อุทัยธานี หนุนส่งเสริมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ สัมผัสวิถีชุมชน ต้องมนต์เสน่ห์ “ส้มซ่า” บ้านดอนกลอย | เดลินิวส์

อุทัยธานี-หนุนส่งเสริมท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพ-สัมผัสวิถีชุมชน-ต้องมนต์เสน่ห์-“ส้มซ่า”-บ้านดอนกลอย-|-เดลินิวส์

ที่ จ.อุทัยธานี ดร.นิศาชล โทแก้ว อาจารย์ภาควิชาบริหารธุรกิจ มหาวิทาลัยรามคำแหง กทม.ซึ่งเป็นผู้ส่งเสริมสนับสนุนการท่องเที่ยวเพื่อสุขภาพร่วมกับคนในชุมชน ได้ให้การต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวคณะแรกที่มาเยือนบ้านดอนกลอย ต.ดอนกลอย อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี

โดยจุดที่ 1 นำคณะนักท่องเที่ยว ไปที่วัดดอนกลอย ซึ่งเป็นวัดเก่าแก่ มีอายุ 500 กว่าปี เพื่อกราบไหว้ขอพรหลวงพ่อจู ซึ่งเป็นเจ้าอาวาสองค์แรกของวัดฯ พร้อมกับศึกษาประวัติศาสตร์ของวิหารเก่าแก่ของทางวัด มีอายุ กว่า 100 ปี ซึ่งในอดีตเคยใช้เป็นสถานที่ในการสวดมนต์ของพระสงฆ์ ปัจจุบันตกอยู่ในสภาพรกร้าง ผุพัง มีต้นโพธิ์ต้นขนาดใหญ่ขึ้นปกคลุม โดยรากได้ชอนไชไปทั่วผนังของวิหาร จนกลายเป็นภาพความงดงามทางธรรมชาติ แปลกตาราวกับเป็นดินแดนน่าทึ่งสุดอัศจรรย์หรือเป็นอเมซิ่ง ไทยแลนด์ ( Amazing Thailand)  สร้างความสนใจให้กับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างยิ่ง พร้อมกับบันทึกภาพไว้เป็นความทรงจำที่ดี จากนั้นได้กราบไหว้ขอพรหลวงพ่อจู เพื่อขอพรเป็นสิมงคลชีวิต

จุดท่องเที่ยวที่ 2 เป็นสวนส้มซ่า ผลไม้พื้นถิ่นที่บ้านของนายสุนทร สายเพชร วัย 85 ปี บ้านทุ่งใหญ่ ต.ทุ่งพึ่ง อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ได้กล่าวให้นักท่องเที่ยวฟังว่า มีอาชีพทำนาและยังเป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน มีอยู่วันหนึ่งได้ไปประชุมที่ว่าการอำเภอ ได้มีคนมาบอกว่า อยากรวยให้ปลูกส้มซ่า ต่อไปราคาจะแพง จึงได้คิดไตร่ตรอง ตัดสินใจปลูกส้มซ่าบริเวณโดยรอบๆบ้าน บนเนื้อที่ 8 ไร่ ปลูกไว้จำนวน 100 กว่าต้น แต่ละต้นให้ผลผลิตแล้ว โดยปลูกกระชายพืชสมุนไพรเป็นพืชแซมระหว่างต้น ปกติส้มซ่า จะให้ผลผลิตและสามารถเก็บผลได้ในราวเดือน มิ.ย.-ก.ย ของทุกปี

แต่ปีนี้ฝนดีและมาเร็ว ทำให้ผลผลิตออกเร็ว ในแต่ละปี จะมีพ่อค้ามารับซื้อผลสดถึงบ้านและต้องทำการเก็บผลผลิตเอง โดยจะขายให้ผลละ 1 บาท เท่านั้น แต่พ่อค้าจะนำไปขายอีกทอดหนึ่ง ด้วยการนำไปมัดรวมกันเป็นพวงๆ ละ 5 ผล ขายในราคา 20 บาท  ในแต่ละปี จะขายผลผลิตส้มซ่า ได้เป็นเงิน 50,000 บาท ซึ่งมีรายได้ดีกว่าทำนาข้าวเสียอีก เมื่อก่อนช่วงปลูกใหม่ๆ มีแต่คนหัวเราะเยาะ  ปลูกอะไรไม่ปลูกมาปลูกส้มซ่า แต่สุดท้ายสามารถลบคำสบประมาทได้ เพราะมีรายได้อย่างเป็นกอบเป็นกำ

จากนั้นนักท่องเที่ยวทั้งหมดได้ร่วมกันสอยผลส้มซ่า เพื่อซื้อติดไม้ติดมือกลับบ้าน พร้อมกับลิ้มรสส้มซ่าจิ้มกับกะปิหวานและดื่มน้ำส้มซ่าคั้น กันอย่างสุดฟิน สร้างความเพลิดเพลิน สร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับนักท่องเที่ยว ต่างเป็นที่ชื่นชอบ เพราะนอกจากจะอิ่มท้องแล้วยังได้สนุกกับการสอยส้มซ่า อีกด้วย ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ดี

จุดท่องเที่ยวที่ 3 เป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมสะแกกรัง ม.ที่ 3 บ้านดอนกลอย ต.ดอนกลอย อ.หนองขาหย่าง จ.อุทัยธานี ซึ่งเป็นกลุ่มที่นำส้มซ่ามาทำเป็นผลิตภัณฑ์จำหน่าย จนเป็นที่ฮือฮา โดยมีนางมธุรส หุ่นหล่อ ประธานกลุ่มฯ ได้มาให้การต้อนรับพร้อมกับกล่าวว่า ส้มซ่าปลูกมากในชุมชนและตำบลใกล้เคียง จึงนำผิวส้มซ่า มาทำผลิตภัณฑ์ ประกอบด้วย สเปรย์กันยุง สามารถฉีดพ่นที่ตัวป้องกันยุงได้ มีกลิ่นหอมสดชื่น สามารถไล่แมลงได้ ไม่มีอันตราย เพราะไม่ได้ใช้สารเคมี  ก้านไม้หอมส้มซ่า จะใช้วางไว้ในห้องนอน อยู่ได้นาน 1 เดือน จะให้กลิ่นหอมของดอกไม้และกลิ่นหอมของผิวส้มซ่าจางๆ ช่วยผ่อนคลาย แนะนำวางไว้ในห้องนอน  นอกจากนี้ยังมียาดมส้มซ่า สควอชส้มซ่า ส้มซ่ามาร์เลด ส้มซ่ากะปิหวาน สำหรับช่องทางการตลาด จะใช้เพจ “หอมสะแกกรัง” ติดต่อสื่อสารและเผยแพร่

ด้าน ผศ.ดร. อนุ สุราช อาจารย์คณะสาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ได้เปิดเผยว่า ได้มีโอกาสมาท่องเที่ยวถือเป็นชุมชนที่น่าสนใจมาก ได้ไปเที่ยวที่วัด ที่มีความเก่าแก่ ชมโบราณสถานที่มีความสำคัญกับท้องถิ่น อายุ 100 ปี ร่วมทำบุญ กราบไหว้ขอพรหลวงห่อจู ได้ท่องเที่ยวสวนส้มซ่า ที่หาชมได้ยาก เป็นอะไรที่แปลกใหม่ ได้เก็บผลผลิตด้วยตนเอง และจุดสุดท้ายเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนหอมสะแกกรัง ที่ได้นำเอาเปลือกส้มซ่า มาทำผลิตภัณฑ์หลายตัว เป็นการนำวัตถุดิบที่มีอยู่ในพื้นที่ชุมชนมาต่อยอด สร้างรายได้

ส่วนดร.นิศาชล เปิดเผยว่า ได้เข้ามาทำการวิจัยภายใต้ชื่อ โครงการแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์ทางการท่องเที่ยวเมืองสมุนไพร จ.อุทัยธานี  เนื่องจากเป็นนโยบายของมหาวิทยาลัยรามคำแหง ต้องการให้อาจารย์ออกมาสู่ชุมชน เพื่อให้บริการทางด้านวิชาการ

ในชุมชนแห่งนี้ มีการปลูก “ส้มซ่า” กันมากถือว่าเป็นจุดเด่น จึงได้ออกแบบเพื่อตอบโจทย์เรื่องสุขภาพ ประกอบด้วย จิตใจ อารมณ์ สังคมและจินตนาการ ด้วยการสนับสนุนส่งเสริมให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ขึ้นและที่ผิวส้มซ่า มีน้ำมันหอมระเหย เรียกว่า “ลิโมนีน” เป็นสารช่วยกระตุ้นต้านการอักเสพและใช้ในการสูดดม จึงได้ต่อยอดการพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ มีทั้งไลน์สินค้าและบริการขึ้น กิจกรรมนี้ชุมชนจะเป็นผู้บริหารจัดการกันเอง และวันนี้เป็นวันแรกที่ได้ทดลองสถานที่ท่องเที่ยวขึ้นในชุมชน หวังว่าโครงการนี้จะสร้างรายได้เสริมให้กับคนในชุมชนในอนาคต

———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.dailynews.co.th/news/5155657/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw1OJeGiD9epqx22T4eORofq