Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก | TOPNEWS

    “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก | TOPNEWS

    “เต้ มงคลกิตติ์” เปิดวิสัยทัศน์ใหญ่ พลิกชายแดนใต้สู่เมืองเศรษฐกิจโลก

    • เผยแพร่ : 01/02/2026 17:05

    วันที่ 1 ก.พ. 2569 “คนไทยต้องคิดใหญ่ กล้าคิด กล้าทำ” นายมงคลกิตติ์ สุขสินธารานนท์ หรือ “เต้” แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคทางเลือกใหม่ ลงพื้นที่หาเสียง อ.เมือง จ.นราธิวาส ท่ามกลางการต้อนรับอย่างคึกคักจากประชาชน พร้อมด้วย น.ส.ภคอร จันทรคณา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หมายเลข 6 นายสรกฤช จันทรคณา ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ หมายเลข 9 และทีมผู้สมัคร สส.กรุงเทพมหานคร เพื่อแนะนำนโยบายพรรค โดยชูนโยบายพลิกสามจังหวัดชายแดนภาคใต้สู่ “ดูไบสอง” ของอาเซียน ผลักดันเศรษฐกิจ ความมั่นคง และกองทัพอวกาศ สร้างอนาคตใหม่ให้ประเทศ พร้อมสร้างเสียงฮือฮาด้วยนโยบาย “นักรบอวกาศ” การส่งพี่น้องมุสลิมขึ้นสู่อวกาศ และแนวคิดด้านสิทธิเสรีภาพทางครอบครัวแบบสมัครใจและเท่าเทียม


    นายมงคลกิตติ์ หรือ “พี่เต้” กล่าวท่ามกลางประชาชนว่า จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี และยะลา สามารถพัฒนาให้ทัดเทียมสิงคโปร์หรือดูไบได้ หากมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานอย่างจริงจัง ทั้งสนามบิน แนวชายฝั่ง อาคารสูงกว่า 100 ชั้น เพื่อรองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวระดับโลก พร้อมผลักดันให้เป็นศูนย์กลางอารยธรรมอิสลาม ด้านวัฒนธรรม การแต่งกาย และวิถีชีวิต โดยหัวใจของนโยบายคือการกระตุ้นเศรษฐกิจ แจกเงิน 36,000 บาทต่อครัวเรือน ครอบคลุมกว่า 25 ล้านครัวเรือน ใช้งบประมาณราว 900,000 ล้านบาท เพิ่มกำลังซื้อในระบบ สนับสนุนผู้จบการศึกษาให้รวมกลุ่มทำธุรกิจ SME ด้วยสินเชื่อ 500,000 – 3,000,000 บาท รวมถึงนโยบายประกันรายได้ผู้ว่างงาน 5,000 บาทต่อเดือน ควบคู่การสร้างงานใหม่อย่างยั่งยืน

    fdfbdfb

    17

    อภิสิทธิ์ นำทีมประชาธิปัตย์ ตะลุยปากพนัง หนุนผู้สมัครเขต 2 นครศรีฯ

    “คีรี กาญจนพาสน์” นำชมห้องตัวอย่าง “บ้านชาวไทย” D:CODE SRI NAKARIN ย้ำอยากให้คนมีบ้านเป็นของตัวเอง ด้วยเงื่อนไขพิเศษ ลดทุกข้อจำกัดเงินดาวน์ และราคาผ่อนถูกเหมือนเช่า

    ชาวน่านแห่ใช้สิทธิ์! เลือกตั้งล่วงหน้าคึกคักตั้งแต่ตี 5 ทหาร-ข้าราชการแห่เข้าคิวแน่น

    ชาวอุตรดิตถ์ตื่นตัว! แห่เลือกตั้งล่วงหน้าสนามกีฬาพระยาพิชัยฯ คึกคัก ยอดนอกเขตพุ่งกว่า 3,300 คน

    รวมพลังคนไทยยูนนาน จัดงาน“สถิตในดวงใจไทยยูนนาน” น้อมรำลึก 100 วัน พระพันปีหลวง

    “อสม.” ศรีสะเกษ เปิดภาพหลักฐาน “ขรก.ใหญ่” สาธารณสุข เรียกประชุม ร้องขอให้ช่วย “ลูกชาย” สมัครชิงสส.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1474146&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw39p5q04E9rDs_AKh9u8tDk

  • ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศพบหารือคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ – กระทรวงการต่างประเทศ

    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศพบหารือคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ – กระทรวงการต่างประเทศ

    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศพบหารือคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

    ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศพบหารือคณะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ

    วันที่นำเข้าข้อมูล 1 ก.พ. 2569

    วันที่ปรับปรุงข้อมูล 1 ก.พ. 2569

    | 26 view

    เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 นายวิชาวัฒน์ อิศรภักดี ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงการต่างประเทศ ในฐานะผู้แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้การต้อนรับและพบหารือกับนายไมเคิล โรเจอร์ส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ พรรครีพับลิกัน รัฐแอละแบมา และประธานคณะกรรมาธิการการทหาร พร้อมด้วยนายอดัม สมิธ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ พรรคเดโมแครต รัฐวอชิงตัน และรองประธานคณะกรรมาธิการการทหารฯ นายซาลูด คาร์บาฮาล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ พรรคเดโมแครต รัฐแคลิฟอร์เนีย และนายจิมมี แพโทรนิส สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ พรรครีพับลิกัน รัฐฟลอริดา ในโอกาสการเยือนไทย ระหว่างวันที่ 28 – 30 มกราคม 2569

    ทั้งสองฝ่ายย้ำถึงความสำคัญที่ให้กับความสัมพันธ์ไทย – สหรัฐฯ โดยผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ กล่าวถึงความเป็นพันธมิตรทางสนธิสัญญาด้านความมั่นคงและความร่วมมือที่เป็นประโยชน์ร่วมกันในหลากหลายด้าน ทั้งการทหารและความมั่นคง เศรษฐกิจ และการศึกษา ขณะที่ฝ่ายสหรัฐฯ ย้ำถึงความสำคัญที่ให้กับภูมิภาคอินโด-แปซิฟิก และความมุ่งมั่นในการกระชับความร่วมมือกับประเทศพันธมิตรที่มีความสัมพันธ์ยาวนานอย่างไทย ทั้งยังหารือแนวทางกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือที่จะเป็นประโยชน์ร่วมกัน โดยเฉพาะด้านการบังคับใช้กฎหมายและการปราบปรามปัญหาการหลอกลวงออนไลน์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนและเป็นประเด็นที่ทั้งสองประเทศให้ความสำคัญ นอกจากนี้ ทั้งสองฝ่ายหารือความเป็นหุ้นส่วนด้านเศรษฐกิจและประเด็นภาษีต่างตอบแทนของสหรัฐฯ โอกาสในการขยายความร่วมมือ และการสนับสนุนให้กลับมามีเส้นทางบินตรงระหว่างไทยกับสหรัฐฯ รวมถึงแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับสถานการณ์สำคัญในภูมิภาค ซึ่งรวมถึงพัฒนาการของสถานการณ์ในเมียนมา

    หลังจากนั้น ผู้ช่วยรัฐมนตรีฯ เป็นเจ้าภาพการหารือระหว่างอาหารกลางวัน โดยมีผู้บริหารจากภาคเอกชนไทยที่มีการลงทุนในสหรัฐฯ เข้าร่วมด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.mfa.go.th/th/content/vfm-meets-us-congressional-delegation%3Fpage%3D5d5bd3c915e39c306002a904%26menu%3D5d5bd3c915e39c306002a906&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3xebN48c11XbW3TDSGeRg9

  • ไลออนส์ราชธานี กรุงเทพ มอบอาคาร-ทุนการศึกษา รร.เกล็ดลิ้นวิทยา โคราช รวมกว่า 3.3 แสนบาท

    ไลออนส์ราชธานี กรุงเทพ มอบอาคาร-ทุนการศึกษา รร.เกล็ดลิ้นวิทยา โคราช รวมกว่า 3.3 แสนบาท

    สโมสรไลออนส์ราชธานี กรุงเทพ มอบอาคารและทุนการศึกษา รร.เกล็ดลิ้นวิทยา จ.นครราชสีมา กว่า 3.3 แสนบาท

    สโมสรไลออนส์ราชธานี กรุงเทพ ภาค 310 E นำโดย ไลออน ณสุดา ฐนันญดาภูดิศ นายกสโมสรฯ พร้อมคณะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ ล.พูลศรี จงแสงทอง, ล.เลื่อน ตันนิรันดร, ล.พิสิษฐ์ หลิ่วพัฒนวงศ์, ล.ดาวรัตน์ ลีฤทธิเกียรติ และ ล.ณัฏฐนันท์ ฐนันญดาภูดิศ และสมาชิกลงพื้นที่ โรงเรียนเกล็ดลิ้นวิทยา จ.นครราชสีมา เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 เพื่อส่งมอบโครงการสาธารณกุศลมูลค่ารวมกว่า 332,000 บาท

    ภายในงานได้รับเกียรติจาก ผู้ว่าสราญจิต เจริญวัฒนากุล ผู้ว่าการภาค 310 Eและคณะ ร่วมเป็นเกียรติและบริจาคสมทบทุนอุปกรณ์กีฬา โดยมี นายธีรยุทธ ตะวัน ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาฯ และ นางสาวเบญจวรรณ จินดาฤทธิ์ ผู้อำนวยการโรงเรียนฯ เป็นตัวแทนรับมอบ

    กิจกรรมครั้งนี้ประกอบด้วยการส่งมอบ อาคารอเนกประสงค์ เพื่อประโยชน์ทางการศึกษา มอบ ทุนการศึกษา และ อุปกรณ์กีฬา (โกลฟุตบอล) พร้อมกันนี้คณะสโมสรและโรงเรียนได้ร่วมกัน ปลูกต้นรวงผึ้ง ต้นไม้ประจำพระองค์ รัชกาลที่ 10 จำนวน 10 ต้น เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวและสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีแก่เยาวชน ตามปณิธานการบำเพ็ญประโยชน์ต่อส่วนรวมของสโมสรไลออนส์ราชธานี กรุงเทพ สืบไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/126601&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1ge6HeZLZCpu3bZlGL8vNk

  • ประธานศาลฎีกา เปิดโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10

    ประธานศาลฎีกา เปิดโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10

    วันนี้ (1 กุมภาพันธ์ 2569) เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ศาลฎีกา สนามหลวง นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ให้เกียรติเป็นประธานและกล่าวให้โอวาทในพิธีเปิดโครงการ“เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน”รุ่นที่ 10  (Belia Thai Sejiwa Sehati) ประจำปี พ.ศ. 2569 โดยมี นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม เป็นผู้กล่าวรายงาน ในการนี้ผู้บริหารศาลฎีกา และนายสุริยัณห์ หงษ์วิไล ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลประจำสำนักประธานศาลฎีกา ประธานคณะทำงานดำเนินการโครงการเยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน พร้อมคณะผู้บริหารสำนักงานศาลยุติธรรม เข้าร่วมพิธีด้วย

    นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา กล่าวว่ามีความยินดีและรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาเป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10 การที่สำนักงานศาลยุติธรรมจัดโครงการขึ้น นับเป็นสิ่งที่ดีสอดคล้องต่อนโยบายประธานศาลฎีกา ด้านคุณธรรมนำทาง ข้อ 4 เสริมสร้างความเข้าใจต่อสาธารณชน โดยประชาสัมพันธ์และดำเนินกิจกรรมสาธารณะ ทั้งในระดับเด็กและเยาวชน และทุกภาคส่วนในสังคม เพื่อสร้างความรู้ความเข้าใจในกฎหมาย กระบวนการทางศาล ความยุติธรรม ตามหลักนิติธรรม ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เพื่อลดข้อพิพาทในสังคม เนื่องจากเมื่อเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการมีโอกาสได้รับความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องทางด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรม เข้าใจถึงบทบาท และหน้าที่ของศาลยุติธรรม ในฐานะองค์กรหลัก
    ของประเทศที่ใช้อำนาจตุลาการ ในพระปรมาภิไธยพระมหากษัตริย์ เพื่ออำนวยความยุติธรรมให้แก่คนในชาติ โดยไม่เลือกปฏิบัติ ภายใต้หลักนิติธรรม ในโอกาสต่อไปภายหน้า หากมีความจำเป็นต้องใช้กระบวนการทางศาลย่อมเข้าใจและเข้าถึงกระบวนการยุติธรรมได้

    นอกจากนี้ในโครงการยังมีการปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีให้แก่เยาวชน ด้วยการเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญในการดำเนินชีวิตอย่างสันติสุข ภายใต้กรอบแห่งกฎหมาย รวมถึงจัดให้มีการแนะนำแนวทางการศึกษาวิชากฎหมายให้แก่เยาวชนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ

    สำหรับการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพ ในอนาคตของตนเอง นับเป็นเรื่องที่น่าชื่นชม ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่า เยาวชนที่เข้าร่วมโครงการนี้ จะได้รับประโยชน์จากความรู้ ความเข้าใจเบื้องต้นเกี่ยวกับกฎหมาย การบังคับใช้กฎหมาย และกระบวนการพิจารณาคดีของศาล ตลอดจนได้รับประสบการณ์การเรียนรู้ทางด้านกฎหมายที่จะเป็นการเพิ่มพูนทักษะ และปลูกฝังจิตสำนึกที่ดีต่อชุมชน ต่อสังคม และประเทศชาติ ตั้งแต่วัยเยาว์ อันจะนำมาซึ่งความสงบสุขและสันติภาพอย่างยั่งยืนในภายภาคหน้า

    นายธีรทัย เจริญวงศ์ เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม กล่าวว่าด้วยสถานการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของประเทศที่ส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้โอกาสในการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของเยาวชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ทัดเทียมกับเยาวชนในภูมิภาคอื่น ด้วยเหตุดังกล่าวสำนักงานศาลยุติธรรม

    โดยกองสารนิเทศและประชาสัมพันธ์จึงได้จัดโครงการ “เยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ความรู้ ความเข้าใจ ทางด้านกฎหมาย และกระบวนการยุติธรรมเบื้องต้น ตลอดจนให้ความรู้เกี่ยวกับสิทธิและหน้าที่ของเด็กและเยาวชนตามกฎหมาย ให้แก่เยาวชนที่มีภูมิลำเนา หรือกำลัง ศึกษาอยู่ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือเทียบเท่าในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ ได้แก่ จังหวัดปัตตานี จังหวัดนราธิวาส จังหวัดยะลา และ 4 อำเภอ ในจังหวัดสงขลา ได้แก่ อำเภอจะนะ อำเภอนาทวี อำเภอเทพา และอำเภอสะบ้าย้อย จำนวน 120 คน ด้วยรูปแบบกิจกรรมที่หลากหลาย ทั้งการบรรยายให้ความรู้ในหัวข้อเกี่ยวกับกฎหมาย การศาลยุติธรรม การศึกษาวิชากฎหมายทั้งในและต่างประเทศ การแนะนำแนวทางสู่การเป็นผู้พิพากษา และวิชาชีพกฎหมายอื่น ๆ ตลอดจนกิจกรรมเสริมสร้างทัศนคติในการดำเนินชีวิตที่ดี ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม เพื่อการเรียนรู้ตนเอง และอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างมีความสุข นอกจากนี้ยังจัดให้มีการศึกษาดูงานการพิจารณาพิพากษาอรรถคดีของศาลยุติธรรม การเข้าเยี่ยมคารวะบุคคลสำคัญของประเทศ ประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา นายกรัฐมนตรี ประธานองคมนตรี และจุฬาราชมนตรี

    ต่อมาเวลา 14.30 น. พลเอกสุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี ให้เกียรติเดินทางมาให้โอวาทแก่เยาวชนที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” รุ่นที่ 10 ณ ศาลฎีกา

    พร้อมกล่าวว่า รู้สึกเป็นเกียรติและมีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่วันนี้ได้มีโอกาสพบกับผู้บริหารศาลยุติธรรม และเยาวชนทั้ง 120 คน จากโครงการเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน รุ่นที่ 10 ต้องขอแสดงความชื่นชมสำนักงานศาลยุติธรรมที่จัดโครงการนี้ให้แก่เยาวชน ซึ่งได้มีการดำเนินการมาเป็นรุ่นที่ 10 แล้ว เพื่อเปิดโอกาสให้เยาวชนจากพื้นที่จังหวัดชายแดนใต้เข้ามาฝึกอบรม และศึกษาดูงานทางด้านการพิจารณาคดีของศาลยุติธรรม ซึ่งนอกจากความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับจากการรับฟังการบรรยายจากวิทยากรผู้ทรงคุณวุฒิ และการร่วมกิจกรรมต่าง ๆ แล้วเยาวชนที่เข้าร่วมโครงการยังมีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์ร่วมกัน

    นอกจากนี้ ประธานองคมนตรี ได้กล่าวให้แง่คิดที่สำคัญแก่เยาวชนในโครงการ “เยาวชนไทย หัวใจเดียวกัน” โดยเน้นย้ำถึงบทบาทหน้าที่ของคนรุ่นใหม่ในการเป็นรากฐานที่เข้มแข็งของประเทศชาติ ซึ่งโครงการดังกล่าวถือเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ตลอดจนการสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องของระเบียบข้อบังคับทางกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม เพื่อให้เยาวชนเติบโตไปเป็นพลเมืองที่มีคุณภาพ

    สาระสำคัญที่พลเอกสุรยุทธ์ได้ถ่ายทอด คือการสร้างความตระหนักรู้ในเรื่อง “สิทธิและหน้าที่” โดยระบุว่าเมื่อบุคคลทราบถึงสิทธิของตนเองแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องควบคู่กันไปคือการปฏิบัติตามหน้าที่พลเมืองอย่างเคร่งครัด เช่น การออกไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเข้ามาบริหารประเทศ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานสำคัญของการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและการทำหน้าที่พลเมืองที่ดีในการกำหนดทิศทางของอนาคตชาติ

    ​นอกจากหน้าที่ด้านการเมืองการปกครองแล้ว พลเอกสุรยุทธ์ยังได้เน้นย้ำถึงหน้าที่ของเยาวชนชายไทยในด้านความมั่นคง โดยเฉพาะการเสียสละเพื่อปกป้องอธิปไตยของบ้านเมือง ไม่ว่าจะเป็นการสมัครเข้ารับราชการทหารหรือการเข้ารับการคัดเลือกเป็นทหารเกณฑ์ พร้อมทั้งได้หยิบยกสถานการณ์บริเวณชายแดนไทยที่เคยมีเหตุปะทะในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งทำให้เห็นถึงความเสียสละของเหล่าทหารกล้าที่ยอมสละชีพเพื่อรักษาความสงบสุขของส่วนรวม สิ่งเหล่านี้ถือเป็นหน้าที่อันทรงเกียรติในการปกป้องรักษาแผ่นดินที่เยาวชนควรภาคภูมิใจ

    ​ในช่วงท้าย พลเอกสุรยุทธ์ได้ฝากความหวังไว้กับกลุ่มเยาวชนไทยหัวใจเดียวกัน ให้ร่วมกันสร้างเครือข่ายความร่วมมือที่เหนียวแน่นในอนาคต เพื่อเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนทั้งระดับชุมชนและระดับประเทศให้มีความเจริญก้าวหน้า สิ่งที่สำคัญที่สุดที่จะทำให้ประเทศชาติเดินหน้าไปได้คือ “ความสามัคคี” ของคนในชาติ ซึ่งจะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้สังคมไทยเกิดความสงบเรียบร้อยและพัฒนาอย่างยั่งยืนสืบไป

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://fm91bkk.com/newsarticle/65848&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw10yUpxq1zrDQvX9voqSdq0

  • ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น | TOPNEWS

    ‘มาดามหยก’ กางแผนสยบ PM2.5 เชียงใหม่! ชูเทคโนโลยี ‘ไบโอชาร์’ ปลุกท่องเที่ยว-เศรษฐกิจคืนถิ่น | TOPNEWS

    เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ที่มหาวิทยาลัยพายัพ จังหวัดเชียงใหม่ ภายหลังจบเวที “เจียงใหม่ดีเบต เลือกตั้ง 69” มาดามหยก” น.ส.กชพร เวโรจน์ หัวหน้าพรรคก้าวอิสระ และสส.บัญชีรายชื่อ เบอร์ 22 หนึ่งในผู้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมือง เปิดเผยว่า บรรยากาศการดีเบตเป็นไปอย่างอบอุ่น ได้รับกำลังใจจากประชาชนจำนวนมาก พร้อมขอบคุณผู้จัดงานและสื่อมวลชนทุกแขนงที่ร่วมกันสร้างพื้นที่สาธารณะให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

    มาดามหยก กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่หยิบยกขึ้นมาในเวทีคือ ปัญหาฝุ่น PM2.5 ซึ่งถือเป็นปัญหาใหญ่ของจังหวัดเชียงใหม่ ที่ผ่านมาส่งผลกระทบโดยตรงต่อเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว โดยระบุว่าปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยตัดสินใจยกเลิกการจองที่พักและการเดินทาง เนื่องจากกังวลเรื่องคุณภาพอากาศ ส่งผลให้รายได้ของผู้ประกอบการท่องเที่ยวการหดหาย

    นอกจากนี้ ยังเชื่อมโยงปัญหา PM2.5 กับ ภาคการเกษตร โดยเสนอแนวทางลดการเผาในที่โล่ง ผ่านการส่งเสริมการไถกลบ การจัดการเศษวัสดุทางการเกษตร และการใช้เทคโนโลยีอย่าง ไบโอชาร์ ซึ่งจะช่วยลดมลพิษและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเกษตรกรในระยะยาว

    มาดามหยก ยังกล่าวถึงประเด็น การเร่งรัดเงินเยียวยา ที่ยังคงค้างอยู่ โดยเฉพาะกรณีประกันโควิด “เจอจ่ายจบ” ซึ่งแม้จะผ่านมากว่า 5 ปีแล้ว แต่ยังมีประชาชนจำนวนมากไม่ได้รับเงินตามสิทธิ พร้อมย้ำว่าเงินเหล่านี้ไม่ใช่เงินแจก แต่เป็นเงินที่ต้องจ่ายตามสัญญาประกัน เพื่อคืนความเป็นธรรมและสร้างความเชื่อมั่นให้กับระบบประกันภัยของประเทศ

    ขณะเดียวกัน ยังเสนอให้รัฐบาลใช้งบกลางเร่งช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจาก อุทกภัย แผ่นดินไหว และสถานการณ์ชายแดน รวมถึงดูแลทหารและเจ้าหน้าที่แนวหน้าให้ได้รับเงินเยียวยาอย่างครบถ้วนและเป็นธรรม

    มาดามหยกทิ้งท้ายว่า การแก้ปัญหาเหล่านี้ไม่เพียงช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน แต่ยังเป็นการฟื้นฟูความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจทั้งระบบ พร้อมเรียกร้องให้รัฐบาลพิจารณามาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อช่วยประคองประชาชนและผู้ประกอบการในช่วงวิกฤต

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.topnews.co.th/news/1474518&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3EebI_yZ6d5M7CNuFQ9_Sl

  • ‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

    ‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้

    วันอาทิตย์ ที่ 1 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569, 18.25 น.

    ‘ยศชนัน’ อ้อนคนแปดริ้วเลือก สส.เพื่อไทยยกจังหวัด ชูเพิ่มมูลค่ามะพร้าว-ผลไม้ สนับสนุนโฮมสเตย์ยกระดับการท่องเที่ยวเมืองรองเป็นเมืองหลัก พร้อมแก้ไขปัญหาช้างป่าบุกชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม

    วันที่ 1 ก.พ.69 เวลา 13.00 นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคเพื่อไทย พร้อมคณะลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียง ที่ตลาดนัดวินเทจ อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยหาเสียงนายพันธุ์พงศ์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 2 เบอร์ 3 และนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 3 เบอร์ 1

    รวมถึงคณะพรรคเพื่อไทยที่มาช่วยหาเสียง ประกอบด้วย นางฐิติมา ฉายแสง ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1 เบอร์ 2, นายพิทักษ์ จารุสมบัติ ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 เบอร์ 1, นายคงกฤช หงษ์วิไล ผู้สมัคร สส.ปราจีนบุรี เขต 3 เบอร์ 1, นายรัฐชานนท์ คาดหมายดี ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 1 เบอร์ 3, นายภีมเดช อมรสุคนธ์ ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 2 เบอร์ 2, นายชัยณรงค์ สันทัสนะโชค ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 3 เบอร์ 1, นายพิเชษฐ์ โพธิสาร ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 4 เบอร์ 3, นายธนชัย วสุอนันต์กุล ผู้สมัคร สส.ระยอง เขต 5 เบอร์ 1, นายสุชาติ ตันเจริญ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายจาตุรนต์ ฉายแสง ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายพงศ์ศรัณย์ อัศวชัยโสภณ ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ, นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยหาเสียงพรรคเพื่อไทย

    โดยก่อนการขึ้นเวทีปราศรัย นายยศชนัน ได้พบกับชาวสวนมะพร้าว ที่มาร้องเรียนเรื่องราคามะพร้าวตกต่ำ และกลุ่มอาสาพิทักษ์ช้างป่า ขอให้ช่วยดูเรื่องการดูแลป้องกันช้างป่ารุกพื้นที่การเกษตร เสนอสานต่อการสร้างรั้วกั้นระหว่างป่าและพื้นที่การเกษตร และแหล่งท่องเที่ยวแบบซาฟารี 

    นายยศชนัน กล่าวว่า ขอขอบคุณชาวแปดริ้วที่ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น ตนได้รับพวงมาลัยลูกมะพร้าว ซึ่งพี่น้องเกษตรกรได้รับความเดือดร้อน จากราคาที่ตกต่ำจากปกติขายลูกละ 10 บาท ตอนนี้เหลือลูกละ 3-4 บาท เพราะราคาไปอ้างอิงกับประเทศจีน รวมถึงมีปัญหาเรื่องชลประทาน และศัตรูพืชที่ระบาดหนัก เราต้องแก้ไขทั้งระบบ โดยใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเต็มรูปแบบ เพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าให้พ่อแม่พี่น้อง ซึ่งหลายชิ้นส่วนของมะพร้าวสามารถนำไปใช้ทำเป็นยาได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าของมะพร้าวได้ 1,000 เท่า โดยจะเสริมให้ฉะเชิงเทราเป็นหมุดหมายเมืองแห่งอุตสาหกรรม และเทคโนโลยี 

    นายยศชนัน กล่าวอีกว่า ในพื้นที่เขต 3 มีปัญหาเรื่องช้างป่าบุกรุก ทำลายพืชสวนไร่นา รวมถึงทำร้ายชาวบ้านจนเสียชีวิต โดยนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ ได้เข้าไปผลักดันในสภาฯ ได้เป็นประธานกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาติดตามผลการดำเนินงานและศึกษาแนวทางการแก้ไขปัญหาช้างป่าอย่างยั่งยืน ซึ่งได้มีการสร้างรั้วกั้นช้างไปแล้วกว่า 40 กม. พร้อมเยียวยาเกษตรกรที่ถูกรุกที่ชุมชน โดยพรรคเพื่อไทยจะสร้างรั้วต่อให้ครบ รวมถึงเราจะรักษาป่าให้อุดมสมบูรณ์ ช้างจะได้ไม่ออกมารุกพื้นที่เกษตรของชาวบ้าน

    นายยศชนัน กล่าวถึงการพัฒนาการท่องเที่ยวในจังหวัดว่า หลายคนมองว่าฉะเชิงเทราเป็นทางผ่าน เราจะทำให้นักท่องเที่ยวมาอยู่ที่นี่ทั้งอาทิตย์ หากเราเชื่อมโยง สวน หมู่บ้าน ตลาด วัด เข้าด้วยกัน เราสามารถทำเป็นโฮมสเตย์ได้ เพียงปรับปรุงเล็กน้อย โดยเป็นการเพิ่มช่องทางการขายสินค้าการเกษตรในโฮมสเตย์ได้ หรือในสถานที่ท่องเที่ยว เพิ่มมูลค่าสร้างความเจริญ พี่น้องจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

    นายยศชนัน กล่าวถึงนโยบายของพรรคเพื่อไทยที่จะช่วยยกระดับชีวิตของประชาชน เช่น นโยบายประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% คูปองปุ๋ยและเมล็ดพันธุ์, นโยบายล้างหนี้เพื่อคนไทย, นโยบายยิ่งกว่าพลัส รัฐออก 70% ประชาชนออก 30%, นโยบาย Smart City ด้วย AI For All, นโยบายแก้ปัญหาที่ดินทำกิน

    “เราจะเติมคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับพี่น้องชาวฉะเชิงเทรา วันที่ 8 กุมภา นอกจากจะเป็นวันเลือกตั้งแล้ว จะเป็นวันที่นำความหวัง ความฝันของพี่น้องประชาชนให้เป็นความจริง“ นายยศชนันกล่าว

    ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน  ไม่มาถึงขนาดนี้ได้ เพราะหนู (นายอนุทิน) กินส้ม (พรรคประชาชน) หนูก็เลยเป็นราชสีห์ ส้มตกลงกับหนูว่าต้องแก้รัฐธรรมนูญใน 4 เดือนแล้วยุบสภา แต่ว่าอยู่ได้เพียง 2 กว่า รัฐธรรมนูญก็ไม่แก้ และยุบสภาหนี เรียกว่าเป็น“ หนูต้มส้ม”

    นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า พรรคภูมิใจไทยช่วงนี้หาเสียงแปลก ว่าพรรคท่านรักชาติ พรรคอื่นไม่รักชาติ ตนบอกว่าท่านนายกฯ ใจเย็นๆ อย่าหาเสียงแบบนี้ ใจคอท่านจะวิ่งราวชาติไปรักคนเดียวหรือไง ตยไม่เชื่อว่าจะมีพรรคใดเกลียดชาติ หรือต้องรักชาติแบบท่าน ที่เอาชาติไปครอบครอง เช่น เป็นเจ้าของเขากระโดง เป็นเจ้าของ สว. 

    นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า ผู้สมัคร สส.ฉะเชิงเทราของเราพูดชัดเจนว่าอยู่พรรคเพื่อไทย ไม่เหมือนกับผู้สมัครอีกพรรคที่ไม่กล้าพูดชื่อพรรคของตัวเอง ฉะนั้นต้องกาให้พรรคเพื่อไทยพรรคเดียวเป็นเหมือนสายน้ำบางปะกง ให้ชนะยกจังหวัดทั้ง 4 เขต

    จากนั้น เวลา 15.00 น. นายยศชนันและคณะ เดินทางไปยัง ตลาดโรงสี อ.บางประกง จ.ฉะเชิงเทรา ช่วยผู้สมัครหาเสียง โดยมีประชาชนรอพบปะเป็นจำนวนมาก โดยมีประชาชนได้มอบพวงมาลัยมะม่วง ที่ติดหมายเลข 9 ไว้ด้วย

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.naewna.com/politic/944422&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HcrEv8Uurjpo6T4YhVmtU

  • มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    Loading…

    มัดรวมคำชี้แจงการใช้เงินกองทุน กระทบความเชื่อมั่นประกันสังคม

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://policywatch.thaipbs.or.th/article/life-260&ct=ga&cd=CAIyHDY2MTU4YTVjYWRlYjI0MDk6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2131m5nG4l4bMUexAY8n8O

  • พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    ประการที่ 4 ประสบการณ์และวิถีชีวิต (Experience and Lifestyle) ในปี 2026 พฤติกรรมการใช้จ่ายของคนจีนจะยังคงมุ่งเน้นไปที่ประสบการณ์ อัตลักษณ์ส่วนบุคคล และการยกระดับคุณภาพชีวิตมากขึ้นอยู่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางท่องเที่ยว การรับประทานอาหารนอกบ้าน และบริการสันทนาการ

    ผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะให้ความสำคัญกับประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มผู้บริโภคในเจน Z และ Millennials ที่มีอายุน้อยกว่า

    กลุ่มผู้บริโภคดังกล่าวจะมีความปรารถนาอย่างแรงกล้าสำหรับสินค้าและบริการ ที่สะท้อนอัตลักษณ์ (Authenticity) และค่านิยมที่บ่งบอกตัวตนของพวกเขา (Self-Expression) นั่นหมายความว่า คนรุ่นใหม่เหล่านี้แสวงหาความถูกต้อง ความเกี่ยวข้องด้านวัฒนธรรม และ อัตลักษณ์ในการจับจ่ายใช้สอย

    และนี่อาจเป็นเหตุผลสำคัญ ที่ทำไมเราเห็นคนรุ่นใหม่เหล่านี้ใส่ใจในเรื่องราวที่มีความหมายและความมุ่งมั่นต่อความยั่งยืน และงานฝีมือ ยกตัวอย่างเช่น ความนิยมในการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมผ่านพิพิธภัณฑ์และกิจกรรมเวิร์กช้อป ทัวร์สนามกีฬานำโดยเซเลปอย่าง Jay Chou และ Eason Chan และการใช้บริการเรือสำราญสุดหรูล่องแม่น้ำแยงซีเกียง

    นอกจากนี้ กลุ่มผู้บริโภคยุคใหม่เหล่านี้ยังมีทัศนคติ ค่านิยม และวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปมาก ผู้บริโภคกลุ่มนี้ให้ความสำคัญกับความสะดวก ความยืดหยุ่น และยั่งยืนในระดับที่สูง และมองว่า ทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงไม่ได้เป็นเครื่องบ่งบอก “สถานะ” ทางสังคมดังเช่นในอดีต จึงเลือก “การเข้าถึง” มากกว่า “การเป็นเจ้าของ” ในสินค้าที่มีมูลค่าสูง

    เมื่อผสมโรงกับสถานการณ์เศรษฐกิจในระยะหลัง ที่เศรษฐกิจจีนไม่ได้เติบโตแรงเหมือนเมื่อทศวรรษก่อน และต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสงครามการค้า 2.0 ทำให้กำลังซื้อภายในประเทศชะลอตัว และการส่งออกขยายตัวต่ำกว่าที่ควรจะเป็น (แม้ว่าปี 2025 จะเกินดุลการค้ามากกว่า 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ ก็ตาม) และด้วยกำลังการผลิตมหาศาล ก็ทำให้จีนมีสินค้าค้างสต็อกอยู่ในระบบเหลืออยู่มาก

    การเติบโตของเศรษฐกิจการเช่าระยะสั้นขยายวงทั้งในด้านวิถีชีวิตและเชิงธุรกิจ ผู้บริโภคชื่นชอบ “การเช่า” ในสารพัดสินค้า อาทิ เครื่องใช้ในครัวเรือน และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ตโฟน คอมพิวเตอร์ กล้องถ่ายรูป และ โปรเจ็กเตอร์ฉายภาพ รวมทั้งโดรน

    ยิ่งในช่วงหลัง คนจีนก็เริ่มเปลี่ยนจาก “การซื้อ” มาเป็น “การเช่า” สินค้าที่เหมาะสมกับไลฟสไตล์ และใช้เฉพาะในบางช่วงอายุ บางฤดูกาล และบางสถานการณ์กันมากขึ้น อาทิ อุปกรณ์กลางแจ้ง อาทิ เต็นท์น้ำหนักเบา และเตาแบบพกพา เพื่อไปตั้งแค้มป์ในพื้นที่นอกเมืองช่วงสุดสัปดาห์ หรือ หยุดยาวในเทศกาลสำคัญ และอุปกรณ์เกี่ยวกับเด็กเล็ก เช่น รถยนต์ รถเข็น ของเด็กเล่น เครื่องปั่นอาหาร เครื่องฟอกอากาศ หุ่นยนต์ดูดฝุ่น ที่นั่งเด็กในรถยนต์ และ เปียโนดิจิตัลระดับเริ่มต้น

    ด้วยการแข่งขันที่มีอยู่สูงก็ทำให้ค่าเช่า มีความสมเหตุสมผล รถเข็นเด็ก หรือ ที่นั่งเด็กเล็กในรถยนต์ระดับพรีเมียม มีค่าเช่าเพียง 50-80 หยวนต่อวัน ขณะที่กล้องและโปรเจ็กเตอร์ก็อยู่ระหว่าง 70-150 หยวนต่อวัน ขึ้นอยู่กับยี่ห้อและระดับคุณภาพ

    ยิ่งปี 2026 เป็น “ปีม้า” ที่คาดว่าครอบครัวคนจีนวางแผนจะมีลูกกันเพิ่มขึ้น ก็อาจเพิ่มอุปสงค์ในสินค้าส่วนหลังนี้ในอนาคต

    ทำนองเดียวกัน ก็เกิดขึ้นในวงการธุรกิจ หลายครั้งที่เราไปเยี่ยมชมบริษัทจีน ก็อาจพบว่า อุปกรณ์สำนักงานที่ใหม่และทันสมัย ล้วนมาจากการเช่าแทบทั้งสิ้น หรือเวลาเราว่าจ้างออกาไนเซอร์มาช่วยจัดงานคอนเสิร์ต เทศกาลดนตรี หรือ งานแสดงสินค้า ก็อย่านึกว่าผู้จัดงานต้องลงทุนซื้อหาเครื่องมือ อุปกรณ์ และอื่นๆ ทั้งเบื้องหน้าและฉากหลังทั้งหมด

    เพราะในทางปฏิบัติ ผู้จัดงานนิยมเช่าสิ่งต่างๆ เหล่านั้นแทบทั้งหมดได้ในราคาไม่สูงมากนัก ไม่ว่าจะเป็นกล้องระดับมืออาชีพ อุปกรณ์วิดีโอระดับไฮเอนด์ โดรนถ่ายภาพคุณภาพสูง และเวทีการแสดงพร้อมจอแอลอีดี หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าและเครื่องประดับของนักแสดงและทีมงาน ที่มีอยู่อย่างหลากหลายด้วยความสะดวกผ่านแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ ที่มีมากกว่า 30,000 ร้าน ได้ในชั่วกระพริบตา

    ยกตัวอย่างเช่น กล้องระดับมืออาชีพมีค่าเช่าระหว่าง 200-400 หยวนต่อวัน หรือ การเช่าเสื้อผ้าและเครื่องประดับให้เข้ากับแนวคิดหลักของการจัดงาน และสามารถจัดส่งถึงมือผู้เช่าในจีนได้ภายใน 1-2 วันเท่านั้น

                                         พฤติกรรมการบริโภคของจีนในปี 2026 (จบ)

    นอกจากนี้ วิถีชีวิตที่คนรุ่นใหม่ต้องการเป็นผู้ประกอบการแนวใหม่ที่อยู่ในโลกสังคมออนไลน์ อาทิ การเขียนบล็อกท่องเที่ยว ก็นิยมเช่ากล้องและเครื่องมืออุปกรณ์มาใช้เป็นคราวๆ การเช่าเกมช่วยเพิ่มปฏิสัมพันธ์ทางสังคม หรือ เข้าสู่โลกธุรกิจผ่านโมเดลธุรกิจ “การเช่าฝากขาย” ที่เจ้าของสามารถฝากขายอุปกรณ์ที่ไม่ได้ใช้ไปยังแพลตฟอร์มเพื่อปล่อยเช่าและแบ่งปันผลกำไรกับบริษัทได้

    บริการเช่าจึงไม่เพียงให้ประโยชน์ในแง่ของต้นทุนค่าใช้จ่ายที่ต่ำ และเปิดโอกาสให้ได้ทดลองใช้ข้าวของเครื่องใช้เหล่านั้น โดยไม่มีภาระค่าเสื่อมราคาเท่านั้น แต่ยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย ความยืดหยุ่น และความเป็นอิสระ รวมทั้งเพลิดเพลินกับกิจกรรมพิเศษได้ โดยไม่ต้องเก็บอุปกรณ์เหล่านั้นที่บ้านในระยะยาว ซึ่งช่วยให้การจัดการพื้นที่บ้านเรียบร้อยและเป็นระเบียบมากขึ้น

    Analysys บริษัทที่ปรึกษาอินเทอร์เน็ตในปักกิ่งพบว่า ผู้ใช้ทั้งหมด 38.2% เช่าเพื่อทดสอบผลิตภัณฑ์ก่อนซื้อ ในขณะที่ 33.7% เช่าเพื่อเพลิดเพลินกับความหลากหลายมากขึ้น เหตุผลหลักในการเช่าสิ่งของ ได้แก่ คอนเสิร์ต การเดินทาง ความบันเทิง และ การทํางาน โดยการดูแลรักษาสุขภาพและความงาม กําลังกลายเป็นพื้นที่การเติบโตใหม่

    ด้วยพฤติกรรมผู้บริโภคจีนที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การจัดส่งที่รวดเร็วในเมืองเดียวกัน และการควบคุมคุณภาพอย่างเข้มงวด ด้วยการสร้างแบรนด์ผ่านแพลตฟอร์มที่โปร่งใสและเชื่อถือได้ ทำให้เศรษฐกิจการเช่า (Rental Economy) ของจีนได้รับความนิยมมากขึ้น

    สิ่งนี้ทำให้ “เศรษฐกิจการเช่า” หรือแนวโน้ม “เศรษฐกิจแบ่งปัน” (Shared Economy) ในจีนเติบโต และมีศักยภาพที่จะขยายตัวอย่างรวดเร็วในอนาคต ตามรายงานของ Analysys ประเมินว่า ตลาดเช่าของจีนในปี 2025 มีมูลค่าราว 71,600 ล้านหยวน และคาดว่าจะแตะหลัก 1 ล้านล้านหยวนในปี 2030

    ลองติดตามดูครับว่า พฤติกรรมการบริโภคของชาวจีนในปี 2026 จะเป็นอย่างที่ว่าไว้ไหม และเราจะเอาประโยชน์จากการเปลี่ยนแปลงนี้อย่างไรได้บ้าง …

    คอลัมน์มังกรกระพือปีก โดย…ดร.ไพจิตร วิบูลย์ธนสาร รองประธานและเลขาธิการหอการค้าไทยในจีน หน้า 6 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,171 วันที่ 1 – 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2569

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thansettakij.com/blogs/columnist/Chinese-dragon/650391&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw16RdiTp2Ppq0JSVgXx-9c7

  • ตรังแตกอีก คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ตรังแตกอีก คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ก่อแก้ว พิกุลทอง เผยบรรยากาศเพื่อไทยปราศรัยตรังแตกอีก! คนแห่ฟังปราศรัย ‘โกรัตน์’ ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย จ.ตรัง เขต 1 เนืองแน่น ‘ยศชนัน’ แคนดิเดตนายกฯเพื่อไทย ส่งคลิปทักทายชาวตรัง

    ก่อแก้ว พิกุลทอง รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเมื่อวันที่ 31 มกราคม 2569 ว่า ตรังแตกอีก แห่ฟังแน่นพื้นที่ที่เราจัดเตรียมไว้ครับ!

    เพื่อไทยเอาจริง (โกรัตน์) หรือคุณรัตน์ ภู่กลาง เบอร์ 3 ผู้สมัคร สส.เขต 1 จ.ตรัง เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ซ้ำจุดเดิม หลังศาลากลางจังหวัด ที่เคยจัดมาแล้วเมื่อต้นเดือน มีพี่น้องประชาชนมาฟังจำนวนมากเป็นประวัติศาสตร์

    ครั้งนี้พี่น้องประชาชนมาฟังมากกว่าเดิม ตอกย้ำว่า นโยบายของเพื่อไทย โดนใจชาวตรัง โดยไม่ซื้อเสียง เราซื้อใจประชาชนด้วยนโยบายดีๆ ที่ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่พี่น้องดีขึ้นตลอดมา

    วันนี้อาจารย์เชน แม้จะอยู่ในช่วงตระเวนอีสานและเหนือ ยังส่งคลิปมาทักทายพี่น้องชาวตรังด้วยครับ ชูนโยบายล้างหนี้ ผู้สูงอายุ , ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% , 30 บาทรักษาทุกที่ , ยกระดับท่องเที่ยวตรัง

    ขอบคุณพี่น้องทุกท่าน ที่เปิดใจให้กับเพื่อไทยครับ

    625287399_1481285030674453_7344323071464785510_n.jpg625477206_1481285040674452_2447917853175980351_n.jpg625081954_1481285037341119_4719623044362603414_n.jpg

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.voicetv.co.th/read/hs4mvH0_R&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kEwpaTlhwhgQp8HPx-Qte

  • เลือกตั้ง’69:กกต.เตือนห้ามเผยแพร่โพลเลือกตั้งช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้ง 1-8 ก.พ. ก่อนเวลา 17.00 น. : อินโฟเควสท์

    เลือกตั้ง’69:กกต.เตือนห้ามเผยแพร่โพลเลือกตั้งช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้ง 1-8 ก.พ. ก่อนเวลา 17.00 น. : อินโฟเควสท์

    สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ขอแจ้งเตือนหน่วยงาน องค์กร สถาบันการศึกษา สื่อมวลชน และผู้ที่เกี่ยวข้องกับการจัดทำหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน หรือโพลเกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร ให้ดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และอยู่ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเคร่งครัด ตามมาตรา 72 ของ พ.ร.ป. ว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. บัญญัติว่า การสำรวจความคิดเห็นของประชาชน โดยมีเจตนาไม่สุจริต มีลักษณะเป็นการชี้นำหรือมีผลต่อการตัดสินใจในการลงคะแนนเลือกตั้งหรือลงคะแนนไม่เลือกผู้สมัครผู้ใดจะกระทำมิได้

    นอกจากนี้ ห้ามมิให้ผู้ใดเปิดเผยหรือเผยแพร่ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเกี่ยวกับการออกเสียงลงคะแนน ในระหว่างเวลา 7 วันก่อนวันเลือกตั้งจนถึงเวลาปิดการออกเสียงลงคะแนน ระหว่างวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 ถึงวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.00 นาฬิกา ผู้ใดฝ่าฝืนข้อห้ามดังกล่าว ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

    สำนักงาน กกต. ขอความร่วมมือทุกภาคส่วนดำเนินการจัดทำ และเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการเลือกตั้งด้วยความรับผิดชอบ เพื่อให้บรรยากาศการเลือกตั้งเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/news/2026-IRD00IQ0C1HZC464C0VRL4X5KMYTE2JG&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3grkdMB43K3Yj7YbAO7mlg