Author: ข่าวกรุงเทพฯ

  • “ทวี” ลั่นสัญญาใจเวทีพีมูฟ! ล้างหนี้ กยศ. คืนศักดิ์ศรีลูกหลาน พร้อมนิรโทษที่ดินทับซ้อนใน 6 เดือน

    “ทวี” ลั่นสัญญาใจเวทีพีมูฟ! ล้างหนี้ กยศ. คืนศักดิ์ศรีลูกหลาน พร้อมนิรโทษที่ดินทับซ้อนใน 6 เดือน

    คนเป็นพ่อเป็นแม่อุ่นใจ! “พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง” ประกาศกร้าวกลางเวทีพีมูฟ เดินหน้านโยบาย “ล้างหนี้ กยศ.”ให้ผู้กู้กว่า 3 ล้านคน หวังปลดล็อกภาระให้เยาวชนเริ่มชีวิตใหม่แบบไร้หนี้ พร้อมกางโรดแมปแก้ปัญหาที่ดินทำกินทับซ้อน นิรโทษกรรมคดีรุกที่รัฐให้เสร็จภายใน 6 เดือน ย้ำชัด “การเรียนต้องไม่มีหนี้ ที่ดินต้องมีความธรรม

    วันที่ 1 ก.พ. 2569 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ และแคนดิเดตนายกพรรคประชาชาติ เปิดเผยว่า จากข้อมูลจากการพูดคุยและร่วมเวทีสัญญาประชาคมเครือข่าย “พีมูฟ” (P-Move( ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เมื่อเร็วๆ นี้ เพื่อแลกเปลี่ยนนโยบาย 3 ชุด 10 ด้าน ทั้งเรื่องสิทธิเสรีภาพ ที่ดินทำกิน และสวัสดิการรัฐ มุ่งหวังสร้างสังคมที่ยั่งยืนและเท่าเทียม การแก้ปัญหาความยากจน ต้องเริ่มด้วยการศึกษา ซึ่งถือว่าเป็นรากฐานสำคัญในการแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ต้องตั้งอยู่บนความยุติธรรม ซึ่งนโยบายหลักของพรรคประชาชาติคือการผลักดันให้มีการศึกษาฟรีถึงระดับปริญญาตรี เพื่อให้การเรียนคือการสร้างอนาคตที่ไม่ทิ้งภาระหนี้สินไว้เบื้องหลัง

    พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ปัญหาของกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เป็นหนึ่งในข้อกฎหมายที่โหดร้ายที่สุด เพราะมีกลไกที่มุ่งตรวจสอบและยึดทรัพย์สิน จนกลายเป็นภาระหนักหนาของประชาชน พรรคประชาชาติจึงมีนโยบายล้างหนี้ กยศ. ให้กับผู้กู้กว่า 3 ล้านคน โดยที่ผ่านมาพรรคได้พยายามเดินหน้าแก้ไขกฎหมายเพื่อยกเลิกดอกเบี้ยและเบี้ยปรับ แม้ว่าในชั้นของสมาชิกวุฒิสภา (สว.) จะยังคงให้มีอยู่ก็ตาม แต่พรรคยังยืนหยัดในเจตนารมณ์ที่ว่าการเรียนต้องไม่มีหนี้ เพื่อคืนศักดิ์ศรีและอนาคตที่ดีให้แก่เยาวชนไทยอย่างแท้จริง

    “การดำเนินงานของพรรคประชาชาติมิใช่เพียงกิจกรรมช่วงเลือกตั้ง แต่คือความมุ่งมั่นที่จะสร้างจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญให้แก่ประเทศ พรรคประชาชาติให้ความสำคัญกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อกระจายทรัพยากรและสร้างความเสมอภาคอย่างแท้จริง” พ.ต.อ.ทวี กล่าว

    หัวหน้าพรรคประชาชาติ กล่าวว่า เรายืนยันที่จะคืนความเป็นธรรมให้แก่ประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐ โดยเฉพาะปัญหาเขตป่าทับซ้อนที่ดินทำกิน ซึ่งหากพรรคได้เข้าร่วมรัฐบาล ภายใน 6 เดือน จะเร่งผลักดันการนิรโทษกรรมคดีที่ดินให้แก่ประชาชน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/politics/national-politics/126536&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3WDAIucjnM3JD9dAyUrGg-

  • ‘ทวี’ พบ ‘เครือข่ายต้มยำ’ กางแผนดับไฟใต้ชูนโยบายเศรษฐกิจไร้ดอกเบี้ย-รถไฟรางคู่ | เดลินิวส์

    ‘ทวี’ พบ ‘เครือข่ายต้มยำ’ กางแผนดับไฟใต้ชูนโยบายเศรษฐกิจไร้ดอกเบี้ย-รถไฟรางคู่ | เดลินิวส์

    ที่ ร้านอาหารมาราเกช อาหรับ (Marrakesh Arab) ย่านกัมปุงบารู กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 1 ก.พ.69 พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรมว.ยุติธรรม ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชาติ พร้อมคณะ ได้เดินทางร่วมกิจกรรม “ประชาชาติกับผู้ประกอบการต้มยำมาเลเซีย” เพื่อรับฟังปัญหาและนำเสนอนโยบายการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต่อกลุ่มผู้ประกอบการและแรงงานไทยรายใหญ่ในมาเลเซีย

    พ.ต.อ.ทวี ได้กล่าวเปรียบเทียบภาพการพัฒนาพื้นที่ชายแดนใต้ว่า ตลอด 22 ปีที่ผ่านมา พื้นที่เสมือนตกอยู่ในสภาวะถอยหลัง โดยยกตัวอย่าง สนามบินปัตตานี (บ่อทอง) ที่ย้อนไปเมื่อปี 2506 เคยเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจที่สำคัญ แม้แต่ผู้ที่จะเดินทางไปหาดใหญ่ยังต้องมาลงที่นี่

    หลังเหตุการณ์ความไม่สงบปี 2547 สนามบินของประชาชนกลับกลายเป็นสนามบินทหาร ทำให้ปัตตานีเสียโอกาสมหาศาล ทั้งที่ควรเป็นประตูสู่มักกะฮ์รองรับผู้แสวงบุญฮัจญ์และอุมเราะห์ นี่คือผลกระทบจากการเอาความมั่นคงนำการพัฒนา

    ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน พ.ต.อ.ทวี เปิดเผยความคืบหน้าโครงการ รถไฟรางคู่ช่วงหาดใหญ่-สุไหงโก-ลก ว่าได้รับอนุมัติงบประมาณจากงบกลาง 34,000 ล้านบาทแล้ว หลังจากได้ลงพื้นที่รับฟังปัญหาร่วมกับ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี โดยย้ำว่ารถไฟคือเส้นเลือดใหญ่ที่จะยกระดับคุณภาพชีวิตคนในพื้นที่ให้ทัดเทียมภูมิภาคอื่น

    ประเด็นที่น่าสนใจคือการพูดถึงสถานการณ์ยาเสพติด พ.ต.อ.ทวี ยอมรับว่ามีคนไทยจำนวนหนึ่งหนีปัญหายาเสพติดจากหมู่บ้านเข้าไปในมาเลเซีย พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการที่มาเลเซียต้องสร้างรั้วกั้นชายแดน ไม่ใช่เพื่อกันคน แต่เพื่อกันยาเสพติด-ของเถื่อน จากฝั่งไทย

    หากได้กลับมาทำงานอีกครั้ง ใน 100 วันแรกเราจะเปิดยุทธการกวาดล้าง จับกุม และยึดทรัพย์นักค้ายาอย่างจริงจัง สังคมไม่ควรยอมให้กลุ่มคนเหล่านี้ยังมีหน้ามีตาอยู่ในสังคม

    พรรคประชาชาติยังได้เสนอโมเดลเศรษฐกิจที่สอดคล้องกับวิถีมุสลิม คือ “ระบบเศรษฐกิจปลอดดอกเบี้ย” และการจัดตั้ง “กองทุนสันติภาพหมู่บ้านละล้าน” เพื่อสนับสนุน SME ในรูปแบบการแบ่งปันผลกำไร รวมถึงนโยบายลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 0-3% เพื่อดึงดูดเม็ดเงินจากกลุ่มทุนอิสลามทั่วโลก

    นอกจากนี้ ยังเตรียมผลักดันกฎหมายสร้างสันติภาพ เพื่อยกเลิกกฎอัยการศึกและ พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ โดยเปลี่ยนบทบาท ศอ.บต. ให้ทำงานตอบโจทย์พัฒนาอย่างเป็นรูปธรรม

    ในช่วงท้าย พ.ต.อ.ทวี ได้แสดงความมั่นใจต่อสนามการเลือกตั้งครั้งหน้า โดยตั้งเป้ากวาด ส.ส. เขตในพื้นที่ 13 เขต อย่างน้อย 10 ที่นั่ง พร้อมรายชื่อปาร์ตี้ลิสต์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น โดยชูจุดแข็งของทีมงานอย่าง นายกูเฮง ยาวอหะซัน, นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และนายซูการ์โน มะทา เพื่อกลับมาขับเคลื่อนนโยบายคืนสิทธิ-สร้างโอกาส ให้พี่น้องชาวใต้และเครือข่ายต้มยำกุ้งอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5558727/&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0lkaGuGe0vnY3H8AYShFHt

  • ลุยหาเสียงเคหะบางนา โค้งสุดท้ายเดินหน้าเต็มที่ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ลุยหาเสียงเคหะบางนา โค้งสุดท้ายเดินหน้าเต็มที่ – พรรคภูมิใจไทย : พูดแล้วทำ

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://bhumjaithai.com/news/113035&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3D401_mdesJtLhsE_TJEUV

  • เปิดใช้แล้วแอพ “SSO Plus” วันแรกคนแห่ใช้ 6.7 หมื่นราย : อินโฟเควสท์

    เปิดใช้แล้วแอพ “SSO Plus” วันแรกคนแห่ใช้ 6.7 หมื่นราย : อินโฟเควสท์

    สำนักงานประกันสังคมเตรียมความพร้อมเปิดให้บริการแอพพลิเคชั่น sso plus ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2569 เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ประกันตนสามารถตรวจสอบข้อมูลเงินสมทบและสิทธิประโยชน์ ได้อย่างรวดเร็วและเข้าถึงบริการได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งนี้ ตั้งแต่เปิดบริการ sso plus เวลา 9.00 นขณะนี้มีผู้เข้าใช้งานแล้ว จำนวน 67,000 กว่าราย เฉลี่ย 1,700 รายต่อนาที

    ในการนี้สำนักงาน มีการจัดการระบบรองรับการใช้งานตามลำดับเพื่อให้ผู้ประกันตน สามารถเข้าถึงบริการได้อย่างทั่วถึงและเฝ้าระวัง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีข้อมูลที่แสดงผลบนแอพพลิเคชั่นของผู้ประกันตนแต่ละคนจะเริ่มทยอยแสดงผล อาจใช้ระยะเวลาโหลดข้อมูล เพื่อให้ครบถ้วน 100%ตามภาระโหลดงานของแอพพลิเคชั่น

    โดย สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (01 ก.พ. 69)

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.infoquest.co.th/2026/565599&ct=ga&cd=CAIyHGY3N2RkMGYwMjUwYTJhNjg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1cwIYlWGxUtdsyETyRpRMo

  • วังน้ำเขียวจัดใหญ่ เทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ต้อนรับวาเลนไทน์ ส่งท้ายไฮซีซั่น

    วังน้ำเขียวจัดใหญ่ เทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ต้อนรับวาเลนไทน์ ส่งท้ายไฮซีซั่น

    วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา เตรียมส่งท้ายไฮซีซั่น จัดเทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ครั้งที่ 24 ต้อนรับเทศกาลวันวาเลนไทน์ หวังดึงดูดนักเที่ยวที่มีจำนวนลดลงต่ำสุดในรอบ 10 ปี คาดจะมีเงินสะพัดไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท

    วันที่ 1 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณลานข้างองค์การบริหารส่วนตำบลไทยสามัคคี อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเป็นสถานที่ที่จะใช้ในการจัดงานเทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ ซึ่งในปีนี้จะเป็นการจัดงานครั้งที่ 24 แล้ว 

    โดยล่าสุดตอนนี้ทางเจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมแปลงเบญจมาศ หลากหลายสายพันธุ์นับหมื่นต้นไว้รองรับนักท่องเที่ยว ซึ่งได้เริ่มพากันผลิดอกอวดสีสันงดงามแล้ว ประมาณ 20 เปอร์เซ็นต์ ท่ามกลางสภาพอากาศที่กำลังเย็นสบายตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะช่วงเช้าและเย็น นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับอุณหภูมิต่ำกว่า 17 องศาฯ

    นอกจากไฮไลท์สำคัญอย่างดอกเบญจมาศแล้ว ตอนนี้ที่สระน้ำบริเวณด้านหน้างาน น้ำภายในสระยังเป็นสีเขียวมรกต ยิ่งเพิ่มความสวยงามให้กับบริเวณจัดงานเพิ่มขึ้นอีก  ซึ่งการจัดงานเทศกาล “เบญจมาศบานในม่านหมอก” ครั้งที่ 24 นี้ จะเริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 14 ก.พ. ไปจนถึงวันที่ 1 มี.ค. 69 นี้ 

    ทางด้านนายพงษ์เทพ มาลาชาสิงห์ ประธานชมรมส่งเสริมการท่องเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียว กล่าวว่า ในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไฮซีซั่นหน้าหนาวที่ผ่านมา ถือเป็นปีที่มีความท้าทายอย่างมาก เนื่องจากจำนวนนักท่องเที่ยวลดลงมากที่สุดในรอบ 10 ปี ซึ่งอาจจะมาจากผลพวงของความไม่มั่นคงทางการเมือง การสู้รบชายแดนไทย – กัมพูชา และปัญหาเรื่องเศรษฐกิจปากท้องชาวบ้าน

    อย่างไรก็ตาม ต้องขอขอบคุณทางภาครัฐ ที่ร่วมกันจัดงานเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอกครั้งนี้ขึ้นมาต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาเที่ยวในอำเภอวังน้ำเขียวได้มากกว่า 1 แสนคน ตลอดช่วงระยะเวลาการจัดงาน ประเมินว่าน่าจะมีเงินสะพัดไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท 

    ซึ่งตลอดช่วงไฮซีซั่นที่ผ่านมาจนถึงตอนนี้ อำเภอวังน้ำเขียวมีเงินสะพัดจากการท่องเที่ยวไปแล้วประมาณ 30 ล้านบาท จึงอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวให้มาเที่ยวอำเภอวังน้ำเขียวในช่วงโค้งสุดท้ายของไฮซีซั่นนี้ เพื่อร่วมชมความสวยงามของเทศกาลเบญจมาศบานในม่านหมอกในครั้งนี้ด้วย.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/localbusiness/2911467&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw33ozIZ8Ld1G-fBmdORnE96

  • ทริปจยย. “ทุเรียนนนท์ก้านยาว” บุกสัตหีบ เสียงดังทำชาวบ้านเดือดร้อน

    ทริปจยย. “ทุเรียนนนท์ก้านยาว” บุกสัตหีบ เสียงดังทำชาวบ้านเดือดร้อน

    logo-imgสงวนลิขสิทธิ์ © ๒๕๕๙ – ๒๕๖๘ บริษัท สยามรัฐ จำกัด เลขที่ ๑๕๘๙ ถนนอรุณอมรินทร์ แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร ๑๐๗๐๐

    blockditfacebookiglinetiktokxyoutube

    แจ้งปัญหาการใช้งานได้ที่ เพจสยามรัฐออนไลน์ภาพ-โฆษณา-ข่าว-บทความ รวมถึงข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์สยามรัฐ อยู่ภายใต้โดเมน siamrath.co.th เท่านั้นผู้ดูแลเว็บไซต์ นายวิชัย สอนเรือง ดูแลรับผิดชอบข่าว / ภาพ / โฆษณา / ข้อมูลอื่นที่เกี่ยวข้องกับเว็บไซต์

    association-footer

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://siamrath.co.th/regional/news/126561&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3t6SCYF74EwIEq3Ls0or0J

  • กฟผ. หนุนเวทีนานาชาติ MIT ตอกย้ำบทบาทผู้นำขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอาเซียนสู่ความยั่งยืน

    กฟผ. หนุนเวทีนานาชาติ MIT ตอกย้ำบทบาทผู้นำขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านพลังงานอาเซียนสู่ความยั่งยืน

    นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นำคณะผู้บริหาร และผู้แทนจาก กฟผ. ร่วมการประชุมวิชาการระดับนานาชาติ “Powering Southeast Asia through 2050: Building a Sustainable and Energy-Resilient ASEAN” จัดโดยสถาบันเทคโนโลยีแมสซาซูเซตส์ (Massachusetts Institute of Technology: MIT)

    โดยมีผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญจาก MIT พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม สถาบันการศึกษา และองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กว่า 400 คน ร่วมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และมุมมองด้านพลังงาน สภาพภูมิอากาศ และความยั่งยืน ต่อยอดสู่การกำหนดนโยบาย และการปฏิบัติเพื่อสร้างผลกระทบที่เป็นรูปธรรม พร้อมร่วมขับเคลื่อนอาเซียนสู่เป้าหมายพลังงานสะอาด

    นายวฤต รัตนชื่น รองผู้ว่าการยุทธศาสตร์ กฟผ. กล่าวในเวทีเสวนา Energy and Climate Agenda and Priorities for Southeast Asia กับผู้แทนจากหน่วยงานชั้นนำระดับโลก เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองเชิงนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านพลังงานและสภาพภูมิอากาศของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ครอบคลุมทั้งเป้าหมายการพัฒนาในระยะยาว แนวโน้มระบบพลังงานในอนาคต และความท้าทายที่อาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาค

    โดยนำเสนอทิศทางการดำเนินงานของ กฟผ. ในการเสริมสร้างความมั่นคงของระบบไฟฟ้า ท่ามกลางการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนพลังงานหมุนเวียน ผ่านการยกระดับความยืดหยุ่นของระบบไฟฟ้า การส่งเสริมเทคโนโลยีผลิตพลังงานสะอาดรูปแบบใหม่ การประยุกต์ใช้ระบบพยากรณ์พลังงานหมุนเวียน และระบบกักเก็บพลังงาน

    ควบคู่กับการศึกษาและพัฒนาเทคโนโลยีพลังงานศักยภาพสูง เช่น ไฮโดรเจน (Hydrogen) และ Small Modular Reactor (SMR) เพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

    โดยได้เน้นย้ำว่าการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงานของภูมิภาคอย่างยั่งยืนควรยึดหลัก “ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง” เนื่องจากการพัฒนาระบบพลังงานในภูมิภาคยังมีความเหลื่อมล้ำกัน โดยบางพื้นที่มีอัตราการเข้าถึงไฟฟ้าเพียงร้อยละ 60 การขับเคลื่อนนโยบายด้านพลังงานจึงต้องคำนึงถึงทุกภาคส่วนเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงด้านพลังงานของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อย่างทั่วถึงในทุกมิติ

    นอกจากนี้ กฟผ. ยังได้จัดแสดงนิทรรศการผลงานนวัตกรรมด้านพลังงาน ภายใต้แนวคิด “Innovate Power Solutions for a Better Life” โดยนำเสนอแนวทางการพัฒนาพลังงานอย่างเป็นรูปธรรมผ่าน 4 โซนหลัก ได้แก่

    โซนที่ 1 : Grid Modernization การพัฒนาโครงข่ายไฟฟ้าให้ทันสมัยและยืดหยุ่น เพื่อรองรับการเพิ่มขึ้นของพลังงานหมุนเวียนและเสริมเสถียรภาพของระบบไฟฟ้า

    โซนที่ 2 : Floating Photovoltaic (FPV) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ทุ่นลอยน้ำของ กฟผ. ซึ่งช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

    โซนที่ 3 : Small Modular Reactor (SMR) การศึกษาเทคโนโลยีโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ซึ่งเป็นแหล่งพลังงานคาร์บอนต่ำที่มีความปลอดภัยสูง

    และโซนที่ 4 : Decarbonization Solutions แนวทางการลดคาร์บอนแบบครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมการใช้ยานยนต์ไฟฟ้า (EV Ecosystem) ไปจนถึงกลไกด้านพลังงานสีเขียว เช่น Renewable Energy Certificate (REC) และ Utility Green Tariff (UGT) เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานสะอาดอย่างยั่งยืน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.onlinenewstime.com/egat-supports-the-mit-international-forum/pr-news/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0HzLJMPoeiLfb_FUzp1jwH

  • ดร.คุณหญิงกัลยา’ บุกสยาม แจกโปรแรง ‘เรียนฟรีถึง ป.เอก-ล้างหนี้ กยศ.’ มัดใจวัยรุ่นอยู่หมัด”

    ดร.คุณหญิงกัลยา’ บุกสยาม แจกโปรแรง ‘เรียนฟรีถึง ป.เอก-ล้างหนี้ กยศ.’ มัดใจวัยรุ่นอยู่หมัด”

    ‘ดร.คุณหญิงกัลยา’ ควง ‘น้องเนย’ บุกสยาม โชว์กึ๋นลดเหลื่อมล้ำ-ดันเด็กไทยจบ ดร. เทียบชั้นเมืองนอก”

    วันที่ 31 ม.ค.69 ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี และประธานพรรคไทยก้าวใหม่ ลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งช่วย “เนย” กุลธิภัสร์ ธนวีรชุติวัฒน์ ผู้สมัครสส.พรรคไทยก้าวใหม่ เขตราชเทวี เขตสาทร เขตปทุมวัน

    โดยระหว่างที่ดร.คุณหญิงกัลยาลงพื้นที่ในย่านสยามสแควร์เพื่อช่วยผู้สมัครหาเสียงเลือกตั้งก็ได้พบกับเด็กเด็กเยาวชนกลุ่มวัยรุ่นในพื้นที่ที่เดินเล่นอยู่ที่สยามสแควร์ น้องๆเยาวชนหลายคนให้ความสนใจกับนโยบายเรื่องของการศึกษาเนื่องจากว่าเป็นพื้นฐาน ที่ดีของเยาวชนยุคใหม่

    ดร.คุณหญิงกัลยาได้ฝากถึงนโยบายด้านการศึกษาของพรรคไทยก้าวใหม่ที่ให้เรียนฟรีตั้งแต่ปริญญาตรีจนถึงปริญญาเอก นอกจากนี้ก็ยังจะปลดหนี้กยศ.

    โดยระหว่างที่ลงพื้นที่พูดคุยกับเยาวชนที่สยามสแควร์ได้พบกับกลุ่มของน้องๆนักศึกษาที่ปี 1 มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่มาร่วมกิจกรรมที่ลานสยามสแควร์ได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นมุมมองในเรื่องของการศึกษา

    หนึ่งในกลุ่มเยาวชน สะท้อนว่าอยากจะให้ลดความเหลื่อมล้ำในการศึกษาของเด็กในเมืองและเด็กที่อยู่ต่างจังหวัด

    นอกจากนี้ ยังอยากจะให้การศึกษาไทยใหม่เปิดโอกาสให้กับเด็กเด็กที่อยู่ต่างจังหวัดได้มีโอกาสเข้าถึงทางด้านการศึกษามากขึ้น และเทียบเท่ากับเด็กในเมือง

    รวมไปจนถึงให้มีความเท่าเทียมกันสำหรับการศึกษาปริญญาเอกในประเทศและต่างประเทศ

    โดยตลอดการลงพื้นที่หาเสียงบริเวณสยามสแควร์ก็ได้รับการต้อนรับจากเด็กเด็กเยาวชนกลุ่มนักศึกษาเป็นอย่างดี


    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://mono29.com/news/541118.html&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1lifo2-WcziU1qqofzs2Da

  • ศึก3สี ‘เพื่อไทย’ รอพลิกเกม | เดลินิวส์

    ศึก3สี ‘เพื่อไทย’ รอพลิกเกม | เดลินิวส์

    ภาพรวมกระแสล่าสุดจากโพลนิด้า เมื่อวันที่ 30 ม.ค. สะท้อนว่า “พรรคประชาชน”  ยังคงนำทั้งตัวบุคคล และคะแนนนิยมพรรค โดยเฉพาะชื่อของ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญญาวุฒิ” หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคประชาชน ที่ถูกยกให้เป็นตัวเลือกนายกฯอันดับ 1 ขณะที่ “พรรคภูมิใจไทย” และ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พรรคภูมิใจไทย ไล่ตามมาเป็นอันดับ 2 ส่วนอันดับ 3 ของตัวบุคคลเป็น “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์  แต่ในเชิงพรรคการเมือง กลับเป็น “พรรคเพื่อไทย” ที่ขึ้นมาอยู่อันดับ 3 แสดงให้เห็นถึงความสลับซับซ้อนของคะแนนนิยม ที่ไม่ได้เดินไปในทิศทางเดียวกันทั้งหมด

    พรรคส้ม” ที่ดูเหมือนแรงไม่ตก ส่วนหนึ่งมาจากกระแสนโยบายการเปลี่ยนโครงสร้างประเทศ ทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม ผสมกับการดึง “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์” ผู้ช่วยหาเสียงพรรคประชาชน กลับมาช่วยหาเสียงในฐานะอดีตผู้นำ ที่ยังมีฐานแฟนคลับเหนียวแน่น รวมถึงบทบาทของ “ไอซ์ รักชนก ศรีนอก” ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ที่เดินเกมตรวจสอบกองทุนประกันสังคมอย่างเข้มข้น จนสามารถดึงความสนใจจากมนุษย์เงินเดือน และผู้ประกันตนกว่า 20 ล้านคนได้เป็นวงกว้าง

    อย่างไรก็ตาม กระแสที่แรงใช่ว่าจะไร้แรงต้าน เพราะอีกด้านหนึ่ง “พรรคส้ม” กำลังเผชิญกับการขยี้ประเด็นความมั่นคง ความเป็นพรรครักชาติ ด้อยค่าทหาร  คำถามเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญ หมวด 1 หมวด 2 รวมถึงประเด็นสถาบัน ที่ยังไม่เคยพูดให้ชัดตามที่หลายฝ่ายเรียกร้อง ความไม่สบายใจเหล่านี้ถูกปลุกขึ้นมาในช่วงโค้งสุดท้าย 

    พร้อมกับกรณีการเปิดโปงจาก “ชูวิทย์ กมลวิศิษฎ์” ที่ตั้งโต๊ะแฉคลิปเสียงพาดพิงแกนนำ “พรรคส้ม” กับอดีตนายตำรวจระดับสูง รวมถึงปัญหาคุณสมบัติผู้สมัครบางพื้นที่ ทำให้ภาพ “พรรคส้ม” เริ่มมีรอยสะดุดในจังหวะสำคัญ

    ขณะที่ “พรรคภูมิใจไทย”  แม้จะมีฐานคะแนนบ้านใหญ่ และชูธงกระแสรักชาติ การปกป้องอธิปไตย และจุดยืนแข็งกร้าวต่อปัญหาชายแดนไทย–กัมพูชา รวมถึงการเสริมทีมเศรษฐกิจ และการต่างประเทศเพื่อโกยคะแนนบัญชีรายชื่อ 

    แต่ในช่วงท้ายกลับถูกแรงกดดันจากปมประกันสังคมที่ถูกโยงถึงฝ่ายการเมือง และกรณีคำสั่งปลดแพทย์ชื่อดังจากกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นคนของ “พรรคประชาชน”  ซึ่งยังอธิบายกับสังคมได้ไม่ชัดเจน ทำให้กระแสเริ่มแผ่วลง และถูกลากเข้าไปอยู่ในวงปะทะกับ “พรรคส้ม” โดยปริยาย

    ท่ามกลางการปะทะกันของสองสีใหญ่ “พรรคเพื่อไทย” กลับกลายเป็นพรรคที่ “ลอยตัว” มากที่สุด แม้ตัวเลขโพลจะยังตามอยู่ แต่ในเชิงยุทธศาสตร์กลับถือไพ่เหนือกว่า เพราะเมื่อสองพรรคหลักมัวรบกันเอง คะแนนจากคนที่ไม่อยากเลือกฝ่ายขัดแย้ง อาจไหลกลับมาที่“พรรคแดง” ในฐานะตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า

    จุดเด่นของ “เพื่อไทย” ในรอบนี้ คือการวางบทบาทผู้นำของ “ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” เป็นแคนดิเดตนายกฯเบอร์ 1ให้อยู่ในโหมดประนีประนอม ไม่สร้างศัตรู จับมือได้กับทุกขั้ว และยังไม่มีเงาของ “ตระกูลชินวัตร” เข้ามาครอบงำการตัดสินใจ ทำให้ภาพลักษณ์ผู้นำดูนิ่ง และชัดเจนกว่า เมื่อเทียบกับ “พรรคส้ม” ที่ผู้นำทางจิตวิญญาณ และแกนนำตัวจริงหลายคนขึ้นมาบดบังบทบาทหัวหน้าพรรคอย่างเห็นได้ชัด รวมถึงจุดแข็งยังมีฐาน สส.เขต ที่รวมบ้านใหญ่ไว้อีกด้วย 

    ขณะเดียวกัน การเดินสายหาเสียงในพื้นที่ของ “เพื่อไทย” ยังคงสร้างสีสัน และกระตุ้นฐานเสียงเดิมคนเสื้อแดงได้ต่อเนื่อง โดยเฉพาะนโยบายโค้งสุดท้าย เช่น “สร้างเศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน” แม้จะถูกโจมตีว่าเป็นการแจกเงิน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังโดนใจชาวบ้านระดับรากหญ้า ซึ่งเป็นฐานคะแนนสำคัญในวันเลือกตั้งจริง รวมถึงข่าวว่ายังทุ่มทรัพยากรไม่อั้นเพื่อหวังเข้ามามีอำนาจให้ได้ ที่อาจหนุนให้ “นายใหญ่” พ้นคุกโดยเร็ว

    ในเกมการเมืองที่ไม่มีใครชนะขาดเช่นนี้ “พรรคเพื่อไทย” ที่ไม่ถูกดึงเข้าไปอยู่ในวงปะทะโดยตรง กลับมีโอกาสสูงในการสอดแทรกขึ้นมาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล  และ “พรรคสีแดง” ก็กำลังยืนอยู่ในตำแหน่งนั้นอย่างพอดิบพอดี

    สัปดาห์สุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง จึงเป็นช่วงชี้ชะตาว่า ใครจะพลาด ใครจะร่วง และใครจะอาศัยจังหวะที่คู่แข่งชะงัก ก้าวขึ้นมาเป็นผู้ถือไพ่ใบสำคัญในสมการจัดตั้งรัฐบาลหลังเลือกตั้งครั้งนี้ เพราะพรรคที่ได้ที่1 ก็มีให้เห็นแล้วว่าไม่ได้เป็นรัฐบาล.

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5554530/&ct=ga&cd=CAIyHDI4ODcxZTExZDQzMWVlYzA6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw2Ia51poBK9LSgj5i4miwGx

  • สกัด จยย. กลุ่มทุเรียนนนท์ก้านยาว บุกสัตหีบ เกือบพันคัน เสียงดัง-ขี่หวาดเสียว

    สกัด จยย. กลุ่มทุเรียนนนท์ก้านยาว บุกสัตหีบ เกือบพันคัน เสียงดัง-ขี่หวาดเสียว

    ชาวบ้านร้อง ทริปรถจักรยานยนต์ “ทุเรียนนนท์ก้านยาว” นับพันคัน บุกสัตหีบ เดือดร้อนเสียงดัง ตำรวจตั้งด่านกวดขันเข้ม อายัด 14 คัน ไว้ตรวจสอบ

    วันที่ 1 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพื้นที่อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี มีกลุ่มรถจักรยานยนต์จัดทริปชื่อ “ทริปทุเรียนนนท์ก้านยาว” รวมตัวเดินทางมาท่องเที่ยวบริเวณหาดนางรำ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จำนวนประมาณ 700–1,000 คัน

    โดยพบว่ารถจักรยานยนต์บางส่วนขับขี่ด้วยความประมาทหวาดเสียว และส่งเสียงดัง สร้างความกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ส่งผลให้ชาวอำเภอสัตหีบจำนวนมากออกมาโพสต์แสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดีย ถึงความเดือดร้อนที่ได้รับจากกลุ่มรถจักรยานยนต์ดังกล่าว

    ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผู้กำกับการ สภ.สัตหีบ ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.ชนะทัต นวคุณรังสี รอง ผกก.ป.สภ.สัตหีบ และ พ.ต.ต.พัฒนนันท์ สมนวล สว.จราจร ควบคุมการปฏิบัติงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร สายตรวจจักรยานยนต์ และชุดปฏิบัติการพิเศษ รวมถึงชุดสืบสวน ตั้งด่านตรวจตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก และกวดขันอย่างเข้มงวด

    ภายหลังมีชาวบ้านร้องเรียนว่ามีการแข่งรถและส่งเสียงดังบนถนนสาย 3126 บริเวณแยกทางเข้าแสมสาร ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี โดยเจ้าหน้าที่ได้อายัดรถจักรยานยนต์มาตรวจสอบจำนวน 14 คัน และให้เจ้าของนำหลักฐานมาแสดงเพื่อตรวจสอบความถูกต้อง

    พ.ต.อ.คมสรร คำตุ่นแก้ว ผกก.สภ.สัตหีบ เปิดเผยว่า กรณีการรวมกลุ่มขับขี่รถจักรยานยนต์เข้ามาท่องเที่ยวในพื้นที่อำเภอสัตหีบ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้มีการหาข่าวเชิงลึก และประสานกับหัวหน้ากลุ่มหรือคีย์แมนของแต่ละกลุ่ม

    ทั้งนี้ อำเภอสัตหีบยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกท่าน แต่ขอความร่วมมือให้เดินทางท่องเที่ยวด้วยความสงบเรียบร้อย ปฏิบัติตามกฎหมายจราจรอย่างเคร่งครัด ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ขับขี่แข่งรถหรือส่งเสียงดัง และไม่ขับขี่ด้วยความประมาทหวาดเสียว ที่อาจก่อให้เกิดอันตรายและสร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชนในพื้นที่

    หากพบว่ารถจักรยานยนต์ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้าหน้าที่จำเป็นต้องดำเนินการจับกุมกวดขัน เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และความปลอดภัยของผู้ขับขี่เอง ซึ่งเป็นหน้าที่ของตำรวจในการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวทุกคน

    ———————————-
    News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.thairath.co.th/news/local/east/2911462&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0gT57Y96V2xhOPD9faw7Zv