อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาดคือบริเวณ คลองโอ่งอ่าง ที่จะถูกแต่งแต้มด้วยแสงไฟหลากสีฉายสะท้อนผืนน้ำงดงาม ตกแต่งด้วยศิลปะรังโกลี (Rangoli) และตะเกียง Diyas นับร้อย ที่จะถูกจุดขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งการต้อนรับแสงใหม่ในชีวิต ตั้งแต่วันที่ 16-31 ตุลาคม เวลา 16.00-22.00 น. และในวันที่ 16-20 ตุลาคม 2568 ผู้ร่วมงานยังจะได้เพลิดเพลินไปกับการแสดงเชิงวัฒนธรรมบนเวทีย่อยริมคลอง เติมสีสันให้ค่ำคืนแห่งแสงให้งดงามยิ่งขึ้นด้วย นอกจากนี้ ยังมีพันธมิตรที่ร่วมจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองและส่งเสริมการตลาดการท่องเที่ยวในช่วงเทศกาลดีวาลีในพื้นที่อื่น ๆ ประกอบด้วย ICONSIAM ห้างสรรพสินค้าในเครือกลุ่มเซ็นทรัลพัฒนา ทั้งนี้ ตลอดระยะการจัดงาน ททท. คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ไม่น้อยกว่า 100,000 คน และคาดการณ์รายได้ทางการท่องเที่ยวทั่วประเทศในช่วงเทศกาลดิวาลี ไม่น้อยกว่า 650 ล้านบาท
ไม่เพียงเท่านั้น ททท. ยังมอบประสบการณ์เหนือระดับแก่นักท่องเที่ยวชาวอินเดียและผู้ร่วมงานผ่านกิจกรรม “Amazing Thailand Grand Diwali Privilege 2025” ส่งต่อความสุขให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ รับเทียนที่ระลึกและสิทธิพิเศษส่วนลดในการใช้บริการด้านการท่องเที่ยวจากพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการฯ อาทิ สยามพิวรรธน์, Central Group, King Power, Big C, One Bangkok, Erb, ซื่อสัตย์ iSnack, Jula’s herb และอีกมากมาย โดยเปิดให้ลงทะเบียนรับสิทธิประโยชน์ภายในงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 วันที่ 16-18 ตุลาคม 2568 ณ ท่าอากาศยานดอนเมือง และท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ รวมทั้งภายในงาน Amazing Thailand Grand Diwali Festival 2025 วันที่ 16-20 ตุลาคม 2568 ณ พื้นที่คลองโอ่งอ่าง และวันที่ 18-20 ตุลาคม 2568 ณ พื้นที่พาหุรัด เพื่อให้ทุกการมาเยือนในช่วงเทศกาลดีวาลีครั้งนี้ เต็มไปด้วยแสงแห่งความสุข ความโชคดี และประสบการณ์ที่น่าจดจำที่สุดในประเทศไทย
ตลาดนักท่องเที่ยวอินเดียยังคงเป็นหนึ่งในตลาดระยะใกล้ที่มีศักยภาพสูงและเติบโตต่อเนื่อง ทั้งด้านจำนวนและรายได้เพิ่มขึ้นจากช่วงเวลาเดียวกันในปี 2567 โดยตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม – 7 ตุลาคม 2568 ประเทศไทยต้อนรับนักท่องเที่ยวชาวอินเดียแล้วกว่า 1,821,962 คน ครองอันดับ 1 ใน 3 ประเทศที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้าประเทศไทยสูงที่สุด ซึ่งเป็นผลมาจากความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทย ที่สามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์นักท่องเที่ยวชาวอินเดียได้ดี ประกอบกับเที่ยวบินตรงที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมาตรการยกเว้นวีซ่า 60 วัน ทำให้การเดินทางสะดวกมากขึ้น ส่วนใหญ่นิยมเดินทางท่องเที่ยวด้วยตัวเอง (FIT) ไปยังจุดหมายปลายทางยอดนิยมอย่าง กรุงเทพฯ ชลบุรี ภูเก็ต กระบี่ และสุราษฎร์ธานี ซึ่งปัจจุบันเริ่มขยายการเดินทางไปยังพื้นที่หมู่เกาะ ได้แก่ เกาะสมุย เกาะเต่า และเกาะพะงัน ซึ่งมีอัตราการใช้จ่ายเฉลี่ย 36,704 บาท/คน/ทริป จำนวนวันพักเฉลี่ย 6.60 คืน
ทั้งนี้ ททท. ยังเดินหน้าขยายตลาดอย่างต่อเนื่อง มุ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพจากหลากหลายกลุ่ม อาทิ Family, Incentive, Wedding & Celebrations, Lady Travelers, Active Senior, Millennials, Luxury Leisure และ Golf พร้อมตั้งเป้าหมายกระตุ้นนักท่องเที่ยวชาวอินเดียให้ได้ 2.5 ล้านคนภายในสิ้นปี 2568
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/pr-news/860163&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3lDKiTNQl2D0zE15IuNIbi
