ในระยะถัดไป ผลกระทบจะลามไปถึงภาคครัวเรือนมากขึ้น ทั้งค่าไฟฟ้าที่มีแนวโน้มปรับขึ้นในช่วงปลายปี ราคาตั๋วเครื่องบินที่ยังอยู่ในระดับสูง และความเสี่ยงขาดแคลนปุ๋ยเคมี ซึ่งอาจกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตร โดยเฉพาะข้าว อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางวิกฤต ยังมีบางธุรกิจที่อาจได้อานิสงส์จากสถานการณ์นี้ โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร เช่น ข้าว ทูน่ากระป๋อง และไก่ จากความกังวลด้านความมั่นคงทางอาหารของหลายประเทศ รวมถึงธุรกิจขนส่งทางทะเลที่ได้ประโยชน์จากค่าระวางเรือที่ปรับตัวสูงขึ้น
ส่วน SCB EIC ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือโตเพียง 1.4% จากเดิม 1.8% หลังราคาพลังงานพุ่งจากสงครามตะวันออกกลาง กดดันเศรษฐกิจรอบด้าน ขณะที่เงินเฟ้อเร่งขึ้นแตะ 3.2% ทะลุกรอบเป้าหมาย โดยแรงกดดันเริ่มชัดในชีวิตประจำวัน ทั้งค่าครองชีพที่สูงขึ้น กำลังซื้ออ่อนลง และธุรกิจเผชิญต้นทุนพุ่ง ทำให้หลายรายชะลอลงทุน ท่ามกลางความไม่แน่นอนที่ยังสูง
EIC เตือนว่าไทยกำลังเข้าใกล้ภาวะ “โตต่ำ-เงินเฟ้อสูง” หรือ Stagflation จากการพึ่งพาพลังงานนำเข้าสูง ขณะที่ท่องเที่ยวและการค้าโลกก็เริ่มชะลอตัวตามต้นทุนที่แพงขึ้น ด้านนโยบาย คาด กนง. ยังตรึงดอกเบี้ยไว้ที่ 1% เพื่อพยุงเศรษฐกิจ ส่วนภาครัฐมีข้อจำกัดใช้งบมากขึ้นจากหนี้สาธารณะที่สูง ทั้งนี้หากสงครามยืดเยื้อ เศรษฐกิจไทยยังเสี่ยงชะลอตัวลงได้อีก และแรงกดดันค่าครองชีพอาจอยู่กับคนไทยยาวกว่าที่คิด
ภาพรวมทั้งหมดสะท้อนว่า วิกฤตครั้งนี้ไม่ใช่เพียงเรื่อง “น้ำมันแพง” แต่เป็นแรงกระเพื่อมที่กำลังไหลผ่านทั้งระบบเศรษฐกิจ และสุดท้ายอาจไปจบที่ “ค่าครองชีพ” ของคนไทยทุกคน
———————————-
News Source : https://www.google.com/url?rct=j&sa=t&url=https://www.springnews.co.th/news/hot-issue/862714&ct=ga&cd=CAIyHGRmMjMzNDMzN2E0NjM2ZDg6Y29tOnRoOlRIOlI&usg=AOvVaw0fiFMHhvMe6juC9ujMBqEh
