รัฐบาลจีนเตือนพลเมือง เลี่ยงเที่ยวญี่ปุ่น หลังนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ ระบุ ปมไต้หวันเป็นภัยคุกคาม ตลาดหุ้นโตเกียวร่วงทันที นักวิเคราะห์ชี้เป็นการใช้กระเป๋าสตางค์กดดันนโยบาย
รัฐบาลจีนกำลังใช้ กระเป๋าสตางค์นักท่องเที่ยว เป็นอาวุธทางการทูต เมื่อล่าสุดได้ประกาศเตือนพลเมือง หลีกเลี่ยงการเดินทางไปญี่ปุ่นในช่วงนี้ ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นจากประเด็นไต้หวัน
ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 14–15 พฤศจิกายน 2568 กระทรวงการต่างประเทศจีนและสถานเอกอัครราชทูตจีนประจำญี่ปุ่น ออกประกาศเตือนอย่างเป็นทางการ
คำเตือนดังกล่าวเกิดขึ้นหลังความสัมพันธ์จีน–ญี่ปุ่นตึงเครียดหนักขึ้น โดยมีชนวนมาจากคำพูดของ ซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่
นายกฯ ทาคาอิจิ ระบุในสภาเมื่อวันที่ 7 พ.ย. ว่า หากจีนใช้กำลังกับไต้หวัน อาจถือเป็น “ภัยคุกคามต่อการอยู่รอดของญี่ปุ่น” ซึ่งทำให้รัฐบาลปักกิ่งไม่พอใจอย่างมาก
กระทรวงการต่างประเทศจีนให้เหตุผลว่า คำพูดดังกล่าว “สร้างความเสี่ยงสำคัญต่อความปลอดภัยและชีวิตของชาวจีนในญี่ปุ่น”
คำเตือนนี้ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจญี่ปุ่นอย่างรวดเร็ว หุ้นกลุ่มท่องเที่ยวและค้าปลีกญี่ปุ่นร่วงแรงทันทีหลังข่าวคำเตือนจากจีน
นักวิเคราะห์ประเมินว่า หากการงดเที่ยวนี้ยืดเยื้อ อาจทำให้เศรษฐกิจญี่ปุ่นสูญเสียรายได้ท่องเที่ยวราว 2.2 ล้านล้านเยนต่อปี ซึ่งคิดเป็นประมาณ 0.36% ของ GDP ญี่ปุ่น
นักวิเคราะห์มองว่า ปักกิ่งกำลังใช้ ข้อห้ามเที่ยวญี่ปุ่น เป็นอาวุธทางเศรษฐกิจ โดยตั้งใจตัดรายได้ภาคท่องเที่ยวของญี่ปุ่น เพื่อลดความนิยมรัฐบาลทาคาอิจิ และกดดันนโยบายเรื่องไต้หวันอย่างจงใจ
นอกจากนี้ สายการบินใหญ่ของจีน ยังประกาศ คืนเงินค่าตั๋วไปญี่ปุ่นเต็มจำนวน หรือเปลี่ยนเที่ยวบินฟรี ซึ่งเป็นการ “อำนวยความสะดวกในการไม่ไปญี่ปุ่น” อย่างเป็นระบบ
การเตือน งดเที่ยวญี่ปุ่นครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า การเมืองระหว่างประเทศยุคนี้ ไม่ได้สู้กันแค่ด้วยกำลังทัพ แต่สู้กันด้วยนักท่องเที่ยวและกำลังซื้อของประชาชนตัวเองด้วยเช่นกัน

ผลกระทบต่อไทยในเชิงเศรษฐกิจ
ข้อสรุปเชิงยุทธศาสตร์ หน้าต่างโอกาส นี้จึงเป็นช่วงทองให้ไทยใช้แก้เกม: หากรัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างเรื่อง ความปลอดภัย และ การกวาดล้างแก๊งสแกมเมอร์ ได้อย่างจริงจัง นักท่องเที่ยวจีนที่เบนเส้นทางจากญี่ปุ่น ก็อาจจะไหลไปประเทศคู่แข่งในอาเซียนแทน
การที่จีนกล้าใช้กำลังซื้อของประชาชนเป็นอาวุธกดดันญี่ปุ่น ก็เป็นสัญญาณเตือนให้รัฐบาลไทยและทุกประเทศที่พึ่งพานักท่องเที่ยวจีน ต้องบริหารความเสี่ยงด้านการทูตและระวังจุดยืนที่อ่อนไหวทางภูมิรัฐศาสตร์ให้มากขึ้น
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://thethaiger.com/th/news/1487599/&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw3kLaq-8yOBBYaK6YJFbTAj
