ภาพเศรษฐกิจไทยรอบนี้ดูเหมือนจะมี “ข่าวดีปนข่าวเตือน” หลัง IMF มองจีดีพีไทยปี 69 โต 2.1% ซึ่งถือว่าฟื้นตัวดีขึ้นจากประมาณการช่วงต้นปี แรงส่งยังมาจากกิจกรรมในประเทศ การท่องเที่ยว และการใช้จ่ายภาครัฐ แต่พอมองเทียบเพื่อนบ้านแล้วต้องยอมรับว่า “สปีดไทย” ยังวิ่งไม่ทันเขา เพราะติดทั้งสินเชื่อตึงตัว กำลังซื้อไม่แรง และเศรษฐกิจโลกที่พร้อมเหวี่ยงได้ทุกเมื่อเจ้าค่ะ

ส่วนข้อดีที่ยังพอทำให้ “โมนิก้า” ใจชื้นขึ้นมาบ้าง คือ ฐานะต่างประเทศของไทยยังแข็งแกร่ง เงินสำรองอยู่ในระดับสูง หนี้ต่างประเทศไม่ได้เป็นภาระหนัก ขณะที่เงินเฟ้อก็ยังต่ำ แต่โจทย์ใหญ่ที่ต้องรีบแก้คงหนีไม่พ้นเรื่อง “โครงสร้างเศรษฐกิจ-การแข่งขัน” เพราะถ้ายังเดินด้วยเครื่องยนต์ชุดเดิม โอกาสจะเร่งจีดีพีให้กลับไปโตแรงก็คงไม่ง่ายนะจะบอกให้

ขณะเดียวกัน กระแส AI และการลงทุนเทคโนโลยี กำลังกลายเป็น “รถไฟขบวนใหม่” ของเศรษฐกิจโลก ซึ่งไทยก็มีสิทธิกระโดดขึ้นขบวนนี้ หากดึงเม็ดเงินลงทุนเข้ามาได้จริง และยกระดับผลิตภาพของประเทศให้ทันเกม แต่ฝั่งความเสี่ยงยังต้องจับตาทั้ง ราคาพลังงาน ภูมิรัฐศาสตร์ และการค้าโลก เพราะแต่ละเรื่องพร้อมกระแทกต้นทุนและความเชื่อมั่นได้ตลอดเวลา งานนี้จึงต้องลุ้นกันว่าไทยจะ “คว้าโอกาส” ได้เร็วกว่าความเสี่ยงที่วิ่งเข้ามาหรือเปล่าเจ้าคะ

อย่างไรก็ตาม ปัจจัยดังกล่าวยังช่วยพยุงบรรยากาศลงทุนให้ดัชนีประคองตัวขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,575.88จุด บวกไป 4.14 จุด ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 8.06 หมื่นล้านบาท ภาพตลาดจึงยังอยู่ในโหมด เลือกเล่นเป็นรายตัว มากกว่าจะไล่ซื้อกันทั้งกระดาน เพราะเมื่อภาพเศรษฐกิจยังโตแบบ “ค่อยเป็นค่อยไป” หุ้นที่มีสตอรี่เฉพาะตัวและฐานะการเงินแข็งแรงย่อมได้เปรียบกว่าเห็น ๆ เจ้าค่ะ

เช่นเดียวกับรายของ VGI ที่เด้งขึ้นมาที่ระดับ 1.04 บาท บวกไป 0.09 บาท หรือขึ้นไป 9.47% ด้วยมูลค่าซื้อขาย 344 ล้านบาท หลังมีเรื่อง “สินทรัพย์ซ่อนมูลค่า” เข้ามากระตุ้นต่อมเก็งกำไร เมื่อ PLANB ซึ่ง VGI ถือหุ้น 24.1% วิ่งแรงกว่า 40% ในช่วง 2 สัปดาห์ ดันมูลค่าเงินลงทุนก้อนนี้ขึ้นมาแตะประมาณ 9.3 พันล้านบาท เรียกได้ว่าหุ้นลูกวิ่งที หุ้นแม่ก็พลอยคึกคักตามไปด้วยเจ้าค่ะ

ที่น่าสนใจยิ่งกว่านั้นคือ VGI ยังมี เงินสดและสินทรัพย์ทางการเงินกว่า 2.1 หมื่นล้านบาท หรือราว 1 บาทต่อหุ้น ขณะที่หนี้สินมีเพียง 3.3 พันล้านบาท และเมื่อรวมมูลค่าหุ้น PLANB กับ JMART ที่ถืออยู่ ก็มีมูลค่าสินทรัพย์รวมราว 3.2 หมื่นล้านบาท สูงกว่ามาร์เก็ตแคปของ VGI ที่อยู่แถว 2 หมื่นล้านบาทเสียอีก ตัวเลขแบบนี้จึงไม่แปลกที่ตลาดจะเริ่มหันกลับมามอง “ของที่มีอยู่ในมือ” มากขึ้นนะคะ

เหมือนกับรายของ RCL มีแรงเก็งกำไรเข้ามาคึกคัก จนราคาปิดที่ 47.75 บาท บวก 2.75 บาท หรือ 6.11% มูลค่าซื้อขาย 409 ล้านบาท หลังบริษัทเดินหน้า เสริมทัพกองเรือครั้งใหญ่ รับมอบเรือใหม่ 3 ลำแรกจากแผนทั้งหมด 8 ลำ ขนาด 4,488 ทีอียู เพื่อขยายเครือข่ายเดินเรือในเอเชียและละตินอเมริกา งานนี้ “โมนิก้า” มองว่าถ้าปริมาณขนส่งฟื้นตามรอบ กองเรือชุดใหม่ก็มีลุ้นช่วยเพิ่มทั้งศักยภาพบริการและรายได้ในระยะถัดไปเจ้าค่ะ

ขณะที่รายของ CRC เด้งขึ้นมาปิดที่ระดับ 31.50 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือ 1.61% มูลค่าซื้อขาย 254 ล้านบาท หลัง “กูรู” คาดกำไรไตรมาส 3/69 แตะ 1.7 พันล้านบาท โต 32% จากปีก่อน รับแรงหนุนคุมค่าใช้จ่าย-ดอกเบี้ยลด พร้อมคงประมาณการกำไรปี 69 ที่ 9.4 พันล้านบาท งานนี้ “โมนิก้า” ว่าถ้ายอดขายปี 70 เร่งตัวตามสาขาใหม่ ก็มีลุ้นหนุนกำไรต่อเนื่อง แถมขยับเป้าเป็น 36 บาท แนะ “ซื้อ” เจ้าค่ะ

ปิดท้ายรายของ PTT ที่ขยับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 40.75 บาท บวกไป 0.50 บาท หรือขึ้นไป 1.24% มูลค่าซื้อขาย 4.95 พันล้านบาท หลัง “กูรู” มองกำไรมีแรงส่งจาก ธุรกิจก๊าซที่ฟื้นต่อเนื่อง พ่วงโครงการ Genesis ช่วยปลดล็อกมูลค่า แถมการตัดหุ้นซื้อคืนยัง หนุน EPS และลดแรงกดดันจากหุ้นส่วนเกิน แบบนี้ “โมนิก้า” เห็น เป้าสูงสุด 49 บาท พร้อมคำแนะนำ “ซื้อ” แล้วก็พอมีพื้นที่ให้ลุ้นต่อเจ้าค่ะ

โมนิก้าและทีมงาน