Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ธรรมนัส-นฤมล” นำทัพกล้าธรรมบุก อ.เถิน ลั่นขอโอกาส “พรรคใหม่” ล้างบางระบบเก่า กวาดยกจังหวัดลำปาง! | TOPNEWS

    “ธรรมนัส ควง นฤมล” นำทัพพรรคกล้าธรรมบุกอำเภอเถิน จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายเด็ดแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก ประกาศลั่นขอโอกาสให้ “พรรคคนเหนือ” เข้าไปทำงานแทนคนเก่าที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. พรรคกล้าธรรม นำโดย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมผู้สมัคร​ สส.​บัญชีรายชื่อ​ และ​แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคและสมาชิกพรรค ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย ณ โรงเรียนเถินวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต ในการหาเสียงเลือกตั้ง

    บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่อำเภอเถินและใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยแกนนำพรรคได้พบปะทักทายพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ราคาพืชผลทางการเกษตร และโอกาสในการประกอบอาชีพ

    ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยย้ำถึงความตั้งใจของพรรคกล้าธรรมในการทำงานการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

    ขณะที่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรค ซึ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสวัสดิการที่เข้าถึงได้จริง โดยยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจริง และนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

    ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับงานด้านสังคม การดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม

    ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมย้ำจุดยืนในการเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายของพรรค และขอแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ให้โอกาสผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภา พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1468608&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J5sBxuRMrREo4Nc1v-mDB

  • “ธรรมนัส-นฤมล” นำทัพกล้าธรรมบุก อ.เถิน ลั่นขอโอกาส “พรรคใหม่” ล้างบางระบบเก่า กวาดยกจังหวัดลำปาง! | TOPNEWS

    “ธรรมนัส ควง นฤมล” นำทัพพรรคกล้าธรรมบุกอำเภอเถิน จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายเด็ดแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก ประกาศลั่นขอโอกาสให้ “พรรคคนเหนือ” เข้าไปทำงานแทนคนเก่าที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. พรรคกล้าธรรม นำโดย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมผู้สมัคร​ สส.​บัญชีรายชื่อ​ และ​แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคและสมาชิกพรรค ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย ณ โรงเรียนเถินวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต ในการหาเสียงเลือกตั้ง

    บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่อำเภอเถินและใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยแกนนำพรรคได้พบปะทักทายพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ราคาพืชผลทางการเกษตร และโอกาสในการประกอบอาชีพ

    ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยย้ำถึงความตั้งใจของพรรคกล้าธรรมในการทำงานการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

    ขณะที่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรค ซึ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสวัสดิการที่เข้าถึงได้จริง โดยยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจริง และนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

    ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับงานด้านสังคม การดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม

    ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมย้ำจุดยืนในการเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายของพรรค และขอแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ให้โอกาสผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภา พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1468608&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J5sBxuRMrREo4Nc1v-mDB

  • “ธรรมนัส-นฤมล” นำทัพกล้าธรรมบุก อ.เถิน ลั่นขอโอกาส “พรรคใหม่” ล้างบางระบบเก่า กวาดยกจังหวัดลำปาง! | TOPNEWS

    “ธรรมนัส ควง นฤมล” นำทัพพรรคกล้าธรรมบุกอำเภอเถิน จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายเด็ดแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก ประกาศลั่นขอโอกาสให้ “พรรคคนเหนือ” เข้าไปทำงานแทนคนเก่าที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. พรรคกล้าธรรม นำโดย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมผู้สมัคร​ สส.​บัญชีรายชื่อ​ และ​แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคและสมาชิกพรรค ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย ณ โรงเรียนเถินวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต ในการหาเสียงเลือกตั้ง

    บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่อำเภอเถินและใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยแกนนำพรรคได้พบปะทักทายพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ราคาพืชผลทางการเกษตร และโอกาสในการประกอบอาชีพ

    ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยย้ำถึงความตั้งใจของพรรคกล้าธรรมในการทำงานการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

    ขณะที่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรค ซึ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสวัสดิการที่เข้าถึงได้จริง โดยยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจริง และนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

    ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับงานด้านสังคม การดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม

    ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมย้ำจุดยืนในการเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายของพรรค และขอแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ให้โอกาสผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภา พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1468608&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J5sBxuRMrREo4Nc1v-mDB

  • “ธรรมนัส-นฤมล” นำทัพกล้าธรรมบุก อ.เถิน ลั่นขอโอกาส “พรรคใหม่” ล้างบางระบบเก่า กวาดยกจังหวัดลำปาง! | TOPNEWS

    “ธรรมนัส ควง นฤมล” นำทัพพรรคกล้าธรรมบุกอำเภอเถิน จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายเด็ดแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก ประกาศลั่นขอโอกาสให้ “พรรคคนเหนือ” เข้าไปทำงานแทนคนเก่าที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. พรรคกล้าธรรม นำโดย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมผู้สมัคร​ สส.​บัญชีรายชื่อ​ และ​แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคและสมาชิกพรรค ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย ณ โรงเรียนเถินวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต ในการหาเสียงเลือกตั้ง

    บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่อำเภอเถินและใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยแกนนำพรรคได้พบปะทักทายพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ราคาพืชผลทางการเกษตร และโอกาสในการประกอบอาชีพ

    ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยย้ำถึงความตั้งใจของพรรคกล้าธรรมในการทำงานการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

    ขณะที่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรค ซึ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสวัสดิการที่เข้าถึงได้จริง โดยยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจริง และนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

    ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับงานด้านสังคม การดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม

    ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมย้ำจุดยืนในการเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายของพรรค และขอแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ให้โอกาสผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภา พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1468608&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J5sBxuRMrREo4Nc1v-mDB

  • “ธรรมนัส-นฤมล” นำทัพกล้าธรรมบุก อ.เถิน ลั่นขอโอกาส “พรรคใหม่” ล้างบางระบบเก่า กวาดยกจังหวัดลำปาง! | TOPNEWS

    “ธรรมนัส ควง นฤมล” นำทัพพรรคกล้าธรรมบุกอำเภอเถิน จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายเด็ดแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก ประกาศลั่นขอโอกาสให้ “พรรคคนเหนือ” เข้าไปทำงานแทนคนเก่าที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. พรรคกล้าธรรม นำโดย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมผู้สมัคร​ สส.​บัญชีรายชื่อ​ และ​แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคและสมาชิกพรรค ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย ณ โรงเรียนเถินวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต ในการหาเสียงเลือกตั้ง

    บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่อำเภอเถินและใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยแกนนำพรรคได้พบปะทักทายพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ราคาพืชผลทางการเกษตร และโอกาสในการประกอบอาชีพ

    ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยย้ำถึงความตั้งใจของพรรคกล้าธรรมในการทำงานการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

    ขณะที่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรค ซึ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสวัสดิการที่เข้าถึงได้จริง โดยยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจริง และนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

    ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับงานด้านสังคม การดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม

    ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมย้ำจุดยืนในการเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายของพรรค และขอแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ให้โอกาสผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภา พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1468608&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J5sBxuRMrREo4Nc1v-mDB

  • 10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    เมื่อ “ความเป็นตัวเอง” กลายเป็นนิยามใหม่ของยุคทองแห่งการท่องเที่ยว

    ในปี 2569 การเดินทางจะไม่ใช่เรื่องของการตามแพลนเดียวกันทั้งกลุ่มอีกต่อไป แต่จะกลายเป็นพื้นที่ส่วนตัวที่สะท้อนตัวตน ความเชื่อ ความหลงใหล และช่วงเวลาสำคัญของชีวิตแต่ละคนอย่างชัดเจนที่สุด

    จากแบบสำรวจการคาดการณ์เทรนด์การเดินทางฉบับครบรอบ 10 ปีของ Booking.com ซึ่งเก็บข้อมูลจากผู้เดินทางกว่า 29,000 คนใน 33 ประเทศและดินแดนทั่วโลก พบว่าผู้คนกำลังก้าวเข้าสู่ “ยุคทองของทุกคน” (The Golden Era of Everyone) ยุคที่การเดินทางถูกออกแบบมาเพื่อเราแต่ละคนโดยเฉพาะ ไม่ต้องเหมือนใคร และไม่ต้องรู้สึกผิดที่จะเป็นตัวเอง

    การท่องเที่ยวในปี 2569 จะเปลี่ยนจากแนวคิด “หนึ่งแผนใช้ได้ทั้งทริป” ไปสู่การเดินทางที่ยืดหยุ่น เปิดรับการลองผิดลองถูก และกล้าที่จะหลุดออกจากกรอบเดิม ๆ ผู้เดินทางจะเลือกประสบการณ์ที่ตอบโจทย์ตัวตนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบความสัมพันธ์กับคนร่วมทริป การหลบหนีเข้าสู่โลกแฟนตาซีในจินตนาการ หรือการพักผ่อนในบ้านตากอากาศที่เต็มไปด้วยเทคโนโลยีล้ำสมัย โดยมีเทคโนโลยี โดยเฉพาะ AI ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยสำคัญในการวางแผน คัดเลือก และปรับแต่งประสบการณ์ให้ตรงใจมากกว่าที่เคย

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Romantasy Retreats – เมื่อการเดินทางคือการก้าวเข้าไปอยู่ในโลกแฟนตาซี

    หนึ่งในเทรนด์ที่โดดเด่นที่สุดคือ Romantasy Retreats หรือการเดินทางหลบหนีสู่โลกโรแมนตาซี เมื่อกระแสนิยายและภาพยนตร์แฟนตาซีกลับมาได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ผู้เดินทางไม่ได้ต้องการเพียงอ่านหรือรับชมเรื่องราวเหล่านั้นอีกต่อไป แต่ต้องการ “เข้าไปใช้ชีวิต” ในโลกแห่งมังกร ปราสาทต้องมนต์ ป่าลึกลับ งานเลี้ยงยุคกลาง และงานเต้นรำสวมหน้ากาก

    โดย 91% ของผู้เดินทางชาวไทยสนใจเยือนจุดหมายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิยายโรแมนตาซี และกว่า 81% เปิดใจเข้าร่วมกิจกรรมสวมบทบาทจากหนัง เกม หรือหนังสือที่ชื่นชอบ เทคโนโลยี AI จึงเข้ามามีบทบาทในการแนะนำที่พัก จุดถ่ายทำ หรือสถานที่จริงที่ให้บรรยากาศราวกับหลุดออกมาจากเทพนิยาย ทำให้ความแฟนตาซีกลายเป็นประสบการณ์ที่จับต้องได้

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Humanoid Homes – บ้านพักอัจฉริยะที่ไม่ได้แค่พัก แต่ “ดูแล” คุณ

    ขณะเดียวกัน Humanoid Homes หรือบ้านพักตากอากาศอัจฉริยะ กำลังนิยามอนาคตของการพักผ่อนใหม่ บ้านพักไม่ใช่แค่พื้นที่ส่วนตัวอีกต่อไป แต่กลายเป็นพื้นที่ทดลองนวัตกรรม ตั้งแต่หุ่นยนต์ทำความสะอาด หุ่นยนต์เชฟ ไปจนถึงระบบจัดการพลังงาน น้ำ และของเสียอัจฉริยะ

    ผู้เดินทางชาวไทยถึง 94% เปิดใจจองที่พักที่มีหุ่นยนต์เป็นส่วนหนึ่งของประสบการณ์ และกว่าหนึ่งในสี่ต้องการให้เทคโนโลยีช่วยดูแลเรื่องความยั่งยืน ความล้ำสมัยเหล่านี้ไม่ได้ให้แค่ความสะดวกสบาย แต่ยังสร้างความรู้สึกตื่นเต้น ภาคภูมิใจ และทำให้การพักผ่อนกลายเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำราวกับอยู่ในโลกไซไฟ

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Turbulence Test – ทริปที่ไม่ได้แค่เที่ยว แต่ทดสอบใจและความสัมพันธ์

    อีกมิติหนึ่งที่น่าสนใจคือ Turbulence Test การเดินทางเพื่อทดสอบความสัมพันธ์ เมื่อทริปวันหยุดกลายเป็นสนามทดลองความเข้ากันได้ของคู่รัก เพื่อนสนิท หรือแม้แต่เพื่อนร่วมงาน ผู้เดินทางชาวไทยกว่า 92% เปิดรับการเดินทางรูปแบบนี้ ไม่ว่าจะเป็นการไปยังจุดหมายห่างไกล การเผชิญข้อจำกัดด้านงบ ภาษา หรืออินเทอร์เน็ต รวมถึงการสลับบทบาทผู้นำทริป เทรนด์นี้สะท้อนว่าการเดินทางไม่ใช่แค่การพักผ่อน แต่เป็นเครื่องมือในการเรียนรู้ เข้าใจ และประเมินความสัมพันธ์ในชีวิตจริง โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z ที่เปิดรับการทดลองรูปแบบใหม่มากที่สุด

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Shelf-ie Souvenirs – ของที่ระลึกที่เล่าเรื่องผ่านชั้นวางในบ้าน

    ความเป็นตัวตนยังแสดงออกผ่านรายละเอียดเล็ก ๆ อย่างของที่ระลึกในเทรนด์ Shelf-ie Souvenirs เมื่อเครื่องครัว เครื่องปรุง และวัตถุดิบท้องถิ่นกลายเป็นตัวแทนความทรงจำ ผู้เดินทางชาวไทย 87% เลือกซื้อของใช้ในครัวที่มีดีไซน์และเรื่องราวระหว่างการเดินทาง และมองว่าชั้นวางของในบ้านคือพื้นที่จัดแสดงวัฒนธรรมจากทั่วโลก ของที่ระลึกเหล่านี้ไม่ได้มีคุณค่าทางสุนทรียภาพเท่านั้น แต่ยังเชื่อมโยงอารมณ์ ความทรงจำ และวิถีชีวิตของผู้คนในท้องถิ่นเข้าไว้ด้วยกัน

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Roadtrip Rewired – โร้ดทริปที่ปลายทางไม่สำคัญเท่าคนและเรื่องราวระหว่างทาง

    ด้านการเดินทางบนท้องถนน Roadtrip Rewired กำลังเปลี่ยนภาพจำเดิม ๆ ของโร้ดทริป จากการขับรถไปถึงจุดหมาย กลายเป็นการเปิดรับผู้คนใหม่ เรื่องไม่คาดฝัน และประสบการณ์ระหว่างทาง ผู้เดินทางชาวไทย 95% เปิดรับการใช้รถร่วมกัน และ 81% ยินดีใช้แอปเพื่อหาเพื่อนร่วมเส้นทาง ขณะที่ AI และรถยนต์ไร้คนขับกำลังเข้ามามีบทบาทในการออกแบบเส้นทางที่สวยงาม แปลกใหม่ และเหมาะกับความสนใจเฉพาะบุคคล โดยคนรุ่นใหม่เป็นกลุ่มที่นำเทรนด์นี้อย่างชัดเจน

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Destined-ations – เมื่อดวงดาวกลายเป็นเข็มทิศการเดินทาง

    ในอีกมุมหนึ่ง Destined-ations หรือการเดินทางตามดวงดาว กำลังสะท้อนการแสวงหาความหมายทางจิตวิญญาณ ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากยอมปรับหรือยกเลิกแผนการเดินทางหากได้รับคำแนะนำจากหมอดู หรือได้รับผลกระทบจากปรากฏการณ์ทางโหราศาสตร์ เช่น ดาวพุธถอยหลัง การเลือกวันเดินทางตามข้างขึ้นข้างแรม หรือการไปเยือนสถานที่ที่เชื่อว่ามีพลังงานสูง กลายเป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบทริป โดยเฉพาะในกลุ่ม Gen Z และ Millennial

    • 72% ของผู้เดินทางชาวไทยพิจารณาปรับเปลี่ยนหรือยกเลิกแผนการเดินทางของพวกเขาหากผู้ปรึกษาทางจิตวิญญาณหรือหมอดูแนะนำว่ายังไม่ใช่เวลาที่เหมาะสม
    • 75% ของพวกเขาจะพิจารณาทริปการเดินทางใหม่อีกรอบหากมีคำเตือนจากโชคชะตา
    • มากกว่าครึ่ง (58%) จะปรับเปลี่ยนแผนการเดินทางหากดาวพุธโคจรถอยหลังซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการสื่อสารที่ผิดพลาดหรือการเดินทางล่าช้า

    นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนการเดินทางตามหลักจักรวาลแล้ว ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากยังแสวงหาประสบการณ์การเดินทางที่เกี่ยวข้องกับความลึกลับหรือโหราศาสตร์เช่นกัน

    • 55% ของพวกเขาระบุว่าเมื่อต้องวางแผนการเดินทาง พวกเขาจะพิจารณาจากอิทธิพลทางโหราศาสตร์เหล่านี้ ตั้งแต่กำหนดการออกเดินทางที่ตรงกับข้างขึ้นข้างแรมหรือวันครีษมายันซึ่งมีช่วงเวลากลางวันยาวนานที่สุดในรอบปี ไปจนถึงกำหนดการการเยี่ยมชมสถานที่ที่มีพลังงานสูง
    • ผู้เดินทาง Gen Z ชาวไทย (65%) และมากกว่าครึ่งของ Millennial (56%) มีความสนใจในการค้นหาจิตวิญญาณเป็นพิเศษซึ่งพิสูจน์ให้เห็นว่าสำหรับพวกเขาแล้ว เส้นทางของการค้นพบตัวเองนั้นอาจถูกกำหนดไว้แล้ว

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Glow-cations – ทริปเพื่อผิวสวย สุขภาพดี และการฟื้นฟูจากภายใน

    เทรนด์สุขภาพก็ลึกซึ้งและเฉพาะตัวมากขึ้นกับ Glow-cations การเดินทางเพื่อผิวเปล่งประกาย ที่ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ตั้งแต่การวิเคราะห์ผิวด้วย AI กระจกอัจฉริยะ การออกแบบสภาพแวดล้อมเพื่อการนอนหลับ ไปจนถึงทรีตเมนต์ที่ปรับตามสภาพอากาศและกิจกรรมในแต่ละพื้นที่ ผู้เดินทางชาวไทยกว่า 90% สนใจทริปที่ช่วยฟื้นฟูผิวและคุณภาพการนอนควบคู่กันไป

    • ผู้เดินทางชาวไทย 91% สนใจที่จะจองทริปวันหยุดสำหรับการดูแลสุขภาพผิวโดยเฉพาะ โดยมีทรีตเมนต์สำหรับผิวกายหลายประเภทซึ่งปรับให้เหมาะสมกับความต้องการของผิวตามแต่ละบุคคล
    • จากการพักผ่อนในสปาแบบเดิม ๆ กำลังกลายเป็นการเดินทางแบบไฮเทค และผู้เดินทางชาวไทย (78%) ระบุว่าพวกเขาอาจจะใช้ AI สำหรับช่วยระบุจุดหมายปลายทางที่เหมาะสมกับความต้องการทางด้านผิวพรรณของพวกเขาอย่างพิถีพิถัน
    • ความต้องการเฉพาะตัวของทริปดังกล่าวลึกซึ้งกว่าที่เคย โดยผู้เดินทางชาวไทย 88% เปิดใจให้กับบริการปรนนิบัติผิวที่เน้นไปยังการเติมความชุ่มชื้น ซึ่งถูกออกแบบและปรับให้เหมาะกับกิจกรรมและสภาพอากาศของแต่ละท้องถิ่น 
    • ขณะที่ 85% ให้ความสนใจกับกระจกอัจฉริยะที่ช่วยวิเคราะห์รูขุมขนและความชุ่มชื้นของผิวเพื่อให้คำแนะนำด้านการดูแลผิว
    • การปรับปรุงคุณภาพการนอนยังเป็นเรื่องสำคัญเช่นกัน โดย 90% ของผู้เดินทางชาวไทยสนใจที่พักที่ออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการนอน ภายใต้สภาวะแสงและเสียงที่สอดคล้องเกี่ยวข้องกับนาฬิการ่างกายซึ่งเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญสำหรับการซ่อมแซมและฟื้นฟูผิว

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Hushed Hobbies – ความเงียบที่กลายเป็นประสบการณ์ล้ำค่า

    ขณะเดียวกัน ความเงียบกลับดังขึ้นในเทรนด์ Hushed Hobbies เมื่อผู้คนโหยหาการเชื่อมโยงกับธรรมชาติผ่านกิจกรรมแสนสงบ เช่น ดูนก ตกปลา ส่องแมลง หรือเก็บของป่า เทคโนโลยีไม่ได้หายไป แต่กลับทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยเงียบ ๆ ในการให้ข้อมูลสายพันธุ์ เส้นทาง และฤดูกาล ทำให้การพักผ่อนคือการลดความเร็วชีวิต ไม่ใช่การเพิ่มกิจกรรม

    • ผู้เดินทางชาวไทยเกินครึ่ง (54%) ระบุว่าพวกเขาตั้งใจที่จะไปพักผ่อนในสถานที่ที่ทำให้ใกล้ชิดกับธรรมชาติมากขึ้น
    • 33% หันไปสนใจงานอดิเรกที่เงียบสงบมากขึ้นในช่วงวันหยุด โดยผู้เดินทางชาวไทยจะมองหากิจกรรมที่ฝึกความอดทน การทบทวนตัวเอง และการคลายเครียด
    • 84% ของพวกเขาอาจลองทำกิจกรรมส่องผีเสื้อกลางคืนหรือแมลง ส่วน 87% เลือกที่จะตกปลาหรือดูนก
    • 91% ระบุว่าพวกเขาต้องการที่จะเข้าพักในสถานที่ที่พวกเขาจะได้ทำกิจกรรมเก็บหาของป่าในพื้นที่ธรรมชาติของชุมชนสำหรับนำมาปรุงอาหารของตัวเอง โดยกิจกรรมเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เดินทางได้ใกล้ชิดกับธรรมชาติอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    PastPorts – เดินทางย้อนอดีต เพื่อเข้าใจตัวเองในวันนี้

    อดีตก็กลายเป็นจุดหมายใน PastPorts เมื่อ AI ช่วยแปลงความทรงจำ ภาพถ่ายเก่า และเรื่องเล่าของครอบครัวให้กลายเป็นแผนการเดินทาง ผู้เดินทางชาวไทยจำนวนมากต้องการย้อนกลับไปยังสถานที่แห่งความทรงจำ เพื่อเชื่อมโยงผู้คนข้ามรุ่น ทำความเข้าใจอดีต และสร้างความหมายใหม่ให้กับชีวิต

    สำหรับผู้เดินทางชาวไทยหลายคน ทริปเหล่านี้ล้วนเป็นทริปที่มีความหมายกับพวกเขาอย่างลึกซึ่งและยังคงต้องการย้อนเวลากลับไปสัมผัสช่วงเวลานั้น ๆ อีกครั้งเพื่อแบ่งปันความสุขให้กับผู้อื่นได้

    • 91% ของผู้เดินทางชาวไทยกล่าวว่าพวกเขาต้องการที่จะสร้างความทรงจำหรือรูปภาพในอดีตใหม่อีกรอบโดยใช้เทคโนโลยีในการช่วยระบุตำแหน่งของสถานที่ในความทรงจำ และเดินทางไปเยือนที่ดังกล่าว
    • เกือบครึ่งของผู้เดินทางชาวไทย (49%) ระบุว่าแรงบันดาลใจหลักของทริปนี้คือการกลับไปยังความทรงจำนั้น ๆ อีกครั้งกับครอบครัวหรือเพื่อนสนิท
    • ขณะที่ 55% ต้องการที่จะเดินทางไปยังจุดหมายปลายทางที่ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกลับไปเป็นเด็ก เชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต และได้กลับบ้าน
    • พวกเขามองทริปเที่ยวในอดีตเหล่านี้เป็นหมุดหมายสำคัญของชีวิต (31%) ไม่ว่าจะเป็นการทบทวนการเติบโตของตัวเองหรือกลับไปเชื่อมโยงกับผู้คนในอดีต (32%) รวมถึงการกลับไปยังสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำในช่วงยากลำบากเพื่อทำความเข้าใจและปล่อยวางความรู้สึกนั้นไป (36%)

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    Modern Milestone Missions – ฉลองความสำเร็จในแบบของตัวเอง

    ท้ายที่สุด Modern Milestone Missions สะท้อนว่าการเดินทางไม่จำเป็นต้องรอ “เหตุการณ์สำคัญแบบเดิม” อีกต่อไป ผู้คนออกเดินทางเพื่อฉลองความสำเร็จในแบบของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นการได้งานใหม่ การดูแลสุขภาพสำเร็จ หรือแม้แต่การเริ่มต้นชีวิตบทใหม่ การเดินทางจึงกลายเป็นรางวัลของความพยายาม และเป็นการยืนยันคุณค่าของตัวตน

    • 77% ของผู้เดินทางชาวไทยระบุว่าพวกเขาไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลมารองรับเมื่อตัดสินใจจองการเดินทาง
    • เกือบหนึ่งในห้า (19%) กล่าวว่าพวกเขาต้องการที่จะไปเยือนจุดหมายปลายทางในฝันโดยที่ไม่ต้องรอเหตุการณ์สำคัญแบบเดิม ๆ มาเป็นตัวกำหนดคุณค่าของการเดินทางในครั้งนี้

    กระแสของทริปเพื่อฉลองความสำเร็จรูปแบบใหม่ตอกย้ำให้เห็นว่าผู้เดินทางกำลังให้ความสำคัญกับความสำเร็จส่วนตัวในรูปแบบของตัวเอง และใช้การออกเดินทางเป็นวิธีการเฉลิมฉลองตัวตนของพวกเขา

    • 87% ของผู้เดินทางชาวไทยมองว่าการเดินทางคือรางวัลสำหรับความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานหนัก
    • ยังมีเหตุผลใหม่ ๆ สำหรับการออกเดินทางปรากฏให้เห็นมากขึ้น ทั้งการฉลองที่ได้งานใหม่หรือได้เลื่อนขั้น (24%) การได้รับเงินคืนภาษีแบบไม่คาดคิด (14%) การจบความสัมพันธ์ (15%) และการอวดเสื้อผ้าใหม่ ๆ (12%)
    • ความสำเร็จด้านสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งแรงจูงใจที่ทรงพลังเช่นกัน ด้วยผู้เดินทางชาวไทยเกือบหนึ่งในห้า (23%) เดินทางเพื่อเฉลิมฉลองความสำเร็จครั้งสำคัญของพวกเขา เช่น การเลิกแอลกอฮอล์หรือการเปลี่ยนแปลงด้านรูปร่าง

    10 เทรนด์ท่องเที่ยว 2569 เมื่อความเป็นตัวเองกลายเป็นหัวใจของทุกการเดินทาง

    คุณบรานาวัน อรุลโจธี Area Manager ของ Booking.com สรุปว่า ปี 2569 การเดินทางคือกระจกสะท้อนตัวตนอย่างแท้จริง และ Booking.com มุ่งมั่นที่จะทำให้ทุกคนสามารถออกไปค้นพบโลกในแบบของตัวเองได้ง่าย ยืดหยุ่น และเต็มไปด้วยความหมายมากกว่าที่เคย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.posttoday.com/smart-life/737162&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gYOuNVNpMEQLRgvfLv9rb

  • เอกชนเชียงใหม่ หนุนรัฐ ดึง “ลิซ่า” ฉลอง 730 ปี เมืองเชียงใหม่ ชูมรดกโลก ปลุกซอฟต์พาวเวอร์ดึงคนทั่วโลก | TOPNEWS

    สมาคมโรงแรมภาคเหนือหนุนรัฐบาลใหม่ใช้ Soft Power เต็มพิกัด ชงไอเดียเชิญ “ลิซ่า ลลิษา” ศิลปินระดับโลก ร่วมฉลองครบรอบ 730 ปีเมืองเชียงใหม่ในปี 2570 พร้อมดัน “เมืองเก่า” สู่มรดกโลก เชื่อพลังแฟนคลับทั่วโลกจะช่วยพลิกฟื้นเศรษฐกิจให้กลับมาคึกคักแบบก้าวกระโดด

    ภาคเอกชนด้านการท่องเที่ยวจังหวัดเชียงใหม่ หนุนรัฐบาลใหม่เดินหน้าต่อยอดนโยบายส่งเสริมการท่องเที่ยว ด้วยการเชิญ “ลิซ่า” หรือนางสาวลลิษา มโนบาล ศิลปินไทยระดับโลก ร่วมกิจกรรมเฉลิมฉลองการก้าวสู่การเป็นเมืองมรดกโลกของจังหวัดเชียงใหม่ ครบรอบ 730 ปี ในปี 2570 เชื่อจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจในเขตเมืองเก่าได้อย่างเป็นรูปธรรม

    นายไพศาล สุขเจริญ นายกสมาคมโรงแรมไทยภาคเหนือ (ตอนบน) เปิดเผยว่า การนำน้องลิซ่ามาช่วยโปรโมตการท่องเที่ยวถือเป็นแนวทางที่ถูกต้องและเห็นผลชัดเจน จากกรณีที่ผ่านมาในหลายพื้นที่ ศิลปินดังระดับโลก มีคนติดตามเป็นแฟนคลับจำนวนมาก ซึ่งพบว่าการท่องเที่ยวจุดนั้นจะคึกคัก เศรษฐกิจในพื้นที่ฟื้นตัว เพราะมาตามรอย อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าคนไทยและต่างชาติ

    “น้องลิซ่า เป็นคนไทยและเป็นศิลปินระดับโลก มีฐานแฟนคลับจำนวนมาก เพียงแค่น้องเดินทางไปที่ใด ก็สามารถสร้างกระแสและดึงดูดนักท่องเที่ยวได้ทันที ถือเป็นพลังซอฟต์พาวเวอร์ที่สำคัญของประเทศ” นายไพศาลกล่าว

    สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ นายไพศาล กล่าวว่า ต้องการให้น้องลิซ่ามีส่วนร่วมในการกระตุ้นการท่องเที่ยวเขตเมืองเก่า ซึ่งกำลังอยู่ระหว่างการผลักดันสู่การเป็นเมืองมรดกโลก และจะมีการเฉลิมฉลองครบรอบ 730 ปี ในปี 2570 หากรัฐบาลใหม่เชิญน้องลิซ่ามาร่วมกิจกรรมเปิดงาน จะช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกให้เดินทางเข้ามาเยือนเชียงใหม่มากยิ่งขึ้น

    ทั้งนี้ เมื่อมีนักท่องเที่ยวเข้ามาในเขตเมืองเก่าและใจกลางเมือง จะช่วยกระจายการท่องเที่ยวไปยังจุดต่างๆ ภายในตัวเมือง ส่งผลดีต่อผู้ประกอบการ ร้านค้า ร้านอาหาร โรงแรม ที่พัก และผู้ให้บริการด้านการท่องเที่ยวโดยรวม ช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของเมืองเชียงใหม่ให้กลับมาคึกคักได้อย่างแน่นอน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1469598&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2NpwocLCzDyCDzIqicKw-a

  • ปมร้อน “ประกันสังคม” ระบบไอที-แอปฯ ล่มบ่อย-งบ 35 ล้านตัดสูทเงินใคร

    ปมร้อน “ประกันสังคม” ระบบไอที-แอปฯ ล่มบ่อย-งบ 35 ล้านตัดสูทเงินใคร

    จี้สอบ แอปฯ ประกันสังคม 850 ล้าน ขัดข้องนาน

    จากกรณีดราม่า แอปฯ SSO Plus ของสำนักงานประกันสังคม แจ้งปิดปรับปรุงระบบชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 21 ม.ค. 2569 ที่ผ่านมา ก่อนจะเลื่อนเปิดให้บริการถึง 3 ครั้ง โดยระบุว่า เนื่องจากพบปัญหาขัดข้องทางเทคนิคการให้บริการ ทั้งนี้ประกันสังคม จะเร่งดำเนินการตรวจสอบ แก้ไขปัญหาเพื่อให้ระบบกลับมาให้บริการได้โดยเร็วต่อไป โดยมีกำหนดจะเปิดให้บริการ ในเวลา 09.00 น. วันที่ 1 ก.พ. 69

    ผลจากการปิดปรับปรุง ส่งผลให้ผู้ประกันตนจำนวนมาก ที่ทำเรื่อง เงินชดเชยเยียวยาหลังออกจากงาน ไม่ได้รับเงิน สร้างความเสียหายแก่ผู้ประกันตนเป็นวงกว้าง ทั้งที่ “เว็บแอป” ดังกล่าวใช้วงเงินกว่า 848 ล้านบาท จัดซื้อจัดจ้างมา แถมยังควักอีก 275 ล้านบาท เพื่อดำเนินโครงการ SSO+ อีก

    ด้านเฟซบุ๊กเพจ “ประกันสังคมก้าวหน้า – Progressive Social Security” ได้ออกมาโพสต์ข้อความ ตั้งคำถามว่า “ตามที่สำนักงานประกันสังคมประสบปัญหาการใช้งานระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อการรับสิทธิประโยชน์ว่างงาน และการเข้าถึงบริการผ่านระบบ e-Self Service และแอปพลิเคชัน SSO Plus โดยทางสำนักงานฯ ได้ชี้แจงสาเหตุและแนวทางแก้ไขเบื้องต้น”

    สถานการณ์ปัญหาปัจจุบันและแนวทางแก้ไขของ สปส.

    ปัญหาการจ่ายประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงาน: มีข้อมูลค้างท่อจากการปิดระบบช่วงปีใหม่ โดย สปส. คาดว่าจะดำเนินการนำเข้าข้อมูลแล้วเสร็จภายในวันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2569

    ระบบ e-Self Service และ SSO Plus ขัดข้อง: เนื่องจากมีผู้ใช้งานจำนวนมาก (High Load) เกินกว่าระบบจะรองรับได้ คาดว่าจะแก้ไขเบื้องต้นภายในวันที่ 30 มกราคม 2569

    แผนสำรองที่สร้างข้อกังวล: หากภายใน 1 สัปดาห์ปัญหายังไม่คลี่คลาย สปส. เสนอ 2 แนวทางคือ (1) จัดซื้อ Oracle Database เพิ่มเติม หรือ (2) Rollback กลับไปใช้ระบบเดิม (SAPIENS) ซึ่งทั้งสองแนวทางสะท้อนถึงความล้มเหลวในการเปลี่ยนผ่านสู่ระบบใหม่ (850 ล้าน)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/861743&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0FulFyMqfWuwkvgIvS4B5A

  • “ธรรมนัส-นฤมล” นำทัพกล้าธรรมบุก อ.เถิน ลั่นขอโอกาส “พรรคใหม่” ล้างบางระบบเก่า กวาดยกจังหวัดลำปาง! | TOPNEWS

    “ธรรมนัส ควง นฤมล” นำทัพพรรคกล้าธรรมบุกอำเภอเถิน จัดเวทีปราศรัยใหญ่ ชูนโยบายเด็ดแก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรและเศรษฐกิจฐานราก ประกาศลั่นขอโอกาสให้ “พรรคคนเหนือ” เข้าไปทำงานแทนคนเก่าที่ยังไม่เห็นการเปลี่ยนแปลง

    เมื่อเย็นวันที่ 26 มกราคม 2569 เวลา 17.00 น. พรรคกล้าธรรม นำโดย ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรมผู้สมัคร​ สส.​บัญชีรายชื่อ​ และ​แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคกล้าธรรม, ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม และ นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม พร้อมด้วยคณะผู้บริหารพรรคและสมาชิกพรรค ลงพื้นที่จัดเวทีปราศรัย ณ โรงเรียนเถินวิทยา อำเภอเถิน จังหวัดลำปาง เพื่อช่วยผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต ในการหาเสียงเลือกตั้ง

    บรรยากาศการปราศรัยเป็นไปอย่างคึกคัก มีประชาชนในพื้นที่อำเภอเถินและใกล้เคียงเข้าร่วมรับฟังจำนวนมาก โดยแกนนำพรรคได้พบปะทักทายพี่น้องประชาชนอย่างใกล้ชิด พร้อมรับฟังความคิดเห็นและปัญหาความเดือดร้อนที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ทั้งด้านเศรษฐกิจ ค่าครองชีพ ราคาพืชผลทางการเกษตร และโอกาสในการประกอบอาชีพ

    ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า กล่าวปราศรัยย้ำถึงความตั้งใจของพรรคกล้าธรรมในการทำงานการเมืองที่ยึดประชาชนเป็นศูนย์กลาง มุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาปากท้องของประชาชนอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการดูแลเกษตรกร ผู้ใช้แรงงาน และผู้ประกอบการรายย่อย เพื่อให้สามารถยืนหยัดได้ท่ามกลางสภาวะเศรษฐกิจที่ผันผวน

    ขณะที่ ดร.นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้นำเสนอนโยบายสำคัญของพรรค ซึ่งเน้นการฟื้นฟูเศรษฐกิจฐานราก การสร้างรายได้ที่มั่นคงให้กับประชาชน ลดความเหลื่อมล้ำ และผลักดันสวัสดิการที่เข้าถึงได้จริง โดยยืนยันว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมทำงานเชิงรุก ลงพื้นที่รับฟังปัญหาจริง และนำไปสู่การแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม

    ด้าน นางปวีณา หงสกุล ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสังคม กล่าวถึงการให้ความสำคัญกับงานด้านสังคม การดูแลกลุ่มเปราะบาง เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ด้อยโอกาส เพื่อให้ทุกคนสามารถเข้าถึงโอกาสและคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างเท่าเทียม

    ทั้งนี้ พรรคกล้าธรรมย้ำจุดยืนในการเดินหน้าลงพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจในนโยบายของพรรค และขอแรงสนับสนุนจากประชาชนชาวจังหวัดลำปาง ให้โอกาสผู้สมัครของพรรคกล้าธรรมทั้ง 4 เขต เข้าไปทำหน้าที่เป็นปากเสียงแทนประชาชนในสภา พร้อมผลักดันการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนอย่างยั่งยืนต่อไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1468608&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1J5sBxuRMrREo4Nc1v-mDB

  • เอกชนประเมินความเสี่ยง เศรษฐกิจไทยปี 2569 เตือนธุรกิจรักษาสภาพคล่องด่วน

    เอกชนประเมินความเสี่ยง เศรษฐกิจไทยปี 2569 เตือนธุรกิจรักษาสภาพคล่องด่วน

    เอกชนประเมินความเสี่ยง เศรษฐกิจไทยปี 2569 เตือนธุรกิจรักษาสภาพคล่องด่วน

    ดร.ธนิต โสรัตน์ รองประธานองค์การนายจ้างผู้ประกอบการการค้าและอุตสาหกรรมไทย เปิดเผยกับฐานเศรษฐกิจว่า ประเทศไทยกำลังเผชิญกับปัจจัยเสี่ยงหลายด้านเข้ามาพร้อมกัน ทั้งจากปัจจัยภายในและภายนอกประเทศ โดยประเด็นที่น่ากังวลอันดับหนึ่งคือ ความไม่แน่นอนทางการเมืองหลังการเลือกตั้งวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ซึ่งคาดการณ์ว่าจะเกิดการจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างพรรคการเมืองใหญ่ที่อาจไม่เป็นเนื้อเดียวกัน และอาจส่งผลกระทบโดยตรงต่อการขับเคลื่อนงบประมาณและแผนงานต่าง ๆ ของประเทศ

    ขณะเดียวกันยังมีความกังวลว่ารัฐบาลใหม่ อาจขาดมือเศรษฐกิจตัวจริง เข้ามาบริหารเศรษฐกิจในปีนี้ที่คาดว่าจะมีปัจจัยเสียงหลายด้าน เช่น บางพรรคมีภาพลักษณ์ของนักเคลื่อนไหวมากกว่านักเศรษฐศาสตร์ หรือบางพรรคยังคงใช้กลุ่มนักการเมืองหน้าเดิมในการบริหารจัดการ ซึ่งภาคเอกชนยังไม่มั่นใจว่าจะสามารถนำทัพเศรษฐกิจได้จริงหรือไม่ รวมไปถึงความไม่แน่นอนในตัวผู้นำที่เป็นนักวิชาการซึ่งอาจมีสไตล์การทำงานที่นุ่มนวลเกินไปสำหรับสภาวะวิกฤต

    “ปัจจัยทางการเมืองในประเทศเป็นเรื่องหลักที่ต้องติดตาม เพราะตอนนี้ไทยติดกับดัก New Normal หรือเศรษฐกิจโตตํ่าจนชินชา โดยสภาวะเศรษฐกิจไทยปัจจุบันเข้าสู่สภาวะ Low Economy Growth New Normal หรือการเติบโตในระดับตํ่าจนกลายเป็นเรื่องปกติ โดย 10 ปีที่ผ่านมา GDP ของไทยโตเฉลี่ยเพียง 2.5% และหากดูเฉพาะช่วงหลังโควิด-19 จะพบว่าโตเพียง 2.1% เท่านั้น สภาวะเช่นนี้ทำให้คนไทยคุ้นชินกับสภาวะกินไม่รู้อิ่ม หรือรายได้ที่ไม่เพียงพอต่อการใช้จ่าย” ดร.ธนิต กล่าว

    ขณะที่การบริโภคในปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวไม่ถึง 2% และอัตราเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับตํ่ามาก สะท้อนว่าธุรกิจส่วนใหญ่ตกอยู่ในสภาวะขายของได้แต่ขาดทุน หรือมีกำไรลดลงอย่างมาก ส่วนการส่งออก ดร.ธนิต ยอมรับว่า เป็นที่น่าแปลกใจว่า แม้เศรษฐกิจภายในจะซบเซา แต่ภาคการส่งออกในปีที่ผ่านมาถือเป็นพระเอกที่ทำลายสถิติด้วยการขยายตัวถึง 13% โดยเฉพาะตลาดสหรัฐอเมริกาที่เติบโตสูงถึง 32% คิดเป็นสัดส่วน 1 ใน 5 ของการส่งออกไทยทั้งหมด

    อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตาจากนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะการเจรจาสัดส่วนสินค้าในประเทศ (Local Content) ที่สหรัฐฯ ต้องการให้สูงถึง 50% ขณะที่ไทยอยู่ที่ 40% รวมถึงปัญหาการสวมสิทธิ์สินค้าจากประเทศที่สาม (Transshipment) โดยเฉพาะจากจีนที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

    เช่นเดียวกับวิกฤตชายแดนและแรงงานกัมพูชา อีกหนึ่งประเด็นที่อาจกลายเป็นเผือกร้อนของรัฐบาล โดยเรื่องหนึ่งที่ต้องจับตาคือ ปัญหาแรงงานกัมพูชาประมาณ 170,000 คน ที่สัญญาจ้างกำลังจะทยอยหมดลงตั้งแต่เดือนมกราคมถึงมีนาคม 2569 หากรัฐบาลไม่เร่งแก้ไขหรือต่อสัญญาเนื่องจากเกรงผลกระทบทางการเมือง จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อภาคการผลิตที่ต้องพึ่งพาสิ่งเหล่านี้

    ดร.ธนิต กล่าวว่า สำหรับแนวทางการรับมือ สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือสภาพคล่องทางการเงินของผู้ประกอบการ ซึ่งจำเป็นต้องรักษาสายป่านให้ยาวที่สุด เนื่องจากปัจจุบันสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยสินเชื่ออย่างมากแม้แต่กับธุรกิจที่มีสถานะดี 

    นอกจากนี้ ผู้ประกอบการต้องบริหารความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวน โดยใช้เครื่องมือทางการเงิน เช่น Forward หรือ Swap ซึ่งผู้ส่งออกรายใหญ่ที่ทำประกันความเสี่ยงไว้จะไม่ได้รับผลกระทบมากนักแม้ค่าเงินบาทจะแข็งค่า อีกทั้งยังต้องเฝ้าระวังสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในต่างประเทศ โดยเฉพาะบริเวณช่องแคบเฮอร์มุซที่อาจส่งผลให้ราคานํ้ามันโลกปั่นป่วนและกระทบต่อต้นทุนการผลิตในระยะยาว

    “ปี 2569 เป็นปีที่ผู้ประกอบการต้องเน้นการประคองตัว รักษาสภาพคล่อง และบริหารความเสี่ยงอย่างรอบด้านเพื่อให้อยู่รอดในเศรษฐกิจยุค New Normal มากกว่าการเร่งขยายตัว เนื่องจากปัจจัยลบทั้งจากการเมืองภายในที่ยังไม่นิ่ง และเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความผันผวนสูง” ดร.ธนิต กล่าว

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/economy/650082&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0Sx4xXEn71zaaMKfF7yX6L