2 กว่า 1,500 คน

    ฮอตไม่หยุด! นักท่องเที่ยวทะลัก ปราสาทตาควาย-เนิน 350 วันที่ 2 กว่า 1,500 คน

    วันอาทิตย์ ที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2569, 12.57 น.

    “ปราสาทตาควาย-เนิน 350”ฮอตไม่หยุด! นักท่องเที่ยวทะลักวันที่ 2 กว่า 1,500 คน แห่สัมผัสประวัติศาสตร์ชายแดน-หนุนเศรษฐกิจชุมชนคึกคัก

    7 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวบริเวณ “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ ยังคงคึกคักต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 หลังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าพื้นที่ภายใต้มาตรการดูแลความปลอดภัยอย่างเป็นระบบ โดยมีประชาชนจากหลายพื้นที่เดินทางมาสัมผัสแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ ธรรมชาติ และพื้นที่แห่งวีรกรรมของทหารไทยตามแนวชายแดนจำนวนมาก

    ตลอดทั้งวันมีประชาชนทยอยเดินทางเข้ามาลงทะเบียนทั้งในรูปแบบจองผ่านแอปพลิเคชันและวอล์กอินอย่างต่อเนื่อง เพื่อขึ้นไปเยี่ยมชมปราสาทตาควายและเนิน 350 ซึ่งเป็นจุดชมวิวและจุดยุทธศาสตร์สำคัญตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ท่ามกลางมาตรการอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวด

    นักท่องเที่ยวทุกคนต้องจอดรถบริเวณโรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ก่อนลงทะเบียนและใช้บริการรถสองแถวที่หน่วยงานท้องถิ่นจัดเตรียมไว้รับ-ส่ง เพื่อควบคุมการสัญจรและบริหารจัดการพื้นที่ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและปลอดภัย โดยไม่อนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนตัวขึ้นไปยังจุดท่องเที่ยวด้านบน

    ขณะเดียวกัน นายณัฐพัชร์ บุญมี นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบักได ได้จัดโครงการส่งเสริมเกษตรกร ประจำปี 2569 ครั้งที่ 3 ภายใต้ชื่องาน “ของดีบักได” ณ โรงเรียนบ้านสันติสุข หมู่ 16 ตำบลบักได เพื่อเปิดพื้นที่ให้เกษตรกรนำผลผลิตทางการเกษตรมาจำหน่ายแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยวโดยตรง

    ภายในงานมีผลไม้ขึ้นชื่อของพื้นที่ ทั้งทุเรียน เงาะ และมังคุด วางจำหน่ายจำนวนมาก โดยได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวที่รอขึ้นเยี่ยมชมปราสาทตาควายและเนิน 350 อย่างคึกคัก ส่งผลให้ผลไม้หลายชนิด โดยเฉพาะมังคุด จำหน่ายหมดอย่างรวดเร็วภายในเวลาไม่นานหลังเปิดงาน สะท้อนถึงเม็ดเงินที่หมุนเวียนเข้าสู่ชุมชนและโอกาสทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นจากการท่องเที่ยวชายแดน

    ทั้งนี้ โครงการดังกล่าวถือเป็นอีกกลไกสำคัญในการช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ นอกเหนือจากการจำหน่ายผลผลิตผ่านพ่อค้าคนกลาง โดยเปิดโอกาสให้เกษตรกรสามารถนำผลผลิตออกจำหน่ายด้วยตนเอง สร้างรายได้เพิ่มและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากได้อย่างเป็นรูปธรรม

    ด้านแหล่งข่าวจากกองทัพภาคที่ 2 เปิดเผยว่า ณ เวลา 11.00 น.ของวันนี้ มีนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าสู่พื้นที่แล้วมากกว่า 1,500 คน จากโควตาที่เปิดรองรับจำนวน 2,000 คน เพิ่มขึ้นจากวันแรกของการเปิดพื้นที่เมื่อวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา และคาดว่าตลอดทั้งวันยอดนักท่องเที่ยวจะทะลุ 2,000 คนอย่างแน่นอน

    ความสำเร็จของการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวครั้งนี้ ไม่เพียงเรียกความเชื่อมั่นของประชาชนต่อมาตรการรักษาความปลอดภัยของภาครัฐและกองทัพเท่านั้น แต่ยังแสดงให้เห็นถึงศักยภาพของพื้นที่ชายแดนในการพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และการเรียนรู้ ซึ่งสามารถสร้างรายได้ให้กับชุมชน ควบคู่ไปกับการปลูกฝังความตระหนักรู้ด้านประวัติศาสตร์และความมั่นคงของชาติได้อย่างยั่งยืน

    – 006

    ข่าวที่เกี่ยวข้อง

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/969200&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0z3DGtpqHIdqvNbHrY3gg1

  • หนองบัวเปิดทริป ‘ปั่นพิชิตเขาหินชมพู สู่ยอดหินแดง’ ท้าทาย 27 กม. เช็กอินจุด unseen นครสวรรค์ | เดลินิวส์

    หนองบัวเปิดทริป ‘ปั่นพิชิตเขาหินชมพู สู่ยอดหินแดง’ ท้าทาย 27 กม. เช็กอินจุด unseen นครสวรรค์ | เดลินิวส์

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณหน้าอุโบสถวัดหนองกลับ ตำบลหนองกลับ อำเภอหนองบัว จังหวัดนครสวรรค์ นายอลงกรณ์ ไตรคุ้มดัน ท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ เป็นประธานในพิธีเปิดกิจกรรมปั่นจักรยาน ภายใต้โครงการ “การส่งเสริมการท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากอำเภอหนองบัว (ปั่นพิชิตเขาหินชมพู สู่ยอดหินแดง)” โดยมีนางสาวเบญจวรรณ ฟ้กแก้ว นายอำเภอหนองบัว ได้กล่าววัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมเพื่อเป็นการส่งเสริมสุขภาพด้วยการออกกำลังกาย เพื่อแวะชมแหล่งท่องเที่ยวตามธรรมชาติตลอดจนสถานที่สำคัญของอำเภอหนองบัวและเป็นการประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวภายในพื้นที่อำเภอหนองบัว ซึ่งจะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจชุมชนของอำเภอหนองบัวให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายมากยิ่งขึ้นตามนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

    โดยเริ่มปั่นจากหน้าวิหารหลวงพ่อเดิม วัดหนองกลับ วัดเทพสุทธาวาส วัดหนองม่วง ลานฆ้องใหญ่ ขึ้นยอดแดง (เขาพระ)  แวะชมสันเขื่อนอ่างเก็บน้ำเขาพระ 1 จุดหมายอ่างเก็บน้ำพระครูไกร 2 รวมระยะทางประมาณ 27 กม. โดย นางสาวเบญจวรรณ ฟักแก้วนายอำเภอหนองบัว ได้มอบของที่ระลึกให้แก่ผู้เข้าร่วมกิจกรรม และบันทึกภาพการจัดกิจกรรมตลอดเส้นทาง เพื่อประชาสัมพันธ์ส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอหนองบัวผ่านช่องทางออนไลน์ต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5925182/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw14uX39fvtO9RcOlrdoWaZO

  • วันแรก นทท.ทะลุพันคนแห่ชม “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ไหว้สดุดีวีรชน-ชิมทุเรียนบักได

    วันแรก นทท.ทะลุพันคนแห่ชม “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ไหว้สดุดีวีรชน-ชิมทุเรียนบักได

    นทท.แห่ชมปราสาทตาควาย-เนิน 350 กว่า 1,024 คน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดแต่ นทท.ไม่สน ซึ่งเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเฉพาะกิจประกอบงานท่องเที่ยวงานส่งเสริมการเกษตร ของดีบักได และทุเรียนของเกษตรกรชายแดน

    เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศที่ปราสตาควายและเนิน 350 ต.บักได อ.พนมงดงรัก จ.สุรินทร์ พบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยว เดินทางไปชมโบราณสถานกันอย่างคึกคัก ยอดรวมตลอดทั้งวันนี้จำนวน 1,024 คน

    หลังจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบักได ร่วมกับอำเภอพนมดงรัก และกองกำลังสุรนารี เปิดให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของแหล่งโบราณสถานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ณ พื้นที่ “ปราสาทตาควาย – เนิน 350” ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก ที่มีการเปิดการท่องเที่ยวเฉพาะกิจปราสาทตาควาย- เนิน 350 ดังกล่าว ประกอบกิจกรรมการท่องเที่ยวงานส่งเสริมการเกษตร ของดีบักได ประจำปี 2569 (ครั้งที่ 3) เพื่อส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชุมชน ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข หมู่ที่ 16 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

    โดยภายในงานพบกับนิทรรศการด้านการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน การจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรและของดีตำบลบักไดต่างๆ โดยเฉพาะทุเรียน ที่มีการปลูกและเริ่มให้ผลผลิตมากขึ้นมาจำหน่าย การประกวดนิทรรศการของดีตำบลบักได เลือกซื้อสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าแปรรูปคุณภาพจากเกษตรกรในพื้นที่ ชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย การแสดงมหรสพและการแสดงดนตรี ร่วมอุดหนุนผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ทั้งนี้ การเปิดการท่องเที่ยวเฉพาะกิจปราสาทตาควาย- เนิน 350 มีการจำกัดจำนวนผู้ลงทะเบียน วันละ 1000 คน ซึ่งได้มีการเริ่มให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เริ่มยืนยันการลงทะเบียนเข้าชมกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการนักท่องเที่ยวโรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรักฯตั้งแต่เวลา 06.00 – 11.30 น. เท่านั้น และต้องพกบัตรประชาชนเพื่อยืนยันการลงทะเบียนด้วย นอกจากนี้ยังเปิดให้มีการลงทะเบียนทางแอปพลิเคชัน ที่ https://visit.srru.ac.th/ หรือ สามารถ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ website อบต.บักได https://bakdai.go.th/special-tourism-activities/ องค์การบริหารส่วนตำบลบักได โทร 044-508233

    การเข้าชมพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลและอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยโดยกองกำลังสุรนารี เพื่อให้การเข้าชมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชมทุกคน

    อย่างไรก็ตาม การเปิดให้เที่ยวชมปราสาทตาควายและเนิน 350 ในครั้ง ทาง อบต.บักได และ อ.พนมดงรัก ได้มีการจัดคิวรถโดยสารสองแถว จำนวน 20 คัน ไว้บริการรับส่งประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะต้องลงทะเบียนและขึ้นรถที่โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ก่อนจะขึ้นรถสองแถวไปเข้าไปยังปราสาทตาควายและเนิน 350 ซึ่งรถยนต์ส่วนตัวจะต้องจอดไว้ที่โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข เพื่อเป็นการจัดระเบียบ ไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวแออัดมากเกินไป และเพื่อไม่ให้เกิดการจราจรที่ติดขัดยาวเหยียดหลายกิโลเมตรเหมือนช่วงที่มีการเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบริการคนละ 100 บาท รายได้จะนำไปบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งค่าอาหารน้ำดื่มของบุคลากรและเจ้าหน้าที่ ที่ให้บริการดูแลนักท่องเที่ยว รวมทั้งค่ารถโดยสารไปกลับอีกคนละ 40 บาท อีกด้วย

    โดยประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เข้าไปเที่ยวชม จะมีไกด์นำเที่ยว ซึ่งเป็นบุคลากรในชุมชน แบ่งหน้าที่กันเดินพา นักท่องเที่ยวเข้าชม และแนะนำจุดท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งจุดที่ห้ามถ่ายภาพและสามารถถ่ายได้ รวมถึงคอยกำชับไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินออกนอกเส้นทาง ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจุดชมวิวบนหน้าผาเนิน 350 ที่สามารถมองเห็นผืนแผ่นดินประเทศกัมพูชาที่อยู่พื้นที่ต่ำด้านล่างได้อย่างชัดเจนและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ นทท.ต่างยกมือไหว้ บางคนถึงกับก้มกราบ จุดที่จ่าเริงและพลทหารวุ้นสละชีพบนเนิน 35 พร้อมกับนำดอกไม้ไปวาง เพื่อสดุดีวีรกรรมทหารกล้าดังกล่าว ที่ทำให้คนไทยประทับใจไม่รู้ลืมจนถึงทุกวันนี้

    นายอัมพร โกศล นักท่องเที่ยว อยู่บ้านเลขที่ 024 ม.2 ต.สวนกล้วย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนค้าขายอยู่ที่ จ.อยุธยา กลับมาบ้านเกิดที่ศรีสะเกษ เลยแวะมาเที่ยวเป็นครั้งแรก สถานการณ์ที่ตึงเครียดชายแดน ก็ไม่น่ากลัว ในพื้นที่เรียบร้อยดีและสงบดี เชิญชวนพี่น้องคนไทยมาเที่ยวเยี่ยมชน ที่นี่สวยงามดี มีโอกาสจะมาเที่ยวอีก อยากให้เปิดเที่ยวบ่อยๆ และอยากให้เหตุการณ์สงบปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว เพราะที่นี่คือแผ่นดินไทย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับปราสาทตาควายและเนิน 350 จะมีการเปิดให้เข้าไปเที่ยวชมอีกครั้งในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 13 และ 14 มิ.ย.69 นี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเฉพาะกิจ ประกอบกิจกรรม พนมดงรัก โมโต้ครอส ครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและแหล่งประวัติศาสตร์ วิสาหกิจชุมชน ในวันที่ 14 มิ.ย.69 นี้ อีกด้วย

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/144093/%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%2581-%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2597-%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B0%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%259E%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%2599%25E0%25B9%2581%25E0%25B8%25AB%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25A1-%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A2-%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%2599-350-%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A7%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%2599-%25E0%25B8%258A%25E0%25B8%25B4%25E0%25B8%25A1%25E0%25B8%2597%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%25A2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259A%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2581%25E0%25B9%2584%25E0%25B8%2594&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3aTd5Ymj_4A-8gVnMu4jFj

  • เอ๊ะ ยังไง ‘พล.อ.รังษี’ ไม่การันตี เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเศรษฐกิจยังอยู่หรือวงแตก

    เอ๊ะ ยังไง ‘พล.อ.รังษี’ ไม่การันตี เลือกตั้งครั้งหน้าพรรคเศรษฐกิจยังอยู่หรือวงแตก

    พล.อ.รังษี ไม่การันตีเลือกตั้งรอบหน้า พรรคเศรษฐกิจจะยังอยู่หรือวงแตก บอกใครจะไปรู้ “ไอ้คริส เกิดอยากเป็นหัวหน้าพรรค มันอาจจะปลดผมก็ได้ แต่ย้ำหากยังอยู่การเมือง ลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์1 แน่ เผยเรียก3สส.มาด่าหลายรอบ หลังแสดงออกสวนความรู้สึกประชาชน

    7 มิถุนายน 2569 – พล.อ.รังษี กิติญาณทรัพย์ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจ กล่าวถึงบทบาททางการเมืองของพรรคเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมาว่า พรรคเศรษฐกิจเป็นพรรคร่วมรัฐบาลสามเสียง เป็นการร่วมรัฐบาลแบบไม่มีเงื่อนไขคือไปร่วมรัฐบาลแต่ไม่ต้องให้ตำแหน่งอะไรพวกผม ก็มีคนของพรรคเศรษฐกิจไปเป็นวิปรัฐบาล

    และเมื่อถามว่าถึงตอนนี้พอใจการทำงานของลูกพรรค ที่เป็นสส.บัญชีรายชื่อ ในสภาฯ ทั้งสามคนหรือไม่ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจระบุว่ามันต้องมีการปรับอะไรหลายอย่างเพราะการแสดงท่าทีของมัน บางครั้ง เขาเรียกว่ามันขัดกับความรู้สึกประชาชน คือการพูดการจาต้องระวัง ของบางอย่างไม่ควรแสดงความคิดเห็น อย่าออกมาแสดงความเห็น คนเราต้องมีวุฒิภาวะ ผมเรียกมันมาด่าไปหลายรอบแล้ว แต่ว่าไม่มีปัญหาอะไร เพราะขนาดพี่น้องกันมันยังมีทะเลาะกันเลยขนาดพี่้น้องกันแท้ๆ อันนี้คนข้างนอก ถูกไหม ก็มากันต่างครอบครัวแล้วมารวมอยู่พรรคเดียวกัน มันก็ต้องติติงกันได้ ของบางอย่างมันต้องรู้ว่าควรจะทำหรือไม่ควร มีกาละเทศะหรือไม่

    เมื่อถามว่าเลือกตั้งรอบหน้า พลเอกรังษี จะลงสมัครเลือกตั้งหรือไม่ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจกล่าวว่า ถ้าผมยังอยู่ในการเมือง รอบหน้าผมลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่ง คือแบบนี้ เลือกตั้งที่ผ่านมา ผมคิดของผมอีกอย่างหนึ่งว่า หากผมอยู่เบอร์หนึ่ง แล้วผมเข้าสภาฯไปคนเดียว แล้วผมจะไปทำอะไรได้ เห็นหรือไม่พรรคการเมืองที่มีสส.คนเดียวเข้าไปทำอะไรได้ ก็ทำได้แค่คอนเทนต์ ตอนนั้นไม่ได้คิดใหญ่อะไร แต่ว่าผมมีนโยบายที่คิดอยากจะทำหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเศรษฐกิจ ความมั่นคงแต่หากได้เสียงเข้าสภาฯไปน้อยจะทำอะไรได้ เพราะว่าต้องมีสส.ในสภาฯอย่างน้อย 25 เสียงถึงจะเสนอแก้ไขกฎหมายอะไรได้ ผมคิดว่าหากประชาชนจะเลือกให้ผมอยู่ลำดับที่20 ก็ควรจะเลือก เห็นไหมพรรคใหญ่ได้สส.ปาร์ตี้ลิสต์กัน 30-40 คน แต่เมื่อประชาชนตัดสินผมแค่นี้ ผมก็ยอมรับ ส่วนที่บอกว่ารอบหน้าจะตัดสินใจลงสมัครปาร์ตี้ลิสต์ลำดับที่หนึ่ง เพราะเสียงเรียกร้องเยอะ ผมมาอยู่ในการเมืองระบบแบบนี้ ผมต้องเข้าใจว่าเจ้านายของผมตัวจริงคือประชาชน เพราะประชาชนเป็นคนเลือก เท่าที่ฟังมา เขาบอกว่าหากผมลงสมัครลำดับที่หนึ่งก็จะได้เยอะกว่านี้

     “อันนี้คือหากผมยังอยู่การเมือง เพราะเราก็ไม่รู้ว่าจะมีเลือกตั้งเมื่อใด คือเราต้องดูว่าพรรคมันไปต่อ ไหวหรือไม่ไหว เพราะอย่างเวลาทำธุรกิจ มั่นใจหรือว่าบริษัทที่ทำจะอยู่ไปตลอดชีวิต ไม่มีอะไรแน่นอน  หากเกิดว่าพรรคมันแตก ทำยังไง มันก็เป็นไปได้ เพราะพรรคการเมืองมันก็แตกเยอะแยะไป ผมไม่อยากอะไรที่คอนโทรลไม่ได้แล้วมาคอยพูดทำเป็นจริงจัง ซีเรียส มันไม่มีอะไรแน่นอน”

    ถามถึงว่าแต่พลเอกรังษีเป็นหัวหน้าพรรคต้องรู้สิว่าพรรคไปได้หรือไปไม่ได้ หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจกล่าวตอบว่า มันไม่มีใครรู้เรื่องอนาคตหรอก ผมนอนๆคืนนี้อาจไม่ตื่นขึ้นมาก็ได้ คนเรา จะไปอะไรกับอนาคตได้อย่างไร แต่ที่ผมบอกหากผมยังอยู่ในการเมืองแล้วผมยังลงเลือกตั้ง งวดหน้าผมลงเบอร์หนึ่งแน่นอน

    ถามย้ำว่าพรรคเศรษฐกิจคงไม่วงแตกในการเลือกตั้งรอบหน้า พลเอกรังษีกล่าวตอบว่า มันไม่มีใครรับปากได้หรอกในแวดวง พี่น้องกันเองยังแย่งมรดก ฟ้องร้องกัน แล้วพรรคนี้ คุณจะรู้ได้ไง เกิดไอ้คริส (คริส โปตระนันทน์ สส.บัญชีรายชื่อ) เกิดอยากเป็นหัวหน้าพรรค มันอาจจะปลดผมก็ได้ ก็เป็นไปได้ แต่ผมก็ยอมรับนะ หากเป็นเสียงส่วนใหญ่ มันก็ต้องว่ากันที่เสียงส่วนใหญ่

    “ผมไม่เคยยืนยันในเรื่องอนาคต แต่ผมวิเคราะห์ได้ ถามว่าใครบ้างที่จะกล้ายืนยันว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร คุยกันตรงนี้ จากนี้ไปอีกหนึ่งชั่วโมง ยังไม่รู้เลยว่าจะเจอกับอะไรบ้าง แต่ผมบอกว่าหากผมยังอยู่กับพรรคเศรษฐกิจแล้วผมจะลงสู้ศึกเลือกตั้งรอบหน้า ผมลงปาร์ตี้ลิสต์เบอร์หนึ่งแน่นอน”หัวหน้าพรรคเศรษฐกิจระบุ

    เพิ่มเพื่อน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaipost.net/hi-light/1009663/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3HPIvDvwVJE6ID68CzzkBw

  • วันแรก นทท.ทะลุพันคนแห่ชม “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ไหว้สดุดีวีรชน-ชิมทุเรียนบักได

    วันแรก นทท.ทะลุพันคนแห่ชม “ปราสาทตาควาย-เนิน 350” ไหว้สดุดีวีรชน-ชิมทุเรียนบักได

    นทท.แห่ชมปราสาทตาควาย-เนิน 350 กว่า 1,024 คน ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดแต่ นทท.ไม่สน ซึ่งเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเฉพาะกิจประกอบงานท่องเที่ยวงานส่งเสริมการเกษตร ของดีบักได และทุเรียนของเกษตรกรชายแดน

    เมื่อวันที่ 6 มิ.ย.69 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศที่ปราสตาควายและเนิน 350 ต.บักได อ.พนมงดงรัก จ.สุรินทร์ พบว่ามีประชาชนและนักท่องเที่ยว เดินทางไปชมโบราณสถานกันอย่างคึกคัก ยอดรวมตลอดทั้งวันนี้จำนวน 1,024 คน

    หลังจาก องค์การบริหารส่วนตำบลบักได ร่วมกับอำเภอพนมดงรัก และกองกำลังสุรนารี เปิดให้ประชาชน และนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความงดงามของแหล่งโบราณสถานอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรม ณ พื้นที่ “ปราสาทตาควาย – เนิน 350” ระหว่างวันที่ 6 – 7 มิถุนายน 2569 ซึ่งวันนี้เป็นวันแรก ที่มีการเปิดการท่องเที่ยวเฉพาะกิจปราสาทตาควาย- เนิน 350 ดังกล่าว ประกอบกิจกรรมการท่องเที่ยวงานส่งเสริมการเกษตร ของดีบักได ประจำปี 2569 (ครั้งที่ 3) เพื่อส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ และเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรของชุมชน ที่จะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 7 มิถุนายน 2569 ตั้งแต่เวลา 08.00 น. เป็นต้นไป ณ โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข หมู่ที่ 16 ตำบลบักได อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์

    โดยภายในงานพบกับนิทรรศการด้านการเกษตรและผลิตภัณฑ์ชุมชน การจัดแสดงผลผลิตทางการเกษตรและของดีตำบลบักไดต่างๆ โดยเฉพาะทุเรียน ที่มีการปลูกและเริ่มให้ผลผลิตมากขึ้นมาจำหน่าย การประกวดนิทรรศการของดีตำบลบักได เลือกซื้อสินค้าเกษตร ผลิตภัณฑ์ชุมชน และสินค้าแปรรูปคุณภาพจากเกษตรกรในพื้นที่ ชมนิทรรศการจากหน่วยงานภาครัฐและภาคีเครือข่าย การแสดงมหรสพและการแสดงดนตรี ร่วมอุดหนุนผลผลิตทางการเกษตร สินค้าชุมชน และส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่น

    ทั้งนี้ การเปิดการท่องเที่ยวเฉพาะกิจปราสาทตาควาย- เนิน 350 มีการจำกัดจำนวนผู้ลงทะเบียน วันละ 1000 คน ซึ่งได้มีการเริ่มให้ประชาชนและนักท่องเที่ยว เริ่มยืนยันการลงทะเบียนเข้าชมกับเจ้าหน้าที่ ณ จุดบริการนักท่องเที่ยวโรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ต.บักได อ.พนมดงรักฯตั้งแต่เวลา 06.00 – 11.30 น. เท่านั้น และต้องพกบัตรประชาชนเพื่อยืนยันการลงทะเบียนด้วย นอกจากนี้ยังเปิดให้มีการลงทะเบียนทางแอปพลิเคชัน ที่ https://visit.srru.ac.th/ หรือ สามารถ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ website อบต.บักได https://bakdai.go.th/special-tourism-activities/ องค์การบริหารส่วนตำบลบักได โทร 044-508233

    การเข้าชมพื้นที่ดังกล่าวอยู่ภายใต้การดูแลและอำนวยความสะดวกด้านความปลอดภัยโดยกองกำลังสุรนารี เพื่อให้การเข้าชมเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ปลอดภัย และสร้างความประทับใจแก่ผู้เข้าชมทุกคน

    อย่างไรก็ตาม การเปิดให้เที่ยวชมปราสาทตาควายและเนิน 350 ในครั้ง ทาง อบต.บักได และ อ.พนมดงรัก ได้มีการจัดคิวรถโดยสารสองแถว จำนวน 20 คัน ไว้บริการรับส่งประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่จะต้องลงทะเบียนและขึ้นรถที่โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข ก่อนจะขึ้นรถสองแถวไปเข้าไปยังปราสาทตาควายและเนิน 350 ซึ่งรถยนต์ส่วนตัวจะต้องจอดไว้ที่โรงเรียนบ้านไทยสันติสุข เพื่อเป็นการจัดระเบียบ ไม่ให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวแออัดมากเกินไป และเพื่อไม่ให้เกิดการจราจรที่ติดขัดยาวเหยียดหลายกิโลเมตรเหมือนช่วงที่มีการเปิดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวเข้าชมเมื่อช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่ผ่านมา ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวจะต้องเสียค่าบริการคนละ 100 บาท รายได้จะนำไปบริหารจัดการค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งค่าอาหารน้ำดื่มของบุคลากรและเจ้าหน้าที่ ที่ให้บริการดูแลนักท่องเที่ยว รวมทั้งค่ารถโดยสารไปกลับอีกคนละ 40 บาท อีกด้วย

    โดยประชาชนและนักท่องเที่ยว ที่เข้าไปเที่ยวชม จะมีไกด์นำเที่ยว ซึ่งเป็นบุคลากรในชุมชน แบ่งหน้าที่กันเดินพา นักท่องเที่ยวเข้าชม และแนะนำจุดท่องเที่ยวต่างๆ รวมทั้งจุดที่ห้ามถ่ายภาพและสามารถถ่ายได้ รวมถึงคอยกำชับไม่ให้นักท่องเที่ยวเดินออกนอกเส้นทาง ซึ่งประชาชนและนักท่องเที่ยวต่างให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี โดยเฉพาะจุดชมวิวบนหน้าผาเนิน 350 ที่สามารถมองเห็นผืนแผ่นดินประเทศกัมพูชาที่อยู่พื้นที่ต่ำด้านล่างได้อย่างชัดเจนและสวยงามเป็นอย่างยิ่ง ขณะที่ นทท.ต่างยกมือไหว้ บางคนถึงกับก้มกราบ จุดที่จ่าเริงและพลทหารวุ้นสละชีพบนเนิน 35 พร้อมกับนำดอกไม้ไปวาง เพื่อสดุดีวีรกรรมทหารกล้าดังกล่าว ที่ทำให้คนไทยประทับใจไม่รู้ลืมจนถึงทุกวันนี้

    นายอัมพร โกศล นักท่องเที่ยว อยู่บ้านเลขที่ 024 ม.2 ต.สวนกล้วย อ.กันทรลักษณ์ จ.ศรีสะเกษ กล่าวว่า ตนค้าขายอยู่ที่ จ.อยุธยา กลับมาบ้านเกิดที่ศรีสะเกษ เลยแวะมาเที่ยวเป็นครั้งแรก สถานการณ์ที่ตึงเครียดชายแดน ก็ไม่น่ากลัว ในพื้นที่เรียบร้อยดีและสงบดี เชิญชวนพี่น้องคนไทยมาเที่ยวเยี่ยมชน ที่นี่สวยงามดี มีโอกาสจะมาเที่ยวอีก อยากให้เปิดเที่ยวบ่อยๆ และอยากให้เหตุการณ์สงบปลอดภัยกับนักท่องเที่ยว เพราะที่นี่คือแผ่นดินไทย

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับปราสาทตาควายและเนิน 350 จะมีการเปิดให้เข้าไปเที่ยวชมอีกครั้งในวันเสาร์-อาทิตย์ ที่ 13 และ 14 มิ.ย.69 นี้ ซึ่งเป็นกิจกรรมการท่องเที่ยวเฉพาะกิจ ประกอบกิจกรรม พนมดงรัก โมโต้ครอส ครั้งที่ 1 เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและแหล่งประวัติศาสตร์ วิสาหกิจชุมชน ในวันที่ 14 มิ.ย.69 นี้ อีกด้วย

    ติดตาม ช่อง 8 ได้ทาง
    facebook.com/thaich8

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thaich8.com/news_detail/144093&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw36Nm1Hh2kKfe26XifitWEu