เจ้าหน้าที่กัมพูชาย้ำประเทศนี้ไม่อันตราย! ขอเกาหลีใต้แยกแยะไม่เหมารวมการท่องเที่ยว กับปฏิบัติการหลอกลวง

เจ้าหน้าที่กัมพูชาย้ำประเทศนี้ไม่อันตราย!-ขอเกาหลีใต้แยกแยะไม่เหมารวมการท่องเที่ยว-กับปฏิบัติการหลอกลวง

เจ้าหน้าที่กัมพูชาและผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวเรียกร้องให้รัฐบาลเกาหลีใต้แยกแยะเหตุการณ์อาชญากรรมที่เกิดจากแก๊งสแกมและผู้ร่วมขบวนการ เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้มาเที่ยวพักผ่อนและนักท่องเที่ยวในกัมพูชา ซึ่งเกิดขึ้นหลังประธานาธิบดีเกาหลีใต้ อี แจ-มยอง ออกมากดดันทางการทูตล่าสุด หลังจากที่ชายชาวเกาหลีใต้คนหนึ่งซึ่งมีความเกี่ยวข้องกับปฏิบัติการหลอกลวงเสียชีวิต 

สำนักข่าว The Korean Herald รายงานเมื่อวันที่ 12 ตุลาคมว่า “ประธานาธิบดีอี แจ-มยอง ได้เรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ ‘ใช้มาตรการทางการทูตอย่างเต็มที่’ เพื่อปกป้องชาวเกาหลีใต้จากอาชญากรรมในกัมพูชา” 

ร่างของชายวัย 22 ปี ถูกพบในจังหวัดกำปงเมื่อเดือนสิงหาคม หลังจากมีรายงานว่าเขาเดินทางมากัมพูชาภายใต้สัญญาว่าจะได้งานที่มีค่าตอบแทนสูง ซึ่งในเวลาต่อมา ชายชาวจีน 3 คนถูกควบคุมตัวภายใน 3 วันหลังจากพบศพชายคนดังกล่าว 

รายงานข่าวยังระบุอีกว่า เกาหลีใต้เรียกร้องให้ประชาชนเลื่อนการเดินทาง หรือยกเลิกแผนการเดินทาง และยังเตือนชาวเกาหลีใต้ให้ระวังประกาศรับสมัครงานปลอมในกัมพูชาที่โฆษณาเงินเดือนสูงเกินจริง  

เซียม ซ็อกเค็ง ประธานสมาคมมัคคุเทศก์ภาษาเกาหลีประจำกัมพูชา เผยกับสำนักข่าว The Phnompenh Post ว่า “กัมพูชาไม่เป็นอันตรายสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป แม้แต่ชาวเกาหลีเองก็ตาม เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเกี่ยวข้องกับบุคคลที่เชื่อมโยงขบวนการหลอกลวงเท่านั้น” 

ซ็อกเค็งบอกอีกว่า ในเดือนนี้ เขาได้พานักท่องเที่ยวชาวเกาหลีใต้ท่องเที่ยวทั่วราชอาณาจักรกัมพูชาเป็นเวลา 10 วัน และแขกของเขาก็บอกเขาหลายครั้งว่า “กัมพูชาปลอดภัย” แม้ว่าพวกเขาจะยอมรับว่าเคยได้ยินเรื่องการหลอกลวงมาก่อนก็ตาม 

“คนที่ตกเป็นเหยื่อไม่ใช่คนที่มาเที่ยว พวกเขาอาจสมัครงานผิดกฎหมายทางออนไลน์แล้วถูกโกง หรือรีดไถเงินในรูปแบบใดรูปแบบหนึ่ง…น่าเสียดายที่ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อต่างเดินทางมาที่นี่เพื่อพบกับคนที่พวกเขาติดต่อทางออนไลน์ ไม่ใช่นักท่องเที่ยวทั่วไป เรารู้สึกเสียใจที่ผู้นำเกาหลีไม่แยกแยะระหว่างปฏิบัติการหลอกลวงกับการท่องเที่ยว”

— ซ็อกเค็ง กล่าว 

ซ็อกเค็งยังเรียกร้องให้ผู้นำเกาหลีพยายามให้ความรู้แก่ประชาชนให้เข้าใจกลวิธีหลอกลวงทางออนไลน์มากขึ้น รวมถึงข้อเสนอการจ้างงานที่มีค่าตอบแทนสูง และวิธีหลีกเลี่ยงไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง   

“เป็นเรื่องน่าเศร้าที่พวกเขาเหมารวมสถานการณ์ในกัมพูชาไปในลักษณะนี้ ผมต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวเกาหลีจำนวนมาก พวกเขามีความสุขและต่างก็บอกว่ากัมพูชาทั้งปลอดภัย และไม่เห็นจะมีความเสี่ยงใดๆ เลย มันมีความแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างการมาเที่ยวเพื่อพักผ่อนกับการถูกหลอกลวงทางออนไลน์เพื่อหางานผิดกฎหมาย ซ็อกเค็ง กล่าว   

ด้าน คิน เพีย ผู้อำนวยการสถาบันความสัมพันธ์ระหว่างประเทศแห่งราชบัณฑิตยสถานกัมพูชา ก็เห็นด้วยกับซ็อกเค็ง โดยเสนอให้รัฐบาลเกาหลีแนะนำประชาชนก่อนเดินทางไปต่างประเทศทุกประเทศ ไม่ควรเน้นเฉพาะกัมพูชา

“แรงกดดันทางการทูตของผู้นำเกาหลีไม่ได้ช่วยอะไร แต่กลับทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศไม่มั่นคง พวกเขาควรร่วมมือกันเพื่อต่อสู้กับอาชญากรรมเหล่านี้ เพราะเป็นอาชญากรรมไร้พรมแดน มีเพียงความร่วมมือในระดับภูมิภาคและระหว่างประเทศเท่านั้นที่จะป้องกันได้ มันไม่ได้เกิดขึ้นแค่ในกัมพูชา”

— คิน เพีย กล่าวเสริม 

อย่างไรก็ดี คิน เพีย ได้เรียกร้องให้ทางการกัมพูชายังคงมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมประเภทนี้ต่อไป เนื่องจากการหลอกลวง การทรมาน การลักพาตัว และในบางกรณี การเสียชีวิต ล้วนส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงและการท่องเที่ยวของกัมพูชา 

“จะไม่มีใครมาเยือนประเทศของเรา หากประเทศเราไม่ปลอดภัยและสงบสุข นั่นคือเหตุผลที่เราจำเป็นต้องกอบกู้ชื่อเสียงของเรา เพื่อที่เราจะสามารถต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกคนได้” คิน เพีย กล่าว 

ขณะที่ ทัช โสคัก โฆษกกระทรวงมหาดไทย บอกกับ The Phnompenh Post ว่า “คดีที่เกี่ยวข้องกับการหลอกลวงทางออนไลน์ต่อชาวเกาหลีใต้ไม่ได้เกิดขึ้นเพียงลำพัง ขณะที่บางประเทศก็เผชิญกับอาชญากรรมที่ร้ายแรงกว่ากัมพูชาเสียอีก” พร้อมเผยอีกว่า คดีการเสียชีวิตของชายชาวเกาหลีไม่ควรถูกนำมาใช้สร้างความวุ่นวายในความสัมพันธ์ระหว่างกัมพูชาและเกาหลีใต้ เพราะเป็นผลมาจากเครือข่ายอาชญากรที่เชื่อมโยงกัน 

“หากอาชญากรรมเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของเรา ก็ถือเป็นโอกาสให้องค์กรอาชญากรรมระหว่างประเทศได้เติบโตขึ้น อย่างไรก็ตาม ผมไม่ได้หมายความว่าเราปฏิเสธความร่วมมือ หรือความสัมพันธ์ทางการทูตของพวกเขา เราเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาเมื่อพลเมืองของพวกเขาตกเป็นเหยื่อ สิ่งที่เราต้องการคือให้พวกเขาเข้าใจว่ากัมพูชาก็ตกเป็นเหยื่อของอาชญากรรมนี้เช่นกัน”

— โสคัก กล่าว 

โสคัก กล่าวอีกว่า “ชาวกัมพูชาก็เคยเผชิญกับอันตรายจากการหลอกลวงทางออนไลน์ในประเทศอื่นๆ เช่นกัน สิ่งที่เราควรทำคือ เพิ่มคำแนะนำให้ประชาชนเพื่อให้เข้าใจถึงกลยุทธ์ของอาชญากรออนไลน์ เช่น การล่อลวงด้วยงานที่ให้ค่าตอบแทนสูงในต่างประเทศ” และกล่าวเสริมว่า กัมพูชายินดีต้อนรับความร่วมมือระหว่างประเทศผ่านทุกช่องทาง เช่น การแบ่งปันข้อมูลและการสนับสนุนทางเทคนิค 

(Photo by TANG CHHIN SOTHY and TANG CHHIN SOTHY / AFP)  

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://spacebar.th/world/officials-urge-south-korea-to-differentiate-between-tourists-those-lured-by-scams&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0u-x7KX9iI_bPmrVAGtTmJ